Generated by All in One SEO v4.8.9, this is an llms.txt file, used by LLMs to index the site.
# สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
อาคารเลขที่ 122/11 ซ.นนทรี 14 (ซ.นาคสุวรรณ) ถ.นนทรี ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2681-3900 โทรสาร 0-2681-5369 ถึง 70 E-mail: cbct_th@hotmail.com, thaicbct@cbct.net
## Sitemaps
- [XML Sitemap](https://www.cbct.or.th/sitemap.xml): Contains all public & indexable URLs for this website.
## Posts
- [ตราสัญลักษณ์พระสังฆราชเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_peter_suphot_roeksujarit/) - ตราประจำตำแหน่งบิชอปนี้ได้รับการออกแบบตามขนบธรรมเนียมแห่งศิลปะตราประจำตำแหน่งของพระศาสนาจักรคาทอลิก (Eccelsiɑstical Gerɑldry) ซึ่งใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อถ่ายทอดความเชื่อ พันธกิจ จิตตารมณ์ และอัตตลักษณ์ของผู้เป็นบิชอป ตลอดจนสะท้อนลักษณะเฉพาะของสังฆมณฑลที่ได้รับมอบหมายให้อภิบาล เหนือโล่เป็น หมวกบิชอปสีเขียว (Gɑlero) พร้อมพู่หกพู่ในแต่ละข้าง อันเป็นเครื่องหมายแสดงสมณศักดิ์แห่งบิชอปตามธรรมประเพณีของพระศาสนจักรคาทอลิก ส่วนกางเขนทองคำ ที่ตั้งอยู่หลังโล่ หมายถึงหน้าที่อภิบาลในฐานะผู้สืบตำแหน่งต่อจากบรรดาอัครสาวก ผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นพยานถึงองค์พระคริสต์และอภิบาลประชากรของพระเจ้า รูปทรงส่วนบนของโล่ได้รับแรงบรรดาลใจจากสถาปัตยกรรมล้านนา มีลักษณะเป็นยอดแหลมคล้ายหลังคาวิหารหรือจั่วแบบล้านนา เปรียบเสมือนร่มเงาแห่งพระหรรษทานที่ปกคลุมประขากรของพระเจ้าไว้ภายใต้การอภิบาลของพระศาสนจักร โดยมีกางเขนประดิษฐานเหนือยอดนั้น เป็นเครื่องหมายว่าพระคริสตเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางและทรงปกปักรักษาทุกคนที่อยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งการไถ่กู้ของพระองค์ ภายในโล่สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีแห่งความเชื่อ ความซื่อสัตย์ ความมั่นคง และการเพ่งพิศสู่สวรรค์ ปรากฏพระจิตเจ้าในรูปนกพิราบสีขาว เปล่งรัศมีอยู่เหนือพระคัมภีร์และไม้กางเขน สื่อถึงกาทรงนำของพระจิตเจ้า ผู้ประทานปรีชาญาณ พละกำลัง และพระพรต่างๆ แก่พระศาสนจักร เพื่อให้สามารถประกาศข่าวดีของพระคริสต์แก่โลกได้อย่างซื่อสัตย์และเกิดผล ใต้พระจิตเจ้าปรากฏ พระคัมภีร์เปิด พร้อมอักษรกรีก อัลฟาและโอเมกา (A Ω) ซึ่งหมายถึงพระคริสตเจ้าทรงเป็น "ปฐมกาลและอวสาน" จุดเรื่มต้นและความสมบูรณ์แห่งทุกสรรพสิ่ง ตามที่ทรงเปิดเผยในหนังสือวิวรณ์ ส่วน ไม้กางเขน ที่ตั้งอยู่เหนือพระวาจา แสดงว่าชีวิตคริสตชนและพันธกิจแห่งพระศาสนจักรตั้งอยู่บนพระวาจาของพระเจ้าและพระธรรมล้ำลึกแห่งการไถ่กู้ขององค์พระคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพเพื่อความรอดพ้นของมนุษยชาติ ใต้พระคัมภีร์ปรากฏ หัวใจสีแดง ซึ่งหมายถึงดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า อันเป็นศูนย์กลางแห่งความรัก ความเมตตา
- [สาระสำคัญ - ตอนที่ 5 “ดังนั้น เราจึงส่งท่านไป”](https://www.cbct.or.th/synod-ep8/) - #การอบรมประชากรเพื่อการเป็นศิษย์ธรรมทูต 🕊️ในตอนเย็นของวันกลับคืนพระชนมชีพ พระเยซูเจาประทานสันติสุขอันเป็นพระพรแห่งความรอดพนแกเหล่าสานุศิษย์ และทรงทำใหพวกเขามีสวนร่วมในพันธกิจของพระองค สันติสุขของพระองคแสดงถึงความสมบูรณของชีวิต ความชิดสนิทกับพระเจา กับพี่นองชายหญิง และกับสิ่งสร้าง 🕊️พันธกิจของพระองคคือการประกาศเรื่องอาณาจักรของพระเจา โดยประทานความเมตตาและความรักของพระบิดาแกทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ทาทางที่ค่อยๆ เผยแสดงที่มาพรอมกับพระวาจาของพรองค ผู้ทรงพระชนมทำใหระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำตั้งแต่แรกเริ่ม บัดนี้ในหองชั้นบน ลมปราณแห่งพระจิตเจา การสร้างใหม่เริ่มต้นขึ้น ประชากรแห่งศิษย์ธรรมทูตได้ถือกำเนิดขึ้น (เทียบ ยอหน 20:21-22) (เทียบ FD 140) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/ #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #ศิษย์ธรรมทูต #พระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน #การอบรมศิษย์ธรรมทูต 🕊️ ประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าจำเป็นต้องได้รับการอบรมที่เหมาะสม เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสารและเติบโตในการก้าวเดินไปด้วยกันในพระศาสนจักร การอบรมนี้ช่วยให้คริสตชนตระหนักลึกซึ้งถึงพันธกิจการประกาศข่าวดี และรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ภายในชุมชน การไตร่ตรองแยกแยะร่วมกันและวัฒนธรรมการประเมินผลอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาในชีวิตคริสตชน (เทียบ FD 141) 🕊️ การอบรมศิษย์ธรรมทูตควรเริ่มตั้งแต่รากฐานของการเป็นคริสตชน ผ่านประสบการณ์ความเชื่อส่วนบุคคลและภายในชุมชน ชีวิตคริสตชนต้องการการกลับใจและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ความสมบูรณ์ในพระคริสตเจ้า คริสตชนทุกคนได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมในโต๊ะของพระวาจาและแผ่นปัง ซึ่งหล่อเลี้ยงพันธกิจและความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร ศีลมหาสนิทจึงเป็นที่มาของการฟื้นฟูเสาหลักทั้งสามของการก้าวเดินไปด้วยกัน คือ การมีส่วนร่วม เอกภาพ และพันธกิจ (เทียบ FD 142) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- [สัมมนาเตรียมปีศักดิ์สิทธิ์](https://www.cbct.or.th/20241209a/) - วันที่ 9-10 ธันวาคม 2024เชิญชวนพี่น้องติดตามการสัมมนาได้จากช่อง Youtube
- [ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยที่ สสท. 058/2026](https://www.cbct.or.th/058-2026/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 058/2026 เรื่อง การน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สู่อ้อมพระหัตถ์องค์พระผู้เป็นเจ้า ตามที่ปวงชนชาวไทยได้รับทราบประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2026 เวลา 19.48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษา 47 ปี ยังความโศกเศร้าอาดูรและความอาลัยยิ่งแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตลอดจนคริสตชนคาทอลิกในประเทศไทย สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสตชนชาวไทย ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความวิริยอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติมาโดยตลอด ทั้งยังทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณ เกื้อหนุนกิจการของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทยเสมอมา พระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชน จะสถิตอยู่ในความทรงจำของคริสตชนคาทอลิกไทยสืบไป สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอประกาศกำหนดให้ทุกสังฆมณฑลและวัดคาทอลิกทั่วราชอาณาจักร
- ["ระยะการนำลงสู่ภาคปฏิบัติของซีนอด" - ดาวน์โหลดเอกสารและแนวทางปฏิบัติ](https://www.cbct.or.th/towards-the-assemblies-2027-2028/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนพี่น้องร่วมก้าวเข้าสู่ "ระยะการนำลงสู่ภาคปฏิบัติของซีนอด" เพื่อร่วมกันฟื้นฟูและขับเคลื่อน "พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันและเป็นธรรมทูต" ให้เกิดผลจริงจากภายในชุมชนความเชื่อของเรา โดยในทุกระดับจะขับเคลื่อนด้วยคำถามแกนหลักร่วมกันคือ: 💬 “รูปแบบที่เป็นรูปธรรมของพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันและเป็นธรรมทูต และหนทางใหม่ ๆ ที่กำลังปรากฏขึ้นในชุมชนของท่านคืออะไร?” 📂 ดาวน์โหลดเอกสารและแนวทางปฏิบัติด้านล่างนี้:
- [สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประกาศแต่งตั้งพระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่](https://www.cbct.or.th/20260507-2/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยขอร่วมโมทนาคุณพระเจ้าและแสดงความยินดีกับสังฆมณฑลเชียงใหม่ เนื่องด้วย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประกาศแต่งตั้ง คุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต เป็นพระสังฆราชองค์ใหม่แห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่ สภาพระสังฆราชฯ ร่วมใจภาวนาเพื่อพระสังฆราชใหม่และพันธกิจภายใต้การอภิบาลของท่าน
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง](https://www.cbct.or.th/043-2026/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 043/2026 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง พระศาสนจักรคาทอลิก ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันและต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์และผู้เปราะบาง บนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน โดยตอบรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่ายของพระศาสนจักร ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้เยาว์และผู้เปราะบาง สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอประกาศแต่งตั้ง “คณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง” โดยมีหน้าที่ในการออกแนวทาง วางกรอบการดำเนินงาน ให้คำแนะนำ และร่วมก้าวเดินไปด้วยกันกับทุกหน่วยงานของพระศาสนจักรอย่างมีประสิทธิภาพและด้วยความรอบคอบ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีส่วนบุคคลและความยุติธรรมเป็นหลัก ร่วมกับคณะกรรมการสมณองค์กรเพื่อการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์ (Pontifical Commission for the Protection of Minors) แห่งสันตะสำนัก โดยคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง มีรายนามดังต่อไปนี้ บิชอป ซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรีประธานกรรมการ บาทหลวงสักรินทร์ ศิรบรรเทิง (เขตอัครศาสนปกครองกรุงเทพฯ)กรรมการ บาทหลวงอานุภาพ วงษ์แก้ว (เขตศาสนปกครองจันทบุรี) กรรมการ บาทหลวงชิตพล แซ่โล้ว (เขตศาสนปกครองราชบุรี)กรรมการ บาทหลวงสมชาย หมอกครบุรี (เขตศาสนปกครองนครราชสีมา)กรรมการ เซอร์มารี อักแนส บัวทรัพย์ (คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร)กรรมการ ซิสเตอร์จันทนา
- [ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง ครบรอบ 1 ปี แห่งสมณสมัย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14](https://www.cbct.or.th/046-2026/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 046/2026 เรื่อง ครบรอบ 1 ปี แห่งสมณสมัย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 (8 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 – 2026) ตลอดระยะเวลา 1 ปี แห่งสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระศาสนจักรและโลกได้ประจักษ์ถึงจิตตารมณ์แห่ง “ธรรมทูต” ที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม พระองค์ทรงมุ่งเน้นการก้าวออกไปสู่ “พื้นที่ชายขอบ” ทรงดึงความสนใจของโลกไปสู่ชุมชนที่ห่างไกลและยากไร้ เพื่อให้เสียงของกลุ่มคนเปราะบางได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง ทั้งยังทรงสานต่อพันธกิจการดูแลรักษาโลก “บ้านส่วนรวมของเรา” โดยทรงย้ำเตือนว่าเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมที่มนุษยชาติทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ยังทรงเน้นย้ำวิถีแห่ง “พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน” (Synodal Church) เพื่อสร้างชุมชนแห่งการรับฟัง การมีส่วนร่วม และความเป็นหนึ่งเดียวกัน ท่ามกลางความขัดแย้งและการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว พระองค์ทรงทำหน้าที่เป็น “มโนธรรมของสังคม” ทรงกล้าตรัสอย่างตรงไปตรงมาเพื่อเรียกร้องสันติภาพ ในทุกการเสด็จเยือนต่างประเทศ พระองค์ทรงเป็น “ศาสนทูตแห่งสันติ” ที่ย้ำเตือนเราเสมอว่า “ขอสันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลาย ให้เราก้าวเดินไปด้วยกัน ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้าที่ถูกแบ่งแยกด้วยพรมแดน แต่ในฐานะครอบครัวสากลที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยความเป็นมนุษย์” ในวโรกาสอันเป็นมงคลที่ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่
- [สาส์นอภิบาล เรื่อง สันติภาพคือหนทางเดียวของมนุษยชาติ](https://www.cbct.or.th/030-2026/) - สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 030/2026 เรื่อง สันติภาพคือหนทางเดียวของมนุษยชาติ ถึงพี่น้องคริสตชนและผู้มีน้ำใจดีทุกท่าน ท่ามกลางเมฆหมอกของความขัดแย้งและสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก ประชาคมโลกต่างตกอยู่ในความวิตกกังวลถึงผลกระทบที่กัดกินทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ซ้ำเติมผู้ยากไร้ ความแตกแยกในสังคม และบรรยากาศการอยู่ร่วมกันที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง พระศาสนจักรคาทอลิก ขอยืนยันและประณาม “ความร้ายแรงของสงคราม” อย่างถึงที่สุด เพราะสงครามคือ “แส้ที่โบยตีมนุษยชาติ” ทั้งไม่เคยเป็นและไม่มีวันเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศได้เลย สงครามมีแต่จะสร้างความขัดแย้งใหม่ ๆ ที่ซับซ้อนกว่าเดิม และเป็นภัยความรุนแรงที่คุกคามทั้งปัจจุบันและอนาคตของเราทุกคน (ดู ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ข้อ 497-519) สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในสาร State of the World เมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา ทรงเรียกร้องและทรงเตือนสติพวกเราว่า “ความเข้าใจว่าการแสวงหาสันติภาพด้วย ‘อำนาจและอาวุธ’ เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด เพราะสันติภาพที่แท้จริงคือของประทานจากพระเจ้าและระเบียบแห่งความยุติธรรม” ดังนั้น สันติภาพที่ปราศจากอาวุธ (Unarmed Peace) ต้องเริ่มจากการ “วางอาวุธในคำพูด” และ “วางอาวุธในหัวใจ” เพื่อดับไฟแห่งความรุนแรง และพระองค์ทรงย้ำเสมอว่า
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง การจัดพิธีทางศาสนาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ](https://www.cbct.or.th/016-2026/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 016/2026 เรื่อง การจัดพิธีทางศาสนาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระการเสด็จสวรรคตครบ 100 วัน (สตมวาร) ตามที่ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีหนังสือมายังองค์การศาสนา ขอให้มีการจัดพิธีทางศาสนา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระการเสด็จสวรรคตครบ 100 วัน (สตมวาร) ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2026 สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอความร่วมมือวัดคาทอลิกทุกวัด จัดให้มีพิธีบูชาขอบพระคุณหรือวจนพิธีกรรม อุทิศถวายแด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2026 หรือวันอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ สามารถปฏิบัติตามแนวทางของแผนกพิธีกรรม เขตอัครศาสนปกครองกรุงเทพฯ เรื่อง คำแนะนำสำหรับการจัดพิธีกรรมอุทิศแด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ทางการของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [สาส์นอภิบาล เรื่อง แนวทางของคริสตชนกับการใช้สิทธิหน้าที่เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย](https://www.cbct.or.th/015-2026th/) - สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 015/2026 เรื่อง แนวทางของคริสตชนกับการใช้สิทธิหน้าที่เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย พี่น้องคริสตชนที่รักในพระคริสตเจ้า ในวาระสำคัญของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 พระศาสนจักรคาทอลิกร่วมก้าวเดินไปด้วยกัน และเป็นหนึ่งเดียวกับสังคมไทย ยืนยันในจุดยืนที่เป็นอิสระจากพรรคการเมืองใด ๆ อย่างเสมอมา อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจเพิกเฉยต่อบทบาทสำคัญในการเป็น “พลังทางศีลธรรม” และ “มโนธรรมทางสังคม” เพื่อส่งเสริมให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปบนวิถีแห่งความจริงและความยุติธรรม พระศาสนจักรขอเชิญชวนพี่น้องคริสตชนทุกคนให้ตระหนักว่า การเลือกตั้งเป็นพันธกิจทางศีลธรรมเพื่อความดีส่วนรวม การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ใช่เพียงหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เป็นข้อกำหนดด้านศีลธรรมที่พลเมืองต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อส่วนรวม ตามคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก (CCC 2240) พลเมืองมีหน้าที่ทำดีเพื่อสังคมผ่านการเสียภาษี การป้องกันประเทศ และการใช้สิทธิเลือกตั้ง การละเลยไม่ไปใช้สิทธิคือความล้มเหลวในการร่วมรับผิดชอบต่อ “ประโยชน์สุขรวม” (Common Good) ของสังคม โดยการมีส่วนร่วมนี้ไม่ได้หยุดลงที่คูหาเลือกตั้ง แต่รวมถึงการติดตาม ตรวจสอบ และรักษาไว้ซึ่งความจริงทางศีลธรรมในทุกขั้นตอน ซึ่งการงดออกเสียง สามารถกระทำได้ในบางกรณีที่ไม่มีผู้สมัครที่เรายอมรับได้ในด้านศีลธรรม ประชาธิปไตยที่แท้จริงมิได้เป็นเพียงผลลัพธ์ของกฎเกณฑ์ แต่เกิดจากการยอมรับคุณค่าพื้นฐาน คือ ศักดิ์ศรีมนุษย์ สิทธิมนุษยชน และความดีส่วนรวม หากปราศจากคุณธรรมเหล่านี้ ประชาธิปไตยอาจกลายเป็น “เผด็จการแอบแฝง” ที่กดขี่ประชาชนได้ง่าย (ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร
- [สาระสำคัญ - บทสรุป “การเฉลิมฉลองสำหรับประชากรทุกคน”](https://www.cbct.or.th/synod-ep99/) - #การเฉลิมฉลองสำหรับประชากรทุกคน เมื่อบรรดาศิษย์ขึ้นมาบนฝั่ง ก็เห็นถ่านติดไฟลุกอยู่ มีปลาและขนมปังวางอยู่บนไฟ พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “มากินอาหารกันเถิด” ไม่มีศิษย์คนใดกล้าถามว่า “ท่านเป็นใคร” เพราะรู้ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเข้ามาหยิบขนมปังแจกให้เขา แล้วทรงแจกปลาให้เช่นเดียวกัน (ยอห์น 21:9,12-13) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/ #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #การเฉลิมฉลองของประชากรของพระเจ้า #พระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน #พระศาสนจักรคือผู้ร่วมงานเลี้ยงแห่งพระหรรษทาน เรื่องราวการจับปลาอย่างอัศจรรย์ สะท้อนถึงพระเมตตาของพระคริสตเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ทรงเรียกให้บรรดาสานุศิษย์มอบความเชื่อฟัง และร่วมในงานเลี้ยงที่ทรงจัดเตรียมไว้ด้วยพระองค์เอง ทรงเชิญผู้ที่เคยละทิ้งและปฏิเสธพระองค์ ให้กลับมามีส่วนร่วมในโต๊ะอาหารแห่งพระหรรษทาน การกินอาหารร่วมกันเป็นเครื่องหมายแห่งการอภัย เป็นการเยียวยาบาดแผลในอดีต ประทับตราแห่งพระเมตตาอันเป็นนิรันดร์ที่เปิดไปสู่อนาคต พระศาสนจักรจึงมีพันธกิจในการนำข่าวดีนี้ไปสู่โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนยากจน ผู้ถูกทอดทิ้ง และผู้ไร้ความหวัง เป็นพยานถึงการกลับคืนพระชนมชีพ และมีส่วนร่วมในชีวิตใหม่กับพระคริสตเจ้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/ #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #การเฉลิมฉลองของประชากรของพระเจ้า #พระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน #พันธกิจของพระศาสนจักรในฐานะประกาศก พระคริสตเจ้าผู้กลับคืนพระชนม์ทรงทำให้คำพยากรณ์ของอิสยาห์เป็นจริง ผ่านงานเลี้ยงแห่งพระหรรษทานที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคน เป็นเครื่องหมายถึงงานเลี้ยงนิรันดร์ในสวรรค์ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วในปัจจุบัน พันธกิจเร่งด่วนของพระศาสนจักร เริ่มต้นจากการก้าวเดินไปด้วยกัน ในบทบาทของการเป็น "ประกาศกทางสังคม" ที่แสดงให้โลกเห็นถึงเส้นทางใหม่ๆ ของการอยู่ร่วมกัน รับฟัง ร่วมมือ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
- [สาระสำคัญ - ตอนที่ 4 จับปลาได้จำนวนมากมาย”การกลับใจแห่งพันธะร่วมกัน](https://www.cbct.or.th/synod-ep7/) - #จับปลาได้จำนวนมากมาย ตอนที่ 4 จับปลาได้จำนวนมากมาย “การกลับใจแห่งพันธะร่วมกัน” “ศิษย์คนอื่นเข้าฝั่งมากับเรือ ลากแหที่ติดปลาเข้ามาด้วย เพราะอยู่ไม่ห่างจากฝั่งนัก ประมาณหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น ชีมอนเปโตร จึงลงไปในเรือ แล้วลากแหขึ้นฝั่ง มีปลาตัวใหญ่ติดอยู่เต็ม นับได้หนึ่งร้อยห้าสิบสามตัว แต่ทั้ง ๆ ที่ติดปลามากเช่นนั้น แหก็ไม่ขาด” (ยน 21:8.11) บรรดาศิษย์ทุกคนทำงานร่วมกัน ลากแหเข้าฝั่ง แม้จะได้ปลามาก แต่แหก็ไม่ขาด เป็นภาพของพระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน โดยมีเปโตรที่มีบทบาทเฉพาะเป็นผู้นำ ทุกคนมีหน้าที่ของตน แลกเปลี่ยนความแตกต่างแต่ประสานงานกันอย่างกลมกลืน นี่่เป็นภาพของพระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกันที่กำลังกระทำกันอยู่ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพันธกิจแห่งความเป็นเอกภาพที่รวมเราเป็นหนึ่งเดียวกัน มีพื้นที่สำหรับทุกชนชาติและทุกวัฒนธรรม (เทียบ FD 109) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/ #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #จับปลาได้จำนวนมากมาย #พระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน #พระศาสนจักรท้องถิ่น “พระศาสนจักรท้องถิ่น” คือหัวใจของชีวิตพระศาสนจักร เป็นสถานที่ที่สัตบุรุษได้แสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสตเจ้าที่มองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการร่วมเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท มีพระสังฆราชเป็นศูนย์กลางของความเป็นหนึ่งเดียวกัน พระศาสนจักรแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ และการบริหารจัดการของตนเองแต่ก็ยังคงเชื่อมโยงกันกับพระศาสนจักรอื่น ๆ ในความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักรสากล “พระศาสนจักร” ได้รับเรียกให้สร้างชีวิตชุมชนที่เป็นรูปธรรมขึ้นใหม่ ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างเท่านั้น แต่ยังต้องการ “ความคิดสร้างสรรค์อย่างธรรมทูต”
- [สาระสำคัญ - ตอนที่ 3 เหวี่ยงแห “การกลับใจแห่งกระบวนการ”](https://www.cbct.or.th/synod-ep6/) - #จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาสิ” ตอนที่ 3 เหวี่ยงแห “การกลับใจแห่งกระบวนการ” “จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาสิ แล้วจะได้ปลา” บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป แต่ดึงขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาเป็นจำนวนมาก (ยน.21.5-6) เมื่อการจับปลาไม่ได้ผล ระหว่างการเดินทางก้าวไปด้วยกันนี้ เราจึงต้องพยายามเปิดใจรับฟังเสียงของพระเจ้าให้มากขึ้น อาศัยกระบวนการของการตัดสินใจการไตร่ตรองแยกแยะภายใต้การรับฟังที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความไว้วางใจและรับผิดชอบร่วมกัน #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส #กระบวนการตัดสินใจมุ่งสู่พันธกิจ "กระบวนการตัดสินใจ” ต้องการการไตร่ตรองแยกแยะของพระศาสนจักร ซึ่งต้องอาศัยการรับฟังในบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ มีความโปร่งใสและต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้น ในระหว่างผู้ที่ทำหน้าที่อภิบาลในพระศาสนจักรและชุมชนคริสตชนฆราวาส นอกจากจะต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จำเป็นต้องมีการอบรมศึกษาเทววิทยา พระคัมภีร์ และชีวิตฝ่ายจิต เพื่อมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ โดยมีพื้นฐานมาจากการไตร่ตรองแยกแยะของพระศาสนจักร ในการเป็นพยานถึงพันธกิจความศักดิ์สิทธิ์และการรับใช้ (เทียบ FD 80) #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส #การไตร่ตรองแยะแยะของพระศาสนจักร การไตร่ตรองแยกแยะนี้เป็นของประทานที่พระเจ้ามอบให้แก่ผู้รับศีลล้างบาปทุกคน ผ่านจิตสำนึกทางความเชื่อ โดยอาศัยปรีชาญาณแห่งพระวรสาร และการทรงนำของพระจิตเจ้า เพื่อกำหนดทิศทางของพันธกิจและเสริมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน เกิดแนวคิดและปรับทิศทางขึ้นใหม่ให้พันธกิจของพระศาสนจักรคือการเป็นธรรมทูตที่ก้าวเดินไปด้วยกัน การไตร่ตรองแยกแยะนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือขององค์กร แต่เป็นการปฏิบัติฝ่ายจิตโดยมีรากฐานจากความเชื่อที่มีชีวิต อาศัยการภาวนา ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความไว้วางใจ และการเปิดใจต่อพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การรวมความคิดเห็นส่วนตัวของบางกลุ่ม แต่คือการพยายามรับรู้และตระหนักว่า
- [สาส์นอำนวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ คริสตศักราช 2026 และสาส์นอภิบาลประจำปีคริสตศักราช 2026](https://www.cbct.or.th/001-2026/) - สาส์นอำนวยพรสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ คริสตศักราช 2026 และสาส์นอภิบาลประจำปีคริสตศักราช 2026 ที่ สสท. 001/2026 “สู่เส้นทางของการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักรไทย (ซีนอด) 2025-2028 พี่น้องคริสตชนที่รักในพระคริสตเจ้า ปีที่ผ่านมา ดังเช่นเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ได้นำความโศกเศร้าแก่คริสตชนทั่วโลก แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เราได้รำลึกถึงแบบอย่างที่พระองค์ทรงมอบไว้ ความเมตตาที่เข้าถึงจิตใจผู้คน ความซื่อสัตย์ต่อพันธกิจ และจิตตารมณ์แห่งการออกไปพบผู้ที่อยู่ชายขอบ ภาพแห่งความปลื้มปีติเมื่อครั้งพระองค์เสด็จเยือนประเทศไทยในปีคริสตศักราช 2019 ยังคงเป็นแสงเรืองรองแห่งความหวังในความทรงจำของเรา พร้อมกับการสถาปนา สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้ทรงเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังใหม่สำหรับพระศาสนจักรสากล ที่จะทรงนำเราก้าวเดินต่อไปด้วยความกล้าหาญและความชื่นชมยินดีในพระวรสาร สานต่อสิ่งที่องค์สมเด็จพระสันตะปาปาในอดีตได้มอบไว้ ก่อนช่วงเวลาสิ้นปีที่ผ่านมา เรายังได้ร่วมใจระลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญของชาติบ้านเมือง เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต นำมาซึ่งความอาลัยอย่างใหญ่หลวงมายังปวงประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงคริสตชนไทยที่ร่วมถวายคำภาวนาด้วยความเคารพรักและกตัญญู ความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างพระองค์กับพระศาสนจักรไทยเป็นมรดกทางจิตวิญญาณที่เราระลึกถึงด้วยจิตวิญญาณอันลึกซึ้งเสมอมา ในเวลาเดียวกัน อุทกภัยรุนแรงในหลายแห่งในประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ได้สร้างความยากลำบากแก่พี่น้อง และการสูญเสียจำนวนมาก รวมถึงพี่น้องคริสตชน วัด และโรงเรียนต่าง ๆ แต่เหตุการณ์นี้ได้เผยให้เราเห็นถึง “ความเชื่อที่มีชีวิต” ความเชื่อที่ไม่หยุดอยู่เพียงถ้อยคำ แต่แปรเปลี่ยนเป็นการกระทำที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา
- [สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย โอกาสสมโภชพระคริสตสมภพ คริสตศักราช 2025 ที่ สสท. 206/2025](https://www.cbct.or.th/206-2025/) - สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย โอกาสสมโภชพระคริสตสมภพ คริสตศักราช 2025 ที่ สสท. 206/2025 คริสตชนไทย “ก้าวเดินไปด้วยกัน จาริกด้วยความหวัง สู่สันติภาพและภราดรภาพบนแผ่นดิน” ถึง บรรดาบาทหลวง นักบวช และพี่น้องคริสตชนที่รักในพระคริสตเจ้าทุกท่าน ท่ามกลางแสงสว่างแห่งดวงดาวและบทเพลงแห่งทูตสวรรค์ที่ขับขานว่า “สันติสุขจงมีแก่โลก” เราต่างร่วมใจกันเฉลิมฉลองการบังเกิดของพระกุมารเยซู ผู้ทรงเป็น “เจ้าแห่งสันติ” (อสย. 9:5) ในห้วงเวลาส่งท้ายปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope) แม้ช่วงเวลาของปีศักดิ์สิทธิ์ตามปฏิทินกำลังจะสิ้นสุดลง แต่การจาริกบนโลกใบนี้ด้วย “ความหวัง” สำหรับเราคริสตชนนั้น ยังมิได้จบสิ้น หากแต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ในทุกๆ วัน ที่เราจะก้าวเดินไปด้วยกันโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “พระอาณาจักรของพระเจ้า” อาณาจักรแห่งความชอบธรรม สันติ และความชื่นชมยินดีในพระจิตเจ้า (รม. 14:7) ในโอกาสพระคริสตสมภพปีนี้ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านดำเนินชีวิตด้วยความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความหวังในสันติภาพ” ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดและความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอีกครั้งตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เราตระหนักดีถึงความกังวลใจของพี่น้องทุกคน และภาพของผู้บริสุทธิ์นับแสนคนที่ต้องอพยพละทิ้งบ้านเรือนจากภาวะการสู้รบ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ได้ทรงแสดงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง
- [ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา](https://www.cbct.or.th/205-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 205/2025 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บรรดาพระคุณเจ้า อธิการคณะนักบวชชาย-หญิง และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน การปะทะรอบที่สองระหว่างกองกำลังไทย–กัมพูชา ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 2025 ในชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ได้ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง จากเสียงปืนเล็กสู่การใช้อาวุธหนักในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนใน 7 จังหวัด ตั้งแต่ภาคอีสานใต้ถึงจังหวัดตราด รวมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ประชาชนกว่า 2.5 แสนคน ต้องอพยพไปพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่า 900 แห่ง ขณะที่สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและไม่ปรากฏสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน พระศาสนจักรท้องถิ่นโดยฝ่ายสังคม (คาริตัส) ในเขตศาสนปกครองอุบลราชธานี เขตศาสนปกครองนครราชสีมา และเขตศาสนปกครองจันทบุรี กำลังดำเนินงานให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนตามกำลัง เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อต่อองค์พระคริสตเจ้า สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกเขตศาสนปกครอง คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน องค์กรคาทอลิก และพี่น้องคริสตชนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลาย ได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องของเราที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบาก “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา....” (มธ. 25:40) ดังนั้น
- [สาส์นอภิบาล เรื่อง ร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับพี่น้องผู้ประสบมหาอุทกภัยภาคใต้](https://www.cbct.or.th/201-2025/) - สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 201/2025 เรื่อง ร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับพี่น้องผู้ประสบมหาอุทกภัยภาคใต้ พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้าทุกท่าน ในระยะเวลาที่ผ่านมา พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้ประสบเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อชีวิต ทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทั้งยังต้องเผชิญกับสภาวะยากลำบากในระยะฟื้นฟูภายหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทยขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับพี่น้องผู้ประสบภัยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต ขอวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระทัยดีทรงรับดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไว้ในอ้อมพระหัตถ์อันทรงเมตตาของพระองค์ พร้อมประทานความปลอบโยน ความเข้มแข็ง และกำลังใจแด่ผู้ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมกันนี้ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับเขตมิสซังสุราษฎร์ธานี ในการสนับสนุนและให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลังในการประกอบภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งในด้านการบรรเทาทุกข์ การเยียวยา และการฟื้นฟูในสิ่งที่จำเป็น ตลอดจนประสานความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรได้ย้ำเตือนเราให้ดำเนินชีวิตตามหลักการแห่ง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และ “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ซึ่งเรียกร้องให้เรายืนหยัดเคียงข้างผู้ที่เปราะบางและเดือดร้อน หลักการ “การเอื้ออาทรต่อผู้ยากไร้ก่อน” ยิ่งกระตุ้นให้เรามุ่งช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในยามยากลำบากเช่นนี้ เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงความรักและความเมตตาของพระเจ้าในโลกปัจจุบัน ในโอกาสนี้ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนพี่น้องคริสตชนร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อ ความหวัง และความรัก ด้วยการสนับสนุนการดำเนินงานของเขตมิสซังสุราษฎร์ธานีตามกำลังความสามารถด้วยการบริจาคปัจจัยหรือสิ่งของที่จำเป็น การร่วมแรงร่วมใจในรูปแบบจิตอาสา และการภาวนาอย่างสม่ำเสมอเพื่อผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายที่เสียสละเพื่อส่วนรวม ดังพระวาจาของพระเจ้าที่ว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา....” (มธ. 25:40) ขอพระเป็นเจ้าทรงโปรดประทานสันติภาพ ความหวัง
- [พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันด้วยวัฒนธรรมซีนอด](https://www.cbct.or.th/synod-ep1/) - พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยวัฒนธรรมซีนอด พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน คือพระศาสนจักรที่พร้อมจะรับฟัง ก้าวเดินและเติบโตไปด้วยกัน ในความหลากหลายของพระพรที่เรามี พระจิตเจ้าเป็นผู้รวมเราให้เป็นหนึ่งเดียว เราเรียกสิ่งนี้ว่า “วัฒนธรรมซีนอด” (Synodality) ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตในพระศาสนจักร โดยมี ความเป็นหนึ่งเดียวกัน การมีส่วนร่วม และ พันธกิจการประกาศข่าวดี เป็นหัวใจสำคัญ #วัฒนธรรมซีนอด #พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยวัฒนธรรมซีนอด หัวใจสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน (Communion) การมีส่วนร่วม (Participation) และพันธกิจ (Mission) : ความเป็นหนึ่งเดียวกัน : พระศาสนจักรคือประชากรของพระเจ้า ที่แม้จะหลากหลาย แต่เชื่อมโยงกันด้วยความรักและความเชื่อ เราถูกเรียกให้ฟังกัน ยอมรับกัน และร่วมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสต์ การมีส่วนร่วม : ทุกคนมีหน้าที่ ทุกเสียงมีคุณค่า ไม่ใช่แค่พระสงฆ์นักบวชเท่านั้นที่มีเสียง แต่ทุกคนในพระศาสนจักร ฆราวาส เยาวชน ผู้สูงวัย ผู้ชาย ผู้หญิง ล้วนมีคุณค่าและสิทธิในการมีส่วนร่วม ทั้งในคำปรึกษา การตัดสินใจ และการลงมือปฏิบัติ
- [สู่ "ระยะภาคปฏิบัติ" ของกระบวนการซีนอด](https://www.cbct.or.th/synod-ep2/) - ทำไมเราต้องก้าวเดินไปด้วยกัน? เป้าหมายหลักของระยะภาคปฏิบัติ เรากำลังจะสร้าง “วัฒนธรรมซีนอด” อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายหลัก ใครบ้างที่มีบทบาทสำคัญ? เริ่มต้นสู่ภาคปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จากการไตร่ตรอง สู่พันธกิจ สิ่งที่พระศาสนจักรท้องถิ่นสามารถทำได้ คือ
- [มาทำความรู้จักกับเอกสารสรุปซีนอด..](https://www.cbct.or.th/synod-ep3/) - ทำไมคริสตชนต้องอ่านเอกสารสรุปซีนอด? มาทำความรู้จักกับ #FinalDocument – FD เอกสารสรุปซีนอด 2021-2024 มาทำความรู้จักกับเอกสารสรุปซีนอด 2021 - 2024 เอกสารสรุปซีนอด แบ่งเป็น 5 ตอน ได้แก่ 1. “หัวใจของการก้าวเดินไปด้วยกัน” สรุปหลักการ และทำความเข้าใจร่วมกันกับงานอภิบาล และพันธกิจที่ผ่านมา 2. “บนเรือที่เราอยู่ร่วมกัน” สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ในบทบาทที่แตกต่างกัน และความหลากหลายในพระพรที่มีส่วนร่วมในพันธกิจเดียวกัน 3. “เหวี่ยงแห” ไตร่ตรองแยกแยะ มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ตรวจสอบ ประเมินผล เพื่อช่วยพระศาสนจักรท้องถิ่นในการเรียนรู้ประสบการณ์ ปรับแผนงาน และริเริ่มเส้นทางของธรรมทูตแห่งการเปลี่ยนแปลง 4. “จับปลาได้จำนวนมากมาย” แลกเปลี่ยนพระพร และฟื้นฟูความผูกพันที่รวมเราเป็นหนึ่งเดียวกัน 5. “ดังนั้น เราจึงส่งท่านไป” อบรมคริสตชนสู่การเป็นธรรมทูตที่พร้อมจะก้าวเดินต่อไป โดยได้รับความเชื่อมั่นจากความหวังนี้ที่ “ไม่ทำให้เราผิดหวัง” (รม.5:5) #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #หัวใจของการก้าวเดินไปด้วยกัน #ถูกเรียกให้กลับใจโดยองค์พระจิตเจ้า #บนเรือที่เราอยู่ด้วยกัน #การกลับใจแห่งความสัมพันธ์ #เหวี่ยงแห #การกลับใจแห่งกระบวนการ #จับปลาได้จำนวนมากมากมาย
- [สาระสำคัญ - ตอนที่ 1 หัวใจของการก้าวเดินไปด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/synod-ep4/) - #เราคริสตชนเป็นพระศาสนจักรเป็นประชากรของพระเจ้า #ศีลศักดิ์สิทธิ์ทำให้เราคริสตชนเป็นหนึ่งเดียวกัน #เราคริสตชนก้าวเดินไปด้วยกัน #ความหมายและมิติของการก้าวเดินไปด้วยกัน #พระนางมารีย์ต้นแบบของเราคริสตชน “แม่พระ” พระมารดาของพระคริสตเจ้า ทรงเป็นแบบอย่างของพระศาสนจักรที่รับฟัง ที่เป็นธรรมทูต ที่มีความเมตตา จากแบบอย่างของแม่พระ เราคริสตชนเรียนรู้ที่จะฟังกันและกันอย่างใส่ใจ เปิดใจฟังพระประสงค์ของพระเจ้า นบนอบเชื่อฟังพระวาจาของพระเจ้า พร้อมที่จะรับฟังความต้องการของผู้ยากไร้ และออกไปเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ (เทียบ FD 29) #FinalDocument#เอกสารสรุปซีนอด การก้าวเดินไปด้วยกันและพันธกิจ เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด “พันธกิจ” ทำให้ “การก้าวเดินไปด้วยกัน” มีความหมาย “การก้าวเดินไปด้วยกัน” ช่วยกระตุ้นให้ “พันธกิจ” เป็นจริง #บทบาทหลักของผู้อภิบาล ผู้อภิบาลในพระศาสนจักรคาทอลิกมีหน้าที่หลัก ดังนี้ #เริ่มต้นที่ครอบครัวที่เป็นพระศาสนจักรขนาดเล็ก #แตกต่างแต่ไม่แตกแยก #คริสตชนต้องฟังเสียงของพระจิต การเดินทางของ "ชีวิตฝ่ายจิต" ในบริบทของการเดินไปด้วยกันในพระศาสนจักร เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องมาจากภายในจิตใจ คริสตชนต้องเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของพระจิตเจ้าที่พูดผ่านทุกคนและในทุกสิ่ง แยกแยะ ไตร่ตรอง และเปิดใจให้พระจิตเจ้าทรงนำทาง อาศัยการภาวนาด้วยท่าทีที่เปิดกว้าง ถ่อมตน อดทน และเต็มใจที่จะให้และรับการอภัย (เทียบ FD 44-45) #FinalDocument#เอกสารสรุปซีนอด #คริสตชนประกาศกในโลกปัจจุบัน การก้าวเดินไปด้วยกันในโลกปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมกัน
- [สาระสำคัญ - ตอนที่ 2 บนเรือที่เราอยู่ด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/synod-ep5/) - #เราจะไปกับท่านด้วยบนเรือลำเดียวกัน ตอนที่ 2 บนเรือที่เราอยู่ด้วยกัน ...ศิษย์บางคนอยู่พร้อมกันที่นั่น คือซีโมนเปโตร กับโทมัสที่เรียกกันว่า “ฝาแฝด” นาธานาเอล ซึ่งมาจากหมู่บ้านคานาในแคว้นกาลิลี บุตรทั้งสองคนของเศเบดีและศิษย์อีกสองคน ซีโมนเปโตรบอกคนอื่นว่า “ข้าพเจ้าจะไปจับปลา” ศิษย์คนอื่นตอบว่า “พวกเราจะไปกับท่านด้วย”… (ยน.21.2-3) ในพระศาสนจักรแห่งการเป็นธรรมทูต เราคริสตชนฆราวาสได้ยินคำเชื้อเชิญนี้ จากสมเด็จพระสันตะปาปา ผู้สืบทอดจากนักบุญเปโตร พวกเราได้ตอบรับ ออกเดินทางไปพร้อมกับท่าน ภาวนา ไตร่ตรอง พยายาม และเสวนาร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด2021-2024 #บนเรือที่เราอยู่ด้วยกัน #คริสตชนฆราวาส #ฆราวาสผู้มีพันธกิจเป็นผู้ร่วมงาน ในกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) พระศาสนจักรตระหนักว่าพระจิตเจ้าทรงทำงานผ่านทุกคน ไม่ใช่เพียงผ่านผู้นำหรือพระสงฆ์เท่านั้น แต่รวมถึงฆราวาสทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป คือประชากรของพระเจ้าในพระศาสนจักร ซึ่งกำลังเดินทางไปด้วยกันภายใต้การนำของพระจิตเจ้า ฆราวาสผู้มีพันธกิจ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้ช่วย แต่เป็นผู้ร่วมงานของพระศาสนจักร หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เอกสารนี้เน้นย้ำคือ บทบาทของคริสตชนฆราวาส ในพระศาสนจักร หลายครั้งที่ผ่านมา ฆราวาสถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ช่วยในกิจกรรมทางศาสนาหรือเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของพระสงฆ์ แต่แท้จริงแล้ว ศีลล้างบาปทำให้ฆราวาสมีส่วนโดยตรงในพันธกิจของพระศาสนจักร ทุกคนมีเสียงและบทบาทในการประกาศพระวรสาร และร่วมการเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของชุมชน #FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด2021-2024 #บนเรือที่เราอยู่ด้วยกัน #คริสตชนฆราวาส #ความสัมพันธ์ที่ดีเกิดจากการใส่ใจ
- [การประชุมและเฉลิมฉลองในปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 Jubilee & Synodal Teams & Participatory Bodies](https://www.cbct.or.th/jubilee-synodal-teams-participatory-bodies/) - วันที่ 24-26 ตุลาคม 2025 คณะกรรมการดำเนินงานซีนอดแห่งประเทศไทย 7 ท่าน พระสงฆ์ 3 ท่าน นักบวช 1ท่าน และฆราวาสสตรี 3 ท่าน เข้าร่วมการประชุมและเฉลิมฉลองในปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 Jubilee & Synodal Teams & Participatory Bodies ในงานนี้วันแรกมีการพบปะกันระหว่างทีมผู้ดำเนินงานซีนอดจากประเทศต่างๆ จากทุกทวีป มีการรายงานและถามเรื่องการดำเนินงานซีนอดของทวีปต่างๆกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่14 พระองค์ทรงให้ความสนใจและให้กำลังใจคณะทำงานทุกท่านให้ฝากทุกอย่างไว้ในการทรงนำของพระจิตเจ้า วันที่ 2 เริ่มด้วยการขอพรปีศักดิ์สิทธิ์ด้วยการเดินจาริกผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์มหาวิหารนักบุญเปโตรร่วมกัน ช่วงบ่ายเริ่มด้วยการประชุมกลุ่มสัมมนาแบ่งปันกันในระหว่างคณะทีมงานซีนอดแต่ละประเทศและเข้ากลุ่มตามหัวข้อworkshop และseminar ที่ผู้เข้าร่วมได้เลือกตามความสนใจ ☢️ปิดท้ายวันที่ 3 ด้วยการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ด้วยพิธีบูชาขอบพระคุณในปีศักดิ์สิทธิ์ของคณะทำงานซีนอดทุกท่านโดย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่14 เป็นประธานในพิธี
- [คำแนะนำสำหรับการจัดพิธีกรรมอุทิศแด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง](https://www.cbct.or.th/176-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยที่ สสท. 176/2025เรื่อง การจัดพิธีทางศาสนาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามที่ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีหนังสือมายังองค์การศาสนา ขอให้มีการจัดพิธีทางศาสนาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอให้วัดคาทอลิกทุกวัด จัดพิธีเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามกำหนดเวลา ดังนี้ • ในวาระสวรรคตครบ 7 วัน (สัตตมวาร) ในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2025 • ในวาระสวรรคตครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 • ในวาระสวรรคตครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) ในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 2025 ทั้งนี้ สามารถปฏิบัติตามแนวทางของแผนกพิธีกรรม เขตอัครศาสนปกครองกรุงเทพฯ เรื่อง คำแนะนำสำหรับการจัดพิธีกรรมอุทิศแด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย](https://www.cbct.or.th/175-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 175/2025 เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย พี่น้องคริสตชนไทยที่รักในพระคริสตเจ้า ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2025 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา นั้น สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสต์ศาสนิกชนชาวไทย ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างแห่งความรัก ความเมตตา ความเข้มแข็ง และทรงอุทิศกำลังพระวรกายและพระราชหฤทัยด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อความผาสุกของสังคม ประเทศชาติ และพสกนิกรชาวไทยทั้งมวล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทำนุบำรุงและอุปถัมภ์กิจการของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทยด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนนครรัฐวาติกันอย่างเป็นทางการ และได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นที่
- [ประชุมสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025](https://www.cbct.or.th/20250917-2/) - ประชุมสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 ในวันพุธที่ 17 ถึงวันศุกร์ที่ 19 กันยายน ค.ศ.2025 ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล "บ้านผู้หว่าน" สามพราน วันพุธที่ 17 กันยายน ค.ศ.2025 พิธีบูชาขอบพระคุณเปิดการประชุม โดย พระอัครสังฆราช วีระ อาภรณ์รัตน์ วาระที่ 1 พระสมณทูตกล่าวปราศรัยและการพูดคุยระหว่างพระสมณทูตและบรรดาพระสังฆราช หลังการประชุมในช่วงเช้า มีพิธีคำนับพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู (ล่วงหน้า) ในโอกาสฉลองศาสนนาม และยังมีพิธีต้อนรับคุณพ่อฟร็องซัว-ซาเวียร์ โกแล็ง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเลขานุการของสถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทยอีกด้วย วาระที่ 2 รายงานของคณะกรรมการดำเนินงานสภาพระสังฆราชฯ วาระของประธานสภาพระสังฆราชฯ วาระของเลขาธิการสภาพระสังฆราชฯ วาระของเหรัญญิกสภาพระสังฆราชฯ วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน ค.ศ.2025 ทำวัตรเช้าและพิธีบูชาขอบพระคุณ โดย พระสังฆราช บุญเลิศ พรหมเสนา วาระที่ 3 นำเสนอการปรับข้อกำหนด Particular Norm for
- [ประชุมกรรมาธิการฝ่ายสภาพระสังฆราชฯ ครั้งที่ 2/2025](https://www.cbct.or.th/20250807-08/) - ประชุมกรรมาธิการฝ่ายสภาพระสังฆราชฯ ครั้งที่ 2/2025 วันที่ 7-8 สิงหาคม 2025 ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล "บ้านผู้หว่าน" สามพราน วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม ค.ศ.2025 - การดำเนินงานซีนอดในภาคปฏิบัติ (คุณพ่อภฤศ ทิพย์ทอง) - Workshop การวางแผนงานซีนอด (คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด) ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในด้านต่างๆ (อุปสังฆราช 11 สังฆมณฑล) - ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ชีนอดระดับสังฆมณฑล ตามแนวทางของสภาพระสังฆราชฯ พร้อมข้อเสนอแนะเพื่อการดำเนินงานร่วมกัน - ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน แผนงานของปีศักดิ์สิทธิ์ของระดับสังฆณฑล - ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน แผนงานรักษ์โลกของระดับสังฆมณฑล วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.2025 - รายงานกรรมาธิการ 4 ฝ่าย (กรรมาธิการฝ่ายสังคม, กรรมาธิการฝ่ายการศึกษาและธรรมทูต, กรรมาธิการฝ่ายอภิบาลคริสตชน และกรรมาธิการฝ่ายสื่อสารมวลชน) - หลักสูตรพัฒนาผู้นำฆราวาส และโครงการจาริกแสวงบุญส่งเสริมความศรัทธาของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส (ดร.ประทีป
- [Address from CBCT - Call for United Prayer for Peace along the Thai-Cambodian Border](https://www.cbct.or.th/cbct141-2025-thai-cambodia-border-conflict/) - Address from the Catholic Bishops’ Conference of Thailand CBCT 141/2025 Call for United Prayer for Peace along the Thai-Cambodian Border The Catholic Bishops’ Conference of Thailand expresses its deepest concern regarding the escalating tensions and violence along the border between Thailand and Cambodia. Grounded in its faith that upholds the sanctity of human life, the
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง เชิญชวนคริสตชนร่วมใจกันอธิษฐานภาวนาเพื่อสันติภาพตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา](https://www.cbct.or.th/cbct141-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 141/2025 เรื่อง เชิญชวนคริสตชนร่วมใจกันอธิษฐานภาวนา เพื่อสันติภาพตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดและความรุนแรงตามแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา พระศาสนจักรคาทอลิกหยั่งรากลึกในความเชื่อที่เคารพในความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตมนุษย์ จึงขอวิงวอนให้ยึดมั่นในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องคุ้มครอง และไม่ทำร้ายพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุเสมอ แม้ในช่วงเวลาแห่งสงครามเพราะผลลัพธ์ที่น่าเศร้าที่สุดของความรุนแรง คือ ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน กลายเป็นเหยื่อที่เผชิญกับการพลัดถิ่น การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และภัยคุกคามจากความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พระศาสนจักรตระหนักดีว่าความขัดแย้งตามแนวชายแดนในปัจจุบัน ฝังลึกอยู่ในความซับซ้อนทางประวัติศาสตร์ มักถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และหลายครั้งถูกบิดเบือนเพื่อปลุกปั่นความรู้สึกชาตินิยม เบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากปัญหาภายในประเทศ และตอบสนองวาระของนักการเมืองบางกลุ่มพระศาสนจักรจึงขอย้ำเตือนถึงอันตรายของแนวคิดชาตินิยมสุดโต่งที่อาจนำไปสู่การแบ่งแยกและความขัดแย้งรุนแรง ที่ไม่ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขัดขวางความพยายามที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน พระศาสนจักรจึงขอวิงวอนด้วยจิตตารมณ์ของความเป็นภราดรภาพ เรียกร้องให้เกิดการเสวนากันอย่างจริงใจ ด้วยการเพิ่มความพยายามทางการทูต และช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างกัน เพื่อค้นหาทางออกที่ยุติธรรม เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และแสวงหาหนทางร่วมกันสู่สันติภาพที่ยั่งยืน และการปรองดองกันอย่างแท้จริง โอกาสนี้ ขอเชิญชวนคริสตชนทุกคน ร่วมกันอธิษฐานภาวนาเพื่อสันติภาพด้วยการถวายบูชาขอบพระคุณ การเฝ้าศีลมหาสนิท และการสวดสายประคำ ในวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าร่วมกับพระนางมารีย์ ราชินีแห่งสันติภาพ วอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า ทรงบรรเทาความทุกข์ยากต่อผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง คณะกรรมการดำเนินงานซีนอด](https://www.cbct.or.th/106-2025/) - ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 106/2025 เรื่อง คณะกรรมการดำเนินงานซีนอด จากการที่สำนักเลขาธิการใหญ่ซีนอดของสันตะสำนัก (The Secretariate of Synod) มีแนวทางเพื่อการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักร ด้วยการ “ร่วมเดินเคียงข้าง” กับพระศาสนจักรท้องถิ่น จึงได้ขอให้สภาพระสังฆราชฯ ในแต่ละประเทศ ตั้งคณะทำงานซีนอด เพื่อร่วมเดินทางในการก้าวเดินไปด้วยกันกับพระศาสนจักรสากล โดยมีกรอบเวลาทำงานตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2025 ถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2028 ดังนั้น เพื่อการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย และพระศาสนจักรสากล สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานซีนอด โดยมีระยะเวลาทำงาน ตั้งแต่วันที่แต่งตั้ง (26 พฤษภาคม ค.ศ. 2025) จนถึงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2028 ดังรายนามต่อไปนี้ พระอัครสังฆราช อันตน วีระเดช ใจเสรี ประธานคณะกรรมการดำเนินงานซีนอด พระสังฆราช ยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย รองประธาน คุณพ่อไพรัช ศรีประเสริฐ กรรมการ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาพระสังฆราชฯ กรรมาธิการฝ่ายสังคม
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง ขอโมทนาคุณพระเจ้าและร่วมใจกันภาวนาสำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่](https://www.cbct.or.th/093-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 093/2025 เรื่อง ขอโมทนาคุณพระเจ้าและร่วมใจกันภาวนาสำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ พี่น้องคริสตชนไทยที่รักในพระคริสตเจ้า สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอโมทนาพระคุณพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดียิ่ง เมื่อที่ประชุมคณะพระคาร์ดินัลเพื่อเลือกตั้งพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ (Conclave) ได้เลือก พระคาร์ดินัลโรเบิร์ต ฟรังซิส เพรโวสต์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสันตะปาปา ลำดับที่ 267 แห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 เวลา 19.12 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 00.12 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 ตามเวลาในประเทศไทย) ทรงพระนามในพระสมณสมัยว่า “สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14” (His Holiness Pope Leo XIV) สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 มีพระนามเดิมว่า พระคาร์ดินัล โรเบิร์ต ฟรังซิส เพรโวสต์ ประสูติเมื่อวันที่ 14
- [เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก](https://www.cbct.or.th/20250508-2/) - วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.2025 สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย โดยมีอาร์ชบิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงฯ และอาร์ชบิชอป ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อกราบถวายพระพรเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๘ พร้อมกันนี้ ขอถวายมุทิตาสำนึกในพระเมตตาที่ได้โปรดประทานสังเวชนียธรรมแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ในวาระที่ทรงสิ้นพระชนม์
- [ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส](https://www.cbct.or.th/051-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 051/2025 เรื่อง การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พี่น้องคริสตชนไทยที่เคารพรักยิ่ง สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้รับทราบด้วยความโทมนัสยิ่ง ตามประกาศของพระคาร์ดินัล เควิน โจเซฟ ฟาร์เรล (Cardinal Kevin Joseph Ferrel) ผู้ดำรงตำแหน่งคาเมอร์เลงโก (Camerlengo) แห่งพระศาสนจักรคาทอลิก เรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสพระประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งได้เสด็จกลับคืนสู่บ้านของพระบิดาเจ้าสวรรค์ เมื่อเวลา07.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 12.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ของวันจันทร์ในอัฐมวารปัสกา 21 เมษายน ค.ศ. 2025 ณ บ้านพักซานตามาร์ธา นครรัฐวาติกัน สิริพระชนมายุ 88 พรรษา ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี แห่งสมณสมัย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงเป็นแบบอย่างอันประเสริฐยิ่ง ของการเป็นศิษย์พระคริสต์ที่ซื่อสัตย์และเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงนำพระศาสนจักรด้วยจิตตารมณ์แห่งความถ่อมตน ความกล้าหาญ และการอุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ ผู้เปราะบาง และผู้ถูกหลงลืมในสังคม ทรงส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา การรักษ์โลก และการสร้างสันติภาพในระดับนานาชาติ
- [22.04.2025 พิธีบูชาขอบพระคุณ แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส](https://www.cbct.or.th/20250422-3/) - พิธีบูชาขอบพระคุณ แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โดย อาร์คบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองกรุงเทพฯ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย วันอังคารที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2025 เวลา 19.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ภาพข่าว : สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [23.04.2025 พิธีบูชาขอบพระคุณ แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส](https://www.cbct.or.th/23-04-2025/) - ประมวลภาพพิธีบูชาขอบพระคุณ แด่ดวงพระวิญญาณสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โดย บิชอป เปาโล ไตรรงค์ มุลตรี ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองสุราษฎร์ธานี วันพุธที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2025 เวลา 19.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ภาพข่าว : สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [24.04.2025 พิธีบูชาขอบพระคุณ แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส](https://www.cbct.or.th/24-04-2025/) - พิธีบูชาขอบพระคุณ แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โดย บิชอป ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองนครราชสีมา เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2025 เวลา 19.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ภาพข่าว : สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย .
- [การแถลงข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส](https://www.cbct.or.th/20250422-2/) - การแถลงข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส วันอังคารที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2025 เวลา 17.30 น. ณ ห้องรับรอง สำนักมิสซังโรมันคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ บางรัก อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ อ่านประกาศ ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ภาพข่าว : สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยยื่นหนังสือขอคัดค้าน ร่าง พรบ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร](https://www.cbct.or.th/20250409-2/) - สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดย อาร์ชบิชอป วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย, บิชอป ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย, บาทหลวง สุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงฯ และ บาทหลวง อนุชา ไชยเดช ผู้ช่วยเลขาธิการสภาฯ ฝ่ายสื่อสารสังคม และคณะ เข้าพบเพื่อยื่นหนังสือคัดค้าน ร่าง พรบ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต่อนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รักษาการประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายรังสิมันต์ โรม ผู้แทนผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและรวมทั้ง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา โดยคำแถลงการณ์ มีดังต่อไปนี้ เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา พระศาสนจักรคาทอลิก มีพันธกิจในการเป็นครูสอนศีลธรรมแก่มนุษยชาติ มีหน้าที่ประกาศหลักการด้านศีลธรรม และเกี่ยวกับระเบียบสังคมทุกเวลาและสถานที่ ด้วยการสั่งสอน อบรม เพื่อประโยชน์ของการดำรงชีวิตอันดีงามของสังคมที่มุ่งไปสู่การพัฒนามนุษย์ทั้งครบ และจากการที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงบทบาทในการปกป้องประชาชน ด้วยการออกกฏหมายที่ชอบธรรม เป็นกฏหมายที่สอดคล้องกับศักดิ์ศรีของบุคคลมนุษย์และเป็นไปตามเหตุผลที่ถูกต้อง สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [แถลงการณ์เรื่อง ขอคัดค้าน (ร่าง) พระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….](https://www.cbct.or.th/046-2025/) - แถลงการณ์สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 046/2025 เรื่อง ขอคัดค้าน (ร่าง) พระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... “คนที่อยากรวยก็ตกเป็นเหยื่อของการถูกผจญ ติดกับดัก และตกลงไปในตัณหาชั่วร้ายโง่เขลามากมาย ซึ่งทำให้มนุษย์จมลงสู่ความพินาศย่อยยับ ความรักในเงินตรา เป็นรากเหง้าของความชั่วร้ายทุกประการ บางคนเมื่อแสวงหาแต่เงินก็พลัดหลงในความเชื่อและเป็นเหตุให้ตนเองได้รับความทุกข์เป็นอันมาก” (1ทิโมธี 6:9-10) พระศาสนจักรคาทอลิก มีพันธกิจในการเป็นครูสอนศีลธรรมแก่มนุษยชาติ มีหน้าที่ประกาศหลักการด้านศีลธรรม และเกี่ยวกับระเบียบสังคมทุกเวลาและสถานที่ ด้วยการสั่งสอน อบรม เพื่อประโยชน์ของการดำรงชีวิตอันดีงามของสังคมที่มุ่งไปสู่การพัฒนามนุษย์ทั้งครบ และจากการที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงบทบาทในการปกป้องประชาชน ด้วยการออกกฎหมายที่ชอบธรรม เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับศักดิ์ศรีของบุคคลมนุษย์และเป็นไปตามเหตุผลที่ถูกต้อง สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอยืนยันเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในการแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่น และขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้โปรดทบทวน ยุติ ระงับ (ร่าง) พระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว เพราะการอนุญาตให้มีการพนัน และการมีคาสิโน จะนำพาชีวิตผู้คนในสังคมไปสู่ปัญหาเชิงสังคมอีกมากมาย การติดพนันของประชาชน จะนำไปสู่ปัญหาทางการเงินและหนี้สิน ปัญหาอาชญากรรม การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การถูกล่อลวง รวมไปถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก ๆ
- [สารจากประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยและเมียนมา](https://www.cbct.or.th/20250331-2/) - สารจากประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย พร้อมพระศาสนจักรคาทอลิกทั่วโลกในฐานะที่เป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายของพระคริสตเจ้า และด้วยความสำนึกในความเป็นครอบครัวเดียวกันของมนุษยชาติ ขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทั้งประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเมียนมา และพร้อมร่วมก้าวเดินไปด้วยกันกับทุกคนด้วยความหวัง ด้วยความรักฉันพี่น้อง ขอเชิญชวนคริสตชนทุกคน ร่วมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมแบ่งปัน และภาวนาให้กับผู้ประสบภัย เพื่อพวกเขาจะได้รับการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณ เราวอนขอพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เป็นองค์แห่งความหวัง ผ่านทางคำเสนอวิงวอนของพระแม่มารีย์ เพื่อผู้ประสบภัยทุกคนได้รับความบรรเทาจากองค์พระจิตเจ้า และทรงนำในภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย วันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2025 ประกาศ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 044/2025 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว เมียนมา บรรดาพระคุณเจ้า อธิการคณะนักบวชชาย-หญิง และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เวลา 13:20 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูดในประเทศเมียนมา โดยมีจุดศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ลึกลงไปประมาณ 10
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ค.ศ. 2025 – 2028](https://www.cbct.or.th/035-2025/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 035/2025 เรื่อง การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ค.ศ. 2025 – 2028 จากการประชุมสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมัยสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี ค.ศ. 2025 ได้จัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 18 – 20 มีนาคม ค.ศ. 2025 ณ บ้านพระหฤทัย – SS. CORDIS JESU บางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม ในเขตศาสนปกครองราชบุรี ซึ่งสมาชิกของสภาประมุขบาทหลวงฯ ทั้งหมด 11 ท่าน ได้เข้าร่วมประชุม ในการประชุมครั้งนี้ ได้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสภาฯ ทุก ๆ วาระ 3 ปี สำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ของคณะผู้ดำเนินงานบริหารการสภาฯ ภายใต้อาณัติของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ผลการเลือกตั้งมีดังนี้ ประธานสภาฯอาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ประมุขแห่งเขตอัครศาสนปกครองกรุงเทพฯ
- [สมาคมสตรีไทยคาทอลิกร่วมดำเนินกิจกรรมบรรยายจริยธรรมให้แก่ผู้ต้องขัง](https://www.cbct.or.th/20250311-2/) - วันอังคารที่ 11 มีนาคม ค.ศ.2025 คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ ได้รับเชิญจากสมาคมสตรีไทยคาทอลิก เพื่อร่วมดำเนินกิจกรรมบรรยายจริยธรรมและมอบของใช้ส่วนตัวให้แก่ผู้ต้องขัง ณ เรือนจำกลางนครปฐม
- [ประกาศสังฆมณฑลเชียงใหม่ เรื่อง ผลการเลือกตั้งผู้รักษาการสังผมณฑล (The Diocesan Administratrato)](https://www.cbct.or.th/20250310-2/) - ชม.062/2025 ประกาศสังฆมณฑลเชียงใหม่ เรื่อง ผลการเลือกตั้งผู้รักษาการสังฆมณฑล (The Diocesan Administratrato) โดยคณะที่ปรึกษาพระสังฆราช ได้แก่ บาทหลวง อีจีนุส บุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา เป็น ผู้รักษาการสังฆมณฑลเชียงใหม่ ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2025 (บาทหลวง ยอแซฟ ไวยากรณ์ สุขสวัสดิ์) ประธานการประชุมคณะที่ปรึกษาพระสังฆราช เพื่อการเลือกตั้งผู้รักษาการสังฆมณฑลเชียงใหม่
- [พิธีเข้ารับตำแหน่งพระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ](https://www.cbct.or.th/20250302-2/)
- [สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โอกาสรณรงค์ในเทศกาลมหาพรต ค.ศ.2025](https://www.cbct.or.th/saan-pope-2025/) - สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โอกาสรณรงค์ในเทศกาลมหาพรต ประจำปี ค.ศ. 2025/2568 “ให้เราเดินทางไปด้วยกันในความหวัง” พี่น้องชายหญิงที่รัก เราทั้งหลายเริ่มต้นการจาริกแห่งมหาพรตภายในความเชื่อและความหวังดังเช่นทุกปีภายในพิธีรับเถ้าซึ่งเป็นการแสดงความสำนึกถึงโทษบาป พระศาสนจักรผู้เป็นมารดาและอาจารย์ของเราทั้งหลายเชื้อเชิญให้พวกเราเปิดใจน้อมรับพระหรรษทานของพระเจ้า เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้เฉลิมฉลองชัยชนะแห่งปัสกาของพระคริสตเจ้าเหนือบาปและความตายด้วยความปีติยินดีอันยิ่งใหญ่ ซึ่งได้ทำให้นักบุญเปาโลร้องประกาศออกมาว่า “ความตายถูกชัยชนะกลืน ความตายเอ๋ย ชัยชนะของเจ้าอยู่ไหน ความตายเอ๋ย พิษของเจ้าอยู่ไหน” (1 คร. 15,54-55) แท้จริงแล้ว พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงถูกตรึงกางเขนและกลับคืนพระชนมชีพ ทรงเป็นหัวใจแห่งความเชื่อของเราทั้งหลาย และทรงเป็นหลักประกันแห่งความหวังที่เราทั้งหลายมีต่อพระสัญญาอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าพระบิดา คือชีวิตนิรันดร ซึ่งได้เป็นจริงแล้วภายในองค์พระบุตรสุดที่รักของพระองค์ (เทียบ ยน. 10,28; 17,3) (เทียบ สมณสาสน์เวียน Dilexit nos, 24 ตุลาคม 2024, ข้อ 220) ในเทศกาลมหาพรตในปีนี้ที่เราทั้งหลายกำลังมีส่วนในพระหรรษทานแห่งปีศักดิ์สิทธิ์พ่อขอเสนอบทรำพึงไตร่ตรองในบางประเด็นเกี่ยวกับความหมายของการเดินทางไปด้วยกันในความหวัง และเกี่ยวกับการที่พระเจ้าทรงมีพระเมตตาเชื้อเชิญให้เราทั้งหลายกลับใจ ทั้งในฐานะปัจเจก และในฐานะประชาคม ประเด็นแรกสุด คือ เรื่องการเดินทาง คำขวัญของปีศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” ทำให้เราทั้งหลายนึกถึงการเดินทางอันยาวไกลของประชากรอิสราเอลที่มุ่งสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา ดังที่ได้มีการเล่าไว้ในหนังสืออพยพ เส้นทางอันยากลำบากจากความเป็นทาสสู่ความเป็นอิสระนี้ เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงมุ่งหวัง และพระองค์ก็ได้ทรงนำทาง เหตุว่าพระเจ้าทรงรักประชากรของพระองค์ และทรงถือซื่อสัตย์ต่อพวกเขาในทุกเมื่อ ในยามที่เราทั้งหลายนึกถึงเรื่องการอพยพในพระคัมภีร์ ย่อมเป็นการยากที่เราทั้งหลายจะไม่คำนึงถึงบรรดาพี่น้องชายหญิงซึ่งกำลังหลบหนีความทุกข์ยากและความรุนแรงไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าสำหรับตนเองและคนที่เขารักอยู่ในทุกวันนี้
- [สาส์นมหาพรตของ บิชอป ยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม ค.ศ.2025](https://www.cbct.or.th/saan-fr-wuttilert-2025/) - สาส์นมหาพรตของ บิชอป ยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม ประธานกรรมาธิการฝ่ายสังคม สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย โอกาสรณรงค์ในเทศกาลมหาพรต ประจำปี ค.ศ. 2025/2568 พี่น้องที่เคารพรัก พ่อเคยได้ยินบางท่านกล่าวว่า “มหาพรต มาหาพระ ลด ละ เลิก อบายมุข”ซึ่งพิจารณาดูก็มีความหมายได้ใจความ เป็นข้อรำพึงได้เป็นอย่างดี สำหรับปีนี้ “มหาพรต” อยู่ระหว่างปีศักดิ์สิทธิ์ “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” ซึ่งก็เหมาะสมกับกาลเวลาที่จะทำให้เราคิดถึง “การจาริก” หรือการเดินทางของชีวิตในโลกนี้ของเราแต่ละคน และถ้าจะคิดถึงการเดินทางในถิ่นทุรกันดารของชาวอิสราเอลจากประเทศอียิปต์ไปยังดินแดนพันธสัญญา (คานาอัน) ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความหวังจากการพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์สู่การเป็นไทในคานาอัน ก็จะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นในการเป็นผู้จาริกแห่งความหวังของเรา “มหาพรต” จึงเป็นช่วงเวลา 40 วันที่เราจะต้องเข้มข้น เคร่งครัดกับตนเอง และร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับพี่น้องรอบข้าง เริ่มตั้งแต่คนในครอบครัว หมู่คณะ ญาติพี่น้อง ที่ทำงาน และเป็นพิเศษสำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งหลาย ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขพากันก้าวไปด้วยกัน โดยมีองค์พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้นำ เพื่อบรรลุถึงความหวังที่แท้จริงคือชีวิตนิรันดร มั่นใจในพระหรรษทานความรัก และพระพรของพระที่ทรงมอบให้เราเมื่อเราเข้าไปรับพระคุณการุณย์ในปีศักดิ์สิทธิ์นี้ ในเวลาเดียวกันยังเป็นโอกาสที่เหมาะสมสำหรับการหาเวลาสงบเงียบ เพื่อไตร่ตรองชีวิตของตนเองว่า บัดนี้เราเดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว เราเดินอยู่ในหนทางที่ถูกต้องตามทางที่พระองค์ทรงชี้แนะและนำทางเรามากน้อยแค่ไหน
- [MESSAGE OF HIS HOLINESS POPE FRANCISFOR LENT 2025](https://www.cbct.or.th/let-us-journey-together-in-hope/) - MESSAGE OF HIS HOLINESS POPE FRANCISFOR LENT 2025 Let us journey together in hope Dear brothers and sisters, We begin our annual pilgrimage of Lent in faith and hope with the penitential rite of the imposition of ashes. The Church, our mother and teacher, invites us to open our hearts to God’s grace, so that
- [ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 025/2025](https://www.cbct.or.th/025-2025/) - ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 025/2025 จากการที่ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงพระประชวรด้วยโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ประเทศอิตาลี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 และทางสำนักวาติกันได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการของพระองค์เป็นระยะ โดยระบุว่าพระอาการของพระองค์ทรงตัวและดีขึ้นตามลำดับ และบรรดาคริสตชนทั่วโลกได้ร่วมกันภาวนาเพื่อพระองค์อย่างต่อเนื่อง ทางสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอเชิญชวนให้คริสตชนชาวไทยทุกคน มีส่วนร่วม เพื่อร่วมใจกันภาวนาเพื่อพระสุขภาพพลานามัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ด้วยการภาวนาส่วนตัวที่บ้านหรือที่วัด สวดภาวนาในพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อพระสุขภาพ พลามัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส และร่วมกิจกรรมภาวนาที่จัดโดยวัดหรือองค์กร คริสตชนต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นว่า การภาวนาเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่บรรดาคริสตชนไทย จะได้ส่งความห่วงใย และคำวิงวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า เพื่อให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสและพระศาสนจักรคาทอลิกได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และขอพระเจ้าทรงประทานพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วตามพระประสงค์ของพระเจ้า ขอขอบคุณคริสตชนชาวไทยทุกคนที่ร่วมใจกันภาวนาเพื่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่าน พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย บทภาวนาเพื่อพระพลานามัยของสมเด็จพระสันตะปาปา ข้าแต่พระบิดาเจ้าสวรรค์ ลูกขอยกถวายองค์พระสันตะปาปาฟรังซิสขึ้นสู่พระองค์ วิงวอนขอให้ทรงโปรดเยียวยาและปกปักรักษา สุขภาพของท่าน โปรดประทานพละกำลังปลอบประโลม และประทานพระพร เพื่อให้ท่านสามารถรับใช้พระศาสนจักรของพระองค์และโลกนี้ต่อไป ขอให้ท่านเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์และโปรดให้ท่านรับรู้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์กับท่านตลอดเวลา โปรดทรงนำบรรดาแพทย์และพยาบาลที่ดูแลรักษาท่าน ลูกวางใจในความดูแลของพระองค์ และขอมอบสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ลูกวอนขอทั้งนี้อาศัยพระคริสตเจ้า พระเจ้าของลูกทั้งหลาย อาแมน
- [พิธีต้อนรับ และพิธีบูชาขอบพระคุณ โอกาสอภิเษก พระสังฆราชฟิลิป อดิศักดิ์ พรงาม](https://www.cbct.or.th/20250208-2/) - ขอบคุณ สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชฟิลิป อดิศักดิ์ พรงาม](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_philip_adisak_phorn-ngam/) - ขอบคุณข้อมูลจาก : อุดมศานต์
- [การประชุมปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม](https://www.cbct.or.th/20250121-2/) - วันอังคารที่ 21 มกราคม ค.ศ.2025 เวลา 13.00 น. พระสังฆราช ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และผู้แทนศาสนาต่าง ๆ เกี่ยวกับแนวทางและรูปแบบการจัดสัมมนา เรื่อง “ศาสนิกสัมพันธ์สร้างสันติสุข” ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2025 ซึ่งโครงการสัมมนาดังกล่าวมีจุดประสงค์ในการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างศาสนาต่าง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม พร้อมกันนี้ พระสังฆราช ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ได้ร่วมในการแถลงข่าวการจัดสัมมนาในครั้งนี้ด้วย ณ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา
- [มอบดอกไม้แสดงความยินดี พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์](https://www.cbct.or.th/20250113-2/) - วันจันทร์ที่ 13 มกราคม ค.ศ.2025 เจ้าหน้าที่สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย มอบดอกไม้แสดงความยินดีและเป็นกำลังใจ เนื่องในโอกาสสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงแต่งตั้ง พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นพระอัครสังฆราชองค์ใหม่ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [พิธีบูชาขอบพระคุณ ณ ห้องวิถีคริสต์ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา](https://www.cbct.or.th/20250111-3/) - วันศุกร์ที่ 10 มกราคม ค.ศ.2025 เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยคุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักเลขาธิการ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ เดินทางไปประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ เนื่องในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ และโอกาสครบรอบหนึ่งปีของการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการภาคประชาชนในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้คณะกรรมาธิการฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งอำนวยพรให้ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ผ่านการพิจารณาด้วยความเรียบร้อย ณ ห้องวิถีคริสต์ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา
- [เจ้าหน้าที่สภาพระสังฆราชฯ เข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและสวดภาวนาอุทิศแด่ พระสังฆราช ยอห์น บอสโก ปัญญา กฤษเจริญ](https://www.cbct.or.th/20250111c/) - วันศุกร์ที่ 10 มกราคม ค.ศ. 2025 เจ้าหน้าที่สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยคุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชฯ พร้อมด้วยซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักเลขาธิการ สภาพระสังฆราชฯ และเจ้าหน้าที่แผนกต่าง ๆ ภายใต้สภาพระสังฆราชฯ เข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและสวดภาวนาอุทิศแด่ พระสังฆราช ยอห์น บอสโก ปัญญา กฤษเจริญ พระสังฆราชกิตติคุณแห่งราชบุรี ประธานในพิธี พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย และประมุขสังฆมณฑลนครราชสีมา
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประกาศแต่งตั้งพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นพระอัครสังฆราชองค์แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ](https://www.cbct.or.th/20250111-2/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยขอร่วมโมทนาคุณพระเป็นเจ้าเนื่องด้วยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ได้ประกาศแต่งตั้ง พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นพระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 11 มกราคม ค.ศ.2025
- [ขอคำภาวนาเพื่อดวงวิญญาณของ พระสังฆราชยอห์นบอสโก ปัญญา กฤษเจริญ พระสังฆราชกิตติคุณแห่งสังฆมณฑลราชบุรี](https://www.cbct.or.th/ขอคำภาวนาเพื่อดวงวิญญา/)
- [คำกล่าวสวัสดีปีใหม่ ก้าวเข้าสู่ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025](https://www.cbct.or.th/20250101-2/) - คำกล่าวสวัสดีปีใหม่ ก้าวเข้าสู่ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 โดยพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [สาส์นอภิบาลของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง”](https://www.cbct.or.th/20240909-2/) - สาส์นอภิบาลของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 102/2024 เรื่อง ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” 24 ธันวาคม 2024 – 28 ธันวาคม 2025 ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงออกประกาศสมณโองการให้ปี 2025 เป็นปีศักดิ์สิทธิ์ “ความหวังนี้ไม่ทำให้เราผิดหวัง” (SPES NON CONFUNDIT) (รม 5:5) เพื่อให้ “ความหวัง” เป็นสาระสำคัญของการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 ที่จะมาถึงนี้ที่จะไม่เพียงแค่การจาริกแสวงบุญไปยังกรุงโรมเพื่อรับประสบการณ์ปีศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่เป็นการเฉลิมฉลองในพระศาสนจักรท้องถิ่นของคริสตชน และให้ปีศักดิ์สิทธิ์เป็นช่วงเวลาแห่งการพบองค์พระเยซูเจ้าเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงสำหรับทุกคน เพราะพระองค์ทรงเป็น “ประตู” แห่งความรอดพ้นของเรา (เทียบ ยน 10:7,9) และพระศาสนจักรมีพันธกิจต้องประกาศในทุกหนแห่ง และแก่ทุกคนเสมอว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นองค์ “ความหวังของเรา” (1 ทธ 1:1) (เทียบ Spes non confundit, 1) ซึ่งจะเป็นการนำทางเราก้าวสู่การเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ คือในปี
- [ประกาศสภาฯ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนปีศักดิ์สิทธิ์](https://www.cbct.or.th/106-2024/) - ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 106/2024 เพื่อให้คริสตชนทุกคนมีช่วงเวลาเข้มข้น ร่วมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมีเอกภาพ ในช่วงเวลาปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” ซึ่งจะเริ่มต้น ในวันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 2024 และจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 2025 จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนปีศักดิ์สิทธิ์ พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ประธานคณะกรรมการ พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ รองประธานคณะกรรมการ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการ/ผู้แทนฆราวาส ดร.ประทีป ฉัตรสุภางค์ กรรมการ/ผู้แทนฆราวาส มารีอา สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา กรรมการ/ผู้แทนฆราวาส อันตน ภัควัฒน์ ไกรสมสุข กรรมการ/ผู้แทนฆราวาส เทเรซา อภิญญา หิรัญญะเวช
- [งานแถลงข่าว ปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ.2025 "บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง"](https://www.cbct.or.th/20241206-2/) - การแถลงข่าวปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2024 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย “ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 การเดินทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์ บนเส้นทางจาริกแห่งความหวัง” “พี่น้องทั้งหลาย ความหวังนี้ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระคริสตเจ้า ผู้สิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนมชีพ เป็นควาหมวังที่เราปรารถนาจะเฉลิมฉลอง ไตร่ตรองและประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้....” (พระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส วันที่ 9 พฤษภาคม 2024) พระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาในวันนั้น พร้อมกับการประกาศสมณโองการ “Spes Non Confundit”(ความหวังนี้ ไม่ทำให้เราผิดหวัง) เพื่อกำหนดปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 ในหัวข้อ “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” เรายังเรียกปีศักดิ์สิทธิ์ว่า “ปียูบีลี”ซึ่งมีรากฐานมาจากพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ในสมัยของโมเสส หนังสือเลวินิติ(ลนต 25ข้อ 8-17) ระบุไว้โดยสรุบว่า “ทุก 50 ปี เป็นปีที่จะให้เสรีภาพทั่วแผ่นดิน “ ปียูบีลีมีเครื่องหมายที่สำคัญ คือ เขาจะเป่าเขาสัตว์
- [เจ้าหน้าที่สำนักเลขาฯ สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ เข้าคำนับส่งความสุขและขอพรจากพระสมณทูตปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์](https://www.cbct.or.th/20241220-2/) - วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม ค.ศ.2024 เจ้าหน้าที่สำนักเลขาฯ สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ นำโดยคุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ, ซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ และเจ้าหน้าที่ เข้าคำนับส่งความสุขและขอพรจากพระสมณทูตปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูต นครรัฐวาติกัน ประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครสมณทูตวาติกัน
- [เจ้าหน้าที่สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ เข้าคำนับส่งความสุขและขอพรจากพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาสและปีใหม่](https://www.cbct.or.th/20241216a/) - วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.2024 เวลา 9.00 น. คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ, ซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากแผนกงานต่าง ๆ เข้าคำนับส่งความสุขและขอพรจากพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาสและปีใหม่ 2025 ณ บ้านอับราฮัม อ.สามพราน จ.นครปฐม
- [เจ้าหน้าที่สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ เข้าคำนับส่งความสุขและขอพรจากพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาสและปีใหม่](https://www.cbct.or.th/20241216b/) - วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.2024 เวลา 11.00 น. คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ, ซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากแผนกงานต่าง ๆ เข้าคำนับส่งความสุขและขอพรจากพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาสและปีใหม่ 2025 ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม
- [เจ้าหน้าที่สำนักเลขาฯ สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ เข้าพบอธิบดีกรมการศาสนา ส่งความสุขเนื่องในโอกาสวันคริสต์มาส](https://www.cbct.or.th/20241217-2/) - วันอังคารที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.2024 เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยคุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ, ซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ และเจ้าหน้าที่ เข้าพบนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา, นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ ผู้อำนวยการกองศาสนูปถัมภ์, นางสุพัตรา หะยีอับดุลรอมาน ผู้อำนวยการกลุ่มศาสนสัมพันธ์ และนายไกรศรี ทองเสมียน ผู้อำนวยการกลุ่มอุปถัมภ์และส่งเสริมองค์การทางศาสนา เพื่อส่งความสุขในโอกาสวันคริสต์มาส 2024 ณ กรมการศาสนา อาคารกระทรวงวัฒนธรรม
- [A Blessed 88th Birthday, Pope Francis](https://www.cbct.or.th/a-blessed-88th-birthday-pope-francis/) - Your Holiness On behalf of Catholic Bishops' Conference of Thailand, we deeplyHonored to write to you on this special occasion, "Happy Birthday, Pope Francis!May God continue to bless you with strength, wisdom, and compassion as you guide the Church and inspire the world with your humility and love. May your days be filled with joy,
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประกาศแต่งตั้งประมุขแห่งสังฆมณฑลจันทบุรี](https://www.cbct.or.th/20241111-2/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยขอร่วมโมทนาคุณพระเป็นเจ้าเนื่องด้วยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ได้ประกาศแต่งตั้ง คุณพ่อฟิลิป อดิศักดิ์ พรงาม รับตำแหน่งประมุขแห่งสังฆมณฑลจันทบุรีวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.2024
- [ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง ขอเชิญชวนสวดภาวนาเพื่อความหวังในการสถาปนาสู่การเป็นนักบุญ](https://www.cbct.or.th/128-2024/) - ที่ สสท. 128/2024 ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง ขอเชิญชวนสวดภาวนาเพื่อความหวังในการสถาปนาสู่การเป็นนักบุญ ด้วย บุญราศีทั้ง 7 องค์แห่งสองคอน ได้เป็นบุญราศีครบปี่ที่ 35 และบุญราศีคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ได้เป็นบุญราศีครบปีที่ 25 พวกเราคริสตชนคาทอลิกชาวไทยจึงมีความหวังอย่างแรงกล้าว่าถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าบุญราศีทั้งแปดองค์แห่งประเทศไทยจะได้เข้ากระบวนการการสถาปนาสู่การเป็นนักบุญในอนาคตอันใกล้นี้ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนบรรดาพระสงฆ์ นักบวชชายหญิง และประชาสัตบุรุษทุกสังฆมณฑลทั่วประเทศไทย ร่วมมือร่วมใจดังนี้ สวดภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกัน “บทภาวนาขอพรพระเจ้า อาศัยคำเสนอวิงวอนของบุญราศีทั้งแปดองค์แห่งประเทศไทย และขอให้ท่านทั้งแปดได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญ” (ซึ่งแจกจ่ายไปทุกวัดแล้ว) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2024 วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย เป็นต้นไป ขอให้บรรดาพระสงฆ์ เมื่อถวายบูชาขอบคุณ ภาคบทภาวนาเสกศีล (Eucharistic Prayer)ขอให้สวดว่า “บุญราศีทั้งแปดองค์แห่งประเทศไทย” จึงประกาศมาเพื่อขอความร่วมมือจากทุกท่าน ด้วยความขอบคุณยิ่ง ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2024 ขอพระเจ้าประทานพระพรทุกท่านผ่านทางบุญราศีทั้งแปดองค์แห่งประเทศไทย (พระอัครสังฆราช อันตน วีระเดช ใจเสรี) ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง และประธานเพื่อการเตรียมสถาปนาบุญราศีทั้งแปดองค์แห่งประเทศไทยขึ้นสู่การเป็นนักบุญ
- [จดหมายจากวาติกัน จากเหตุการณ์อุบัติเหตุของรถนักเรียน](https://www.cbct.or.th/20241005-2/) - จากวาติกัน 5 ตุลาคม 2024 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของนักเรียนและครูจากอุบัติเหตุของรถรับนักเรียนที่เกิดขึ้นนอกกรุงเทพฯ พระองค์ทรงอธิษฐานภาวนาให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวผู้กำลังโศกเศร้า และพระองค์ทรงอธิษฐานให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตได้รับพระเมตตาที่รักของพระผู้เป็นเจ้า พระสันตะปาปาฟรานซิสยังทรงขอพรจากพระเจ้าสำหรับทุกคน ให้มีความเข้มแข็ง สันติ และได้รับการปลอบประโลม พระคาร์ดินัล ปีเอโตร ปาโรลิน มุขมนตรีสมณกระทรวงการต่างประเทศ
- [สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง](https://www.cbct.or.th/rip20241001/)
- [ตราสัญลักษณ์พระสังฆราชเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี](https://www.cbct.or.th/seal-paul-trirong-multree/) - ความหมายของตราสัญลักษณ์ Motto: EUNTES DOCETE “จงไปเทศนาสั่งสอน” (เทียบ มธ 28:19) รูปนกพิราบ หมายถึงพระจิตเจ้าซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในพระศาสนจักร และในงานประกาศพระวรสาร ดวงดาว ดวงดาราแห่งการประกาศพระวรสาร พระนางมารีย์ผู้เป็นองค์อุปถัมภ์สังฆมณฑลและงานแพร่ธรรม ม้วนจดหมาย เป็นสัญลักษณ์หมายถึงนักบุญเปาโล ซึ่งท่านได้เขียนจดหมายในการอภิบาลแพร่ธรรมกลุ่มคริสตชน พระคัมภีร์ที่มีเครื่องหมาย XP(Christos) วางอยู่บนรุปโลก หมายถึงข่าวดีของพระคริสตเจ้าจะต้องได้รับการ ประกาศไปจนสุดปลายแผ่นดิน คลื่น 2 ชั้น หมายถึงทะเล 2 ทะเล ฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งโอบกอดด้ามขวานทอง นั่นคือสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
- [พิธีบูชาขอบพระคุณโอกาสอภิเษกพระสังฆราชเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี](https://www.cbct.or.th/พิธีบูชาขอบพระคุณโอกาส/) - ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [ร่วมถวายมุทิตาสักการะสมเด็จพระมหาธีราจารย์ พระธรรมวชิรปัญญาจารย์ และพระเทพวัชรานุสิฐ](https://www.cbct.or.th/20240920-2/) - วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 มุขนายก ยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และ ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ ร่วมกับบาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาประมุขฯ บาทหลวงสมเกียรติ บุญอนันตบุตร เลขาธิการคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ และคณะ จำนวน 21 คน เข้าร่วมมุทิตาสักการะในโอกาสเข้าถวายมุทิตาสักการะสมเด็จพระมหาธีราจารย์ พระธรรมวชิรปัญญาจารย์ และพระเทพวัชรานุสิฐ ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ที่มา : เพจ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์
- [ประกาศ สภาฯ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย](https://www.cbct.or.th/116-2024/) - ประกาศ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 116/2024 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บรรดาพระคุณเจ้า อธิการคณะนักบวชชาย-หญิง และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2567 เป็นต้นมา จนกระทั่งวันที่ 10 กันยายน พายุ “ยางิ” ซึ่งลดระดับลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงพาดผ่านตอนบนของประเทศ ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงไหลหลากรุนแรง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม บ้านเรือนและผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการกุศลต่างๆ ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมิเพียงพอ เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อต่อองค์พระคริสตเจ้า สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกสังฆมณทล คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน องค์กรคาทอลิก และพี่น้องคริสตชนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลาย ได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องของเราที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบาก “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา....” (มธ. 25:40) ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องได้ร่วมกันภาวนาขอพระเจ้าโปรดบรรเทาใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ และดลบันดาลให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนบริจาคให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องของเราตามกำลังความสามารถ โดยท่านที่ประสงค์จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือสามารถดำเนินการดังนี้ เช็คสั่งจ่าย : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND
- [กิจกรรม พบปะบุคลากรสภาฯ ประจำเดือนกันยายน](https://www.cbct.or.th/20240906-2/) - วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2024 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม พบปะบุคลากรสภาฯ ประจำเดือนกันยายน โดย ในเดือนนี้ มีนักเรียน จากโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา มาแบ่งปัน ในสิ่งที่ได้รับการอบรม จากโครงการ รักษ์โลก รักเรา ที่น้องๆได้มาเข้าอบรมและนำไปปฏิบัติที่โรงเรียน ให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่สภาฯ เพื่อเป็นกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคน และเป็นแบบอย่าง ในการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างง่ายๆ การแบ่งปันของน้องๆในวันนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน มีความสุข มีกำลังใจ ที่จะสืบสานงานของพระศาสนจักร ในเรื่องของการรักษ์โลก ดูแลสิ่งสร้าง ดูแลกันและกัน ก้าวไปด้วยกันอย่างมีพลัง 🙏🙏ขอขอบคุณอธิการน้ำทิพย์ งามสุทธา ที่ให้การสนับสนุน และอนุญาตให้คุณครูและนักเรียน มาแบ่งปันในครั้งนี้
- [รับมอบประกาศรับรองวัดคาทอลิค ณ กระทรวงวัฒนธรรม](https://www.cbct.or.th/20240815-2/) - วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.2024 บิชอปชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย บิชอปวีระ อาภรณ์รัตน์ เลขาธิการฯ และคณะ เข้าพบนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อหารือแนวทางอุปถัมภ์ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย การจัดตั้งและรับรองวัดคาทอลิกและแนวทาบูรณาการความร่วมมือการทำงานระหว่างภาครัฐกับองค์การทางศาสนาคริสต์ และรับมอบประกาศรับรองวัดคาทอลิก โดยมี นายธีทัต พิมพา รองอธิบดีกรมการศาสนา นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือ ณ ห้องรับรอง ชั้น 7 กระทรวงวัฒนธรรม
- [ศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนสัมพันธ์](https://www.cbct.or.th/ศาสนสัมพันธ์และคริสตศา/)
- [General Audience/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป เมื่อวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2024](https://www.cbct.or.th/20240807g/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส General Audience/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป ณ หอประชุมใหญ่เปาโลที่หก นครรัฐวาติกันเมื่อวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2024 การเรียนคำสอนต่อเนื่อง : พระจิตกับพระศาสนจักรผู้เป็นเจ้าสาว - พระจิตเจ้าทรงนำทางประชากรของพระเจ้าสู่พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นความหวังของเรา (5) พระเยซูเจ้าทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้า และทรงบังเกิดจากพระแม่มารีย์พรหมจารี : พวกเราจะเอาอย่างแม่พระได้อย่างไร เจริญพรมายังพี่น้องที่รัก อรุณสวัสดิ์ หลังจากที่เราได้ไตร่ตรองเกี่ยวกับกิจการของพระจิตเจ้าในการเนรมิตสร้างไปแล้ว ในการเรียนคำสอนวันนี้และในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ พวกเราจะพิจารณาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แห่งความรอดในระยะที่สอง ซึ่งก็คือ เรื่องราวแห่งกิจการไถ่กู้ของพระเยซูคริสตเจ้า ดังนั้น ขอให้เราหันไปยังพันธสัญญาใหม่ เพื่อที่เราจะได้สังเกตเห็นถึงพระจิตเจ้าภายในพันธสัญญาใหม่นั้น หัวข้อการเรียนคำสอนวันนี้ คือ เรื่องราวพระจิตเจ้าภายในการรับสภาพมนุษย์ของ[พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็น]พระวจนาตถ์ พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกามีถ้อยคำหนึ่งที่[ทูตสวรรค์]กล่าวกับพระแม่มารีย์ไว้ว่า “พระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่าน และพระอานุภาพของพระผู้สูงสุดจะแผ่เงาปกคลุมท่าน” (ลก. 1,35) ขณะที่พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิวก็ได้ยืนยันความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับแม่พระและพระจิตเจ้า โดยกล่าวไว้ว่า “ปรากฏว่า[แม่พระ]ตั้งครรภ์แล้ว เดชะพระจิตเจ้า” (มธ. 1,18) พระศาสนจักรได้ยกเอาความจริงเรื่องนี้ตามที่มีการเผยแสดง และได้นำไปรวมไว้เป็นหัวใจของสัญลักษณ์ข้อเชื่อ หรือ “บทข้าพเจ้าเชื่อ” ตั้งแต่ยุคเริ่มแรก กล่าวคือ ภายในสภาสังคายนาคอนสแตนติโนเปิลเมื่อปี 381 ซึ่งได้กำหนดนิยามเรื่องเทวภาพของพระจิตเจ้า ดังนั้น เรื่องของพระจิตเจ้าจึงเป็นสัจธรรมแห่งความเชื่อที่ยอมรับกันเป็นสากล เหตุว่าคริสตชนทุกคนต่างประกาศยืนยันร่วมกันถึงความเชื่อของตนโดยใช้บทสัญลักษณ์ข้อเชื่ออันเดียวกันนี้
- [ANGELUS/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2024](https://www.cbct.or.th/20240804a/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ANGELUS/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกันวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2024 เจริญพรมายังพี่น้องที่รัก สุขสันต์วันพระเจ้า พระวรสารวันนี้เล่าให้เราฟังเรื่องที่พระเยซูเจ้าตรัสกับฝูงชนที่มาตามหาพระองค์ เพื่อเชื้อเชิญให้พวกเขาทำความเข้าใจกับความหมายของการที่พระองค์ได้ทรงกระทำอัศจรรย์ทวีขนมปังและปลาไปแล้วก่อนหน้านั้น (เทียบ ยน. 6,24-35) ฝูงชนได้รับประทานอาหารที่มีผู้นำมาแบ่งปัน พวกเขาได้เห็นแล้วว่า ถึงแม้ทรัพยากรจะมีเพียงเล็กน้อย แต่ความมีน้ำใจกว้างและความกล้าหาญของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งได้นำอาหารที่ตนมีมาแบ่งปันกับผู้อื่น ก็ทำให้ทุกคนได้รับประทานอาหารจนอิ่มหนำ (เทียบ ยน. 6,1-13) เครื่องหมายนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากทุกคนนำสิ่งที่ตนเองมีอยู่มาแบ่งปันกับผู้อื่น ถึงแม้ว่าสิ่งของนั้นจะมีอยู่เพียงเล็กน้อย แต่พระเจ้าก็จะทรงช่วยเหลือให้ทุก ๆ คนได้รับบางสิ่งบางอย่างกันอย่างถ้วนหน้า ขอให้เราทั้งหลายอย่าลืมว่า ถ้าใครนำสิ่งที่ตนเองมีอยู่ไปแบ่งปันกับผู้อื่น ถึงแม้ว่าสิ่งของนั้นจะมีเพียงเล็กน้อย แต่พระเจ้าก็จะทรงช่วยเหลือให้ทุก ๆ คนได้รับบางสิ่งบางอย่างกันอย่างถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม ฝูงชนไม่ได้เข้าใจถึงความหมายนี้ พวกเขาคิดไปเองว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นเหมือนกับพ่อมด ทำให้พวกเขากลับมาตามหาพระองค์อีก ด้วยหวังว่าพระองค์จะทรงกระทำอัศจรรย์อย่างเดิมอีกครั้งราวกับว่าเป็นการใช้เวทมนตร์ (เทียบ ยน. 6,26) ฝูงชนเหล่านี้ต่างได้เป็นตัวเอกภายในประสบการณ์แห่งการเดินทางของพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของประสบการณ์เช่นนี้ พวกเขาจับจ้องแต่เพียงขนมปังและปลาซึ่งเป็นอาหารแบบธรรมดาที่เมื่อกินแล้วก็ย่อมหมดไปในทันที พวกเขาไม่รู้ว่าอาหารเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่พระเจ้าพระบิดาทรงทำให้พวกเขาได้คลายความหิวโหยเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องมือที่พระองค์ได้ใช้เพื่อเผยแสดงบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกว่านั้นมากสำหรับพวกเขาด้วย แล้วอะไรคือสิ่งที่พระเจ้าพระบิดาทรงเผยแสดงแก่พวกเขา คำตอบคือ เส้นทางแห่งชีวิตนิรันดร และรสชาติแห่งปังที่มอบความเติมเต็มอย่างที่ไม่อาจประมาณได้ กล่าวโดยสรุปคือ ปังที่แท้จริงนั้น คือองค์พระเยซูเจ้า
- [ประชุมกรรมาธิการฝ่ายฯ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2024](https://www.cbct.or.th/20240808-09/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยจัดประชุมกรรมาธิการฝ่ายฯ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2024 ในวันที่ 8 - 9 สิงหาคม ค.ศ.2024 ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล "บ้านผู้หว่าน" อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีวาระการประชุมดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2024 การเตรียมปีศักดิ์สิทธิ์ "บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง" ปี 2025, Workshop แนวทางส่วนกลาง และภาคปฏิบัติระดับสังฆมณฑล (คุณพ่ออนุชา ไชยเดช, คุณพ่ออันโตนีโอ วาลเซ็กกี) นำเสนอ Thai Catholic Hub ของกลุ่มนักธุรกิจ และผู้บริหารคาทอลิก (การส่งเสริมเครือข่ายการช่วยเหลือระหว่างกันของกลุ่มนักธุรกิจและผู้บริหารคาทอลิก) (คุณประกาย ชลหาญ และ คุณวรากร เตชะมนตรีกุล) นำเสนอ เอกสาร Catechumenal Pathways for Married life (วิถีทางสำหรับการเตรียมตัวเป็นคริสตชนสำหรับชีวิตแต่งงาน-แนวทาลงสู่ภาคปฏิบัติ) (คุณพ่อภูวนารถ แน่นหนา, คุณพ่อนุพันธุ์
- [สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งปร/)
- [สาส์นอภิบาล จุดยืนและแนวทางของพระศาสนจักรคาทอลิกในการอภิบาลคู่สมรสที่มีเพศเดียวกันที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายบ้านเมือง](https://www.cbct.or.th/086-2024/) - สาส์นอภิบาล ที่ 086 /2024 จุดยืนและแนวทางของพระศาสนจักรคาทอลิก ในการอภิบาลคู่สมรสที่มีเพศเดียวกันที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายบ้านเมือง ถึงบรรดา พระสงฆ์ นักบวชหญิง-ชาย และพี่น้องคริสตชนทุกคน พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยตระหนักดีถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกทางอัตลักษณ์ และรสนิยมทางเพศ ความปรารถนาในการใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันและความประสงค์ที่จะได้รับสิทธิทางกฎหมายของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งผลักดันให้มีการออกกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ปลายปี พ.ศ.2567 เป็นต้นไป กฎหมายฉบับนี้ เป็นการตรากฎหมายเพื่อรองรับสถานะและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มผู้มีอัตลักษณ์ และรสนิยมทางเพศที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ได้รับสิทธิทางกฎหมายตามหลักความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถสมรสกันได้ตามกฎหมายแล้ว ยังมาพร้อมกับสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐเช่นเดียวกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง สาส์นอภิบาลฉบับนี้ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ต้องการบอกจุดยืน และแนวทางของพระศาสนจักรคาทอลิกในการอภิบาลคู่สมรสเพศเดียวกันที่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดการปฏิบัติด้านการอภิบาลอย่างเหมาะสม พระศาสนจักรยืนยันเสมอในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พระศาสนจักรคาทอลิกยึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นบุคคลของมนุษย์ที่มีรากฐานอยู่ในการที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างเขาตามภาพลักษณ์ให้เหมือนพระองค์ (เทียบ CCC 1700) และสนับสนุนให้มีการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ ให้เกียรติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีรสนิยม หรือ อัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกัน และไม่ปฏิเสธว่าคู่รักเพศเดียวกันควรได้รับการคุ้มครอง และสวัสดิการตามกฎหมายของภาครัฐตามสิทธิที่พึงมีของตน “ทุกคนไม่ว่าจะมีรสนิยมทางเพศอย่างไร ก็ควรได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีและได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ ในขณะที่ต้องหลีกเลี่ยง ‘ทุกสัญญาณของการเลือกปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม’ ที่แสดงออกมาในรูปแบบของความก้าวร้าว และความรุนแรงทุกประเภท” (Dignitas Infinita ข้อ
- [ANGELUS/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2024](https://www.cbct.or.th/angelus-28-07-2024/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ANGELUS/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกันวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2024 เจริญพรมายังพี่น้องที่รัก สุขสันต์วันพระเจ้า พระวรสารในพิธีกรรมวันนี้เล่าให้พวกเราฟังเรื่อง[พระเยซูเจ้าทรงกระทำ]อัศจรรย์ทวีขนมปังและปลา (เทียบ ยน. 6,1-15) อัศจรรย์อันนี้เป็น “เครื่องหมาย” และเราได้เห็นว่าผู้คนที่เป็นตัวเอกในเรื่องนี้ได้กระทำสิ่งต่าง ๆ จำนวนสามอย่าง ได้แก่ การมอบถวาย การขอบพระคุณ และการแบ่งปัน ซึ่งสามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าจะได้ทรงนำมากระทำอีกครั้งในตอนอาหารค่ำมื้อสุดท้าย การกระทำอันแรกคือการมอบถวาย ในพระวรสารเรื่องนี้ พวกเราได้เห็นเด็กชายคนหนึ่งที่มีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว (ยน. 6,9) เราเองก็เช่นกัน พวกเราต่างก็มีสิ่งดี ๆ บางอย่างที่สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ ซึ่งการมอบถวาย ก็คือการที่เรายอมรับว่าเราเองมีสิ่งดี ๆ เช่นนี้ และยินยอมที่จะนำสิ่งดีเหล่านี้ไปมอบให้แก่ผู้อื่น ถึงแม้ว่าสิ่งที่เรามีอยู่นั้นอาจจะเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับความจำเป็นอันใหญ่หลวงก็ตาม ภายในพิธีมิสซา มีการเน้นอย่างมากถึงเรื่องนี้ในเวลาที่บาทหลวงนำปังและเหล้าองุ่นไปถวายบนพระแท่น ขณะที่ทุกคนที่ร่วมอยู่ในพิธีนั้น ต่างก็มอบตน มอบชีวิตของตน [ถวายให้แก่พระเจ้า]ด้วยในขณะเดียวกัน ถ้าเรานึกถึงความขาดแคลนต่าง ๆ ของผู้คนที่กำลังมีอยู่มากมาย [การแบ่งปันของเราเอง]อาจดูเล็กน้อย ไม่ต่างจากขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัวที่ช่างดูเล็กน้อยเมื่อมีฝูงชนอยู่ที่นั่นหลายพันคน อย่างไรก็ตาม พระเจ้าได้ทรงใช้[ขนมปังและปลา]เป็นเครื่องมือสำหรับกระทำอัศจรรย์ และอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ ก็คือการที่พระองค์ทรงทำให้[ปังและเหล้าองุ่น]กลายเป็นพระองค์เองที่มาประทับในท่ามกลางชาวเราเพื่อความรอดของโลกนี้ เมื่อคิดเช่นนี้
- [ประชุมคณะกรรมการอำนวยการศาสนสัมพันธ์ฯ ครั้งที่ 2/2024](https://www.cbct.or.th/20240727-2/) - วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2024 เวลา 09.30 น. ณ ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ เป็นประธานการประชุม โดย บาทหลวงสมเกียรติ บุญอนันตบุตร เลขาธิการคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ฯ ดำเนินการประชุม การประชุมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม 26 ท่าน จาก 11 สังฆมณฑล ในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการทำงานของคณะกรรมการแต่ละสังฆมณฑล รวมถึงการติดตามในเรื่องของหลักสูตร ที่ทางส่วนกลางได้ให้การสนับสนุนเนื้อหาให้แต่ละองค์กรในการจัดอบรมศาสนสัมพันธ์พื้นฐาน ผู้นำศาสนสัมพันธ์ คริสตศาสนจักรสัมพันธ์ขั้นพื้นฐาน และ ผู้นำคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ เพื่อผลิตวิทยาการ และผู้ช่วยผู้อำนวยการที่รับผิดชอบงานด้านศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ สุดท้ายคือการเตรียมการจัดสัมมนาศาสนสัมพันธ์ระดับชาติ ที่จะมีขึ้น หลังจากห่างหายไป 3 ปี ครั้งนี้มีการตกลงว่าจะไปจัดที่สังฆมณฑลนครราชสีมา
- [คาทอลิกไทยร่วมเป็นหนึ่ง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๗๒ พรรษา](https://www.cbct.or.th/20240728-2/) - วันที ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดพิธีบูชาขอบพระคุณเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เขตบางรักกรุงเทพมหานคร โดยมีบิชอปทั้ง ๑๑ เขตศาสนปกครอง อาร์ชบิชอปปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูต นครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย พร้อมด้วยบรรดาบาทหลวง นักบวชชาย-หญิง นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้แทนส่วนราชการและเอกชน รวมถึงสัตบุรุษ มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : FB Thai Catholic Media - สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [ประกาศผลทีมที่ได้รับการสนับสนุน Project Mission possible Youth Social Hackathon Thailand](https://www.cbct.or.th/20240717-2/) - . ประกาศผลทีมที่ได้รับการสนับสนุน Project Mission possible Youth Social Hackathon Thailand วันที่ 14 กรกฎาคม 2567 สิ้นสุดการดำเนินการเฟ้นหาตัวแทนโรงเรียนคิดค้นโปรเจ็กโครงการ Mission Possible “เยาวชนก้าวเดินไปด้วยกันบนเส้นทางใหม่เพื่อเป็นความหวังของโลก” ภายใต้การนําของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ประชาคมโลกก้าวไปด้วยกันในการเผชิญกับปัญหาร้ายแรงต่าง ๆ ของโลกโดยมีกระบวนการรับฟังกันและกัน และก้าวเดินไปด้วยกันในเส้นทางใหม่ ในฐานะประชาชาติของเอเชีย เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการมองปัญหาสังคมในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทวีปเอเชีย หาทางแก้ไขปัญหาในมุมมองของพวกเขา เป็นการก้าวเดินไปกับเราเพื่อโลกที่ดีกว่าเดิม รายละเอียดเพิ่มเติม: catholic-education.or.th
- [5 องค์การคริสต์รับฟังประวัติศาสตร์ออร์โธด็อกซ์](https://www.cbct.or.th/20240415-2/) - วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2024 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นประธาน ให้การต้อนรับ 5 องค์การคริสต์ ได้แก่ สภาคริสตจักรในประเทศไทย : ศจ.ดร.สุรศักดิ์ กิติเรืองแสง กรรมการศาสนศาสตร์ศึกษาฯ, สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย : ศจ.อนันต์ ดะนัย ผู้ประสานงานมิชชันนารี/หัวหน้าสำนักงานสหกิจฯ, มูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์ : ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ประธานมูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์ และ คุณศรายุทธ ณ ศิลา กรรมการมูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์, มูลนิธิคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทย : ศจ.คงกฤช อิ่มกมล ผู้อำนวยการฝ่ายสุขภาพอนามัยฯ, ศจ.คารม พรมอุทิศ ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารสัมพันธ์ และสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา และคณะจากสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย : บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาฯ, บาทหลวงสมเกียรติ
- [พิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่4) และ เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระสังฆราชปัลเลอกัวส์](https://www.cbct.or.th/20240714-2/) - วันอาทิตย์ ที่ 14 กรกฎาคม 2024 ณ วัดคอนเซ็ปชัญแห่งพระแม่เจ้า พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่4) และ เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระสังฆราชปัลเลอกัวส์ ขอบคุณภาพข่าว : สื่อมวลชนคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประกาศแต่งตั้งประมุขแห่งสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี](https://www.cbct.or.th/20240708-2/)
- [ขอเชิญร่วมพิธีอาเศียรวาท และพิธีบูชาขอบพระคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว](https://www.cbct.or.th/20240704-2/) - สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วมพิธีอาเศียรวาท และพิธีบูชาขอบพระคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒๗ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๒๔ | เวลา ๑๐.๐๐ น.ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ CSCT ถ่ายทอดสดทาง Facebook : thaicatholicmedia และ Youtube : thaicatholicmedia
- [ประกาศสภาฯ การฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการถวายมิสซังไทยแด่แม่พระและการเตรียมจิตใจคริสตชนสู่ปีศักดิ์สิทธิ์](https://www.cbct.or.th/071-2024/) - ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย การฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการถวายมิสซังไทยแด่แม่พระ (ค.ศ.1924 – 2024) และการเตรียมจิตใจคริสตชนสู่ปีศักดิ์สิทธิ์ (Jubilee 2025 - Pilgrim of Hope) ที่ สสท 071/2024 ในวาระครบรอบ 100 ปี ที่พระสังฆราชเรอเน มารีย์ ยอแซฟ แปร์รอส ประมุขมิสซังสยามพร้อมด้วยคณะสงฆ์ของมิสซังในขณะนั้น (ระหว่างปี ค.ศ.1909-1947) ได้ถวายมิสซังไทยแด่พระนางพรหมจารีย์มารี โดยในช่วงการเข้าเงียบประจำปีของเหล่ามิชชันนารี ระหว่างวันที่ 17-22 พฤศจิกายน ค.ศ.1924 พระคุณเจ้าแปร์รอสพร้อมด้วยบรรดาพระสงฆ์ได้จัดพิธีถวายมิสซังไทยแด่แม่พระ หลังจากนั้น ได้มีเอกสารเป็นคำประกาศชื่อว่า “ข้อประกาศด้วยการถวายมิซซังไทยสิทธิ์ขาดแก่พระนางมหาพรหมจารีมเรีย” ลงวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.1925 พร้อมกับได้กำหนดบทภาวนามีชื่อว่า “บทถวายมิซซังไทยแก่แม่พระมหามเรีย” ซึ่งเป็นต้นแบบของบทภาวนาที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อใช้สวดถวายประเทศไทยในปัจจุบัน คริสตชนไทย ล้วนสำนึกในความรักเมตตาของพระเจ้า ที่ทรงประทานพระพรนานัปการแก่พระศาสนจักรคาทอลิกและแผ่นดินไทย โดยอาศัยคำเสนอวิงวอนของพระนางมารีย์ ผู้ทรงได้รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ การฉลองครบรอบ 100 ปีของการถวายมิสซังไทยแด่แม่พระ นับเป็นโอกาสอันดีที่คริสตชนไทยจะได้โมทนาคุณพระเจ้า และวอนขอพระทัยกรุณาของพระแม่มารีย์
- [NCCM](https://www.cbct.or.th/nccm/)
- [ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ประเทศเมียนมาที่รุนแรงมากขึ้น](https://www.cbct.or.th/038-2024/) - ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 038/2024 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ประเทศเมียนมาที่รุนแรงมากขึ้น ถึง บรรดาบิชอป บาทหลวง นักบวช สัตบุรุษและพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกท่าน จากเหตุการณ์สงครามและการสู้รบในประเทศเมียนมาตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ.2564 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเข้าสู่ปีที่สามแล้ว ยังผลให้มีชาวเมียนมาหนีภัยจากการสู้รบมาอาศัยอยู่ในป่าตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนลงมาจนถึงกาญจนบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดเมียวดีของประเทศเมียนมา มีผู้หนีภัยเป็นจำนวนมากที่ยังไม่กล้าเดินทางกลับภูมิลำเนา อีกทั้งสถานการณ์การสู้รบในขณะนี้กำลังเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ดังนั้นกรรมาธิการฝ่ายสังคม (คริตัสไทยแลนด์) ร่วมกับ แผนกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย (มูลนิธิโคเออร์) และคาริตัสหรือฝ่ายสังคมของสังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลนครสวรรค์ และสังฆมณฑลราชบุรี พร้อมกับหน่วยงานคาทอลิก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการกุศลต่างๆ ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเป็นมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากที่กำลังลี้ภัยอยู่ตามชายแดนในขณะนี้ กรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ภายใต้สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยจึงขอเชิญชวนทุกสังฆมณทล คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน องค์กรคาทอลิก และพี่น้องคริสตชนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลาย ได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องของเราที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบาก "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา.. ." (มธ 25:40) ขอเชิญพี่น้องได้ร่วมกันภาวนาขอพระเจ้าโปรดบรรเทาใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ และดลบันดาลให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้อพยพลี้ภัยสงครามเหล่านี้ตามกำลังความสามารถ
- [Catholic Church Cambodia](https://www.cbct.or.th/catholic-church-cambodia/)
- [Catholic Bishops' Conference of Bangladesh](https://www.cbct.or.th/catholic-bishops-conference-of-bangladesh/)
- [Synod of Syro-Malabar Church](https://www.cbct.or.th/synod-of-syro-malabar-church/)
- [Catholic Bishops' Conference of India](https://www.cbct.or.th/catholic-bishops-conference-of-india/)
- [FABC](https://www.cbct.or.th/fabc/)
- [สันตะสำนัก](https://www.cbct.or.th/สันตะสำนัก/)
- [Thai Catholic Hub](https://www.cbct.or.th/thai-catholic-hub/)
- [พิธีบูชาขอบพระคุณ โอกาสการอภิเษกพระสังฆราชเปาโล ธวัช สิงห์สา สังฆมณฑลนครสวรรค์](https://www.cbct.or.th/พิธีบูชาขอบพระคุณ-โอกาส/) - สื่อมวลชนคาทอลิกสังฆมณฑลนครสวรรค์ และสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมรับชมการถ่ายทอดสด . พิธีบูชาขอบพระคุณ โอกาสการอภิเษกพระสังฆราชเปาโล ธวัช สิงห์สา พระสังฆราชองค์ที่ 6 แห่งสังฆมณฑลนครสวรรค์ . ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2024 ณ อาสนวิหารนักบุญอันนา นครสวรรค์ . ท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสดย้อนหลัง ในระบบความคมชัดสูง 4K ได้ที่ . ในโอกาสนี้ทางสังฆมณฑลนครสวรรค์ ได้จัดทำหนังสือที่ระลึกในรูปแบบ E-Book ท่านสามารถติดตามอ่านและ Download ได้ที่ เครดิต : Thai Catholic Media - สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชเปาโล ธวัช สิงห์สา](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_paul_thawat_singsa/) - ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชเปาโล ธวัช สิงห์สา Fiat Voluntas Dei "พระประสงค์จงสำเร็จ" (เทียบ มธ 6:10) . กาลิกส์มีความหมายถึง "ความเป็นหนึ่งเดียวในพระคริสตเจ้า"หลอมรวมในพระองค์ และร่วมในพระเทวภาพของพระองค์ . . ดาวบนพื้นฟ้ามีความหมายถึง "แม่พระ"พระมารดาผู้เป็นแสงสว่างนำทาง เป็นดังดาราสมุทรของผู้ต้องการที่พึ่งพา . . ดาบวางบนหนังสือมีความหมายถึง "นักบุญเปาโล"อัครทูตแห่งชนต่างชาติ และองค์อุปถัมภ์ของพระสังฆราช
- [ตราสัญลักษณ์พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_francis_xavier_kriengsak_kovithavanij/) - . . ตราสัญลักษณ์พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ความหมายของตราประจำตำแหน่ง พระคาร์ดินัล ฟรังชิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช คติพจน์ "Verbum Crucis Dei Virtus Est" “คำสอนเรื่องกางเขน เป็นอานุภาพของพระเจ้า" (1 คร 1:18) มาจากคำสอนของนักบุญเปาโลเตือนคริสตชนเมืองโครินธ์ให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะสำหรับคริสตชน กางเขน คือ กุญแจสู่ความเป็นหนึ่งเดียวและเป็นวิธีถ่ายทอดวัฒนธรรมแห่งความรักสู่สังคม เมื่อความทุกข์ในชีวิตที่เราน้อมรับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นความรักต่อพระเจ้าในพี่น้องเพื่อนมนุษย์ จะทำให้ชีวิตเรากลับกลายเป็นความรักชนิดที่โลกแสวงหาเหลือเกิน แต่ไม่เคยพบ และทำให้ทุกคนสัมผัสความรักของพระองค์จากชีวิตของเราเชื่อในพระเจ้าองค์ความรัก . หมวกปีกกว้างสีแดง และ พู่ 5 ชั้น สีแดง หมายถึง สมณศักดิ์พระคาร์ดินัล . . . กางเขนแห่สองชั้น และ ปัลลีอุม หมายถึง ตำแหน่งพระอัครสังฆราชประจำอัครสังฆมณฑล . กางเขนรูปดาว หมายถึง พระเยซูเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขนและถูกทอดทิ้ง องค์ความรักของพระเจ้า ดวงอาทิตย์ หมายถึง
- [ประชุมสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/20240321-2/) - ประชุมสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมัยสามัญครั้งที่ 1/2024 วันที่ 19-21 มีนาคม ค.ศ.2024 ที่ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม โอกาสนี้ได้มีการขอบคุณบิชอปฟิลิป บรรจง ไชยรา สังฆมณฑลอุบลราชธานี และบิชอปยอเซฟ พิบูลย์ วิสิฐนนทชัย สังฆมณฑลนครสวรรค์และร่วมยินดีกับผู้มีศาสนนามนักบุญโยเซฟ ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์ รายงาน เครดิต: อุดมสาร
- [สื่อคาทอลิก เปิดฉาก จับมือกับหลายฝ่าย ตามหาจริยธรรม AI](https://www.cbct.or.th/20240318-2/) - วันที่ 18 มีนาคม 2024 สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยร่วมกับ Google News Initiative และ Cofact (ประเทศไทย)จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สื่อคาทอลิกกับการตรวจสอบข้อมูลในยุค AI” ห้องประชุมสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซ.นาคสุวรรค กรุงเทพฯ งานเริ่มโดยการขอพรพระเพื่อการสัมมนาในวันนี้จะได้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและพึ่งพากัน โดยคุณพ่ออนุชา ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย คุณพ่อได้กล่าวถึงจุดตั้งต้นของแรงบันดาลใจซึ่งมาจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ที่มอบสาส์นในวันสันติภาพสากล ปี 2024 ในประเด็น “ปัญญาประดิษฐ์และสันติภาพ” หลังจากนั้นก็พบเรื่องราวเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลที่ต้องลุกขึ้นมา ให้ข้อมูลกัน และใช้โอกาสเหล่านี้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากจะทำให้สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นที่รับรู้และเข้าใจในมุมมองที่ถูกต้องแล้ว ยังเป็นการพาทุกคนก้าวเดินไปด้วยกันในยุคปัจจุบัน กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาได้พบกับคุณธนภณ เรามานะชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบข้อมูล ภาคีโคแฟค ร่วมบรรยายในหัวข้อ “เครื่องมือดิจิตัลสำหรับการตรวจสอบข้อมูล” เป็นการให้ข้อมูลภาพรวมและเชิงลึกเป็นต้นเครื่องมือ AI พื้นฐานในการสร้างคอนเทนต์และยังเชิญชวนให้สังเกตเนื้อหา การตรวจสอบ การบิดเบือน รวมทั้งการตรวจสอบย้อนหลัง นอกจากนั้นยังแนะนำวิธีการสร้างข้อมูลของ AI ในช่วงบ่ายคุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค(ประเทศไทย) และทีมงาน ได้แนะนำการทำงานของโคแฟคถึงกิจกรรมต่าง ๆ หลักคิด การจัดตั้ง
- [ตราสัญลักษณ์ของพระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_archbishop_weeradet/) - . . ตราสัญลักษณ์ของพระอัครสังฆราชอันตน วีระเดช ใจเสรี ความหมายของตราพระสังฆราช 1. จังหวัดสกลนคร2. จังหวัดนครพนม3. จังหวัดกาฬสินธ์ุ4. จังหวัดมุกดาหาร . พระเยซูเจ้าทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดี พระองค์ไม่ได้เจริญชีวิตเพื่อตนเอง แต่เพื่อพระสิริมงคลของพระเจ้าและความรอดของมวลมนุษย์ ดังนั้น เราซึ่งเป็นศิษย์พระคริสต์จะต้องเจริญชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์ คือ รักและรับใช้ ให้พระเจ้าได้รับเกียรติในชีวิตของเรา ไม่ว่าเราจะพูด จะคิดหรือจะทำอะไรก็ตาม ขอให้เราทำเพื่อพระสิริมงคลของพระเจ้า เป็นดังผู้รับใช้สามัญธรรมดา . ออกแบบโดย: Anawim Kenosis เครดิต : FB ผู้รับใช้สามัญธรรมดา นายชุมพาแห่งแดนมรณสักขี
- [ตราสัญลักษณ์พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_francis_xavier_vira_arpondratana/) - . . ตราสัญลักษณ์พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ . ความหมายของตรา สีฟ้า หมายความถึง การแยกจากคุณค่าฝ่ายโลก เพื่อนำชีวิตมุ่งสู่พระเจ้า ดังนั้น คุณธรรมฝ่ายจิตช่วยยกเราจากสิ่งของฝ่ายโลก มุ่งสู่สิ่งถาวรในฟ้าสวรรค์ . เปลวไฟส่องแสง สัญลักษณ์ถึง แสงสว่างจากพระเจ้า จากพระวาจา ซึ่งมีหนังสือพระคัมภีร์เป็นเครื่องหมาย และแฝงความคิดถึงสามเณราลัยและวิทยาลัยแสงธรรม ซึ่งพระสังฆราชรับการศึกษา อบรม และเป็นอาจารย์ นอกจากนั้นรัศมี 8 เส้นหมายถึง 8 จังหวัดในสังฆมณฑลเชียงใหม่ . เปลวไฟและพระคัมภีร์ เป็นสีทอง ซึ่งเป็นสิ่งมีคุณค่า เป็นสัญลักษณ์หมายถึง ฤทธิ์กุศลประการแรกคือ ความเชื่อ อาศัยความเชื่อเราจึงสามารถเข้าใจพละกำลังที่ช่วยนำเราว่ามาจากพระเจ้าและพระวาจา . . อักษรอัลฟาและโอเมก้า สีแดง สีแห่งความรักที่พระบิดาทรงรักเรา . สีเงิน เป็นสัญลักษณ์หมายถึงความโปร่งใสแห่งความจริงและความยุติธรรม ซึ่งเป็นพรสวรรค์พื้นฐานในงานอภิบาลของพระสังฆราช . . ดวงดาว หมายถึง พระมารดาพรหมจารีมารีย์ . แถบลายหมากรุก มาจากตราประจำตระกูลของนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ ซึ่งเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของพระสังฆราช
- [ตราสัญลักษณ์พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_silvio_siripong_charatsri/) - . . ตราสัญลักษณ์พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ความหมายของตราประจำตำแหน่ง คติพจน์ "PAX ET CARITAS" "สันติภาพ และ ความรัก" คติพจน์นี้บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะเป็นเครื่องมือของพระเจ้าในการเป็นผู้นำสันติภาพและดวามรักสู่เพื่อนพี่น้องทั้งหลาย ตามแบบอย่างของนักบุญฟรังซิส อัสซีซี ดังในบทภาวนาของท่าน ที่ซื่อ เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยพลังที่มีชีวิตชีวา และตามแบบอย่างของคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา ผู้รับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ สัญลักษณ์และความหมาย พื้นสีทองสลับแดง สีทองเป็นสีแห่งความชื่นชมยินดีและความปีติสุข จากชีวิตที่มีสันติและเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า เพื่อนพี่น้อง และสิ่งสร้างทั้งหลาย "ผู้สร้างสันติย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า" (มธ 5.9) สีแดงเป็นสีแห่งความรักและความเสียสละ ความรักที่ยอมสละชีวิตให้ตามแบบฉบับของพระเยซูคริสตเจ้า "ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย" (ยน 15:13) นกพิราบ พระจิตเจ้า ผู้ทรงกระทำกิจการของพระเจ้าในชีวิตของเรา ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรักและสันติ "พระจิตเจ้าเป็นผู้ประทานชีวิต ลำพังมนุษย์ทำอะไรไม่ได้" (ยน 6:63) หนังสือพระคัมภีร์ พระวาจาทรงชีวิต ข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้า ที่ปรากฏให้เห็นในพระบุตรของพระองค์ คือ “พระเยซูคริสตเจ้า” "พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตร จะไม่พินาศ
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_joshep_wuttilert/) - . . ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชยอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม ความหมายของตราประจำตำแหน่ง รูปกางเขน : ทับซ้อนกัน 4 ชั้น หมายถึง 4 จังหวัด ของสังฆมณฑลเชียงราย คือ 1. จังหวัดเชียงราย 2. จังหวัดแพร่ 3. จังหวัดน่าน 4. จังหวัดพะเยา (รวม อ.งาว จ.ลำปาง) หมายถึง พื้นนาที่เราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำงานในพื้นนาแห่งนี้ ให้เกิดดอกออกผลอย่างดีที่สุด ด้วยการเป็นประจักษ์พยานในการประกาศองค์พระเยซูเจ้าแก่พี่น้องรอบข้าง เป็นต้นผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ จะได้รับพระพรแห่งความเชื่อสักวันหนึ่ง ตัวอักษร : H คือ Holy Spirit พระจิตเจ้า องค์พระผู้ทรงนำและช่วยเหลือเรา J คือ Jesus พระเยซูเจ้าผู้ทรงไถ่บาปเรามนุษย์ M คือ Maria พระแม่มารีย์ ผู้ทรงเสนอวิงวอนเพื่อเรา J คือ Joseph นักบุญยอแซฟผู้ปกป้องพระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชฟิลิป บรรจง ไชยรา](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_philip_banchong_chaiyara/) - . . ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชฟิลิป บรรจง ไชยรา
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราช ยอห์นบอสโก ปัญญา กฤษเจริญ](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_john_bosco_panya_kritcharoen/) - . . ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราช ยอห์นบอสโก ปัญญา กฤษเจริญ
- [ตราสัญลักษณ์พระอัครสังฆราช หลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_louis_chamniern_santisukniram/) - . . ตราสัญลักษณ์พระอัครสังฆราช หลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์
- [ตราสัญลักษณ์พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_michael_michai_kitbunchu/) - . ตราสัญลักษณ์พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู - กางเขนปลายดาบ คือ พระคริสตธรรมและความเชื่อ เป็นเครื่องประหารบาปร้าย - งูที่ปลายดาบทะเล หมายถึง ทำลายบาปร้าย - รูปสามเหลี่ยม แทนพระตรีเอกภาพ - สะพานที่ทอดไปข้างหน้า เหนือระลอกคลื่น คือ ชีวิตใหม่ ในพระคริสต์ที่ทอดไปสู่จุดหมายชีวิตฝ่ายวิญญาณ - คลื่น หมายถึง อุปสรรค และสิ่งรบกวนทั้งหลายที่ต้องเอาชนะด้วยความมั่นคง ดุจสะพานแข็งที่ทอดข้ามไปเหนือคลื่น - เทียน คือ สัญลักษณ์แห่งความรอด - สีม่วงแทนวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันเกิดของพระคุณเจ้า ฯ ขณะเดียวกันถือว่าเป็นสีของความทุกข์ เปรียบได้กับการเดินผ่านความทุกข์ ไปสู่ความรอดอันสุกใสเป็นสีทองอำไพ รูปโล่ด้ามถือและมีข้อความคติธรรมที่ด้ามว่า “ผ่านความทุกข์ทรมาน ไปสู่แสงสว่าง” แสดงนัยว่า ความหมายต่าง ๆ และคติธรรมเปรียบประดุจแว่นส่องวิถีชีวิต - พู่ยศเป็นกรอบนอก บ่งถึงการผ่านลำดับสมณศักดิ์ต่าง ๆ มาสู้สมศักดิ์คาร์ดินัล - มาลาปีกกว้าง คือ
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล](https://www.cbct.or.th/coat_of_arms_of_joseph_prathan_sridarunsil/) - . . ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์](https://www.cbct.or.th/emblem-bishop-joseph-chusak/) - . ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ . ความหมายของตราประจำตำแหน่ง ดาว หมายถึง พระนางมารีย์พรหมจารี ช่อซ่อนกลิ่น อันเป็นสัญลักษณ์ของนักบุญยอแซฟ ซึ่งเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของพระคุณเจ้าชูศักดิ์ นกพิราบคาบกิ่งมะกอก หมายถึง สันติภาพ ศาสนสัมพันธ์ พระคัมภีร์และศีลมหาสนิท เพราะปีที่ได้รับการอภิเษกเป็นปีพระวาจา . คติพจน์ “AD GLORIAM DEI” แปลว่า “เพื่อพระสิริของพระเจ้า”
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย](https://www.cbct.or.th/emblem-bishop-joseph-luechai/) - ความหมายของตราประจำตำแหน่ง ตามประเพณีของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ตราประจำตำแหน่งของพระสังฆราชประกอบด้วย โล่กับสัญลักษณ์ประจำตระกูล มีความหมายเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และ/หรือกับนามชื่อของพระสังฆราช กางเขนทองสำหรับแห่ ไม้ขวางหมายถึงตำแหน่งของพระสังฆราช ยึดติดกับไม้ตั้งซึ่งอยู่ด้านหลังของตัวโล่ หมวกเขียว มีภู่ห้อยสิบสองช่อ ด้านละหกเรียงกันสามชั้น ชั้นบนหนึ่งช่อ ชั้นสองสองช่อ และชั้นสามสามช่อ ม้วนหนังสือจารึกคติพจน์ เขียนด้วยสีดำอยู่ล่างสุด คำบรรยายตราพระสังฆราช พื้นหลัง เป็นโล่สีทอง เจ็ดแฉก ส่วนบน มีดวงดาวสีฟ้าห้าแฉกห้าดวง ส่วนล่าง มีลูกแกะปัสกายืนอยู่บนหนังสือพระคัมภีร์ที่เปิดอยู่โดยเท้าด้านขวาเกี่ยวธงสีขาวตรงกลางมีกางเขนสีแดงไว้ คติพจน์ “A Cruce Salus” หมายความว่า “ความรอดพ้นมาจากกางเขน” กางเขนไม่เพียงเผยแสดงให้เห็นถึงความรัก (รม 5:8) และปรีชาญาณที่ล้ำเลิศ (1 คร 2:6-9) ของพระเจ้า รวมทั้งความสุภาพถ่อมตนจนถึงที่สุดของพระคริสตเจ้า (ฟป 2:8) เท่านั้น แต่สำหรับผู้มีความเชื่อแล้ว กางเขนยังเผยแสดงให้เห็นถึงความรอดพ้นที่ครอบคลุมไปถึงการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างจากการเป็นทาสของธรรมบัญญัติ (กท 2:19-20) และบาป (รม 6:6) อีกด้วย ความหมายของตราพระสังฆราช โล่ หมายถึงการปกป้องคุ้มครอง (สดด 3:3) ความโปรดปราน
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชยอแซฟ พิบูลย์ วิสิฐนนทชัย](https://www.cbct.or.th/emblem-bishop-joseph-pibul/) - “ DEUS CARITAS EST ” พระเจ้าเป็นองค์ความรัก ความรัก คือสายสัมพันธ์ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนระหว่างการให้และการรับซึ่งกันและกัน เริ่มต้นจากพระบิดาทรงรักพระบุตรร่วมกับพระจิต ความรักของพระเป็นเจ้าได้ขยายออกและตกทอดมาถึงเราโดยทางพระเยซูคริสตเจ้า เป็นความรักที่สร้างสรรค์ เสียสละ อดทนนาน และเป็นอมตะนิรันดร์ “ไฟ” แทนพระจิตเจ้า พระองค์ทรงประทับอยู่กับพระศาสนจักร ช่วยส่องสว่างให้เข้าใจพระวาจา และบันดาลให้เร่าร้อนด้วยความรักและรับใช้พระคริสตเจ้า ในการนำประชากรชาวไทยสู่ความศักดิ์สิทธิ์ สมเป็นบุตรของพระบิดาเจ้า พระองค์จะบันดาลให้พันธกิจความรักของพระเจ้าดำเนินต่อไป อาศัยประชาชนที่เชื่อและศรัทธาในอุดมการณ์ของพระคริสตเจ้า “พระหฤทัย” อธิบายความรักในแบบของพระคริสตเจ้า เป็นความรักที่เสียสละ Sacrificial Love ยอมพลีเป็นบูชา ยอมรับมงกุฎหนาม มงกุฎแห่งการดูถูกเหยียดหยาม ยอมรับไม้กางเขนสัญญาลักษณ์ของความทุกข์ที่เกิดจากบาปของประชาชน พระองค์ทรงยอมรับให้ตกกับพระองค์เอง ยอมรับบาดแผลที่ถูกประชาชนทิ่มแทง แต่บาดแผลเดียวกันนี้กลับกลายเป็นท่อธารน้ำและเลือดที่หลั่งออกมาเป็นอาหารเลี้ยงประชาชนให้มีชีวิตนิรันดร์ (ดังนั้น ในทุกมิสซาพระสงฆ์จะกล่าวคำของพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำอีก “กายของเรามอบแด่ท่าน… โลหิตของเราหลั่งออกเพื่อยกบาปของท่าน…”) “ดวงดาว” แทนรูปแม่พระ บุคคลตัวอย่างผู้ให้กำเหนิดพระคริสตเจ้า และดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระองค์ มีความสนิทสนมเป็นกายเดียวใจเดียวกัน บรรดาอัครธรรมทูตได้รับพระนางเป็นมารดาของพวเขา ตามคำสั่งของพระคริสตเจ้าก่อนสิ้นพระชนม์ สำหรับประเทศไทย มิสชันนารีฝรั่งเศษได้ประกาศแจ้งคริสตชนไทย ในบทภาวนาประจำวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี “บทถวายประเทศไทยแด่แม่พระ ในโอกาสวันสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ องค์อุปถัมภ์ของประเทศไทย” …คริสตชนไทยทุกคนจึงศรัทธาในแม่พระตั้งแต่โบราณกาลมา “ดอกไม้” แทนรูปนักบุญยอแซฟ ผู้พิทักษ์พระเยซูเจ้าช่วงเจริญวัย ท่านดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ สุภาพ ถ่อมตน
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราชสเตเฟน บุญเลิศ พรหมเสนา](https://www.cbct.or.th/ego-elegi-vos/) - พื้นตราสัญลักษณ์ประกอบตัวย "สีแดง" และ "สีทอง" โดยทั้งสองสีนี้บ่งบอกถึงคุณค่าแห่งชีวิตของพระสังฆราช ซึ่งเต็มไปด้วยชีวิต ความคิตสร้างสรรค์ พลังและความรัก ด้วยความสามารถเข้าถึงประชาสัตบุรุษด้วยความเข้าอกเข้าใจ ความใส่ใจและความรัก Ego Elegi Vos "เราได้เลือกท่าน" "I chose you" (ยน. 15:16) หลักสำคัญ 4 ประการ ในตราสัญลักษณ์ อันเป็นรากฐานของความเชื่อ ความรักและความหวังในการดำเนินชีวิตของท่านพระสังฆราชอย่างลึกชึ้งแท้จริง พระชุมพาบาลบนพื้นสีแดง พระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นต้นแบบของชุมพาบาลที่ดี ผู้ที่เอาใจใส่และพร้อมเสียสละชีวิตเพื่อแกะของตนเอง องค์พระชุมพาบาลสวมกอดลูกแกะไว้แนบอก และพื้นสีแดงบ่งบอกถึงชีวิตที่พร้อมเสียสละและมอบให้กับลูกแกะที่อยู่ในความดูแล . พระนางมารีย์บนพื้นสีทอง แม่พระผู้เสียสละและตอบรับแผนการแห่งความรอด พระคริสตเจ้าทรงมอบพระมารดาให้เป็นแม่ และเราทุกคนก็เป็นลูกของพระนาง รูปพระแม่บนพื้นสีทอง บ่งบอกถึงความสุข ความยินดีและมิตรภาพ โดยมีแม่พระเป็นองค์อุปถัมภ์ของสังฆมณทลตลอดไป . พระคัมภีร์ พระวาจาของพระเจ้าเป็นอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตคริสตชน "มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า (มธ. 4:4)" เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต และเป็นคำตอบให้แก่มนุษยชาติ . กาลิกส์และศีลมหาสนิท เครื่องหมายแห่งความเป็นสงฆ์และเครื่องบูชา พระสังฆราชเป็นผู้ปกครอง ผู้อภิบาลและผู้ถวายเครื่องบูชา เพื่อเป็นการใช้โทษบาปของบรรดาประชากรที่ปกครองดูแล
- [พิธีอภิเษกพระสังฆราชสเตเฟน บุญเลิศ พรหมเสนา ประมุขสังฆมณฑลอุบลราชธานี](https://www.cbct.or.th/20240227-2/)
- [แผนกสุขภาพอนามัย](https://www.cbct.or.th/แผนกสุขภาพอนามัย/)
- [สมาคมลูกเสือรัตนโกสินทร์](https://www.cbct.or.th/สมาคมลูกเสือรัตนโกสินท/)
- [อุดมสาร](https://www.cbct.or.th/อุดมสาร/)
- [แผนกฆราวาส](https://www.cbct.or.th/แผนกฆราวาส/)
- [แผนกครอบครัว](https://www.cbct.or.th/แผนกครอบครัว/)
- [สาส์น ของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ในโอกาสเทศกาลมหาพรต ประจำปี 2024](https://www.cbct.or.th/lent2024/) - สาส์น ของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ในโอกาสเทศกาลมหาพรต ประจำปี 2024 พระเจ้าทรงนำเราผ่านทะเลทรายสู่อิสรภาพ พี่น้องที่รัก เมื่อพระเจ้าของเราเผยแสดงพระองค์เอง สารของพระองค์มักจะเกี่ยวข้องกับอิสรภาพเสมอ: “เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน เป็นผู้นำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ ให้พ้นจากการเป็นทาส" (อพย 20:2) คำเหล่านี้เป็นคำแรกของพระบัญญัติสิบประการ ที่ประทานแก่โมเสสบนภูเขาซีนาย ผู้ที่ได้ยินคำเหล่านี้คุ้นเคยกับการอพยพที่พระเจ้าตรัสถึงเป็นอย่างดี ประสบการณ์การเป็นทาสของพวกเขายังคงฝังลึกอยู่ในใจ ในทะเลทรายพวกเขาได้รับ "บัญญัติสิบประการ" เป็นถนนสู่อิสรภาพ เราเรียกคำเหล่านั้นว่า "พระบัญญัติ" เพื่อเน้นย้ำถึงพลังแห่งความรักที่พระเจ้าทรงใช้ในการหล่อหลอมประชากรของพระองค์ เสียงเรียกร้องสู่อิสรภาพเป็นเสียงเรียกร้องที่ต้องอาศัยความพยายาม ไม่ใช่สำเร็จได้ในทันที ต้องค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับการเดินทาง เช่นเดียวกับอิสราเอลในทะเลทรายที่ยังคงยึดติดกับอียิปต์ มักจะโหยหาอดีตและบ่นต่อต้านพระเจ้าและโมเสส เช่นเดียวกันในปัจจุบัน ประชากรของพระเจ้าก็ยังคงยึดติดกับพันธนาการแห่งการกดขี่ที่พวกเขาควรจะปล่อยไว้ข้างหลัง เราตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกสิ้นหวัง เดินทางผ่านชีวิต เหมือนเดินผ่านทะเลทราย โดยไม่มีแผ่นดินแห่งพันธสัญญาเป็นจุดหมายปลายทาง มหาพรตคือเทศกาลแห่งพระหรรษทาน ที่ทะเลทรายสามารถกลับกลายเป็นสถานที่แห่งรักแรกของเราอีกครั้งตามคำทำนายของประกาศกโฮเชยา (เทียบ ฮชย 2:16-17) พระเจ้าทรงหล่อหลอมประชากรของพระองค์ ทรงทำให้เราสามารถทิ้งการเป็นทาสไว้เบื้องหลัง และประสบกับการผ่านพ้นจากความตายไปสู่ชีวิต เหมือนเจ้าบ่าว พระเจ้าทรงดึงดูดเราให้กลับมาหาพระองค์อีกครั้งด้วยการกระซิบคำรักแก่หัวใจของเรา การอพยพจากการเป็นทาสสู่อิสรภาพ ไม่ใช่เพียงการเดินทางที่เป็นนามธรรม หากต้องการให้การเฉลิมฉลองเทศกาลมหาพรตของเราเป็นรูปธรรม ก้าวแรกคือต้องปรารถนาที่จะเปิดตาของเราให้กว้างเพื่อรับรู้ความจริง เมื่อพระเจ้าตรัสเรียกโมเสสจากพุ่มไม้ที่ลุกเป็นไฟ พระองค์ทรงแสดงให้เห็นทันทีว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้มองเห็น และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือทรงได้ยิน
- [Power Of Love│กิจกรรม “รักษ์โลก = รักเรา” เปิดปีคาทอลิกไทยรวมพลังรักษ์โลก ค.ศ. 2024-2025 (ตอนที่2)](https://www.cbct.or.th/power-of-love-2/)
- [Power Of Love│กิจกรรม “รักษ์โลก = รักเรา” เปิดปีคาทอลิกไทยรวมพลังรักษ์โลก ค.ศ. 2024-2025 (ตอนที่1)](https://www.cbct.or.th/power-of-love-1/) - ขอบคุณช่อง YouTube สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [วีดีโองาน "รักษ์โลก = รักเรา" เพื่อร่วมกันสรรเสริญพระเจ้า](https://www.cbct.or.th/20240125-3/) - "รักษ์โลก = รักเรา" เพื่อร่วมกันสรรเสริญพระเจ้า 25 มกราคม ค.ศ.2024 ณ โรงเรียนพระแม่มารี สาทร กรุงเทพฯ ขอขอบคุณวีดีโอจาก YouTube สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [คลิปวีดีโอในงาน "รักษ์โลก รักเรา" 25 มกราคม ค.ศ.2024](https://www.cbct.or.th/20240125clip/) - วีดีทัศน์ รักษ์โลก = รักเรา "บอกรักโลก บ้านส่วนรวมของเรา" คลิปรางวัลนวัตกรรมรักษ์โลก โดยโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ นวัตกรรมรักษ์โลก รัก=ลงมือทำ หนึ่งในผลงานคลิปสั้นความยาวไม่เกิน 3 นาทีที่ได้รับรางวัลประจำปี 2023 ดูคลิปการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.youtube.com/@careourworld และดูข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับโครงการนวัตกรรมรักษ์โลกได้ที่ : www.นวัตกรรมรักษ์โลก.com
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประกาศแต่งตั้งบาทหลวงเปาโล ธวัช สิงห์สา รับตำแหน่งประมุขแห่งสังฆมณฑลนครสวรรค์](https://www.cbct.or.th/20240213-2/)
- [กิจกรรม "รักษ์โลก=รักเรา" ณ โรงเรียนพระแม่มารี สาทร](https://www.cbct.or.th/20240125-2/) - สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เชิญชวนผู้นำทุกศาสนาและพี่น้องผู้มีน้ำใจดี “ร่วมกันดูแลรักษาโลก – บ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน”☘️🍀🌿 วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม ค.ศ.2024 เวลา 9.00 น. ณ โรงเรียนพระแม่มารี สาทร สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม “รักษ์โลก=รักเรา“ เพื่อประกาศแถลงการณ์อย่างเป็นทางการโอกาสปี”รวมพลังรัก(ษ์)โลก ค.ศ.2024-2025 โดยเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญเพื่อไม่ใช่เป็นเพียงคำแถลงการณ์อย่างเดียวแต่ยังนำลงสู่ภาคปฏิบัติร่วมกัน ดังความห่วงใยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ต่อวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นทางด้านสิ่งแวดล้อมในโลก พระองค์ ทรงย้ำว่า”มนุษย์เป็นต้นเหตุของวิกฤติดังกล่าว ทรงเรียกร้องอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเกิดหายนะภัยทางธรรมชาติที่ไม่สามารถแก้ไขเอากลับคืนมาได้ และขอให้มีการเสวนาครั้งใหม่ เพื่อร่วมกั้นดูแลโลกอย่างจริงจัง ซึ่งเรียกร้องให้มนุษย์ทุกคนต้องมีการกลับใจ (Laudate Deum ข้อ 11,37) งานเริ่มด้วยวีดีทัศน์เพื่อเตรียมจิตใจเข้าสู่กิจกรรม โดยมีพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ประกอบวจนพิธีกรรมขอพรพระผู้เป็นเจ้า หลังจากนั้นพระสังฆราชยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย. อ่านแถลงการณ์นโยบายของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ต่อจากนั้น ตัวแทนคาทอลิกทั่วประเทศอันประกอบไปด้วย พระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระสังฆราชชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ พระอัครสังฆราชวีรเดช ใจเสรี พระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ พระสังฆราชสิริพงษ์ จรัสศรี
- [ตราสัญลักษณ์ คาทอลิกไทยรวมพลังรักษ์โลก ค.ศ.2024-2025 และเพลงสรรเสริญพระเจ้า](https://www.cbct.or.th/logo2024-2025/) - เนื้อเพลง DOWNLOAD ตราสัญลักษณ์ และเพลงสรรเสริญพระเจ้า (Laudate Deum) https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1KONSKAS_kFpvfa7F6wXZIaTkG8EHJ2bM
- [พระสมณลิขิตจากพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/apostolic-letter-aperuit-illis-pope-francis/) - พระสมณลิขิตจากพระสันตะปาปาฟรานซิส Apostolic Letter “Aperuit Illis” “พระองค์ทรงเปิดใจของพวกเขา” ทรงลิขิต “วันอาทิตย์เป็นวันแห่งพระวาจาของพระเจ้า” 1.“พระองค์ทรงเปิดใจพวกเขาให้เข้าใจพระคัมภีร์” (ลก. 24: 45) นี่คือกิจกรรมท้ายๆประการหนึ่งของพระผู้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพก่อนที่จะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระเยซูคริสต์ทรงปรากฏองค์แก่บรรดาศิษย์ที่กำลังชุมนุมกันอยู่ ทรงหักปังพร้อมกับพวกเขา และทรงเปิดใจให้พวกเขาเข้าใจพระคัมภีร์ ท่ามกลางศิษย์ที่มีความกลัวและยังคงตกตะลึงความหมายแห่งพระธรรมล้ำลึกปัสกาที่ว่าตามแผนการนิรันดร์ของพระบิดาเจ้าพระองค์ต้องรับการทรมานและกลับคืนชีพจากความตายเพื่อนำมาซึ่งการยกโทษบาป (เทียบ ลก. 24: 24-25; 46-47) แล้วพระองค์ก็ทรงสัญญาที่จะส่งพระจิตผู้ที่ทรงจะประทานพละกำลังให้พวกเขาเป็นประจักษ์พยานแห่งพระธรรมล้ำลึกที่ช่วยให้เรารอดนี้ (เทียบ ลก. 24:49) ความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนม์ ชุมชน และพระคัมภีร์ คือแก่นแห่งอัตลักษณ์ของพวกเราในฐานะที่เป็นคริสตชน หากปราศจากซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเปิดใจพวกเราสู่ความจริงนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเข้าใจพระคัมภีร์ได้อย่างลึกซึ้ง แต่ในเชิงกลับกันก็เป็นความจริงที่คล้ายๆกัน: หากปราศจากพระคัมภีร์เหตุการณ์ต่างๆในพันธกิจของพระเยซูคริสต์และของพระศาสนจักรในโลกนี้ ก็จะเป็นสิ่งที่เราไม่อาจที่จะเข้าใจได้ ดังนั้นนักบุญเยโรมได้กล่าวไว้อย่างถูกต้องว่า “การไม่รู้จักพระคัมภีร์คือการไม่รู้จักพระเยซูคริสต์” (Commentary on the Book of Isaiah, Prologue: PL 24,17B) 2. ณ ช่วงเวลาปิดปีมหาการุณย์พิเศษแห่งพระเมตตาพ่อได้เสนอให้มี “การจัดวันอาทิตย์พิเศษขึ้นมาวันหนึ่งเพื่ออุทิศอย่างสิ้นเชิงให้กับ พระวาจาของพระเจ้าเพื่อที่พวกเราจะได้ชื่นชมกับความมั่งคั่งอันหาที่สุดมิได้ที่มีอยู่ในการเสวนาอย่างสม่ำเสมอระหว่างพระเจ้ากับประชากรของพระองค์” (Misericordia et Misera,
- [สรุปภาพรวม สมณสาส์นเตือนใจ "ขอสรรเสริญพระเจ้า" (Laudate Deum)](https://www.cbct.or.th/laudate-deum/)
- [ประกาศสภาพระสังฆราชฯ พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย “รวมพลังรัก(ษ์)โลก”](https://www.cbct.or.th/cbct207-2023/) - ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 207/2023 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย “รวมพลัง รัก(ษ์) โลก” 4 ตุลาคม 2023 - ธันวาคม 2025 “ขอสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า” นี่คือความรู้สึกของเราเมื่อได้มองดูความสวยงามของธรรมชาติ เพราะพระเจ้าได้สร้างโลกนี้มาเพื่อมนุษย์และจากความรักของพระองค์ พระเยซูเจ้าเองก็ทรงชื่นชมความงามของธรรมชาติ สรรพสัตว์ ดอกไม้ตามทุ่งนา พระองค์ตรัสว่า “จงสังเกตดูดอกไม้ในทุ่งนาเถิด มันเจริญงอกงามขึ้นได้อย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่า กษัตริย์ซาโลมอนเมื่อทรงเครื่องอย่างหรูหราก็ยังไม่งดงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง” (มธ 6:28-29) (ดู Laudate Deum,1) แต่มาบัดนี้โลกที่เคยสวยงามและมีความสมดุล กำลังถูกมนุษย์ทำลายอย่างหนัก โลกกำลังร้อนและถึงจุดวิกฤตของภาวะภูมิอากาศ เกิดสภาพการณ์ภูมิอากาศสุดขั้วในทุกทวีป มนุษย์กำลังมุ่งสู่ความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงในเวลาเดียวกันก็เดินเข้าใกล้หายนะมากเข้าไปทุกที ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บอกเราว่า สิ่งที่เรากำลังประสบอยู่ปัจจุบันคือ ภาวะโลกร้อนที่เร่งความเร็วอย่างผิดปกติ เรากำลังจะเกินขีดจำกัดสูงสุดที่ตั้งไว้คือ 1.5 องศาเซลเซียส และหลังจากนั้นไม่นานก็อาจสูงถึง 3 องศาเซลเซียส เป็นความเสี่ยงสูงที่จะถึงจุดวิกฤตของมนุษยชาติ (ดู Laudate Deum 5,6,56) บรรดาผู้นำประเทศส่วนใหญ่ในโลกได้ประชุมหารือกันเพื่อยับยั้งสภาพเลวร้ายนี้มากว่า 3 ทศวรรษแล้ว
- [สัมมนาเชิงปฏิบัติการ บุคลากรของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/20240111-12/) - วันที่ 11-12 มกราคม ค.ศ.2024 ทางสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ บุคลากรของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ปีรวมพลังรัก(ษ์)โลก 2024-2025 ณ ห้องประชุมชั้น 10 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [ประกาศแต่งตั้งพระสังฆราชสังฆมณฑลอุบลราชธานี](https://www.cbct.or.th/20231202-2/)
- [VTR พิธีมอบประกาศรับรองวัดคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/20231130vtr/)
- [กระทรวงวัฒนธรรมมอบประกาศรับรองวัดคาทอลิกอย่างเป็นทางการ](https://www.cbct.or.th/20231130/) - เช้าวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก เวลาประมาณ 10.00 น.สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดให้มีพิธีมอบประกาศรับรองวัดคาทอลิก โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยพระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อัครประมุข เขตอัครศาสนปกครองกรุงเทพฯ บิชอป ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย บรรดาบิชอป มองซินญอร์ ดาเนียล ทูเมล (Monsignor Daniel Tumiel) อุปทูตวาติกันประจำประเทศไทย ในนามตัวแทนสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย และฝ่ายรัฐบาลอาทิ คุณยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางสุภัทร กิจเวช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม บรรดาบาทหลวง แขกผู้มีเกียรติและพี่น้องสัตบุรุษจำนวนหนึ่ง งานได้เริ่มจากการประกอบพิธีขอพรทางศาสนา เป็นวจนพิธีกรรม โดย พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์
- [คณะผู้เข้าร่วมเสวนา Buddhist – Christian Colloquium เยี่ยมชมความงดงามของการนับถือศาสนาในประเทศไทย เยือนวัดพุทธและเข้าคำนับพระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์](https://www.cbct.or.th/buddhist-christian-colloquium/) - เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2023 คณะผู้เข้าร่วมเสวนา เยี่ยมชมความงดงามของการนับถือศาสนาในประเทศไทย เยือนวัดพุทธและเข้าคำนับพระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์ Buddhist – Christian Colloquium การเสวนาเชิงวิชาการ ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ ความเห็นอกเห็นใจ (Karuna) และความรักอย่างไม่เห็นแก่ตัว (Agape) ในการเสวนาเพื่อเยียวยามนุษยชาติและโลกที่บอบช้ำ (7th Buddhist – Christian Colloquium “Karuna and Agape in Dialogue for Healing a Wounded Humanity and the Earth) ระหว่างวันที่ 14 - 16พฤศจิกายน 2023 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในช่วงบ่ายของการประชุมวันสุดท้าย ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีโอกาส ไปเยี่ยมชมวัดโพธิ์ โดยมีพระราชรัตนสุนทรผู้ช่วยเจ้าอาวาส ,ประธานฝ่ายศึกษาสงเคราะห์ และพระมหานพรัตน์ อภิชชโว ผู้ช่วยเจ้าอาวาส,หัวหน้าแผนกทัศนศึกษา ปฏิสันถารเป็นผู้นำชมและมอบของที่ระลึก
- [การเสวนาเชิงวิชาการ ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ ความเห็นอกเห็นใจ (Karuna) และความรักอย่างไม่เห็นแก่ตัว (Agape)](https://www.cbct.or.th/7th-buddhist-christian-colloquium/) - บทสรุบเพื่อสานต่อ แถลงการณ์การเสวนา ฯ #Buddhist – Christian Colloquium การเสวนาเชิงวิชาการ ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ ความเห็นอกเห็นใจ (Karuna) และความรักอย่างไม่เห็นแก่ตัว (Agape) ในการเสวนาเพื่อเยียวยามนุษยชาติและโลกที่บอบช้ำ (7th Buddhist – Christian Colloquium “Karuna and Agape in Dialogue for Healing a Wounded Humanity and the Earth) ระหว่างวันที่ 14 -16พฤศจิกายน 2023 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีข้อสรุป และเอกสารแถลงการณ์ ดังนี้ (https://press.vatican.va/content/salastampa/it/bollettino/pubblico/2023/11/16/0801/01752.html) การเสวนาในครั้งถัดไปซึ่งเป็นครั้งที่ 8 ในปีค.ศ. 2025 จะถูกจัดขึ้นที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา หมายเหตุ เอกสารแถลงการณ์ได้ถูกนำไปโพสต์ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของวาติกันแล้ว ส่วนภาษาไทยทางจะถูกจัดแปลในไม่ช้า ทีมงานจัดเสวนาฯ
- [สารของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในวโรกาสรำลึกถึงวันคนยากจนโลก ครั้งที่ 7](https://www.cbct.or.th/202311119/) - สารของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในวโรกาสรำลึกถึงวันคนยากจนโลก ครั้งที่ 7 19 พฤศจิกายน 2023 อาทิตย์ที่สามสิบสาม เทศกาลธรรมดา “อย่าเบือนหน้าจากคนยากจน” (ทบต. 4:7) 1. วันคนยากจนโลกครั้งที่ 7 ประจำปีนี้ส่งสัญญาณของผลดีที่เกิดขึ้นในความเมตตาของพระบิดาเจ้าและเสริมหนุนชีวิตของชุมชนของเรา อย่างที่เห็นได้ว่าการเฉลิมฉลองของวันนี้หยั่งรากลงลึกมากขึ้นในชีวิตอภิบาลของพระศาสนจักรการเฉลิมฉลองดังกล่าวช่วยให้เราค้นพบหัวใจของพระวาจาที่ยังคงใหม่และเป็นปัจจุบันเสมอ ทว่าความพยายามแต่ละวันของเราในการต้อนรับคนยากจนยังไม่เพียงพอ สายน้ำแห่งความยากจนอันยิ่งใหญ่กำลังไหลผ่านบ้านเมืองของเราและดูเหมือนว่าจะท่วมท้นล้นหลาม ดังเช่นพี่น้องของเราที่ต่างร้องขอความช่วยเหลือ การเกื้อหนุนและความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความต้องการที่ยิ่งวันยิ่งมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ในวันอาทิตย์ก่อนวันสมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล เราจึงรวมตัวกันรอบพระแท่นของพระองค์เพื่อรับของประทานและพละกำลังจากพระองค์อีกครั้งเพื่อดำเนินชีวิตแห่งความยากจนและรับใช้คนยากจน “อย่าเบือนหน้าจากคนยากจน” (ทบต. 4:7) ถ้อยคำเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจแก่นแท้ของการเป็นประจักษ์พยานของเรา เมื่อไตร่ตรองถึงหนังสือโทบิต ซึ่งเป็นข้อความในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่เป็นหนังสือที่มีเสน่ห์และเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา เราก็สามารถชื่นชมและเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้บันทึกเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่ต้องการสื่อสาร ทำให้เราพบว่าตัวเองอยู่เบื้องหน้าฉากของชีวิตครอบครัวหนึ่ง บิดาที่ชื่อโทบิต กอดโทบียาห์บุตรชายของเขา ซึ่งกำลังจะออกไปในการเดินทางอันยาวนาน โทบิตผู้สูงวัยกลัวว่าเขาจะไม่ได้เจอลูกชายอีกเลย จึงฝากฝัง “พันธสัญญาทางวิญญาณ” ไว้ให้เขา โทบิตถูกส่งตัวไปยังเมืองนีนะเวห์และตอนนี้ตาบอด ทำให้มีสถานะความยากจนเป็นสองเท่า ในเวลาเดียวกันเขายังคงมั่นใจในสิ่งหนึ่งเสมอ ซึ่งแสดงออกมาในชื่อของเขา “พระเจ้าทรงเป็นความดีของข้าพเจ้า” ในฐานะชายผู้เกรงกลัวพระเจ้าและเป็นบิดาที่ดี เขาต้องการส่งมอบให้บุตรชายไม่เพียงแค่ความมั่งคั่งทางวัตถุเท่านั้น แต่หากเป็นประจักษ์พยานถึงวิถีทางที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต ดังนั้นเขาจึงบอกบุตรชายของเขาว่า: “ลูกเอ๋ย จงระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกวันตลอดชีวิตของลูก อย่าจงใจทำบาปหรือละเมิดบทบัญญัติของพระองค์เลย จงทำความดีทุกวันตลอดชีวิต อย่าดำเนินตามหนทางที่ไม่ถูกต้อง”
- [ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย รณงค์เพื่อขอให้คริสตชนร่วมสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ](https://www.cbct.or.th/175-2023/) - ประกาศสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย รณงค์เพื่อขอให้คริสตชนร่วมสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ ที่ สสท.175/2023 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย รู้สึกสลดใจ จากภาวะสงคราม ที่เกิดขึ้นในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา รวมไปถึงภาวะสงครามที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งมีการละเมิดต่อชีวิตมนุษย์อย่างไร้มนุษยธรรม มีการยกระดับการใช้ความรุนแรงตอบต้กันอย่างมิได้แยกแยะเป้าหมายอันเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ในพื้นที่ ที่ก่อให้เกิดการทำลายชีวิต ละเมิดคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้บริสุทธิ์ และเด็ก ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งร่วมถึงแรงงานไทยเป็นจำนวนมากด้วยนั้น พระศาสนจักรคาทอลิก ถือว่าการละเมิดต่อชีวิตของมนุษย์ด้วยกัน โดยใช้ความรุนแรงถือเป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดต่อความรักของพระเจ้า และมิอาจยอมรับได้ และขอเรียกร้องให้คู่สงครามได้ใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหา สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจกับทุกฝ่ายที่เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และเป็นกำลังใจแก่ทุกฝ่าย ที่จะก้าวข้ามความยากลำบากในครั้งนี้ และขอให้สังคมไทยใช้สติและวิจารณญาณในการทำความเข้าใจสภาพปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนให้คริสตชนทุกคน โดยขอความร่วมมือให้ทุกวัด ได้ร่วมสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ รวมไปถึงการสวดสายประคำในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าร่วมกับพระนางมารีย์ วอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า ทรงบรรเทาความทุกข์ยากต่อผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามอันโหดร้าย และทรงดลใจ ให้ผู้มีอำนาจ ได้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อร่วมมือกันสร้างสันติภาพ และให้ความขัดแย้งครั้งนี้ยุติลงโดยเร็ว ขอพระเจ้าทรงอำนวยพร พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ประกาศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม
- [FABC Newsletter July-September 2023](https://www.cbct.or.th/fabc-newsletter-july-september-2023/)
- [สารจากบิชอปซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี โอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ](https://www.cbct.or.th/youth-20230920/) - สารจากบิชอปซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน โอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ วันที่ 20 กันยายน 2023 เยาวชนที่รัก ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เยาวชนในกลุ่มของพวกเราหลายคน เพิ่งจะได้ผ่านประสบการณ์การเดินทางร่วมกับเพื่อน ๆ เยาวชนทั่วโลก การพบปะกับผู้คนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในช่วงเวลาของงานชุมนุมเยาวชนโลก ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ภายใต้พระวาจาที่ว่า “พระนางมารีย์ทรงลุกขึ้น รีบออกเดินทางโดยทันที” (ลก. 1:39) ตลอดการชุมนุมเยาวชนโลก เราจะได้ยินคำสั้นๆ นี้บ่อย ๆ ว่า “Rise up” เป็นทั้งการเชื้อเชิญและท้าทายเยาวชนที่ถูกเรียกมาให้รีบลุกขึ้น ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับทุกคน ด้วยความชื่นชมยินดีและกล้าหาญมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ ที่ลิสบอน พระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ย้ำเตือนกับบรรดาเยาวชนว่า “พระเจ้าทรงเรียกเราแต่ละคนด้วยชื่อของเราเอง เพราะพระองค์ทรงรักเรา” เราอาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด เป็นคนที่เคยผิดพลาด นอกลู่นอกทาง แต่ก็ยังถูกเรียกให้เข้ามารวมอยู่ในพระศาสนจักร “เด็กและผู้ใหญ่ คนสุขภาพดีและคนป่วย คนชอบธรรมและคนบาป ทุกคน ทุกคน และทุกคน!” ในพระศาสนจักรมีที่ว่างสำหรับทุกคนเสมอ คำยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าที่พระสันตะปาปาได้ทรงตอกย้ำทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่า การที่พระเจ้าทรงรักเรานั้น
- [พระสมณทูต พบ บรรดาพระสังฆราชคาทอลิกไทย พร้อมให้การแบ่งปันในหัวข้อ “ความท้าทายสำหรับบรรดาบิชอปประเทศไทย”](https://www.cbct.or.th/20230913/) - วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม บรรดาพระสังฆราชคาทอลิก ร่วมประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน 2023 หลังจากมิสซาเปิดแล้ว พระอัครสังฆราช Peter Weels เอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย ได้มีโอกาสแบ่งปันกับบรรดาพระคุณเจ้าในหัวข้อ “ความท้าทายสำหรับบรรดาบิชอปประเทศไทย” เป็นคำกล่าวที่น่าสนใจ ร่วมสมัย และมีความท้าทายในมุมมองของการอภิบาลในประเทศไทย ... “Challenges for BishopsThailand The Catholic Church has always played a significant role in shaping the moral and spiritual fabric of societies around the world. I don’t believe
- [ความท้าทายสำหรับบรรดาบิชอปในประเทศไทย (แปลจากการแบ่งปันของสมณทูต)](https://www.cbct.or.th/20230914/) - พระศาสนจักรคาทอลิกมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างทางศีลธรรมและทางฝ่ายจิตของสังคมทั่วโลก อย่างเสมอมา ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าข้าพเจ้าได้เห็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากไปกว่าการที่ข้าพเจ้าได้รับรู้สัมผัส เห็นตลอดช่วงหลายเดือนในประเทศนี้ ถึงแม้ว่าพระศาลนจักรจะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ แต่ผลกระทบต่อสังคมแห่งนี้ ช่างไม่ธรรมดา อย่างที่เราพูดกันในการชกมวยว่า “พระศาสนจักรที่นี่ขึ้นชกเกินนี้าหนักตัวเอง” บรรดา'พี่'น้อง'บิชร'ป พวกท่านในฐานะผู้นำฝ่ายจิตตามแต่ละสังฆมณฑลของท่าน มีหน้าที่รับผิดชอบในการนำฝูงแกะของท่านด้วยความ เชื่อ ส่งเสริมคำสั่งสอนของพระศาสนจักร และพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในโลกสมัยใหม่ ในภูมิภาคนี้ บรรดาบิชอปต้องเผชิญกับความท้าทายพิเศษที่ต้องอาศัยความสนใจและแนวทางการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสม ณ จุดนี้ข้าพเจ้ากล่าวถึง “แนวทางการวางกลยุทธ์” ในโลกที่ถูกนำโดยธุรกิจและแผนการวางกลยุทธ์ ข้าพเจ้าลังเล ที่จะใช้คำนี้ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าคำว่า “แนวทางการวางกลยุทธ์” สามารถนำไปใช้ได้อย่างมากในบริบทของเราใน ปัจจุบัน ในฐานะพระศาสนจักร เราไม่สามารถชะล่าใจหรือนิ่งเฉยและคอยโต้ตอบได้อีกต่อไป เราไม่สามารถเป็น “พระศาสนจักรแค่เพียงเฝืาดูแล” ได้อีกต่อไป แต่เราต้องเป็นผู้ประกาศความจริงแห่งพระวรสาร สิ่งนี้กระตุ้นให้เรา ต้องกระตือรือรัน มีพลังกระฉับกระเฉง มีการปฏิบัติที่มาจากการพัฒนา “กลยุทธ์” ตามบริบทในความสำคัญแห่ง พระวรสาร “สบาย สบาย” และ “ไม่เป็นไร” ใช้ไม่ได้กับบริบทในพระศาสนจักร ดังที่พวกท่านทราบดีว่าความท้าทายสำคัญประการหนึ่งที่เราเผชิญในภูมิภาคนี้ศีอพหุนิยมทางศาสนาและความ จำเป็นเร่งด1วนสำหรับเสวนาทางศาสนา ภูมิภาคของเรานั้นขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความมั่งคั่งและความ หลากหลายทางศาสนา โดยมีผู้นับถือศาสนาต่างๆ อาศัยอยู่ร่วมเคียงข้างกันและกัน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราใน ฐานะตัวแทนของพระศาลนจักรคาทอลิก ที่จะต้องส่งเสริมความสัมพันธ์อันกลมกลืนกับผู้มีความเชื่อในศาสนาอื่น
- [เพื่อผู้ที่อยู่ชายขอบสังคม - กันยายน 2023 (พากย์ไทย 1.38 นาที)](https://www.cbct.or.th/20230830/) - เราภาวนาเพื่อผู้ที่อยู่ชายขอบของสังคม ในสภาพชีวิตที่ไม้มนุษยธรรม ขอให้องค์กรต่างๆ ไม่มองข้ามหรือละเลยที่จะให้ความสำคัญแก่พวกเขา ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=Fc4wY9-XmV4
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 20-08-2023 “พระเจ้ามิทรงกีดกันเรายามที่เราภาวนารบเร้าพระองค์” (มธ 15:21-28)](https://www.cbct.or.th/20-08-2023/) - เที่ยงวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2023 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงแบ่งปันพระวรสารเรื่องหญิงชาวคานาอัน ทรงยืนยันว่า “พระเยซูเจ้าจะมิทรงกีดกันเรายามที่เราสวดภาวนารบเร้าพระองค์อย่างต่อเนื่อง” นอกจากนี้ยังทรงเรียกร้องเราให้มีความเชื่ออย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการยึดมั่นในความสัมพันธ์ของเรากับพระคริสต์ ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [24 สิงหาคม ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก (St Bartholomew, Apostle, feast.)](https://www.cbct.or.th/st-bartholomew-apostle-feast-2/) - 24 สิงหาคมฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก(St Bartholomew, Apostle, feast.) นักบุญบาร์โธโลมิว คือคนเดียวกับ "นาธานาเอล" ที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงเขาว่า "นี่คือชาวอิสราเอลแท้ เป็นคนไม่มีมารยา" ตอนที่ฟิลิปนำท่านมาแนะนำตัวต่อพระเยซูเจ้านั่นเอง (ยน 1:47) ในความเป็นจริงแล้วเราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับอัครสาวกองค์นี้เลย นอกจากเชื่อกันว่าท่านมาจากเมืองคานาในแคว้นกาลิลี และได้รับเครดิตว่าเป็นคนแรกที่ยอมรับพระเยซูเจ้าในฐานะที่ทรงเป็น เมื่อท่านประกาศว่า "รับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล" (ยน 1:49) ท่านได้ไปเทศนาที่แคว้น Arabia ตามธรรมประเพณีเล่าว่าท่านได้เป็นมรณสักขีโดยการถูกถลกหนังทั้งๆที่ยังมีชีวิตที่ Armenia ก่อนที่จะถูกตัดศีรษะ เมื่อปันเธนุส (Pantaenus) ซึ่งเป็นอาจารย์ของโอริเจน (Origen) ได้ไปเป็นมิชชันนารีที่ประเทศอินเดียในศตวรรษที่ 2 เขาได้รับทราบว่านักบุญบาร์โธโลมิวได้เคยมาที่นั่นก่อนหน้าเขา และได้นำเสนอพระวรสารของนักบุญมัทธิวเป็นภาษาฮีบรู ซึ่งพระศาสนจักรที่อินเดียได้เก็บรักษาไว้ พระธาตุของนักบุญบาร์โธโลมิว ได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดนักบุญบาร์โธโลมิว ที่อยู่บนเกาะกลางแม่น้ำไทเบอร์ (St Bartholomew-on-the-Tiber), กรุงโรม มากว่าพันปีมาแล้ว และท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของช่างปูน ช่างฟอกหนัง และคนขายเนื้อ และจะถูกวอนขอเพื่อต่อสู้กับโรคชักกระตุก (ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint
- [ครม.เห็นชอบรับรองวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพิ่มเติมใน 21 จังหวัด รวม 49 แห่ง](https://www.cbct.or.th/20230823/) - รองโฆษกรัฐบาล เผย ครม. เห็นชอบการรับรองวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพิ่มเติมใน 21 จังหวัด รวม 49 แห่ง หนุนเป็นสถานปฏิบัติศาสนกิจเพื่อความสงบและพัฒนาจิตใจของชุมชนและท้องถิ่น พร้อมทั้งใช้พบปะ วันนี้ (23ส.ค.) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 23 ส.ค. 66 ได้ ให้ความเห็นชอบการรับรองวัดคาทอลิก เป็นวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 จำนวน 49 แห่ง ซึ่งเมื่อรวมกับที่ ครม.ได้ให้การรับรองทั่วประเทศไปแล้วก่อนหน้านี้ ในการประชุม ครม. วันที่ 23 ส.ค. 65, 8 พ.ย. 65, 21 ก.พ. 66 และ 16 พ.ค. 66 จำนวน 155 แห่ง จะให้มีวัดคาทอลิกที่ได้รับการรับรองตามระเบียบฯ
- [สมณลิขิตของพระสันตะปาปาฟรานซิสถึงบรรดาสมณะศาสนบริกรแห่งสังฆมณฑลกรุงโรม](https://www.cbct.or.th/20230815/) - เจริญพรมายังพี่น้องในสมณภาพที่รัก พ่อปรารถนาจะส่งสารนี้มายังพวกท่าน พร้อมกับการเป็นมิตร และความคิดที่ว่าพ่อเดินไปกับพวกท่านด้วยกัน ซึ่งพ่อหวังว่าจะเป็นกำลังให้แก่พวกท่าน ซึ่งกำลังปฏิบัติศาสนกิจ อันเปี่ยมด้วยความสุขและความยากลำบาก ความหวังและความผิดหวัง เราจำเป็นต้องห่วงใยและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน โดยเรียนรู้จากพระเยซูคริสต์ที่ทรงมองบรรดาศิษย์อัครสาวกด้วยความเมตตาเห็นอกเห็นใจ พระองค์ไม่ได้ทรงเรียกร้องแผนการที่แสดงเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพ แต่ทว่าพระองค์ทรงมอบความห่วงใย และให้พักผ่อน ดังนั้น เมื่อเหล่าอัครสาวกกลับมาจากภารกิจประกาศข่าวดี ซึ่งกลับมาด้วยความรู้สึกดีใจ แต่ทว่าพวกเขาก็กลับมาด้วยความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย พระอาจารย์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปในที่สงบตามลำพังและพักผ่อนบ้าง” (มก 6:31) พ่อคิดถึงพวกท่าน ในช่วงเวลานี้ ที่มาพร้อมกับกิจกรรมภาคฤดูร้อน ซึ่งพ่อก็ได้พักผ่อนเล็กน้อย หลังจากที่ได้ปฏิบัติงานอภิบาลระหว่างหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนอื่นพ่ออยากจะกล่าวขอบคุณอีกครั้ง : “ขอบคุณพวกท่านที่เป็นประจักษ์พยานและบริการรับใช้ ขอบคุณสำหรับความดีงามที่ท่านได้กระทำซึ่งไม่มีใครรับรู้ และพ่อขอขอบคุณพวกท่านที่ได้ให้อภัยและปลอบโยนผู้อื่นในนามของพระเจ้า ... พ่อขอขอบคุณสำหรับพันธกิจที่พวกท่านได้รับมอบหมาย ซึ่งปกติการปฏิบัติศาสนบริการมักใช้ความมานะพากเพียรอย่างมาก อีกทั้งแทบไม่มีใครเข้าใจและเห็นคุณค่า” (บทเทศน์มิสซาเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์, วันพฤหัสฯ ที่ 6 เมษายน 2023) นอกจากนี้ การปฏิบัติศาสนกิจของบรรดาสมณะไม่ได้วัดจากความสำเร็จในการอภิบาล (องค์พระเจ้าเองทรงประสบความสำเร็จในเรื่องนี้น้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป !) ศูนย์กลางของชีวิตเรานั้นไม่ใช่การคลั่งไคล้ที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่เป็นการอยู่ในพระเจ้าเพื่อให้บังเกิดผล (เทียบ ยอห์น 15) พระองค์ทรงเป็นที่ชื่นบานของเรา
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ได้ประกาศแต่งตั้งบิชอปซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี รับตำแหน่งประมุขแห่งสังฆมณฑลราชบุรี](https://www.cbct.or.th/20230613/)
- [13 มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์ (St. Anthony of Padua, Priest & Doctor, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-anthony-of-padua-priest-doctor-memorial/) - 13 มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์ (St. Anthony of Padua, Priest & Doctor, memorial) นักบุญอันตนเกิดที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อปี ค.ศ. 1195 ขณะรับศีลล้างบาปได้รับชื่อว่า Ferdinand Bouillon บิดามารดาของท่านเป็นเชื้อสายผู้ดีชาวโปรตุกีส บิดาของท่านได้เป็นอัศวินในราชสำนักของกษัตริย์อัลฟอนโซ ที่ 2 (King Alfonso II) การศึกษาขั้นเริ่มแรกที่ท่านได้รับเกิดขึ้นที่อาสนวิหารแห่งกรุงลิสบอนนั่นเอง เมื่ออายุ 15 ปี ได้เข้าคณะของนักบุญออกัสติน (The Regular Canons of St. Augustine) และได้ถูกย้ายให้ไปอยู่ในอารามที่เมืองโคอิมบรา (Coimbra) ในอีกสองปีต่อมา สาเหตุเพราะมีเพื่อนๆของท่านมาเยี่ยมมากไปทำให้เกิดความวอกแวก ที่อารามนี้ท่านได้อุทิศตนในการภาวนาและการศึกษาจนกลายเป็นผู้รอบรู้ในพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นอย่างดี ในปี ค.ศ. 1220 ขณะที่ท่านมีอายุได้ 25 ปี คุณพ่อเปโดร แห่งโปรตุเกส (Don
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 28-05-2023 “มิสซาสมโภชพระจิตเจ้า”](https://www.cbct.or.th/20230531/) - ในมิสซาสมโภชพระจิตเจ้า วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2023 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงอธิบายบทบาทของพระจิตใน 3 มิติ คือในโลก ในพระศาสนจักร และในจิตใจของเรา ที่มา : Thai CatholicMedia -CSCT-
- [มอบสาส์นวันวิสาขบูชาและเสวนาความร่วมมือ](https://www.cbct.or.th/20230520/) - วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2023 เวลา 10.00 น. ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา Monsignor Indunil J.K. Kodithuwakku เลขาธิการสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนักนครรัฐวาติกัน ร่วมกับมุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ รวมจำนวน 14 ท่าน เข้าพบ พระธรรมวัชรบัณฑิต ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งท่านได้ติดภารกิจและมอบหมายให้พระราชวัชรสารบัณฑิต รศ.ดร.รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ซึ่งเป็นผู้แทนในการต้อนรับคณะฯในครั้งนี้ โดยกิจกรรมเริ่มด้วย พระราชวัชรสารบัณฑิต รศ.ดร.รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา กล่าวบูชาพระรัตนตรัย ชมวีดิทัศน์ประวัติมหาวิทยาลัย และกล่าวต้อนรับ หลังจากนั้น มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้อ่านสาส์นวันวิสาขบูชา จากสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนักนครรัฐวาติกัน ในหัวข้อ รักษาบาดแผลให้แก่มนุษยชาติและโลกของเราด้วยความเห็นอกเห็นใจ(Karuna)และความรักอย่างไม่เห็นแก่ตัว (Agape) โดยขอให้เราทุกคนเจริญชีวิตด้วยความรักและความเห็นอกเห็นใจมากกว่าเดิม และร่วมกันทำงานเพื่อสร้างโลกที่ยุติธรรม มีสันติภาพ และสามัคคีกันมากขึ้น ขอให้ท่าน“แผ่ความรักอันไร้ขอบเขตให้แก่ทั้งโลก–ทั้งด้านบน ด้านล่าง และทั่วไป–โดยปราศจากสิ่งกีดขวาง ปราศจากเจตนาร้าย
- [อ่านสาส์นจากสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนักนครรัฐวาติกัน แด่พี่น้องมุสลิม สาส์นสำหรับเดือนรอมฎอน และวันอีดิลฟิฏร์ ฮ.ศ.1444 /ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/20230519/) - วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2023 เวลา 14.00 น. ณ สำนักจุฬาราชมนตรี Monsignor Indunil J.K. Kodithuwakku เลขาธิการสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนักนครรัฐวาติกัน ร่วมกับสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ เข้าพบอาจารย์ประสาน ศรีเจริญ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ให้การต้อนรับและกล่าวต้อนรับคณะฯจำนวน 13 ท่าน โดย บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้อ่านสาส์นจากสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนักนครรัฐวาติกัน แด่พี่น้องมุสลิม สาส์นสำหรับเดือนรอมฎอน และวันอีดิลฟิฏร์ ฮ.ศ.1444 /ค.ศ. 2023 หัวข้อ คริสตศาสนิกชน และมุสลิม : ผู้ส่งเสริมความรัก และมิตรภาพ และได้อวยพรให้ท่านได้รับพระพรอย่างอุดมบริบูรณ์จากพระผู้ทรงสรรพานุภาพระหว่างเดือนรอมฎอน และขอให้ท่านฉลองวันอีดิลฟิฏร์ ด้วยความยินดี อันเป็นผลมาจากความซื่อสัตย์และความรักต่อพระผู้ทรงสรรพานุภาพ และต่อทุกบุคคลที่ท่านอยู่ด้วยหรือพบกัน หลังจากนั้น Monsignor Indunil J.K. Kodithuwakku ได้มอบสาส์นจากวาติกัน ให้กับอาจารย์ประสาน ศรีเจริญ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี และร่วมหารือถึงความร่วมมือกันระหว่างพระศาสนจักรคาทอลิกและศาสนาอิสลามในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือกันในกิจกรรมที่อาจจะเกิดขึ้นในโอกาสต่อไป ขอบคุณเนื้อหาข่าวและภาพจาก
- [ครม. เห็นชอบรับรองวัดคาทอลิกเพิ่มอีก 79 วัด ศน.คาดรับพิจารณาคำขอรับรองวัดคาทอลิกได้ทันกำหนดเวลา](https://www.cbct.or.th/20230517/) - นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการรับรองวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 เป็นไปตามหลักเกณฑ์การรับรองวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก อาทิ การได้รับความเห็นชอบจากสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย มีข้อมูลที่ตั้งวัด ที่ดินตั้งวัด มีรายชื่อบาทหลวงประกอบศาสนกิจประจำ รวมทั้งมีคุณค่าและประโยชน์ของวัด การอุปภัมภ์และทำนุบำรุงจากภาคส่วนต่างๆ ตามที่ วธ. เสนอ เพิ่มอีกจำนวน 79 วัด ประประกอบด้วย 1. วัดนักบุญหลุยส์ มารีย์ เดอ มงฟอร์ต (บางแค) 2. วัดอัครเทวดาคาเบรียล (สุขสวัสดิ์) 3. วัดอัครเทวดามีคาแอล (สะพานใหม่) 4. วัดนักบุญคลารา (เดิมบางนางบวช) 5. วัดอัครเทวดามีคาแอล (ลพบุรี) 6. วัดนายชุมพาบาลที่ดี (หล่มสัก) 7. วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ (ตาก) 8. วัดนักบุญเทเรซา (แม่สอด) 9. วัดพระคริสตกษัตริย์ (ปูแป้)
- [ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย “คริสตชนไทย ร่วมใจ เลือกคนดี เข้าสู่สภาฯ”](https://www.cbct.or.th/063-2023/) - ที่ สสท. 063/2023 วันที่ 14 พฤษภาคม 2023 ที่จะมาถึงนี้ เป็นวันที่รัฐบาลได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่า มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการก้าวเดินอย่างมั่นคงของประเทศไทย สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอกระตุ้นเตือนประชาชนชาวไทยทุกคนที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ ได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อความดีส่วนรวมของประเทศไทยอันเป็นที่รักของพวกเรา ในฐานะที่เป็นคริสตชนผู้กำลังเดินทางไปสู่สวรรค์บ้านแท้นิรันดรของเรา (ดู ฟป.3:20) เราทุกคนควรตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในความเป็นพลเมืองของประเทศ และเป็นผู้ส่งเสริมระบอบการปกครองที่ดี เพื่อความดีส่วนรวม และร่วมกันสรรค์สร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เกิดขึ้นบนโลกนี้ (เทียบ รม.13:1-7) สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอใช้โอกาสนี้ เพื่อเชิญชวนให้คริสตชนทุกคนได้ใช้สิทธิ์ของตนตามสิทธิพลเมืองของตน ในการเลือกผู้แทนราษฎร เพื่อจะได้ผู้แทนฯ ที่มีอุดมการณ์และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ เป็นผู้อุทิศตนเสียสละเพื่อส่วนรวม มีความซื่อสัตย์สุจริต รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง ด้วยความตระหนักอย่างแท้จริงว่า ผู้นำที่แท้จริงต้องเป็นผู้รับใช้และผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น (เทียบ มธ.20:26-27) ขอองค์พระจิตเจ้าทรงดลใจคริสตชนทุกคนได้ใช้สิทธิ์ของตนในการเลือกผู้แทนฯ อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง และขอพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นแบบอย่างในการเป็นผู้นำที่แท้จริง ทรงประทานพระพรสำหรับประเทศไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อเราทุกคนได้มีผู้แทนฯ ที่ทำงานด้วยมุ่งมั่น เสียสละและอุทิศตนเพื่อประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง อำนวยพรมาด้วยความรักในพระคริสตเจ้า บิชอปยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ให้ไว้
- [พิธีเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 10 CBF](https://www.cbct.or.th/opening-mass-of-the-10th-plenary-assembly-of-febic/) - บิชอป กาเบรียล เมสเตร (Bishop of the Silver Sea, Mons. Gabriel Mestre) ในฐานะเจ้าภาพของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิก ครั้งที่ 10 เป็นประธานในพิธีศีลมหาสนิทและร่วมกับบิชอป 14 ท่านจากทั่วโลกเพื่อเริ่มการประชุมระหว่างประเทศ ณ อาสนวิหารแห่งมาร์ เดล พลาต้า ร่วมด้วยบิชอป 14 ท่านจากทุกทวีป ประกอบด้วยบรรดาบิชอปที่พูดภาษาอังกฤษ 7 ท่าน บิชอปที่พูดภาษาสเปน 5 ท่าน และบิชอปที่พูดภาษาฝรั่งเศส 2 ท่าน ผู้พูดภาษาอังกฤษ บิชอป ลูซิโอ อันดริซ มูดูลา - โมซัมบิก บิชอป ปีเตอร์ อาบีร์ แอนโทนีซามี - อินเดีย บิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ - ไทย บิชอป อินเดรียส เรห์มัต
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 06-04-2023 “พิธีสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2023”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิ-10/) - ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ที่ 6 เมษายน จนถึงวันอาทิตย์สมโภชปัสกา 9 เมษายน 2023 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเป็นประธานในทุกพิธี เว้นแต่ “ทางแห่งกางเขน” ที่โคลอสเซียมเพียงพิธีเดียว เครดิต : YouTube สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [สัมมนาบุคลากรสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/20230403/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยจัดสัมมนาบุคลากร ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 1 เมษายน ค.ศ.2023 ณ บ้านสวนส้มทิพย์รีสอร์ท อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี นำทีมโดยพระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาฯ, พระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ เลขาธิการสภาฯ, พระคุณเจ้าวุฒิเลิศ แห่ล้อม เหรัญญิกสภาฯ, คุณพ่อ ซิสเตอร์ และผู้อำนวยการฝ่ายฯ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางเข้าที่พักสัมมนา ณ บ้านสวนส้มทิพย์รีสอร์ท ทางคณะได้เข้าขอพรที่วัดพระคริสตหฤทัย อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี หลังจากนั้นเดินทางมาที่อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก เพื่อร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเปิดการสัมมนา โดยได้รับการต้อนรับจากพระคุณเจ้าปัญญา กฤษเจริญ ประมุขสังฆมณฑลราชบุรีซึ่งเป็นเจ้าภาพด้านสถานที่อีกด้วย
- [ต้อนรับพระอัครสังฆราชปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/20230404/) - วันที่ 4 เมษายน 2023 เวลา 6.00 น. เอกอัครสมณทูต นครรัฐวาติกัน ประจำประเทศไทย พระอัครสังฆราชปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ ซึ่งนอกจากจะดำรงตำแหน่งสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทยแล้ว ยังดำรงตำแหน่งที่กัมพูชา และเป็นผู้แทนพระสันตะปาปาประจำประเทศลาวด้วย ในวันนี้ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย และได้รับการต้อนรับจากสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย โดยมีพระสังฆราชยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาฯ พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ รวมทั้งตัวแทนนักบวช และผู้ที่ทำงานในสภาฯ ให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรอง สนามบินสุวรรณภูมิ และเดินทางมายังสถานเอกอัครสมณฑูตวาติกันประจำประเทศไทย ถ.สาทรใต้ กรุงเทพฯ บรรยากาศของการต้อนรับเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุข ก้าวต่อไปคือการร่วมมือในการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักรไทย และพระศาสนจักรสากล ขอบคุณข่าวและภาพจาก สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
- [FEDERATION OF ASIAN BISHOPS’ CONFERENCES "Final Document of the Asian Continental Assembly on Synodality"](https://www.cbct.or.th/acas-final-document-16-mar-2023/)
- [บทภาวนาเพื่อถวายประเทศยูเครนและประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์โดยพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/20230324a/) - (บทภาวนาแปลเป็นภาษาไทยอย่างไม่เป็นทางการ แต่อาจใช้เป็นแนวทางการภาวนา - วิษณุ ธัญญอนันต์) ข้าแต่พระแม่มารีย์ ผู้เป็นมารดาพระเจ้าและมารดาของพวกลูก ในช่วงเวลาแห่งการประจญนี้ พวกลูกหันมาพึ่งพระแม่ ในฐานะแม่ของพวกลูก พระแม่รักและรู้จักพวกลูก ซึ่งไม่อาจกังวลว่า ใจของพวกลูกจะถูกซ่อนจากพระแม่ได้เลย ข้าแต่พระมารดาแห่งความเมตตา บ่อยครั้งเพียงใดที่พวกลูกได้รับรู้การดูแลอย่างถ้วนถี่และการประทับอยู่อันเปี่ยมด้วยสันติสุขของพระแม่! พระแม่ไม่เคยหยุดยั้งที่จะนำพวกลูกไปหาพระเยซูคริสต์ เจ้าชายแห่งสันติสุข กระนั้นพวกลูกก็ได้หลงทางหายจากวิถีแห่งสันติสุข พวกลูกได้หลงลืมบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากโศกนาฏกรรมของศตวรรษที่ผ่านมาการเสียสละของคนผู้นับล้านที่สูญเสียในสงครามโลกครั้งที่สอง พวกลูกได้เพิกเฉยต่อคําสัญญาที่ได้ทำร่วมกันระหว่างนานาชาติ พวกลูกได้ทรยศต่อความฝันของผู้คนเกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพและความหวังของเด็กๆ พวกลูกป่วยด้วยความโลภ พวกลูกคิดถึงแต่ผลประโยชน์ เฉพาะของชนชาติของตนเอง พวกลูกเติบโตขึ้นอย่างเฉยเมย และหลงติดอยู่ในความต้องการและความกังวลที่เห็นแก่ตัวของตนเอง พวกลูกเลือกที่จะเพิกเฉยต่อพระเจ้าพอใจกับภาพลวงตาของตน เติบโตอย่างหยิ่งยโสและก้าวร้าว ทำลายร้างคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ ทั้งกักตุนสะสมอาวุธ พวกลูกหยุดที่เป็นผู้ดูแลเพื่อนบ้าน พวกลูกทำลายสวนในบ้านร่วมแห่งโลกด้วยสงคราม และด้วยบาปของพวกลูก พวกลูกได้หักหาญดวงหฤทัยของพระบิดาเจ้าสวรรค์ ผู้ปรารถนาให้พวกลูกเป็นพี่น้องกัน พวกลูกเริ่มเพิกเฉยต่อทุกคนและทุกอย่างยกเว้นสนใจแต่ตัวเอง บัดนี้ ด้วยความละอาย พวกลูกคร่ำครวญ: โปรดยกโทษพวกลูกเถิด พระเจ้าข้า! ข้าแต่มารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางความทุกข์ยากของความบาปของพวกลูก ท่ามกลางการต่อสู้และความอ่อนแอของพวกลูก ท่ามกลางความลึกล้ำของความชั่วช้า คือความชั่วร้ายและสงคราม พระแม่ย้ำเตือนพวกลูกว่า พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งพวกลูก แต่ยังคงมองพวกลูกด้วยความรัก พร้อมที่จะให้อภัยพวกลูก และอุ้มชูพวกลูกให้ฟื้นฟูชีวิตใหม่ พระองค์ทรงประทานพระแม่แก่พวกลูกและทำให้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่เป็นที่หลบภัย สำหรับพระศาสนจักรและมวลมนุษยชาติด้วยพระประสงค์อันเปี่ยมด้วยหรรษทานของพระเจ้า พระแม่อยู่กับพวกลูกเสมอ แม้ในช่วงเวลาที่ลําบากที่สุดในประวัติศาสตร์
- [สำหรับยูเครน ภาวนาเพื่อสันติภาพ โดย โป๊ปฟรันซิส](https://www.cbct.or.th/20230324/) - ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าแห่งสันติภาพ โปรดฟังคำภาวนา พวกลูกได้พยายามหลายครั้ง และหลายปีมาก เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้ง ด้วยกำลังของลูกเองและกำลังอาวุธ ทำไมมีหลายช่วงเวลาแห่งการเป็นศัตรู และความมืดที่เราประสบ การหลั่งเลือด การสูญเสียมากมาย ความหวังถูกกลบ ความพยายามของพวกลูกไร้ผล บัดนี้ ขอพระองค์เสด็จมาช่วยเหลือพวกลูก โปรดประทานสันติภาพ โปรดสอนสันติภาพแก่ลูก โปรดนำขั้นตอนสู่หนทางแห่งสันติภาพ โปรดเปิดดวงตา ดวงใจ และให้ลูกกล้าพูดว่า “อย่าเกิดสงครามอีกเลย” “สงครามทำให้สูญเสียทุกสิ่ง” โปรดทำให้ใจของลูกกล้าเลือกหนทางที่เป็นรูปธรรม บรรลุสู่สันติภาพ ข้าแต่พระเจ้าของอับบราฮัม พระเจ้าของบรรดาประกาศก พระเจ้าแห่งความรัก พระองค์ได้สร้างพวกลูก และทรงเรียกลูกให้ดำเนินชีวิตฉันพี่น้องชายหญิง โปรดประทานกำลังทุกวันให้เป็นเครื่องมือแห่งสันติภาพ ช่วยให้พวกลูกเห็นทุกคนผู้ก้าวเข้ามาในหนทางของลูก เป็นเหมือนพี่น้องชายหญิง โปรดทำให้ลูกรู้สึกว่องไวต่อคำขอร้องของพลเมือง ผู้อ้อนวอนลูก ให้เปลี่ยนอาวุธสงครามเป็นอุปกรณ์แห่งสันติภาพ ความกังวลให้เป็นความไว้วางใจ และการทะเลาะ ให้เป็นการให้อภัย โปรดรักษาความหวังในใจพวกลูก เพื่อด้วยความอดทนพากเพียร เราจะเลือกการเสวนาและการคืนดีกัน ด้วยวิธีนี้ ขอให้สันติภาพได้รับชัยชนะในที่สุด และขอให้การแบ่งแยก ความเกลียดชัง และสงคราม ถูกขับออกจากใจของทุกคนข้าแต่พระเจ้า โปรดขจัดความรุนแรงด้วยคำพูดและการกระทำของลูก โปรดฟื้นฟูจิตใจของลูก เพื่อใช้คำพูด นำเรามาเป็นพี่น้องกัน และวิถีชีวิต เป็นสันติ สันติภาพ สันติสุข
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 02-02-2023 “พบปะเยาวชน ครูคำสอน และร่วมสวดภาวนากับนักบวชคองโก”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-8/) - 2 กุมภาพันธ์ 2023 วันที่สามในคองโก พระองค์ทรงขอเยาวชนทำงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ทรงกำชับนักบวชชายหญิง “มีคุณค่าและสำคัญต่อพระศาสนจักร” ขอบคุณวีดีโอจาก สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 05-03-2023 “คริสตชนต้องแบ่งปันแสงรุ่งโรจน์แห่งความรักของพระเจ้า” (มธ 17:1 9)](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-9/) - ก่อนทรงนำสวดเมื่อเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2023 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเน้นย้ำความงดงามและความยิ่งใหญ่แห่งความรักของพระเจ้า คริสตชนจึงต้องเรียนรู้ที่จะมองให้เห็นความงดงามของพระเจ้านี้บนใบหน้าของผู้ที่ใส่ใจเรา และเริ่มนำแสงสว่างที่เราได้รับไปแบ่งปันให้กับผู้อื่นโดยผ่านการปฏิบัติความรักที่เป็นรูปธรรม ที่มา : YouTube Thai CatholicMedia
- [พิธีบูชาขอบพระคุณ การเสกเถ้าและโรยเถ้า บทเทศน์พระสันตะปาปาฟรานซิส ณ วิหารนักบุญซาบีน่า กรุงโรม](https://www.cbct.or.th/homily-2023-ash-wednesday-22-feb/) - “Behold, now is the favourable time; behold, now is the day of salvation!” (2 Cor 6:2). With these words, the Apostle Paul helps us enter into the spirit of the Lenten season. Lent is indeed the “favourable time” to return to what is essential, to divest ourselves of all that weighs us down, to be
- [OLF Newsletter February 2023](https://www.cbct.or.th/olf-newsletter-february-2023/)
- [ครม.เห็นชอบรับรองวัดคาทอลิกเพิ่มอีก 33 วัด](https://www.cbct.or.th/20230221/) - ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบรับรองวัดคาทอลิก ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 ตามที่ วธ. เสนอ เพิ่มอีก 33 วัด รวมขณะนี้ให้การรับรองแล้ว 76 วัด เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการรับรองวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 ตามที่ วธ. เสนอ เพิ่มอีกจำนวน 33 วัด ประกอบด้วย 1. วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ (คลองจั่น) 2. วัดนักบุญยูดา อัครสาวก (ชินเขต) 3. วัดนักบุญมาร์โก (ปทุมธานี) 4. วัดนักบุญเทเรซา (หน้าโคก) 5. วัดนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก (ดอนตาล) 6.
- [รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแด่พระภิกษุและผู้นำศาสนาที่ทางราชการให้การรับรอง](https://www.cbct.or.th/20230214/) - วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2023 คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแด่พระภิกษุและผู้นำศาสนาที่ทางราชการให้การรับรอง ระหว่าง สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา ณ ห้องประชุม 402-403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา โดยมี ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายอินทพร จั่นเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นผู้ลงนาม และมีนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และพลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา เป็นสักขีพยาน โดยมีนายสงคราม สกุลพราหมณ์ อุปนายกฝ่ายบริหาร
- [11 กุมภาพันธ์ ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด (The memorial of Our Lady of Lourdes)](https://www.cbct.or.th/the-memorial-of-our-lady-of-lourdes-2/) - 11 กุมภาพันธ์ ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด (The memorial of Our Lady of Lourdes) ในปี ค.ศ. 1858 ระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ - 16 กรกฎาคม มีรายงานว่าแม่พระได้ประจักษ์มา 18 ครั้ง ให้กับเด็กอายุ 14 ปี มีชื่อว่า มารี แบร์นาแด๊ต สุบีรูส์ ที่ถ้ำชื่อ มัสซาเบรียล ใกล้กับเมืองลูร์ด ในฝรั่งเศสตอนใต้ ซึ่งตั้งอยู่ตีนเขาแห่งเทือกเขาปีรานีส และตั้งแต่นั้นมา ที่นี่ก็กลายเป็นหนึ่งในที่แสวงบุญที่มีชื่อเสียงของโลกที่ผนวกเข้าด้วยกับเรื่องราวอัศจรรย์ที่นับไม่ถ้วนทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิต มีการสร้างบาสิลิกาขึ้นบนหินเหนือถ้ำที่ประจักษ์ตามคำขอของแม่พระที่บอกกับนักบุญแบร์นาแด๊ต และเมื่อเห็นว่าเล็กเกินไป วัดแห่งลูกประคำ (the "Rosary Church") ถูกสร้างเพิ่มเติมขึ้นในปี ค.ศ. 1901 ในปี ค.ศ.1907 พระสันตะปาปาปีโอที่ 10 ได้ขยายวันฉลองนี้ให้ไปสู่พระศาสนจักรสากล โดยมีบททำวัตรและบทมิสซาเป็นพิเศษ และมีผลบังคับใช้ในสมัยพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 นักแสวงบุญผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้หลั่งไหลมาสู่สักการสถานแห่งนี้ตั้งแต่เริ่มต้น ที่จัดอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนักแสวงบุญชาวฝรั่งเศสที่มีจำนวนถึง
- [10 กุมภาพันธ์ ระลึกถึงนักบุญสโกลัสติกา พรหมจารี (C. 480 - 547) (St Scholastica, Virgin, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-scholastica-virgin-memorial/) - 10 กุมภาพันธ์ ระลึกถึงนักบุญสโกลัสติกา พรหมจารี (C. 480 - 547) (St Scholastica, Virgin, memorial) นักบุญสโกลัสติกา เป็นแฝดหญิงของนักบุญเบเนดิกต์ แห่งนอร์เซีย (อิตาลี) อุทิศตนให้พระตั้งแต่ยังเล็ก เธอเลือกที่จะสละความร่ำรวยและสถานะทางครอบครัวเช่นเดียวกับพี่ชาย และติดตามเขาไปอยู่ที่เมืองซุบบีอาโน ต่อมาอารามของนักบุญเบเนดิกต์ย้ายไปอยู่ทางใต้ของอิตาลีที่ มอนเต คาสสิโน เธอตามไปตั้งคอนแวนต์ใกล้ๆ สำหรับบรรดาผู้หญิงที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามกฎของคณะเบเนดิกติน ปีละครั้ง ก่อนช่วงมหาพรต พี่น้องแฝดชายหญิงจะนัดพบกันเพื่อสนทนาธรรม นักบุญเกรโกรี ผู้ยิ่งใหญ่ได้บันทึกเรื่องน่าประทับใจในปลายศตวรรษนั้นถึงเรื่องการพบกันครั้งสุดท้ายของสองพี่น้อง นักบุญสโกลัสติการู้ตัวว่าใกล้ตายแล้ว จึงขอพี่ชายให้สนทนากันต่อไปตลอดทั้งคืน แต่พี่ชายไม่เห็นด้วยที่จะยกเว้นกฎของท่านเองที่จะต้องกลับเข้าอารามก่อนมืด เธอจึงวอนขอพระเป็นเจ้าถึงความปรารถนาของเธอ และพระองค์ทรงรับฟังคำวอนขอนั้น ทันใดนั้น ก็เกิดฝนตกหนัก และมีพายุลมแรง นักบุญเบเนดิกต์รับรู้ว่าพระเป็นเจ้าทรงสดับฟังคำภาวนาของน้องสาว จึงอยู่ต่อตลอดคืนนั้นไปจนถึงเช้า นักบุญเกรโกรี บอกว่า นี่แหละ "กฎแห่งความรัก มีชัยชนะ เหนือกฎแห่งความยุติธรรมและระเบียบวินัย" หลังจากนั้น 3 วัน นักบุญสโกลัสติกามอบดวงวิญญาณถวายแด่พระเป็นเจ้า ขณะที่เธอมีอายุได้ 67 ปี นักบุญเบเนดิกต์มองจากหน้าต่างอารามเห็นวิญญาณของเธอลอยสู่สวรรค์เป็นรูปนกพิราบ พี่ชายเธอฝังศพเธอไว้ในหลุมที่เตรียมสำหรับตนเองที่อารามแห่งมอนเต คาสสิโน
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาแก่นักบวชผู้รับเจิมซึ่งชุมนุมในมหาวิหารแม่พระ ซางตามารีอา มัจโจเร ในโอกาสวันนักบวชผู้รับเจิมสากล](https://www.cbct.or.th/message-2023-world-day-of-consecrated-life/) - Dear consecrated men and women! เจริญพรมายังนักบวชชายหญิงผู้รับเจิมที่รัก! I greet you affectionately on the occasion of World Day for Consecrated Life, as you are gathered for the Eucharistic celebration in the Basilica of Saint Mary Major. And at this moment I would like to embrace all consecrated brothers and sisters in every part of the world. พ่อขอกล่าวทักทายพวกท่านทั้งหลายในโอกาสวันนักบวชผู้รับเจิมสากล
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) ณ บริเวณลานมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/angelus-2023-29-january/) - Dear brothers and sisters, buongiorno! เจริญพรมายัง ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย อรุณสวัสดิ์! In today’s liturgy, the Beatitudes according to the Gospel of Matthew are proclaimed (cf. Mt 5:1-12). The first is fundamental. This is what it says: “Blessed are the poor in spirit, for theirs is the kingdom of heaven” (v. 3). ในพิธีกรรมวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสุขแท้ตามพระวรสารของนักบุญมัทธิว (เทียบ มธ. 5:1-12) หัวข้อแรกเป็นพื้นฐานที่สำคัญ
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่ผู้เข้าร่วมหลักสูตร “การใช้ชีวิตในพิธีกรรมอย่างสมบูรณ์”](https://www.cbct.or.th/address-2023-paricipants-living-liturgy/) - Dear brothers and sisters, good morning and welcome! พี่น้องชายหญิงทั้งหลาย อรุณสวัสดิ์ พ่อขอยินดีต้อนรับทุกคน ! And I apologize for the delay, but it has been a hectic morning. พ่อขออภัยที่มาสาย แต่เมื่อเช้านี้พ่อติดธุระนิดหน่อย I thank the Father Abbot Primate for his words; I greet the Magnificent Rector and the Dean of the Pontifical Liturgical Institute, the professors and the students; and
- [วันที่ 31 มกราคม ระลึกถึงนักบุญยอห์น บอสโก พระสงฆ์ (St John Bosco, Priest, memorial)](https://www.cbct.or.th/20230131/) - วันที่ 31 มกราคม ระลึกถึงนักบุญยอห์น บอสโก พระสงฆ์ (St John Bosco, Priest, memorial) นักบุญยอห์น บอสโก เกิดที่ Piedmont ในเขตสังฆมณฑลตุริน ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1815 ตั้งแต่วัยเด็กมาแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระแม่มารีย์ได้ดลใจนักบุญยอห์น ซึ่งเป็นเด็กชายชาวนายากจนทางภาคเหนือของอิตาลี ในรูปแบบที่ท่านให้คำนิยามว่า "เป็นความฝันที่จะช่วยเยาวชนจากหนทางแห่งความชั่ว และฝึกอบรมพวกเขาให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์ แต่ต้องทำด้วยความนุ่มนวลและความรักเมตตา" ดังนั้น หลังจากได้รับศีลบวชที่เมืองตุรินแล้ว ท่านก็ตั้งใจที่จะหาทุกๆ วิถีทางเพื่อชนะใจพวกเยาวชน ทำให้พวกเขาไว้วางใจและเป็นมิตร ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกล โยนบอล ไต่เชือก เล่นไวโอลิน ร้องเพลง เล่านิทาน เล่นละคร เล่นเกมส์ พาเที่ยว โดยจะมีการสอนคำสอนง่ายๆ ตอนเริ่มต้นกับตอนจบของแต่ละกิจกรรม หรือมีการสวดสายประคำ และการอธิบายพระวรสารประจำวัน ความลำบากต่างๆ ที่ท่านต้องพานพบคือการพยายามหาสถานที่ให้บรรดาเด็กๆ มาประชุมกันทุกวันอาทิตย์ในช่วงฤดูหนาว ลองจินตนาการสิว่า ภายในปี ค.ศ. 1845 พวกเด็กๆ เยาวชนของท่านมีจำนวนมากกว่า 800
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส วันอาทิตย์ สัปดาห์ธรรมดา วันที่ 22 มกราคม 2023](https://www.cbct.or.th/homily-2023-sunday-of-the-word-of-god-22-jan/) - Jesus leaves the quiet and hidden life of Nazareth and moves to Capernaum, a port city located along the Sea of Galilee, at the crossroads of different peoples and cultures. The urgency that impels him is the proclamation of the Word of God, which must be brought to everyone. Indeed, we see in the Gospel
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/angelus-2023-22-january/) - Dear brothers and sisters, buongiorno! เจริญพรมายัง ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย อรุณสวัสดิ์! The Gospel from today’s liturgy (Mt 4:12-23) narrates the call of the first disciples who, along the lake of Galilee leave everything to follow Jesus. He had already met some of them, thanks to John the Baptist, and God had placed the seed of faith
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/angelus-2023-15-january/) - Dear brothers and sisters, happy Sunday! เจริญพรมายัง ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย อรุณสวัสดิ์ ขอให้มีความสุขวันอาทิตย์! The Gospel of today’s liturgy (cf. Jn 1:29-34) relates the testimony of John the Baptist on Jesus, after having baptized him in the river Jordan. He says: “After me comes a man who ranks before me, for he was before me” (vv. 29-30).
- [การก้าวเดินไปด้วยกัน และชีวิตผู้ถวายตัว โดย พระคาร์ดินัล เจา บราซ เดอ อาวีซ](https://www.cbct.or.th/synod-and-religious-2/) - ชีวิตผู้ถวายตัว คือการเดินตามพระเยซูคริสต์ พวกเราเป็นศิษย์พระเยซูคริสต์ และพวกเราเรียนรู้จากพระองค์ แน่นอนว่า พวกเราเป็นศิษย์ที่มีเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งคณะฯ ทว่าการทำให้เจตนารมณ์สะอาดบริสุทธิ์ตรงตามจุดประสงค์หรือเป้าหมายเป็นสิ่งจำเป็น พระพรในเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งคณะของพวกเราเป็นแสงสว่างที่มาจากเบื้องบนสวรรค์ อย่างไรก็ตาม เวลาใหม่ได้มาถึง ในขณะที่เครื่องหมายต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลง (the signs of time) ดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องใส่ใจกับช่วงเวลา ณ ปัจจุบัน ช่วงเวลาของพระศาสนจักร คือ ช่วงเวลาแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ถวายตัว โดยการก้าวเดินไปด้วยกันนั้น ทุกคนต้องมีส่วนร่วม และต้องระมัดระวังที่จะรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เนื่องจากในบางครั้ง ความโดดเดี่ยวได้เข้าไปภายในอาราม นอกจากนี้โดยอาศัยศีลล้างบาป ประชากรของพระเจ้า ซึ่งรวมตัวกันท่ามกลางบรรยากาศการก้าวเดินไปด้วยกัน ไม่มีวันที่จะผิดพลาด แก่นแท้ของความเชื่ออยู่กับประชากรของพระเจ้าทุกคน พวกเราไม่สามารถแยกระหว่าง ‘พระศาสนจักรที่ต้องสอน’ และ ‘พระศาสนจักรที่ถูกสอน’ ซึ่งในพระจิตเจ้านั้น ไม่มีความแตกต่าง เจตนารมรมณ์ต่าง ๆ ไม่ได้มาจากมนุษย์แต่มาจากพระเจ้า พวกเราไม่สามารถทำลายสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการฟังเสียงกันและกัน ทำให้แต่ละคนได้เรียนรู้ซึ่งกัน ไม่ว่าจะเป็นบรรดาบิชอป พระสันตะปาปา ทุก ๆ คนที่เป็นคริสตชน อย่างไรตาม
- [“การสร้างพระศาสนจักร : ชีวิตนักบวชและการก้าวเดินไปด้วยกัน” โดย ซิสเตอร์ นาตาลี เบคการ์ต](https://www.cbct.or.th/synod-and-religious/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสได้เปิดการประชุมซีนอดเรื่อง "การก้าวเดินไปด้วยกัน" โดยอาศัยการฟังเสียงของพระจิตเจ้า อันเป็นแกนกลางของการดำเนินงานของพระสันตะปาปาฟรานซิส พระองค์ทรงเรียกคริสตชนทุกคนให้นำเรื่องการก้าวเดินไปด้วยกันมาปฏิบัติใช้ ให้เป็นดั่ง "รูปแบบหรือสไตล์ธรรมทูต" ของพระศาสนจักร เพื่อที่จะได้มองเห็นความท้าทายต่าง ๆ ในโลกปัจจุบัน อย่างที่พระองค์ทรงย้ำแก่บรรดาบิชอปชาวฝรั่งเศส ในการประชุม ณ กรุงโรม : “การก้าวเดินไปด้วยกัน คือ ลักษณะของการเป็นพระศาสนจักรตามพระประสงค์ของพระเจ้า โดยผ่านการฟังและการไตร่ตรองแยกแยะโดยอาศัยพระจิตเจ้า” “การก้าวเดินไปด้วยกัน คือ ลักษณะการเป็นพระศาสนจักรยุคแรก” (กจ 15) และการก้าวเดินไปด้วยกันจะต้องเป็นลักษณะของพวกเรา" ซึ่งข้อความดังกล่าวได้ปรากฎอยู่ในเอกสารสุดท้ายของการประชุมซีนอดว่าด้วยภูมิภาคอเมซอน (§ 87) การประชุมซีนอด ซึ่งมีหัวข้อทางการ คือ "เพื่อพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน : เอกภาพ - การมีส่วนร่วม - พันธกิจ" ได้เริ่มขึ้นในวันที่ 9-10 ตุลาคม ค.ศ. 2021 ที่กรุงโรม โดยพระสันตะปาปาฟรานซิส จุดประสงค์ของการประชุมซีนอดนั้นชัดเจน อันได้แก่ การกลับใจของพระศาสนจักรภายใต้การก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งอาศัยกระบวนการที่ประชากรของพระเจ้าในทุกสังฆมณฑลท้องถิ่นทั่วโลกมีส่วนร่วม ชีวิตนักบวช คือ รูปแบบหนึ่งของการก้าวเดินไปด้วยกัน บรรดานักบวชชายหญิงต่างมีบทบาทสำคัญเฉพาะในการสนับสนุนการก้าวเดินไปด้วยกันภายในศาสนจักร อีกทั้งยังมีบทบาทในการช่วยพระศาสนจักรให้กลับใจภายใต้การก้าวเดินไปด้วยกัน
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิส เนื่องในโอกาสวันผู้ป่วยสากล ครั้งที่ 31](https://www.cbct.or.th/message-2023-xxxi-world-day-of-the-sicks-11-feb_thai/) - Dear brothers and sisters! ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ! Illness is part of our human condition. Yet, if illness is experienced in isolation and abandonment, unaccompanied by care and compassion, it can become inhumane. การเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ ถึงกระนั้น ถ้าต้องเจ็บป่วยในสภาวะที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้อยู่อย่างเดียวดายโดยปราศจากความห่วงใยและความเมตตากรุณา การเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นสามารถเป็นสิ่งโหดร้ายทารุณ When we go on a journey with others, it is not unusual for someone to feel
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไป GENERAL AUDIENCE, 11 January 2023](https://www.cbct.or.th/general-audience-2023-11-january/) - Catechesis. The passion for evangelization: The believer's apostolic zeal. The call to the apostolate (Mt 9:9-13) การสอนคำสอน ความรักในการประกาศพระวรสาร : ความกระตือรือร้นในการประกาศข่าวดีของผู้ที่มีความเชื่อ การเรียกเพื่องานธรรมทูต (มธ. 9:9-13) Dear brothers and sisters, good morning! อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิง ! Today we begin a new cycle of catechesis, dedicated to an urgent and decisive theme for Christian life: the passion for evangelization, that
- [GENERAL AUDIENCE 2023, 4 January การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป วันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/general-audience-2023-4-january/) - Catechesis on Discernment. 14. Spiritual Accompaniment การสอนคำสอนเกี่ยวกับการไตร่ตรองแยกแยะ 14.การเดินเคียงข้างกันในชีวิตฝ่ายจิต (Spiritual Accompaniment) Dear brothers and sisters, good morning! อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย Before beginning this catechesis, I would like us to join with those here beside us who are paying their respects to Benedict XVI, and to turn my thoughts to him, a great master of catechesis. His acute
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/homily-2023-mass-funerals_benedict-xvi_th_eng-january-5/) - “Father, into your hands I commend my spirit” (Lk 23:46). These were the final words spoken by the Lord on the cross; his last breath, as it were, which summed up what had been his entire life: a ceaseless self-entrustment into the hands of his Father. His were hands of forgiveness and compassion, healing and
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS), วันอาทิตย์ 8 มกราคม ค.ศ. 2023 พระเยซูคริสต์ทรงรับพิธีล้าง](https://www.cbct.or.th/angelus-2023_01_8_baptism-of-the-lord/) - เจริญพรมายัง ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย อรุณสวัสดิ์! วันนี้พวกเราฉลองวันพระเยซูคริสต์ทรงรับพิธีล้าง และพระคัมภีร์เผยให้พวกเราเห็นฉากที่แสนอัศจรรย์ โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงปรากฎพระองค์แก่สาธารณชนเป็นครั้งแรกหลังจากที่พระองค์ประสูติ และเจริญชีวิตอย่างเงียบ ๆ ณ ตำบลนาซาเรธ พระองค์เสด็จมาถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อทรงรับพิธีล้างจากยอห์น (มธ. 3:13-17) ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำหรับใครก็ตามที่สำนึกผิดและมุ่งมั่นที่จะกลับใจ เพลงในพิธีกรรมกล่าวถึงผู้คนที่เข้ารับพิธีล้าง พร้อมกับ “วิญญาณที่เปลือยเปล่า และเท้าที่เปลือยเปล่า” วิญญาณที่เปิดกว้าง ไร้สิ่งห่อหุ้ม พวกเขามาพร้อมกับความถ่อมตนและหัวใจที่ใสสะอาด แต่ทว่าพวกเรารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นพระเยซูคริสต์เข้ามาคลุกคลีกับคนบาป ซึ่งทำให้พวกเราต้องตั้งคำถามว่า : ทำไมพระเยซูคริสต์ทรงเลือกที่ทำเช่นนั้น ? พระองค์เป็นพระเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ พระบุตรของพระเจ้าที่ไม่มีบาป ทำไมพระองค์ถึงเลือกที่คลุกคลีกับคนบาป ? พวกเราสามารถพบคำตอบได้ในสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสแก่ยอห์น : “ณ เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเป็นการสมควรแล้วที่พวกเราจะเติมเต็มความยุติธรรม” (มธ. 3:15) เติมเต็มความยุติธรรม : พระองค์ทรงหมายถึงอะไร ? โดยการรับพิธีล้าง พระเยซูคริสต์ทรงเผยถึงความยุติธรรมของพระเจ้า ความยุติธรรมที่พระองค์ทรงนำมาสู่โลก บ่อยครั้งที่พวกเรามีความคิดที่จำกัดเกี่ยวกับความยุติธรรม และคิดว่าความยุติธรรมนั้นหมายถึง : ใครก็ตามที่ทำผิดจะต้องได้รับโทษ และการรับโทษคือแนวทางการชดใช้สำหรับสิ่งผิดที่ผู้นั้นได้กระทำ แต่พระคัมภีร์ได้สอนไว้ว่าความยุติธรรมของพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่านั้น :
- [ขอเชิญชวนคริสตชนไทยทุกคนร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันภาวนาเพื่ออุทิศแด่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ ที่ 16](https://www.cbct.or.th/1-2023/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยและคริสตชนในประเทศไทยทุกคน ขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับคริสตชนทั่วโลก ร่วมไว้อาลัยในการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ ที่ 16 ในวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2022 เวลา 09.34 (เวลากรุงโรม) ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขณะเดียวกัน โมทนาคุณพระเจ้าสำหรับพระญาณเอื้ออาทรที่พระองค์ทรงมีต่อพระศาสนจักร โดยประทานศาสนบริกรผู้รับใช้พระศาสนจักรพระองค์นี้ ที่ทรงทำงานด้วยความสุภาพถ่อมตน และซื่อสัตย์ในสวนองุ่นของพระเจ้าในช่วงเวลาที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำสูงสุดของพระศาสนจักร สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เชิญชวนคริสตชนไทยร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับคริสตชนทั่วโลก ในการแสดงความไว้อาลัยแด่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 โดยการร่วมในการภาวนาพิธีบูชาขอบพระคุณและกิจกรรม ตามเวลาและโอกาสที่เอื้ออำนวย 1) ในระหว่าง วันที่ 2 - 5 มกราคม 2023 เชิญชวนคริสตชนภาวนาอุทิศแด่พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ด้วยการสวดบทภาวนาเพื่อมวลชน และ บทภาวนาหลังรับศีลฯ ในพิธีบูชาขอบพระคุณประจำวัน 2) วันที่ 5 มกราคม 2023 เวลา 9.30 น. เวลาที่กรุงโรม (15.30 เวลาในประเทศไทย) สำนักวาติกันจะจัดพิธีบูชาขอบพระคุณปลงศพ เชิญชวนคริสตชนร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกับคริสตชนทั่วโลกด้วยการติดตามและร่วมพิธีกรรมผ่านทางการถ่ายทอดสดออนไลน์ ซึ่งจัดโดยสื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย 3)
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิสในโอกาสครบรอบปีที่ 56 แห่งวันสันติภาพสากล](https://www.cbct.or.th/message-2023-the-56th-world-day-for-peace/) - “ไม่มีใครสามารถรอดปลอดภัยได้ด้วยตัวคนเดียว” การต่อสู้กับโรคโควิด 19 ด้วยกัน, ลงเรือด้วยกันสู่เส้นทางแห่งสันติภาพ “เมื่อพิจารณาถึงช่วงเวลาและโอกาสในขณะนี้ พี่น้องทั้งหลาย ไม่จำเป็นที่จะเขียนบอกท่านเรื่องวันเวลาที่กำหนด ท่านรู้อยู่แล้วว่า วันขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงเหมือนขโมยที่มาตอนกลางคืน” (จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาว เธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง, 5:1-2). 1. จากคำกล่าวข้างต้น นักบุญเปาโล อัครสาวกได้ให้กำลังใจชาวเธสะโลนิกาซึ่งยังคงเชื่อมั่นในระหว่างที่รอคอยการกลับมาของพระเยซูคริสต์ ถึงกระนั้นพวกเขายังคงมองเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์และสถานการณ์ต่าง ๆ ในโลกตามความเป็นจริง เมื่อชีวิตของเหตุการณ์ร้ายแรงถาโถมพวกเรา ทำให้พวกเราต่างก็รู้สึกจมดิ่งอยู่ในมรสุมแห่งความอยุติธรรม และความเจ็บปวดอันมืดมิด พวกเราต่างถูกเรียกให้น้อมรับความหวัง และความเชื่อในพระเจ้าเข้ามาสู่จิตใจของพวกเรา พระเจ้าซึ่งทรงเผยพระองค์ และทรงเคียงข้างพวกเราด้วยความรักความอ่อนโยน คอยพยุงพวกเรา เมื่อพวกเราอ่อนแรง และเหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงนำทางให้แก่พวกเรา ด้วยเหตุนี้ นักบุญเปาโลจึงเน้นย้ำชาวสะโลนิกา ให้ตื่นตัว แสวงหาแต่ความดี ความยุติธรรม และความจริง : “ดังนั้น เราอย่าหลับใหลเหมือนคนอื่น จงตื่นอยู่เสมอและจงรู้จักประมาณตน” (ธส. 5:6) สิ่งที่นักบุญเปาโลพูดไว้นั้นเป็นการเชื้อเชิญให้พวกเราเตรียมพร้อมเสมอ และไม่ตกอยู่ในความกลัว ความโศกเศร้า หรือยอมจำนน หรือตกเป็นเหยื่อของสิ่งรบกวนที่ทำให้เสียสมาธิหรือความท้อแท้หมดหวัง ดังนี้แล้ว พวกเราควรเป็นเหมือนป้อมปราการที่คอยสอดส่อง และพร้อมที่จะชำเลืองมองแสงรุ่งอรุณ ถึงแม้ว่ากำลังตกอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด 2. โรคระบาดโควิด-19
- [สาส์นจากสถานสมณทูตประจำประเทศไทย เรื่อง การเกิดใหม่และเสด็จสู่สวรรค์ของพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16](https://www.cbct.or.th/8838-22/) - No. 8838/22 เรียน พระคุณเจ้าพระคาร์ดินัลและบรรดาพระคุณเจ้า ที่เคารพนับถือ, พวกเราทุกคนต่างได้รับข่าวการเกิดใหม่และเสด็จสู่สวรรค์ของพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ด้วยความโทมนัสอย่างสุดซึ้ง หลังจากช่วงวันเวลาแห่งการทดลองความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานได้ทวีเพิ่มขึ้น ขณะที่สภาวะในความเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งของพระองค์อาจเห็นว่ามีความหวังเพียงเล็กน้อยที่จะมีพระชนมายุยาวขึ้นในโลกนี้ พระศาสนจักรท้องถิ่นแห่งนี้ยังคงสวดภาวนาอ้อนวอนขอการบรรเทาทุกข์และมอบช่วงเวลาอันละเอียดอ่อนไว้ในพระหัตถ์แห่งพระเมตตาจากพระเจ้าด้วยหัวใจ พระเยซูคริสต์ลูกวางใจในพระองค์ โดยร่วมกับพระศาสนจักรสากลและทั่วทั้งโลก ขอให้เราทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการอธิษฐานภาวนาในช่วงเวลาที่โศกเศร้านี้ ขณะที่พวกเรารอกำหนดการเกี่ยวกับวันแห่งการไว้ทุกข์ และสมณพิธีปลงพระศพของพระสันตะปาปากิตติคุณ ซึ่งทางสันตะสำนักจะแจ้งตามมา ณ สถานสมณทูตแห่งสันตะสำนักประจำประเทศไทยขอขอบคุณพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัล บรรดาพระคุณเจ้า คณะคุณพ่อบาทหลวง นักบวชชายหญิง และบรรดาฆราวาสจำนวนมากมาย ที่ได้ร่วมจิตใจในการเคาะประตูสวรรค์ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เพื่อสวดอ้อนวอนตามพระประสงค์ของพระสันตะปาปากิตติคุณ นอกจากนี้ ขอร้องให้พวกท่านรำลึกถึงพระสันตะปาปากิตติคุณในพิธีบูชาขอบพระคุณ การอธิษฐานภาวนา และร่ำวิงวอนพระเยซูคริสต์ผูทรงกลับคืนชีพเพื่อดวงพระวิญญาณของพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ผู้สวรรคต เมตตากิตนี้แสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวในการอธิษฐานกับพระศาสนจักรทั้งหมดในประเทศไทย และยังคงสำนึกในความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับความคิดริเริ่มในการสวดภาวนาทุกรูปแบบที่ได้จัดขึ้นเพื่อพระองค์ ในขณะที่กำลังสื่อสารกับท่านข้อความข้างต้น ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ขอพระพรจากพระเจ้ามาสู่พวกท่านจากใจจริง ด้วยความเคารพนับถือยิ่งในพระเยซูคริสต์ มงซินญอร์ดาเนียล ทูเมียล (อุปทูตชั่วคราวของสถานสมณทูตประจำประเทศไทย) กรุงเทพฯ, 31 ธันวาคม ค.ศ. 2022 _____________________________ To all the Ordinaries of Thailand เรียน พระคุณเจ้าประมุขแห่งเขตศาสนปกครองในประเทศไทย
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไป (GENERAL AUDIENCE) วันพุธที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 2022](https://www.cbct.or.th/general-audience-20221228/) - การสอนคำสอน ฉลองคริสต์มาสกับนักบุญฟรานซิส เดอ ซาลส์ อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิง สุขสันวันคริสต์มาส ! เทศกาลพิธีกรรมเชิญให้พวกเราหยุดพัก และไตร่ตรองธรรมล้ำลึกของคริสต์มาส และจนถึงปัจจุบัน ในวันนี้ เป็นวันครบรอบสี่ศตวรรษของการจากไปของนักบุญฟรานซิส เดอ ซาลส์ ซึ่งเป็นบิชอปและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร พวกเราสามารถนำข้อคิดของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ท่านได้เขียนเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับคริสต์มาส ดังนั้น ในวันนี้ พ่อจึงอยากแจ้งให้ทราบว่าสมณลิขิตเพื่อระลึกถึงการครบรอบดังกล่าวจะถูกประกาศภายในวันนี้ โดยสมณลิขิตมีชื่อว่า “ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับความรัก” ซึ่งชื่อของสมณลิขิตนี้มาจากสำนวนของนักบุญฟรานซิส เดอ ซาลส์ อันที่จริง นี่คือสิ่งท่านเขียนในหนังสือว่าด้วยความรักของพระเจ้า (Treatise on the Love of God) โดยท่านได้เขียนว่า “ในพระศาสนจักรที่ศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับความรัก โดยทุกอย่างล้วนอยู่ในความรัก ทำเพื่อความรัก และมาจากความรัก” (ต้นฉบับภาษาอิตาเลี่ยน จาก สนพ. เปาลีเน (Paoline), มิลาน ค.ศ. 1989, หน้าที่ 80) และขอให้พวกเราทุกคนเดินในเส้นทางแห่งความรัก
- [บทภาวนาอุทิศแด่พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่16](https://www.cbct.or.th/20221231a/) - ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงพระเมตตา พระองค์ประทานรางวัลแก่ผู้ชอบธรรม ทรงแต่งตั้งให้พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่16 ผู้รับใช้ของพระองค์ที่หลับในพระคริสตเจ้า เป็นผู้อภิบาลพระศาสนจักรสืบต่อจากนักบุญเปโตร เพื่อทรงสั่งสอนพระธรรมล้ำลึกเรื่องพระหรรษทานและพระเมตตา พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระภารกิจนี้ในโลกด้วยความจงรักภักดี โปรดให้พระองค์ท่านทรงชื่นชมยินดี ร่วมสุขกับพระองค์ในสวรรค์ตลอดไปด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย อาแมน
- [บทภาวนาเพื่อมวลชนอุทิศแด่พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16](https://www.cbct.or.th/20221231b/) - เพื่อพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ขอพระเจ้าโปรดประทานการพักผ่อนตลอดนิรันดรแก่พระองค์ และรับพระองค์เข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์และสันติสุขนิรันดรในพระอาณาจักรสวรรค์ (ให้เราภาวนา)
- [บทภาวนาเพื่อพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ ที่ 16](https://www.cbct.or.th/pray-for-pope-benedict-16/) - บทภาวนาเพื่อมวลชนเพื่อพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ได้รับพระพรแห่งการเยียวยารักษา ความบรรเทาใจ และสุขภาพที่แข็งแรง โดยพระหรรษทานที่ได้รับจากองค์พระเยซูเจ้า ผู้ทรงรับทนทรมานบนกางเขน (ให้เราภาวนา) บทภาวนาสำหรับพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่16 (สวดหลังรับศีลมหาสนิท) ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร พระองค์คือสุขภาพนิรันดรของผู้ที่มีความเชื่อในพระองค์ โปรดฟังคำอธิษฐานภาวนาของข้าพเจ้าทั้งหลาย สำหรับพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ข้ารับใช้ของพระองค์ที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ในขณะนี้ ให้ได้รับความเมตตาอันอ่อนโยนของพระองค์ด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย อาแมน
- [ขอเชิญชวนคริสตชนไทยทุกคนร่วมกันอธิษฐานภาวนาเป็นพิเศษเพื่อสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ ที่ 16](https://www.cbct.or.th/206-2022/) - เนื่องด้วยสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ที่ทรงมีพระชนมายุ 95 พรรษา ทรงประชวรหนัก และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพระองค์อย่างมาก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเชื้อเชิญคริสตชนทุกคน ให้อธิษฐานภาวนาเพื่อสุขภาพของสมเด็จพระสันตะปาปากิติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ในชวงเวลาที่ยากลำบากของพระองค์ท่าน สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวน พระสงฆ์ นักบวช และคริสตชนฆราวาสทุกท่าน ได้ร่วมใจกันถวายบูชาขอบพระคุณ และสวดภาวนา เพื่อร่วมใจกับพระศาสนจักรทั่วโลก อธิษฐานภาวนาสำหรับสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ขอพระมารดามารีย์ ทรงเป็นผู้ช่วยเสนออ้อนวอนให้พระองค์ท่าน ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานพระพร เพื่อพระองค์ท่านทรงมีพละกำลังทั้งกายใจที่เข้มแข็งจะได้มีสุขภาพที่ดี และให้ชีวิตของพระองค์ท่าน เป็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ประกาศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2022 ด้วยภราดรภาพในคำภาวนา พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [เชิญชวนคริสตชนทุกคนร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและสวดภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา](https://www.cbct.or.th/20221216/) - สสท. 201/2022 ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง เชิญชวนคริสตชนทุกคนร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและสวดภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตามที่ สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระประชวร ความทราบแล้วนั้น สภาประมุขบาทหลวงคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวน บาทหลวง นักบวชและคริสตชนทุกท่าน ได้ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและสวดภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประจำทุกวันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ (บิชอป ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์) ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [แผนกเยาวชน](https://www.cbct.or.th/แผนกเยาวชน/)
- [แผนกพระคัมภีร์](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อ/)
- [คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อ-3/)
- [คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อ-4/)
- [คณะกรรมาธิการฝ่ายสังคม Caritasthailand](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมาธิการฝ่ายสังคม-c/)
- [แผนกคริสตศาสนธรรม](https://www.cbct.or.th/แผนกคริสตศาสนธรรม/)
- [สภาการศึกษาคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/สภาการศึกษาคาทอลิก/)
- [PMS Thailand](https://www.cbct.or.th/pms-thailand/)
- [โคเออร์](https://www.cbct.or.th/โคเออร์/)
- [FABC GC – Laudato Si’: A Call for Responsible Stewardship | Prof. Hans J. Schellnhuber](https://www.cbct.or.th/fabc-gc-laudato-si-a-call-for-responsible-stewardship-prof-hans-j-schellnhuber/) - . Prof. Hans Joachim Schellnhuber, founder and Director Emeritus of the Potsdam Institute for Climate Impact Research (PIK), speaking on the topic, ‘The Climate Emergency: Risks and Responses’, provided comprehensive insights on the documentation of climate change, the global decisions taken, how climate change is measured, and its effects. Prof. Schellnhuber also highlighted a tentative
- [FABC General Conference – The Climate Crisis – Risks & Responses | Ms Ridhima Pandey](https://www.cbct.or.th/fabc-general-conference-the-climate-crisis-risks-responses-ms-ridhima-pandey/) - . Outlining the story of ecological devastation in her home state, Ms Ridhima Pandey described her efforts campaigning for all the children impacted by the climate crisis. Underlining the need for widespread change, how the children of today were out on the streets taking action because the older generation hadn’t, she exhorted, ‘every single degree
- [Laudato Si’: A Call for Responsible Stewardship – Bp Allwyn Dsilva -17 Oct’22](https://www.cbct.or.th/laudato-si-a-call-for-responsible-stewardship-bp-allwyn-dsilva-17-oct22/) - . Bishop Allwyn D’Silva, former head of the Climate Change Desk of FABC, presenting on the topic ‘Laudato Si’: A Call for Responsible Stewardship’. Requesting everyone to join in the canticle of creation, Bishop D’Silva led his listeners on a reflection of the encyclical. Emphasizing how the earth is a common home to all, and
- [FABC General Conference – The Climate Crisis – Risks & Responses | Attorney Antonio La Vina](https://www.cbct.or.th/fabc-general-conference-the-climate-crisis-risks-responses-attorney-antonio-la-vina/) - . Att. Antonio La Vina, lawyer, educator and environmental policy expert, and Ms Ridhima Pandey, an environmental activist from India, spoke on ‘The Climate Crisis and its Impact in Asia’. Updating his audience about the current status of the climate crisis, Att. La Vina stressed the utmost importance of turning back the worst effects of
- [Presentations and Documents](https://www.cbct.or.th/presentations-and-documents/)
- [Laudato Si': A Call for Responsible Stewardship | Prof. Hans J. Schellnhuber](https://www.cbct.or.th/laudato-si-a-call-for-responsible-stewardship-prof-hans-j-schellnhuber/)
- [LAUDATO SI (สรุปใจความ) เวอร์ชั่นภาษาไทย โดยคุณพ่อบรรจง สันติสุขนิรันดร์](https://www.cbct.or.th/laudato-si-สรุปใจความ-เวอร์ชั่นภ/)
- [พระสมณสาส์น : "ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า" (Laudato Si’)](https://www.cbct.or.th/พระสมณสาส์น-ขอสรรเสริญ/)
- [Resources](https://www.cbct.or.th/resources/)
- [ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง](https://www.cbct.or.th/ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง/)
- [บทภาวนาของคริสตชน ร่วมกับสิ่งสร้างทั้งหลาย
(ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า :Laudato Si)](https://www.cbct.or.th/บทภาวนาของคริสตชน-ร่วมก/) - ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอสรรเสริญพระองค์ ร่วมกับสิ่งสร้างทั้งมวล ซึ่งออกจากพระหัตถ์อันทรงพลานุภาพของพระองค์ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของพระองค์ เปี่ยมด้วยการประทับอยู่ และความอ่อนโยนของพระองค์ ขอสรรเสริญพระองค์ พระเจ้าข้า . ข้าแต่พระบุตรของพระเจ้า พระเยซูเจ้า ผู้ทรงสร้างสรรค์พสิ่ง พระองค์ทรงถือกำเนิดในครรภ์ของพระมารดามารีย์ พระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ และทรงทอดพระเนตรดูโลกนี้ด้วยสายพระเนตรมนุษย์ วันนี้ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ในสิ่งสร้าง ด้วยพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ ขอสรรเสริญพระองค์ พระเจ้าข้า . ข้าแต่พระจิตเจ้า โดยอาศัยแสงสว่างของพระองค์ พระองค์ทรงนำโลกนี้สู่ความรักของพระบิดา และทรงรวมในเสียงร้องคร่ำครวญของสิ่งสร้าง พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ในจิตใจของข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย เพื่อกระตุ้นให้ข้าพเจ้าทั้งหลายกระทำความดี ขอสรรเสริญพระองค์ พระเจ้าข้า . ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว สามพระบุคคล ทรงเป็นชุมชนแห่งความรักอันไม่สิ้นสุด โปรดทรงสอนให้ข้าพเจ้าทั้งหลายพิศเพ่งรำพึงพระองค์ ในความงดงามแห่งจักรวาล ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างพูดถึงพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย โปรดทรงกระตุ้นให้ข้าพเจ้าทั้งหลายสรรเสริญ และกตัญญูรู้คุณ สำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น โปรดทรงประทานพระหรรษทาน ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้สึกใกล้ชิด เป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่งที่มีชีวิต . ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรัก โปรดทรงแสดงให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเห็นว่า บทบาทหน้าที่ของข้าพเจ้าทั้งหลายในโลกนี้ คือเป็นเครื่องมือแห่งความรักของพระองค์ เพื่อทุกสิ่งที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ เพราะพระองค์ไม่ทรงลืมผู้ใด โปรดทรงส่องสว่างบรรดาผู้มีอำนาจและเงินทอง เพื่อให้พวกเขาพ้นจากบาปแห่งความเมินเฉย รู้จักรักความดีส่วนรวม สนับสนุนค้ำจุนผู้อ่อนแอ
- [The Letter จดหมายจากพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/the-letter-จดหมายจากพระสันตะปาปา/) - . The Letter tells the story about the Pope’s call to care for our planet. For info on translated versions and how to take action, visit https://TheLetterFilm.org In 2015, Pope Francis wrote Laudato Si’ (The Letter); an encyclical letter about the environmental crisis to every single person in the world. A few years later, four
- [วันที่ 11 พฤศจิกายน ระลึกถึงนักบุญ มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช ( St Martin of Tours, Bishop, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-martin-of-tours-bishop-memorial-2/) - วันที่ 11 พฤศจิกายน ระลึกถึงนักบุญ มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช ( St Martin of Tours, Bishop, memorial ) นักบุญมาร์ตินเกิดในราวปี ค.ศ. 316 คุณพ่อของท่านเป็นคนต่างศาสนา และเป็นทหารดูแลฝูงชน แต่ขณะนั้นประจำการอยู่ที่ Pannonia (คือประเทศฮังการีในปัจจุบัน) ท่านนักบุญจึงเกิดที่นั่น ต่อมาคุณพ่อของท่านถูกย้ายไปที่เมือง Pavia อยู่ในแคว้น Lombardy (ทางเหนือของประเทศอิตาลี) ที่นี่เองเมื่ออายุ 15 ปี ท่านนักบุญได้รับการคัดเลือกอยู่ในกองทหารม้าของจักรวรรดิประจำการที่ Amiens (Gaul, ฝรั่งเศส) วันหนึ่งท่านขี่ม้าผ่านขอทานที่กำลังสั่นเพราะความหนาวเย็น เนื่องจากเขาเกือบจะไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ ด้วยความสงสาร ท่านได้ตัดเสื้อคลุมของท่านเป็นสองส่วน และยื่นให้ขอทานที่ยากจนคนนั้นหนึ่งส่วน ต่อมาในคืนวันนั้นเอง พระคริสต์ได้ทรงปรากฏองค์กับท่านโดยทรงสวมเสื้อคลุมนั้น [เสื้อคลุมครึ่งตัวที่เหลืออยู่นั้นถูกเก็บรักษาไว้เป็นเวลายาวนานในวัดน้อยของ Frankish Kings รู้จักกันในชื่อว่า "เสื้อคลุมของนักบุญมาร์ติน" (St Martin 's Cloak)] หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่นานนัก มาร์ตินก็ได้รับศีลล้างบาป และทันทีที่ไม่ต้องเป็นทหารม้ารับใช้แล้ว
- [Highlights to relive Pope Francis' Journey to Bahrein](https://www.cbct.or.th/highlights-to-relive-pope-francis-journey-to-bahrein/)
- [DRAW MY LIFE Pauline Jaricot](https://www.cbct.or.th/draw-my-life-pauline-jaricot/)
- [โป๊ปจะเสด็จเยือนบาห์เรนนับเป็นก้าวสำคัญบนหนทางแห่งความเป็นพี่น้อง](https://www.cbct.or.th/popes-visit-to-bahrain-a-precious-step-on-path-of-fraternity/) - พระสันตะปาปาฟรงซิสกำลังเตรียมเดินทางไปประเทศบาห์เรน ในตะวันออกกลาง ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 3 ถึงวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2022 นับเป็นการเดินทางอภิบาลต่างประเทศครั้งที่ 39 อย่างเป็นทางการของพระองค์ เป็นประเทศที่ 58 ที่พระองค์เสด็จไป และเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ได้เสด็จไปประเทศนี้ ก้าวไปตามเส้นทางแห่งการพบปะกันระหว่างศาสนา (Step along path of interfaith encounter) เป้าหมายหลักสำหรับการเดินทางในครั้งนี้คือ 1) เพื่อการทำศาสนสัมพันธ์ (interreligious dialogue / interfaith encounter) และ 2) ให้กำลังใจคริสตชนท้องถิ่น พระสันตะปาปาฟรังซิสจะทรงเข้าร่วมพิธีปิด “การประชุมบาห์เรนเพื่อการเสวนา: ตะวันออกและตะวันตกเพื่อการอยู่ร่วมกันของมนุษย์” (Bahrain Forum for Dialogue: East and West for Human Coexistence) ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมีผู้นำศาสนาประมาณ 200 คนมารวมตัวกันเพื่อส่งเสริมความเป็นพี่น้องกัน ตามคำเชื้อเชิญของคณะกรรมการจัดงาน และ กษัตริย์ฮาหมัด บิน อิซา
- [สาส์นจากการประชุมสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชียถึงบรรดาประชากรแห่งเอเชีย](https://www.cbct.or.th/fabc-50-final-message-from-the-fabc-general-conference-to-the-peoples-of-asia/) - สาส์นจากการประชุมสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชียถึงบรรดาประชากรแห่งเอเชีย บ้านผู้หว่าน กรุงเทพ 12-30 ตุลาคม 2022 พวกเราเหล่าผู้อภิบาลแห่งพระศาสนจักรคาทอทอลิกในเอเชียร่วมแบ่งปันสาส์นแห่งความชื่นชมยินดี ความหวัง และการเป็นหนึ่งเดียวกันกับพวกท่านบรรดาประชากรแห่งเอเชีย พวกเราขอบพระคุณสำหรับพระพรที่พระเจ้าโปรยปรายในเอเชียผ่านทางสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย (FABC) ของพวกเรา ที่รวบรวมจากสภาบิชอปคาทอลิกทั้ง 17 แห่ง และสภาซีนอดแห่งพระศาสนจักรตะวันออกอีก 2 แห่ง หัวข้อการประชุมของเราในครั้งนี้ คือ “การเดินไปด้วยกันในฐานะประชาชาติแห่งเอเชีย (Journeying together as Peoples of Asia)” เพื่อที่พวกเราจะยืนยันถึงการเดินทางร่วมกันตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมพลังใหม่เพื่อการฟื้นฟูพระศาสนจักร และเพื่อแสวงหาหนทางใหม่แห่งการรับใช้ พวกเราขอขอบพระคุณอย่างสุดซึ้งต่อคณะรัฐบาลไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นเกียรติต่อการประชุมของเราที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มาอยู่ท่ามกลางเราในช่วงพิธีเปิดการประชุม พวกเราขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นพิเศษต่ออัครสังฆมณฑลกรุงเทพที่ได้เป็นเจ้าบ้านในการประชุม FABC ครั้งนี้ พวกเรามีความยินดีที่ได้มีผู้แทนจากสันตะสำนักและสภาบิชอบจากต่างทวีปที่ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการอธิษฐานภาวนา การรับฟัง การไตร่ตรองแยกแยะ และการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเยียวยารักษาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย ผ่านทางการสนทนาพูดคุยและจากการปรึกษาหารือในการประชุมของพวกเรา พวกเราได้สัมผัสจิตวิญญาณของเอเชีย ในขณะเดียวกันพวกเราได้รับแรงบันดาลใจจากความหวัง ความมั่นใจ และความมุ่งมั่นที่แสดงออกโดยพระศาสนจักรแต่ละที่ในเอเชียที่ก้าวไปกันและทำงานร่วมกันเพื่อทวีปเอเชียที่ดียิ่งขึ้น พวกเราถูกท้าทายด้วยเสียงอันแตกต่างจากหลากหลายแง่มุมของทวีปที่พวกเราได้รับฟังเสียงร้องขอความช่วยเหลือและความยุติธรรม ความทุกข์ยากลำบากของคนยากจน ผู้ถูกกีดกัน รวมทั้งคนชายขอบที่รอคอยชีวิตที่จะได้รับเกียรติและศักดิ์ศรี ความปวดร้าวของผู้ลี้ภัย
- [4 พฤศจิกายน ระลึกถึง นักบุญ ชาร์ลส์ โบโรเมโอ พระสังฆราช](https://www.cbct.or.th/st-charles-borromeo-bishop-memorial-2/) - 4 พฤศจิกายน ระลึกถึง นักบุญ ชาร์ลส์ โบโรเมโอ พระสังฆราช ( St Charles Borromeo, Bishop, memorial ) เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของท่านเคานต์ จิแบร์โต โบโรเมโอ (Count Giberto Borromeo) และ มาร์เกริตา เด เมดิชี (Margherita de' Medici) ซึ่งเธอเป็นน้องสาวของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 4 (Pope Pius IV) นักบุญชาร์ลส์ได้รับศีลขั้นโกน (tonsure) เมื่ออายุ 12 และจบการศึกษาปริญญาเอกทางด้านกฎหมายทั้งฝ่ายบ้านเมือง และฝ่ายศาสนจักรเมื่ออายุ 21 ปี ท่านถูกเรียกตัวไปที่กรุงโรมโดยลุงของท่าน ซึ่งก็คือพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 4 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารรัฐของพระสันตะปาปา ได้รับตำแหน่งคาร์ดินัล (Cardinal Deacon) และเป็นทูตของพระสันตะปาปา เมื่ออายุ 22
- [ประกาศสาส์นอภิบาล สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เลขที่ สสท. 167/2022](https://www.cbct.or.th/167-2022/) - จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดจากการประทุษร้ายทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตของบรรดาเด็กและคุณครู ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลอุทัยสวรรค์ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย รู้สึกเสียใจอย่างสุดขึ้งและขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับบรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ได้รับความสูญเสียในครั้งนี้ บรรดาเด็กเหล่านี้เป็นเหยื่อของความรุนแรงเหมือนกับทารกผู้วิมล (เทียบ ม6.2:13-18) ที่เสียชีวิตอันเนื่องมาจากความรุนแรงในสังคมที่ทวีมากขึ้นทุกวัน พวกเขาเป็นสักขีพยานไม่ใช่ด้วยคำพูดแต่ด้วยชีวิตและความตายของตนเอง พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีใครปกป้องและไม่มีแม้สิทธิ์ในการปกป้องตนเอง เหตุการณ์เหล่านี้เตือนใจพวกเราทุกคนว่า ปัจจุบันมีเด็กจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางสังคมในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเตือนคริสตชนทุกคนว่าจะต้องกล้าปกป้องผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกระทำอย่างทารุณโหดร้าย โดยเฉพาะบรรดาเด็กๆ ผู้ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงและได้รับการปฏิบัติอย่างอยุติธรรม สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงวิงวอนขอทุกคนในสังคมไทย ได้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพให้เกียรติกันในสังคม ร่วมเป็นหนึ่งเดียวและบรรเทาใจกันและกันโดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและสะเทือนใจนี้ ดังนั้นขอให้แต่ละวัดได้ภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับในสถานการณ์นี้ด้วย วอนขอพระพรจากพระเจ้า โปรดประทานความบรรเทาใจ และเยียวยาจิตใจที่ปวดร้าวของบรรดาพ่อแม่และผู้ปกครองผู้สูญเสียลูกหลานลูกหลานของตน ในช่วงเวลาอันน่าสะเทือนใจนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 7 ตุลาคม ศ.ศ. 2022 (บิชอป ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์) ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และร่วมใจใกล้ชิดต่อทุกคนที่ได้รับผลจากกิจการความรุนแรงเกินบรรยาย ต่อเด็กๆผู้บริสุทธิ์](https://www.cbct.or.th/20221007/) - วาติกัน, 6 ตุลาคม 2022 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่ได้ทราบข่าวการบุกโจมตีน่ากลัว เกิดขึ้นที่ศูนย์เด็กเล็ก อุทัยสวรรค์ (จ.หนองบัวลำภู ) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และร่วมใจใกล้ชิดต่อทุกคนที่ได้รับผลจากกิจการความรุนแรงเกินบรรยาย ต่อเด็กๆผู้บริสุทธิ์ ขอพระเจ้าประทานการเยียวยารักษา และความบรรเทา สู่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวที่กำลังเศร้าโศก พระสันตะปาปา อธิษฐาน ขอให้ช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้ ให้พวกเขาได้รับการสนับสนุนและกำลังแห่งการเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน จากบรรดาเพื่อนบ้านและพี่น้องประชาชน เหนืออื่นใด แด่ประชาชนชาวไทยที่รักทุกคน พระสันตะปาปาขอพระพรแห่งสันติสุข และความพากเพียรในสิ่งดีทุกประการ คาร์ดินัล ปีเอโตร ปาโรลิน เลขาธิการรัฐวาติกัน บิชอปวีระ อาภรณ์รัตน์ แปล 7 ตุลาคม 2565
- [50 ปี FABC การก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะประชาชนเอเชีย... และเขาจึงกลับไปบ้านเมืองของตนโดยทางอื่น](https://www.cbct.or.th/50thfabc/) - FABC ย่อมาจาก Federation of Asia bishops’ Conference สหพันธ์สภาบิชอปคาทอลิกเอเชีย ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ โป๊ปปอลที่ 6 เสด็จมนิลา (ฟิลิปปินส์) ค.ศ.1970 เพื่อช่วยเหลือกัน และร่วมกันรับผิดชอบพระศาสนจักร และสังคมในทวีปเอเชีย โอกาสครบรอบ 50 ปี FABC หลังจากการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด 19 จึงจัดการฉลองและประชุม ที่ บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน วันที่ 12-30 ตุลาคม 2022 หัวข้อ “ 50 ปี FABC การก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะประชาชนเอเชีย... และเขาจึงกลับไปบ้านเมืองของตนโดยทางอื่น” (มธ 2:12) การประชุมครั้งนี้ จะมีบิชอปจาก 29 ประเทศในเอเชีย และผู้รับผิดชอบงานต่างๆ รวมประมาณ 200 คน พระสันตะปาปาฟรังซิสได้แต่งตั้ง พระคาร์ดินัล หลุยส์ ตาเกล เป็นผู้แทนพระองค์มาร่วมประชุมครั้งนี้ และถวายมิสซา วันที่ 30
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศคาซัคสถาน (13-15 กันยายน ค.ศ. 2022) ศาสนาเป็น “กุญแจสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเข้าใจของโลก”](https://www.cbct.or.th/โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนป/) - ในการปราศรัยที่การประชุมผู้นำโลกและศาสนาดั้งเดิมครั้งที่ 7 ในเมืองนูร์-สุลต่าน ประเทศคาซัคสถาน พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเน้นย้ำว่าศาสนาต่างๆ จำเป็นต้องเติบโตในมิตรภาพอย่างไร เพื่อตอบสนองต่อความกระหายในสันติภาพของโลกและเพื่อความไม่สิ้นสุดในความกระหายที่สถิตอยู่ในหัวใจของเราแต่ละคน งานสำคัญครั้งแรกตามกำหนดการของพระสันตะปาปาในคาซัคสถานเกิดขึ้นในเช้าวันพุธที่ 14 กันยายน 2022 ณ เมืองนูร์-สุลต่าน เมืองหลวงของประเทศ เมื่อพระองค์กล่าวปราศรัยพร้อมกับผู้เข้าร่วมในการประชุมครั้งที่ 7 ของผู้นำโลกและศาสนาต่าง ๆ ตามธรรมประเพณีดั้งเดิม การประชุมสองวันซึ่งจัดขึ้นทุกๆ สามปี ได้รวบรวมผู้นำทางศาสนาจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อเน้นย้ำว่าผู้นำศาสนาสามารถส่งเสริมการพัฒนาทางจิตวิญญาณและสังคมในโลกหลังเกิดโรคระบาดได้อย่างไร ผู้แทนกว่า 100 คนจาก 50 ประเทศเข้าร่วมการประชุม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนทางศาสนา วัฒนธรรม พลเรือน รัฐบาล และองค์กรภาคเอกชน พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศคาซัคสถานเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เป็นการส่วนพระองค์ตามคำเชิญของประธานาธิบดีคาสซิมขโจมาร์ต โตคาเยฟ (Kassym-Jomart Tokayev) การหยั่งลึกในอนันตกาล ในการกล่าวสุนทรพจน์ ณ ที่ประชุมคอนเกร็ส พระสันตะปาปาฟรานซิสเริ่มตรัสกับทุกคนว่าเป็น “พี่น้องกัน...ในนามของภราดรภาพที่รวมพวกเราเป็นบุตรครอบครัวเดียวกันในสรวงสวรรค์” พระองค์ตั้งข้อสังเกตว่า “ก่อนที่ความลึกลับแห่งอนันตกาลที่อยู่เหนือ และดึงดูดพวกเรา ศาสนาต่าง ๆ เตือนใจเราว่า พวกเราเป็นสิ่งมีชีวิต...ไม่ใช่ผู้มีอำนาจทุกอย่าง...การเดินทางไปยังเป้าหมาย ณ สวรรค์เดียวกัน” พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า “ความผูกพันร่วมกัน นั่นเป็นภราดรภาพที่แท้จริง” ซึ่งทำให้เกิด
- [14 กันยายน ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน (The Exaltation of the Holy Cross, feast)](https://www.cbct.or.th/14-กันยายน-ฉลองเทิดทูนไม้/) - 14 กันยายนฉลองเทิดทูนไม้กางเขน(The Exaltation of the Holy Cross, feast) ธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นทั้งแหล่งที่มาและคำมั่นสัญญาของชีวิตนิรันดร และเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่สูงส่งที่แฝงไว้ถึงสิริรุ่งโรจน์ของธรรมล้ำลึกทั้งหมดนี้ ก็คือไม้กางเขน ซึ่งแขวนการไถ่ให้รอดของโลกนี้ไว้ ชัยชนะของไม้กางเขนเหนือบาปและความตายถูกรวบยอดอยู่ที่นี่ และทั้งหมดของชัยชนะ ของความยินดีต่อชัยชนะนี่แหละที่พระศาสนจักรทำการเฉลิมฉลองวันนี้ วันฉลองนี้แต่ต้นเลยรู้กันในชื่อนี้ ซึ่งหมายถึงการยกย่องเชิดชูไม้กางเขน ยังมีนัยหมายถึง "วางไว้บนที่สูง เพราะมีความสำคัญสูงส่ง" "การยกขึ้น" การฉลองนี้มีความสำคัญต่อบรรดาผู้มีความเชื่อ 4 ประการด้วยกัน กล่าวคือ ประการแรก หมายถึง การยกกางเขนขึ้นบนเนินเขากัลวารีโอในวันศุกร์นั้น ซึ่งแม้ว่าจะรวมไว้ด้วยเรื่องการทนทุกข์ทรมานใหญ่หลวง และความอับอาย แต่กระนั้น ก็เป็นการถวายบูชาด้วยความรักที่ทรงมีต่อพระบิดา และด้วยความรักที่พระบิดาทรงมีต่อมวลมนุษย์ การถูกยกตั้งขึ้นสูงเปรียบประดุจว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ไม้กางเขนเป็นเหมือนธรรมาสน์ที่ทรงเทศนา โดยพระวาจาและพระฉบับแบบ เป็นคำเทศนาที่สะเทือนอารมณ์มากที่สุดตลอดช่วงพระภารกิจบนแผ่นดินนี้ - พระองค์ทรงอภัยและทรงมอบพระองค์ให้ - ทุกๆบาดแผลของพระองค์หลั่งไหลพระหรรษทานออกมา จากด้านข้างพระวรกายทรงให้กำเนิดพระศาสนจักร และก่อนลมหายใจสุดท้ายพระองค์ทรงมอบพระมารดาของพระองค์ให้เป็นของขวัญแก่มวลมนุษยชาติ คือ พระแม่มารีย์ ไม้กางเขนจึงเป็นเครื่องหมายถึงชัยชนะของพระองค์โดยแท้จริง ไม้ในแนวตั้งเชื่อมมนุษย์กับพระเจ้า ไม้ส่วนที่พาดในแนวนอนเชื่อมมนุษย์กับมนุษย์และโดยไม่แยกออกไปจากพระเจ้า ประการที่สอง หมายถึง การตั้งไม้กางเขนขึ้นในวัดพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำในปี ค.ศ. 326 โดยนักบุญเฮเลนา พระมารดาแห่งพระจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้ค้นพบไม้กางเขน
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ปี C](https://www.cbct.or.th/20220904/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ปี C “ทุกท่านที่ไม่ยอมสละทุกสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็เป็นศิษย์ของเราไม่ได้” เกล เซเยอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้เล่นในทีม ชิคาโก แบร์ ในราวปี ค.ศ.1960 เป็นต้นไป ติดอันดับในบรรดาตัววิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการอเมริกันฟุตบอลอาชีพ เขามักสวมสร้อยที่แขวนเหรียญทองขนาดครึ่งของเหรียญดอลล่าร์ บนเหรียญมีตัวอักษรจารึกไว้ว่า “ฉัน คือ ลำดับที่สาม”คำจารึกนี้กลายมาเป็นชื่อหนังสืออัตชีวประวัติที่ขายดีที่สุดของเขา ในหนังสือได้อธิบายความหมายของคำจารึกนี้ว่ามีความหมายต่อ เกล เซเยอร์ อย่างไร จริงๆ แล้วคำนี้มีที่มาจากผู้ฝึกสอนวิ่งของเขาที่ชื่อว่า บิล อีสตัน ย้อนหลังไปตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแคนซัส เขาไปเห็นคำนี้เขียนอยู่บนโต๊ะทำงานของบิล อีสตัน จึงถามความหมาย ซึ่งได้รับคำตอบว่า “พระผู้เป็นเจ้าคือผู้เป็นอันดับแรก เหล่ามิตรสหายเป็นลำดับที่สอง และตัวฉันเองเป็นลำดับที่สาม” ตั้งแต่นั้นมา เกล เซเยอร์ ก็รับคำเหล่านี้มาเป็นหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิตของตัวเอง ในปีที่สองที่อยู่กับทีมแบร์ เกล เซเยอร์ ตัดสินใจว่าเขาต้องการสวมอะไรบางอย่างที่มีความหมายรอบคอของเขา เขาจึงซื้อเหรียญทองมาและจารึกคำว่า “ฉัน คือ ลำดับที่สาม” ห้อยไว้กับสายสร้อยแล้วสวมไว้รอบคอเสมอ ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา เกล เซเยอร์ กล่าวว่า “ฉันพยายามเจริญชีวิตตามคำจารึกนี้
- [วันภาวนาสากลเพื่อการอาใจใส่ดูแลสิ่งสร้าง](https://www.cbct.or.th/วันภาวนาสากลเพื่อการอา/) - 1 กันยายน 2022 “จงฟังเสียงของสิ่งสร้าง” เป็นหัวข้อ และการเชิญจากโป๊ปฟรังซิสในเทศกาลดูแลสิ่งสร้าง 1 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม ฉลองนักบุญฟรังซิสชาวอัสซีซี เป็นเวลาพิเศษสำหรับชาวคริสต์ทุกคน ภาวนาและทำงานร่วมกัน เพื่อเอาใจดูแลบ้านส่วนรวมของเรา เป็นโอกาส “กลับใจด้านนิเวศวิทยา” ที่นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ได้ตอบสนองภัยพิบัติด้านนิเวศ “พระคัมภีร์มิได้ให้มนุษย์มีบทบาทเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง โดยไม่ใส่ใจสิ่งสร้างอื่นๆเลย” (Laudato si 68 ) วิกฤติสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดความแห้งแล้งขาดน้ำ น้ำท่วม พายุเฮอรีเคน และคลื่นความร้อน ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บ่อยขึ้น มีผลกระทบต่อคนยากจนเป็นพิเศษ “และเสียงร้องของคนเหล่านี้ กำลังดังขึ้นไปถึงสวรรค์” (แอมะซอนที่รัก 9 ) ที่สุดมีคำร้องขอจากเด็กๆของเรา เยาวชนปัจจุบันกำลังร้องถามเราผู้ใหญ่ให้รีบทำทุกอย่าง เพื่อปกป้อง หรืออย่างน้อยที่สุด จำกัดการล่มสลายระบบนิเวศของโลกเรา การดำเนินชีวิตกระแสเรียกของผู้ปกป้องผลงานของพระเจ้า เป็นส่วนสำคัญในชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม สิ่งนี้มิใช่ทางเลือก หรือเป็นเพียงมิติรอง ของประสบการณ์คริสตชน” (Landato
- [โป๊ปวิดีโอ : กันยายน 2022 เพื่อการยกเลิกโทษประหาร (2 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220902/)
- [25 สิงหาคม นักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส ( St Louis IX : 1214 - 1270 )](https://www.cbct.or.th/st-louis-ix-1214-1270/) - 25 สิงหาคมนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส( St Louis IX : 1214 - 1270 ) นักบุญหลุยส์ ประสูติเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1214 เป็นพระโอรสของกษัตริย์หลุยส์ที่ 8 และ Blanche of Castille, และเพียงพระชนม์ 11 พรรษาก็ได้เป็นกษัตริย์สืบต่อพระราชบิดาที่สวรรคตในปี ค.ศ.1226 เป็นเวลาถึง 10 ปีที่พระองค์ทรงปกครองประเทศภายใต้การปกป้องคุ้มครองจากพระมารดาที่ชาญฉลาดของพระองค์ และพระนางยังทรงมีอิทธิพลต่อกิจการต่างๆของฝรั่งเศสในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อไปจนถึงแก่ความตายในปี ค.ศ.1252 เมื่ออายุ 19 ปี ทรงเสกสมรสกับพระนางมาร์การิต แห่งโปรวองซ์ มีพระโอรสพระธิดาด้วยกันถึง 11 พระองค์ นักบุญหลุยส์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นพระสวามีและพระบิดาที่อุทิศองค์เป็นอย่างดี ทั้งโดยธรรมชาติและได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างลึกซึ้งทางศาสนา นักบุญหลุยส์ไม่เคยลืมคำเตือนของพระมารดาที่ว่า "แม่จะยอมเห็นลูกสิ้นชีพแทบเท้าของแม่ ดีกว่าเห็นลูกทำบาปหนักสักหนึ่งประการ" ในแต่ละวันพระองค์จะเสด็จเข้าร่วม 2 พิธีมิสซา ทรงสวดทำวัตร และที่ข้าราชบริพารของพระองค์ไม่รู้คือ ใช้เวลาหลายชั่วโมงภาวนาและทำกิจใช้โทษบาป ธรรมเนียมที่คุกเข่าลงในระหว่างสวดบทแสดงความเชื่อเมื่อถึงตอนที่ว่า "และทรงบังเกิดเป็นมนุษย์" และในช่วงอ่านพระวรสารเรื่องพระทรมานตอนที่กล่าวถึงว่า "แล้วพระองค์ก็สิ้นพระชนม์"
- [27 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญโมนิกา](https://www.cbct.or.th/st-monica-memorial-2/) - 27 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญโมนิกา(St Monica, memorial) นักบุญโมนิกา ซึ่งเป็นคริสตชนคนหนึ่ง ได้แต่งงานเมื่ออายุ 20 ปีกับปาตริซีอุส (Patricius) คนต่างศาสนา เขารับราชการที่เมือง Tagaste (ทางเหนือของอาฟริกา) เนื่องจากสามีเป็นคนโมโหร้ายและมีนิสัยเกรี้ยวกราด จึงทำให้นักบุญได้รับความทุกข์ยากลำบากเป็นอันมาก ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน การจะให้ลูกได้รับการศึกษาแบบคริสตชนก็ค่อนข้างลำบากมาก อย่างไรก็ตาม หลังแต่งงานได้ 18 ปี ปาตริซีอุสก็กลับใจมารับความเชื่อ และได้สิ้นชีพไม่นานหลังจากนั้น ลูกคนโตสุดที่ชื่อว่า ออกัสติน (Augustine) เป็นลูกที่ทำให้เธอหนักใจที่สุด เพราะในช่วงที่เขาศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองคาร์เธจ (Carthage) เขาได้ไปหลงเชื่อคำสอนของเฮเรติ๊ก Manichaean และในวัยหนุ่มก็ดำเนินชีวิตเสเพล โดยไปมีความสัมพันธ์โดยมิชอบด้วยกฎหมายกับผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเวลาถึง 15 ปี นักบุญโมนิกาพยายามชักชวนพระสังฆราชองค์หนึ่งที่มาเยี่ยมเยียน ให้ช่วยดึงลูกของเธอออกมาจากความหลงผิดของพวก Manichaean เพื่อกลับมาสู่ความเชื่อที่แท้จริง แต่ไม่เป็นผล พระสังฆราชคิดว่าเวลาที่สุกงอมยังมาไม่ถึง แต่ก็ได้พูดปลอบใจให้เธอใจชื้นขึ้นมาบ้างด้วยคำยืนยันที่ว่า "เป็นไปไม่ได้ที่บุตรชายที่ทำให้เธอเสียน้ำตาไปมากมายเช่นนี้จะพินาศไป" เมื่อออกัสตินตัดสินใจจะสอนเรื่องวาทศิลป์ที่กรุงโรม โมนิกาตั้งใจจะตามเขาไปด้วย แต่เขาใช้กลอุบายหลอกเธอและเดินทางไปกรุงโรมโดยทางเรือแต่เพียงลำพัง จากโรมเขาย้ายไปมิลาน ซึ่งเขาได้เลื่อนเป็นศาสตราจารย์ โมนิกาถึงตามเขาไปที่นั่น และเธอก็เป็นเพื่อนกับพระสังฆราชอัมโบรสผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยความช่วยเหลือของนักบุญอัมโบรส พระสังฆราชองค์นี้ซึ่งโดดเด่นในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
- [28 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร](https://www.cbct.or.th/st-augustine-bishop-doctor-memorial-2/) - 28 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Augustine, Bishop & Doctor, memorial) Aurelius Augustine เกิดที่เมือง Tagaste (อยู่ในประเทศอัลจีเรียในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 354 เป็นบุตรชายคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 3 คน ของนักบุญโมนิกา กับบิดาชื่อ Patricius ซึ่งเป็นคนต่างศาสนา (แต่หลังจากแต่งงานกับนักบุญโมนิกาได้ 18 ปี ก็กลับใจมารับความเชื่อคาทอลิก และสิ้นชีพหลังจากนั้นไม่นาน) ท่านได้รับการศึกษาที่เมือง Carthage ช่วงวัยหนุ่มได้เจริญชีวิตอย่างเสเพล ได้อยู่กินกับหญิงคนหนึ่งอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นเวลาถึง 15 ปี นักบุญโมนิกาเป็นทุกข์ใจมาก และได้สวดภาวนาขอให้บุตรชายคนนี้ของเธอกลับใจ ที่สุดเมื่อนักบุญออกัสตินอายุ 33 ปี ท่านก็ได้กลับใจ โดยในที่สุดท่านตระหนักว่า โดยทางพระเยซูคริสตเจ้าเท่านั้นที่จะทรงทำให้ท่านพบหนทางไปสู่ความจริง และความรอดพ้นตลอดนิรันดร์ เมื่อได้กลับใจแล้วท่านพบสันติสุขกับพระเจ้า กับตัวท่านเอง และกับโลก จึงเริ่มดำเนินชีวิตแบบนักบุญ มารดาของท่านและลูกชายตามธรรมชาติของท่าน(บุตรนอกกฎหมาย) ได้สิ้นชีพไปทั้งคู่ไม่นานหลังจากที่ท่านได้รับศีลล้างบาป ท่านจึงเดินทางกลับไปบ้านเกิดที่เมือง Tagaste ที่นั่นท่านได้สร้างอารามฤาษีสำหรับท่านเองและบรรดาผู้ติดตาม และดำเนินชีวิตอย่างยากจนในการแพร่ธรรม
- [ฤดูกาลแห่งสิ่งสร้าง จงฟังเสียงของสิ่งสร้าง (พากย์ไทย - 3.50 นาที)](https://www.cbct.or.th/ฤดูกาลแห่งสิ่งสร้าง-จงฟ/)
- [วันที่ 20 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด ฤษีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Bernard, Abbot and Doctor, memorial, 1091-1153)](https://www.cbct.or.th/วันที่-20-สิงหาคม-ระลึกถึง/) - วันที่ 20 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญเบอร์นาร์ด ฤษีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Bernard, Abbot and Doctor, memorial, 1091-1153) นักบุญเบอร์นาร์ดมาจากหนึ่งในครอบครัวขุนนางที่เป็นผู้นำของแคว้น Burgundy ประเทศฝรั่งเศส เติบโตมาอย่างศรัทธาโดยมารดาเป็นผู้ปลูกฝัง อายุ 22 ปีตัดสินใจเลิกจากการเป็นอัศวินเพื่อไปเป็นฤษี ท่านมีพลังดึงดูดที่ทำให้ผู้คนเห็นคล้อยตาม เห็นได้ชัดตั้งแต่แรกที่ท่านขอเข้าอารามฤษีคณะ Cistercian ที่เมือง Citeaux ท่านได้มีผู้ติดตามที่มีใจตรงกันขอตามเข้าไปเป็นฤษีด้วยถึง 30 คน ในจำนวนนี้รวมถึงบิดาของท่านซึ่งเป็นหม้าย ลุงอีกหนึ่งคน และพี่น้องผู้ชายอีก 4 คน ความก้าวหน้าทางชีวิตจิตของเบอร์นาร์ดในอารามฤษีเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปเพียงสามปีกว่าเล็กน้อย ท่านก็ได้เป็นหัวหน้ากลุ่มฤษีจำนวน 12 คน ที่จะไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ Clairvaux ที่แปลว่า "หุบเขาแห่งแสงสว่าง" และ ณ ที่แห่งใหม่นี้ แสงสว่างใหม่ก็ค่อยๆส่องออกมาจากพลังส่วนบุคคลของท่านที่ชวนให้น่าติดตาม ความรักมากมายที่ท่านมีต่อพระเจ้า รวมทั้งความอ่อนโยนและความบริสุทธิ์ ผนวกไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างกล้าหาญ ทำให้ผู้ชายจำนวนมาก ซึ่งมาจากทุกสาขาอาชีพ รวมถึงพระโอรสของกษัตริย์ มาติดตามท่านเพื่อไปดำเนินชีวิตอย่างเข้มงวดในอารามฤษี กล่าวกันว่าในช่วงที่ท่านเป็นอธิการฤษีอยู่ที่ Chairvaux 37
- [อาร์ชบิชอป พอล ชัง อิน-นัม เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่](https://www.cbct.or.th/20220812/) - วันที่ 12 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย และคณะบุคคลต่างๆ เฝ้าฯ ตามลำดับดังนี้ อาร์ชบิชอป พอล ชัง อิน-นัม (Archbishop Paul Tschang In-Nam) เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกแทนพระองค์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2556 เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ ทรงพระเจริญโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
- [โป๊ปวิดีโอ : ส.ค.2022 เพื่อบรรดาธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (พากย์ไทย 1.38 นาที)](https://www.cbct.or.th/โปปวดโอ-ส-ค-2022-เพอบรรดาธรกจ/)
- [วันที่ 4 สิงหาคม
ระลึกถึง นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์
(St John Baptist Mary Vianney, Priest, memorial)](https://www.cbct.or.th/20220804/) - วันที่ 4 สิงหาคมระลึกถึง นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์(St John Baptist Mary Vianney, Priest, memorial) นักบุญผู้โดดเด่นองค์นี้ ซึ่งพระศาสนจักรยกย่องให้เป็นแบบอย่างและองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์พื้นเมือง เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1786 ในระหว่างช่วงเวลาที่มีการต่อต้านบรรดาสมณะอย่างรุนแรง (ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส) และช่วงที่ไม่นับถือศาสนา (สมัยของ นโปเลียน โบนาปาร์ต) ท่านเป็นลูกคนที่ 4 ในทั้งหมด 6 คนจากพ่อแม่ที่ศรัทธา อาศัยทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ตอนเด็กไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ เพราะขาดพื้นฐานการศึกษาเช่นนี้เอง ทำให้ท่านต้องเผชิญกับความลำบากเป็นอย่างมากในการเรียนที่บ้านเณรเพื่อเป็นพระสงฆ์ และเป็นแต่เพียงลักษณะนิสัยซื่อๆและมีชีวิตจิตที่ลึกซึ้งของท่าน ผนวกกับคำขอร้องพิเศษจากเจ้าอาวาสของท่าน จึงทำให้ท่านได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ค.ศ. 1815 เมื่อบวชแล้วท่านได้รับมอบหมายให้ไปดูแลวัดเล็กๆที่ตำบลอาร์ส ใกล้เมืองลีอองส์ อุปสังฆราชบอกท่านว่า “สัตบุรุษที่นั่นไม่ค่อยรักพระ จงไปทำให้เกิดขึ้นมาให้ได้” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวบ้านและชาวนาถูกทอดทิ้งให้อยู่ในสถานะทางด้านฝ่ายจิตและศีลธรรมอย่างนั้น นักบุญยอห์น เวียนเนย์ ได้เริ่มทำงานอย่างเงียบๆกับสัตบุรุษที่ยากจน และพวกเจ็บไข้ได้ป่วยในวัดก่อน นอกนั้นใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันอยู่ต่อหน้าศีลมหาสนิท เพื่อภาวนาขอให้ลูกแกะของท่านกลับใจ และตลอดเวลา 40 ปีของชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่
- [คาร์ดินัลศรีลังกาประณามเหตุการณ์รุนแรง](https://www.cbct.or.th/20220727/) - 22 กรกฎาคม 2022 , 17.30 น. คาร์ดินัลมัลคอล์ม แรนจิธ ของประเทศศรีลังกา อ้อนวอนชุมชนนานาชาติ ให้รัฐบาลใหม่ สืบสวนหลังจากให้ตำรวจและทหารใช้อาวุธ โจมตีผู้ประท้วงอย่างสันติ ไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากมีประธานาธิบดีใหม่ คาร์ดินัลมัลคอร์ม แรนจิธ แห่งอัครสังฆมณฑลโคลัมโบ (เมืองหลวงของประเทศ) ได้กล่าวกับประชาชนศรีลังกา และชุมชนนานาชาติ ประณามการโจมตีประชาชนในเช้าวันศุกร์ เพียง 24 ชั่วโมง ประธานาธิบดี รานีล วิกเรเมสซิงก์ มีอำนาจไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทั้งๆที่ได้กล่าวว่าจะปกป้องรัฐธรรมนูญ ก็ได้ปฏิบัติสิ่งที่ขัดต่อสิทธิพื้นฐานของประชาชนผู้ประท้วง ซึ่งเป็นเยาวชนไม่ได้ใช้ความรุนแรง นักข่าวท้องถิ่นและชาวต่างชาติสี่คนได้รับบาดเจ็บ ประชาชนกำลังทนทุกข์ ไม่มีงานทำ และขาดปัจจัยในการมีชีวิต ประธานาธิบดีต้องรับผิดชอบการโจมตีนี้ ขอชุมชนนานาชาติให้รัฐบาลช่วยพิจารณาสืบสวนเรื่องนี้ ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์ สรุป (Vatican News)
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิส สำหรับวันผู้สูงอายุสากล (ครั้งที่สอง) วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2022](https://www.cbct.or.th/message-2022-the-second-world-day-grandparents-2/) - “ในวัยชราพวกเขายังบังเกิดผล” (สดด. 92: 15) เจริญพรมายัง ลูก ๆ และกัลยาณมิตรชายหญิง ที่รักและนับถือ “ในวัยชราพวกเขายังบังเกิดผล” (สดด. 92: 15) คำพูดเหล่านี้ของผู้ประพันธ์นบทเพลงสดุดีเป็นนิมิตหมายที่ดี นี่เป็น “ข่าวประเสริฐ” ที่แท้จริงที่พวกเราสามารถประกาศได้กับทุกคนในวันผู้ชราสากลครั้งที่สอง นี่เป็นสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับชาวโลกที่คิดเกี่ยวกับสภาพชีวิตในขั้นปัจฉิมวัยนี้ ซึ่งยังเกี่ยวกับทัศนคติที่เศร้าหมองในการแสดงออกโดยผู้สูงอายุบางคน ผู้ที่คาดหวังอะไรบางอย่างในอนาคตด้วย หลายคนกังวลและกลัวความชรา พวกเขาถือว่านั่นเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทุกคนควรหลีกเลี่ยงจากการสัมผัส พวกเขาคิดว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ธุระอะไรของเขา และควรแยกออกจากกันไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ มิฉะนั้นแล้วพวกเราต้องจัดการกับปัญหาของพวกเขา นี่เป็นความคิดของบุคคลที่ตกอยู่ในหลุมพลาง “วัฒนธรรมการกินทิ้งกินขว้าง” ซึ่งนำพาให้พวกเราคิดว่าพวกเราเป็นคนที่แตกต่างจากคนยากจน และผู้ที่มีความเปราะบางที่อยู่ท่ามกลางพวกเรา พวกเราต้องไม่ยุ่งกับความอ่อนแอของพวกเขา ต้องแยกตัวออกจากพวกเขา และปัญหาของพวกเขา พระคัมภีร์มองเรื่องนี้ในมุมมองที่ต่างกัน พระคัมภีร์สอนว่าชีวิตที่ยืนยาวเป็นพระพรของพระเจ้า และผู้สูงอายุไม่ใช่พวกตกขอบสังคมที่จำต้องถูกทอดทิ้งไป ทว่าผู้สูงวัยเป็นสัญลักษณ์ทรงชีวิตแห่งคุณงามความดีของพระเจ้าผู้ที่ทรงประทานชีวิตให้อย่างมั่งคั่งเหลือล้น เป็นความสุขแท้ของบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ เป็นบุญหรือความสุขแท้ของครอบครัวที่ให้เกียรติผู้สูงอายุ การมีอายุยืนไม่ใช่เป็นเวลาแห่งชีวิตที่จะเข้าใจกันง่ายๆ แม้จากพวกเราผู้ที่มีประสบการณ์กับภาวะเช่นนี้ แม้ว่าในที่สุดอายุจะมาพร้อมกับกาลเวลา แต่ก็ไม่มีผู้ใดเตรียมตัวเองเพื่อเข้าสู่วัยชรา และเวลาที่ปัจฉิมวัยจะมาก็มาแบบที่พวกเราไม่ทันได้ตั้งตัว ยิ่งสังคมจะพัฒนาขึ้นมากเท่าใดก็ยิ่งจะทุ่มเทเงินมหาศาลสำหรับชีวิตในขั้นตอนนี้โดยที่ไม่ได้ช่วยให้ผู้คนเข้าใจและชื่นชมกับวัยชรามากนัก หลายคนจะวางแผนเพื่อดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ โดยการวางแผนที่จะดำเนินชีวิตในขั้นนี้อย่างบริบูรณ์ [1] นี่เป็นการยากที่จะมองไปยังอนาคตและไตร่ตรองว่าพวกเราจะเดินไปในทิศทางใด ในอีกมุมองหนึ่งพวกเราบางคนเสแสร้งที่จะทำตนเองให้ดูเหมือนไม่ชรา ด้วยการซ่อนรอยเหี่ยวย่นแล้วทำตัวเป็นคนหนุ่มสาวตลอดกาล ในขณะที่อีกมุมมองหนึ่งพวกเราจินตนาการว่า สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือการซื้อเวลา
- [22 กรกฎาคม ฉลองนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา (St Mary Magdalene, feast)](https://www.cbct.or.th/st-mary-magdalene-feast-2/) - 22 กรกฎาคมฉลองนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา(St Mary Magdalene, feast) พระวรสารทั้งหมดต่างเห็นคล้องต้องกันถึงบทบาทสำคัญของนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา ที่ไม่มีใครเหมือนในบรรดาผู้ติดตามพระเยซูเจ้าทั้งหลาย ชื่อ "มักดาลา" อาจมีที่มาจากสถานที่เกิดของท่าน คือมีเมืองชื่อ มักดาลา ตั้งอยู่ใกล้ทิเบเรียส บนชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี ตามธรรมประเพณีโบราณของพระศาสนจักรลาตินเชื่อว่า มารีย์ ผู้เป็นคนบาป เป็นคนเดียวกับมารีย์ แห่งเบธานี ซึ่งเป็นน้องสาวของมารธาและลาซารัส และเป็นคนเดียวกับ มารีย์ ชาวมักดาลา มารีย์คนนี้ที่ถูกเรียกว่า "ชาวมักดาลา" เป็นผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขับไล่ผีเจ็ดตนออกไปจากนาง คนบาปผู้นี้ได้ชโลมพระบาทของพระองค์ด้วยความรัก และตามพระวรสารของนักบุญยอห์น ที่เล่าว่าคือ มารีย์ แห่งเบธานี (ดังนั้นก็เป็นน้องสาวของมารธา) ผู้ซึ่ง "นั่งแทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า และคอยฟังพระวาจาของพระองค์" แต่อย่างไรก็ตาม พระศาสนจักรตะวันออก ให้ความเคารพนับถือมารีย์โดยแยกแยะเป็นสามบุคคลที่ต่างกัน นักพระคัมภีร์ และนักวิชาการต่างๆในปัจจุบันส่วนใหญ่ ก็เชื่อว่าเป็นสามบุคคลแตกต่างกัน มารีย์ชาวมักดาลาซึ่งเป็นผู้ติดตามที่รักพระองค์อย่างเหลือล้นผู้นี้ ได้ยืนอยู่กับพระมารดาผู้เป็นที่รักของพระองค์แทบเชิงกางเขนของพระเยซูเจ้า ท่านยังเป็นพยานในการฝังพระองค์ในพระคูหา และเป็นคนแรกที่ได้เห็นทั้งพระคูหาที่ว่างเปล่า และได้เห็นพระอาจารย์เจ้าผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพ (the risen "Rabboni") ในเช้าตรู่ของวันปัสกา โดยแท้จริงแล้ว เป็นท่านเองที่ถูกส่งไปโดยพระผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพให้นำข่าวดีไปแจ้งให้อัครสาวกคนอื่นๆทราบ ภารกิจนี้ทำให้ท่านได้รับขนานนามว่าเป็น
- [พิธีบูชาขอบพระคุณและการอวยพร “PALLIUM” (เครื่องสมณยศ) สำหรับอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองมหานคร](https://www.cbct.or.th/homily-2022-sts-peter-paul-pallium-29-june/) - วันนี้การเป็นประจักษ์พยานอันยิ่งใหญ่ของอัครสาวกเปโตรและเปาโลกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในจารีตพิธีกรรมของพระศาสนจักร เปโตรถูกจำคุกด้วยคำสั่งของกษัตริย์เฮโรดและได้รับแจ้งจากทูตสวรรค์ของพระเจ้า “จงลุกขึ้นเร็ว ๆ” (กจ. 12: 7) ในขณะที่เปาโลเมื่อมองย้อนหลังไปยังชีวิตในอดีตกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ทำการต่อสู้มาเป็นอย่างดี” (2 ทธ. 4: 7) ขอให้พวกเรามาพิจารณากันถึงคำพูดสองประโยคนี้ – “จงลุกขึ้นเร็ว ๆ” และ “การต่อสู้เป็นอย่างดี” – แล้วขอถามพวกท่านว่าจะพูดว่าอย่างไรกับชุมชนคริสตชนของทุกวันนี้ที่กำลังดำเนินการในกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกัน ประการแรก หนังสือกิจการอัครสาวกบอกพวกเราถึงราตรีที่เปโตรได้รับอิสรภาพจากการถูกล่ามโซ่ในคุก ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้ามาแตะสีข้างเขาในขณะที่เขากำลังนอนหลับ “เมื่อปลุกเขาตื่นขึ้นมาแล้วจึงกล่าวว่า “จงตื่นขึ้นเร็ว ๆ” (กจ. 12: 7) ทูตสวรรค์ปลุกเปโตรให้ตื่นแล้วบอกให้เขารีบลุกขึ้น ภาพนี้เตือนใจพวกเราให้นึกถึงปัสกา เพราะมีคำกิริยาอยู่สองคำในเรื่องเล่าของการกลับฟื้นคืนชีพ: ตื่นและลุกขึ้น อันที่จริงทูตสวรรค์ปลุกให้เปโตรตื่นจากการหลับแห่งความตายและบอกให้เขาลุกขึ้น ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาแสงสว่าง โดยปล่อยให้ตนเองนำทางโดยพระเจ้าด้วยการเดินผ่านประตูต่างๆที่ปิดตาย (เทียบ ข้อ 10) ภาพนี้มีความหมายยิ่งใหญ่สำหรับพระศาสนจักร พวกเราก็เช่นเดียวกันในฐานะที่พวกเราเป็นศิษย์ของพระเยซูคริสต์และอยู่ในชุมชนคริสตชนต่างถูกเรียกร้องให้ต้องลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะเข้าไปสู่พระธรรมล้ำลึกแห่งการเสด็จกลับฟื้นคืนชีพแล้วขอให้พระเยซูคริสต์นำพาพวกเราไปให้เดินตามเส้นทางที่พระองค์จะทรงชี้ให้พวกเราเดิน ทว่าพวกเราก็ยังมีประสบการณ์ภายในหลายประการของการดื้อรั้นที่กีดขวางไม่ให้พวกเราเริ่มออกเดิน บางครั้งในฐานะพระศาสนจักรพวกเรายอมให้ความเกียจคร้านเข้ามาครอบงำ พวกเราชอบที่จะนั่งเชยชมกับบางสิ่งที่พวกเรามีอยู่ แทนที่จะลุกขึ้นแล้วมองไปยังขอบฟ้าใหม่ มองไปยังมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ บ่อยครั้งก็เหมือนเปโตรที่ถูกล่ามโซ่ ที่ถูกจำคุกด้วยนิสัยของตัวเราเอง หวั่นกลัวที่จะมีการเปลี่ยนแปลง และถูกล่ามโช่ในชีวิตประจำวันของพวกเรา สิ่งนี้แหละจะค่อยๆ นำพวกเราไปสู่ชีวิตจิตที่ครึ่งๆกลางๆ พวกเราอยู่ในความเสี่ยงที่จะ
- [6 กรกฎาคม ระลึกถึง นักบุญ มารีย์ กอเรตตี พรหมจารี และมรณสักขี (St Maria Goretti, Virgin & Martyr, memorial)](https://www.cbct.or.th/20220706/) - 6 กรกฎาคมระลึกถึง นักบุญ มารีย์ กอเรตตี พรหมจารี และมรณสักขี(St Maria Goretti, Virgin & Martyr, memorial) ชื่อเต็มคือ มารีย์ เทเรซา กอเร็ตตี เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1890 เป็นลูกคนที่สามจากทั้งหมดจำนวนเจ็ดคนของครอบครัวกรรมกรที่ทำงานในฟาร์มที่เมืองคอรินาลโด (Corinaldo) อยู่ในจังหวัด Marche ประเทศอิตาลี เนื่องจากครอบครัวยากจนจึงไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียน แต่เธอได้รับการสอนให้มีพื้นฐานคุณธรรมแบบคริสตชนจากแม่ผู้ศรัทธาแม้ไม่รู้หนังสือผู้มีนามว่า Assunta โดยเธอสอนคำสอนให้ลูกจากความจำของเธอ เมื่อมารีย์อายุได้ 9 ปี ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่เน็ตตูโน (Nettuno) ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโรม เพื่อหางานทำ ในปีต่อมา พ่อของเธอที่ชื่อว่า ลุยจี(Luigi)เสียชีวิต ทำให้ครอบครัวลำบากมาก แม่และพี่ๆของเธอต้องออกไปรับจ้างทำงานในฟาร์ม ส่วนเธอเองต้องดูแลบ้าน และดูแลน้องๆด้วย เมื่ออายุ 11 ปี มารีย์ได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรก ซึ่งเป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าของเธอ โดยเธอได้ไปเข้าเงียบตระเตรียมจิตใจเป็นพิเศษก่อนจะได้รับศีลฯ ซึ่งการเข้าเงียบนี้ก่อให้เกิดความประทับใจอย่างลึกซึ้ง เธอเป็นตัวอย่างของความนอบน้อมเชื่อฟัง ความถ่อมตน และความบริสุทธิ์
- [การเข้าร่วมจารีตพิธีกรรมในวัดคาทอลิกทางกายภาพ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย](https://www.cbct.or.th/47-2022/) - สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เลขที่ สสท. 47/2022 เรื่อง การเข้าร่วมจารีตพิธีกรรมในวัดคาทอลิกทางกายภาพ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อวยพรมายัง บิชอป บาทหลวง นักบวชชาย-หญิง และคริสตชนฆราวาสทุกท่าน สืบเนื่องจากสาส์นอภิบาลเลขที่ สสท.023/2020 วันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2020 เกี่ยวกับการเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโควิด - 19 และผลจากการประชุมของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมัยสามัญครั้งที่ 1/2020 ได้มีมติให้ผู้นำพระศาสนจักรแต่ละท้องที่ใช้วิจารณญาณและมาตรการที่เหมาะสมในการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเกี่ยวกับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ ระบาด ในพื้นที่ที่มีการระบาดในระดับอันตรายขั้นที่ 2 และขั้นที่ 3 และมีมติให้ งดการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณและพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา โดยมีมาตรการเรื่องการจัดการโปรดศีลอภัยบาป วจนพิธีกรรมอภัยบาปแบบรวม การจัดพิธีบูชาขอบพระคุณแบบออนไลน์ และขอให้สัตบุรุษรับศีลมหาสนิทด้วยความปรารถนา (อ้างถึงสาส์นอภิบาลเลขที่สสท. 032/2020 วันที่ 19 มีนาคม ค.ศ.2020) จากนั้นได้มีมาตรการจากสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยตามมาตรการการผ่อนคลายของรัฐ ตามลำดับ เช่น "มาตรการเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก" (อ้างถึงประกาศที่ สสท. 41/2020 วันที่ 16
- [พระสันตะปาปาร่วมประชุมครอบครัวโลกครั้งที่ 10](https://www.cbct.or.th/20220704-2/) - เครดิต : YouTube CATHOLIC BKK
- [บางตอนจากบทเทศน์ของโป๊ปฟรังซิส
( 25 มิถุนายน 2022 เวลา 2.16 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220703/)
- [เพื่อผู้สูงอายุ -ก.ค.22(พากย์ไทย,-1.48นาที)](https://www.cbct.or.th/20220704/)
- [28 มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญ อีเรเนโอ พระสังฆราช และมรณสักขี (St. Irenaeus, Bishop & Martyr, memorial)](https://www.cbct.or.th/20220628/) - 28 มิถุนายนระลึกถึง นักบุญ อีเรเนโอ พระสังฆราช และมรณสักขี(St. Irenaeus, Bishop & Martyr, memorial) นักบุญอีเรเนโอ มีชีวิตอยู่ในช่วงราวปี ค.ศ. 130 - ค.ศ. 200 ท่านได้รับการขนานนามว่าเป็น "บิดาแห่งเทววิทยาคาทอลิก" (Father of Catholic Theology) มาจากครอบครัวคริสตชนที่อาศัยอยู่ในแถบเอเซียน้อย (Asia Minor) คือประเทศตุรกีในปัจจุบัน ในช่วงวัยรุ่น ท่านได้เคยเห็นและเคยได้ยินคำเทศน์สอนของนักบุญโปลีการ์ป พระสังฆราชแห่งเมืองสมีร์นา ซึ่งเป็นศิษย์ของนักบุญยอห์น ผู้นิพนธ์พระวรสาร หลังจากได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ได้ไม่นาน ท่านได้ถูกส่งไปที่เมืองลีอองส์ (Lyons) ที่ขณะนั้นเป็นเมืองสำคัญที่สุดของแคว้นโกล (Gaul) เพื่อเป็นผู้ช่วยนักบุญโปธินุส (Pothinus) พระสังฆราช ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน ประมาณปี ค.ศ. 177 มาร์คุส เอาเรลิอุส (Marcus Aurelius) ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ ก็มีการเบียดเบียนเกิดขึ้นที่เมืองลีอองส์อย่างรุนแรงมากที่สุด ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้บรรดาพระสงฆ์ที่ถูกจับคุมขังได้จัดการให้สงฆ์หนุ่มอีเรเนโอ ซึ่งยังไม่ถูกจับ ให้นำข่าวสารไปถึง Pope
- [29 มิถุนายน สมโภชนักบุญเปโตร และนักบุญเปาโล อัครสาวก (SS. Peter and Paul, Apostles, solemnity)](https://www.cbct.or.th/20220629/) - 29 มิถุนายนสมโภชนักบุญเปโตร และนักบุญเปาโล อัครสาวก(SS. Peter and Paul, Apostles, solemnity) วันสมโภชนี้ พระศาสนจักรหวนกลับมาดูจุดกำเนิดของตน และเฉลิมฉลองความจำที่มีต่อบุคคลสำคัญสองท่าน ที่เป็นเหมือนแม่พิมพ์ให้กับชีวิตพระศาสนจักรในระยะเริ่มต้น ที่ยังคงไว้ซึ่งร่องรอยสำคัญที่ลบเลือนไม่ได้ในรากฐานและลักษณะเฉพาะ ทั้งสองท่านต่างกันโดยสิ้นเชิง (as different as chalk and cheese) แต่ท่านนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลก็ได้รับขนานนามว่า "เป็นเสาหลักสองต้นของพระศาสนจักร" เป็นดัง "ตะเกียงหรือดวงไฟสองดวง" ที่กำลังลุกโชติช่วงเพื่อพระคริสต์ เพื่อส่องสว่างหนทางไปสู่สวรรค์ นักบุญเปโตร - "ซีมอน บุตรของโยนาห์" เป็นชาวเบธไซดา ริมฝั่งทะเลสาบกาลิลี แต่งงานและตั้งหลักแหล่งที่เมืองคาเปอรนาอุม พร้อมกับน้องชาย "อันดรูว์" หาเลี้ยงตนด้วยอาชีพจับปลา จนกระทั่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเรียกเขา จากชาวประมงจับปลา มาเป็นชาวประมงจับมนุษย์ เมื่อเขาประกาศความเชื่อว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูเจ้าจึงทรงประกาศตั้งพระศาสนจักรบนหินก้อนนี้ ที่มีเปโตรเป็นรากฐาน [เพราะชื่อเปโตร หรือ Petrus ภาษาลาติน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เคฟา(ส) ภาษาอาราเมอิค แปลว่า "หิน"] สำนวนที่พระองค์มอบกุญแจแห่งพระอาณาจักรสวรรค์ให้แก่นักบุญเปโตร และสำนวนที่ว่าถึงการผูกและการแก้
- [พระสมณดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่คณะพระภิกษุและฆราวาสพุทธศาสนิกชนผู้แทนจากราชอาณาจักรไทย](https://www.cbct.or.th/20220622/) - ข้าพเจ้ามีความปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้แทนคณะพระภิกษุทั้งนิกายเถรวาท และนิกายมหายาน (ฝ่ายจีน) และบรรดาศิษยานุศิษย์จำนวน ๑๐๐ ท่าน ที่ร่วมเดินทางพร้อมกับผู้แทนบางท่านจากพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย การเยือนในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ ๕๐ ปี แห่งการพบปะครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ซึ่งต่อมาได้ทรงดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ ๑๗ และสมเด็จพระสันตะปาปาพอลที่ ๖ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๕ / ค.ศ. ๑๙๗๒ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างซาบซึ้งด้วยใจจริงแก่เจ้าประคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๒๐ (อัมพรมหาเถร) และประธานกรรมการมหาเถรสมาคมที่ได้ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) พร้อมกับคณะผู้แทนชาวไทยเดินทางมายังนครรัฐวาติกัน เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอรื้อฟื้นความรู้สึก ซึ่งพระสันตะปาปาพอลที่ ๖ ได้เคยถ่ายถอดไว้ เมื่อครั้งที่พระองค์ได้พบกับคณะผู้แทนชาวไทยเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว ความว่า “เราขอแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อขุมทรัพย์ทางชีวิตฝ่ายจิต ศีลธรรม สังคม และวัฒนธรรมซึ่งพวกท่านได้รับมาผ่านทางธรรมประเพณีอันล้ำค่า เรายอมรับค่านิยมต่าง ๆ ที่งดงาม
- [พระภิกษุ 40 รูป และฆราวาสจำนวน 65 ท่านเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/20220618/) - วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2022 พระภิกษุ 40 รูป และฆราวาสจำนวน 65 ท่าน รวม 105 ท่าน เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ ห้องโถงในวังวาติกัน โอกาสครบรอบ 50 ปีที่สมเด็จพระวันรัต หรือสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 และคณะได้เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาพอลที่ 6 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พศ.2515/คศ.1972 ที่นครรัฐวาติกัน
- [21 มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญหลุยส์ คอนซากา นักบวช (St. Aloysius Gonzaga, Religious, memorial)](https://www.cbct.or.th/02000621/) - 21 มิถุนายนระลึกถึง นักบุญหลุยส์ คอนซากา นักบวช(St. Aloysius Gonzaga, Religious, memorial) นักบุญหลุยส์เป็นบุตรชายคนโตของมาร์ควิส เฟอร์ดินานด์ แห่ง คอนซากา (Marquis Ferdinand of Gonzaga) ซึ่งเป็นดยุคของเมือง Mantua, เจ้าชายแห่งจักรวรรดิโรมัน (Prince of the Roman Empire) เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1568 นักบุญอลอยซีอุส (Aloysius) หรือ "หลุยส์" (Louis) หรือ "ลุยจี" (Luigi) คอนซากานั้นถูกคาดหวังให้เป็นรัฐบุรุษหรือนายทหารที่ยิ่งใหญ่ในภายหน้า ดังนั้น เมื่ออายุ 8 ปีได้ถูกส่งพร้อมกับน้องชายให้ไปใช้ชีวิตในสำนักของฟรานเชสโก แห่งเมดิซี ในเมืองฟลอเร้นซ์ ประเทศอิตาลี เป็นเวลา 2 ปี แต่ความคิดของท่านกลับซึมซาบในเรื่องฝ่ายจิตแล้ว โดยที่ท่านปฏิญาณจะถือความบริสุทธิ์ตลอดไป และได้ทำการสารภาพบาปโดยการเป็นทุกข์กลับใจอย่างแท้จริงจนว่าท่านหมดสติไปแทบเท้าของผู้ฟังสารภาพบาป จากเมืองฟลอเร้นซ์ท่านถูกส่งกลับไปเมือง Mantua แม้กระทั่งที่นี่ท่านยังคงบังคับตนด้วยความมีระเบียบวินัย
- [พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงพบปะกับพระภิกษุ (พากย์ไทย 1.09 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220619/)
- [ผู้ว่ากรุงเทพฯ กราบคารวะผู้นำศาสนาเพื่อขอพรและคำแนะนำ](https://www.cbct.or.th/20220605/) - วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2022 เวลา 11.00 น. ณ อาคารสำนักพระสังฆราช บางรักพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อัครราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้เปิดสำนักมิสซังกรุงเทพฯเพื่อต้อนรับการมาเยี่ยมคารวะของท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์พร้อมด้วยนายต่อศักดิ์ โชติมงคลประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และบรรดารองผู้ว่าฯอันประกอบไปด้วยนายจักกพันธุ์ ผิวงามรองศาสตราจารย์วิศณุ ทรัพย์สมพลผู้ช่วยศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชชนายศานนท์ หวังสร้างบุญโดยมีนางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางรัก ให้การอำนวยความสะดวก เป็นการมาเยี่ยมคารวะผู้นำทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลและรับคำแนะนำอันเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป พระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ ได้แสดงความยินดีกับท่านผู้ว่าฯ โอกาสเข้ารับตำแหน่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ได้แสดงความห่วงใยในภาระหน้าที่ อันมากมายท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนนอกจากนั้นพระคุณเจ้ายังได้เล่าเรื่องราวของคาทอลิกในประเทศไทยและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เพื่อบอกถึงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของการเผยแพร่ศาสนา และความพร้อมจะเป็นหนึ่งเดียว ความยินดีในการร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ กับงานต่างๆเพื่อจะเป็นประโยชน์กับสังคมในส่วนรวม ของหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร พระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ยังได้กล่าวอีกว่า ให้ท่านผู้ว่าฯจัดเวลาสำหรับพักผ่อนด้วย และขอเป็นกำลังใจ หลังจากนั้นได้มอบหนังสือที่ระลึกต่างๆ และหนังสือคำสอนคาทอลิกในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์ต่อไป ท่านผู้ว่าชัชชาติ ได้กล่าวว่า ถ้าทางศาสนาอยากให้ทางกทม รับใช้อะไรก็ยินดี รวมทั้งบอกว่านโนบายหนึ่งคือพยายามให้ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งหลายๆชุมชนคาทอลิกก็มีความเข้มแข็ง มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างน่าชื่นชมอยู่แล้ว หลังจากนั้น พระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ ได้เชิญชวนให้ ทุกท่านรวมทั้งทีมงานที่มาในวันนี้ได้ เยี่ยมชม อาสนวิหารอัสสัมขัญ อนึ่งก่อนหน้านี้ท่านผู้ว่าได้เข้ากราบนมัสการท่านสมเด็จพระสังฆราช
- [อัพเดท เส้นทางซีนอดของพระศาสนจักรไทย #การสังเคราะห์การประชุมซีนอด](https://www.cbct.or.th/synod20220602/) - ระดมข้อมูลจากทุกเลขาฯซีนอด จากทุกสังฆมณฑลทั่วประเทศ เพื่อสรุบข้อเรียกร้อง 10 ประการ ของสมัชชาพระสังฆราชสากล ครั้งที่ 16 ค.ศ.2021-2023 #รับฟัง และก้าวไปด้วยกัน#Synod 2021-2023 พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ เลขาฯสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ร่วมกับ คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาดรองเลขาฯและทีมงานจากสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย รวมทั้งนักเทววิทยา แขกรับเชิญพิเศษ ได้เชิญบรรดาเลขาธิการสมัชชา ในแต่ละสังฆมณฑล 11 สังฆมณฑลทั่วประเทศ ร่วมกันแบ่งปัน การจัดสมัชชาในเขตพื้นที่ของตน และบทสรุบสำคัญ เพื่อส่งต่อเป็นบทสรุบตามข้อเรียกร้อง 10 ประการของสมัชชาพระสังฆราชสากล ครั้งที่ 16 ค.ศ.2021-2023 กระบวนการข้อมูลเกี่ยวกับซีนอดต่อจากนี้ คือการสังเคราะห์ภาพรวมจากข้อมูลในระดับสังฆมณฑลสู่ระดับประเทศ จัดแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ส่งเอกสารไปยังบรรดาพระสังฆราชเพื่อ Comment Synthesized Document ต่อจากนั้นจัดทำเอกสารสุดท้าย ตรวจทาน และส่งต่อไปยังสหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอเซีย และวาติกันต่อไป กระบวนการทั้งหมดจะสิ้นสุดประมาณ ปลายเดือนกรกฏาคม 2022 นี้โดยประมาณ ขอคำภาวนา ปรีชาญาณ และการรับฟังด้วยหัวใจ เพื่อสรุบการก้าวเดินไปด้วยกัน ในระดับพระศาสนจักรในประเทศไทย
- [โป๊ปฟรานซิสตั้งคาร์ดินัลใหม่ 21 คน, มาจากเอเชีย 6 คน, คาร์ดินัลอายุน้อยสุดคือ 47 ปี](https://www.cbct.or.th/20220602/)
- [บาทหลวงคือใคร? (พากย์ไทย 2.51 นาที)](https://www.cbct.or.th/บาทหลวงคือใคร-พากย์ไทย-2-51/)
- [14 พฤษภาคม ฉลองนักบุญ มัทธีอัส อัครสาวก ( St. Matthias, Apostle, feast )](https://www.cbct.or.th/st-matthias-apostle-feast/) - 14 พฤษภาคมฉลองนักบุญ มัทธีอัส อัครสาวก( St. Matthias, Apostle, feast ) นักบุญมัทธีอัสได้เป็นหนึ่งในบรรดาอัครสาวกของพระเยซูเจ้า โดยถือว่าท่านเป็นผู้หนึ่งที่อยู่กับพวกอัครสาวกตลอดเวลาที่ติดตามพระเยซูเจ้า โดยนับจากเวลาที่พระเยซูเจ้าได้รับพิธีล้างที่แม่น้ำจอร์แดน จนกระทั่ง ภายหลังการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้าแล้ว ท่านได้ถูกเลือกโดยการจับสลากให้เข้ามาเติมจำนวนอัครสาวกทั้งสิบสองให้เต็ม จากหนึ่งตำแหน่งที่ว่างไป นั่นคือตำแหน่งที่เคยเป็นของยูดาส อิสคาริโอท ผู้ทรยศ และฆ่าตัวตายไปแล้ว นี่คือทั้งหมดที่เรารู้แน่ๆ เกี่ยวกับนักบุญองค์นี้ ด้วยว่ามีบันทึกไว้ในบทแรกของหนังสือกิจการอัครสาวก ดังนี้ “ผู้ที่มาชุมนุมกันเสนอชื่อชายสองคน คือ โยเซฟ ที่เรียกว่าบาร์ซับบัส หรือยุสทัส และอีกคนหนึ่งชื่อมัทธีอัส เขาทั้งหลายอธิษฐานภาวนาว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบจิตใจของมนุษย์ทุกคน ขอทรงแสดงให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้ว่า พระองค์ทรงเลือกคนใดในสองคนนี้ ให้รับหน้าที่รับใช้เป็นอัครสาวกแทนยูดาสที่ละทิ้งหน้าที่นี้เพื่อไปตามวิถีของตน" เขาจึงจับสลากระหว่างสองคนนี้ และจับสลากได้มัทธีอัส มัทธีอัสจึงได้เข้าร่วมคณะกับอัครสาวกสิบเอ็ดองค์” (กจ 1:23-26) ตามธรรมประเพณีแห่งหนึ่ง ได้บอกว่าท่านได้เทศน์สอนเรื่องคริสตศาสนาในแคว้นยูเดอา (Judaea) ซึ่งก็คือดินแดนอิสราเอลปัจจุบัน (modern Israel) และที่เอธิโอเปีย (Ethiopia) ซึ่งที่นี่เองท่านได้ถูกตรึงกางเขน แต่ธรรมประเพณีแหล่งอื่นๆ เชื่อกันว่าท่านถูกตัดศีรษะที่กรุงเยรูซาเล็ม นักบุญมัทธีอัสเป็นองค์อุปถัมภ์บรรดาช่างตัดเสื้อผ้า ช่างไม้ พวกเลิก(ดื่ม)เหล้า
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิส สำหรับวันผู้สูงอายุสากล (ครั้งที่สอง) วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2022](https://www.cbct.or.th/message-2022-the-second-world-day-grandparents/) - “ในวัยชราพวกเขายังบังเกิดผล” (สดด. 92: 15) เจริญพรมายัง ลูก ๆ และกัลยาณมิตรชายหญิง ที่รักและนับถือ “ในวัยชราพวกเขายังบังเกิดผล” (สดด. 92: 15) คำพูดเหล่านี้ของผู้ประพันธ์บทเพลงสดุดีเป็นนิมิตหมายที่ดี นี่เป็น “ข่าวประเสริฐ” ที่แท้จริงที่พวกเราสามารถประกาศได้กับทุกคนในวันผู้ชราสากลครั้งที่สอง นี่เป็นสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับชาวโลกที่คิดเกี่ยวกับสภาพชีวิตในขั้นปัจฉิมวัยนี้ ซึ่งยังเกี่ยวกับทัศนคติที่เศร้าหมองในการแสดงออกโดยผู้สูงอายุบางคน ผู้ที่คาดหวังอะไรบางอย่างในอนาคตด้วย หลายคนกังวลและกลัวความชรา พวกเขาถือว่านั่นเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทุกคนควรหลีกเลี่ยงจากการสัมผัส พวกเขาคิดว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ธุระอะไรของเขา และควรแยกออกจากกันไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ มิฉะนั้นแล้วพวกเราต้องจัดการกับปัญหาของพวกเขา นี่เป็นความคิดของบุคคลที่ตกอยู่ในหลุมพลาง “วัฒนธรรมการกินทิ้งกินขว้าง” ซึ่งนำพาให้พวกเราคิดว่าพวกเราเป็นคนที่แตกต่างจากคนยากจน และผู้ที่มีความเปราะบางที่อยู่ท่ามกลางพวกเรา พวกเราต้องไม่ยุ่งกับความอ่อนแอของพวกเขา ต้องแยกตัวออกจากพวกเขา และปัญหาของพวกเขา พระคัมภีร์มองเรื่องนี้ในมุมมองที่ต่างกัน พระคัมภีร์สอนว่าชีวิตที่ยืนยาวเป็นพระพรของพระเจ้า และผู้สูงอายุไม่ใช่พวกตกขอบสังคมที่จำต้องถูกทอดทิ้งไป ทว่าผู้สูงวัยเป็นสัญลักษณ์ทรงชีวิตแห่งคุณงามความดีของพระเจ้าผู้ที่ทรงประทานชีวิตให้อย่างมั่งคั่งเหลือล้น เป็นความสุขแท้ของบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ เป็นบุญหรือความสุขแท้ของครอบครัวที่ให้เกียรติผู้สูงอายุ การมีอายุยืนไม่ใช่เป็นเวลาแห่งชีวิตที่จะเข้าใจกันง่ายๆ แม้จากพวกเราผู้ที่มีประสบการณ์กับภาวะเช่นนี้ แม้ว่าในที่สุดอายุจะมาพร้อมกับกาลเวลา แต่ก็ไม่มีผู้ใดเตรียมตัวเองเพื่อเข้าสู่วัยชรา และเวลาที่ปัจฉิมวัยจะมาก็มาแบบที่พวกเราไม่ทันได้ตั้งตัว ยิ่งสังคมจะพัฒนาขึ้นมากเท่าใดก็ยิ่งจะทุ่มเทเงินมหาศาลสำหรับชีวิตในขั้นตอนนี้โดยที่ไม่ได้ช่วยให้ผู้คนเข้าใจและชื่นชมกับวัยชรามากนัก หลายคนจะวางแผนเพื่อดูแลสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ โดยการวางแผนที่จะดำเนินชีวิตในขั้นนี้อย่างบริบูรณ์ [1] นี่เป็นการยากที่จะมองไปยังอนาคตและไตร่ตรองว่าพวกเราจะเดินไปในทิศทางใด ในอีกมุมองหนึ่งพวกเราบางคนเสแสร้งที่จะทำตนเองให้ดูเหมือนไม่ชรา ด้วยการซ่อนรอยเหี่ยวย่นแล้วทำตัวเป็นคนหนุ่มสาวตลอดกาล ในขณะที่อีกมุมมองหนึ่งพวกเราจินตนาการว่า สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือการซื้อเวลา
- [โป๊ปวิดีโอ พฤษภาคม 2022: เพื่อคนหนุ่มสาวที่เปี่ยมด้วยความเชื่อ (พากย์ไทย 1.55 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220505/)
- [การเป็นหนึ่งเดียวกัน การมีส่วนร่วม และการทำพันธกิจ ข้อเสนอสำหรับเขตศาสนปกครองและสภาบิชอปในการเตรียมการสังเคราะห์สรุป](https://www.cbct.or.th/synthesis/) - เอกสารเตรียมนี้เริ่มต้นด้วยการประกาศว่า “พระศาสนจักรของพระเจ้าถูกเรียกให้มีการประชุมกันในซีนอดของบรรดาบิชอป” (#1) การเปิดประชุมในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2021 ซึ่งเปิดซีนอด ณ กรุงโรม หลังจากนั้นก็เปิดในระดับเขตศาสนปกครองทั่วโลก เป็นการเปิดซีนอดที่พวกเราทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมในกระบวนการซีนอด การสรุปที่เตรียมโดยแต่ละเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) และจากสภาบิชอปคาทอลิกแต่ละประเทศ รวมทั้งจากพระศาสนจักรที่ปกครองตนเองเป็นเอกสารของซีนอด เพราะฉะนั้น บรรดาบิชอป สภาบิชอปคาทอลิก สภาซีนอดของพระศาสนจักรที่ปกครองตนเอง (sui iuris) จึงถูกขอร้องให้มีการเตรียมด้วยความขยันขันแข็งเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ และความห่วงใยในประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องรวบรวมขั้นสุดท้ายที่พวกท่านต้องส่งไปยังกรุงโรมในรูปแบบของการสังเคราะห์บทสรุป ในมิตินี้เอกสารนี้ขอนำเสนอให้มีการตอบสนองต่อการขอร้องหลายประการที่แสดงถึงการเตรียมการสังเคราะห์บทสรุปที่จะต้องส่งให้สำนักเลขาธิการซีนอดโดยอธิบายถึงการพัฒนาสิ่งที่ผลปรากฏอยู่ในเอกสารเตรียมฯ (ข้อ 31-32) และในหนังสือคู่มือที่เรียกว่า “Vademecum” (ภาคผนวก D) เอกสารนี้มีจุดประสงค์เบื้องต้นที่จะสนับสนุนสภาบิชอปในกระบวนการซีนอดรวมทั้งประมุขของพระศาสนจักรที่ที่ปกครองตนเอง (sui iuris) ในการทำการสรุปของตน ซึ่งยังเป็นประโยชน์สำหรับผู้กำกับกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกันภายในแต่ละเขตของพระศาสนจักรปกครองท้องถิ่น และระดับเขตศาสนปกครอง/ระดับวัด ชุมชนชั้นรากหญ้า สมาคม กระบวนการขับเคลื่อน และกลุ่มต่างๆ ด้วย กลุ่มท้องถิ่นแต่ละแห่งได้รับการเชิญให้ปรับบริบทของตนด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ 1. เป้าหมายของการสรุป การสรุปเอกสารเตรียมซีนอด แถลงว่า: การสังเคราะห์บทสรุปที่พระศาสนจักรแต่ละแห่งจะกระทำจะเป็นหลังขั้นตอนของกระบวนการรับฟังและการไตร่ตรองนั้นจะเป็นตัวช่วยการเดินทางของพระศาสนจักรสากล เพื่อที่จะทำให้ขั้นตอนต่อไปของการเดินทางง่ายขึ้นและยั่งยืนขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องสรุปย่อผลแห่งการอธิษฐานภาวนาและการไตร่ตรอง การสังเคราะห์บทสรุปกระทำมากที่สุดไม่เกิน
- [สมณกระทรวงเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา พี่น้องชาวพุทธและชาวคริสต์: ยืนหยัดด้วยกันในความยืดหยุ่นแห่งความหวัง สาส์นวันวิสาขบูชา ปี พ.ศ. 2565/ค.ศ. 2022 นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/pcid-vesakh-2022/) - เจริญพรมายัง กัลยาณมิตรชาวพุทธที่เคารพและนับถือ ในโอกาสเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาอันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราขอมอบสาส์นมายังชุมชนของท่านทั่วโลก เพื่อแสดงความยินดีกับท่านจากสมณกระทรวงเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน เรามอบสาส์นนี้ในขณะที่มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตหลายประการ นับเป็นปีที่สามติดต่อกันแล้วที่ประชากรทั่วโลกถูกกักกันตัวด้วยวิกฤตด้านสุขภาพที่ยืดเยื้ออันเป็นผลกระทบจากโควิด-19 บ่อย ๆ ครั้งภัยธรรมชาติที่เชื่อมสัมพันธ์กับวิกฤตของสภาวะสิ่งแวดล้อมได้เผยให้เห็นถึงความอ่อนแอเปราะบางของพวกเราในฐานะที่เป็นประชากรของโลกที่พวกเราอาศัยอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้งระหว่างกันยังคงเป็นต้นเหตุในการหลั่งเลือดของผู้บริสุทธิ์จนก่อให้เกิดความทุกขเวทนาอย่างกว้างขวาง ยังคงเป็นเรื่องน่าโศกเศร้าที่มีบางคนใช้ศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้ความรุนแรง เฉกเช่นที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตั้งข้อสังเกตด้วยความเศร้าพระทัยว่า “มนุษย์รู้สึกภาคภูมิใจในความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และความคิดในหลายสิ่งหลายอย่างที่สวยงาม ทว่าชีวิตกลับถอยหลังในการสร้างสันติสุข... นี่เป็นสิ่งที่น่าจะทำให้พวกเรารู้สึกอับอาย” (คำปราศรัยประทานแก่ผู้เข้าประชุมสมัชชาใหญ่ของสมณกระทรวงเพื่อพระศาสนจักรจารีตตะวันออก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022) แม้ว่าพวกเราจะเห็นเครื่องหมายแห่งการตอบสนองต่อเหตุร้ายจากวิกฤตเหล่านี้ การหาทางแก้ไขแบบถาวรยังคงเป็นเรื่องที่เร่งด่วน การแสวงหาความมั่งคั่งฝายวัตถุ และการทอดทิ้งคุณค่าชีวิตฝ่ายจิตนำไปสู่ความเสื่อมทางด้านจริยธรรมโดยทั่วไปในสังคม ในฐานะที่พวกเป็นชาวพุทธและชาวคริสต์ จิตสำนึกด้านศาสนาและจริยธรรมแห่งความรับผิดชอบร่วมกันควรเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวเราช่วยกันทำนุบำรุงมนุษยชาติในการแสวงหาการคืนดีกันและการยืดหยุ่นต่อกันและกัน ผู้ที่มีจิตศรัทธาที่ได้รับการทำนุบำรุงจากหลักการอันทรงเกียรติของตนเองต้องพยายามที่จะเป็นตะเกียงส่องสว่างในความหวัง ซึ่งถึงแม้จะเป็นตะเกียงดวงเล็ก ๆ แต่ก็สามารถส่องสว่างให้กับหนทางที่นำพามนุษย์สู่หลักชัยเหนืออารมณ์ฝ่ายจิตที่ว่างเปล่า อันเป็นสาเหตุแห่งการกระทำความผิดและสร้างความทุกข์ให้กับมนุษยชาติ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระเยซูคริสต์แนะนำผู้ที่ติดตามพระองค์ไปสู่คุณค่าเหนือธรรมชาติ แม้พวกเราจะในวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ความจริงอันสูงส่งขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอธิบายถึงต้นตอและสาเหตุแห่งความทุกข์ และชี้ให้เห็นถึงมรรคแปดอันจะนำไปสู่การดับทุกข์ “นี่เป็นเพราะการเจือจางและการยุติการแสวงหาสิ่งที่ไร้ค่า การละทิ้ง การปล่อยวาง และการที่ยึดติดอยู่กับสิ่งอนิจจัง (Dhammacakkappavatthanasuttta, ข้อ 56) หากไม่นำเอาธรรมะหรือคำสอนเหล่านี้ไปปฏิบัติ ก็จะนำพวกเราไปสู่ความอยาก ความต้องการที่ไม่รู้จบสิ้นสู่ความละโมภและการแสวงหาอำนาจ พระวรสารไม่เคยเสนอให้ใช้ความรุนแรงเป็นคำตอบ ความสุขแท้อันเป็นพระพรที่พระเยซูคริสต์ประกาศสอนนั้นพวกเราว่าต้องมีความยืดหยุ่นผ่อนหนักผ่อนเบาอย่างไรโดยการให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับคุณค่าชีวิตฝ่ายจิตท่ามกลางโลกที่กำลังบ้าคลั่ง “เป็นความสุขเที่ยงแท้และพระพรแก่คนยากจน เป็นความสุขแท้แก่บุคคลที่สุภาพอ่อนโยน
- [3 พฤษภาคม ฉลองนักบุญฟิลิป และนักบุญยากอบ อัครสาวก ( SS. Philip and James, Apostles, feast )](https://www.cbct.or.th/ss-philip-and-james-apostles-feast/) - 3 พฤษภาคมฉลองนักบุญฟิลิป และนักบุญยากอบ อัครสาวก( SS. Philip and James, Apostles, feast ) นักบุญฟิลิป (อัครสาวกและมรณสักขี ประมาณปี ค.ศ. 62) นักบุญฟิลิปมีพื้นเพอยู่ที่หมู่บ้านเบธไซดาบนชายฝั่งทะเลสาบเยเนซาเร็ธ ในแคว้นกาลิลี ท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มอัครสาวกรุ่นแรก และเป็นเครื่องมือในกระแสเรียกของนาธานาเอล ทันทีที่ท่านได้รู้จักพระเมสสิยาห์ ท่านก็ได้ปรารถนาจะทำให้เพื่อนของท่านคือนาธานาเอลได้มีส่วนร่วมในความสุขครั้งนี้ ฟิลิปได้ไปหาเขากล่าวว่า "เราพบผู้ที่โมเสสและบรรดาประกาศกเขียนไว้ในพระคัมภีร์แล้ว ผู้นั้นคือพระเยซูบุตรของโยเซฟ ชาวนาซาเร็ธ" ด้วยความประหลาดใจ นาธานาเอลได้ถามกลับว่า "จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธได้รึ" ฟิลิปตอบว่า "มาดูซิ" (ยน 1:45) แล้วเขาก็ตามฟิลิปไป และได้กลายเป็นคนแรกที่ประกาศว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็น "พระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล" (ยน 1:49) นักประวัติศาสตร์ที่ชื่อว่า Theodoret และ Eusebius ได้ยืนยันให้เราทราบว่า หลังจากพระจิตเจ้าเสด็จมาเหนือบรรดาอัครสาวกแล้ว ฟิลิปได้ไปประกาศพระวรสารที่เอเซียน้อย (Asia Minor) โดยมีพวกลูกสาวที่เป็นพรหมจารีของท่านเดินทางไปด้วย ท่านอาจจะยอมรับการเป็นมรณสักขีโดยการตรึงกางเขนที่เมือง ฮีเอราโปลิส (Hierapolis) ในแคว้นฟรีเจีย (Phrygia) นักบุญยากอบ
- [1 พฤษภาคม ระลึกถึง นักบุญโยเซฟ กรรมกร (St Joseph the Worker, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-joseph-the-worker-memorial/) - 1 พฤษภาคมระลึกถึง นักบุญโยเซฟ กรรมกร(St Joseph the Worker, memorial) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1955 สมาคมของบรรดากรรมกรคาทอลิกอิตาเลียน (Catholic Association of Italian Workers) ได้นำสมาชิกมาที่จัตุรัสนักบุญเปโตรเพื่อเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ในการเข้าเฝ้าทั่วไป (public audience) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของสมาคมฯ และเพื่อให้คำมั่นสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อแผนปฏิบัติการด้านสังคมของพระศาสนจักร ในโอกาสนี้เองที่พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ได้ตั้งวันฉลองนักบุญโยเซฟกรรมกรขึ้นมา และกำหนดวันฉลองคือวันที่หนึ่งของเดือนพฤษภาคม พระองค์ทรงประกาศแก่ผู้มาเข้าเฝ้าในวันนั้น รวมทั้งผู้ใช้แรงงานทั่วโลกว่า "พวกท่านจะมีผู้ที่อยู่เคียงข้างท่าน เป็นทั้งนายชุมพา ผู้ปกป้องคุ้มกัน และเป็นบิดา" ถ้าย้อนเวลาไปก่อนหน้านี้ คือในปี ค.ศ. 1889 พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ได้เสนอให้นักบุญโยเซฟเป็นแบบอย่างโดยเฉพาะสำหรับ "พวกที่ต่ำต้อย พวกกรรมกร พวกด้อยโอกาส" ส่วนพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 15 เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ให้บรรดากรรมกรมีท่าทีพิเศษต่อแบบอย่างของนักบุญโยเซฟ เพื่อพวกเขาจะได้ติดตามท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำทางที่พิเศษ และให้เกียรติท่านในฐานะเป็นองค์อุปถัมภ์จากสวรรค์ให้กับพวกเขา และพระสันตะปาปาปีโอที่ 11
- [29 เมษายน ระลึกถึงนักบุญ กาธารีนา แห่งซีเอนา พรหมจารีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร ( St. Catherine of Siena ; Virgin & Doctor, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-catherine-of-siena-virgin-doctor-memorial/) - 29 เมษายนระลึกถึงนักบุญ กาธารีนา แห่งซีเอนา พรหมจารีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร( St. Catherine of Siena ; Virgin & Doctor, memorial ) เป็นลูกคนเล็กสุดในจำนวน 25 คนของครอบครัวเบนินคาซา (Benincasa Family) ซึ่งมีอาชีพย้อมขนสัตว์ (ขนแกะเป็นต้น) นักบุญกาธารีนา เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1347 ที่เมืองซีเอนา (Siena) แคว้นทัสกานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี ตั้งแต่ยังเด็กมากๆ เธอมักเห็นภาพนิมิตจากสวรรค์ และได้เริ่มเจริญชีวิตอย่างเคร่งครัด เมื่ออายุ 16 ปีเธอได้เข้าเป็นสมาชิกคณะดอมินิกันชั้นที่สาม ได้ใช้ชีวิต 3 ปีบำเพ็ญพรตในบ้านของเธอเอง และได้แสดงวีรกรรมในการเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อนและมะเร็งที่ไม่มีใครกล้าสัมผัสแตะต้อง ซึ่งได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีจากคนอื่นๆ แต่เธอประสบความสำเร็จในการนำให้ผู้คนที่ต้องทุกข์ทรมานเหล่านั้นได้กลับใจ เธอยังชีพได้เป็นเวลายาวนานด้วยการรับศีลมหาสนิทเพียงอย่างเดียว เธอภาวนาอย่างต่อเนื่องและยอมรับความยากลำบากเป็นพิเศษสำหรับบรรดาคนบาปที่ไม่ยอมภาวนาเพื่อตนเอง ภราดาคณะดอมินิกันสองคนที่ได้รับการรักษาให้หายอย่างอัศจรรย์จากโรคระบาด(= กาฬโรค) โดยผ่านทางคำเสนอวิงวอนของเธอ ได้รับคำสั่งจากพระสันตะปาปาให้เป็นผู้ฟังสารภาพบาปกับทุกคนที่เธอทำให้กลับมาคืนดีกับพระเจ้า - ซึ่งมีจำนวนมากจนว่า ที่ฟังแก้บาปของพวกท่านมีแถวยาวตลอดวันและคืน มีผู้คนจำนวนมากมาจากใกล้และไกลเพื่อมารับคำแนะนำทั้งเรื่องฝ่ายจิตและฝ่ายกายจากเธอ
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่คณะนักวิจัยสากลเกี่ยวกับโครงการการศึกษาคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/address-2022-researcher-education/) - เจริญพรมายัง กัลยาณมิตร ที่รักและนับถือ พ่อรู้สึกยินดีที่มีโอกาสต้อนรับพวกท่าน สมาชิกคณะนักวิจัยสากลเกี่ยวกับโครงการการศึกษาคาทอลิกในโอกาสที่พวกท่านเดินทางมาจาริกแสวงบุญ ณ กรุงโรม ขอให้หัวใจของพวกท่านเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดีแห่งการสมโภชปัสกา และการประชุมของท่านในมหานครอมตะนื้ได้เพิ่มความเข้มแข็งให้กับพวกท่านในความซื่อสัตย์ต่อพระเยซูคริสต์ และต่อพระศาสนจักร พร้อมกับทำให้ความพยายามของพวกท่านมั่งคั่งยิ่งขึ้นเพื่อที่จะชี้ให้เห็นชัดถึงวิสัยทัศน์ของชาวคาทอลิกเกี่ยวกับการศึกษา ในยุคสมัยของพวกเราที่เปี่ยมไปด้วยข้อมูลข่าวสารมากมาย ซึ่งบ่อยครั้งถ่ายทอดออกมาโดยปราศจากซึ่งปรีชาญาณและการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ หน้าที่การอบรมชนรุ่นปัจจุบันและรุ่นต่อ ๆ ไป สำหรับทั้งครูบาอาจารย์และนักเรียน นักศึกษาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งยวด ในฐานะที่เป็นผู้ให้การอบรมพวกท่านถูกเรียกร้องให้ต้องหล่อเลี้ยงความปรารถนาที่จะแสวงหาความจริง ความดี และความสวยงามที่แฝงอยู่ในจิตใจของแต่ละบุคคล เพื่อที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะรักชีวิต และเปิดใจกว้างสู่ความบริบูรณ์แห่งชีวิต นี่หมายถึงการค้นคว้าหาวิธีการใหม่ๆ ในการผนึกการวิจัยประเภทต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันโดยค้นหาวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อที่บรรดาครูบาอาจารย์จะได้บริการรับใช้บุคคลทั้งครบถ้วนในกระบวนการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม พูดสั้นๆ ก็คือ นี่หมายถึงการอบรมทั้งสมอง มือ และหัวใจไปพร้อมๆ กัน โดยธำรงไว้และส่งเสริมการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ การกระทำ และความรู้สึกในคุณลักษณะที่ประเสริฐสุด โดยอาศัยวิธีนี้พวกท่านจะสามารถมอบไม่เพียงแค่จัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังต้องมีวิสัยทัศน์ที่ผนึกเป็นหนึ่งเดียวกันกับชีวิตที่มีอยู่ในคำสอนของพระเยซูคริสต์ด้วย ในความหมายนี้พันธกิจการศึกษาของพระศาสนจักรจะมุ่งไปไม่เพียงแค่ “พัฒนาการบรรลุนิติภาวะของมนุษย์เท่านั้น... แต่ยังจะมุ่งเป็นพิเศษไปยังการสร้างหลักประกันว่าผู้ที่ได้รับพิธีล้างบาปแล้วนับวันยังยิ่งจะปลื้มปีติชื่นชอบในพระหรรษทานแห่งความเชื่อที่พวกเขาได้รับมาด้วย” (สภาสังคายนาวาติกันที่ 2, Gravissimum Educationis, ข้อ 2) ความเชื่อของพวกเราเป็นพระหรรษทานที่ยิ่งใหญ่ที่พวกเราแต่ละคนต้องทนุถนอมหล่อเลี้ยงไว้ และช่วยให้ผู้อื่นทนุถนอมไว้ด้วยเช่นเดียวกัน ในแสงสว่างแห่งความเชื่อ ผู้สอนและนักเรียนมาพบกันในฐานะที่เป็นบุตรที่รักของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างพวกเรามาให้เป็นพี่น้องกันในครอบครัวมนุษย์เดียวกัน บนพื้นฐานนี้การศึกษาคาทอลิกทำให้พวกเรามีหน้าที่ท่ามกลางหน้าที่ต่างๆ
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส “มูลนิธิแห่งสันตะสำนักการศึกษาอันสำคัญยิ่งยวด” (Pontifical Foundation Gravissimum Educationis)](https://www.cbct.or.th/address-2022-03-18-fondazione-gravissimum-educationis/) - พวกเรามักจะได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับสงครามที่อยู่ห่างไกล เช่น ซีเรีย เยเมน... เป็นปกติ แต่บัดนี้สงครามใกล้เข้ามาแล้ว แทบจะมาอยู่ที่หน้าประตูบ้านของพวกเราก็ว่าได้ และนี่ทำให้พวกเราต้องคิดเกี่ยวกับความป่าเถื่อนแห่งธรรมชาติมนุษย์ว่า พวกเราสามารถที่จะกล้าบ้าบิ่นไปถึงขนาดไหนในการฆ่าพี่น้องของเราเอง ขอบคุณมงซินญอร์กีเรอัล ทรีวิแอร์เจ (Msgr. Guyreal Thivierge) สำหรับจดหมายที่ท่านนำมา ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้พวกเราตื่นขึ้น ทำให้พวกเราตื่นตัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น พวกเรากำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับการศึกษา และเมื่อพวกเราพูดถึงการศึกษาพวกเราก็คิดถึงเด็กและเยาวชน... ทำให้พวกเราคิดถึงจำนวนทหารมากมายที่ถูกส่งไปยังแนวหน้า ซึ่งเป็นชาวรัสเซียนที่เพิ่งเจริญวัยเป็นหนุ่มเป็นสาว นี่ช่างน่าสมเพชจริงๆ ขอให้พวกเราคิดถึงทหารหนุ่มชาวยูเครนจำนวนมาก ขอให้พวกเราคิดถึงชาวบ้าน เยาวชน เด็กทั้งชายและหญิง... นี่คือเหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้ตัวพวกเรา พระวรสารเพียงแค่ขอร้องไม่ให้พวกเราหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นทัศนคติล้วนๆ กับคนที่ทำตัวแบบไม่มีศาสนาของบรรดาคริสตชน เมื่อพวกเขามักจะมองไปยังทิศทางอื่น พวกเขากลายเป็นคนที่ไม่มีศาสนาที่แอบแฝงเป็นคริสตชน นี่คือเหตุที่พ่อเริ่มต้นแบบนี้สำหรับการไตร่ตรองของพวกเรา สงครามไม่ได้อยู่ไกลจากพวกเรา สงครามอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเรานั่นเอง พ่อกำลังทำสิ่งใดหรือ? ณ กรุงโรมนี้ ที่โรงพยาบาล “พระกุมารเยซู - Bambino Gesu” มีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากการทิ้งระเบิด ที่ประเทศของเขา พวกเขานำเด็กไปรักษาที่บ้าน ต้องถามตัวเองว่าฉันอธิษฐานภาวนาหรือไม่? ฉันจำศีลอดอาหารหรือไม่? ฉันทำการใช้โทษบาปหรือไม่? หรือว่าฉันไม่สนใจใยดีเฉกเช่นที่พวกเรารู้สึกมีชีวิตอยู่ห่างไกลจากสงคราม? สงครามเป็นความปราชัยของมนุษย์เสมอ พวกเราที่มีการศึกษา ที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา ต้องพ่ายแพ้กับสงครามนี้
- [ครอบครัวแห่งแสงสว่างในพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า EP.2 (พากย์ไทย 4.27 นาที)](https://www.cbct.or.th/0420ep2/)
- [ถูกเรียกมาเพื่อพันธกิจของพระศาสนจักร EP.7 (พากย์ไทย - 3.46 นาที)](https://www.cbct.or.th/0420ep7/)
- [ก้าวไปด้วยกัน EP.1 (พากย์ไทย - 3.42 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220419/)
- [การเป็นเพื่อนร่วมทางกับความอ่อนแอ EP.9 (พากย์ไทย-3.42 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220409/)
- [เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ (พากย์ไทย 1.53 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220407/)
- [ชีวิตจิต แห่งการสมรสและครอบครัว EP.10 (พากย์ไทย - 5 นาที)](https://www.cbct.or.th/ep-10-thai/)
- [ช่วยเหลือแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ (วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ 15 เมษายน 2022)](https://www.cbct.or.th/20220331/) - พระคาร์ดินัล เลโอนาร์โด ซันดรี สมณมณตรีของสมณกระทรวงเพื่อพระศาสนจักรตะวันออก เมื่อวันพุธรับเถ้า ได้เขียนจดหมายถึงบรรดาบิชอป ขอบคุณสภาบิชอปคาทอลิกของเราที่ร่วมมือช่วยเหลือกิจการสำหรับแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เสมอ จดหมายฉบับนี้มีจุดประสงค์ ส่งเสริมงานแห่งความรักในแผ่นดินของพระเยซูเจ้า แก่บรรดาสัตบุรุษชาวคริสต์ เพื่อพระศาสนจักรที่นั่นมิใช่เพียงอยู่รอดเท่านั้น แต่รู้สึกความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน โดยได้รับความรัก และการสนับสนุนจากพี่น้องชายหญิงทุกคน เพื่อพวกเขาจะเป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์ผู้ทรงบังเกิด เทศน์สอนพระวรสาร สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพในแผ่นดินนั้น พระสันตะปาปาฟรันซิส ในสารเทศกาลมหาพรต 2022 ได้เชิญเรา “อธิษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่เบื่อหน่าย ขจัดความชั่วร้ายจากชีวิตของเรา” และเหนืออื่นใด “จงทำดีต่อเพื่อนบ้านด้วยกิจเมตตา” และดำเนินชีวิตเตรียมฉลองอีสเตอร์กับ “ชาวนาผู้มีความเพียรอดทนมั่นคง” ข้าพเจ้าขอเชิญบิชอปทุกท่านให้ปลุกความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกันฉันพี่น้อง เพื่อบรรดาชาวคริสต์ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งต้องการความช่วยเหลือรีบด่วน ข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บปวด ที่ชาวยูเครน เป็นพิเศษสัตบุรุษคาทอลิกกรีก ผู้รับทุกข์จากผลของสงคราม ข้าพเจ้าขอร่วมกับพระสันตะปาปา และพระศาสนจักรทั่วโลก ภาวนาเพื่อสันติ เป็นพิเศษคนชราที่ช่วงเวลานี้ต้องลี้ภัย บรรดามารดาและบุตรผู้เป็นพี่น้องชายหญิงในความเชื่อ ข้าพเจ้าขอให้ท่านสรุปเนื้อหาจดหมายนี้เป็นภาษาท้องถิ่น และใช้เวปไซต์ของสภาบิชอปคาทอลิกฯ หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์คาทอลิก ช่วยให้สัตบุรุษทุกคนช่วยเหลือแบ่งปัน และเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน จดหมายฉบับนี้ถูกแปลเป็น 6 ภาษา
- [ประมวลภาพสัมมนาบุคลากร 2022](https://www.cbct.or.th/seminar-2022/)
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิสวันสมโภชทูตสวรรค์แจ้งข่าวในโอกาสการยกถวายมนุษยชาติ โดยเฉพาะยูเครนและรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์](https://www.cbct.or.th/homily-25-march-2022-annunciation/) - ในความเป็นหนึ่งเดียวกันกับบรรดาบิชอปและประชาสัตบุรุษทั่วโลก พ่อขอประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับหนทางพิเศษนี้เพื่อที่จะทำให้ทุกคนที่กำลังประสบกับความทุกข์อยู่ในขณะนี้แด่ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ ในบทอ่านของพระวรสารสำหรับการสมโภชวันนี้ อัครทูตคาบรียลกล่าวทักทายพระแม่มารีย์สามครั้ง ครั้งแรกเมื่ออัครทูตกล่าวกับมารีย์ว่า “จงชื่นชมยินดีเถิด ท่านเปี่ยมด้วยหรรษทาน พระเจ้าประทับอยู่กับท่าน” (ลก. 1: 28) เหตุผลที่ต้องชื่นชมยินดีเผยให้เห็นได้จากคำทักทายสองสามคำนั้น “พระเจ้าสถิตกับท่าน” ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก วันนี้ท่านสามารถได้ยินเสียงเหล่านั้นที่พูดกับท่าน ท่านสามารถทำให้เป็นคำพูดสำหรับท่านทุกครั้งที่เข้าไปขอรับการอภัยของพระเจ้า เพราะ ณ ที่นั้นพระเจ้าจะตรัสกับท่านว่า “เราประทับอยู่กับท่าน” บ่อยครั้งเหลือเกินพวกเรามักจะคิดว่าการสารภาพบาปคือการเข้าไปหาพระเจ้าด้วยการมองในลักษณะแบบขอให้ผ่าน ๆ ไปที หรือคิดไปว่านั่นไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรที่พวกเราเข้าไปหาพระเจ้า ด้วยความจริงนั่นเป็นพระเจ้าที่เข้ามาหาพวกเราต่างหาก เพื่อที่จะทำให้พวกเราเปียมด้วยพระหรรษทาน ที่พระองค์จะทำให้พวกเราเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดี การสารภาพบาปของพวกเราทำให้พระบิดาชื่นชมยินดีที่พระองค์สามารถช่วยพยุงให้พวกเราลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับบาปของพวกเราเท่ากับการให้อภัยของพระองค์ ขอให้คิดไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี หากบาปของพวกเราเป็นหัวใจแห่งเครื่องหมายอันศักดิ์สิทธิ์ แทบทุกสิ่งจะขึ้นอยู่กับตัวเรา ขึ้นอยู่กับความเป็นทุกข์เสียใจของตัวเรา พร้อมกับความพยายามของพวกเรา และกับความตั้งใจของพวกเรา ไม่ใช่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด ศีลศักดิ์สิทธิ์จะเกี่ยวกับพระเจ้าผู้ที่ทำให้พวกเราเป็นไท เป็นอิสระและทำให้พวกเราสามารถยืนอยู่บนเท้าของเราได้อีกครั้งหนึ่ง ขอให้พวกเรารับรู้อย่างดีอีกครั้งหนึ่งถึงความเป็นเลิศแห่งพระหรรษทานและอ้อนวอนขอของขวัญในการรับรู้ว่าการคืนดีของพวกเรากับพระเจ้าไม่เพียงแค่จะเป็นการเริ่มเข้าใกล้พระเจ้าเท่านั้น แต่ยังจะได้รับการสวมกอดจากพระองค์ และจะทำให้พวกเราประหลาดใจและทำให้พวกเรามีความชื่นชมยินดีอย่างเหลือล้น พระเจ้าจะเข้ามาประทับในบ้านของพวกเราเฉกเช่นที่พระองค์ทรงกระทำที่บ้านของมารีย์แห่งตำบลนาซาเร็ธพร้อมทั้งนำความประหลาดใจและความชื่นชมยินดีมาสู่บ้านนั้น สิ่งสำคัญขอให้พวกเรามองดูสิ่งต่างๆ ตามสายพระเนตรขอพระเจ้า แล้วพวกเราจะพบกับความรักของเรากับเครื่องหมายของการอภัยบาป พวกเราต้องการสิ่งนี้ เพราะการเกิดใหม่ภายในชีวิตทุกอย่าง การฟื้นฟูชีวิตฝ่ายจิต
- [ประกาศด่วนพิเศษจากสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง ขอเชิญชวนร่วมวจนะพิธีกรรมกับพระสันตะปาปาฟรานซิสเพื่อยกถวายมนุษยชาติโดยเฉพาะประเทศยูเครนและประเทศรัสเซียอย่างศักดิ์สิทธิ์แด่ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์](https://www.cbct.or.th/022-2022/) - เรียน พระคุณเจ้า คณะบาดหลวง นักบวชชาย-หญิง และพี่น้องประชาสัตบุรุษทุกท่าน เนื่องจากพระสันตะปาปาฟรานได้มีสมณลิขิตส่วนพระองค์ส่งไปยังบรรดาบิชอป ผู้เป็นประมุขเขตศาสนปกครองแต่ละองค์ทั่วโลก เกี่ยวกับสถานการณ์ในโลกที่กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงอันนำไปสู่ภัยสงครามที่กำลังระอุในประเทศรัสเซียและประเทศยูเครน ซึ่งอาจจะขยายวงกว้างยิ่งขึ้น เพื่อการตอบสนองต่อคำขอร้องมากมายจากประชากรของพระเจ้า ดังนั้นพระสันตะปาปาฟรานซิสจึงประทานวิธีพิเศษในการมอบความไว้วางใจกับพระแม่มารีย์พรหมจารี เพื่อบรรดาประชาชาติที่เผชิญหน้ากับการทำสงคราม พระองค์จึงวิงวอนว่าในวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2022 ซึ่งเป็นวันสมโภชทูตสววรรค์คาเบรียลแจ้งข่าวแด่พระแม่มารีย์ (Annunciation) พระสันตะปาปา ฟรานซิสจะเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับยกถวายมนุษยชาติ (Solemn Act of Consecration of humanity) โดยเฉพาะประเทศรัสเซียและประเทศยูเครนแด่ดวงหฤทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ ซึ่งเป็นการเหมาะสมที่สุดที่พวกเราควรปลุกจิตสำนึกในสันติสุขด้วยหัวใจที่ต้องได้รับการฟื้นฟูใหม่ โดยการวิงวอนขอพระเมตตาในการให้อภัยจากพระเจ้า บริบทของพิธีกรรมในการยกถวายเช่นนี้จะเกิดขึ้น ณ ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน) เวลา 17.00 น. ตามเวลากรุงโรม (เวลาประเทศไทย 23.00 น.) ส่วนพิธีกรรมการภาวนาเพื่อการยกถวายนั้นจะเกิดขึ้นประมาณ 18.30 น. (เวลาในประเทศไทย 0.30 น. หลังเที่ยงคืน) ในโอกาสพิเศษนี้พระสันตะปาปาฟรานซิสขอให้พวกเราคริสตชน ทั้งผู้นำพระศาสนจักรท้องถิ่น คณะบาดหลวง นักบวชชายหญิง และประชาสัตบุรุษผู้มีจิตศรัทธา มารวมกันที่วัดและสักการะสถานโดยการจัดการภาวนาอย่างเหมาะสมในวันดังกล่าว
- [บทภาวนาเพื่อถวายประเทศยูเครนและประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์โดยพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/prayer-for-consecration-ukrain-russia-to-immaculate-heart-of-mary/) - (บทภาวนาแปลเป็นภาษาไทยอย่างไม่เป็นทางการ แต่อาจใช้เป็นแนวทางการภาวนา - วิษณุ ธัญญอนันต์) ข้าแต่พระแม่มารีย์ ผู้เป็นมารดาพระเจ้าและมารดาของพวกลูก ในช่วงเวลาแห่งการประจญนี้ พวกลูกหันมาพึ่งพระแม่ ในฐานะแม่ของพวกลูก พระแม่รักและรู้จักพวกลูก ซึ่งไม่อาจกังวลว่า ใจของพวกลูกจะถูกซ่อนจากพระแม่ได้เลย ข้าแต่พระมารดาแห่งความเมตตา บ่อยครั้งเพียงใดที่พวกลูกได้รับรู้การดูแลอย่างถ้วนถี่และการประทับอยู่อันเปี่ยมด้วยสันติสุขของพระแม่! พระแม่ไม่เคยหยุดยั้งที่จะนำพวกลูกไปหาพระเยซูคริสต์ เจ้าชายแห่งสันติสุข กระนั้นพวกลูกก็ได้หลงทางหายจากวิถีแห่งสันติสุข พวกลูกได้หลงลืมบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากโศกนาฏกรรมของศตวรรษที่ผ่านมาการเสียสละของคนผู้นับล้านที่สูญเสียในสงครามโลกครั้งที่สอง พวกลูกได้เพิกเฉยต่อคําสัญญาที่ได้ทำร่วมกันระหว่างนานาชาติ พวกลูกได้ทรยศต่อความฝันของผู้คนเกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพและความหวังของเด็กๆ พวกลูกป่วยด้วยความโลภ พวกลูกคิดถึงแต่ผลประโยชน์ เฉพาะของชนชาติของตนเอง พวกลูกเติบโตขึ้นอย่างเฉยเมย และหลงติดอยู่ในความต้องการและความกังวลที่เห็นแก่ตัวของตนเอง พวกลูกเลือกที่จะเพิกเฉยต่อพระเจ้าพอใจกับภาพลวงตาของตน เติบโตอย่างหยิ่งยโสและก้าวร้าว ทำลายร้างคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ ทั้งกักตุนสะสมอาวุธ พวกลูกหยุดที่เป็นผู้ดูแลเพื่อนบ้าน พวกลูกทำลายสวนในบ้านร่วมแห่งโลกด้วยสงคราม และด้วยบาปของพวกลูก พวกลูกได้หักหาญดวงหฤทัยของพระบิดาเจ้าสวรรค์ ผู้ปรารถนาให้พวกลูกเป็นพี่น้องกัน พวกลูกเริ่มเพิกเฉยต่อทุกคนและทุกอย่างยกเว้นสนใจแต่ตัวเอง บัดนี้ ด้วยความละอาย พวกลูกคร่ำครวญ: โปรดยกโทษพวกลูกเถิด พระเจ้าข้า! ข้าแต่มารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางความทุกข์ยากของความบาปของพวกลูก ท่ามกลางการต่อสู้และความอ่อนแอของพวกลูก ท่ามกลางความลึกล้ำของความชั่วช้า คือความชั่วร้ายและสงคราม พระแม่ย้ำเตือนพวกลูกว่า พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งพวกลูก แต่ยังคงมองพวกลูกด้วยความรัก พร้อมที่จะให้อภัยพวกลูก และอุ้มชูพวกลูกให้ฟื้นฟูชีวิตใหม่ พระองค์ทรงประทานพระแม่แก่พวกลูกและทำให้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่เป็นที่หลบภัย สำหรับพระศาสนจักรและมวลมนุษยชาติด้วยพระประสงค์อันเปี่ยมด้วยหรรษทานของพระเจ้า พระแม่อยู่กับพวกลูกเสมอ แม้ในช่วงเวลาที่ลําบากที่สุดในประวัติศาสตร์
- [สมณลิขิตจากพระสันตะปาปาฟรานซิสถึงบรรดาบิชอปประมุขพระศาสนจักรเพื่อการยกถวายแด่พระหฤทัยนิรมลของพระแม่มารีย์](https://www.cbct.or.th/pray-for-ukraine-russia-letter-from-pope/) - เจริญพรมายังพี่น้องในสมณภาพ เกือบหนึ่งเดือนผ่านไปแล้วตั้งแต่เกิดสงครามในประเทศยูเครน ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวงทุกวันให้กับผู้คนที่อ่อนล้าอย่างหนักและคุกคามสันติภาพของโลก ในชั่วโมงที่มืดมิดนี้ พระศาสนจักรได้เรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้อ้อนวอนต่อพระเยซูคริสต์ เจ้าชายแห่งสันติภาพ และเพื่อแสดงความใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง ข้าเจ้ารู้สึกขอบคุณผู้คนมากมายที่ตอบสนองด้วยความเอื้ออาทรในคำอธิษฐานภาวนา การอดอาหาร และการแสดงกุศลเมตตาจิต ในการตอบสนองต่อคำขอร้องมากมายจากประชากรของพระเจ้า ข้าพเจ้าขอมอบวิธีพิเศษในการมอบความไว้วางใจกับกับพระแม่มารีย์พรหมจารี เพื่อบรรดาประชาชาติที่เผชิญหน้ากับการทำสงคราม ตามที่ข้าพเจ้าได้ประกาศเมื่อวานนี้ (วันอาทิตย์) เมื่อสิ้นสุดการภาวนาทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus) ว่า ในวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2022 ซึ่งเป็นวันสมโภชทูตสววรรค์คาเบรียลแจ้งข่าวแด่พระแม่มารีย์ (Annunciation) ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะดำเนินการพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในการถวายมนุษยชาติ (Solemn Act of Consecration of humanity) โดยเฉพาะประเทศรัสเซียและประเทศยูเครน แด่ดวงหฤทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ เนื่องจากนี่เป็นการเหมาะสมที่สุดที่พวกเราควรปลุกจิตสำนึกในสันติสุขด้วยหัวใจที่ต้องได้รับการฟื้นฟูใหม่ โดยการวิงวอนขอพระเมตตาในการให้อภัยจากพระเจ้า บริบทของพิธีกรรมในการยกถวายเช่นนี้จะเกิดขึ้น ณ ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน) เวลา 17.00 น. ตามเวลากรุงโรม (เวลาประเทศไทย 23.00 น.) ส่วนพิธีกรรมการภาวนาเพื่อการยกถวายนั้นจะเกิดขึ้นประมาณ 18.30 น. (เวลาในประเทศไทย 0.30 น. หลังเที่ยงคืน)
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสประชุมหารือผ่านทาง “video conference” กับพระอัครอัยกาคีริล (Kirill)ประมุขออร์ธอด็อกซ์แห่งกรุงมอสโคเพื่อการแสวงหาแนวทางในการป้องกันการรุกรานผู้อื่นด้วยมิติศาสนา](https://www.cbct.or.th/ukrain-russia-pope-francis-in-video-conference-with-russian-patriarch-kirill-r_2022-03-22_12-01-58/) - ภาพด้านซ้าย - พระอัครอัยกาคีริล (Kirill) ผู้นำคริสต์นิกายออร์ธอด็อกซ์แห่งรัสเซียและพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขสูงสุดของพระศาสนจักรคาทอลิกในการพบปะหารือ ณ สนามบินนานาชาติโอเซ มาร์ตินี (Jose Martini) ที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 12 กัมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ส่วนภาพด้านขวา- จากแถลงการณ์ที่ออกโดยสำนักพระอัครอัยกาแห่งกรุงมอสโค เมื่อวันพุธที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2022 พระสันตะปาปาฟรานซิสได้มีการประชุมปรึกษาหารือผ่านทาง “video conference” กับพระอีครอัยกาคีริล เกี่ยวกับวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศยูเครนและประเทศรัสเซียพร้อมกับความหวังที่จะมีวิธีแก้ไขด้วยสันติวิธี กรุงโรม - วันพุธที่ 16 มีนาคม 2022 พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสผ่านทาง “video conference” กับพระอัครอัยกาคีริลแห่งออร์ธอด็อกซ์รัสเซีย ผู้สนับสนุนสงครามของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน ในการสนทนากันนั้นผู้นำศาสนาทั้งสองพระองค์เรียกร้องทั้งสองฝ่ายให้แสวงหาการสร้างสันติภาพ แถลงการณ์จากนครรัฐวาติกันยืนยันว่าพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปฏิเสธอย่างแข็งขันเกี่ยวกับการสร้างความชอบธรรมในการรุกรานผู้อื่นว่าเป็น “สงครามศักดิสิทธิ์” โดยกล่าวว่า “สำหรับทุกวันนี้ เราไม่อาจที่จะกล่าวเช่นนี้ได้” พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า “การรับรู้ในจิตสำนึกของคริสตชนถึงความสำคัญแห่งการสร้างสันติภาพมีการพัฒนาขึ้น”
- [ผลของความรัก (พากย์ไทย 3.49 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220322/)
- [“จงประกาศพระวรสาร” – การปฏิรูป PRAEDICATE EVENGELIUM หลังจาก 9 ปี พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปฏิรูปโรมันคูเรียโดยมุ่งไปที่การประกาศพระวรสารและบทบาทของฆราวาส](https://www.cbct.or.th/praedicate-evangelium-article-ncr-19-march-2022/) - กรุงโรม – วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2022 พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปฏิรูปศูนย์กลางบริหารงานของนครรัฐวาติกันเป็นครั้งแรกในเวลากว่า 30 ปี ด้วยการเพิ่มจำนวนบทบาทผู้นำที่เป็นฆราวาสให้มากยิ่งขึ้นทั้งชายและหญิงพร้อมกับปรับสำนักงานใหม่โดยให้ความสำคัญอันดับแรกกับการประกาศพระวรสาร ข้อความจำนวน 54 หน้า ในธรรมนูญที่ประกาศออกมาเมื่อวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2022 – ซึ่งเป็นระยะเวลา 9 ปีนับจากวันที่พระสันตะปาปาฟรานซิสได้รับการเลือกขึ้นเป็นพระประมุขสูงสุดของพระศาสนจักรคาทอลิกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 – ซึ่งพระองค์ตรัสอย่างชัดเจนถึงความปรารถนาของพระองค์ที่จะพัฒนาและกระจายอำนาจในการปกครองพระศาสนจักร เมื่อบรรดาพระคาร์ดินัลพากันมาประชุมกันที่กรุงโรมเพื่อแต่งตั้งผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งอ้ครสาวกเปโตร องค์ที่ 266 ถัดจากพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ที่ได้ทรงลาออกไปจากตำแหน่ง ภายใต้หัวข้อ จงประกาศพระวรสาร(Praedicate Evangelium) อันเป็นธรรมนูญฉบับใหม่ เน้นว่า การประกาศพระวรสารเป็นศูนย์กลางของพระศาสนจักร “การปฏิรูปโรมันคูเรียยังถูกกำหนดขึ้นภายใต้บริบทในธรรมชาติที่เป็นธรรมทูตของพระศาสนจักร” นี่คือการเน้นของอารัมภบทของธรรมนูญนี้ ธรรมนูญฉบับใหม่ ณ ปัจจุบันพิมพ์ออกมาเป็นเพียงภาษาอิตาเลียน (ส่วนภาษาอื่น ๆ กำลังพิมพ์ออกมา) จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.
- [ธรรมนูญ “จงประกาศพระวรสาร” การปฏิรูปของโรมันคูเรีย “Praedicate Evangelium”](https://www.cbct.or.th/apostolic-constitution-on-roman-curia-praedicate-evangelium/) - พระสันตะปาปามฟรังซิสทรงประกาศใช้ธรรมนูญชื่อ “จงประกาศพระวรสาร” (Praedicate Evangelium) ที่ทำให้โครงสร้างพันธกิจด้านธรรมทูตมีพลังมากยิ่งขึ้นสำหรับโรมันคูเรีย เพื่อที่จะบริการรับใช้พระศาสนจักรท้องถิ่นและงานประกาศพระวรสารได้ดียิ่งขึ้น ในวันสมโภชนักบุญโยเซฟพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงประกาศใช้ธรรมนูญฉบับใหม่สำหรับโรมันคูเรียที่ชื่อว่า “จงประกาศพระวรสาร” (Praedicate Evangelium) หัวข้อที่สำคัญที่สุดที่ใช้สำหรับการปกครองโรมันคูเรีย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2022 เป็นวันสมโภชพระจิตเจ้า ธรรมนูญเป็นผลแห่งการรับฟังที่ยืดยาวที่เริ่มต้นด้วยสมณกระทรวงทั่วไปที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมคอนเคล็ฟ (conclave) เมื่อปี ค.ศ. 2013 ธรรมนูญฉบับใหม่จะมาแทนธรรมนูญ “Pastor bonus” ซึ่งพระสันตะปาปาจอห์น พอลที่ 2 ทรงประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1988 และมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1989 ซึ่งมีทั้งหมด 250 มาตราด้วยกัน เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลา 11.30 น. ได้มีการนำธรรมนูญ “Praedicate Evangelium” ไปมอบให้กับสำนักพิมพ์ของสันตะสำนักโดยพระคาร์ดินัล มาร์แชลโล
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไป (General audience) วันพุธที่ 2 มีนาคม 2022](https://www.cbct.or.th/general-audience-2-march-2022/) - คำสอนเกี่ยวกับผู้สูงอายุ – 2. การมีอายุยืนเป็นสัญลักษณ์และโอกาส อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในเรื่องเล่าของพระคัมภีร์เกี่ยวกับการสืบสายตระกูล พวกเราจะรู้สึกได้ทันทีถึงการมีอายุยืน เรากำลังพูดถึงจำนวนศตวรรษ เราอาจแปลกใจว่าการมีอายุยืนตรงนี้หมายความว่าอะไร? และความสำคัญของความจริงอยู่ที่ว่าบรรพบุรุษสมัยก่อนเหล่านั้นมีชีวิตที่ยืนยาวและให้กำเนิดกับบุตรหลานเหลนมากมายอย่างไร? ข้อความนี้ที่กล่าวถึงช่วงเวลานานนับศตวรรษที่มีการกล่าวขานกันในลักษณะของจารีตพิธีกรรมได้กลายเป็นคามหมายของสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญมากในความสัมพันธ์ระหว่างการที่มีอายุยืนยาวและการสืบสายตระกูลวงวานมนุษย์ ดูเหมือนว่าการถ่ายทอดชีวิตมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในสากลจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นหมายถึงการเริ่มต้นที่ยืดยาว และค่อยๆ เป็นไปอย่างเชื่องช้า ทุกสิ่งเป็นของใหม่หมดในตอนเริ่มต้นประวัติศาสตร์ทั้งชีวิตฝ่ายจิตและชีวิตฝ่ายกาย ทั้งด้านมโนธรรมและด้านเสรีภาพ ทั้งจิตสำนึกและความรับผิดชอบ ชีวิตใหม่ - ชีวิตมนุษย์ – ที่เปี่ยมด้วยความตึงเครียดระหว่างต้นตอ “ในภาพพจน์ที่คล้ายคลึง” กับพระเจ้า และความเปราะบางที่รู้จักตายเป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องคนคว้าหาให้พบ และความต้องการในการเริ่มต้นที่ต้องใช้เวลานานซึ่งการเอื้อต่อการถ่ายทอดเคล็ดลับของชนรุ่นต่างๆ อันเป็นช่วงเวลาอันยืดยาวนี้ คุณภาพชีวิตฝ่ายจิตของมนุษย์เป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้เพื่อที่จะถอดเคล็ดลับ ประสบการณ์และชะตากรรมต่างๆ ของชีวิตมนุษย์ ในช่วงเวลาอันยืดยาวนี้คุณภาพฝ่ายจิตของมนุษย์จึงค่อยๆ มีการพัฒนากันไปอย่างเชื่องช้าด้วย ในความหมายที่บ่งบอกบางสิ่งบางอย่างบางอย่างแต่ละยุคสมัยในประวัติศาสตร์มนุษย์ที่ผ่านไปจะให้ความรู้สึกเช่นนี้ ราวกับว่าพวกเรามีการเริ่มใหม่อย่างช้าๆ พร้อมกับคำถามของพวกเราเกี่ยวกับความหมายของชีวิตเมื่อบริบทแห่งสภาพชีวิตมนุษย์ปรากฏว่าเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ และคำถามมากมายที่พวกเราไม่เคยถามกันมาก่อน แน่นอนว่าการสั่งสมความทรงจำทางวัฒนธรรมจะทำให้พวกเรามีความคุ้นเคยกันมากขึ้นอันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเผชิญกับวิถีชีวิตใหม่ๆ เวลาแห่งการถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงลดลง แต่ระยะเวลาในการกลืนให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ จะเรียกร้องให้ต้องมีความเพียรทนเสมอ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วซึ่งจนถึงเวลานี้เข้ามาครอบงำทุกขั้นตอนของชีวิตทำให้ทุกประสบการณ์กลายเป็นสิ่งผิวเผินและ “หล่อเลี้ยง” ลดน้อยไปกว่าเดิม เยาวชนตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายโดยไม่รู้ตัวของการแบ่งแยกระหว่างเวลาของนาฬิกาที่ต้องมีการรีบเร่ง และเวลาของชีวิตที่เรียกร้องให้ต้องมีการ “ปรับเปลี่ยน” อย่างเหมาะสม ชีวิตที่ยืนยาวสามารถทำให้พวกเราจัดการกับเวลาที่ยืดยาวเหล่านี้ได้ และให้พวกเรามีประสบการณ์กับอันตรายของการรีบเร่ง
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022](https://www.cbct.or.th/address-2022-symposium-on-priesthood/) - เจริญพรมายังพี่น้องที่รักและนับถือ! พ่อรู้สึกดีใจที่มีโอกาสมาแบ่งปันการไตร่ตรองกับพวกท่านในบางสิ่งบางอย่างที่พระเยซูคริสต์คริสต์ทรงช่วยเหลือตัวพ่อเองทีละเล็กทีละน้อยให้ไตร่ตรองในช่วงเวลากว่า 50 ปีแห่งการบวชเป็นสมณะของพ่อ ในความทรงจำด้วยความกตัญญูนี้พ่อใคร่ที่จะรวมผู้ที่เจริญชีวิตในสมณภาพ (บาดหลวง) ทุก ๆ คนที่โดยอาศัยการดำเนินชีวิตและการเป็นประจักษ์พยานได้แสดงให้พ่อเห็นตั้งแต่ปีแรกๆ แล้วว่าการไตร่ตรองพระพักตร์ของผู้เลี้ยงแกะที่ดีนั้นหมายความว่าอย่างไร? ในการครุ่นคิดว่าจะนำสิ่งใดมาแบ่งปันเกี่ยวกับชีวิตของบรรดาสมณะในทุกวันนี้ พ่อจึงสรุปว่าสิ่งที่จะนำมาพูดคือการเป็นประจักษ์พยานที่พ่อเองเห็นได้ในชีวิตของสมณะจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่พ่ออยากจะนำมาเสนอในวันนี้เป็นผลแห่งความคิดเกี่ยวกับพวกเขา เป็นการยอมรับและเป็นความชื่นชมนิยมของพ่อในสิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นและทำให้พวกเขามีพลัง ความชื่นชมยินดี และความหวังในพันธกิจแห่งการอภิบาลของพวกเขา ในขณะเดียวกันพ่อก็ควรที่จะพูดถึงพี่น้องสมณะเหล่านั้นซึ่งพ่อต้องพยายามเฝ้าติดตามพวกเขาไป เพราะว่าพวกเขาได้สูญเสียเพลิงแห่งความรักแรก และพันธกิจของพวกเขากลายเป็นหมัน และซ้ำซากจำเจอยู่ที่เดิมจนแทบจะไร้ความหมาย ซึ่งมีวาระเวลาและสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตของสมณะทุกคน โดยส่วนตัวแล้วพ่อก็ผ่านวาระเวลาและสถานการณ์ต่างๆ มากมาย และในการ “ส่องสว่าง” โดยการผลักดันของพระจิต พ่อจึงรับรู้อย่างดีได้ว่าในบางสถานการณ์เหล่านั้น ซึ่งรวมถึงเวลาที่ถูกทดลองด้วย ความยุ่งยากซับซ้อนในชีวิตและความว้าเหว่ดูเหมือนพ่อจะรู้สึกว่านั่นเป็นสันติสุขในชีวิตของพ่อ พ่อทราบดีว่าพวกเราอาจพูดกันยืดยาวไม่รู้จบเรื่องของชีวิตสมณะ ทว่าวันนี้พ่อใคร่ที่จะแบ่งปันกับพวกท่านด้วย “อัลบั้มเล่มเล็กๆ” นี้ เพื่อที่สมณะในวันนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดสามารถมีประสบการณ์กับสันติสุขได้พร้อมกับผลที่พระจิตทรงปรารถนาที่จะประทานให้ อาจเป็นว่าการไตร่ตรองนี้เป็นเพลง “หงส์เหิน - Swan song” แห่งชีวิตสมณะของพ่อก็ว่าได้ แต่วันนี้พ่อใคร่ที่จะแบ่งปันกับท่านว่านี่เป็นผลแห่งการไตร่ตรองของพ่อและนี่ไม่ใช่ทฤษฎีใดๆ ทั้งสิ้น ณ เวลาในขณะที่พวกเรามีชีวิตอยู่ ซึ่งเรียกร้องให้พวกเราต้องมีบางสิ่งที่เป็นแก่นสาร ไม่เฉพาะเพียงแค่ประสบการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง แต่ให้พวกเราต้องยอมรับสถานการณ์โดยการรับรู้ว่าในยุคสมัยของพวกเราเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง – พ่อกล่าวเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว หากพวกเรายังมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับประเด็นนี้ โรคระบาดโควิด-19
- [อบรมพระคัมภีร์ และการสอนคำสอนครูคาทอลิกที่เรยีนา](https://www.cbct.or.th/20220310/) - 9 มีนาคม 2565 ซิสเตอร์ ประภัสสร ศรีวรกุล ผู้จัดการโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดการอบรมพระคัมภีร์ และการสอนคำสอน แก่คุณครูคาทอลิก 21 คน วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565 เวลา 9.00 -16.00 น. ณ ห้องประชุมอัญจลา คุณพ่อ ศราวุธ แฮทู ในภาคเช้าได้อบรมเกี่ยวกับหลักความเชื่อคาทอลิก ในภาคบ่ายพ่อได้แบ่งปันเกี่ยวกับภาพรวมประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ ชีวิตพระเยซูเจ้าตามข้อรำพึงสายประคำ และวีดีทัศน์ชุดซุปเปอร์บุ๊ค “โยนาห์” โรงเรียนได้มอบหนังสือ คำสอนเยาวชน (You Cat) สำหรับครูที่จะสอนนักเรียนมัธยม และ คำสอนคาทอลิก สำหรับเด็ก (You Cat For Kids) สำหรับครูที่จะสอนนักเรียนประถม ซิสเตอร์ พิไลวรรณ กิจสวัสดิ์ ได้ประสานงานเพื่อครูจะสามารถสอนคำสอนได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น ตั้งใจว่าจะเชิญเราไปพบปะครูคำสอน ครูคาทอลิก ในเดือนพฤษภาคมอีก และเชิญพระสงฆ์ไปสอนคำสอนนักเรียนด้วย ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์
- [เพื่อการตอบสนองของคริสตชนต่อความท้าทายต่างๆด้านชีวจริยธรรม-มี.ค.22(พากย์ไทย 1.50 นาที)](https://www.cbct.or.th/เพื่อการตอบสนองของคริส/)
- [สำหรับยูเครน ภาวนาเพื่อสันติภาพ โดย โป๊ปฟรันซิส](https://www.cbct.or.th/สำหรับยูเครน-ภาวนาเพื่อ/) - ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าแห่งสันติภาพ โปรดฟังคำภาวนา พวกลูกได้พยายามหลายครั้ง และหลายปีมาก เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้ง ด้วยกำลังของลูกเองและกำลังอาวุธ ทำไมมีหลายช่วงเวลาแห่งการเป็นศัตรู และความมืดที่เราประสบ การหลั่งเลือด การสูญเสียมากมาย ความหวังถูกกลบ ความพยายามของพวกลูกไร้ผล บัดนี้ ขอพระองค์เสด็จมาช่วยเหลือพวกลูก โปรดประทานสันติภาพ โปรดสอนสันติภาพแก่ลูก โปรดนำขั้นตอนสู่หนทางแห่งสันติภาพ โปรดเปิดดวงตา ดวงใจ และให้ลูกกล้าพูดว่า “อย่าเกิดสงครามอีกเลย” “สงครามทำให้สูญเสียทุกสิ่ง” โปรดทำให้ใจของลูกกล้าเลือกหนทางที่เป็นรูปธรรม บรรลุสู่สันติภาพ ข้าแต่พระเจ้าของอับบราฮัม พระเจ้าของบรรดาประกาศก พระเจ้าแห่งความรัก พระองค์ได้สร้างพวกลูก และทรงเรียกลูกให้ดำเนินชีวิตฉันพี่น้องชายหญิง โปรดประทานกำลังทุกวันให้เป็นเครื่องมือแห่งสันติภาพ ช่วยให้พวกลูกเห็นทุกคนผู้ก้าวเข้ามาในหนทางของลูก เป็นเหมือนพี่น้องชายหญิง โปรดทำให้ลูกรู้สึกว่องไวต่อคำขอร้องของพลเมือง ผู้อ้อนวอนลูก ให้เปลี่ยนอาวุธสงครามเป็นอุปกรณ์แห่งสันติภาพ ความกังวลให้เป็นความไว้วางใจ และการทะเลาะ ให้เป็นการให้อภัย โปรดรักษาความหวังในใจพวกลูก เพื่อด้วยความอดทนพากเพียร เราจะเลือกการเสวนาและการคืนดีกัน ด้วยวิธีนี้ ขอให้สันติภาพได้รับชัยชนะในที่สุด และขอให้การแบ่งแยก ความเกลียดชัง และสงคราม ถูกขับออกจากใจของทุกคนข้าแต่พระเจ้า โปรดขจัดความรุนแรงด้วยคำพูดและการกระทำของลูก โปรดฟื้นฟูจิตใจของลูก เพื่อใช้คำพูด นำเรามาเป็นพี่น้องกัน และวิถีชีวิต เป็นสันติ สันติภาพ สันติสุข
- [คำวิงวอน ของพระสันตะปาปาฟรังซิสเพื่อสันติภาพ](https://www.cbct.or.th/คำวิงวอน-ของพระสันตะปาป/)
- [สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปา โอกาสเทศกาลมหาพรต 2022](https://www.cbct.or.th/สาส์นของสมเด็จพระสันตะ-2/)
- [ข้อคิดข้อรำพึงสัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต ปี C](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึงสัปดาห์ท/) - ข้อคิดข้อรำพึงสัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต ปี C จงรับใช้พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น มีบางคน กิน ดื่ม หลับนอน แบบนักธุรกิจ เขาฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นเศรษฐีใหญ่ หรือเป็นประธานบริษัทใหญ่ ด้วยเหตุนี้ เขาต้องตื่นแต่เช้าตรู่ และเข้านอนดึกดื่น เขาคิดและทำทุกอย่างเพื่อธุรกิจของเขาเท่านั้น หรือบางทีคนที่อยากได้รับการเลือกตั้งทางการเมือง หรือคนที่อยากเป็นดาราภาพยนตร์ หรือเป็นนักกีฬาไปแข่งโอลิมปิก พวกนี้ต่างก็ทุ่มเทเพื่อไปตามทางที่เขาวาดหวังไว้อย่างเต็มที่บางคนปลุกนาฬิกาทุกชั่วโมงเพื่อจะได้ไปดูแลกล้วยไม้ หรือต้นไม้ดอกไม้ หรือสวนสวยที่ตัวเองชอบ บ้างเอาใจใส่แต่ในเรื่องรูปลักษณ์ของตัวเองให้ดูสวยงาม คอยชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขา ยึดเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของพวกเขา พระวรสารอาทิตย์นี้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น” แต่เรากลับเห็นผู้คนส่วนมากในโลกขณะนี้ กำลังกราบนมัสการ เงินตรา ชื่อเสียง และอำนาจ อย่างเต็มเวลาเสียด้วย ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด เขานำสิ่งเหล่านี้มาไว้เป็นศูนย์กลางของชีวิต และผลักพระเจ้าออกไปอยู่ปลายๆ ของชีวิตเขา เงินเป็นศูนย์กลางของเขา ส่วนพระเจ้าเป็นเพียงผู้ช่วยของเขาเท่านั้น ให้เราถามตัวเองว่า เราได้คิดและได้ทำอย่างนี้หรือเปล่า คือ ผลักดันพระเจ้าให้ไปอยู่ปลายขอบแห่งชีวิตเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราต้องตระหนักว่า เรากำลังแพ้การผจญของปีศาจ
- [คลิป "ความมั่นคง...และความงดงามของความรัก" (EP 5 พากย์ไทย 4.39 นาที)](https://www.cbct.or.th/คลิป-ความมั่นคง-และความ/)
- [คลิปเรื่อง "กระแสเรียกครอบครัว" EP 3 (พากย์ไทย 4.36 นาที)](https://www.cbct.or.th/คลิปเรื่อง-กระแสเรียกค/)
- [สาส์นวิงวอนขอเชิญชวนศาสนิกชนในการอธิษฐานภาวนาและพลีกรรมจากสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อสันติภาพในโลกกรณีพิพาทระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศยูเครน](https://www.cbct.or.th/013-2022/) - เจริญพรมายังบรรดาบิชอป คณะบาดหลวง นักบวชชาย/หญิง ประชาสัตบุรุษ และ บรรดาศาสนิกชนทั้งหลาย พระวจนะของพระเจ้าจากจดหมายของนักบุญเปาโลที่เขียนถึงชาวเอเฟซัส กล่าวไว้ว่า “จงให้หัวใจที่ขมขื่น หัวใจที่ขัดเคือง หัวใจที่โกรธแค้น การทะเลาะถกเถียงกัน และการพูดให้ร้าย กับการคิดปองร้ายทุกอย่าง อยู่ห่างไกลจากพวกท่านเถิด และท่านจงมีจิตเมตตาต่อกัน มีใจเอ็นดูต่อกัน และอภัยโทษให้กันเหมือนดังที่พระเจ้าได้ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่พวกท่านในพระเยซูคริสต์” (อฟ.4: 31 - 32) ดังที่พวกเราได้รับทราบถึงกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างผู้นำประเทศรัสเซียและผู้นำประเทศยูเครน อันนำมาซึ่งการใช้อาวุธสงครามเข้าต่อสู้กัน และอาจจะกลายเป็นชนวนสงครามระดับสากลที่บานปลาย พระสันตะปาปาฟรานซิสจึงวิงวอนมนุษยชาติ โดยเฉพาะคริสตชนด้วยถ้อยคำดังนี้ “หัวใจของพ่อเจ็บปวดอย่างยิ่งกับสถานการณ์ในประเทศยูเครน แม้ว่าได้มีความพยายามทางการทูตในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวพ่อเองพร้อมกับประชาโลกทั้งปวงต่างก็รู้สึกปวดร้าวและวิตกกังวล นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ความสงบสุขของพวกเราทุกคนถูกคุกคามโดยผลประโยชน์ของพรรคพวก พ่อขอวิงวอนต่อผู้ที่มีความรับผิดชอบทางการเมือง ขอให้ตรวจสอบจิตสำนึกของตนเองอย่างจริงจังต่อพระพักตร์พระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งสันติสุข ไม่ใช่พระเจ้าแห่งสงคราม พระเจ้าผู้ทรงเป็นพระบิดาของทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่ของบางคน พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้พวกเราเป็นพี่น้องกัน ไม่ใช่เป็นศัตรูต่อกัน พ่อขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโปรดละเว้นจากการกระทำใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่ประชาชนยิ่งขึ้นไปอีก ที่จะทำลายการอยู่ร่วมกันของชนชาติต่าง ๆ และนำพากฎหมายระหว่างประเทศให้เสียหาย ขณะนี้พ่อใคร่ขอร้องให้ทุกคน ทั้งผู้ที่มีความเชื่อและไม่มีความเชื่อก็ตาม เนื่องจากพระเยซูคริสต์ทรงสอนพวกเราว่า ความไร้เหตุผลของการใช้ความรุนแรงอันโหดร้าย จะต้องได้รับการตอบสนองด้วยอาวุธของพระเจ้า กล่าวคือการอธิษฐานภาวนาและการพลีกรรมอดอาหาร พ่อจึงขอเชิญชวนให้ทุกคนกระทำพร้อมกันในวันพุธที่ 2 มีนาคม ค.ศ.
- [สมณลิขิตของพระสันตะปาปาฟรานซิส “COMPETENTIAS QUASDAM DECERNERE” การชำระกฎหมายบางมาตราของประมวลกฎหมายพระศาสนจักร (CIC) และของประมวลกฎหมายของพระศาสนจักรจารีตตะวันออก (CCEO)](https://www.cbct.or.th/motu-prorio-2022-competentias-quasdam-decernere-11-feb/) - การมอบหมายหน้าที่บางอย่างให้กับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวกับประมวลกฎหมาย ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะปกป้องความเป็นเอกภาพแห่งระเบียบวินัยในพระศาสนจักรสากลและอำนาจบริหารจัดการในพระศาสนจักรท้องถิ่น และสถาบันของพระศาสนจักรให้สอดคล้องกับพลวัตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของพระศาสนจักรพร้อมทั้งสนับสนุนให้มีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น การกระจายอำนาจสามารถส่งเสริมพลวัตได้เป็นอย่างดีโดยมิลำเอียงต่อมิติของฐานันดรของบรรดาสมณะ ดังนั้นด้วยความเคารพต่อวัฒนธรรมของพระศาสนจักรและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ข้าพเจ้าถือว่าเป็นการเหมาะสมที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ปัจจุบันในบางเรื่องโดยการกำหนดให้มีความเชี่ยวชาญในแต่ละประเด็น ที่สำคัญคือเรามุ่งหมายที่จะส่งเสริมไม่เพียงแค่เจตนารมณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกัน และความรับผิดชอบเชิงอภิบาลของบรรดาบิชอปที่รวมตัวกันอยู่ในสภาบิชอป หรือตามโครงสร้างแห่งพระศาสนจักรจารีตตะวันออก และอธิการเจ้าคณะนักบวชเท่านั้น แต่ยังให้ความเคารพต่อหลักการแห่งการมีเหตุผล ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลด้วย การชำระกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นถึงความเป็นสากลที่หลากหลายและที่มีการแบ่งปันกันของพระศาสนจักร ซึ่งยอมรับความแตกต่างโดยที่ไม่ทำให้สิ่งต่าง ๆ เท่าเทียมกัน ให้การประกันในการให้ความเคารพต่อความเป็นเอกภาพกับพันธกิจของบิชอปแห่งกรุงโรม ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการอภิบาลของผู้ที่มีอำนาจในท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญก็คือเอื้ออำนวยให้กับการอยู่ใกล้ชิดกับปัจเจกบุคคลและสถานการณ์ที่เรียกร้อง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมีบัญชาดังต่อไปนี้: ข้อ 1 มาตรา 237 §2 CIC ว่าด้วยการตั้งสถานฝึกอบรมผู้ที่จะเป็นสมณะระหว่างเขตศาสนปกครอง ในธรรมนูญจะใช้คำว่า “ยืนยัน” แทนคำว่า “อนุมัติ” และบัดนี้จะระบุว่าว่า: §2 จะต้องไม่มีสถานฝึกอบรม (สามเณราลัย) ระหว่างเขตศาสนปกครอง หากเป็นสถานฝึกอบรมสำหรับทั้งภูมิภาค นอกจากว่าสภาบิชอปหรือบรรดาบิชอปที่เกี่ยวข้องได้รับการยืนยันจากจากสันตะสำนักทั้งการตั้งสถานอบรมและธรรมนูญของสถานฝึกอบรม ข้อ 2 มาตรา 242 §1 CIC เกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกอบรมผู้ที่จะเป็นสมณะที่ทำขึ้นโดยสภาบิชอป ซึ่งมาแทนคำว่า “อนุมัติ” ด้วยคำว่า “ยืนยัน” และบัดนี้มีการะบุว่า §1
- [สมณลิขิตของพระสันตะปาปาฟรานซิส “การรักษาความเชื่อ - Fidem Servare” ปรับปรุงโครงสร้างภายในสมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรม](https://www.cbct.or.th/motu-proprio-2022-fidem-servare-11-feb/) - “การรักษาความเชื่อ” (2 ทธ. 4: 7) เป็นพันธกิจหลักและมาตรการสูงสุดที่ต้องปฏิบัติในชีวิตของพระศาสนจักร สมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรมรับหน้าที่สำคัญนี้ทั้งในเรื่องความเชื่อและเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการออกกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยดังที่เคยปฏิบัติติดต่อกันเรื่อยมาโดยสมณมนตรีองค์ก่อนๆ โครงสร้างงปัจจุบันของสมณกระทรวงฯ ได้ถูกสถาปนาขึ้นโดยนักบุญพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 จากสมณสาส์นเตือนใจชื่อ “Integrae Servandae” (7 ธันวาคม 1965) ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยงานนี้เป็น “สมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรม” และจากนักบุญจอห์น พอลที่ 2 ซึ่งในธรรมนูญ “Pastor Bonus” ระบุความเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างเฉพาะของสมณกระทรวง บัดนี้เมื่อเล็งเห็นถึงประสบการณ์ของสมณกระทรวงฯ ที่พัฒนาเรื่อยมาตลอดเวลาในงานหลายๆ ด้านและความจำเป็นที่ต้องมอบอำนาจอันเหมาะสมเพิ่มขึ้น เพื่อที่สมณกระทรวงนี้จะได้ทำงานคล่องขึ้นในงานที่ตนรับผิดชอบ ข้าพเจ้าจึงถือว่าเป็นการเหมาะสมที่จะสถาปนาสิ่งต่อไปนี้ 1. สมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรมประกอบด้วยสองแผนก กล่าวคือ เรื่องความเชื่อและเรื่องกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย ในแต่ละแผนกประสานงานโดยเลขาธิการ ซึ่งช่วยสมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงในงานที่ตนถนัดด้วยความร่วมมือของผู้ช่วยเลขาธิการ และหัวหน้าสำนักงานต่างๆ 2. แผนกความเชื่อจะบริหารเรื่องที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและการปกป้องข้อความเชื่อ และจริยธรรม จะส่งเสริมการศึกษาที่มุ่งไปในการเพิ่มความเข้าใจและการสานต่อความเชื่อในการรับใช้การประกาศพระวรสาร เพื่อที่แสงสว่างแห่งพระวรสารจะได้เป็นมาตรการในการเข้าใจความหมายของการที่มนุษย์มีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และสังคมที่พัฒนาขึ้น เกี่ยวกับทางฝ่ายความเชื่อและจริยธรรมจะบริหารจัดการให้มีการสำรวจตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่จะออกจากสมณกระทรวงอื่นของโรมันคูเรีย รวมทั้งข้อเขียนต่าง ๆ และความคิดเห็นที่ปรากฏว่าจะเป็นปัญหาขัดแย้งกับข้อความเชื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ส่งเสริมการเสวนากับผู้เขียนพร้อมกับเสนอทางแก้ไขที่เหมาะสมตามมาตรการแห่ง “Agendi ratio
- [นานาสาระ 2022 I EP 08 "พระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ “พระองค์ทรงรักเราถึงเพียงนี้”](https://www.cbct.or.th/2022-ep-08/) - เครดิต : CATHOLIC BKK
- [วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตรอัครสาวก (Chair of Saint Peter, the Apostle, feast)](https://www.cbct.or.th/chair-of-saint-peter-the-apostle-feast/) - วันที่ 22 กุมภาพันธ์ฉลองธรรมาสน์นักบุญเปโตรอัครสาวก(Chair of Saint Peter, the Apostle, feast) "เราบอกท่านว่า ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย" (มธ 16:18-19) ด้วยคำประกาศของพระเยซูเจ้านี้ พระองค์ได้ทรงมอบสิทธิให้นักบุญเปโตรนั่งบนธรรมาสน์แทนที่พระองค์ในฐานะเป็นเจ้าชายของบรรดาอัครสาวก (The Prince of the Apostles) มอบหมายให้ท่านได้เป็นผู้รับใช้ที่มีอำนาจเหนือพระศาสนจักรทั้งมวล เป็นเพราะศักดิ์ศรีขั้นพระสังฆราช และความเป็นเอกในสากลจักรวาลของตำแหน่งที่สูงส่งนั้น ซึ่งองค์พระคริสตเจ้าเองได้ทรงแต่งตั้งขึ้น ที่ทำให้เราพากันมาฉลองในวันนี้ มากกว่าจะเน้นไปที่เก้าอี้ไม้โอคที่ปลวกกัดกินได้ที่เราคิดว่านักบุญเปโตรเคยนั่ง ปัจจุบัน ถ้าเราเข้าไปในมหาวิหารนักบุญเปโตร ที่กรุงวาติกัน จะมีเก้าอี้หรือธรรรมาสน์ตั้งไว้ให้สูงขึ้นด้านข้างกำแพง ประดับตกแต่งด้วยแผ่นงาช้าง และปิดล้อมไว้ด้วยโลหะบรอนซ์ ออกแบบโดย แบร์นีนี (Bernini) เก้าอี้นี้ได้นำออกมาต่อสาธารณะเพื่อการแสดงความเคารพครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1867 เพื่อเป็นที่ระลึกถึง 18 ศตวรรษของการเป็นมรณสักขีของอัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่ คำว่า "เก้าอี้" (หรือ ธรรมาสน์) มาจากคำภาษาลาตินว่า "sedes"
- [การพบปะแลกเปลี่ยนทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างคาทอลิกและกลุ่มอัลฟ่าประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/20210128/) - เมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 2022 ณ ตึกสภาประมุขฯ จำนวนผู้เข้าร่วม 13 คน นำโดย บิชอบฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์, ผู้แทนฝ่ายอภิบาลคริสตชน สภาประมุขฯ, ผู้แทนของกลุ่มอัลฟ่าประเทศไทย และผู้แทนกลุ่มอัลฟ่าเอเชียแปซิฟิก ด้วยวิธีการออนไลน์และออนไซด์ “อัลฟ่า” เป็นเครื่องมือ แนวทางและกระบวนการในการแนะนำผู้คนไปสู่การประกาศข่าวดี ของพระคริสตเจ้า ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมในบทเรียนตามขั้นตอนต่างๆของอัลฟ่า ได้รับประสบการณ์พบ พระเยซูคริสตเจ้าเป็นการส่วนตัว โดยอาศัยคำถาม การแบ่งปันความคิดเห็น ได้พบมิตรภาพและประสบการณ์ความรักของพระคริสตเจ้าผ่านทางพระจิตเจ้าเป็นเครื่องมือที่ช่วยเหลือทุกคนให้พบพระเจ้ามากขึ้น ดังนั้น “อัลฟ่า” จึงใช้กระบวนการเริ่มต้นด้วยการสร้างความรู้จักกัน มีการบรรยายโดยใช้ภาพหรือวีดีทัศน์ประกอบ เพื่อให้เกิดคำถามค้นหาความหมายของชีวิตและความเชื่อ มีโอกาสเชิญทุกคนให้ได้พูดแบ่งปัน โดยไม่มีการตัดสิน ไม่วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นและโดยวิธีการนี้ช่วยให้คุณภาพชีวิตของคริสตชนเติบโตพัฒนา มีชีวิตแห่งความเชื่อที่สุภาพ ซื่อตรง เรียบง่าย ทำให้พระวาจาของพระเจ้าหยั่งรากลึกมากขึ้นในชีวิต มีความเป็นผู้นำกล้าประกาศข่าวดี ช่วยให้พระศาสนจักรก้าวหน้า นัดพบปะเพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ.2022 ณ ตึกสภาประมุขฯ
- [กระบวนการของการก้าวเดินไปด้วยกัน: การประเมินผลเบื้องต้น นครรัฐวาติกัน วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2022](https://www.cbct.or.th/synodal-process-7-feb-2022/) - วันพุธที่ 26 มกราคม 2022 การประชุมสภาที่ปรึกษาซีนอดของบรรดาบิชอปสมัยสามัญครั้งที่ 15 ที่มีการประชุมกันทางออนไลน์ เรื่องใหญ่ใจความสำคัญคือการทบทวนความก้าวหน้าของกระบวนการของการก้าวเดินไปด้วยกันรวมถึงรายงานจากเขตศาสนปกครอง จากสภาบิชอปคาทอลิก จากการประชุมสภาซีนอดของพระศาสนจักรจารีตตะวันออก หรือจากหน่วยงานของพระศาสนจักรอื่นๆ หลังการเปิดกระบวนการของการก้าวเดินไปด้วยกันสามเดือน พวกเรารู้สึกพอใจมากกับการเจริญก้าวหน้าของกระบวนการในระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น ราว 98% ของสภาบิชอป และสภาซีนอดของพระศาสนจักรจารีตตะวันออกทั่วโลก ที่ได้แต่งตั้งบุคคลหรือทีมงานให้ปฏิบัติตามกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกัน การประเมินผลของคณะกรรมการได้รับการสนับสนุนจากผลพวงที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในช่วงของการประชุมสามัญออนไลน์ 15 ครั้ง กับผู้แทนแห่งซีนอดทั่วโลกที่จัดขึ้นโดยสำนักเลขาธิการใหญ่แห่งซีนอดของบรรดาบิชอปในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2021 กระบวนการของการก้าวเดินไปด้วยกันในระดับสากล พระศาสนจักรกำลังเดินทาง! ซึ่งมีหลายเขตศาสนปกครองและหน่วยงานของพระศาสนจักรอื่นๆ ที่เริ่มกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกันแล้ว ส่วนฆราวาสจะมีการจัดตั้งหรือไม่มีการจัดตั้งก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะนักบวชชีวิตผู้ถวายตนได้แสดงความกระตือรือร้นอย่างมาก ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความคิดริเริ่มต่างๆ มากมายที่มุ่งเป้าหมายไปในการส่งเสริมการปรึกษาหารือกันและการไตร่ตรอง นี่ได้รับการยืนยันจากประจักษ์พยานหลากหลายที่สำนักเลขาธิการซีนอดได้รับจากทั่วโลกและมีการพิมพ์เป็นครั้งคราวบนเว็บไซต์: “synodresources.org” นอกจากจะเป็นเหตุผลให้พวกเรามีความหวังแล้ว ยังเป็นเครื่องหมายด้วยว่าพระจิตกำลังทำงาน ผู้ที่มีส่วนร่วมถึงเวลานี้มีประสบการณ์กับการก้าวเดินไปด้วยกันจะมีประสบการณ์ชีวิตที่นำความชื่นชมยินดีมาให้พระศาสนจักร และจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของการที่ตนเป็นสมาชิกของชุมชนพระศาสนจักร โดยทั่วไปแล้วนี่เป็นสิ่งชัดเจนว่าเวลาของการเริ่มต้น วิธีของการปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมแห่งประชากรของพระเจ้า แม้จะแตกต่างกันออกไประหว่างภูมิภาคหนึ่งกับอีกภูมิภาคหนึ่งของโลก แต่ที่เป็นพิเศษคือกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกันได้รับการต้อนรับด้วยความชื่นชมยินดีและด้วยความกระตือรือร้นในประเทศต่างๆ ของภาคพื้นทวีปแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย ไม่ว่าที่ใดซึ่งกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกันทั้งระดับเขตศาสนปกครองและระดับชาติได้เริ่มต้นแล้วหรือกำลังจะเริ่มต้น เป็นไปได้ที่จะผนึกพลวัติทั้งสองระดับเข้าไว้ด้วยกัน การขยายระยะเวลาในขั้นตอนของการฟังประชากรของพระเจ้าได้รับความชื่นชมเป็นพิเศษ เอกสารที่สำนักเลขาธิการซีนอดจัดพิมพ์ขึ้นได้รับการต้อนรับเป็นพิเศษพร้อมกับเป็นสิ่งน่าชื่นชมที่มีความพยายามที่จะแปลเอกสารต่าง
- [คำแนะนำสำหรับการมีส่วนร่วมของชีวิตผู้ถวายตัวในกระบวนการของก้าวเดินไปด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/synodal-process-consecrated-life-17-jan-2022/) - สมณกระทรวงเพื่อสถาบันชีวิตผู้ถวายตัวและสมาคมเพื่อชีวิตการแพร่ธรรมพร้อมกับสำนักเลขาธิการซีนอดของบรรดาบิชอปได้ส่งจดหมายถึงมหาธิการของสถาบันชีวิตผู้ถวายตัว (นักบวช นักพรต ชาย/หญิง) และสมาคมเพื่อการแพร่ธรรม USG, UISG และ CMIS เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2022 พร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของท่านเหล่านั้นในการเดินทางเพื่อก้าวเดินไปด้วยกัน “พี่น้องนักบวชชายหญิงผู้ถวายตัวและหมู่คณะฯ ที่ติดตามพระพรของตนเองและตามมาตรการที่เปิดกว้างจากธรรมนูญควรที่จะมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการเดินทางเพื่อการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักร ณ พระศาสนจักรท้องถิ่นใด ๆ ก็ตามที่ตนสังกัดและปฏิบัติพันธกิจ” พระคาร์ดินัล เขา บาซ เดอ อาวิซ (Joao Braz de Aviz) และพระคาร์ดินัลมารีโอ เกรซ (Mario Grech) ได้เขียนไว้เช่นนั้น ในขณะเดียวกันทั้งสหภาพ สหพันธ์ สภาสถาบันชีวิตผู้ถวายตัว และสมาคมชีวิตเพื่อการแพร่ธรรม (เทียบ EC 6. 2) และสถาบันฆราวาสในลักษณะเดียวกันกับสมาคมของประชาสัตบุรุษ (เทียบ EC 6, 3) ซึ่งตั้งใจที่จะเริ่มการปรึกษาหารือกันภายใน จะต้องส่งรายงาน “ภายในไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2022”
- [การประชุมระหว่างสำนักเลขาธิการซีนอดของบรรดาบิชอปกับสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา](https://www.cbct.or.th/synodal-process-meeting-synod-of-bishops-pcid-18-january-2022/) - พระคาร์ดินัลมารีโอ เกรซ (Mario Grech) เลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอปพร้อมกับบิชอปหลุยส์ นาวิน เดอ ซาน มาร์ติน (Luis Navin de San Martin, OSA) และซิสเตอร์นาตาลี เบ็คการต์ (Nathalie Becguart XMCJ) รองเลขาธิการสำนักเลขาธิการซีนอดฯ ได้มีการประชุมกับพระคาร์ดินัลมีเกล อังเจล อายูโซ กีโซต์ (Miguel Angel Ayuso Guixot MCCJ) มงซินญอร์อินดูนิล จานะกะรัตเน โกธิกุวัคคุ (Indunil Janakaratne Kodhituwakku K) และคุณพ่อเปาลิน บาไตร์วา คูบายะ (Paolin Batairwa Gubaya SX) ประธาน เลขาธิการ และรองเลขาธิการตามลำดับของสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา ณ สำนักงานใหญ่ของสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา ในระหว่างการประชุมผู้นำสำนักงานเลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอปได้ให้ความสำคัญว่ามิติของการเสวนาระหว่างศาสนาเป็นเป้าหมายประการหนึ่งแห่งกระบวนการของการก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งมีบันทึกไว้ใน เอกสารหมายเลข 2
- [นครรัฐวาติกันประกาศคำขวัญปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 “การจาริกแสวงบุญแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope)](https://www.cbct.or.th/jubilee-2025-vatican-announces-motto-of-jubilee-year-2025/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเห็นชอบกับคำขวัญสำหรับปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 ที่กำลังจะมาถึง ตามการแถลงข่าวของสมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารยุคใหม่ ความกังวลใหญ่ของพระสันตะปาปาก็คือ ปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 จะต้องมีการเตรียมตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากการเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาฟรานซิสเมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา อาร์ชบิชอปริโน ฟิสิเกลลา (Rino Fisichella) กล่าวว่าในระหว่างของการประชุมนั้นพระสันตะปาปาทรงเห็นชอบกับคำขวัญที่ถูกนำเสนอสำหรับปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 อันเป็นคำขวัญที่ท่านกล่าวว่า “สามารถสรุปได้ด้วยเพียงสองคำ กล่าวคือ การจาริกแสวงบุญแห่งความหวัง อาร์ชบิชอปฟิสิเกลลา (Fisichella) อธิบายว่าเฉกเช่นคำขวัญทั่วไป พวกเราพยายามที่จะสรุปความหมายของการจาริกแสวงบุญทั้งสิ้นในปีศักดิ์สิทธิ์ ท่านตั้งข้อสังเกตว่าคำที่เลือกนั้น - การจาริกแสวงบุญและความหวัง – ทั้งสองคำแสดงให้เห็นถึงพันธกิจหลักในสมณสมัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส “พวกเรายังมีงานมากมายที่ต้องทำ” ในสองปีนี้ ท่านกล่าวเมื่อพูดถึงงานต่างๆของสมณสภาฯ ที่ท่านรับผิดชอบซึ่งถูกมอบให้เป็นผู้รับผิดชอบสำหรับเหตุการณ์นี้ ท่านเน้นว่า ความจำเป็นก็คือพวกเราต้องมี “การเตรียมตัวที่เข้มข้น” เพื่อที่จะสามารถสร้างพลวัติในรูปแบบขององค์กรที่มีประสิทธิภาพ “เพื่อที่จะทำให้ปีศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์ ข้าพเจ้ากำลังรอคอยการชี้นำจากพระสันตะปาปา” อาร์ชบิชอปฟิสิเกลลาได้กล่าว แม้ว่าจะได้มีการทำบางสิ่งบางอย่างไปบ้างแล้ว งานที่สำคัญขั้นต้นประการหนึ่งจะเกี่ยวกับการให้การต้อนรับผู้แสวงบุญและประชาสัตบุรุษซึ่งมีจำนวนมากที่คาดกันว่าจะเดินทางมายังกรุงโรมในปีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหวังว่าในอีกสองปีข้างหน้าปัญหาความฉุกเฉินด้านสุขภาพจะไม่มีผลกระทบอย่างที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่ในทุกวันนี้ ท่านยืนยันว่าจะมีการร่วมมือกับ “เทศบาลของกรุงโรมกับเจ้าหน้าที่แห่งเขต
- [สมณลิขิตจากพระสันตะปาปาฟรานซิสถึงอาร์ชบิชอป ริโน ฟิสิเกลลา (Archbishop Rino Fisichella) สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารยุคใหม่ สำหรับปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025](https://www.cbct.or.th/jubilee-2025-letter-of-the-holy-father-francis-11-feb-2022/) - เจริญพร มายัง ฯพณฯ ริโน ฟิสิเกลลา (Rino Fisicella) สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารยุคใหม่ ปีศักดิ์สิทธิ์ (Holy Year) เป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งกับชีวิตฝ่ายจิต กับพระศาสนจักร และกับสังคมในชีวิตของพระศาสนจักรเสมอ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1300 เป็นต้นมา เมื่อพระสันตะปาปาบอนีฟาซที่ 8 สถาปนาปีศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรก – เริ่มแรกได้มีการฉลองกันทุกๆ 100 ปี จากนั้นก็เป็นทุก ๆ 50 ปีตามนัยของพระคัมภีร์ แล้วสุดท้ายลงเอยที่ทุก ๆ 25 ปี – ประชากรผู้ศักดิ์สิทธิ์และซื่อสัตย์ของพระเจ้ามีประสบการณ์นี้ในฐานะที่เป็นของขวัญพิเศษแห่งพระหรรษทาน ซึ่งมีคุณสมบัติในการให้อภัยบาปและโดยเฉพาะการประทานพระคุณการุญ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาอันใหญ่หลวงของพระเจ้า บ่อยครั้งพวกเราจะเห็นผู้แสวงบุญเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อการตักตวงขุมทรัพย์ของพระศาสนจักรโดยก้าวข้ามประตูศักดิ์สิทธิ์ และเคารพพระธาตุของอัครสาวกเปโตรและเปาโล ซึ่งเก็บรักษาไว้ในมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน ตลอดหลายช่วงคริสต์ศตวรรษที่ผ่านมาผู้แสวงบุญนับล้านๆ คนเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ในการเป็นพยานถึงความเชื่อที่ปรากฎอยู่ในทุกยุคทุกสมัย ปีศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2000 ได้นำพระศาสนจักรเข้าสู่สหัสวรรษที่สามแห่งประวัติศาสตร์แห่งความรอดของตน นักบุญจอห์น พอลที่ 2 ได้รอคอยเป็นเวลาช้านานสำหรับเหตุการณ์นี้ โดยหวังว่าคริสตชนทุกคนจะทิ้งประวัติศาสตร์แห่งการแตกแยกของพวกเขาแล้วทำการเฉลิมฉลองครอบ 2
- [ความท้าทายเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศมีสิ่งใดที่ได้พัฒนาขึ้นบ้างตั้งแต่การประชุมสุดยอดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ถึงเดือนสิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/challenge-of-sexual-abuse-since-february-2019-until-august-2021/) - ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 พระสันตะปาปาฟรานซิสเชิญประธานสภาบิชอปมาประชุมเกี่ยวกับพื้นฐานแห่งความเชื่อและการจัดการกับประเด็นของการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ที่ถูกละเมิดโดยสมาชิกที่เป็นสมณะ/นักบวช การประชุมในทำนองเดียวกันจะมีขึ้นในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ณ กรุงวอร์ซอร์ ประเทศโปแลนด์ ในวันที่ 19-22 กันยายน 2021 ในบทความนี้คุณพ่อเฟเดริโก ลอมบาร์ดี เอส. เจ. (Federico Lombardi) อุทิศให้การประชุมในระดับภูมิภาคส่วนนี้เป็นการเดินทางของพระศาสนจักรจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ พระศาสนจักรต้องเผชิญกับการท้าทายปัจจุบันในโลกของพวกเราทุกวันนี้เกี่ยวกับพื้นฐานแห่งความเชื่อและการประกาศความเป็นพระเจ้าของพระเยซูคริสต์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายของวัฒนธรรมและมานุษยวิทยา แต่ก็ยังมีการท้าทายอื่นอีกที่มีอิทธิพลอย่างรุนแรงต่อชีวิตของพระศาสนจักร และการประกาศพระวรสาร การท้าทายที่น่ากลัวที่สุดประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในสองสามทศวรรษที่ผ่านมาก็คือการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ที่กระทำโดยสมณะ/นักบวช นี่เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของพระศาสนจักรตามด้วยบั่นทอนอำนาจ และความสามารถที่จะประกาศพระวรสารอย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งสร้างความคลุมเครือให้กับการไม่คงที่คงวา และความไม่จริงใจในพระศาสนจักรในฐานะที่เป็นสถาบันรวมถึงชุมชนทั้งปวงของพระศาสนจักรโดยปริยาย นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและหนักหน่วงที่สุด ตลอดเวลาแห่งประสบการณ์ซึ่งเริ่มต้นด้วยการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ที่ถือว่าร้ายแรงที่สุด พวกเราได้เรียนรู้ถึงมิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นทุกวันนี้พวกเราจึงมักจะพูดกันถึงการล่วงละเมิดทางเพศที่ผู้อ่อนแอเปราะบางทำให้พวกเขาต้องรับทุกข์ และพวกเราก็ทราบกันดีว่าการล่วงละเมิดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นการล่วงละเมิดในการใช้อำนาจและมโนธรรมในทางที่ผิดด้วย ดังที่พระสันตะปาปาเคยกล่าวบ่อยครั้ง นอกจากนี้จำเป็นที่ต้องจำว่าปัญหาของการล่วงละเมิดในรูปแบบต่างๆ เป็นปัญหาทั่วไปในสังคมมนุษย์ทั้งในประเทศของเราเองและในทวีปต่างๆ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ปัญหาของพระศาสนจักรคาทอลิก ผู้ที่ศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังทั่วไปเห็นว่ามีภูมิภาค สถานที่ และสถาบันหลายแห่งซึ่งการล่วงละเมิดเช่นนี้แพร่หลายอย่างน่ากลัว ในขณะเดียวกันเป็นการถูกต้องแล้วที่พระศาสนจักรจะต้องใส่ใจกับปัญหานี้เป็นพิเศษ เพราะอย่างที่ตั้งข้อสังเกตไว้ความน่าเชื่อถือและความคงเส้นคงวาของตนกำลังได้รับผลกระทบ พระศาสนจักรจะตอกย้ำอยู่เสมอถึงคำสอนของตนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศและการให้ความเคารพต่อบุคคล ดังนั้นแม้ว่าพวกเราจะทราบว่านี่เป็นปัญหาที่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะเพียงภายในพระศาสนจักร พวกเราต้องมีความเด็ดขาดและเข้าใจว่าประเด็นนี้มีผลกระทบที่รุนแรงในบริบทแห่งชีวิตของพระศาสนจักรและในการประกาศพระวรสารของพระเยซูคริสต์ สิ่งที่สำคัญเป็นพิเศษคือความล้ำลึกและความจริงแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งศักดิ์ศรีของพวกเขาต้องได้รับความเคารพ ในฐานะที่เป็นคริสตชนและเป็นคาทอลิกพวกเรามีความภูมิใจในการทราบถึงความสำคัญแห่งศักดิ์ศรีของบุคคล ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้า ดังนั้นการล่วงละเมิดต่อบุคคล การขาดความเคารพต่อพวกเขา การถือว่าผู้อื่นเป็นเพียงแค่วัตถุ
- [จดหมายส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 เกี่ยวกับรายงานการล่วงละเมิดทางเพศในเขตศาสนปกครองมหานครมิวนิค-ฟรายซิง (Munich-Freising)](https://www.cbct.or.th/letter-of-pope-emeritus-benedict-xvi-dated-6-february-2022/) - พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย จากรายงานของวันที่ 20 มกราคม 2022 เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในเขตศาสนปกครองมหานครมิวนิค-ฟรายซิง (Munich-Freising) ข้าพเจ้ารู้สึกจำเป็นที่ต้องกล่าวอะไรเป็นการส่วนตัวกับท่านทุกคน แม้ข้าพเจ้าจะเคยรับใช้เป็นอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองมหานครมิวนิคและฟรายซิง (Munich-Freising) เป็นเวลาเกือบ 5 ปี ข้าพเจ้าก็ยังรู้ว่าข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตศาสนปกครองมหานครมิวนิค และยังคงถือว่าเป็นบ้านของข้าพเจ้าเอง ประการแรกข้าพเจ้าต้องขอกล่าวขอบคุณด้วยใจจริง ในช่วงนี้เราจะมีการสำรวจมโนธรรมและการไตร่ตรองกันอย่างจริงจังหลากหลาย ข้าพเจ้ามีประสบการณ์กับการมีมิตรภาพ การสนับสนุน และเครื่องหมายแห่งความไว้ใจเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะคำนึงถึงได้ ข้าพเจ้าใคร่ที่จะขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อกัลยาณมิตรกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่อุตส่าห์เสียสละเวลารวบรวมการเป็นประจักษ์พยานแทนข้าพเจ้าสำหรับบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่งในมหานครมิวนิค ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองโดยลำพังคงไม่สามารถที่จะกระทำได้ นอกเหนือไปจากตอบคำถามจากบริษัทกฎหมายดังกล่าวแล้วยังมีการวิจัยเอกสารเกือบ 8,000 หน้าในรูปแบบดิจิตอลอีกด้วย ดังนั้นการช่วยเหลือเหล่านี้จึงช่วยให้ข้าพเจ้าศึกษาและวิจัยความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญได้ถึงเกือบ 2,000 หน้า ผลที่ได้มาจะมีการพิมพ์เป็นภาคผนวกในจดหมายของข้าพเจ้า ท่ามกลางงานมากมายของวันเหล่านั้น - การพัฒนาตำแหน่งของข้าพเจ้า – ได้มีการมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของข้าพเจ้าในการประชุมภายในของวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1980 ความผิดพลาดนี้ ที่ถูกทำให้กระจ่างแล้วเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และข้าพเจ้าหวังว่าคงจะมีการให้อภัยกัน แล้วข้าพเจ้าก็ขอร้องให้อาร์ชบิชอปแกนสไวน์ (Ganswein) แถลงการณ์ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่แล้ว ไม่มีทางเลยสำหรับมิตรสหายเหล่านี้ที่เคยเป็นและยังคงเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งเหล่านั้นที่จะเลิกความเอาใจใส่และเลิกขยันขันแข็ง สำหรับตัวข้าพเจ้าเองแล้วข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บปวดมากที่มีการมองข้าม แล้วจึงเกิดความสงสัยในความจริงจนกระทั่งตราหน้าข้าพเจ้าว่าเป็นบุคคลมุสาวาจา ในขณะเดียวกันข้าพเจ้ารู้สึกสะเทือนใจมากจากการแสดงออกซึ่งความไว้วางใจต่างๆ การเป็นพยานด้วยความสุจริตใจ
- [11 กุมภาพันธ์ ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด (The memorial of Our Lady of Lourdes)](https://www.cbct.or.th/the-memorial-of-our-lady-of-lourdes/) - 11 กุมภาพันธ์ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด(The memorial of Our Lady of Lourdes) ในปี ค.ศ. 1858 ระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ - 16 กรกฎาคม มีรายงานว่าแม่พระได้ประจักษ์มา 18 ครั้ง ให้กับเด็กอายุ 14 ปี มีชื่อว่า มารี แบร์นาแด๊ต สุบีรูส์ ที่ถ้ำชื่อ มัสซาเบรียล ใกล้กับเมืองลูร์ด ในฝรั่งเศสตอนใต้ ซึ่งตั้งอยู่ตีนเขาแห่งเทือกเขาปีรานีส และตั้งแต่นั้นมา ที่นี่ก็กลายเป็นหนึ่งในที่แสวงบุญที่มีชื่อเสียงของโลกที่ผนวกเข้าด้วยกับเรื่องราวอัศจรรย์ที่นับไม่ถ้วนทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิต มีการสร้างบาสิลิกาขึ้นบนหินเหนือถ้ำที่ประจักษ์ตามคำขอของแม่พระที่บอกกับนักบุญแบร์นาแด๊ต และเมื่อเห็นว่าเล็กเกินไป วัดแห่งลูกประคำ (the "Rosary Church") ถูกสร้างเพิ่มเติมขึ้นในปี ค.ศ. 1901 ในปี ค.ศ.1907 พระสันตะปาปาปีโอที่ 10 ได้ขยายวันฉลองนี้ให้ไปสู่พระศาสนจักรสากล โดยมีบททำวัตรและบทมิสซาเป็นพิเศษ และมีผลบังคับใช้ในสมัยพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 นักแสวงบุญผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้หลั่งไหลมาสู่สักการสถานแห่งนี้ตั้งแต่เริ่มต้น ที่จัดอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนักแสวงบุญชาวฝรั่งเศสที่มีจำนวนถึง 25,000 คน
- [EP.4 ความรักในครอบครัว - 10 Video Amoris Laetitia](https://www.cbct.or.th/ep-4-10-video-amoris-laetitia/) - มีนาคม 2022 5) ความมั่นคงนิรันดร์และความสวยงามของความรัก 6) ผลของความรัก เมษายน 2022 7) การถูกเรียกสู่พันธกิจของพระศาสนจักร 8) การศึกษาของบุตร คือการเรียกความท้าทายและความชื่นชมยินดี พฤษภาคม 2022 9) การร่วมเดินทางเคียงข้างกับผู้อ่อนแอ 10) ชีวิตจิตของการสมรสและครอบครัว
- [EP.3 กระแสเรียกของครอบครัว – 10 Video Amoris Laetitia](https://www.cbct.or.th/ep-3-10-video-amoris-laetitia/) - 4) ความรักในครอบครัว มีนาคม 2022 5) ความมั่นคงนิรันดร์และความสวยงามของความรัก 6) ผลของความรัก เมษายน 2022 7) การถูกเรียกสู่พันธกิจของพระศาสนจักร 8) การศึกษาของบุตร คือการเรียกความท้าทายและความชื่นชมยินดี พฤษภาคม 2022 9) การร่วมเดินทางเคียงข้างกับผู้อ่อนแอ 10) ชีวิตจิตของการสมรสและครอบครัว
- [EP.2 ครอบครัวในความสว่างของพระวาจาพระเจ้า](https://www.cbct.or.th/ep-2-10-video-amoris-laetitia/) - กุมภาพันธ์ 2022 3) กระแสเรียกของครอบครัว 4) ความรักในครอบครัว มีนาคม 2022 5) ความมั่นคงนิรันดร์และความสวยงามของความรัก 6) ผลของความรัก เมษายน 2022 7) การถูกเรียกสู่พันธกิจของพระศาสนจักร 8) การศึกษาของบุตร คือการเรียกความท้าทายและความชื่นชมยินดี พฤษภาคม 2022 9) การร่วมเดินทางเคียงข้างกับผู้อ่อนแอ 10) ชีวิตจิตของการสมรสและครอบครัว
- [บทเทศน์ วันฉลองการถวายองค์พระกุมารในพระวิหาร วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021](https://www.cbct.or.th/homily-2-february-2021-presentation-of-the-lord/) - นักบุญลูกาบอกพวกเราว่าผู้อาวุโสซีเมออน “รอคอยความรอดของชนชาติอิสราเอล” (ลก. 2:25) ท่านเดินไปยังพระวิหารเมื่อมารีย์และยอแซฟนำพระกุมารไปที่นั่น ท่านยื่นมือไปอุ้มพระกุมาร บุคคลที่ทราบว่าพระกุมารเป็นแสงสว่างที่ฉายรัศมีไปยังคนต่างศาสนานั่นคือชายชราคนหนึ่งที่เฝ้ารอคอยด้วยความอดทนจนเห็นความสำเร็จที่กำลังลุล่วงไปตามคำสัญญาของพระเจ้า ความอดทนของซีเมออน: ขอให้พวกเรามาพิจารณากันสักหน่อยถึงความอดทนของชายชราผู้นี้ เขาเฝ้ารอคอยจนตลอดชีวิตพร้อมกับฝึกจิตใจให้อดทนมาตลอด ในการอธิษฐานภาวนาซีเมออนเรียนรู้ว่าพระเจ้าจะไม่เสด็จมาด้วยเหตุการณ์พิเศษ แต่จะทรงปฏิบัติตามเหตุการณ์ปกติธรรมดาแห่งชีวิตประจำวัน ซึ่งมักจะเป็นการทำหน้าที่ซ้ำๆ ซากๆ ในชีวิตประจำวันที่อาจจะน่าเบื่อในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเมื่อกระทำไปอย่างต่อเนื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายด้วยความมั่นคงและสุภาพ พวกเราก็ได้ใช้ความพยายามของพวกเราที่จะปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ อาศัยการกระทำที่ยืนหยัดอดทนซีเมออนไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับเวลาอันยาวนานที่ผ่านไป บัดนี้แม้ว่าเขาเป็นคนชราแล้ว ทว่าไฟในหัวใจของเขายังลุกโชติช่วง ในชีวิตอันยืดยาวของเขาแน่นอนว่ามีบางเวลาที่หัวใจของเขาต้องเจ็บปวด ผิดหวัง แต่เขาก็ไม่เสียความหวัง เขาไว้ใจในพันธสัญญา เขาจึงไม่ปล่อยตนให้ต้องเสียใจสำหรับเวลาที่ผ่านไปหรือรู้สึกสิ้นหวัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ชีวิตของบุคคลหนึ่งกำลังเข้าใกล้บั้นปลายชีวิต ความหวังและการรอคอยของเขาแสดงออกด้วยการอดทนในชีวิตประจำวันของผู้ซึ่งไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นก็เฝ้าระวังระไวอยู่เสมอ จนกระทั่งในที่สุด “ดวงตาของเขาก็ได้พบกับความรอด” ที่เขาได้รับสัญญา (เทียบ ลก. 2: 30) พ่อเองก็ถามตนเองว่าซีเมออนเรียนรู้ความอดทนนั้นจากไหน? ที่แน่นอนคือเกิดจากการอธิษฐานภาวนาและจากประวัติศาสตร์แห่งประชากรร่วมชาติของเขา ซึ่งมองเห็นพระเจ้าเสมอว่า “พระองค์ทรงมีพระเมตตากรุณา ไม่ทรงโกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักมั่นคงและซื่อสัตย์” (อพย. 34: 6) เขาทราบดีว่าแม้พระองค์จะถูกปฏิเสธและถูกทรยศพระองค์ก็ไม่ถือสาอะไร แต่ยังคง “อดทนเป็นเวลาหลายปี” (เทียบ นหม. 9:
- [วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร (The Presentation of the Lord, feast)](https://www.cbct.or.th/the-presentation-of-the-lord-feast/) - วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร (The Presentation of the Lord, feast) ภายใต้กฎหมายของโมเสส หญิงที่คลอดบุตรจะถือว่า "มีมลทิน" เป็นเวลา 40 วันหลังการให้กำเนิดบุตร และเธอจะต้องมาแสดงตนต่อพระสงฆ์ที่พระวิหารเพื่อถวายบูชาเป็นการชำระมลทินให้บริสุทธิ์ และทำการไถ่บุตรของเธอคืนมา ถ้าไม่ทำเช่นนี้บุคคลนั้นจะถูกขับออกจากการกราบไหว้นมัสการแบบชาวยิวโดยอัตโนมัติ ที่น่าสังเกต พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ กฎหมายนี้ย่อมจะไม่ต้องผูกมัดพระนางมารีย์ แต่ด้วยความนอบน้อมให้สอดคล้องกับกฎหมาย พระนางมารีย์จึงทรงยอมรับพิธีกรรมนี้อย่างสุภาพ และได้ถวายบุตรชายคนแรกแด่พระเจ้า โดยถวายเครื่องบูชาคือนกเขาหนึ่งคู่ หรือนกพิราบสองตัว (เพื่อไถ่บุตรคืนมา) ทั้งนี้ทำตามสถานภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นการถวายของคนจน (ถ้าเป็นคนรวยจะถวายลูกแกะ) เมื่อเสร็จพิธีชำระมลทินแล้ว ก็ปรากฏเหตุการณ์ที่เรียกว่าเป็นฉากของการพยากรณ์เกิดขึ้น ท่านผู้เฒ่าสิเมโอนผู้น่าเกรงขามได้รับพระกุมารมาอุ้มไว้ และกล่าวถวายพระพรแด่พระเจ้า ด้วยคำกล่าวขึ้นต้นภาษาลาตินที่มีชื่อเสียงว่า "Nunc Dimittis" - "บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุขตามพระดำรัสของพระองค์ เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น... เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์ และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์" นอกจากนี้แล้ว ยังมีอันนา ประกาศกหญิงที่ชรามากแล้ว นางเป็นม่ายมานาน และอยู่แต่ในพระวิหาร ก็ได้กล่าวถึงพระกุมารให้ทุกคนที่กำลังรอคอยการไถ่กู้กรุงเยรูซาเล็มฟัง (ลก 2:29-32, 38) จะว่าไปแล้ว พิธีกรรมโบราณของชาวยิวในเรื่องนี้ไม่อาจเทียบกับพิธีใดๆทางความเชื่อแบบคริสตชนเลย
- [วันที่ 31 มกราคม ระลึกถึงนักบุญยอห์น บอสโก พระสงฆ์ (St John Bosco, Priest, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-john-bosco-priest-memorial/) - วันที่ 31 มกราคมระลึกถึงนักบุญยอห์น บอสโก พระสงฆ์(St John Bosco, Priest, memorial) นักบุญยอห์น บอสโก เกิดที่ Piedmont ในเขตสังฆมณฑลตุริน ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1815 ตั้งแต่วัยเด็กมาแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระแม่มารีย์ได้ดลใจนักบุญยอห์น ซึ่งเป็นเด็กชายชาวนายากจนทางภาคเหนือของอิตาลี ในรูปแบบที่ท่านให้คำนิยามว่า “เป็นความฝันที่จะช่วยเยาวชนจากหนทางแห่งความชั่ว และฝึกอบรมพวกเขาให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์ แต่ต้องทำด้วยความนุ่มนวลและความรักเมตตา” ดังนั้น หลังจากได้รับศีลบวชที่เมืองตุรินแล้ว ท่านก็ตั้งใจที่จะหาทุกๆ วิถีทางเพื่อชนะใจพวกเยาวชน ทำให้พวกเขาไว้วางใจและเป็นมิตร ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกล โยนบอล ไต่เชือก เล่นไวโอลิน ร้องเพลง เล่านิทาน เล่นละคร เล่นเกมส์ พาเที่ยว โดยจะมีการสอนคำสอนง่ายๆ ตอนเริ่มต้นกับตอนจบของแต่ละกิจกรรม หรือมีการสวดสายประคำ และการอธิบายพระวรสารประจำวัน ความลำบากต่างๆ ที่ท่านต้องพานพบคือการพยายามหาสถานที่ให้บรรดาเด็กๆ มาประชุมกันทุกวันอาทิตย์ในช่วงฤดูหนาว ลองจินตนาการสิว่า ภายในปี ค.ศ. 1845 พวกเด็กๆ เยาวชนของท่านมีจำนวนมากกว่า 800 คน แต่งานของนักบุญยอห์น
- [วันที่ 28 มกราคม ระลึกถึงนักบุญโทมัส อาไควนัส พระสงฆ์และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Thomas Aquinas, Priest & Doctor, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-thomas-aquinas-priest-doctor-memorial/) - วันที่ 28 มกราคมระลึกถึงนักบุญโทมัส อาไควนัส พระสงฆ์และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร(St Thomas Aquinas, Priest & Doctor, memorial) ท่านเป็นบุตรคนเล็กของ Landolfo of Aquino และ Teodora of Chieti เกิดเมื่อปี ค.ศ.1225 ได้รับการศึกษาจากฤาษีเบเนดิกตินที่มอนเตคาสสิโนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ท่านได้เข้ามหาวิทยาลัยที่เมืองเนเปิลส์ เมื่ออายุ 11 และต้องการเข้าคณะดอมินิกันเมื่ออายุ 18 แต่ครอบครัวของท่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด เนื่องด้วยเป็นญาติกับจักรพรรดิเฟรเดริกที่ 2 ขัดขวางอย่างเต็มที่ไม่ยอมให้ท่านเข้าคณะฤาษีภิกขาจารนั้น โดยจับท่านขังไว้ในหอคอยปราสาทที่บ้านของท่านเป็นเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ถูกกักขังตัว พี่สาวของท่านได้นำหนังสือพระคัมภีร์และหนังสือปรัชญาต่างๆ ให้ท่านศึกษา ภายหลังท่านหนีออกมาได้โดยความช่วยเหลือของพวกภราดาคณะดอมินิกันด้วยการให้ท่านนั่งในตะกร้าแล้วหย่อนลงมาเหมือนนักบุญเปาโลเคยทำ และเนื่องจากท่านมีความรู้จากหนังสือต่างๆ ที่ท่านอ่านเป็นอย่างดี จึงถูกส่งตัวไปเรียนที่เมืองโคโลญ และปารีส และอยู่ภายใต้การดูแลของนักบุญอัลเบิร์ตผู้ยิ่งใหญ่ หลังจากได้รับศีลบวชและได้ปริญญาเอกทางเทววิทยาแล้ว ท่านเริ่มงานสอนด้วยความชัดเจน เที่ยงตรง และสร้างแรงบันดาลใจ จนว่าเป็นที่ติดใจของบรรดานักศึกษาซึ่งมีจำนวนเป็นพันๆคน มหาวิทยาลัยปารีสในขณะนั้นมีนักศึกษามากถึง 30,000 คน
- [การแต่งตั้งศาสนบริการฆราวาสชายและหญิงในวันอาทิตย์แห่งพระวาจา](https://www.cbct.or.th/pope-celebration-sunday-word-of-god-lay-men-women/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจะทรงเป็นประธานในการเฉลิมฉลองวันอาทิตย์แห่งพระวาจาของพระเจ้าในวันที่ 23 มกราคมที่มหาวิหารนักบุญเปโตร ตามที่อธิบายโดยสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศข่าวดี พิธีกรรมในปีนี้รวมถึงสิ่งใหม่ที่สำคัญบางเรื่อง โดย ลินดา บอร์โดนี (Linda Bordoni) 19 มกราคม 2022, วันอาทิตย์แห่งพระวาจาของพระเจ้ามีทุกปีในวันอาทิตย์ที่สามของเทศกาลธรรมดา (ในปีนี้คือ 23 มกราคม) นับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงตั้งจัดงานเฉลิมฉลองนี้ขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2019 เพื่อเตือนให้ชาวคาทอลิกตระหนักถึงความสำคัญของการรู้พระคัมภีร์ ดังที่สมณเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารใหม่ เน้น ในระหว่างพิธีที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมีบางช่วงเวลาที่สำคัญ ศาสนบริการใหม่สำหรับฆราวาสชายและหญิง • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ในระหว่างพิธีกรรม ฆราวาสทั้งชายและหญิง ได้รับการแต่งตั้งศาสนบริการผู้อ่านพระคัมภีร์ “ในรูปแบบที่มั่นคงและเป็นระบบผ่านการมอบหน้าที่พิเศษ ซึ่งพระศาสนจักรยอมรับและแสดงออกในจารีตพิธีกรรม” ก่อนหน้านี้ ศาสนบริการสงวนไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น เพราะถือว่าเป็นการเตรียมเบื้องต้นในการรับศีลบวช ถ้อยแถลงจาก PCPNE อธิบายว่า “มีปฏิบัติเรื่องนี้ในพระศาสนจักร อย่างไรก็ตาม ได้ยืนยันว่าศาสนบริการของฆราวาสมีรากฐานอยู่ในศีลล้างบาป สามารถแต่งตั้งสัตบุรุษทุกคนที่มีความเหมาะสม ไม่ว่าชายหรือหญิง ตามที่ได้ระบุไว้ในมาตรา 230 แห่งประมวลกฎหมายพระศาสนจักร
- [วันที่ 24 มกราคม ระลึกถึง นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Francis de Sales, Bishop & Doctor, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-francis-de-sales-bishop-doctor-memorial/) - วันที่ 24 มกราคมระลึกถึง นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร(St Francis de Sales, Bishop & Doctor, memorial) นักบุญฟรังซิส เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1567 เป็นบุตรคนโตสุดในจำนวนทั้งหมด 13 คน ของขุนนางที่ชื่อ Francis de Boisy และ Frances de Sionnaz เกิดที่ปราสาทของตระกูลซาลส์ แถบซาวอย ประเทศฝรั่งเศส เมื่ออายุ 25 ปีได้จบปริญญาเอกทางกฎหมายที่มหาวิทยาลัยของเมืองปาดัว (Padua) อิตาลี แต่ในปีต่อมาท่านปฏิเสธตำแหน่งสมาชิกสภาสูง และละทิ้งวิชากฎหมายเพื่อมุ่งหน้าจะเป็นพระสงฆ์ แม้ว่าพ่อของท่านจะคัดค้านอย่างหนักหน่วงก็ตาม แคว้น Le Chablais ที่อยู่ชายฝั่งด้านใต้ของทะเลสาบเจนีวาในขณะนั้นเพิ่งยอมแพ้ให้แก่ ดยุค แห่งซาวอย ซึ่งเป็นคาทอลิก หลังจากตกอยู่ใต้อิทธิพลของโปรแตสตันท์ของกรุงเบอร์น (Berne) มาเป็นเวลา 50 ปี ดังนั้นฟรังซิสและญาติของท่านคือ the
- [วันที่ 25 มกราคม ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโลอัครสาวก (The Conversion of St. Paul, The Apostle, feast.)](https://www.cbct.or.th/the-conversion-of-st-paul-the-apostle-feast/) - วันที่ 25 มกราคมฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโลอัครสาวก(The Conversion of St. Paul, The Apostle, feast.) นักบุญเปาโลเองได้บอกว่าท่านเกิดที่เมืองทาร์ซัส (Tarsus) ในแคว้นซิลิเซีย จากพ่อแม่ที่เป็นชาวยิว ซึ่งเลี้ยงดูท่านมาด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่งตามขนบธรรมเนียมแบบฟาริสีและความศรัทธาแรงกล้า ตามที่นักบุญเยโรมให้ข้อมูลไว้ว่า ครอบครัวของเปาโลมีต้นกำเนิดจากแคว้นกาลิลี เป็นชนเผ่าเบนยามิน ตอนที่รับพิธีเข้าสุหนัต ท่านได้รับชื่อว่า ซาอูล หรือ เซาโล (Saul) ตามชื่อกษัตริย์พระองค์แรกของชาติยิว และตามมาด้วยชื่อภาษาโรมันของท่าน คือ เปาโล (Paul) ซึ่งเป็นธรรมเนียมของพวกชาวยิวสมัยนั้นที่ถือสัญชาติโรมัน เมื่อโตขึ้น เซาโลได้ร่ำเรียนวิชาชีพในการเตรียมขนแพะเพื่อมาทำเป็นเต้นท์ ซึ่งกลายเป็นความรู้ที่ช่วยให้ท่านหาเลี้ยงชีพเองในหลายๆปีต่อมา โดยเฉพาะเมื่อท่านออกเดินทางยาวนานเพื่องานประกาศข่าวดี ภาษาพูดของท่านคือ ภาษาอาราเมอิก แต่ท่านก็พูดกรีกได้ดี และคุ้นเคยกับตำนานพื้นบ้านแบบกรีก ในวัยหนุ่ม เซาโลถูกส่งไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรับการศึกษาตามแบบชาวยิว เป็นไปได้ที่เป็นลูกศิษย์ของกามาลิเอล (Gamaliel) ซึ่งเป็นนักปราชญ์ทางด้านกฎหมาย และเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในบรรดาสมาชิกสภาซันเฮดริน ตามธรรมประเพณีดั้งเดิมเล่าขานกันว่าทั้งกามาลิเอลและนิโคเดมัสต่อมากลับใจโดยนักบุญเปโตรและนักบุญยอห์น ข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่งคือพวกเขาเก็บความลับจนสามารถช่วยพี่น้องคริสตชน โดยการที่ท่านทั้งสองปรากฎตัวในสภาสูงของชาวยิวอย่างต่อเนื่อง เราได้ยินเรื่องของเซาโลต่อมาในช่วงเวลาการเป็นมรณสักขีของนักบุญสเทเฟน ตอนนั้นเซาโลเพิ่งอายุ 30 ต้นๆ และกำลังเป็นฟาริสีหนุ่มผู้มีใจเร่าร้อน เขากระตือรือร้นในการเบียดเบียนอย่างบ้าคลั่งและรุนแรงต่อพระศาสนจักรของพวกคริสตชนที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ถึงกับได้รับอำนาจจากมหาสมณะที่จะนำคริสตชนจากเมืองต่างๆ มาคุมขังไว้
- [วันที่ 27 มกราคม นักบุญอังเยลา เมริชี พรหมจารี (St Angela Merici, Virgin)](https://www.cbct.or.th/st-angela-merici-virgin/) - วันที่ 27 มกราคมนักบุญอังเยลา เมริชี พรหมจารี(St Angela Merici, Virgin) นักบุญอังเยลาเกิดแถบชายฝั่งทะเลสาบ การ์ดา (Garda) ทางภาคเหนือของอิตาลี (อาจจะเกิดวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1474) เธอเป็นกำพร้าเมื่ออายุได้ 10 ขวบ เนื่องจากตั้งแต่แรกรุ่นเธอได้เจริญชีวิตอย่างเคร่งครัด เมื่ออายุ 13 ปี ความศักดิ์สิทธิ์ของเธอและความเข้าใจเรื่องชีวิตจิตได้แสดงออกมาให้เห็นเด่นชัด จนกระทั่งเธอได้รับอนุมัติให้รับศีลมหาสนิทในวันธรรมดาระหว่างสัปดาห์ได้ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิพิเศษจริงๆ ในช่วงเวลานั้น (ในสมัยนั้นไม่สนับสนุนให้รับศีลฯ ได้ทุกๆ วัน) เธอได้เข้าร่วมคณะของนักบุญฟรังซิสชั้นสาม และอุทิศเวลาให้กับการเรียนการสอนศาสนาให้กับบรรดาเด็กหญิงทั้งหลาย และเอาใจใส่ดูแลหญิงที่เจ็บไข้ได้ป่วย ในปี ค.ศ.1495 เธอได้รับการแจ้งทางภาพนิมิตให้ก่อตั้งคณะนักบวชเพื่อให้การอบรมสั่งสอนบรรดาเด็กหญิงทั้งหลาย โดยมีจุดหมายสูงสุดอยู่ที่การรื้อฟื้นครอบครัวขึ้นใหม่ และผ่านทางครอบครัวไปสู่สังคมทั้งมวล แต่เนื่องจากเงื่อนไขทางการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ในตอนนั้นทำให้ต้องใช้เวลานานถึง 40 ปี กว่าจะสามารถทำให้ความฝันนั้นสำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้ ในห้วงเวลานั้นเธอก็แสวงหาคำแนะนำทางด้านจิตเพิ่มมากขึ้น และค่อยๆ ลดทอนอุปสรรคต่างๆ ลงไป ในปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ.1525 เธอได้ไปที่กรุงโรม และพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 12 ทรงได้ยินเรื่องชีวิตศักดิ์สิทธิ์และงานของเธอ ได้ทรงพยายามจะให้เธออยู่ที่กรุงโรม
- [วันที่ 21 มกราคม ระลึกถึง นักบุญอักแนส พรหมจารีและมรณสักขี ( St Agnes, Virgin & Martyr, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-agnes-virgin-martyr-memorial/) - วันที่ 21 มกราคมระลึกถึง นักบุญอักแนส พรหมจารีและมรณสักขี( St Agnes, Virgin & Martyr, memorial ) นักบุญอักแนส เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างสูงทั่วทั้งพระศาสนจักร ชื่อของท่านนักบุญปรากฏอยู่ใน "บทขอบพระคุณ" ในบูชามิสซา (The Canon of the Mass) เรารู้ความจริงแน่ๆ เกี่ยวกับชีวิตแสนสั้นของเธอน้อยมาก แต่จากความรู้น้อยนิดที่เกี่ยวกับเธอนั้น มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ เธอปรารถนาอย่างยิ่งจะถวายชีวิตของเธอแด่พระคริสตเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และได้ปฏิเสธอย่างสุภาพต่อชายหลายคนที่หมายปองในตัวเธอ นี่ทำให้เธอถูกจับไปอยู่ในสถานโสเภณี แต่ไม่มีใครได้สัมผัสเธอ เธอมักจะประกาศว่า "พระคริสต์ทรงเป็นเจ้าบ่าวของดิฉัน พระองค์ทรงเป็นผู้เลือกดิฉันก่อน และฉันจะเป็นของพระองค์ผู้เดียว" ตามตำนานเล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดราวต้นศตวรรษที่ 4 โดยที่อักแนสเป็นคนที่ร่ำรวยและเป็นคนสวย แต่เธอปฏิเสธหนุ่มๆ ชาวโรมันทุกคน บางคนพยายามบังคับให้เธอแต่งงานด้วย มิฉะนั้นจะฟ้องว่าเธอเป็นคริสตชน เวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีการเบียดเบียนคริสตชนในสมัยของพระจักรพรรดิดิโอเคลเตียน (The Emperor Diocletian) ในเมื่อเธอไม่ยอม จึงถูกทรมานในหลายรูปแบบ แต่เธอก็ยังกล่าวว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงปกป้องผู้ที่เป็นของพระองค์" ที่สุด ผู้ปกครองโรมันได้ตัดสินประหารชีวิตเธอ ขณะนั้นเธอมีอายุแค่ 13 ปีเท่านั้น
- [ค้นหาเอกภาพคริสตชน ต้องเดินทางด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/search-for-christian-unity-must-be-a-journey-together-says-pope/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงต้อนรับคณะผู้แทนสากลจากฟินแลนด์สู่วาติกัน ก่อนสัปดาห์ภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน โดย คริสโตเฟอร์ เวลส์ (Christopher Wells) 17 มกราคม 2022, 10:50 น. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเริ่มปราศรัยต่อคณะผู้แทนสากลจากฟินแลนด์ด้วยการไตร่ตรองถึงบรรดาโหราจารย์ นักปราชญ์แห่งพระวรสารผู้พบพระกุมารเยซูและได้นมัสการพระองค์ “บรรดาโหราจารย์บรรลุเป้าหมายเพราะพวกเขาแสวงหา” พระสันตะปาปาทรงกล่าว “แต่พวกเขาแสวงหาเพราะว่าพระเจ้าโดยเครื่องหมายของดวงดาว ทรงออกเดินทางเพื่อค้นหาพวกเขาก่อน” เช่นเดียวกับบรรดาโหราจารย์ พระเจ้าก็ทรงแสวงหาเราเช่นกัน “และการตอบสนองของเราต้องเหมือนกับของบรรดาโหราจารย์อย่างแน่นอน: การเดินทางด้วยกัน” การเดินทางด้วยกัน • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • สมเด็จพระสันตะปาปาทรงยืนยันว่า “บรรดาผู้ที่ได้รับพระหรรษทานของพระเจ้าไม่สามารถหันกลับมาหาตนเองและดำเนินชีวิตเพื่อตนเองเท่านั้น พวกเขาเดินไปด้วยกันอยู่เสมอ ถูกผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าเสมอ และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” เช่นเดียวกับบรรดาโหราจารย์ซึ่งธรรมประเพณีแสดงให้เห็นในฐานะตัวแทนของวัฒนธรรมและผู้คนที่หลากหลาย คริสตชนในทุกวันนี้ “ถูกท้าทายที่จะจับมือพี่น้องชายหญิงของเรา… และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงสนับสนุนคริสตชนให้ช่วยเหลือกันก้าวหน้า “ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น” ในการเดินทางร่วมกันนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงสังเกตว่าบางขั้นตอนง่ายกว่า ทำให้เรา “ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความพากเพียร” พระองค์ทรงยกตัวอย่างงานกิจเมตตา ซึ่งดึงเราให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ไม่เฉพาะกับคนยากจนและคนขัดสนเท่านั้นแต่ยังใกล้ชิดกันอีกด้วย ในทางกลับกัน บางครั้งการเดินทางสู่เอกภาพเดียวกันอาจยากขึ้น ซึ่ง “อาจเหน็ดเหนื่อยและการล่อลวงให้ท้อแท้ได้ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงสนับสนุนให้คริสตชนเตือนตัวเองว่า
- [ฉันร้องไห้หลังจากอ่านคำตัดสินของผู้พิพากษาคนนี้เกี่ยวกับเด็กอายุ 15 ปี...](https://www.cbct.or.th/a-15-year-old-boy/) - นี่คือเด็กชายอายุสิบห้าปี.... เขาถูกจับได้ว่าขโมยขนมปังจากร้านค้าแห่งหนึ่ง เมื่อพยายามจะหนีจากการควบคุมของยาม ชั้นวางของในร้านก็ล้มเสียหายด้วย ผู้พิพากษาได้ยินความผิดและถามเด็กชายว่า “เธอขโมยอะไรไปจริงๆเหรอ ขนมปังกับชีส(เนย)หนึ่งก้อนเหรอ” เด็กชายตอบโดยก้มหน้าลง: - “ครับ” ผู้พิพากษา: - “ทำไม” เด็กชาย: - “ผมต้องการมันครับ” ผู้พิพากษา: - “เธอซื้อไม่ได้เหรอ” เด็กชาย: - “ผมไม่มีเงินครับ” ผู้พิพากษา: - “ก็ขอจากครอบครัวซิ” เด็กชาย: - “ผมมีเพียงแม่ที่บ้าน แม่ป่วยและตกงานครับ” ผู้พิพากษา: - “เธอไม่ทำอะไรเลยเหรอ” เด็กชาย: - “ผมเคยล้างรถ เมื่อผมขอหยุดงานเพื่อดูแลแม่หนึ่งวัน ผมก็ถูกไล่ออก” ผู้พิพากษา: - “เธอไม่ขอความช่วยเหลือจากใครเลยเหรอ?” เด็กชาย: - “ผมออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ไปขอความช่วยเหลือประมาณ 50 คน แต่ไม่มีใครช่วยเหลือเลย ดังนั้นที่สุดผมจึงตัดสินใจทำแบบนี้ครับ” *เมื่อการสอบสวนสิ้นสุดลง ผู้พิพากษาก็ประกาศคำตัดสิน ... “การขโมยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขโมยขนมปังโดยเด็กที่หิวโหย เป็นอาชญากรรมที่น่าอับอายมาก และเราทุกคนต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมนี้” “ทุกคนในศาลนี้
- [วิดีโอโป๊ป " สิทธิขั้นพื้นฐาน " (เมษายน 2021- 1.32 นาที)](https://www.cbct.or.th/20220118/)
- [สมเด็จพระสันตะปาปา: ขอให้เราทุกคนเข้าร่วมสัปดาห์อธิษฐานภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน](https://www.cbct.or.th/pope-may-we-all-join-in-week-of-prayer-for-christian-unity/) - ในระหว่างการนำสวดบทเทวทูตแจ้งสาร สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงระลึกถึงสัปดาห์แห่งการอธิษฐานภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชนของปีนี้ระหว่างวันที่ 18 ถึง 25 มกราคม และเชิญชวนทุกคนถวายการต่อสู้ดิ้นรนและความทุกข์ทรมานให้กับพระเจ้าเพื่อประโยชน์ของความเป็นเอกภาพคริสตชน โดย นักเขียนข่าววาติกัน 16 มกราคม 2022, 12:45 น. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้าร่วมสัปดาห์อธิษฐานภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน ตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 25 มกราคม โดยในปีนี้เน้นที่หัวข้อเกี่ยวกับประสบการณ์ของโหราจารย์ ซึ่งมาจากทิศตะวันออกสู่เบธเลเฮมเพื่อนมัสการกษัตริย์พระเมสสิยาห์: “เราเห็นดาวดวงทางทิศตะวันออก เราจึงมาเพื่อนมัสการพระองค์” สมเด็จพระสันตะปาปาทรงตรัสว่าในทำนองเดียวกัน คริสตชนที่มีภูมิหลังและประเพณีที่หลากหลาย “เป็นผู้แสวงบุญในเส้นทางสู่ความเป็นเอกภาพเดียวกัน” ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายของเรามากขึ้นเมื่อเราจับจ้องที่พระเยซู สมเด็จพระสันตะปาปาทรงสนับสนุนให้เราภาวนาเพื่อความเป็นเอกภาพของคริสตชนและถวายการต่อสู้ดิ้นรนและความทุกข์ทรมานของเราให้กับพระเจ้า ++++++++++ ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์ แปล ที่มา : https://www.vaticannews.va/en/pope/news/2022-01/pope-may-we-all-join-in-week-of-prayer-for-christian-unity.html
- [บรรดาบิชอปเมียนมาวอนฝ่ายต่อสู้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรม](https://www.cbct.or.th/myanmar-bishops-urge-parties-to-allow-humanitarian-relief/) - การประชุมที่ย่างกุ้งเพื่อการประชุมสมัชชาใหญ่ บรรดาบิชอปในเมียนมาแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการเพิ่มขึ้นของการต่อสู้ระหว่างกองทัพเมียนมา (ตะมะดอว์) [Tatmadaw] และกองกำลังฝ่ายตรงข้าม และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรม โดย ลิซ่า เซงการินี (Lisa Zengarini) 15 มกราคม 2022, 10:12 น. ในขณะที่ความรุนแรงยังคงทวีขึ้นในเมียนมา บรรดาบิชอปเมียนมาได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอนุญาตและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรม หยุดกำหนดเป้าหมายเป็นพลเรือน และเคารพในการยึดถือหลักคุณธรรมของวัด โรงพยาบาล และโรงเรียน “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิในการมีชีวิตไม่ควรถูกประนีประนอม” บรรดาบิชอปเขียนในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ “เราขอเรียกร้องให้มีการเคารพชีวิต ความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่สักการะ และการยึดถือหลักคุณธรรมของโรงพยาบาลและโรงเรียน ทุกคนที่พยายามช่วยเหลือผู้คนจะต้องได้รับการคุ้มครอง” ผู้พลัดถิ่นหลายพันคน • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลเผด็จการทหารและกองกำลังกบฏในรัฐกะยา (Kayah) รัฐชิน (Chin) และรัฐกะเหรี่ยง (Karen) ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คร่าชีวิตพลเรือนอย่างไม่เลือกปฏิบัติ และประชาชนหลายพันคนต้องพลัดถิ่น วัดยังได้รับความเสียหายจากการสู้รบ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในวัดในสังฆมณฑลลอยก่อ (Loikaw) ซึ่งถูกโจมตีโดยทางอากาศ ความกังวลในการเพิ่มระดับ • • —–
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่สมาชิกคณะทูตานุทูตซึ่งประจำที่สันตะสำนัก โอกาสปีใหม่](https://www.cbct.or.th/address-2022-diplomatic-corps-10-january/) - เจริญพรมายังคณะทูตานุทูต สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษผู้มีเกียรติที่เคารพนับถือ จารีตพิธีทางศาสนาแห่งเทศกาคริสต์มาสได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวานนี้ นับว่าเป็นเวลาพิเศษในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงามในครอบครัว ซี่งในบางครั้งบางคราวพวกเราอาจละเลยหรือไม่ใส่ใจเนื่องจากภาระหน้าที่การงานต่างๆ ของพวกเราตลอดทั้งปีวันนี้พวกเราตั้งใจที่จะดำเนินการต่อไปตามเจตนารมณ์นี้ในโอกาสที่พวกเรามาพร้อมหน้ากันเป็นครอบครัวใหญ่เพื่อที่จะอภิปรายและเสวนากัน สุดท้ายแล้วนี่คือเป้าหมายแห่งการทูตทุกประเภท กล่าวคือช่วยกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดจากการที่มนุษย์อยู่ร่วมกัน เพื่อที่จะส่งเสริมความสมานฉันให้กลายเป็นความจริง เมื่อพวกเราก้าวข้ามความขัดแย้งกันไปได้ เมื่อนั้นพวกเราจะรู้สึกว่าพวกเราสามารถที่จะพบได้กับความหมายแห่งความเป็นเอกภาพที่ลึกซึ้งแห่งความจริงทุกอย่าง [1] ดังนั้นข้าพเจ้าต้องขอขอบใจท่านเป็นพิเศษที่เข้ามามีส่วนร่วมในการ “รวมตัวกันเป็นครอบครัว” ประจำปี ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการส่งความปรารถนาที่ดีต่อกันโอกาสปีใหม่และเพื่อที่จะร่วมกันพิจารณาถึงทั้งความสว่างและร่มเงาแห่งยุคสมัยของพวกเรา โดยอาศัยพวกท่านข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีไปยังประชาชนทุกคนแห่งประเทศที่ท่านเป็นผู้แทน การปรากฎตัวของพวกท่าน ณ ที่นี้เป็นเครื่องหมายที่สัมผัสได้เสมอถึงการใส่ใจแห่งประเทศของท่านที่ยอมเสียสละอุทิศตนเองให้กับสันตะสำนัก และบทบาทแห่งสันตะสำนักต่อชุมชนโลก หลายคนในพวกท่านมาจากเมืองหลวงที่แตกต่างกัน สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้เพื่อร่วมจิตร่วมใจกับบรรดาทูตต่างๆ ที่พำนักอยู่ในกรุงโรม ซึ่งในไม่ช้าสหพันธ์สวิสเซอแลนด์ก็จะตามมาสมทบ ท่านทูตที่เคารพ ทุกวันนี้พวกเราต่างก็รับรู้กันดีว่าการต่อสู้กับโรคระบาดยังคงเรียกร้องความพยายามของทุกคน แน่นอนว่าปีใหม่นี้ก็คงจะเรียกร้องพวกเราต่อไป ไวรัสโคโรนายังคงเป็นต้นเหตุที่ทำให้มวลมนุษย์อยู่ห่างกันในสังคมเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ในบรรดาผู้ที่เสียชีวิตไป ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะเอ่ยถึงอาร์ชบิชอปอัลโด จอร์ดาโน (Aldo Giordano) เอกอัครสมณทูตที่เป็นที่รู้จักกันดีและเป็นผู้ที่วงการทูตให้ความเคารพ ในขณะเดียวกันพวกเราก็ทราบว่าในสถานที่เหล่านั้นที่มีการรณรงค์การฉีดวัคซีน ภัยร้ายแรงของโรคระบาดมีจำนวนผู้ติดเชื้อโรคลดน้อยลง ดังนั้นจึงจำเป็นที่พวกเราจะต้องใช้ความพยายามต่อไปที่จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนโดยทั่วไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ นี่เป็นการเรียกร้องจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัว จากนักการเมือง และจากระดับสากล ประการแรกในระดับส่วนบุคคล แต่ละคนมีความรับผิดชอบที่ต้องดูแลตนเองและสุขภาพของตน และนี่ยังเป็นการให้ความเคารพต่อสุขภาพอนามัยของบุคคลที่อยู่รอบตัวพวกเราด้วย การเอาใจใส่ดูและสุขภาพเป็นข้อบังคับเชิงจริยธรรม เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่พวกเราเห็นว่าพวกเรากำลังมีชีวิตอยู่ในโลกที่มีการแบ่งแยกอุดมการณ์กันอย่างสุดโต่งยิ่งวันยิ่งเพิ่มขึ้นทุกที บ่อยครั้งผู้คนยอมให้มีอุดมการณ์มาครอบงำซึ่งบ่อยครั้งเกิดจากได้รับข้อมูลที่ไร้ข้อเท็จจริงหรือจากความจริงที่บันทึกไว้อย่างผิดๆ ถูกๆ การแสดงอุดมการณ์ทุกครั้งจะทำลายความสัมพันธ์แห่งเหตุผลของมนุษย์กับความหมายที่เป็นจริง
- [พ่อแม่ที่เผชิญความท้าทายเพื่อลูก คือวีรบุรุษ](https://www.cbct.or.th/parents-who-face-challenges-for-their-children-s-sake-are-heroes/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงให้สัมภาษณ์วาติกันมีเดียเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และการเป็นประจักษ์พยานของนักบุญโยเซฟ ทรงเรียกนักบุญโยเซฟเป็นแบบอย่างของความเข้มแข็งและความอ่อนโยนสำหรับบิดาในปัจจุบัน โดย อันเดรีย มอนดา (Andrea Monda) และ อเลสซานโดร จิซอตติ (Alessandro Gisotti) 13 มกราคม 2022, 15:00 น. ปีนักบุญโยเซฟสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2021 แต่ความเอาใจใส่และความรักของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสที่มีต่อนักบุญองค์นี้ยังไม่สิ้นสุด และแท้จริงแล้วมีการเสริมสร้างความเข้มแข็งขึ้นอีกในการสอนคำสอน ซึ่งพระองค์ได้อุทิศให้กับบุคคลสำคัญผู้อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2021 . ในส่วนของเรา หนังสือพิมพ์วาติกัน ลอสแซร์วาตอเร่ โรมาโน่ (L’Osservatore Romano) [ในภาษาอิตาลี] ได้ตีพิมพ์บทความรายเดือนตลอดปี 2021 ซึ่งครอบคลุมโดยเว็บไซต์ข่าววาติกัน (Vatican News website) ใน สมณลิขิต ด้วยหัวใจของบิดา (Patris Corde) เน้นที่แต่ละบทของสมณลิขิตเรื่องนักบุญโยเซฟ คุณลักษณะนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับบิดา แต่ยังรวมถึงเด็กและมารดาในการสนทนาเกี่ยวกับเจ้าบ่าวของพระนางมารีย์ กระตุ้นให้เราปรารถนาที่จะหารือกับสมเด็จพระสันตะปาปาเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องความเป็นพ่อและแง่มุมต่างๆ ความท้าทายและความซับซ้อน . บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงตอบคำถามของเรา แสดงความรักต่อครอบครัว
- [10 Video Amoris Laetitia - EP.1 ก้าวไปด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/10-video-amoris-laetitia-ep-1/) - 2) ครอบครัวในความสว่างของพระวาจาพระเจ้า กุมภาพันธ์ 2022 3) กระแสเรียกของครอบครัว 4) ความรักในครอบครัว มีนาคม 2022 5) ความมั่นคงนิรันดร์และความสวยงามของความรัก 6) ผลของความรัก เมษายน 2022 7) การถูกเรียกสู่พันธกิจของพระศาสนจักร 8) การศึกษาของบุตร คือการเรียกความท้าทายและความชื่นชมยินดี พฤษภาคม 2022 9) การร่วมเดินทางเคียงข้างกับผู้อ่อนแอ 10) ชีวิตจิตของการสมรสและครอบครัว ที่มา : https://family.cbct.or.th/ep-1-%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-10-video-amoris-laetitia/
- [10 Video Amoris Laetitia - บทนำ โดยพระคาร์ดินัล kevin Farrell](https://www.cbct.or.th/10-video-amoris-laetitia-intro/) - ที่มา : https://family.cbct.or.th/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b3-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a5-kevin-farrell-10-video-am/
- [ประกาศสภาฯ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ประเทศเมียนมา](https://www.cbct.or.th/20220114/) - บรรดามุขนายก บาทหลวง นักบวช และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์สู้รบในประเทศเมียนมาตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ.2564 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ยังผลให้มีชาวเมียนมาหนีภัยจากการสู้รบมาอาศัยอยู่ในป่าตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนลงมาจนถึงราชบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีผู้หนีภัยเป็นจำนวนมากที่ยังไม่กล้าเดินทางกลับภูมิลำเนา อีกทั้งสถานการณ์การสู้รบก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการอภิบาลสังคม แผนกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย (มูลนิธิโคเออร์) ร่วมกับคาริตัสหรือฝ่ายสังคมของสังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลนครสวรรค์ และสังฆมณฑลราชบุรี พร้อมกับหน่วยงานคาทอลิก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนองค์กรการกุศลต่างๆ ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเป็นภราดรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากที่กำลังลี้ภัยอยู่ตามชายแดนในขณะนี้ กรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ภายใต้สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกสังฆมณทล คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน องค์กรคาทอลิก และพี่น้องคริสตชนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลาย ได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องของเราที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบาก “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา....” (มธ 25:40) ขอเชิญพี่น้องได้ร่วมกันภาวนาขอพระเจ้าโปรดบรรเทาใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ และดลบันดาลให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องของเราเหล่านี้ตามกำลังความสามารถ โดยท่านที่ประสงค์จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือให้ดำเนินการดังนี้ เช็คสั่งจ่าย : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND โอนเงิน : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND
- ["สิ่งท้าทายในคริสต์ศาสนาของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน" งานสัมมนาวิชาการ ออนไลน์ของวิทยาลัยแสงธรรม](https://www.cbct.or.th/open-house-2021-saengtham-college/) - 📰 ขอเชิญพี่น้องร่วมงานสัมมนาวิชาการ ออนไลน์ของ #วิทยาลัยแสงธรรม "สิ่งท้าทายในคริสต์ศาสนาของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน" วันพฤหัสบดีที่ 3 ก.พ. 2022เวลา 08.00 - 12.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาด้วยการสแกน QR Code ในโปสเตอร์นี้เลยครับ ☺️
- [จดหมายจากพระคาร์ดินัล มาร์ก อูเลท์ สมณสภาสำหรับบิชอป](https://www.cbct.or.th/cardinals-letter/) - โรม 4 พฤศจิกายน 2021 พี่น้องบิชอปที่รัก จากการประชุม CCEE ครั้งล่าสุด ข้าพเจ้าได้ประกาศประชาสัมพันธ์ทางการเกี่ยวกับ ซิมโปเซียม ด้านเทววิทยา เรื่อง สำหรับเทววิทยาพื้นฐานเรื่องสมณภาพ ที่กรุงโรม วันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2022 โดย ศูนย์การค้นคว้า และมนุษย์วิทยา เรื่องกระแสเรียก โดยสมเด็จพระสันตะปาปา จะเป็นผู้เปิดการประชุมนี้ เราได้เริ่มเตรียมงานนี้แล้ว จุดประสงค์แรก สำหรับบรรดาบิชอป นักบวชคณะต่างๆ สมาคมของสัตบุรุษ แต่ก็สำหรับทุกคนผู้ได้รับศีลล้างบาป ซิมโปเซียมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการซีนอด ซึ่งเตือนใจเราว่าพระศาสนจักรต้องส่งเสริมกระแสเรียก....ทั้งการอบรมบาทหลวง ผู้รับเจิม และคู่แต่งงาน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอเชิญท่านร่วมในเหตุการณ์นี้ และให้สังฆมณฑลในสภาบิชอปมีส่วนร่วมด้วย ขอบคุณที่ท่านช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ในสังฆมณฑล ให้ช่วยภาวนา การเงิน และมีส่วนร่วมเท่าที่ สามารถ ดูข้อมูลภาษาต่างๆได้ ใน เว็บไซต์ https://communio-vocation.com/ ด้วยความเคารพในองค์พระผู้เป็นเจ้า +
- [สาส์นวันผู้ป่วยสากลของสมเด็จพระสันตะปาปา: ความใกล้ชิด ความรักเมตตาเพื่อผู้ทุกข์ยาก](https://www.cbct.or.th/pope-francis-message-30th-world-day-of-sick-2022/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเผยแพร่สาส์นเนื่องในวันผู้ป่วยสากลครั้งที่ 30 และทรงเรียกร้องให้ชาวคาทอลิกและสถาบันที่ดำเนินกิจการโดยพระศาสนจักรพยายามรักษาและบรรเทาบาดแผลของผู้เจ็บป่วยที่ทุกข์ทรมานต่อไปโดย เดวิน วัตกินส์4 มกราคม 2022, 12:00 น.“จงเป็นผู้เมตตากรุณา ดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด” (ลก 6:36): ยืนเคียงข้างผู้ทุกข์ยากบนเส้นทางแห่งความรักเมตตา”ถ้อยคำเหล่านั้นเป็นสาระสำคัญของสาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาสำหรับวันผู้ป่วยโลก ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ (แม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด ฝรั่งเศส)สมเด็จพระสันตะปาปาทรงตรัสว่า เป็นเวลา 30 ปีนับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ทรงตั้งวันผู้ป่วยสากลขึ้นเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนของพระศาสนจักร “เอาใจใส่ผู้ป่วยและผู้ที่ดูแลพวกเขามากขึ้น”นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงขอบคุณสำหรับความก้าวหน้าอย่างมากในด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลผู้ป่วยในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ระลึกว่าผู้คนจำนวนมากยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ระบบบริการสุขภาพและงานอภิบาลให้บริการได้ไม่ดีพระองค์ทรงตั้งข้อสังเกตว่าการเฉลิมฉลองประจำปีของวันผู้ป่วยสากลเกิดขึ้นที่มหาวิหารนักบุญเปโตร แทนที่จะเป็นในอาเรกีปา ประเทศเปรู (Arequipa, Peru) ตามที่ทรงวางแผนไว้ในตอนแรก เนื่องจากวิกฤตสุขภาพที่กำลังดำเนินอยู่สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสมีขึ้นในช่วงสั้นๆ ไม่กี่เดือนหลังจากที่พระองค์ทรงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเจเมลลี (Gemelli) ในกรุงโรมในช่วงสั้นๆหลังจากได้รับการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ตามกำหนด.‘เมตตาเหมือนพระบิดา’• • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ในสาส์นของพระองค์ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงไตร่ตรองถึงแง่มุมต่างๆของ “ความเมตตา” โดยเริ่มจากความเมตตาของพระบิดาพระองค์ทรงกล่าวว่าพระเมตตาของพระเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของพระองค์และผสมผสาน “ความเข้มแข็งและความอ่อนโยน”“พระเจ้าทรงห่วงใยเราด้วยกำลังของบิดาและความอ่อนโยนของมารดา พระองค์ทรงปรารถนาอย่างไม่หยุดยั้งที่จะให้ชีวิตใหม่แก่เราในพระจิตเจ้า” ‘พระเยซู ความเมตตาของพระบิดา’• • —– ٠
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิสในโอกาสครบรอบปีที่ 55 แห่งวันสันติภาพสากล](https://www.cbct.or.th/message-2022-the-55th-world-day-of-peace/) - “เท้าของผู้นำข่าวดีมาประกาศบนภูเขาช่างงามยิ่งนัก” (อสย. 52:7) คำพูดของประกาศกอิสยาห์กล่าวถึงความบรรเทา เป็นเสียงที่แสดงถึงเครื่องหมายของการบรรเทาใจให้กับผู้ที่อยู่ในดินแดนเนรเทศ ซึ่งพวกเขาตกอยู่ในฐานะผู้ที่ไร้เกียรติและเผชิญความตาย ประกาศกบารุคประหลาดใจได้อุทานออกมาเช่นกันว่า “อิสราเอลเอ๋ย ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงไปอยู่ในดินแดนของศัตรู เหตุใดท่านจึงอยู่ในดินแดนต่างด้าวจนแก่เฒ่า ทำไมท่านจึงต้องถูกรังแกจนถึงตาย ทำไมท่านจึงถูกจัดอยู่ในท่ามกลางผู้ที่นับถือพระเจ้าที่ไม่มีตัวตน?” (บรค. 3: 10-11) สำหรับชนชาติอิสราเอล การเสด็จมาของผู้ที่นำสันติสุขมาหมายถึงพันธสัญญาของการเกิดใหม่จากมูลขยะแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งอนาคตที่สดใส วันนี้หนทางแห่งสันติสุขที่นักบุญเปาโลที่ 6 พระสันตะปาปา เรียกชื่อใหม่ว่าเป็น การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม [1] ซึ่งยังอยู่ห่างไกลจากชีวิตจริงของของผู้คนทั้งชายหญิงจำนวนมาก จึงเท่ากับเป็นการห่างไกลจากครอบครัวมนุษย์ของพวกเรา ซึ่งบัดนี้มีความสัมพันธ์โยงกันอย่างสิ้นเชิง แม้จะมีการใช้ความพยายามมากมายในการสร้างการเสวนาระหว่างนานาชาติ ทว่าเสียงสงครามและความขัดแย้งดูเหมือนจะหนักยิ่งขึ้น ในขณะที่โรคระบาดกำลังขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง ผลของการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศและความทรุดโทรมของธรรมชาติสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศก็น่าเป็นห่วงใยไม่น้อยกว่ากัน มนุษย์ที่หิวโหยเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน และรูปแบบเศรษฐกิจที่มีฐานอยู่บนปัจเจกบุคคลนิยมแทนที่จะมีพื้นฐานอยู่บนการแบ่งปันกันในสังคมกำลังผลักดันโลกอย่างสุดโต่งไม่รู้จักหยุดยั้ง เฉกเช่นในยุคสมัยของประกาศกโบราณกาล ยุคสมัยของพวกเราก็เช่นเดียวกัน เสียงร้องของประชากรและของโลก [2] ต่างส่งเสียงอย่างไม่หยุดยั้งที่เรียกร้องความยุติธรรมและสันติสุข ในทุกยุคทุกสมัยสันติสุขเป็นของขวัญจากเบื้องบนและเป็นผลของการทำงานร่วมกัน อันที่จริงพวกเราเราอาจพูดได้ถึง “สถาปัตยกรรม” แห่งสันติสุขที่สถาบันต่างๆของสังคมช่วยกันสร้าง ซึ่งเป็น “ศิลปะ” แห่งสันติสุขที่รวมถึงพวกเราแต่ละคนด้วย [3] ทุกคนสามารถช่วยกันทำงานเพื่อสร้างโลกให้มีสันติสุขมากยิ่งขึ้นโดยเริ่มจากใจของแต่ละบุคคลซี่งรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและระหว่างนานาชาติด้วย ณ จุดนี้ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะขอเสนอเส้นทาง 3
- ["วิดีโอโป๊ปฟรังซิส : มกราคม 2020 การกีดกัน และการเบียดเบียนทางศ่สนา(2 นาที)"](https://www.cbct.or.th/วิดีโอโป๊ปฟรังซิส-มกรา/)
- [2021 กับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส: การเดินทาง การปฏิรูป และการท้าทายของโควิด](https://www.cbct.or.th/2021-with-pope-francis-journeys-reforms-and-the-challenge-of-covid/) - 2021 กับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส: การเดินทาง การปฏิรูป และการท้าทายของโควิด • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ปี 2021 ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเป็นปีที่เข้มข้น ด้วยการเดินทางเยี่ยมระหว่างประเทศสามครั้ง พระสมณอัตตาณัติ (คำสั่งพระสันตะปาปา Motu Proprios) แปดครั้งในการปฏิรูปต่างๆ การเปิดซีนอด การก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodal path) การวิงวอนเกี่ยวกับประเด็นที่มีความสำคัญระดับโลก และการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเจเมลลี (Gemelli) โดย ซัลวาตอเร เซอร์นูซิโอ 31 ธันวาคม 2021, 12:51 น. การเดินทางเยี่ยมระหว่างประเทศสามครั้ง ตั้งแต่อิรักที่ถูกทำลายล้างด้วยสงครามไปจนถึงบริเวณรอบนอกของสโลวาเกีย และความทุกข์ทรมานของผู้ลี้ภัยในเลสบอส พระสมณอัตตาณัติ (Motu Proprios) แปดครั้งในประเด็นที่หลากหลายพอๆกับศาสนบริการสำหรับผู้หญิง การเปลี่ยนแปลงระบบตุลาการของวาติกัน และระเบียบของพิธีมิสซาแบบเก่า จุดเริ่มต้นของเส้นทางการก้าวเดินไปด้วยกันที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสังฆมณฑลทั้งหมดทั่วโลก การพบกันและการเข้าเฝ้า ตลอดจนงานระดับนานาชาติทั้งในและนอกกรุงโรม และในช่วงกลางปี สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเข้ารับการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ที่โรงพยาบาลเจเมลลีในกรุงโรม ปีที่ผ่านมากับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เราควรรับทราบ โดยพิจารณาจากจำนวนการนัดหมายและภาระของว่าสมเด็จพระสันตะปาปา
- [สมเด็จพระสันตะปาปาทรงนำบทเพลงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า (Te Deum): ขอให้คริสต์มาสนำไปสู่ความกตัญญูและความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน](https://www.cbct.or.th/pope-may-christmas-amazement-lead-to-gratitude-and-solidarity/) - สมเด็จพระสันตะปาปาทรงนำบทเพลงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า (Te Deum): ขอให้คริสต์มาสนำไปสู่ความกตัญญูและความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ในบทเทศน์ของพระองค์เพื่อทำวัตรเย็น (Vespers) และการสวดบทเพลงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า (God, We Praise You : Te Deum) ในวันส่งท้ายปีเก่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงไตร่ตรองถึงปีที่ใกล้จะสิ้นสุดลง และเตือนเราถึงความจำเป็นที่ต้องวางใจในพระเจ้าเสมอ โดย นักเขียนข่าววาติกัน 31 ธันวาคม 2021 ในระหว่างการทำวัตรเย็น (Vespers) ซึ่งนำโดยหัวหน้าคณะพระคาร์ดินัล พระคาร์ดินัล จิโอวานนี บัตติสตา เร (Cardinal Giovanni Battista Re) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเทศน์ให้ระลึกถึงพิธีกรรมคริสต์มาสในสมัยนี้เมื่อธรรมล้ำลึกของการบังเกิดเป็นมนุษย์ปลุกเร้าความรู้สึกอัศจรรย์ และการไตร่ตรองในตัวเรา พระองค์ทรงอธิบายว่า “ความพิศวง” ของพระแม่มารีย์ นักบุญโยเซฟ และผู้เลี้ยงแกะในเบธเลเฮมควรจุดประกายความอัศจรรย์ใจของเราถึงธรรมล้ำลึกของการประสูติของพระคริสต์ และความประหลาดใจนี้จำเป็นต้องลึกซึ้ง สัมผัสหัวใจและความคิดของเรา มิฉะนั้นจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือสังคมของเรา . ดวงตาเปิดกว้างสู่ธรรมล้ำลึกของความเป็นจริง •
- [สมเด็จพระสันตะปาปาทรงพบปะสัตบุรุษ: การตอบสนองต่อวิกฤตการอพยพเป็น ‘เรื่องอัปยศอดสูของมนุษยชาติ'](https://www.cbct.or.th/pope-francis-general-audience-saint-joseph-courage-refugees/) - ในการพบปะสัตบุรุษทั่วไปในวันพุธ ( 29 ธันวาคม 2021) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงไตร่ตรองถึงความกล้าหาญของนักบุญโยเซฟในการช่วยพระเยซูจากการสังหารหมู่ที่เบธเลเฮม และขอให้คริสตชนดำเนินชีวิตตามความกล้าหาญนั้นในชีวิตประจำวันของเรา • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • โดย เดวิน วัตกินส์ 29 ธันวาคม 2021, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงสอนคำสอนต่อเนื่องเรื่องนักบุญโยเซฟในการพบปะสัตบุรุษทั่วไปประจำสัปดาห์ โดยทรงเน้นที่บทบาทของท่านนักบุญในฐานะ “ผู้อพยพที่ถูกข่มเหงและกล้าหาญ” หลังจากการพรรณนาถึงนักบุญโยเซฟในพระวรสารของนักบุญมัทธิว (2:13-23) สมเด็จพระสันตะปาปาได้ทรงกล่าวถึงการสังหารหมู่ของเด็กทุกคนที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบในเมืองเบธเลเฮม ตามคำสั่งของกษัตริย์เฮโรดหลังจากการมาเยือนของพวกโหราจารย์ ความอัปยศของความไม่แน่นอน • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ในการหนีไปอียิปต์เพื่อหนีจากพระพิโรธของกษัตริย์เฮโรด ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ “ต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสูเช่นนี้ และประสบกับความไม่ปลอดภัย ความกลัว และความเจ็บปวดจากการต้องจากบ้านเกิดของตน” ผู้ร่วมสมัยของเราหลายคนถูกบังคับให้อดทนต่อความอยุติธรรมและความทุกข์ทรมานแบบเดียวกัน “สาเหตุมักมาจากความเย่อหยิ่งและความรุนแรงของผู้มีอำนาจ นี่เป็นกรณีของพระเยซูเช่นกัน” ผู้กดขี่ที่โหดร้ายและผู้อพยพที่กล้าหาญ • • —–
- [บทภาวนาเพื่อขอบพระคุณและขอพรพระเจ้าโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (ค.ศ. 2022)](https://www.cbct.or.th/happy-new-year-2022/) - ข้าแต่พระเจ้า พระองค์คือพระผู้สร้างสรรพสิ่ง รวมทั้งทรงกำหนดให้มีเวลา มีวัน เดือน และปี ที่เคลื่อนไป ข้าพเจ้าทั้งหลายขอขอบพระคุณพระองค์ที่ประทานเวลาแก่ข้าพเจ้า พร้อมทั้งประทานโอกาสข้าพเจ้าได้เริ่มต้นใหม่เสมอ ขอขอบพระคุณพระองค์ด้วยความกตัญญูรู้คุณอย่างสุดซึ้ง ข้าพเจ้าทั้งหลายเชื่อมั่นในความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ จึงขอพระองค์นำพาพระศาสนจักร ให้ก้าวหน้าและมั่นคงในงานประกาศข่าวดี ขอพระองค์ประทานพระพรแก่สมเด็จพระสันตะปาปา แก่บรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชชาย-หญิง ผู้ร่วมงานอภิบาลและงานประกาศข่าวดี ขอพระองค์ประทานพระพร พระปรีชาญาณ แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อทรงเจริญด้วยทศพิธราชธรรม นำประชาราษฏรสู่ความสุขสงบร่มเย็น ขอพระองค์ประทานสันติสุขแก่สังคมโลก ที่ใดที่ยังคงมีความขัดแย้ง มีความเกลียดชัง และการทำลายชีวิต ขอพระองค์โปรดแทนที่ด้วยความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยกัน ขอให้ผู้ต้องทนทุกข์และเผชิญความยากลำบาก ได้รับความบรรเทาใจ ขอพระองค์โปรดให้ภัยร้ายต่าง ๆ ที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ได้คลี่คลายและสิ้นสุดลง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ความปกติสุขได้กลับคืนมา ขอฝากประเทศไทย สังคมไทย และพี่น้องชาวไทยทุกคน ไว้ในความคุ้มครองดูแลของพระองค์ ขอให้ความสมัครสมานสามัคคีปรากฏเด่นชัด ด้วยการที่ทุกคนคำนึงประโยชน์สุขของส่วนรวม ขอพระองค์อำนวยพระพรแก่พระศาสนจักรคาทอลิกไทย ให้ร่วมก้าวเดินพร้อมกับพี่น้องคริสตชนคาทอลิกทั่วโลก ตามแนวทางและเจตนารมณ์ของการประชุมซีนอด ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงดำริ
- [สมณลิขิตของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสถึงคู่สมรสสำหรับปี ครอบครัว (Amoris Laetitia Family Year 19 มีนาคม 2021 - 26 มิถุนายน 2022)](https://www.cbct.or.th/lettera-sposi-anno-famiglia-amorislaetitia/) - สมณลิขิตของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ถึงคู่สมรสสำหรับปี ครอบครัว (Amoris Laetitia Family Year 19 มีนาคม 2021 - 26 มิถุนายน 2022) • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ถึงคู่แต่งงานที่รักทั่วโลก! ในปี “ครอบครัวแห่งความชื่นชมยินดีแห่งความรัก” นี้ ข้าพเจ้ากำลังเขียนเพื่อแสดงความรักและความใกล้ชิดในช่วงเวลาพิเศษนี้ ครอบครัวอยู่ในความคิดและคำภาวนาของข้าพเจ้ามาโดยตลอด แต่เป็นพิเศษในช่วงการแพร่ระบาด ซึ่งได้ทดสอบทุกคนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อ่อนแอที่สุดในพวกเรา สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ข้าพเจ้าอยากร่วมก้าวเดินด้วยความถ่อมตน ความรัก และการเปิดกว้างของแต่ละคน แก่คู่สมรส และครอบครัว ในทุกสถานการณ์ที่ท่านพบ เรากำลังถูกขอให้ประยุกต์ชีวิตกับการเรียกที่อับราฮัมได้รับจากพระเจ้า ให้ออกจากดินแดนและบ้านของบิดาไปยังต่างแดน ที่พระเจ้าจะทรงแสดงให้เขาเห็น (เทียบ ปฐมกาล 12:1) เราเองก็เคยพบกับความไม่แน่นอน ความโดดเดี่ยว การสูญเสียคนรัก เราเองก็ถูกบังคับให้ละทิ้งความแน่นอนของเราจาก “โซนสะดวกสบาย” วิธีการทำสิ่งต่างๆ ความใฝ่ฝันของเราที่คุ้นเคย และทำงานเพื่อสวัสดิการของครอบครัวและสังคมโดยรวม ซึ่งขึ้นอยู่กับเราและการกระทำของเรา ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าหล่อหลอมเรา เคียงข้างเรา
- [สมเด็จพระสันตะปาปาในคืนคริสต์มาส: พระเยซูเจ้าทรงแสดงทางจากความเล็กน้อยไปสู่ความยิ่งใหญ่](https://www.cbct.or.th/pope-christmas-night-mass-jesus-shows-way-littleness-greatness/) - ในพิธีมิสซาในคืนวันสมโภชพระคริสตสมภพ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงไตร่ตรองถึงการที่พระเจ้าเสด็จมาในโลกด้วยความไร้เดียงสาในฐานะทารกตัวเล็กๆ ที่ทรงเข้ามาใกล้เราเพื่อสัมผัสหัวใจของเรา สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเฉลิมฉลองพิธีมิสซาในมหาวิหารนักบุญเปโตร โดยมีกลุ่มเล็กๆคอยดูแลกฎความปลอดภัยด้านสุขภาพ โดย นักเขียนข่าววาติกัน 24 ธันวาคม 2021, 20:25 น. ในการฉลองมิสซาคริสต์มาส “ในตอนกลางคืน” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงระลึกถึงความมืดมิด แสงสว่างส่องลงมา ทูตสวรรค์ปรากฏ และการประกาศแก่คนเลี้ยงแกะว่า “วันนี้พระผู้ช่วยให้รอดทรงบังเกิดแก่พวกท่าน คือพระคริสตเจ้า” บอกพวกเขาวิธีค้นหา “พระเจ้าที่ทรงเสด็จลงมายังโลก” ทูตสวรรค์นำพวกเขาไปยังเด็กที่ห่อด้วยผ้าห่อตัว นอนอยู่ในรางหญ้า เด็กยากจนห่อตัวด้วยผ้าห่อตัว • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • ในบทเทศน์ของพระองค์ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงสังเกตความแตกต่างที่เน้นในพระวรสาร ระหว่างความยิ่งใหญ่ของมหาอำนาจทางโลกเมื่อซีซาร์ ออกุสตุสทรงสั่งการให้สำรวจสำมะโนประชากรโลก กับเมืองเล็กๆอย่างเบธเลเฮมที่ซึ่งเราเห็นฉากเด็กแรกเกิดที่ยากจนซึ่งถูกพบในรางหญ้า สาส์นของการประสูติคือ “พระเจ้าไม่ได้ลุกขึ้นด้วยความยิ่งใหญ่ แต่ลดพระองค์ลงสู่ความเล็กน้อย” สมเด็จพระสันตะปาปาทรงอธิบายโดยแสดงให้เห็นว่าความเล็กน้อยเป็นเส้นทางที่พระเจ้าทรงแสดงให้เข้ามาใกล้เรา เพื่อช่วยเราให้รอด เพื่อนำเรากลับมากับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปรากฏในความเล็กน้อย • • —– ٠ ✤ ٠ —– • •
- [คริสต์มาสของพระสันตะปาปา: ความทรงจำและคำภาวนาเพื่ออนาคตของเรา](https://www.cbct.or.th/pope-interview-italian-papers-christmas-memories-prayers-hopes/) - ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อิตาลี “รีพับบลิก้า” / “Repubblica” และ “ลาสแตมปา” / “La Stampa” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงไตร่ตรองถึงความหมายของคริสต์มาสในวันนี้ และหวนคิดถึงความทรงจำอันแสนหวานในวัยเด็กของพระองค์ในบัวโนสไอเรส โดย อาเดรียนา มาซอตติ และ ลินดา บอร์โดนี 24 ธันวาคม 2021, 11:08 น. ในช่วงใกล้จะถึงเทศกาลคริสต์มาส สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงใช้เวลาพูดคุยกับนักข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันของอิตาลี “รีพับบลิก้า” และ “ลาสแตมปา” ที่พระองค์ทรงไตร่ตรองถึงความสำคัญของคริสต์มาสในวันนี้ และทรงระลึกถึงความทรงจำของการเติบโตขึ้นในบัวโนสไอเรส พระองค์ทรงตรัสเกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์ทรงชอบอ่านและกีฬาที่พระองค์ทรงโปรดปราน แต่พระองค์ยังทรงหันความสนใจไปที่ผู้ยากไร้ เด็กที่ป่วย ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรม และอนาคตของมนุษยชาติด้วย ครอบครัวคริสต์มาส • • —– ٠ ✤ ٠ —– • • สมเด็จพระสันตะปาปาทรงตรัสว่า ครอบครัวของพระองค์ในอาร์เจนตินาเป็นประเพณีที่จะเฉลิมฉลองคริสต์มาสในเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ที่บ้านปู่ย่าตายายของพระองค์ ครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงตรัสว่า “เรามาถึงแล้วและคุณยายของพระองค์ยังคงทำ “คัพเพลเลตติ” / “cappelletti”
- [สาส์นวันสันติสากล (ครั้งที่ 55)](https://www.cbct.or.th/peace-day-55/) - การศึกษา การทำงาน และการเสวนาระหว่างชนรุ่นต่างๆ เป็นเครื่องมือสำหรับ การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน “เท้าของผู้นำข่าวดี(สันติภาพ)มาประกาศบนภูเขา ช่างงามยิ่งนัก” (อสย 52:7) คำของประกาศกอิสยาห์ให้กำลังใจ แก่ประชาชนอิสราเอลในแดนเนรเทศ ที่ประสบความรุนแรง การกดขี่ เสียศักดิ์ศรี และความตาย ผู้นำข่าวดีแห่งสันติภาพให้คำสัญญา นักบุญสมเด็จพระสันตะปาปา ปอลที่ 6 เรียกหนทางสู่สันติภาพว่า”การพัฒนาที่สมบูรณ์ “ ปัจจุบันยังมีการระบาดของโควิด ผลการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ความหิวโหย ฯลฯ สันติภาพเป็นทั้งของขวัญจากเบื้องบน และผลของการอุทิศตนทำงานสร้างโลกให้มีสันติภาพมากขึ้น โดยเริ่มจากแต่ละคน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และนานาชาติ โป๊ปฟรันซิสเสนอ 3 แนวทางสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน คือ การเสวนาระหว่างชนรุ่นต่างๆ การศึกษา และการทำงาน การเสวนาระหว่างชนรุ่นต่างๆ เพื่อสร้างสันติภาพ การเสวนาที่จริงใจ เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ดี ต้องมีความไว้วางใจระหว่างผู้ร่วมเสวนา วิกฤติเพิ่มขึ้น ผู้อาวุโสและเยาวชนโดดเดี่ยว ขาดวิสัยทัศน์ การเสวนาเกิดจากการฟังซึ่งกันและกัน แบ่งปันความคิดเห็นที่แตกต่าง ตกลงใจ และก้าวเดินไปด้วยกัน
- [27 ธันวาคม ฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร (St. John, Apostle & Evangelist, feast)](https://www.cbct.or.th/st-john-apostle-evangelist-feast/) - 27 ธันวาคมฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร(St. John, Apostle & Evangelist, feast) นักบุญยอห์น เป็นน้องชายของนักบุญยากอบองค์ใหญ่ ทั้งคู่มาจากครอบครัวชาวประมงที่มีฐานะแห่งทะเลสาบกาลิลี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งคู่ผู้มีสมญาว่า "บุตรแห่งเสียงฟ้าร้อง" (Sons of Thunder) เป็นผู้ช่วยงานของบิดาของพวกเขาที่ชื่อ เศเบดี ทั้งสองพี่น้องได้เคยเป็นศิษย์ของยอห์น บัปติสต์ มาก่อน จนกระทั่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเรียกพวกเขา นักบุญยอห์นเป็นหนึ่งในสามอัครสาวกที่ได้สิทธิพิเศษเป็นพยานด้วยตาในเหตุการณ์อัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าทรงปลุกลูกสาวของไยรัสให้ฟื้นคืนชีพ และเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งเรือง (Transfiguration) นักบุญยอห์นและนักบุญเปโตรต่างก็ถูกส่งเข้าไปในเมืองเพื่อเตรียมการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย และในโอกาสที่สำคัญนั้น นักบุญยอห์นซึ่งเชื่อกันว่าเป็นคนที่หนุ่มสุดในบรรดาอัครสาวก ได้รับอนุญาตให้เอียงศีรษะพิงพระอุระของพระอาจารย์ นักบุญยอห์น "ซึ่งเป็นสานุศิษย์ผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงรัก" ได้รับอนุญาตด้วยให้เข้าไปในวังของคายาฟาสในคืนที่พระเยซูเจ้าทรงถูกทรยศ "ด้วยว่าเป็นที่รู้จักกับมหาสมณะ" ท่านเป็นเพียงหนึ่งเดียวในอัครสาวกทั้งสิบสองที่ได้ยืนอยู่ใต้เชิงกางเขนตลอดพระทรมานของพระคริสต์ และเป็นเพราะท่านเป็นคนที่เอาใจใส่ด้วยความรัก องค์พระผู้ไถ่ซึ่งกำลังจะสิ้นพระชนม์ได้ทรงมอบพระมารดาผู้นิรมลของพระองค์ให้ท่านคอยดูแล ในช่วงวันปัสกาแรกก็เป็นท่านยอห์นอีกนั่นแหละพร้อมกับนักบุญเปโตรที่พากันวิ่งไปที่พระคูหาที่ว่างเปล่า หลังการกลับฟื้นคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าแล้ว เราจะเห็นนักบุญยอห์นดำเนินชีวิตเป็นประจักษ์พยานยืนยันถึงพระเยซูเจ้า พระผู้เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ที่ท่านเห็นว่าเป็นข้อพิสูจน์ที่แท้จริงถึงความใกล้ชิดของพระกับประชากรของพระองค์ เริ่มแรกจากการที่ท่านจดจำพระเยซูเจ้าได้ในการปรากฏองค์แก่บรรดาอัครสาวกบนชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี ต่อมาเป็นท่านอีกนั่นเองกับนักบุญเปโตรที่ทำอัศจรรย์แรกหลังการกลับฟื้นคืนพระชนมชีพ ซึ่งก็คือ การรักษาคนง่อยที่ประตูพระวิหาร และภายหลังจากที่ท่านถูกคุมขังโดยชาวยิว ท่านก็ได้เดินทางไปสะมาเรียเพื่อเยี่ยมเยียนพวกที่กลับใจใหม่ กระทั่งช่วงการเบียดเบียนของกษัตริย์เฮโรด อะกริปปาที่ 1 ประมาณ 12 ปีหลังการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูเจ้า พวกอัครสาวกยังดูเหมือนคงอยู่ในปาเลสไตน์ และเมื่อพวกเขาต้องกระจัดกระจายไป
- [แถลงการณ์ของพระคาร์ดินัล ชาร์ลส โบ](https://www.cbct.or.th/20211226/) - แถลงการณ์ของพระคาร์ดินัล ชาร์ลส โบ 26 ธันวาคม 2021 พี่น้องชาย หญิง และเพื่อนที่รัก ฆาตกรรมหมู่ ชาวบ้าน อย่างน้อย 35 คนผู้บริสุทธิ์ ที่หมู่บ้านโมโซ ปรูโซ รัฐ(กะเหรี่ยง) คะยาห์ (เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2021) เป็นความโหดร้ายน่ากลัว ทำให้หัวใจสลาย ข้าพเจ้าขอประณาม ข้าพเจ้า ภาวนาสำหรับเหยื่อเหล่านั้น บรรดาคนที่พวกเขารัก และผู้รอดชีวิตจากความป่าเถื่อนที่ไร้มนุษยธรรม ร่างของผู้ถูกฆ่า ถูกเผา ในวันคริสตสมภพ ขณะที่คนทั่วโลกฉลองวันประสูติของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ประชาชนที่หมู่บ้านโมโซ ต้องทนทุกข์ ตกใจ และเศร้าโศกเสียใจ เราฉลองแสงสว่าง และชีวิตของเจ้าชายแห่งสันติ ชาวเมียนมาหลายคนอดกลั้นความมืดแห่งความตาย และการทำลาย ประเทศเมียนมาที่รักของเราปัจจุบันเป็นโซนสงคราม ข่าวคืนก่อนวันคริสต์มาส มีการโจมตีรัฐ(กะเหรี่ยง) หลายพันคนต้องหนีข้ามชายแดนไทย หมู่บ้านทันลังในรัฐชิน ถูกทิ้งระเบิด..และพวกเขาต้องหนีข้ามชายแดนไทย ..และอีกหลายภาคของประเทศ ซึ่งข้าพเจ้าภาวนาให้ เมื่อไรเรื่องนี้จะจบสักที เมื่อไรเราจะสามารถชื่นชมกับสันติสุขแท้ด้วยความยุติธรรม
- [สมเด็จพระสันตะปาปาทรงพบประชาชน: ทำให้มีที่ว่างสำหรับพระวาจาผ่านความเงียบ](https://www.cbct.or.th/pope-at-audience-make-room-for-the-word-through-silence/) - ในคำสอนที่พระองค์ทรงพบประชาชนในวันพุธที่ 15 ธันวาคม 2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงไตร่ตรองถึงความเงียบของนักบุญโยเซฟในพระวรสาร โดย คริสโตเฟอร์ เวลส์ 15 ธันวาคม 2021, 08:27 น. “นักบุญโยเซฟด้วยความเงียบของท่านเชื้อเชิญให้เราสร้างที่ว่างสำหรับการดำรงอยู่ของพระวาจาที่สร้างเนื้อหนังเพื่อพระเยซู” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสกล่าวแก่ประชาชนประจำสัปดาห์ ความเงียบเต็มไปด้วยการฟัง อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระสันตะปาปากล่าวต่อไปว่า “ความเงียบของนักบุญโยเซฟไม่ได้เป็นใบ้” แต่กลับเป็น “ความเงียบที่เต็มไปด้วยการฟัง ความเงียบที่อุตสาหะ ความเงียบที่ดึงเอาส่วนลึกภายในอันยิ่งใหญ่ของท่านออกมา” โดยอ้างอิงจากนักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน สมเด็จพระสันตะปาปาทรงอธิบายว่าพระเจ้าพระบิดาตรัสพระวาจา พระบุตรของพระองค์ในความเงียบชั่วนิรันดร์ “และจิตวิญญาณจะต้องได้ยินในความเงียบ” ในชีวิตบนแผ่นดินโลก พระเยซูเองก็มีประสบการณ์แห่งความเงียบเช่นกัน “ตามแบบอย่างประจำวันของพระแม่มารีย์และนักบุญโยเซฟ” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตั้งข้อสังเกตว่า “พระองค์เองทรงแสวงหาพื้นที่แห่งความเงียบงัน… และเชื้อเชิญศิษย์ของพระองค์ให้มีประสบการณ์เช่นนั้น” เช่นกัน มิติแห่งการไตร่ตรองของชีวิต สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเน้นถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามแบบอย่างของนักบุญโยเซฟ “ในการฟื้นมิติแห่งการไตร่ตรองนี้ของชีวิตที่เปิดกว้างด้วยความเงียบ” แต่ตั้งข้อสังเกตว่ามันไม่ง่าย พระองค์กล่าวว่าความเงียบอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวเพราะ “มันขอให้เราค้นหาตัวเองและเผชิญหน้ากับส่วนที่แท้จริงที่สุดของเรา” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเชิญทุกคน “ให้สร้างพื้นที่สำหรับความเงียบซึ่งพระวาจาอื่นสามารถปรากฏได้ นั่นคือของพระจิตเจ้าที่สถิตอยู่ในเรา” สิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการระมัดระวังคำพูดของเรา ซึ่งหากไม่เลือกไว้อาจกลายเป็นความชั่ว และคำพูดของเราอาจกลายเป็น “การเยินยอ การโอ้อวด การโกหก การสบประมาท และการใส่ร้าย” เรียนรู้ที่จะปลูกฝังความเงียบ สมเด็จพระสันตะปาปากล่าวว่า “นี่คือเหตุผลที่เราต้องเรียนรู้จากนักบุญโยเซฟเพื่อปลูกฝังความเงียบ นั่นคือ
- [วันสันติสากล - 1 มกราคม](https://www.cbct.or.th/world-day-of-peace/) - วันสันติสากลซึ่งมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี โดยหลักแล้วเป็นวันฉลองของคาทอลิกที่อุทิศให้กับสันติสากลในวันสมโภชพระนางมารีย์ พระมารดาของพระเจ้า ในโอกาสนี้ โดยปกติสมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำสอนด้านสังคมของคาทอลิก (Catholic Social Teaching ) หัวข้อของงานฉลองคือการสร้างวัฒนธรรมการดูแลอยู่เสมอ สมเด็จพระสันตะปาปาและพระศาสนจักรวาติกันเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลและแบ่งปันความอดทนซึ่งกันและกัน และเพื่อสร้างสังคมที่เน้นค่านิยมทางศีลธรรมอันดีและไม่ยอมแพ้ต่อการล่อลวงให้เพิกเฉยต่อผู้อื่น ประโยชน์ของสังคมที่สงบสุขได้ให้ความสำคัญกับวันสันติสากลโลกทุกปี ประวัติวันสันติสากล วันสันติสากลเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1967 เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ทรงประกาศว่าโลกจำเป็นต้องได้รับความรู้สึกไวและมุ่งเน้นเพื่อสันติภาพและความเข้าใจ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสารของสมเด็จพระสันตะปาปา "สันติภาพบนโลก" และ "การพัฒนาประชาชาติ" สมเด็จพระสันตะปาปาแนะนำให้พระศาสนจักรมีบทบาทมากขึ้นในการค้นหาสันติภาพของโลก ดังนั้นวันที่ 1 มกราคมจึงถูกกำหนดให้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ให้พยายามเพื่อสันติภาพของโลก จากสาร “สันติภาพบนโลก” และ “การพัฒนาประชาชาติ” พระศาสนจักรและสมเด็จพระสันตะปาปาจะมุ่งเน้นการทำงานเพื่อบรรลุสันติภาพโดยการพัฒนาระเบียบในสี่ด้านหลัก: ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับมนุษย์คนอื่น ความสัมพันธ์ของแต่ละบุคคลกับรัฐเฉพาะ ความสัมพันธ์ของรัฐระหว่างรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและรัฐกับชุมชนทั่วโลก พระศาสนจักรกำหนดว่าเพื่อที่จะบรรลุสันติภาพที่แท้จริง วัฒนธรรมแห่งความเข้าใจและความอดทนต้องได้รับการพัฒนา เริ่มต้นจากปัจเจกไปจนถึงรัฐและระดับสากล แม้ว่าหัวข้อสำคัญของวันสันติสากลจะไม่เปลี่ยนแปลง (การสร้างวัฒนธรรมแห่งการดูแล) การรักษาหัวข้อหลักเกี่ยวกับการถือปฏิบัติในวันสันติภาพโลกทุกปีที่ตรึงอยู่กับแนวคิดในการสร้างวัฒนธรรมการดูแล หัวข้อย่อยจะเปลี่ยนทุกๆปีให้ตรงกับความต้องการและประเด็นที่เพิ่มขึ้นของปีนั้น หัวข้อย่อยสำหรับปี 2020 คือ “ความหวัง” ซึ่งเป็นการไว้อาลัยให้กับความทุกข์ทรมานของโลกจาก โควิด-19 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวันสันติภาพโลก อะไรคือความหมายของสันติภาพสำหรับคาทอลิก? สันติภาพในประเพณีคาทอลิกเชื่อมโยงกับคุณธรรมเชิงบวก เช่น
- [13 ธันวาคม ระลึกถึงนักบุญลูเซีย พรหมจารีและมรณสักขี (St. Lucy, Virgin & Martyr, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-lucy-virgin-martyr-memorial/) - 13 ธันวาคมระลึกถึงนักบุญลูเซีย พรหมจารีและมรณสักขี(St. Lucy, Virgin & Martyr, memorial) ตามตำนานที่เล่าขานกันมา นักบุญลูเซียเป็นเด็กสาวเกิดที่เมืองไซราคิวส์ (Syracuse) อยู่บนเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี วันหนึ่งเธอได้ไปที่สักการสถานของนักบุญอากาธา ที่ คาตาเนีย กับมารดาของเธอ ซึ่งต้องรับความทุกข์ทรมานจากโรคโลหิตไหลไม่หยุด (ที่ไม่สามารถควบคุมได้) ในขณะที่กำลังสวดอยู่ที่สักการสถานนั้น มารดาของเธอหายจากโรคอย่างอัศจรรย์ นักบุญลูเซียจึงได้ตัดสินใจสละทรัพย์สมบัติฝ่ายโลกเพื่อไปทำงานรับใช้คนยากคนจน และได้ปฏิญาณว่าจะถือพรหมจรรย์ และยกเลิกการแต่งงานกับชายหนุ่มตระกูลสูงที่เคยกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อจะมอบชีวิตของเธอทั้งครบแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ชายหนุ่มคู่หมั้นหมายโกรธมากที่เธอทำเช่นนี้ จึงได้กล่าวหาเธอต่อหน้ากงสุลโรมันว่าเธอเป็นคริสตชน ซึ่งถือว่าเป็นการหมิ่นเกียรติต่อกฎหมายของจักรวรรดิโรมัน แต่เธอกลับประกาศความเชื่อของเธออย่างกล้าหาญ เธอจึงถูกตัดสินให้รับความทรมานโดยไฟและน้ำมันเดือด เธอยอมรับทรมานแสนสาหัสโดยไม่ถอยหนี และไม่แสดงความอ่อนแอให้ปรากฏเลย เธอกล่าวว่า "พระเจ้าได้ทรงให้ฉันต้องสู้ทนกับสิ่งเหล่านี้ เพื่อปลดปล่อยคริสตชนให้เป็นอิสระจากความกลัวที่จะต้องทุกข์ทรมาน" และแม้เธอจะถูกดาบจ้วงฟันเข้าไปถึงคอหอย แต่เด็กสาวผู้นี้ยังไม่สิ้นลม จนกระทั่งเธอได้รับศีลมหาสนิทสำหรับการเดินทางครั้งสุดท้ายไปสู่สวรรค์ เธอสิ้นชีพในช่วงการเบียดเบียนของจักรพรรดิดิโอเคลเตียน (Diocletian) ในปี ค.ศ. 304 "ฉันเป็นเพียงผู้รับใช้ผู้ยากจนขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์เพียงผู้เดียวที่ฉันถวายทุกสิ่งเป็นพลีบูชาฉันไม่มีสิ่งใดให้มอบถวายอีกแล้วนอกจากตัวฉันเท่านั้น"นักบุญลูเซีย (ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือThe Book of Saints, Text by Victor
- [ฉลองนักบุญ วันที่ ๑๒ ธันวาคม แม่พระแห่งกัวดาลูป Our Lady of Guadalupe](https://www.cbct.or.th/our-lady-of-guadalupe/) - ฉลองนักบุญ วันที่ ๑๒ ธันวาคมแม่พระแห่งกัวดาลูปOur Lady of Guadalupe ในปี ๑๕๓๑ "สตรีจากสวรรค์" ได้ปรากฏแก่นักบุญฮวน ดิเกโอ ชาวพื้นเมืองยากจน ที่ Tepeyac เนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโกซิตี้ พระนางประกาศตนว่าเป็นพระมารดาของพระเจ้าเที่ยงแท้และบอกให้เขาไปแจ้งสังฆราชให้สร้างวัดบนที่แห่งนั้น พระนางยังประทับภาพของพระนางภายในเสื้อคลุมของเขาอย่างน่าอัศจรรย์ เสื้อคลุมนี้จะค่อยๆ เสื่อมลงภายใน ๒๐ ปีแต่ไม่ปรากฏอาการเน่าเปื่อยเลย หลังจากเวลานานกว่า ๔๗๐ ปีจนทุกวันนี้ เสื้อคลุมผืนนี้ยังคงสร้างความพิศวงงงงวยแก่วงการวิทยาศาสตร์ว่ามีที่มาอย่างไร สิ่งที่เห็นปรากฏชัดเจนในเสื้อคลุมนั้น คือในดวงตาของแม่พระแห่งกัวดาลูป เราเห็นภาพสะท้อนของสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเธอในปี ๑๕๓๑ ข่าวสาสน์แห่งความรักและเมตตาคำสัญญาจะช่วยเหลือและปกป้องมนุษยชาติรวมทั้งเหตุการณ์ประจักษ์ถูกเขียนเล่าไว้ใน "Nican Mopohua" เอกสารศตวรรษที่ ๑๖ ด้วยภาษาท้องถิ่น Nahuatl มีเหตุผลที่น่าเชื่อว่า ณ Tepeyac พระนางมารีย์เสด็จมาด้วยพระวรกาย และมือของพระนางได้จัดวางดอกกุหลาบในเสื้อคลุมของฮวน ดิอาโก ซึ่งทำให้การประจักษ์นี้พิเศษเฉพาะยิ่ง เกิดอัศจรรย์มากมายการเยียวยารักษาและการให้ความช่วยเหลือจากการวอนขอแม่พระแห่งกัวดาลูป แต่ละปีคนประมาณ ๑๐ ล้านมาที่สักการสถานนี้ ทำให้เม็กซิโกซิตี้เป็นวิหารแม่พระที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และมีคนมาเยี่ยมชมมากที่สุดรองจากมหาวิหารนักบุญเปโตรในวาติกัน พระสันตะปาปา ๒๔ องค์ได้ถวายเกียรติเป็นทางการแด่แม่พระแห่งกัวดาลูป พระสันตะปาปายอห์น ปอล
- [8 ธันวาคม สมโภชพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล ( Immaculate Conception of the Blessed Virgin Mary, solemnity )](https://www.cbct.or.th/immaculate-conception-of-the-blessed-virgin-mary-solemnity/) - 8 ธันวาคมสมโภชพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล( Immaculate Conception of the Blessed Virgin Mary, solemnity ) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1854 พระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ได้ทรงทำตามเสียงเรียกร้องของบรรดาพระสังฆราชคาทอลิกทั่วโลก ให้มีการประกาศอย่างสง่าในสมณสาส์น หรือสมณโองการของพระองค์ที่ชื่อว่า "Ineffabilis Deus" ว่าดังนี้ : "เราขอประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการ และให้คำนิยามว่า ข้อความเชื่อที่สอนว่าพระนางมารีย์พรหมจารีนั้นทรงได้รับการพิทักษ์รักษาไว้ ตั้งแต่แรกเริ่มของการปฏิสนธิของพระนางโดยพระหรรษทานและเอกสิทธิ์เฉพาะขององค์พระผู้ทรงสรรพานุภาพ และเพราะฤทธิ์กุศลทั้งมวลของพระเยซูคริสต์ พระผู้ไถ่ของมวลมนุษยชาติ ให้ทรงเป็นอิสระจากมลทินทั้งสิ้นของบาปกำเนิด นี่คือการไขแสดงจากพระเจ้า และต้องเชื่ออย่างหนักแน่นมั่นคงโดยสัตบุรุษทุกคน" มีคำกล่าวอ้างถึงมากมายในงานเขียนของบรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักรในสมัยแรกๆ ตั้งแต่ไม่กี่ปีหลังมรณภาพของนักบุญยอห์น ซึ่งบอกเป็นนัยถึงความเชื่อเรื่องการปฏิสนธินิรมลของพระนางมารีย์ ในพระศาสนจักรตะวันออกมีการสมโภชเรื่องนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ส่วนทางตะวันตกตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 การประกาศกฤษฎีกาข้อนี้นับเป็นบทสรุปสูงสุดของธรรมเนียมที่ถือกันมาหลายศตวรรษแล้ว ในเรื่องของการเฉลิมฉลองทางพิธีกรรมว่าพระนางมารีย์ทรงถือกำเนิดมาโดยไม่มีบาป และสถานะชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของพระนาง ถ้าพิจารณาจากธรรมประเพณีที่เก่าแก่ในเรื่องนี้ มีสิ่งน่าสนใจที่ควรรับรู้ว่า สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น มหาวิทยาลัยแห่งกรุงปารีส ในปี ค.ศ. 1497 ได้เรียกร้องนักศึกษาให้คำสาบานว่าจะป้องกันและยืนยันถึงเรื่องการปฏิสนธินิรมลของพระนางมารีย์ ต่อมาหลังปี ค.ศ.
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ปี C](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึง-อาทิตย์-6/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ ปี C “พระวาจาของพระเจ้ามาถึงยอห์นบุตรของเศคาริยาห์ในถิ่นทุรกันดาร” พระวรสารของนักบุญลูกาอาทิตย์นี้เล่าย้อนเพื่อให้เราเห็นภาพและวันเวลาทางประวัติศาสตร์ ในปีที่สิบห้าแห่งรัชกาลพระจักรพรรดิทิเบรีอัส คือประมาณปี ค.ศ. 28 หรือ 29 ปอนทิอัส ปิลาต เป็นผู้ว่าราชการแคว้นยูเดีย (เขาทำหน้าที่เป็นผู้แทนของกรุงโรมประจำกรุงเยรูซาเล็ม ระหว่าง ค.ศ. 26-30) และยังเอ่ยชื่อบุคคลอื่นๆ ที่มีอำนาจทางการเมือง หรือไม่ก็เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของอำนาจที่แท้จริงที่มีศูนย์กลางที่กรุงโรม จากนั้นก็เอ่ยถึงอำนาจสูงสุดทางศาสนาของชาวยิว ว่าอยู่ในมือของอันนาสและคายาฟาส ซึ่งเป็นหัวหน้าสมณะ ว่าช่วงเวลานี้แหละเป็นช่วงเวลาที่พระเยซูเจ้ากำลังจะทรงเริ่มพระภารกิจในการประกาศข่าวดี น่าแปลกที่พระวจนะของพระเจ้ามิได้มาถึงผู้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ทางฝ่ายบ้านเมืองในเวลานั้น และไม่ได้มาถึงผู้มีอำนาจทางศาสนายิวในเวลานั้นด้วยเช่นกัน แต่กลับมาถึงยอห์นบุตรของเศคาริยาห์ ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไรนัก ไม่ได้มาที่กรุงโรมที่เป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจทางการเมือง และไม่ได้มาที่กรุงเยรูซาเล็มที่เป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจทางศาสนา แต่ลงมาที่ถิ่นทุรกันดารที่ยอห์นอาศัยอยู่ ยอห์นจึงเดินทางไปยังแม่น้ำจอร์แดน เทศน์สอนเรื่องพิธีล้าง ซึ่งแสดงการเป็นทุกข์กลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป ซึ่งเรื่องนี้มีคนอธิบายว่า ท่านยอห์นเทศน์สอน (ร้องตะโกน)เรื่องพิธีล้าง (การดำลงสู่)ซึ่งแสดงการเป็นทุกข์กลับใจ (ความเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง)ถ้ามาเรียงประโยคใหม่ตามที่ตีความคือ “ยอห์นร้องตะโกนให้ดำลงสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง” (เทียบบาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม, พระวาจากับชีวิตปี C เล่ม 1 /, หน้า 20-24) นอกจากนี้ ยังเขียนย้อนระลึกไปถึงถ้อยคำของประกาศกอิสยาห์ “….จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า…….”
- [ธรรมนูญความเป็นเอกภาพของบิชอป (Episcopalis communio) ของพระสันตะปาปาฟรานซิสเกี่ยวกับซีนอดของคณะบิชอป](https://www.cbct.or.th/apostolic-constitution-episcopalis-communio-2/) - 1. ความเป็นเอกภาพของบิชอป (episcopalis communio) ปรากฏให้เห็นได้ทั้งคำว่าพร้อมกับและภายใต้เปโตรเป็นพิเศษในการประชุมซีนอดของบรรดาบิชอป ซีนอดของคณะบิชอปที่สถาปนาขึ้นโดยพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1965 นั้น เป็นผลพวงที่ล้ำค่าที่สุดแห่งสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 [1] ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา – ในฐานะที่เป็นสถาบันใหม่ทว่าเก่าแก่ในเรื่องแรงบันดาลใจ – ได้ให้การสนับสนุนอย่างมีประสิทธิภาพให้กับพระสันตะปาปาด้วยช่องทางที่พระศาสนจักรเองสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เกี่ยวกับเรื่องที่มีความสำคัญที่ต้องการความรู้ และการตัดสินใจเป็นพิเศษ เพื่อความดีงามของพระศาสนจักรทั้งครบ โดยอาศัยวิธีนี้คือซีนอดของคณะบิชอป “ที่เป็นผู้แทนแห่งหมู่คณะบิชอปทุกองค์จะแสดงความจริงให้ปรากฏว่าบิชอปทุกองค์มีความเป็นเอกภาพในฐานันดรแห่งความเอื้ออาทรส่งเสริมต่อกันเพื่อพระศาสนจักรสากล” [2] เกินกว่าห้าสิบปีมาแล้วที่ซีนอดของคณะบิชอปได้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงคุณค่าแห่งการแบ่งปันความรู้ การสวดภาวนาร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างซื่อสัตย์ การทำให้ความเชื่อของคริสตชนมีความลึกล้ำยิ่งขึ้น การปฏิรูปโครงสร้างของพระศาสนจักร และการส่งสริมงานอภิบาลทั่วโลก โดยอาศัยวิธีนี้ ณ ที่ประชุมซีนอดไม่เพียงแต่จะรับใช้ในฐานะที่เป็นสถาบันอภิสิทธิ์ของการตีความ และการให้การยอมรับอำนาจการสั่งสอนแห่งสภาสังคายนาเท่านั้น แต่ยังจะให้ความสำคัญในการกระตุ้นอำนาจการสั่งสอนต่อๆ ไปของพระสันตะปาปาอีกด้วย ทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ณ จุดหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์พระศาสนจักรที่กำลังเริ่ม “ศักราชใหม่แห่งการประกาศพระวรสาร” [3] เรียกร้อง “พระศาสนจักรทั่วโลก... ต้องมีสถานภาพแห่งการกระทำพันธกิจ” [4] ซีนอดของคณะบิชอปก็เช่นเดียวกับทุกสถาบันของพระศาสนจักร จะต้องเป็น “ช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการประกาศพระวรสารในโลกทุกวันนี้แทนที่จะมัวแต่ปกป้องโครงสร้างตนเอง” [5] ที่สำคัญที่สุดต้องรับรู้ว่า
- [วันที่ 3 ธันวาคม ฉลองนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ พระสงฆ์ องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง ( St. Francis Xavier, Priest, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-francis-xavier-priest-memorial/) - วันที่ 3 ธันวาคมฉลองนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ พระสงฆ์ องค์อุปถัมภ์ของมิสซัง( St. Francis Xavier, Priest, memorial ) ความคิดที่ว่าในแผนการของพระเจ้าจะทรงทำให้ท่านได้กลายเป็นหนึ่งในบรรดานักบุญมิชชันนารีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ตามแบบอย่างของนักบุญเปาโล อัครสาวก นั้นไม่เคยอยู่ในหัวขุนนางหนุ่มชาวบาสก์ (Basque) ผู้นี้เลย ท่านเพียงอยากเป็นนักการศึกษาและนักปรัชญาผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หรือไม่ก็ประกอบอาชีพทางศาสนจักรให้กับบ้านเกิดของท่านที่ Navarre (Spain) ซึ่งบิดาของท่านเป็นประธานของสภาขุนนาง แต่เมื่อร่ำเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปารีสที่มีชื่อเสียง ท่านได้ถูกเกลี้ยกล่อมโดยนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลา ซึ่งตลอดระยะเวลาสองปีที่อยู่ด้วยกันนั้น ได้เตือนท่านอย่างไม่หยุดหย่อนว่า "ประโยชน์อะไรที่จะได้ทั้งโลกเป็นกรรมสิทธิ์ แต่ต้องมาเสียวิญญาณไป" ฟรังซิส เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1506 บิดามารดาคือ Don Juan de Jassu และ Maria de Alpilcueta ท่านเป็นลูกคนที่ 2 ในจำนวนรวม 7 คน ได้ปฏิญาณเข้าเป็นคณะเยสุอิตรุ่นแรกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1534 รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 24
- [วิดีโอโป๊ป 12/2021 : บรรดาครูคำสอน ( 2 นาที)](https://www.cbct.or.th/วิดีโอโป๊ป-12-2021-บรรดาครูคำส/)
- [ภูมิปัญญาของมด 11 ข้อ (6.09 นาที)](https://www.cbct.or.th/yj7pr/)
- [วันที่ 30 พฤศจิกายน ฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก ( St. Andrew Apostle, feast )](https://www.cbct.or.th/st-andrew-apostle-feast/) - วันที่ 30 พฤศจิกายนฉลองนักบุญอันดรูว์ อัครสาวก( St. Andrew Apostle, feast ) นักบุญอันดรูว์ ซึ่งชื่อภาษากรีกของท่านมีความหมายว่า "กล้าหาญแบบผู้ชาย" เป็นบุตรของโยนาห์ เป็นน้องของนักบุญเปโตร และทั้งคู่มีอาชีพเป็นชาวประมงของเมืองคาเปอรนาอุม อยู่ชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี แรกเริ่มเขาเป็นศิษย์ของยอห์น บัปติสต์ เมื่อยอห์น บัปติสต์ชี้ไปที่พระเยซูเจ้าว่าเป็นพระเมสสิยาห์ เขาก็รีบกลับไปหานักบุญเปโตร และด้วยความเชื่อที่เปี่ยมล้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีคำเทศนาและอัศจรรย์มาทำให้เกิดความมั่นใจ ทั้งคู่ก็ได้กลับกลายเป็น "ชาวประมงจับมนุษย์" ตามที่พระคริสต์ทรงสั่ง จริงๆแล้ว ตามธรรมประเพณีของพวกไบซันไทน์สมัยแรกๆ (early Byzantine tradition) เรียกนักบุญอันดรูว์ว่า "protokletos" แปลว่า "เรียกครั้งแรก" หรือ "ถูกเรียกคนแรก" (= "first called") ให้เป็นอัครสาวกขององค์พระผู้เป็นเจ้า ในการลำดับรายชื่ออัครสาวกที่หลากหลาย ชื่อของอันดรูว์จะอยู่ในลำดับที่สอง แสดงว่าท่านได้รับเกียรติในระหว่างบรรดาอัครสาวก ซึ่งเราเห็นเหตุการณ์จริงปรากฏชัดตอนที่มีชาวกรีกพวกหนึ่งมาขอฟิลิปให้พาไปพบและสนทนากับพระอาจารย์เจ้า ฟิลิปจึงไปบอกอันดรูว์ แล้วอันดรูว์กับฟิลิปก็ไปหาพระเยซูเจ้า (เทียบ ยน 12:20-22) และเมื่ออันดรูว์ รวมทั้งเปโตร ยากอบ และยอห์น ได้เสาะหาเครื่องหมายของกาลเวลาเกี่ยวกับวันสิ้นโลก
- [ความสุขแท้สำหรับบรรดาบิชอป](https://www.cbct.or.th/beatitudes-of-the-bishops/) - โป๊ปฟรันซิสได้ตรัสกับบรรดาบิชอปแห่งประเทศอิตาลี (23 พฤศจิกายน 2021)มากกว่า 200 คน เกี่ยวกับความสุขแท้ ของบรรดาบิชอป(Beatitudes of the bishops)ในการประชุมสามัญ ที่กรุงโรม ซึ่งเหมาะสำหรับบิชอปคาทอลิกทั่วโลกประมาณ 5,600 คน (สถิติ 2020) แนวคิดมาจากบทเทศน์บนภูเขาในพระวรสารนักบุญมัทธิว บทที่ 5 เป็นรูปแบบสำหรับผู้เลี้ยงแกะที่ดีในศตวรรษที่ 21ด้วย ดังนี้ บิชอปผู้ปฏิบัติความยากจน และดำเนินชีวิตเรียบง่าย เพราะเขากำลังสร้างอาณาจักร สวรรค์ด้วยประจักษ์พยานชีวิต ย่อมเป็นสุข บิชอปผู้ไม่กลัว หลั่งน้ำตาบนใบหน้า เพื่อสะท้อนความทุกข์ของประชาชน และงานของบรรดา บาทหลวง และผู้พบการปลอบใจของพระเจ้าในการโอบกอดผู้มีความทุกข์ ย่อมเป็นสุข บิชอปผู้พิจารณาศาสนบริการว่าเป็นการบริการ ไม่ใช่แสดงอำนาจ ผู้ถ่อมตนเป็นพลังให้สิทธิ แก่ทุกคนอยู่ในหัวใจ เพื่อให้แผ่นดินพระสัญญาแก่ผู้อ่อนแอ ย่อมเป็นสุข บิชอปผู้ไม่ปิดขังตนเองในตึกการปกครอง ผู้ไม่กลายเป็นผู้มีพิธีรีตองมากเกินไป สนใจ สถิติมากกว่าใบหน้า สนใจระเบียบการมากกว่าเรื่องราว บิชอปผู้แสวงหาการต่อสู้อยู่ข้างประชาชน เพื่อความฝันเรื่องความยุติธรรมของพระเจ้า เพราะการพบปะองค์พระผู้เป็นเจ้า ในความสงบแห่งการอธิษฐานประจำวัน จะหล่อเลี้ยงเสริมกำลังเขา ย่อมเป็นสุข บิชอปผู้มีหัวใจในความทุกข์ของโลก ผู้ไม่กลัวมือเปื้อนโคลนของวิญญาณมนุษย์
- [บทเทศน์ในพิธีบูชาขอบพระคุณของพระสันตะปาปาฟรานซิส วันสมโภชพระเยซูคริสต์กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล](https://www.cbct.or.th/homily-christ-the-king-21-november-2021/) - ภาพพจน์สองภาพจากพระวาจาของพระเจ้าที่พวกเราเพิ่งได้ฟังมาสามารถช่วยให้พวกเราเข้าใจถึงพระเยซูคริสต์กษัตริย์แห่งสากลจักรวาล ประการแรกนำเอามาจากคัมภีร์ภาคหนังสือวิวรณ์ ซึ่งได้ทำนายล่วงหน้าไว้แล้วโดยประกาศกดาเนียลในบทอ่านที่หนึ่ง ซึ่งกล่าวว่า “พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับเมฆ” (วว. 1: 7; ดนล. 7: 13) การอ้างอิงนี้เป็นการเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระเยซูคริสต์ดุจพระเจ้าเมื่อสิ้นสุดประวัติศาสตร์ ภาพที่สองนำมาจากพระวรสาร: พระเยซูคริสต์ทรงยืนอยู่ต่อหน้าปิลาตและตรัสกับเขาว่า “เราคือกษัตริย์” (ยน. 18: 37) ลูก ๆ เยาวชนที่รัก นี่เป็นโอกาสดีที่พวกเราจะหยุดคิดสักนิดหนึ่งเกี่ยวกับสองภาพพจน์นี้ของพระเยซูคริสต์ในขณะที่พวกเรากำลังเริ่มก้าวเดินทางสู่วันเยาวชนโลกปี ค.ศ. 2023 ณ กรุงลิสบอน ประเทศปอร์ตุเกส ดังนั้นให้พวกเรามาไตร่ตรองภาพแรกกันก่อน: พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาพร้อมกับเมฆ ภาพพจน์นี้แสดงให้เห็นถึงการเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระเยซูคริสต์เมื่อสิ้นพิภพ ทำให้พวกเรารับรู้ว่าคำตัดสินสุดท้ายเกี่ยวกับชีวิตของพวกเราจะเป็นคำพิพากษาของพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่เป็นของพวกเรา พระคัมภีร์บอกพวกเราว่าพระองค์จะทรงเป็นผู้ที่ “เสด็จมาเหนือเมฆ” (สดด. 68: 5) ซึ่งอำนาจของพระองค์นั้นอยู่ในสวรรค์ (เทียบ ibid. ข้อ 34) พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ทรงเป็นดวงอาทิตย์ที่เสด็จมาจากเบื้องบนและไม่มีวันตกดิน เป็นพระองค์เดียวที่ทรงคงอยู่ตลอดกาลนิรันดร์ในขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านพ้นไป และทรงเป็นความหวังอันแน่นอนนิจนิรันดร์ของพวกเรา พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า คำพยากรณ์แห่งความหวังนี้ส่องสว่างให้กับราตรีที่มืดมิดของพวกเรา ซึ่งบอกพวกเราว่าพระเจ้าจะทรงเสด็จมาจริง พระองค์ทรงประทับอยู่ท่ามกลางพวกเราและทรงปฏิบัติการท่ามกลางพวกเรา ทรงชี้นำประวัติศาสตร์ของพวกเราให้เข้ามาหาพระองค์ ให้เข้าหาความดี พระองค์เสด็จมา “พร้อมกับกลุ่มเมฆ”
- [ความรักในครอบครัว : การอบรมสั่งสอนบุตร (พากย์ไทย 5.36 นาที)](https://www.cbct.or.th/ความรักในครอบครัว-การอ/)
- [24 พฤศจิกายน ระลึกถึง นักบุญอันดรูว์ ดุง-ลัก พระสงฆ์และเพื่อนๆมรณสักขีชาวเวียดนาม (SS. Andrew Dung-Lac, Priest, and Companions, Martyrs, memorial)](https://www.cbct.or.th/ss-andrew-dung-lac-priest-and-companions-martyrs-memorial/) - 24 พฤศจิกายนระลึกถึง นักบุญอันดรูว์ ดุง-ลัก พระสงฆ์และเพื่อนๆมรณสักขีชาวเวียดนาม(SS. Andrew Dung-Lac, Priest, and Companions, Martyrs, memorial) เวียดนาม(ในอดีตขณะนั้นแบ่งอาณาจักรเป็น 3 ส่วน) ได้รับความเชื่อเป็นคริสตชนโดยผ่านทางชาวโปรตุเกส สำนักแพร่ธรรมแรกได้ถูกเปิดขึ้นที่เมืองดานัง ในปี ค.ศ. 1615 โดยพวกมิชชันนารีคณะเยซูอิต ซึ่งได้ทำงานกับชาวคาทอลิกในญี่ปุ่น แต่ถูกขับไล่ออกมา และต่อมามีชาวฝรั่งเศส กับ สเปน มาแพร่ธรรมตามลำดับ มีการเบียดเบียนอย่างรุนแรงเป็นช่วงๆ มิชชันนารีทุกคนถูกห้าม และบรรดาผู้ปกครองพยายามขับไล่และลบร่องรอยความเป็นคริสตชน โดยสั่งให้ผู้ที่กลับใจทิ้งศาสนาด้วยการเหยียบไม้กางเขน ประมาณว่ามีหนึ่งแสนถึงสามแสนคนที่เป็นเหยื่อโดยต้องสู้ทนความยากลำบากนานาชนิด และโดนทรมานถึงตาย กลุ่มสุดท้ายที่เป็นมรณสักขีมีจำนวนฆราวาส 17 คน ซึ่งรวมถึงเด็กชายอายุ 9 ปีคนหนึ่งด้วย จนถึงปี ค.ศ. 1862 จึงมีสนธิสัญญากับฝรั่งเศสรับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาคาทอลิก แม้ว่าต่อมาจะไม่ถึงกับหยุดการเบียดเบียนทุกอย่างก็ตาม (คือ ยังพอมีการเบียดเบียนอยู่บ้าง) ในบรรดามรณสักขีช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1820 - 1862 มี อันดรูว์ ดุง-ลัก พระสงฆ์และเพื่อนๆมรณสักขีอีก
- [CBCT Newsletter May-August 2021](https://www.cbct.or.th/cbct-newsletter-may-august-2021/)
- [รอยความทรงจำ "บ้านเณร" บางนกแขวก : เรื่องนี้มีตำนาน](https://www.cbct.or.th/vdo20211117/)
- [18 พฤศจิกายน วันครบรอบการถวายพระวิหารนักบุญเปโตร และนักบุญเปาโล อัครสาวก (Dedication of the Basilicas of St. Peter and St. Paul)](https://www.cbct.or.th/dedication-of-the-basilicas-of-st-peter-and-st-paul/) - 18 พฤศจิกายนวันครบรอบการถวายพระวิหารนักบุญเปโตร และนักบุญเปาโล อัครสาวก(Dedication of the Basilicas of St. Peter and St. Paul) (1) พระวิหารนักบุญเปโตร วัดหลังแรกที่สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงได้ก่อสร้างบนหลุมฝังศพของนักบุญเปโตร ตั้งอยู่ปลายเนินวาติกันในกรุงโรมนั้น เป็นผลงานของนักบุญ อนาคลีตุส, พระสันตะปาปา (Pope St. Anacletus) ราวปี ค.ศ. 79 - 92 ณ ที่นี้พระธาตุของพระสันตะปาปาองค์แรกถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีนับตั้งแต่นั้นมา ยกเว้น ช่วงระยะเวลาสั้นๆในปี ค.ศ. 258 มีการนำไปหลบซ่อนไว้ในคาตาคอมป์นักบุญเซบาสเตียน เพื่อปกป้องให้รอดพ้นจากการดูหมิ่นศาสนาในช่วงการเบียดเบียนของจักรพรรดิวาเลเรียน (Valerian) มาในสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินผู้ยิ่งใหญ่ ได้ทรงสร้างบาสิลิกาที่สง่างามขึ้นมาเหนือหลุมศพนักบุญเปโตร ในปี ค.ศ. 319 มีการปรับปรุงอีกหลายครั้งในกาลเวลาต่อมา และเมื่อเก่ามากจนใกล้จะพังทลายแล้ว พระสันตะปาปาจูลีอุส ที่ 2 (Pope Julius II) จึงทรงสั่งทุบทิ้งทั้งหมด และให้สร้างขึ้นใหม่ โดยทรงเสกศิลาฐานของพระวิหารเมื่อวันที่ 18 เมษายน
- [17 พฤศจิกายน ระลึกถึงนักบุญ เอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี นักบวช (1207 - 1231) ( St Elizabeth of Hungary, Religious, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-elizabeth-of-hungary-religious-memorial/) - 17 พฤศจิกายนระลึกถึงนักบุญ เอลีซาเบ็ธ แห่งฮังการี นักบวช (1207 - 1231)( St Elizabeth of Hungary, Religious, memorial ) นักบุญเอลีซาเบ็ธ เป็นพระธิดาของกษัตริย์อันดรูว์ที่ 2 (King Andrew II) แห่งฮังการี กับพระนาง Gertrude of Andechs - Meran (และเป็นหลานของนักบุญเฮดวิก = St Hedwig) ทรงถูกหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็กกับหลุยส์ที่ 14 พระโอรสของ Hermann I, Landgrave of Thuringia ดังนั้นตั้งแต่อายุ 4 ขวบก็ได้รับการเลี้ยงดูที่ปราสาท Wartburg และได้รับการศึกษาที่สำนักแห่ง Thuringia ซึ่งเป็นสำนักที่โดดเด่นและเจริญรุ่งเรืองมากในเยอรมันสมัยนั้น นอกจากจะมีความศรัทธามากมาตั้งแต่เยาว์วัยแล้ว ทำให้ต่อมาเธออุทิศตนทำงานสังคมสงเคราะห์และด้วยความสุภาพ เธอจึงปฏิเสธที่จะสวมมงกุฎที่ทำด้วยเพชรและทองเข้าวัด - "ฉันจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ฉันรักทรงสวมเพียงแค่มงกุฎหนาม" และเมื่อถึงอายุ 14
- [ครอบครัวสถานที่แห่งการให้อภัย](https://www.cbct.or.th/20211115/) - ข้อคิดของโป๊ปฟรานซิส ไม่เกี่ยวกับศาสนา พระองค์ให้ข้อคิดดีๆเกี่ยวกับครอบครัว ไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เราไม่มีผู้ปกครองที่สมบูรณ์แบบ ตัวท่านเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ เราไม่ได้แต่งงานกับคนที่สมบูรณ์แบบ หรือ เราไม่มีลูกๆที่สมบูรณ์แบบ เราบ่นกัน เราไม่สามารถเจริญชีวิตด้วยกัน โดยปราศจากการทำผิดต่อกัน เราผิดหวังบ่อยๆ ใช่ ...เพราะเหตุผลมากมายในเวลาต่างๆ เราถูกทำให้ผิดหวังโดยกันและกัน ไม่มีการแต่งงานที่ดี หรือครอบครัวที่ดี โดยไม่ต้องปฏิบัติการให้อภัย การให้อภัยเป็นยารักษา ครอบครัวให้ยินดี และมีความสุข การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อสุขภาพทางอารมณ์ และการอยู่รอดฝ่ายจิต ไม่ว่าความผิดหรือ ผู้กระทำความผิด ปราศจากการให้อภัยแล้ว ครอบครัวจะกลายเป็นสังเวียนแห่งข้อขัดแย้ง และป้อมปราการแห่งความชั่วร้าย ปราศจากการให้อภัย ครอบครัวจะป่วย และไม่แข็งแรง การให้อภัยเป็นการปลอดเชื้อ ของวิญญาณ การทำให้จิตใจบริสุทธิ์ และหัวใจมีอิสรภาพ ไม่มี บาปใดหนักเกินให้อภัย บุคคลผู้ไม่ยอมให้อภัย จะไม่มีสันติสุขในวิญญาณ และไม่มีสัมพันธ์กับพระเจ้า การไม่ให้อภัยเป็นความชั่ว และยาพิษที่ทำร้าย และทำลายชีวิตของคนนั้นผู้ปฏิเสธการให้อภัย การไม่ยอมให้อภัยเป็นการทำลายตนเอง คนที่ไม่ให้อภัยเป็นผู้ป่วยทางร่างกาย อารมณ์ และจิตวิญญาณ และเขาจะทนทุกข์ในสองทาง ด้วยเหตุนี้ครอบครัวต้องเป็นสถานที่แห่งชีวิต ไม่ใช่ความตาย สถานที่แห่งการให้อภัย สถานที่ของสวรรค์ ไม่ใช่นรก
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/33yearb/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา ปี B “ส่วนเรื่องวันและเวลานั้น ไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาทูตสวรรค์ และแม้แต่พระบุตร นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว” พระวรสารของวันนี้ พูดถึงวันสุดท้ายที่จะมาถึง เนื่องจากเราอยู่ในอาทิตย์ก่อนสุดท้ายของปีพิธีกรรม พระเยซูเจ้าตรัสว่า "ในวันเหล่านั้นเมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่" วันนั้นช่างเป็นวันที่น่ากลัว และจะมาถึงในเร็ววันไหม ผู้คนมากมายหลายกลุ่มเชื่อว่าจะมาถึงในเร็ววัน ถึงกับบอกผู้ติดตามว่าจะมาถึงวันนั้นวันนี้ เช่น กลุ่มลัทธิสาขาดาวิเดียน พวกนี้เชื่อว่าพระคริสต์จะเสด็จมาในเร็ววัน แต่จะยังไม่มาถึงจนกว่าจะมีคริสตจักรที่บริสุทธิ์ผุดผ่องที่จะรับเสด็จพระองค์ คนที่ตั้งลัทธิสาขานี้ชื่อ Victor Houteff ตั้งขึ้นในปี 1930 มีผู้คนจำนวนมากเข้ามานับถือลัทธินี้ แต่หลังจากที่เขาสิ้นชีพในปี ค.ศ.1955 องค์กรนี้ก็แตกย่อยออกไป ต่อมาภรรยาของเขาชื่อ Florence ได้มีอำนาจในคริสตจักรนี้ และในปี ค.ศ.1959 เธอประกาศว่าในวันฉลองปัสกาของปีนั้นพระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึง ผู้คนหลายร้อยคนเดินทางมาจากทุกทิศของอเมริกาเพื่อร่วมชุมนุมกับเธอที่ Woco พวกเขาขายทุกสิ่งละทิ้งงานอาชีพเพื่อมารอพบกับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ในวันนั้นไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คนทั้งหมดพากันผิดหวัง หลายคนละทิ้งลัทธินี้ไป นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ประกาศอย่างมั่นใจว่าวันโน้นวันนี้จะเป็นวันสิ้นโลก แต่พวกที่รู้และประกาศอย่างนี้เป็นพระเมสสิยาห์ปลอม เราไม่ต้องไปเชื่อการอวดอ้างทึกทักเช่นนี้ อันที่จริงพระเยซูเจ้าพูดว่าก่อนถึงวันสุดท้าย
- [วันสากลเพื่อคนยากจน (ซับ-พากย์ไทย)](https://www.cbct.or.th/วันสากลเพื่อคนยากจน-ซับ/)
- [วันที่ 11 พฤศจิกายน ระลึกถึงนักบุญ มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช ( St Martin of Tours, Bishop, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-martin-of-tours-bishop-memorial/) - วันที่ 11 พฤศจิกายนระลึกถึงนักบุญ มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช( St Martin of Tours, Bishop, memorial ) นักบุญมาร์ตินเกิดในราวปี ค.ศ. 316 คุณพ่อของท่านเป็นคนต่างศาสนา และเป็นทหารดูแลฝูงชน แต่ขณะนั้นประจำการอยู่ที่ Pannonia (คือประเทศฮังการีในปัจจุบัน) ท่านนักบุญจึงเกิดที่นั่น ต่อมาคุณพ่อของท่านถูกย้ายไปที่เมือง Pavia อยู่ในแคว้น Lombardy (ทางเหนือของประเทศอิตาลี) ที่นี่เองเมื่ออายุ 15 ปี ท่านนักบุญได้รับการคัดเลือกอยู่ในกองทหารม้าของจักรวรรดิประจำการที่ Amiens (Gaul, ฝรั่งเศส) วันหนึ่งท่านขี่ม้าผ่านขอทานที่กำลังสั่นเพราะความหนาวเย็น เนื่องจากเขาเกือบจะไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ ด้วยความสงสาร ท่านได้ตัดเสื้อคลุมของท่านเป็นสองส่วน และยื่นให้ขอทานที่ยากจนคนนั้นหนึ่งส่วน ต่อมาในคืนวันนั้นเอง พระคริสต์ได้ทรงปรากฏองค์กับท่านโดยทรงสวมเสื้อคลุมนั้น [เสื้อคลุมครึ่งตัวที่เหลืออยู่นั้นถูกเก็บรักษาไว้เป็นเวลายาวนานในวัดน้อยของ Frankish Kings รู้จักกันในชื่อว่า "เสื้อคลุมของนักบุญมาร์ติน" (St Martin 's Cloak)] หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่นานนัก มาร์ตินก็ได้รับศีลล้างบาป และทันทีที่ไม่ต้องเป็นทหารม้ารับใช้แล้ว ท่านก็เข้าไปเป็นศิษย์ของนักบุญฮีลารี พระสังฆราช
- [ธรรมนูญความเป็นเอกภาพของบิชอป (Episcopalis communio) ของพระสันตะปาปาฟรานซิสเกี่ยวกับซีนอดของคณะบิชอป](https://www.cbct.or.th/apostolic-constitution-episcopalis-communio/) - 1. ความเป็นเอกภาพของบิชอป (episcopalis communio) ปรากฏให้เห็นได้ทั้งคำว่าพร้อมกับและภายใต้เปโตรเป็นพิเศษในการประชุมซีนอดของบรรดาบิชอป ซีนอดของคณะบิชอปที่สถาปนาขึ้นโดยพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1965 นั้น เป็นผลพวงที่ล้ำค่าที่สุดแห่งสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 [1] ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา – ในฐานะที่เป็นสถาบันใหม่ทว่าเก่าแก่ในเรื่องแรงบันดาลใจ – ได้ให้การสนับสนุนอย่างมีประสิทธิภาพให้กับพระสันตะปาปาด้วยช่องทางที่พระศาสนจักรเองสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เกี่ยวกับเรื่องที่มีความสำคัญที่ต้องการความรู้ และการตัดสินใจเป็นพิเศษ เพื่อความดีงามของพระศาสนจักรทั้งครบ โดยอาศัยวิธีนี้คือซีนอดของคณะบิชอป “ที่เป็นผู้แทนแห่งหมู่คณะบิชอปทุกองค์จะแสดงความจริงให้ปรากฏว่าบิชอปทุกองค์มีความเป็นเอกภาพในฐานันดรแห่งความเอื้ออาทรส่งเสริมต่อกันเพื่อพระศาสนจักรสากล” [2] เกินกว่าห้าสิบปีมาแล้วที่ซีนอดของคณะบิชอปได้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงคุณค่าแห่งการแบ่งปันความรู้ การสวดภาวนาร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างซื่อสัตย์ การทำให้ความเชื่อของคริสตชนมีความลึกล้ำยิ่งขึ้น การปฏิรูปโครงสร้างของพระศาสนจักร และการส่งสริมงานอภิบาลทั่วโลก โดยอาศัยวิธีนี้ ณ ที่ประชุมซีนอดไม่เพียงแต่จะรับใช้ในฐานะที่เป็นสถาบันอภิสิทธิ์ของการตีความ และการให้การยอมรับอำนาจการสั่งสอนแห่งสภาสังคายนาเท่านั้น แต่ยังจะให้ความสำคัญในการกระตุ้นอำนาจการสั่งสอนต่อๆ ไปของพระสันตะปาปาอีกด้วย ทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ณ จุดหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์พระศาสนจักรที่กำลังเริ่ม “ศักราชใหม่แห่งการประกาศพระวรสาร” [3] เรียกร้อง “พระศาสนจักรทั่วโลก... ต้องมีสถานภาพแห่งการกระทำพันธกิจ” [4] ซีนอดของคณะบิชอปก็เช่นเดียวกับทุกสถาบันของพระศาสนจักร จะต้องเป็น “ช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการประกาศพระวรสารในโลกทุกวันนี้แทนที่จะมัวแต่ปกป้องโครงสร้างตนเอง” [5] ที่สำคัญที่สุดต้องรับรู้ว่า
- [การสัมภาษณ์พิเศษพระสันตะปาปาฟรานซิสหลังการผ่าตัด “พ่อไม่เคยคิดที่จะลาเกษียณ”](https://www.cbct.or.th/interview-special-after-operation-1-sept-2021/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสได้รับการสัมภาษณ์โดยนายคาร์ลอส แฮร์ราร่า (Carlos Herrera) แห่งสถานีวิทยุโคเป (COPE) นี่เป็นครั้งแรกที่พระองค์ตรัสเกี่ยวกับการผ่าตัดในเดือนกรกฎาคม 2021 และทรงแสดงความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์อัฟกานิสถาน จีน การุญฆาต และการปฏิรูปโรมันคูเรีย คาร์ลอส: สันตะบิดรครับ ก่อนอื่นขอถามพระองค์ว่ารู้สึกอย่างไรบ้างหลังการผ่าตัด? สันตะปาปาฟรานซิส: พ่อก็ยังมีชีวิตอยู่นะ [หัวเราะ] คาร์ลอส: การผ่าตัดใหญ่ของพระองค์เมื่อเร็วๆ นี้ทำให้พวกเราเป็นห่วง... สันตะปาปาฟรานซิส: ขอบคุณนะ แน่นอนเรื่องนี้เกิดจากโรคกระเปาะที่ลำไส้ใหญ่... ใครจะไปรู้... กระเพาะเกิดเน่าเป็นพิษ... แต่ถูกผ่าตัดออกทันเวลา พ่อจึงยังคงมีชีวิตอยู่ คาร์ลอส: กระผมเข้าใจว่านี่เป็นการกระทำของพยาบาลคนหนึ่งที่เตือนพระองค์เป็นคนแรก สันตะปาปาฟรานซิส: เขาช่วยชีวิตพ่อไว้ เขาบอกพ่อว่า “พระองค์ต้องผ่าตัด” บางคนมีความคิดเห็นอย่างอื่นเหมือนกัน “ทานยาฆ่าเชื้อดีกว่า...” แต่พยาบาลคนนั้นอธิบายให้พ่อฟังเป็นอย่างดี เขาเป็นพยาบาลที่นี่จากโรงพยาบาลวาติกัน เขาผ่านงานมา 30 ปีแล้ว เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์สูงมาก นี่เป็นครั้งที่สองที่พยาบาลช่วยชีวิตพ่อไว้ คาร์ลอส: ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อไรครับ? สันตะปาปาฟรานซิส: เมื่อปี ค.ศ. 1957 เมื่อเขาพากันคิดว่าพ่อเป็นไข้หวัดใหญ่ซึ่งระบาดในบ้านเณร พยาบาลให้ยาแอสไพรินกับพ่อ คนอื่นๆ อาการหายกันหมด แต่ของพ่อกลับไม่ได้ผล เขาจึงนำพ่อส่งโรงพยาบาลซึ่งเขาดูดเอาน้ำออกจากปอดของพ่อ
- [การขยายเวลากระบวนการซีนอดระดับพระศาสนจักรท้องถิ่นและตัวอย่างคำถามทั่วไป](https://www.cbct.or.th/081-2021/) - วันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 เลขที่ สสท. 081/2021 เรื่อง การขยายเวลากระบวนการซีนอดระดับพระศาสนจักรท้องถิ่นและตัวอย่างคำถามทั่วไป เรียน พระคุณเจ้าสมาชิกสภาบิชอปฯ ทุกท่าน สิ่งที่แนบมาด้วย ตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางของคำถามพื้นฐานทั่วไป ด้วย สำนักเลขาธิการแห่งซีนอด กรุงโรม ได้ประกาศขยายระยะเวลาเพิ่มขึ้นให้กับพระศาสนจักรท้องถิ่นทั่วโลก เพื่อการปรึกษาหารือกันและการแสดงความคิดเห็นในระดับท้องถิ่นในแต่ละเขตศาสนปกครองก่อนการประชุมซีนอดใหญ่ในปี ค.ศ. 2023 ดังนั้นสภาบิชอปคาทอลิกทั่วโลกสามารถส่งเอกสารสังเคราะห์ข้อสรุปในการปรึกษาหารือของตนได้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2022 สำนักเลขาธิการซีนอดเชื่อว่าแต่ละเขตศาสนปกครองในพระศาสนจักรท้องถิ่นคงเต็มใจที่จะตอบรับการขยายระยะเวลานี้ เนื่องจากผู้ดำเนินการประชุมซีนอดได้ขอร้องให้ประชากรของพระเจ้า ซึ่งหมายถึง "ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วทุกคน" จะได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในกระบวนการปรึกษาหารือ ไม่เพียงแค่บุคคลที่ไปวัดเป็นประจำเท่านั้น แต่ต้องรวมบุคคลที่ห่างเหินไปจากวัดด้วย รวมถึงการใส่ใจเป็นพิเศษที่จะก้าวไปถึงบุคคลที่อาจเสี่ยงในการถูกตัดออกไป เช่น สตรี คนพิการ ผู้อพยพย้ายถิ่น ผู้ลี้ภัย คนชรา คนที่ดำเนินชีวิตในความยากจน คาทอลิกที่เกือบจะไม่เคยหรือไม่เคยปฏิบัติความเชื่อ หรือเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของวัด ฯลฯ พระศาสนจักรท้องถิ่นในประเทศของพวกเรา แต่ละเขตศาสนปกครองกำลังดำเนินการปรึกษาหารือและหลายแห่งก็ได้กระทำเสร็จแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ จากมติที่ประชุมของคณะกรรมการดำเนินงานของสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เห็นพ้องกันว่าเพื่อจะได้ข้อมูลความเห็นเพิ่มมากขึ้นและอย่างทั่วถึงท่ามกลางประชากรของพระเจ้า อาจจะใช้วิธี "ไฮบริด"
- [คำถามพื้นฐานของซีนอด “การก้าวเดินไปด้วยกัน” ของพระศาสนจักรท้องถิ่น เพื่อการรับฟัง (sentire cum ecclesia)](https://www.cbct.or.th/sentire-cum-ecclesia/) - คำนำ หลังจากเสร็จสิ้นสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ในปี ค.ศ.1965 นักบุญพระสันตะปาปาเปาโล ที่ 6 ได้กำหนดให้มีประชุมซีนอดของบรรดาบิชอปทั่วโลกทุก ๆ 4 ปี เพื่อขับเคลื่อนพระศาสนจักรให้ก้าวหน้าทันกับยุคสมัย ในปี ค.ศ. 2023 จะเป็นกระชุมซีนอดสมัยสามัญครั้งที่ 16 พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงตั้งหัวข้อว่า “เพื่อพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน: ความเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วม และพันธกิจ” พระองค์ทรงเน้นให้มีการรับฟังจากประชากรของพระเจ้าอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องฟังเสียงของบุคคลชายขอบสังคม เป็นการฟังเสียงของประชากรของพระเจ้าที่ร่ำร้องออกมาในความจริงแห่งความเชื่อที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งการเจริญชีวิต ในกระบวนการรับฟังเสียงของประชากรของพระเจ้านั้นก็จะมีขั้นตอนในการออกไปซักถาม การให้ตอบแบบสอบถามในจำนวนสัดส่วนที่พอรับได้ว่าเป็นตัวแทนของประชากรของพระเจ้า แต่ถึงกระนั้นพระสันตะปาปาทรงเปิดโอกาสกว้างขวางที่สุด โดยให้ประชากรของพระเจ้าส่งข้อคิดของตนเองถึงคณะกรรมการดำเนินการซีนอดในระดับเขตศาสนปกครองท้องถิ่น(สังฆมณฑล) ระดับภาคพื้นทวีปและระดับสากลได้โดยตรง สำหรับประเทศไทยของพวกเรา ทุกเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) ได้เปิดกระบวนการในการก้าวเดินไปด้วยกัน (ซีนอด) พร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 และต้องส่งผลการแสดงความคิดเห็นให้สำนักเลขาธิการสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2022 เพื่อทำการสรุปรวมผลการประชุมซีนอดของประเทศไทย สำหรับส่งต่อไประดับภาคพื้นเอเชีย (FABC) และส่งไปยังสำนักเลขาธิการซีนอด กรุงโรม ภายในวันที่
- [โป๊ปฟรังซิสสอนเกี่ยวกับความตาย (พากษ์ไทย)](https://www.cbct.or.th/โป๊ปฟรังซิสสอนเกี่ยวกั/)
- [ผู้ที่ทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้า (พากย์ไทย 1.55 นาที) วิดีโอโป๊ปฟรังซิส : พฤศจิกายน 2021](https://www.cbct.or.th/vdo20211104/)
- [สาส์นวีดีโอของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานผ่านทาง “สถานีวิทยุ BBC - ความคิดสำหรับวันนี้”](https://www.cbct.or.th/cop26-pope-at-bbc/) - อรุณสวัสดิ์ผู้รับฟังวิทยุ BBC ที่เคารพรัก การเปลี่ยนสภาวะภูมิอากาศและการแพร่โรคระบาดโควิด-19 เผยให้เห็นถึงบาดแผลลึกของพวกเรา อันเป็นผลกระทบทำให้เกิดความสงสัยและมีความกังวลหลายอย่างเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจและวิธีบริหารจัดการกับสังคมของพวกเรา พวกเราสูญเสียความรู้สึกปลอดภัยไป และพวกเรากำลังมีประสบการณ์กับความรู้สึกไร้ความสามารถและสูญเสียการควบคุมสิ่งที่เกี่ยวกับชีวิตของพวกเรา พวกเราพบว่าตัวพวกเรายิ่งวันยิ่งจะอ่อนแอลงจนกระทั่งเกิดความหวาดกลัวเพราะ “วิกฤติ” ในเรื่องสุขภาพอนามัย ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อาหารการกินและเศรษฐกิจโดยมิต้องพูดถึงวิกฤติด้านสังคม มนุษยธรรม และจริยธรรม วิกฤติเหล่านี้ต่างก็มีการเชื่อมสัมพันธ์กันทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ยังทำนายได้ถึง “พายุร้าย” ที่จะมาทำลายความสัมพันธ์ของมนุษย์ และของขวัญอันประเสริฐแห่งการสร้างของพระเจ้า วิกฤติทุกประเภทเรียกร้องให้พวกเราต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องมีความสามารถที่จะวางแผนและปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว ต้องคิดถึงอนาคตของโลก ซึ่งเป็นบ้านร่วมของพวกเรา และประเมินจุดหมายร่วมกันของพวกเราเสียใหม่ วิกฤติเหล่านี้ทำให้พวกเรามีความจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ในขณะเดียวกัน ณ สภาวะที่เกิดความยากลำบากเหล่านี้ก็เป็นเวลาที่พวกเราจะต้องไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปเปล่าๆ พวกเราไม่สามารถที่จะเผชิญกับวิกฤติเหล่านี้ด้วยการอยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือมัวแต่พะวักพะวนจะปกป้องตนเอง และฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น หรือพวกเราจะเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงจริงจัง นี่เป็นเวลาเหมาะสมที่จะกลับใจเปลี่ยนทัศนะคติและชีวิต ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่ในความหมายฝ่ายจิตเท่านั้น วิธีสุดท้ายนี้เท่านั้นที่จะนำพวกเราไปสู่ขอบฟ้าที่สดใสกว่า แต่จะเป็นไปได้ก็ต้องอาศัยเจตนารมณ์ที่ต้องฟื้นฟูขึ้นใหม่ในความรับผิดชอบร่วมกันต่อโลก และความเอื้ออาทรที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีรากฐานอยู่บนความยุติธรรม เจตนารมณ์แห่งเป้าหมายร่วมกัน และการยอมรับถึงความเป็นเอกภาพแห่งครอบครัวมนุษยชาติตามแผนการณ์ของพระเจ้าสำหรับชาวโลก ทุกสิ่งเหล่านี้หมายถึงความท้าทายที่ยิ่งใหญ่แห่งวัฒนธรรม ซึ่งหมายถึงต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับความดีงามส่วนรวมคุณประโยชน์ของทุกคน และเรียกร้องให้พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ใหม่ในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน ทั้งในบัดนี้และในอนาคตจะชี้นำความคิดและการกระทำของพวกเรา
- [นครรัฐวาติกันขยายเวลาให้พระศาสนจักรท้องถิ่นต่างๆ มีเวลาการไตร่ตรองเพิ่มขึ้น](https://www.cbct.or.th/vatican-gives-world-1st-phrase-until-august-2022/) - นครรัฐวาติกันขยายเวลาให้พระศาสนจักรท้องถิ่นต่างๆ มีเวลาการไตร่ตรองเพิ่มขึ้น เพื่อขอให้สัตบุรุษมีโอกาสแสดงความคิดเห็นกระบวนการซีนอดอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น นครรัฐวาติกัน วันที่ 29 ตุลาคม 2021 นครวาติกันได้ประกาศเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2021 ว่าจะขยายเวลาเพิ่มขึ้นให้กับพระศาสนจักรท้องถิ่นทั่วโลก เพื่อการปรึกษาหารือกัน การแสดงความคิดเห็นในระดับท้องถิ่นก่อนการประชุมซีนอดใหญ่ในปี ค.ศ. 2023 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการซีนอด แถลงว่าสภาบิชอปคาทอลิกทั่วโลก บัดนี้สามารถส่งเอกสารสังเคราะห์ข้อสรุปแห่งการปรึกษาหารือของตนได้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2022 คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องกระบวนการซีนอดระยะสองปี ตอนแรกได้ขอร้องให้ส่งเอกสารย่อ ๆ ดังกล่าวภายในเดือนเมษายน 2022 คือภายใน 6 เดือน หลังขั้นตอนในเขตศาสนปกครองต่าง ๆ ที่เพิ่งทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดยพระสันตะปาปาฟรานซิสเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2021 การเปลี่ยนนี้หมายความว่า บัดนี้พระศาสนจักรท้องถิ่น แต่ละเขตศาสนปกครอง(สังฆมณฑล) จะมีเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 10 เดือน ที่จะดำเนินกระบวนการปรึกษาหารือกัน หรือการแสดงความคิดเห็น ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เชื่อว่าเขตศาสนปกครองต่าง
- [4 พฤศจิกายน ระลึกถึง นักบุญ ชาร์ลส์ โบโรเมโอ พระสังฆราช ( St Charles Borromeo, Bishop, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-charles-borromeo-bishop-memorial/) - 4 พฤศจิกายนระลึกถึง นักบุญ ชาร์ลส์ โบโรเมโอ พระสังฆราช( St Charles Borromeo, Bishop, memorial ) เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของท่านเค้าน์ จิแบร์โต โบโรเมโอ (Count Giberto Borromeo) และ มาร์เกริตา เด เมดิชี (Margherita de' Medici) ซึ่งเธอเป็นน้องสาวของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 4 (Pope Pius IV) นักบุญชาร์ลส์ได้รับศีลขั้นโกน (tonsure) เมื่ออายุ 12 และจบการศึกษาปริญญาเอกทางด้านกฎหมายทั้งฝ่ายบ้านเมือง และฝ่ายศาสนจักรเมื่ออายุ 21 ปี ท่านถูกเรียกตัวไปที่กรุงโรมโดยลุงของท่าน ซึ่งก็คือพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 4 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารรัฐของพระสันตะปาปา ได้รับตำแหน่งคาร์ดินัล (Cardinal Deacon) และเป็นทูตของพระสันตะปาปา เมื่ออายุ 22 แม้ว่ายังคงเป็นแค่สังฆานุกร ก็ได้รับตำแหน่งให้เป็นผู้บริหารอัครสังฆมณฑลมิลาน
- [จงพูดด้วยความกล้าหาญ และจงฟังด้วยความตั้งใจ](https://www.cbct.or.th/speak-boldly-and-listen-carefully-inside-the-synod/) - แบ่งปันเรื่องราวภายในการประชุมซีนอด ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมในการเตรียมสำหรับสิ่งที่เรียกกันว่า “ซีนอดแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน” สำนักเลขาธิการแห่งคณะกรรมการชีวิตฝ่ายจิตของซีนอดได้จัดให้มีการประชุมกันของบรรดาหัวหน้าของคณะนักบวชที่อยู่ในกรุงโรม ณ หอประชุมใหญ่แห่งคูเรียคณะนักบวชเยซุอิต ที่ถนนบอร์โก ซางโต สปีริโต (Borgo Santo Sprito) บรรดาเจ้าคณะนักบวชต่างพากันมารวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งมี คณะเยซุอิต คณะมาริสต์ คณะคลาเรเทียน คณะเอวดิส และ คณะซาเลเซียน (Jesuits, Marists, Claretians, Eudists and Salesians) และยังมีคณะนักบวชโดมินิกัน (Dominicans) รองเจ้าคณะนักบวชออกัสติน (Augustinians) และมหาธิการคณะเบเนดิกติน (Benedictine) ฯลฯ พร้อมกับหัวหน้าคณะนักบวชชายหญิงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นคณะที่ใช้ชีวิตในการเพ่งพิศ คณะแพร่ธรรม หรือคณะแห่งพระพรพิเศษของพระจิต (charismatic) ท่านเหล่านั้นต่างก็รวมตัวอย่างเป็นเอกภาพมาทำอะไรกันหรือ? ท่านเหล่านั้นมารวมตัวกันเพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์จากธรรมประเพณีอันหลากหลายแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน และการไตร่ตรองร่วมกัน หรือพูดง่ายๆ คือว่า เพื่อพิจารณาดูว่าคณะนักบวชชายหญิงต่างๆ พวกเขาตัดสินใจกันอย่างไร เลือกผู้นำกันอย่างไร และฟังเสียงพระจิตที่เตือนสติให้พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ในขณะที่ผู้นำคณะนักบวชอยู่ที่กรุงโรมวันที่ 9-10 ตุลาคม ค.ศ. 2021 เพื่อร่วมพิธีเปิดการประชุมซีนอด
- [การมีส่วนร่วมในกระบวนการซีนอด ค.ศ. 2021 – ค.ศ. 2023 (ฉบับที่ 1)](https://www.cbct.or.th/synod-2021-2023-1/) - เจริญพรมายัง พระคุณเจ้า บาดหลวง นักบวชชายหญิง และประชาสัตบุรุษ 1. พระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงเปิดการประชุมซีนอดสมัยสามัญครั้งที่ 16 เดือนตุลาคม ค.ศ. 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ภายใต้หัวข้อ “พระศาสนจักรที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน” (Synodality) กล่าวคือ การเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วม และการทำพันธกิจ ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะใช้เวลาสามปีอย่างต่อเนื่องกัน (ค.ศ. 2021-ค.ศ.2023) ขั้นตอนการกระทำซีนอดจะแบ่งเป็นสามระดับ คือ ระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น (สังฆมณฑล) ระดับภาคพื้นทวีป และระดับสากล ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการปรึกษาหารือและการไตร่ตรอง จากคริสตชนทุกระดับ เป้าหมายของซีนอดคือ “การรับฟังซึ่งกันและกัน นั่นคือทุกคนฟังเสียงพระจิต” เพื่อตอบสนองพระประสงค์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่ปรารถนาให้ประชากรพระเจ้าทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในกระบวนการซีนอด สภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงเห็นพ้องต้องกันที่จะออกสาส์นอภิบาลเป็นระยะ ๆ ในเวลาอันเหมาะสม เพื่อให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนประชากรพระเจ้ามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น 2. นี่เป็นสาส์นอภิบาลจากสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทยฉบับแรกเกี่ยวกับ “ซีนอด” จึงขอเริ่มต้นด้วยการอธิบายความหมายของคำว่าซีนอดแบบสั้น ๆ คำว่า “สมัชชา” มาจากภาษากรีกที่เรียกกันว่า “ซีนอด” เป็นศัพท์โบราณและเป็นศัพท์เฉพาะทางคริสต์ศาสนา เป็นคำที่ใช้กันในธรรมประเพณีของพระศาสนจักร คำศัพท์นี้นำมาจากความหมายที่ลึกซึ้งแห่งการเผยแสดงของพระเจ้า
- [มุ่งสู่การประชุมซีนอดเพื่อการก้าวเดินไปด้วยกัน ปี ค.ศ. 2021- ค.ศ. 2023 “ขอให้ธำรงการอธิษฐานภาวนาอย่างลึกซึ้ง”](https://www.cbct.or.th/toward-the-synod-2021-2023-with-deep-prayer/) - เลขาธิการแห่งสำนักเลขาธิการซีนอด กรุงโรมส่งจดหมายถึงสมาชิกคณะนักพรต ฤษี นักบวช และผู้ดำเนินชีวิตเพ่งพิศให้เป็นผู้พิทักษ์และธำรง “การอธิษฐานภาวนาอย่างล้ำลึก” สำหรับพระศาสนจักรในขณะที่ประชากรของพระเจ้าเริ่มออกเดินทางเพื่อการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) พระคาร์ดินัลมารีโอ เกรซ (Mario Grech) เลขาธิการของซีนอดแห่งบรรดาบิชอปได้มีหนังสือถึงบรรดานักบวชชายหญิง นักพรต ฤษี ผู้ดำรงชีวิตเพ่งพิศทุกคณะ ในขณะที่ประชากรของพระเจ้ากำลังเริ่มออกเดินทางในกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกันในพระศาสนจักรท้องถิ่น แต่ละเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2021 ซึ่งจะสรุปด้วยการเฉลิมฉลองการประชุมใหญ่ของซีนอดแห่งบรรดาบิชอป ณ กรุงโรมในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2023 ในหนังสือนั้นพระคาร์ดินัลเกรซกล่าวย้ำว่าพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเตือนใจหลายครั้งว่าพระศาสนจักรทุกแห่งพึงรับรู้ถึงความจำเป็นที่พวกเราจะต้องก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งรวมถึง “ประชากรของพระเจ้าคือบุคคลทุกระดับในชีวิตของพระศาสนจักร” เพราะว่า “มีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่พระเจ้าทรงคาดหวังจากพระศาสนจักรในสหัสวรรษที่สาม” พระคาร์ดินัลมาริโอ เกรซ กล่าวเสริมอีกว่า “พี่น้องที่รัก ณ ธรณีแห่งการก้าวเดินที่สำคัญสำหรับพระศาสนจักรในยุคของพวกเรา ข้าพเจ้าหันมาหาท่าน บรรดาสมาชิกนักพรต นักบวช เพราะกระแสเรียกอันล้ำค่าของพวกท่านทำให้ชุมชนพระศาสนจักรทั้งปวงมีความมั่งคั่งสมบูรณ์ เพราะพวกท่านเป็นผู้พิทักษ์และเป็นประจักษ์พยานแห่งความจริงพื้นฐานสำหรับกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเชื้อเชิญให้พวกเราจต้องรับรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องนี้” พระคาร์ดินัลเกรซได้ใช้สามคำซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตนักพรต นักบวช และชีวิตเพ่งพิศเพ่ง ทั้งบรรดาสมาชิกอารามฤษี และซิสเตอร์ของอรามนักบวช เป็นผู้ธำรงพิทักษ์ชีวิตของพระศาสนจักร กล่าวคือ การฟัง การกลับใจ
- [สำนักเลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอป นครรัฐวาติกัน ตั้งคณะกรรมาธิการ 4 ฝ่าย เพื่อการก้าวเดินไปด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/4-commissions-for-synodality-and-tasks/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสไว้ว่า ประสบการณ์แห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) เป็นการเดินทางแห่งการฟังเสียงพระจิต เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2021ขณะที่พระองค์ทรงต้อนรับผู้แทนจากคณะกิจการคาทอลิกต่าง ๆ พระองค์ทรงเตือนใจว่า “พวกเราต้องมีความชัดเจน เมื่อพวกเราพูดถึงการก้าวเดินไปด้วยกันของประสบการณ์ในการก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่ระบอบรัฐสภา (…) การก้าวเดินไปด้วยกันไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอภิปรายหรือถกเถียงกันเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ถึงความแตกต่างที่มีอยู่ในสังคม (…) ถ้าเป็นเช่นนั้นจะไม่มีการก้าวเดินไปด้วยกันได้เลย หากปราศจากซึ่งพระจิต และจะไม่มีการประทับของพระจิต หากปราศจากซึ่งการสวดภาวนาอย่างจริงจัง” นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งการค้นหาความจริงสิ่งที่เป็นพื้นฐาน และเป็นสิ่งแน่นอนนั่นคือจะไม่มีการก้าวเดินไปด้วยกัน หากปราศจากซึ่งชีวิตฝ่ายจิต เพราะการก้าวเดินไปด้วยกันคือการนำความจริงของการเดินไปพร้อมกับพระเยซูคริสต์มาเป็นศูนย์กลาง และคอยฟังเสียงของพระจิต ดังนั้นมิติชีวิตฝ่ายจิตนี้จึงเป็นมิติที่สำคัญยิ่งแห่งก้าวเดินไปด้วยกันที่พวกเราต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป สำนักเลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอป ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการ 4 ฝ่าย ดังต่อไปนี้ 1. คณะกรรมาธิการด้านเทววิทยา (Commission for Theology) 2. คณะกรรมาธิการด้านยุทธวิธี (Commission for Methodology) 3. คณะกรรมาธิการด้านชีวิตฝ่ายจิต (Commission for Spirituality) 4. คณะกรรมาธิการด้านสื่อสารสังคม (Commission for Social
- [สาส์นอภิบาล เลขที่ สสท. 070/2021 เรื่อง การมีส่วนร่วมในกระบวนการซีนอด ค.ศ. 2021 – ค.ศ. 2023 (ฉบับที่ 2)](https://www.cbct.or.th/synodality-2/) - เจริญพรมายัง พระคุณเจ้า บาดหลวง นักบวชชายหญิง และประชาสัตบุรุษ 1. สืบเนื่องมาจากสาส์นอภิบาลฯ ฉบับที่ 1 ออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2021 เกี่ยวกับซีนอด ค.ศ. 2021 - ค.ศ. 2023 ภายใต้หัวข้อ “พระศาสนจักรที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน” (Synodality) กล่าวคือ การเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วม และการทำพันธกิจ เพื่อให้การก้าวเดินไปด้วยกันในความเป็นหนึ่งเดียวและอย่างมีประสิทธิผลไปสู่เป้าหมาย จึงจำเป็นต้องมี “เข็มทิศ และป้ายชี้ทาง” เพื่อเป็นแสงสว่างนำทางประชากรของพระเจ้าในการก้าวเดินอย่างกลมกลืนกัน สาส์นอภิบาลฉบับที่ 2 จึงขอนำเสนอกระบวนการซีนอดที่จะใช้เวลาสามปีอย่างต่อเนื่องกัน (ค.ศ. 2021-ค.ศ.2023) และขั้นตอนการกระทำซีนอด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สอดคล้องกันในสามระดับ คือ ระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น (เขตศาสนปกครอง) ระดับภาคพื้นทวีป และระดับสากล 2. ภาพรวมของกระบวนการซีนอด และช่วงเวลา (Timelines) ทั้งสามระดับตามที่สำนักเลขาธิการซีนอดของบรรดาบิชอป กรุงโรม (Secretariat of Synod of Bishops,
- [ซีนอดของบรรดาบิชอปไม่ใช่เพียงแค่ภารกิจเฉพาะของสำนักงานในวาติกัน](https://www.cbct.or.th/synod-of-bishops-is-not-just-a-vatican-office/) - ซีนอดของบรรดาบิชอปไม่ใช่เพียงแค่ภารกิจเฉพาะของสำนักงานในวาติกัน การตัดสินใจของพระสันตะปาปาฟรานซิสแต่งตั้งซิสเตอร์นาตาลี เบ็กการต์ (Sister Nathalie Becquart, xcmj.) สมาชิกคณะนักบวชซาเวเรียน เธอเป็นหนึ่งในสองบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอป นี่เป็นวาระแห่งประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญของพระศาสนจักรคาทอลิกอีกครั้งหนึ่ง นักบวชหญิงฝรั่งเศสอายุ 52 ปีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงสตรีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าในสำนักงานแห่งกรุงโรม เธอยังเป็นเสมือนผู้แทนสตรีทั้งนักบวช/ฆราวาสคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งสูง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นบิชอป ความจริงคุณพ่อหลุยส์ มาริน เดอ ซาน มาร์ติน (Luis Marin de San Matin) เป็นบาทหลวงนักบวชสังกัดคณะออกัสติเนียน (Augustinian) ชาวสเปนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการร่วมกับซิสเตอร์เบ็กการต์ คุณพ่อจะได้รับพิธีบวชเป็นบิชอป พวกเราต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าพระศาสนจักรคาทอลิกไม่เคยบวชสตรีเป็นบาดหลวงหรือบิชอป และพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันกล่าวแบบอารมณ์ขันว่าพระองค์ไม่ทรงโปรดให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้แน่นอน พระองค์ตรัสว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลง “นี่อาจจะนำไปสู่การทำให้สตรีกลายเป็นบรรพชิตกันหมดทั่งศาสนจักร” (เทียบ Querida Amazonia, ข้อ 100) กลุ่มบรรพชิตนิยม (Clericalism) และการทำให้เกิดกลุ่มบรรพชิตนิยม มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามพจนานุกรมของพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังจากที่เคยมีการประกาศว่า จะมีเพียงแค่รองเลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอปเป็นบุรุษเท่านั้นผู้ที่จะได้รับการบวชเป็นบิชอป ทันทีคุณเคท แมคเอลวี่ (Kate McElwee) ผู้อำนวยการแห่งสภาส่งเสริมการบวชสุภาพสตรี (Women’s
- [สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ (โลโก้) ของซีนอด ค.ศ. 2021- ค.ศ. 2023](https://www.cbct.or.th/the-official-logo-of-the-synodal-path/) - ต้นไม้ใหญ่สง่างามเปี่ยมด้วยปรีชาญาณและความสว่างพุ่งสูงไปถึงท้องฟ้า เครื่องหมายแห่งความมีชีวิตชีวา และความหวังแสดงออกด้วยไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ ซึ่งมีศีลมหาสนิทอยู่ตรงกลางฉายรัศมีดุจดวงอาทิตย์ กิ่งก้านแนวนอนยื่นออกดุจมือหรือปีกหมายถึงพระจิต ประชากรของพระเจ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่น้ำนิ่ง พวกเขามีการเคลื่อนไหวที่มีความหมายโดยตรงกับรากของคำว่า “ซีนอด” แปลว่า “การก้าวเดินไปด้วยกัน” ประชากรรวมเป็นเอกภาพ ด้วยพลวัตเดียวกันซึ่งได้แก่ต้นไม้แห่งชีวิตที่สูดลมหายใจของพวกเขาเข้าไป และจากนั้นพวกเขาก็เริ่มการก้าวเดิน รูปเงาทั้งสิบห้าเงาเหล่านี้รวบรวมมนุษย์ทั้งปวงในความหลากหลายแห่งสภาพชีวิตของชนชาติ และต้นกำเนิดไว้ทั้งหมด มิตินี้เป็นการยืนยันจากความหลากหลายของสีสันที่สวยสด ซึ่งในตัวเองเป็นเครื่องหมายแห่งความชื่นชมยินดี ไม่มีชนชั้นฐานันดรระหว่างบุคคลเหล่านั้น ซึ่งทุกคนต่างก็มีต้นทุนเท่าเทียมกัน: หนุ่มสาว ผู้สูงอายุ ชาย หญิง วัยรุ่น เด็ก ฆราวาส นักบวช ผู้ปกครอง สามีภรรยา คนโสด คนสุขภาพแข็งแรง คนพิการ บิชอปและภคินีนักบวชหญิงก็ไม่ได้อยู่แถวหน้า ทว่าท่านต่างก็อยู่ท่ามกลางฝูงชน อันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะเริ่มการก้าวเดินก่อน เมื่อพวกเราพูดถึงคำพูดเหล่านี้ของพระเยซูคริสต์ในพระวรสาร “ข้าแต่พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์ที่ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้จากผู้ปรีชาฉลาดและผู้รอบรู้ แต่ทรงเผยแสดงแก่ผู้ต่ำต้อย” (มธ. 11: 25) เส้นขีดใต้แนวนอน หมายถึง “สำหรับพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน: ความเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วม และการกระทำพันธกิจ” ขีดจากซ้ายไปขวาในทิศทางแห่งการก้าวเดินนี้ เป็นการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและทำให้ชีวิตการก้าวเดินเข้มแข็งเพื่อที่จะทำให้หัวข้อซีนอดการก้าวเดินไปด้วยกันจบลงอย่างสมบูรณ์ “ซีนอด
- [เอกสารเพื่อเตรียมกระบวนการซีนอด (Preparatory document)](https://www.cbct.or.th/preparatory-document-7-sept-2021/) - I.การเรียกร้องให้ก้าวเดินไปด้วยกัน II. พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ III. การฟังพระคัมภีร์ พระเยซูคริสต์ ฝูงชน อัครธรรมทูต พลวัตอันทรงพลังแบบสองเท่าของการสนทนาระหว่างเปโตรกับโครเนลีอัส (กจ 10) IV. การก้าวเดินไปด้วยกันในเชิงปฏิบัติ: การสนทนาระหว่างเปโตรกับโครเนลีอัส (กจ 10) คำถามพื้นฐาน การแสดงความเข้าใจที่แตกต่างกันในการก้าวเดินไปด้วยกัน ประเด็นที่ต้องศึกษาค้นคว้าวิจัย การช่วยให้คำปรึกษาหารือ 1. พระศาสนจักรของพระเจ้าเรียกร้องให้มีการประชุมซีนอด หนทางนี้ชื่อว่า “เพื่อการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักร: ความเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วม และพันธกิจ” ซึ่งจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 9-10 ตุลาคม ค.ศ. 2021 ที่กรุงโรมและต่อมาในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 ในพระศาสนจักรท้องถิ่นแต่ละแห่ง นี่เป็นขั้นตอนพื้นฐานประการหนึ่งเพื่อนำไปสู่การเฉลิมฉลองการประชุมซีนอดของบรรดาบิชอปสมัยสามัญ ครั้งที่ 16 ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2023 [1] ซึ่งจะตามมาด้วยขั้นตอนของการปฏิบัติที่รวมถึงพระศาสนจักรต่างๆ (เทียบ EC มาตรา 19-21) ในการประชุมนี้พระสันตะปาปาฟานซิสทรงเรียกร้องให้พระศาสนจักรท้องถิ่นทั่วโลกไตร่ตรองในหัวข้อที่ให้ไว้เพื่อตัดสินใจสำหรับชีวิตและพันธกิจของตน “ด้วยหนทางเช่นนี้สำหรับการก้าวเดินไปด้วยกันดังที่พระเจ้าทรงคาดหวังจากพระศาสนจักรในสหัสวรรษที่สาม” (2) การเดินทางนี้ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในขณะที่มี “การฟื้นฟู”
- [ขั้นตอนของการประชุมซีนอด 2023](https://www.cbct.or.th/ขั้นตอนของการประชุมซีน/)
- [โลโก้ Synod 2021 - 2023](https://www.cbct.or.th/synod-2021-2023-logo/)
- [การก้าวเดินไปด้วยกันสู่ความเป็นเอกภาพของพระศาสนจักร](https://www.cbct.or.th/mario-grech/) - พระคาร์ดินัลมารีโอ เกรซ (Mario Grech) เลขาธิการแห่งสำนักเลขาธิการซีนอด กรุงโรม ได้แบ่งปันสาส์นแห่งความหวังและสนับสนุนผู้นำพระศาสนจักรท้องถิ่น กลุ่มชุมชนความเชื่อ และเครือข่ายพระศาสนจักรท้องถิ่นภูมิภาคโอเชียนนาและทวีปเอเชียในกระบวนการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักรสากล เนื่องจากภูมิภาคเอเชียและโอเซียนนาเผชิญกับวิกฤตหลายประการโดยเฉพาะในความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและวัฒนธรรม ซึ่งมนุษย์เราต้องดำเนินชีวิตอยู่กับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ สาส์นของพระคาร์ดินัลเกรซ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระบวนการในการก้าวเดินไปด้วยกัน โดยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการฟังและการไตร่ตรองกับสมาชิกทุกคนซึ่งเป็นประชากรของพระเจ้าโดยไม่ยกเว้นผู้ใดเพื่อที่จะไตร่ตรองการเอาใจใส่ดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อประชากรของพระเจ้า ระบบนิเวศ ทั้งทะเล และป่าไม้ ในขณะที่พระศาสนจักรกำลังเดินทางพร้อม ๆ กัน เจริญพรมายังพี่น้องที่เคารพรัก ขอสันติสุขในพระเจ้าประทับอยู่กับท่านทุกคน ข้าพเจ้ารู้สึกจากห้วงลึกของหัวใจและขอกล่าวด้วยความจริงใจว่าข้าพเจ้ากำลังเสวนากับชุมชนแห่งความเชื่อที่กำลังเดินทางชีวิตฝ่ายจิตร่วมกันอยู่แล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้าประสงค์ที่จะแบ่งปันกับพวกท่านก็เพียงเพื่อที่จะยืนยันว่าไม่เพียงแค่ความเชื่อของท่านเท่านั้น ทว่าต้องเป็นวิธีการปฏิบัติด้วยที่ท่านต้องนำมาใช้ในพระศาสนจักร ดังที่ท่านทราบ พระสันตะปาปาฟรานซิสได้ทรงเปิดการประชุมซีนอดสำหรับพระศาสนจักรในภาครวมทั้งมวลพร้อมกับแจ้งจุดประสงค์ของซีนอด หรือหัวข้อที่พวกเราจะต้องพิจารณา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน: ในความเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วม และการทำพันธกิจ ในอดีตการประชุมซีนอดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงสามหรือสี่สัปดาห์ในลักษณะที่เป็นการประชุมของบรรดาบิชอปในกรุงโรม แต่บัดนี้การประชุมซีนอดได้กลายเป็นกระบวนการรับฟัง ซึ่งแบ่งออกเป็นสองภาคอย่างชัดเจน กล่าวคือ การปรึกษาหารือ หรือดังที่ข้าพเจ้าชอบที่จะเรียกว่าเป็นขั้นแรกการการไตร่ตรองกับประชากรของพระเจ้าในระดับพระศาสนจักรท้องถิ่นและกลุ่มผู้อภิบาลที่ต้องไตร่ตรองเป็นพิเศษ ขั้นตอนแรกคือระดับเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) และก็ระดับสภาบิชอปฯ จากนั้นก้าวสู่ระดับทวีปซึ่งจะเป็นวาระใหม่ในกระบวนการของซีนอด และขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นระดับพระศาสนจักรสากล ซึ่งเป็นการประชุมซีนอดของบรรดาบิชอป ณ กรุงโรม อันที่จริง พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า “การประชุมของบรรดาบิชอปเป็นจุดที่จะทำให้สิ่งต่างๆ โน้มเข้าหากันของกระบวนการรับฟังที่จะต้องกระทำในทุกระดับแห่งชีวิตของพระศาสนจักร” หากปราศจากการปรึกษาหารือกันอย่างแท้จริงกับประชากรของพระเจ้าก็จะไม่เกิดกระบวนของการประชุมซีนอด
- [การประชุม COP 26 วันที่ 31 ตุลาคม -12 พฤศจิกายน 2021 ที่ กลาสโกว์ (สก็อตแลนด์)](https://www.cbct.or.th/cop-26/) - การประชุม COP 26 31 ตุลาคม -12 พฤศจิกายน 2021 ที่ กลาสโกว์ (สก็อตแลนด์) การประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แห่งสหประชาชาติ ค.ศ.2021 เรียกว่า COP 26 เป็นครั้งที่ 26 เพราะเหตุว่าวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ยังคงแย่ลง มีคลื่นความร้อน ไฟไหม้ และน้ำท่วมมากขึ้น บรรดาผู้นำของโลกต้องการแก้ไขอะไร ใน COP 26 นี้ เริ่มวันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม ถึง วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ตั้งแต่ COP 21 ใน ค.ศ. 2015 ผู้นำโลกเกือบ 200 คน ได้ลงชื่อใน ข้อตกลงเรื่องสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงปารีส เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยพิจารณาถึงสาเหตุ และผล การประชุมครั้งนี้ได้เลื่อนจาก
- [วันที่ 2 พฤศจิกายน วันภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ (The commemoration of all the faithful departed)](https://www.cbct.or.th/the-commemoration-of-all-the-faithful-departed/) - วันที่ 2 พฤศจิกายนวันภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ(The commemoration of all the faithful departed) พระคุณการุญครบบริบูรณ์ สำหรับผู้ที่จะได้รับพระคุณการุญครบบริบูรณ์ เพื่ออุทิศให้บรรดาดวงวิญญาณในไฟชำระ คือคริสตชนที่ปฏิบัติดังนี้ 1) ไปเยี่ยมสุสานด้วยความตั้งใจในช่วงระหว่างวันที่ 1-8 พฤศจิกายน หรือ เพียงแต่ภาวนาอย่างตั้งใจอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ 2) ในวันที่ 2 พฤศจิกายน (ซึ่งเป็นวันตรงที่เราระลึกถึงบรรดาผู้ล่วงลับ) ไปเยี่ยมวัดหรือวัดน้อย และสวดบทภาวนา 2 บท อุทิศให้กับบรรดาผู้ล่วงลับ คือ "บทข้าแต่พระบิดา" และ "บทข้าพเจ้าเชื่อ" พระคุณการุญไม่ครบบริบูรณ์ สำหรับผู้ที่จะได้รับพระคุณการุญไม่ครบบริบูรณ์ เพื่ออุทิศให้บรรดาดวงวิญญาณในไฟชำระ คือ คริสตชนที่ปฏิบัติดังนี้ 1) ไปเยี่ยมสุสานด้วยความตั้งใจ หรือ เพียงสวดภาวนาอย่างตั้งใจให้กับผู้ล่วงลับ (ไม่ระบุวัน วันไหนก็ได้ ถ้าตรงกับวันที่ 1-8 พฤศจิกายน ก็จะเป็นพระคุณการุญครบบริบูรณ์) 2) สวดบททำวัตรเช้า หรือ ทำวัตรเย็น ของวันระลึกถึงผู้ล่วงลับ หรือภาวนาว่า "โปรดประทานการพักผ่อนตลอดนิรันดรแก่………"
- [สมโภชนักบุญทั้งหลาย (1 พฤศจิกายน)](https://www.cbct.or.th/solemnity-of-all-saints/) - สมโภชนักบุญทั้งหลาย (1 พฤศจิกายน)วันภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ (2 พฤศจิกายน)เดือนระลึกถึงผู้ล่วงลับ (ตลอดเดือนพฤศจิกายน) ชีวิตมนุษย์ยืนยาวเพียงแค่ต้นหญ้า ออกดอกงอกงามอยู่เพียงชั่วประเดี๋ยว แล้วก็เหี่ยวเฉาร่วงโรยสิ้นสุดไป เหมือนต้องลมก็ปลิวกระจายไป ไฉน มนุษย์จึงคิดจะมีชีวิตยืนยาว คิดค้นหาอาหารและยาอายุวัฒนะ กะจะต่อชีวิตให้ยืดยาวไปอย่างหาที่สุดมิได้ แต่พันวันของมนุษย์ก็เท่ากับแค่หนึ่งวันของพระเจ้า อันที่จริง พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ โดยเฉพาะจิตวิญญาณให้เป็นอมตะ นิรันดร มนุษย์จึงควรคิดคำนึงถึงชีวิตทางด้านฝ่ายจิต มิใช่คิดถึงแต่ชีวิตทางฝ่ายกายนี้เท่านั้น วันนี้เราระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว มีผู้คนมากมายเหลือคณานับที่ได้รับการต้อนรับเข้าไปในพระอาณาจักรของพระเจ้า พวกเขาคือพระศาสนจักรซึ่งได้รับชัยชนะแล้ว ซึ่งก็คือบรรดานักบุญทั้งหลายนั่นเอง จากหนังสือวิวรณ์ นักบุญยอห์นได้เห็นภาพนิมิต “ประชาชนมากมายเหลือคณานับจากทุกชาติ ทุกเผ่า ทุกประเทศและทุกภาษา กำลังยืนอยู่เฉพาะพระบัลลังก์และเฉพาะพระพักตร์ลูกแกะ” นี่แสดงให้เห็นว่ามีคนธรรมดาๆ มากมายที่อยู่ในโลกนี้ ที่อาจจะไม่มีใครสังเกต พวกเขาได้ทำความดี และได้ผ่านพ้นจากการเบียดเบียนครั้งใหญ่ พวกเขาได้รับการชำระล้างด้วยพระโลหิตของพระชุมพา จากหนังสือพระวรสารโดยนักบุญมัทธิว (บทที่ 5 : 1-12) บรรดาผู้มีบุญ ก็คือบุคคลธรรมดาๆ ทั้งหลาย ผู้มีใจยากจน ผู้เป็นทุกข์โศกเศร้า ผู้มีใจอ่อนโยน ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ผู้มีใจเมตตา ผู้มีใจบริสุทธิ์ ผู้สร้างสันติให้เกิดขึ้น ผู้ที่ยอมถูกเบียดเบียน ดูหมิ่น ข่มเหง
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/31-yearb/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา ปี B ความรัก ความสงสาร และมนุษยธรรม (Love, pity and humanity) ในวันคริสต์มาสปี ค.ศ. 1977 นักแสดงตลกที่โด่งดังที่สุดและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดของโลกได้สิ้นชีพลง เขาคือ ชาร์ลี แชปลิน ซึ่งเป็นจอมอัจฉริยะแห่งหนังเงียบ (หนังที่ไร้เสียงคนพูด) หลงเหลือไว้แต่ฟิล์มหนังจำนวนมากมายที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคนจรจัดตัวจ้อย (little tramp) ที่ทั้งน่ารักและน่าสงสาร นอกจากเรื่องของหนังแล้ว เขายังเขียนอัตชีวประวัติไว้อย่างฉลาดหลักแหลมอีกด้วย เล่าเรื่องชีวิตของเขาที่ต้องสู้ มีชัยชนะบ้าง และแพ้ผิดหวังบ้าง ช่วงที่เขาเกิดมา แม่ของเขาเป็นนักร้องหลายเวที หนึ่งปีต่อมาพ่อแม่แยกทางกัน แม่เป็นผู้ที่ต้องเลี้ยงดูลูกทั้งสอง ทุกสิ่งก็ดำเนินไปได้ดีพอควร จนกระทั่งเสียงแม่ของเขาเริ่มมีปัญหาแย่ลงเรื่อยๆ เนื่องจากโรคกล่องเสียงอักเสบ ต่อมาก็ไม่มีใครจ้าง เงินที่สะสมไว้ค่อยๆหมดไป แม่ขายข้าวของใช้ส่วนตัวเพื่อมาจุนเจือครอบครัวที่ยากลำบาก ชาร์ลี แชปลิน ยังจำได้ถึงช่วงที่พวกเขาอยู่ในโลกที่มืดหม่นเศร้าสร้อย มีแต่ความรักที่พวกเขามีต่อกันเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขายังอยู่ต่อไปได้ ช่วงหนึ่งเขาเขียนไว้ว่า "ฉันยังจำได้ในเย็นวันหนึ่ง เรานั่งอยู่ในห้องชั้นล่าง ฉันนอนอยู่บนเตียงเพราะเพิ่งฟื้นจากไข้ แม่กับฉันอยู่ด้วยกันตามลำพัง แม่นั่งหลังพิงกับหน้าต่างกำลังอ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ แล้วก็อธิบายถึงความรักของพระคริสตเจ้าที่ทรงมีต่อคนยากจน และเด็กเล็กๆ แม่อ่านจนพลบค่ำ จะหยุดเพียงแค่ไปจุดตะเกียงเท่านั้น แล้วบอกถึงเรื่องความเชื่อที่พระเยซูเจ้าทรงเผชิญเมื่อทรงได้รับความทุกข์ทรมาน
- [กิจกรรมการรณรงค์เทศกาลแห่งการภาวนาและดูแลรักษาสิ่งสร้าง (Season of Creation)](https://www.cbct.or.th/season-of-creation/) - กิจกรรมการรณรงค์เทศกาลแห่งการภาวนาและดูแลรักษาสิ่งสร้าง (Season of Creation) เริ่ม วันที่ 1 กันยายน – 4 ตุลาคม 2564 …………………………………………………………… เทศกาลการรณรงค์การภาวนาและดูแลรักษาสิ่งสร้าง (Season of creation) เริ่มวันที่ 1 กันยายนถึงวันที่ 4 ตุลาคมของทุกปี หัวข้อการรณรงค์ปี 2021 คือ “บ้านส่วนรวมสำหรับทุกคน ฟื้นฟูสิ่งสร้างของพระเจ้า” ( A home for all ? renewing Oikos of God) - วิกฤตสภาวะอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อภาวะโลกร้อน สาเหตุเกิดจากการใช้ทรัพยากรหรือสิ่งสร้างของพระเจ้าที่เกินจำเป็นและใช้อย่างไม่เคารพ ยำเกรง เป้าหมายของการรณรงค์ เพื่อตอบสนองต่อสมณสาส์น เลาดาโตซีที่ว่า “สิ่งสร้างโอดครวญ คนจนก็โอดครวญ” ที่ เป็นประเด็นรีบด่วน จะต้องหาทางออกในการเยี่ยวยาวิกฤตสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆเหล่านั้น ที่ต้องร่วมกันทุกภาคส่วนโดยเฉพาะคริสตชนผู้มีความเชื่อ ที่ว่าทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสร้างของพระเจ้า พระสันตะปาปาเรียกร้องให้ทุกคนเอาใจใส่ต่อวิกฤตเหล่านั้นอย่างจริงจัง ในโอกาสเทศกาลแห่งการภาวนาและดูแลสิ่งสร้างนี้ (Season of
- [28 ตุลาคม ฉลองนักบุญซีโมน และนักบุญยูดา อัครสาวก (St. Simon and St. Jude, Apostles, feast)](https://www.cbct.or.th/st-simon-and-st-jude-apostles-feast/) - 28 ตุลาคมฉลองนักบุญซีโมน และนักบุญยูดา อัครสาวก(St. Simon and St. Jude, Apostles, feast) นักบุญซีโมน ผู้รักชาติ (St. Simon the Zealot) โดยแท้จริงแล้วเราไม่มีข้อมูลที่แน่นอนใดๆ เกี่ยวกับชีวิตของนักบุญองค์นี้ เช่น เราไม่รู้ว่าท่านไปเทศน์สอนพระวรสารที่ไหน และไม่รู้ว่าตายที่ไหน ทั้งไม่รู้ว่าท่านต้องรับทุกข์ทรมานแบบมรณสักขีอย่างไร แม้แต่หลุมศพของท่านอยู่ไหนก็ไม่มีใครรู้ แต่ชื่อที่ต่อท้ายท่านว่า "Zealot" (="ผู้รักชาติ") ได้ถูกนำมาตีความหมายเป็นนัยว่าอาจหมายถึง เป็นนักกฎหมาย ท่านต้องเป็นผู้ร้อนรนเป็นพิเศษต่อกฎหมายของโมเสส (Mosaic Law) หรืออาจจะหมายถึงว่าท่านเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มชาตินิยมที่ร้อนรนมาก ที่กำลังตระเตรียมปลดแอกของชาวโรมันที่น่ารังเกียจออกไป ชาวกรีกและพวกคอปต์ มีธรรมประเพณีเล่าต่อกันมาว่า นักบุญซีโมนคือเจ้าบ่าวในงานแต่งงานที่เมืองคานาในแคว้นกาลิลี ที่ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงทำอัศจรรย์ในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์คนตัดไม้และช่างฟอกหนัง นักบุญยูดา ธัดเดอัส (St. Jude Thaddeus) นักบุญยูดา ธัดเดอัส เป็นน้องของนักบุญยากอบองค์เล็ก ซึ่งเป็นบุตรของอัลเฟอัส และดังนั้นก็เป็นญาติๆของพระเยซูเจ้า ท่านเป็นผู้ที่เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ซึ่ง Origen ได้กล่าวถึงว่า "เป็นจดหมายที่มีข้อคำสอนที่มีเนื้อหาแข็งกร้าวทั้งๆที่เขียนสั้นๆ" เป็นเพราะคำถามของนักบุญยูดาองค์นี้เองในช่วงระหว่างการเลี้ยงครั้งสุดท้าย ที่พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า พระองค์จะทรงแสดงองค์ให้แก่เพียงพวกคนเหล่านั้นที่ซื่อสัตย์ในการปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์
- [22 ตุลาคม นักบุญ ยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา ( St John Paul II, Pope )](https://www.cbct.or.th/st-john-paul-ii-pope/) - 22 ตุลาคมนักบุญ ยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา( St John Paul II, Pope ) พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ทรงเป็นหัวหน้าพระศาสนจักรคาทอลิก และทรงปกครองรัฐวาติกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 ถึง ค.ศ. 2005 พระองค์ทรงได้รับเลือกสู่ตำแหน่งพระสันตะปาปาโดยการลงคะแนนเสียงของบรรดาพระคาร์ดินัลในปี ค.ศ 1978 พระองค์ทรงเป็นผู้สืบตำแหน่งต่อจากพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 1 ซึ่งทรงอยู่ในสมณสมัยได้เพียง 33 วันเท่านั้น ทรงกำเนิดมาในวันที่ 18 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1920 ที่เมือง Wadowice ประเทศ Poland พระนามเดิมคือ Karol Jósef Wojtyla ทรงได้รับการบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ค.ศ. 1946 เป็นพระสังฆราชแห่ง Ombi
- [18 ตุลาคม ฉลองนักบุญลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร (St. Luke, Evangelist)](https://www.cbct.or.th/st-luke-evangelist/) - 18 ตุลาคมฉลองนักบุญลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร(St. Luke, Evangelist) ท่านเกิดที่เมืองอันทิโอก เมืองหลวงของซีเรีย มีอาชีพเป็นแพทย์ (เทียบ คร 4:14) เป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่นักบุญเปาโลเรื่องโรคภัยไข้เจ็บของท่านในระหว่างการเดินทางแพร่ธรรมใหญ่ครั้งที่ 2 เดิมเป็นคนต่างศาสนา ได้กลับใจมารับความเชื่อโดยนักบุญเปาโล ดังนั้น จึงได้ร่วมงานกับนักบุญเปาโล ผู้เป็นอัครสาวกแห่งคนต่างศาสนา ในระหว่างที่นักบุญเปาโลเทศนาอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา เอเธนส์ และโครินทร์ และระหว่างอยู่ที่เมืองเอเฟซัส 3 ปี นักบุญลูกาได้รับมอบหมายให้ไปประกาศพระวรสารกับชาวฟิลิปปี หลังจากนั้น ได้กลับไปกรุงเยรูซาเล็มกับนักบุญเปาโล และต่อมาได้ไปเยี่ยมนักบุญเปาโลบ่อยๆช่วงที่ท่านถูกคุมขังที่เมืองซีซารียา อาจเป็นช่วงนี้ที่นักบุญลูกาเขียนพระวรสารช่วงต่อขยาย ที่นักบุญเยโรมกับนักบุญยอห์น คริสซอสตอม เรียกว่า พระวรสารของนักบุญเปาโล (St. Paul's Gospel) กล่าวกันว่าในการเขียนท่านได้รับการส่องสว่างจากนักบุญเปาโล และท่านก็บันทึกและตีความจากเรื่องเล่าด้วยปากเปล่า และจากการสอนคำสอนของนักแพร่ธรรมผู้ยิ่งใหญ่อย่างซื่อสัตย์ ในขณะที่เขียนพระวรสารของท่านนั้น พระวรสารภาษาอาราเมอิกของนักบุญมัทธิวแพร่หลายไปในกลุ่มคริสตชนแล้ว และท่านก็มีพระวรสารของนักบุญมาระโกอยู่ต่อหน้าท่านด้วย เนื้อหาพระวรสารของนักบุญลูกาให้คุณค่าโดยเฉพาะเรื่องการเน้นความบริสุทธิ์แบบคริสตชน ความยากจน และความชื่นชมยินดี ภาพบรรยายที่ชัดเจนเรื่องทูตสวรรค์แจ้งสารแด่แม่พระ การเสด็จเยี่ยมเยียน การบังเกิดมา และช่วงปฐมวัยของพระเยซูเจ้าเหล่านี้ ท่านใช้เวลามากทีเดียวในการรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะจาก "บรรดาพยานที่เห็นด้วยตาตนเองตั้งแต่แรก" บางทีอาจจะได้ข้อมูลจากพระแม่มารีย์ด้วย และท่านได้รับความเชื่อถือว่าเป็นผู้วาดภาพพระนางมารีย์พรหมจารีเป็นคนแรกด้วย เนื่องจากท่านได้รับการศึกษาขั้นสูง
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึง-อาทิตย์-5/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา ปี B “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น” เวลานั้น ยากอบและยอห์นบุตรของเศเบดี เข้าไปหาและทูลขอพระเยซูเจ้าว่า “ขอโปรดให้ข้าพเจ้าคนหนึ่งนั่งข้างขวา อีกคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายของพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์เถิด” พูดง่ายๆ ขอตำแหน่งใหญ่ๆ และโดดเด่นในพระอาณาจักรของพระเจ้านั่นเอง แต่พระเยซูเจ้ากลับสอนให้เขารู้ว่า ตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้อยู่ที่การรับใช้ผู้อื่นเท่านั้น การทำตนรับใช้คนอื่นๆ ในโลกนี้ จะทำให้เป็นใหญ่ในพระอาณาจักรสวรรค์ “เพราะบุตรแห่งมนุษย์ มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย” นี่เป็นบทสรุปชีวิตและภารกิจของพระเยซูเจ้าที่ตรงและชัดเจนมากที่สุด ดังนั้น การจะทูลขออะไรจากพระองค์ก็ควรจะเข้าใจชีวิตและภารกิจของพระองค์ให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่ขอแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเอาประโยชน์เข้าหาตัวไว้ก่อน พระเยซูเจ้าทรงทราบทันทีที่ศิษย์สองคนนั้นขอเพราะเข้าใจในพระองค์ผิดไป “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้ไหม หรือรับการล้างที่เราจะรับได้หรือไม่” ทั้งสองรีบตอบว่า “ได้ พระเจ้าข้า” ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม ถ้าเขาทั้งสองจะเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ทราบว่าเขาจะรีบตอบว่าได้โดยทันทีหรือเปล่า เพราะว่าสำหรับพระเยซูเจ้าแล้ว ถ้วยซึ่งพระองค์จะทรงดื่มเป็นถ้วยแห่งความระทมทุกข์ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นถ้วยแห่งความรอด และการรับการล้างที่จะทรงรับก็หมายถึงความตายและการกลับคืนชีพ สำหรับพระเยซูเจ้าแล้ว ความตายและการกลับคืนชีพมาเป็นแพ็คเก็จหรือชุดเดียวกันเสมอ คือซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง อยากได้หนึ่งอย่างแถมให้อีกหนึ่งอย่าง สานุศิษย์ 2 คนนี้อยากได้เกียรติรุ่งโรจน์ใช่ไหม ต้องรับการล้างหรือความตายเสียก่อน หนทางสู่ชีวิตนิรันดรเป็นแบบนี้ไม่ใช่แบบที่ชาวโลกคิดกันอย่างง่ายๆ ขอให้ได้เสวยสุขโดยมิต้องข้องแวะกับความลำบากใดๆ เลย ขอเช่นนี้อาจได้รับบ้างตามวิถีของโลกนี้
- [16 ตุลาคม นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก พรหมจารี (St. Margaret Mary Alacoque, Virgin)](https://www.cbct.or.th/st-margaret-mary-alacoque-virgin/) - 16 ตุลาคม นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก พรหมจารี(St. Margaret Mary Alacoque, Virgin) นักบุญมาร์การีตา มารีย์ อาลาก๊อก เกิดในครอบครัวขุนนางมีฐานะร่ำรวย ราวปี 1647 เป็นลูกคนที่ 5 จาก 7 คน บิดาเป็นเจ้าหน้าที่ด้านเอกสารของราชสำนัก มารดาด้วยก็เป็นบุคคลสำคัญในวงสังคม วัยเด็ก เรียบร้อย รักความสงบ ชอบภาวนามากกว่าวิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ด้วยวัย 5 ขวบ แม้ยังไม่รู้ความหมายของคำว่า พรหมจรรย์ แต่ท่านก็ได้ปฏิญาณตนด้วยความศรัทธาในระหว่างมิสซาว่า จะถือพรหมจรรย์ถวายแด่พระเจ้าตลอดชีวิต พระเจ้าทรงเตรียมท่านไว้สำหรับภารกิจในอนาคต พระองค์ประทับตราแห่งความศักดิ์สิทธิ์ไว้ในดวงวิญญาณของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้แล้ว เมื่ออายุ 8 ปี บิดาเสียชีวิตกะทันหัน ถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำ บ้านมีความลำบากเพราะญาติทางพ่อยึดอำนาจการจัดการทั้งหมด ทำให้แม่ของท่านนักบุญมีปัญหา ลูกๆได้รับความยากลำบาก ท่านสวดมากขึ้น บางครั้งต้องไปซ่อนตัวในโรงเลี้ยงสัตว์ โดยไม่ยอมกินอาหาร ท่านคุกเข่าแทบเชิงกางเขน และร้องไห้ทั้งคืน อายุ 9 ปี รับศีลมหาสนิทครั้งแรก หลังจากนั้นท่านทำกิจพลีกรรมทรมานตัวเองอย่างลับๆ เพื่อใช้โทษบาป
- [15 ตุลาคม ระลึกถึง นักบุญเทเรซา แห่งอาวีลา พรหมจารีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร ( St Teresa of Jesus, Virgin & Doctor, memorial )](https://www.cbct.or.th/st-teresa-of-jesus-virgin-doctor-memorial/) - 15 ตุลาคมระลึกถึง นักบุญเทเรซา แห่งอาวีลา พรหมจารีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร( St Teresa of Jesus, Virgin & Doctor, memorial ) นักบุญเทเรซาองค์ใหญ่ หรือนักบุญเทเรซา แห่งอาวีลา หรือนักบุญเทเรซา แห่งพระเยซูเจ้า มีนามเดิมว่า Teresa Cepeda de Ahumada เกิดที่เมืองอาวีลา ประเทศสเปน เมื่อปี ค.ศ. 1515 เมื่ออายุ 20 ปี ท่านได้อ่านจดหมายต่างๆ ของนักบุญเยโรม จึงตัดสินใจเข้าอารามของคณะคาร์เมไลท์ โดยมีความคิดว่านี่เป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดไปสู่ความรอดพ้น แม้ว่าพ่อของท่านจะไม่ยินยอมก็ตาม "การภาวนาเป็นประตูนำไปสู่พระหรรษทานที่ยิ่งใหญ่ ถ้าประตูนี้ปิดเสียแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าพระเจ้าจะทรงให้พระหรรษทานต่างๆได้อย่างไร" ท่านมีสุขภาพที่ไม่สู้ดีนัก จึงใช้เวลาช่วงเจ็บป่วยนี้ฝึกจิตภาวนา เมื่อได้อ่านหนังสือ "คำสารภาพ" (Confessions) ของนักบุญออกัสติน ก็ได้รับแรงบันดาลใจให้ถวายมอบตัวท่านเองแด่พระเจ้าโดยไม่สงวนสิ่งใดไว้เลย ในสมัยของท่านนั้นบ้านหรืออารามนักบวชมากมายมีระเบียบวินัยที่หย่อนยาน มีผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนบ้านนักบวชหรืออารามเหล่านี้บ่อยๆ ทำให้สมาชิกของคณะหันไปติดจิตตารมณ์ทางโลก "การภาวนาและการปล่อยตนตามความปรารถนาไปด้วยกันไม่ได้" ท่านมักจะกล่าวเช่นนี้เสมอๆ ต่อมา ท่านค่อยๆ มีชีวิตภายในเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
- [วันสากลเพื่อคนจน ครั้งที่ 5 “ท่านจะมีคนยากจนอยู่กับท่านเสมอ” (มก 14:7)](https://www.cbct.or.th/world-day-of-the-poor-2021/) - “ท่านจะมีคนยากจนอยู่กับท่านเสมอ” (มก 14:7) วันสากลเพื่อคนจน (ครั้งที่ 5) 14 พฤศจิกายน 2021 อาทิตย์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านจะมีคนยากจนอยู่กับท่านเสมอ” ระหว่างการรับประทานอาหาร ณ ตำบลเบธานี ทรงสอนเราให้สนใจคนยากจน คนที่อยู่โดดเดี่ยว คนที่อยู่ชายขอบสังคม คนที่สังคมรังเกียจ ความยากจนไม่ใช่ผลของชะตากรรม แต่เป็นเครื่องหมายชี้ให้เห็นว่าพระองค์ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา ในชีวิตของคนยากจน มีความทุกข์ เดือดร้อน พวกเขาเป็นบุคคลแรกที่ได้รับพระวรสารและประกาศพระวรสารให้เรา ทำให้เราค้นพบพระพักตร์ของพระบิดาในหนทางใหม่ เป็นมิตรกับพวกเขา ฟังพวกเขา และ เอาใจใส่ดูแลพวกเขา คนยากจนอยู่กับเราเสมอ เราไม่ควรเฉยเมย ควรบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูศักดิ์ศรี และให้เขาเข้ามาอยู่ในสังคม การแบ่งปันจะก่อให้เกิดความเป็นพี่น้องกัน เช่นนักบุญดาเมียน เดอ เวาสเตอร์ ธรรมทูตช่วยคนโรคเรื้อนที่เกาะโมโลไก รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญเรา ให้ไม่สะสมขุมทรัพย์ฝ่ายโลก ให้เป็นพยานถึงความรักเมตตาของพระเจ้า โดยห่วงใยคนยากจนซึ่งเกิดจากเศรษฐกิจไร้มโนธรรม และกลุ่มนายทุนที่ขาดจิตสำนึก และความรับผิดชอบสังคม ยิ่ง ปีที่แล้วไวรัสโคโรนา
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิสสำหรับการฉลองวันเยาวชนโลกครั้งที่ 36](https://www.cbct.or.th/message-2021-the-36th-wyd/) - ลูก ๆ บรรดาเยาวชนที่รัก นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พ่ออยากจูงมือและเดินไปด้วยกันกับพวกเธอในการเดินทางเพื่อการจาริกแสวงบุญชีวิตฝ่ายจิตซึ่งจะนำไปสู่วันเยาวชนโลกในปี ค.ศ. 2023 ที่กรุงลิสบอน ประเทศปอร์ตุเกส สาส์นในปีที่แล้วที่พ่อได้ลงนามก่อนเกิดการแพร่โรคระบาดเล็กน้อยมีหัวข้อว่า “หนุ่มเอ๋ย เราบอกเจ้าว่า จงลุกขึ้นเถิด” (ลก. 7: 14) ในพระญาณสอดส่องพระเจ้าทรงเตรียมพวกเราไว้แล้วสำหรับการท้าทายครั้งสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเราจะพบและมีประสบการณ์ ในทั่วโลกทุกแห่งหนพวกเราสูญเสียบุคคลที่พวกเรารักไปจำนวนมาก และได้รับประสบการณ์จากการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวทางสังคม ภัยสุขภาพเป็นจุดอ่อนพิเศษสำหรับพวกเธอที่เป็นเยาวชน เพราะชีวิตของพวกเธอโดยธรรมชาติแล้วต้องแสดงออกภายนอก ต้องไปเรียน ต้องไปทำงาน ต้องมีสังคม เธอพบว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่พวกเธอไม่เคยประสบมาก่อน สำหรับบุคคลที่เผชิญความยากลำบากหรือขาดการสนับสนุนต่างพากันวุ่นวายใจไม่รู้แหล่งข้อมูลแท้จริงจะต้องทำเช่นใด พวกเราเห็นว่าภายในครอบครัวต่างก็มีปัญหาเพิ่มขึ้น มีการตกงาน มีการรู้สึกท้อแท้ มีการอยู่อย่างโดดเดี่ยว มีการเสพยาเสพติดด้วย นี่ยังไม่พูดถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน การเป็นคนที่โกรธง่าย หงุดหงิดใจไร้เหตุผล และการใช้ความรุนแรงที่ทวีมากขึ้น อย่างไรก็ตามพวกเราต้องขอบคุณพระเจ้า นี่เป็นเพียงด้านหนึ่งของเหรียญเท่านั้น ประสบการณ์ต่าง ๆ แสดงให้พวกเราเห็นถึงความเปราะบางของพวกเรา แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพวกเราด้วยรวมถึงความโน้มเอียงของพวกเราในความเอื้ออาทร พวกเราจะเห็นปัจเจกบุคคลจำนวนมากรวมทั้งเยาวชนด้วยทั่วทั้งโลกที่พากันช่วยเหลือชีวิต หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง เชิดชูเสรีภาพและความยุติธรรมและกระทำการดุจนักสร้างสันติสุขและนักสร้างสะพาน เมื่อใดที่เยาวชนพลาดล้มลงซึ่งในมุมมองหนึ่งมนุษย์ทุกคนต่างก็พลาดล้มลงได้ด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็เป็นความจริงว่าเมื่อใดที่เยาวชนลุกขึ้นยืน ที่นั่นก็เหมือนกับว่าโลกทั้งโลกต่างก็ลุกขึ้นยืนด้วย ลูก ๆ เยาวชนที่รัก พวกเธอช่างมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในมือของเธอ!
- [The Bangkok Senatus “Birth of Mary” Thailand](https://www.cbct.or.th/the-bangkok-senatus-birth-of-mary-thailand/) - The Bangkok Senatus “Birth of Mary” Thailand His Eminence Cardinal Francis Xavier Kriengsak Kovithavanij Archbishop of Bangkok presided over theMass offering ceremony at Assumption Cathedral, Bangkok, Saturday, September 4, 2021 at 10:00 a.m. His Eminence Cardinal Francis Xavier Kriengsak Kovithavanij Archbishop of BangkokFather Peter Chavalit Kitcharoen, Senatus Spiritual Director / Father Emmanuel Sahaphon Tangthavorn Junior
- [วันที่ 11 ตุลาคม นักบุญ ยอห์น ที่ 23, พระสันตะปาปา ( St John XXIII, Pope )](https://www.cbct.or.th/วันที่-11-ตุลาคม-นักบุญ-ยอห/) - วันที่ 11 ตุลาคมนักบุญ ยอห์น ที่ 23, พระสันตะปาปา( St John XXIII, Pope ) "ขอให้สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดเข้ามาในพระศาสนจักร" เป็นคำตรัสของพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 ซึ่งใช้สัญลักษณ์ของการเปิดหน้าต่างออกมา ในการประกาศเริ่มต้นสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1962 และตั้งแต่นั้นมาลมแห่งความเปลี่ยนแปลงก็ไม่เคยหยุดพัดเลย และไม่มีผู้สืบตำแหน่งจากพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 องค์ใดเลย ที่จะไปปิดหน้าต่างที่ลมแห่งความเปลี่ยนแปลงจะพัดเข้ามาในพระศาสนจักร แท้จริงแล้วพระศาสนจักรสากลยังคงตรวจสอบตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องการประกาศพระวรสารและการถือปฏิบัติด้วย นักบุญยอห์น ที่ 23 ทรงเป็นบุคคลที่มีความเฉียบแหลมมากในด้านต่างๆ การหยั่งรู้ล่วงหน้าอย่างคมชัดนำพาให้พระองค์ทรงเรียกประชุมสังคายนา ซึ่งนำไปสู่การปรึกษาหารือ การตัดสินใจและชี้นำแนวทางปฏิบัติต่างๆ ไปอย่างกว้างไกล ทรงชี้แจ้งให้เห็นชัดถึงแต่ละสถานะของบุคคลที่จะทำต้องทำหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่และบังเกิดผล ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือพระสังฆราช หรือพระอัครสังฆราช หรือพระคาร์ดินัล หรือพระสันตะปาปาก็ตาม พระองค์ทรงมีความเฉียบคมในการตัดสินซึ่งช่วยรักษาพระศาสนจักรในฝรั่งเศสให้รอดพ้นได้ คือเรื่องที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงในระหว่างพระสงฆ์ - กรรมกร (the priest - workers) ที่นำความกระอักกระอ่วนใจมาให้อย่างมาก ทรงมีความเฉียบคมในด้านมนุษยธรรมที่ได้ทรงช่วยชาวยิวประมาณ 24,000 คนจากการจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทรงเฉียบคมในอารมณ์ขันที่ทรงหาหนทางหลีกเลี่ยงวิกฤติมากมายที่อาจเกิดขึ้นได้
- [จดหมายจากหน่วยงานบริการการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม](https://www.cbct.or.th/laudato-si-action-platform/) - จดหมายจากหน่วยงานบริการ การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม 24 กันยายน 2021 บรรดาพระคุณเจ้า หัวหน้าหน่วยงานสภาประมุขบาทหลวง มหาธิการิณี มหาธิการ คณะนักบวช ผู้นำชุมชน ครู ผู้จัดการศึกษา สมาคม ผู้นำในการดูแลสุขภาพ ธุรกิจ เกษตร ผู้นำกลุ่ม องค์กร และองค์การต่างๆ พี่น้องชาย หญิง และเพื่อนๆ ในพระคริสต์ ปี เลาดาโต ซี พิเศษ ได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2021 ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านที่มีส่วนตอบรับการเชิญของสมเด็จพระสันตะปาปาให้เอาใจใส่ดูแลบ้านส่วนรวมของเรา และดูแลพี่น้องชายหญิงทุกคน เป็นพิเศษที่เปราะบางที่สุด และถูกทอดทิ้ง วันที่ 25 พฤษภาคม 2021 โป๊ปฟรังซิสได้มอบ Laudato si Action Platform (LSAP) เวทีแผนกิจกรรมเลาดาโตซี กิจการการกลับใจด้าน นิเวศ 7 ปี ( http://laudatosiactionplatform.org ) กล่าวคือ
- [สาน์สอภิบาล เรื่อง การเข้าร่วมจารีตพิธีกรรมในวัดคาทอลิกทางกายภาพท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า](https://www.cbct.or.th/077-2021/) - เจริญพรมายังพระคุณเจ้า คณะบาดหลวง นักบวชชายหญิง และประชาสัตบุรุษ พวกเราต่างก็เผชิญภัยพิบัติจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า (โควิด - 1 9) หลายระลอก ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 20 19 จนถึงวันนี้ ทำให้พวกเราไม่สามารถเข้าร่วมจารีตพิธีกรรมทางกายภาพได้ ซึ่งสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้ออกสาส์นอภิบาลเพื่อการปฏิบัติเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดดังกล่าวโดยที่พระศาสนจักรคาทอลิกให้ความร่วมมือกับนโยบายของภาครัฐเสมอมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่โรคระบาดได้รับการเยียวยาดีขึ้น และประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้น จึงทำให้พวกเราอยู่ในบรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลาย คณะกรรมการดำเนินงานและบรรดาสมาชิกของสภาบิชอปแห่งนี้ จึงเห็นว่าควรจะมีการบริหารจัดการเพื่อให้ประชาสัตบุรุษมีโอกาสเข้าร่วมจารีตพิธีกรรมทางกายภาพได้ โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ หรือโอกาสสำคัญอื่น ๆ เช่น พิธีสมรส พิธีปลงศพ ฯลฯ จึงขอความร่วมมือจากพระคุณเจ้า คณะบาทหลวง คุณพ่อเจ้าวัด และสมาชิกคณะนักบวช โปรดพิจารณาในความเป็นไปได้ และการบริหารจัดการเพื่อให้ประชาสัตบุรุษมีโอกาสเข้าร่วมพิธีกรรมตามจำนวนที่ภาครัฐกำหนด กล่าวคือประมาณ 25 - 30 คน หรืออาจมากกว่าตามความเหมาะสมของบริเวณพื้นที่ แต่ต้องรักษาระยะห่าง 2 เมตร อย่างไรก็ตามสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอโอกาสให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติในการอภิบาลเพื่อเข้าร่วมพิธีกรรมทางกายภาพ ดังนี้ 1. การเปิดวัด จัดพิธีบูชาขอบพระคุณ หรือจารีตพิธีกรรมทางศาสนา ขอให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบิชอปประมุขในแต่ละเขตศาสนปกครอง และเจ้าวัดแต่ละวัดในเขตศาสนปกครองนั้น
- [7 ตุลาคม ระลึกถึงแม่พระแห่งลูกประคำ (Our Lady of the Rosary)](https://www.cbct.or.th/our-lady-of-the-rosary/) - 7 ตุลาคมระลึกถึงแม่พระแห่งลูกประคำ(Our Lady of the Rosary) วันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.1571 มีการรบทางเรือครั้งใหญ่ที่เมือง เลปานโต (Lepanto) เป็นการต่อสู้กับผู้รุกรานชาวเติร์ก ชัยชนะของพวกยุโรปในการรบที่มีชื่อเสียงครั้งนี้ได้ช่วยรักษาอารยธรรมแบบคริสตชนไว้ได้ เพื่อระลึกอย่างรู้คุณต่อบทบาทของพระแม่มารีย์ในชัยชนะนี้ พระสันตะปาปาปีโอที่ 5 จึงได้ตั้งวันนี้เป็นวันฉลองแม่พระแห่งชัยชนะ (The Feast of Our Lady of Victory) แต่บรรดาพระสันตะปาปาองค์ต่อๆมา ต่างก็ทรงตระหนักถึงความจริงของชัยชนะนี้ว่าเป็นผลมาจากลูกประคำ จึงให้คำศัพท์ใหม่ว่า วันฉลองแม่พระแห่งลูกประคำ กำเนิดของลูกประคำเองต้องย้อนไปถึงวันที่นักบุญโดมินิกได้รับการเผยแสดงจากแม่พระในภาพนิมิต ในสมัยศตวรรษที่ 13 นักบุญโดมินิกเป็นผู้ตั้งคณะผู้เทศน์ (ดอมินิกัน) ความศรัทธาต่อลูกประคำค่อยๆแพร่หลายโดยบรรดานักเทศน์ดอมินิกันก่อน ต่อมาแพร่ไปตอนเหนือของฝรั่งเศสและแถบทุ่งริมฝั่งทะเลส่วนเหนือของฝรั่งเศสกับส่วนใต้ของเบลเยี่ยม (Flanders) จากนั้นจึงเผยแพร่ไปสู่ยุโรปที่เหลือ พระสันตะปาปาเลโอที่ 10 ทรงเห็นชอบให้เรื่องลูกประคำได้รับรองอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1520 และทรงประกาศให้เดือนตุลาคมเป็นเดือนแห่งแม่พระลูกประคำ วันฉลองได้ถูกกำหนดไว้เป็นการถาวรในปฏิทินพิธีกรรมของพระศาสนจักรสากลในปี ค.ศ.1716 - เมื่อเจ้าชายยูยีน (Prince Eugene) ได้รับชัยชนะครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งเหนือศัตรูพวกเดิมในฮังการี คำศัพท์ที่ว่า "ลูกประคำ" เป็นคำที่มาจากภาษาลาตินว่า "rosarium"
- [บรรดาบิชอปผู้ที่เป็นกัลยาณมิตรกับคณะโฟโกลาเร กำลังช่วยสานฝันของพระเจ้าเพื่อความสมานฉันในโลกให้เป็นความจริง](https://www.cbct.or.th/focolare-bishops-friends-of-movement-25-september-2021/) - วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2021 พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงสนับสนุนบรรดาบิชอปที่เป็นกัลยาณมิตรกับคณะโฟโกลาเร ขอให้ช่วยกันทำให้ความฝันของพระเจ้าในการช่วยให้มีการคืนดีกันและมีความสมานฉันกันกับทุกสิ่งและกับทุกคนในพระเยซูคริสต์ได้กลายเป็นความจริงโดย “การเปิดใจกว้างให้ทุกคนไม่ละเว้นผู้ใดเลย” และ “นี่ยังเป็น ‘ความฝัน’ ของความเป็นพี่น้องกันดังที่พ่อได้กล่าวไว้ในสมณสาส์นเวียนพวกเราต่างเป็นพี่น้องกัน (Fratelli Tutti)” พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสในการเข้าเฝ้าทางกายภาพกับบิชอป 15 ท่านผู้ที่เป็นกัลยาณมิตรกับคณะโฟโกลาเร ขณะที่บิชอปอีกประมาณ 170 องค์จาก 44 ประเทศทั่วโลกของเขตศาสนปกครองต่าง ๆ (สังฆมณฑล) และชุมชนพระศาสนจักรพากันมาประชุมกันที่ศูนย์กลางมารีอาโปลีสสากล ของคณะโฟโกลาเรที่คาสเตล กัลดอลโฟ (Castel Gandolfo) ในวันที่ 24-25 กันยายน 2021 ในหัวข้อ “จงกล้าที่จะเป็นหนึ่งเดียวกันในโลกที่มีการแบ่งแยก” คณะโฟโกลาเรซึ่งทราบกันดีว่าเป็นงานของแม่พระได้รับการสถาปนาขึ้นโดยเคียร่า ลูบิค (Chiara Lubich) สตรีชาวอิตาเลียนในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1943 ณ เมืองเตร็นท์ (Trent) พระศาสนจักรได้ให้การรับรองคณะกิจการของแม่พระในปี ค.ศ. 1962 ซึ่งคณะ ฯ มีเป้าหมายที่จะเผยแพร่สาส์นแห่งความเป็นเอกภาพทั่วโลกโดยได้รับแรงบันดาลใจจากการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ต่อพระบิดา “เพื่อที่พวกเขาจะได้เป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยน. 17: 21) จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะสงเสริมความเป็นพี่น้องกันเพื่อที่โลกจะได้เป็นหนึ่งเดียวกันมากยิ่งขึ้น
- [ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2021](https://www.cbct.or.th/flood-2021/) - บรรดาพระคุณเจ้า อธิการคณะนักบวชชาย-หญิง และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากพายุ “เตี้ยนหมู่” ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคกลาง ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2564 เป็นต้นมา ทำให้เกิดน้ำท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม บางพื้นที่ต้องอพยพไปพักที่ปลอดภัยชั่วคราว รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการกุศลต่างๆ ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมิเพียงพอ เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อต่อองค์พระคริสตเจ้า กรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ในสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกสังฆมณทล คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน องค์กรคาทอลิก และพี่น้องคริสตชนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลาย ได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องของเราที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบาก “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา....” (มธ. 25:40) ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องได้ร่วมกันภาวนาขอพระเจ้าโปรดบรรเทาใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ และดลบันดาลให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนบริจาคให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องของเราตามกำลังความสามารถ โดยท่านที่ประสงค์จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือสามารถดำเนินการดังนี้ เช็คสั่งจ่าย : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND โอนเงิน : สภาพระสังฆราชฯ CARITAS THAILAND (บรรเทาฯ) ธนาคาร TMB Thanachart
- [4 ตุลาคม ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี [St. Francis of Assisi (C. 1181 - 1226)]](https://www.cbct.or.th/st-francis-of-assisi/) - 4 ตุลาคม ระลึกถึงนักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี[St. Francis of Assisi (C. 1181 - 1226)] นักบุญฟรังซิส เกิดที่เมืองอัสซีซี ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ.1181 (หรือ 1182) ครอบครัวมีฐานะมั่งคั่ง และเจริญชีวิตอย่างหรูหรา จึงได้รับความสะดวกสบายทุกอย่าง แรกเกิดได้รับชื่อทางคริสตชนว่า โจวานนี (Giovanni) โดยแม่ซึ่งชื่อว่า โจวานนา (Giovanna) เป็นผู้ตั้งให้ แต่ได้รับการตั้งชื่อใหม่เป็น ฟรานเชสโก (Francesco) โดยพ่อที่ร่ำรวยของท่านที่ชื่อว่า ปิเอโตร ดิ แบร์นาร์โดเน (Pietro di Bernardone) ผู้ซึ่งในเวลาที่ฟรังซิสเกิดมา เขากำลังเดินทางไปทำธุรกิจอยู่ที่อื่น เหมือนกับหนุ่มๆ ทั่วไปในสมัยนั้น ฟรังซิสเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่มีชื่อเสียง แต่ขณะเดียวกันพวกหนุ่มๆ ก็อยากเป็นอัศวินตามความนิยมของคนในสมัยนั้น และฟรังซิสก็ได้เป็นสมใจ คือในปี ค.ศ. 1202 เมืองอัสซีซีทำสงครามกับเมืองเปรูจา (Perugia) ที่อยู่ใกล้เคียง ท่านได้สวมชุดอัศวินและไปทำสงครามในครั้งนี้ ผลคือท่านถูกจับ และถูกนำตัวไปขังคุกไว้เป็นเวลา
- [การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานของสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย ค.ศ. 2021- ค.ศ. 2024](https://www.cbct.or.th/075-2021/) - ด้วย การประชุมสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 2021 ของการประชุมสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย (CBCT) ได้จัดขึ้น ณ ศูนย์อภิบาลบ้านผู้หว่าน ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 30 กันยายน ค.ศ. 2021 ซึ่งสมาชิกของสภา ฯ ทั้งหมด 11 ท่านได้เข้าร่วมประชุม ในการประชุมครั้งนี้ การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสภาฯ (CBCT Standing Committee) ทุก ๆ วาระ 3 ปี สำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ของคณะผู้ดำเนินงานบริหารการสภา ฯ ภายใต้อาณัติของสภาบิชอปคาทอลิกแห่งประเทศไทย ผลการเลือกตั้งมีดังนี้ ประธานสภาฯ บิชอปยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขแห่งเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) นครราชสีมา รองประธานสภาฯ อาร์ชบิชอปอันตน วีระเดช ใจเสรี ประมุขแห่งเขตศาสนปกครอง (อัครสังฆมณฑล)
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึง-อาทิตย์-4/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา ปี B “เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่ชายจะหย่ากับภรรยา” ในพระวรสารของอาทิตย์นี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสสอน 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องที่สวยงามของการแต่งงาน “…ชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน…ดังนั้น สิ่งที่พระเจ้าทรงรวมกันไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” เรื่องที่สองคือเรื่องผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย เราจะพิจารณาเรื่องแรกนี้มากหน่อย เนื่องด้วยสอดคล้องกับบทอ่านแรกที่มาจากหนังสือปฐมกาลด้วย องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าทรงทำให้มนุษย์หลับสนิท และขณะที่เขากำลังนอนหลับ ก็ทรงเอากระดูกซี่โครงของเขาออกมาหนึ่งซี่…ทรงเอาซี่โครงนั้นมาสร้างหญิง แล้วทรงนำมาให้มนุษย์ มนุษย์จึงพูดว่า “นี่คือกระดูกจากกระดูกของฉัน และเนื้อจากเนื้อของฉัน นางจะมีชื่อว่าหญิง เพราะนางมาจากชาย” เมื่อเราอ่านเรื่องการสร้างมนุษย์ในหนังสือปฐมกาล บางทีอาจมีรอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปาก เพราะผู้นิพนธ์วาดภาพพระเจ้าเหมือนกับมนุษย์คนหนึ่ง อันที่จริง นี่เป็นรูปแบบการเขียนว่าด้วยลักษณะทางมานุษยวิทยา (anthropomorphic style) ผู้นิพนธ์จากทั้งสองสายที่เล่าเรื่องนี้ คือ สายธรรมประเพณี J (Yahwist) ซึ่งเก่าแก่ที่สุด (ราวศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตศักราช) ใช้ชื่อพระเจ้าว่า “ยาห์เวห์” โดยตลอด กล่าวถึงพระเจ้าในรูปของมนุษย์ และเล่าเรื่องอย่างมีชีวิตชีวา และสายธรรมประเพณี P(Priestly)เป็นของแวดวงสมณะที่กรุงเยรูซาเล็ม ราวศตวรรษ 6 ก่อนคริสตศักราช มีคำสอนแนวปฏิบัติที่โบราณมากๆ (จากหนังสือพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม
- [29 กันยายน ฉลองอัครทูตสวรรค์ มีคาเอล กาเบรียล และ ราฟาเอล (The Holy Archangels Michael, Gabriel and Raphael, feast)](https://www.cbct.or.th/the-holy-archangels-michael-gabriel-and-raphael-feast/) - 29 กันยายนฉลองอัครทูตสวรรค์ มีคาเอล กาเบรียล และ ราฟาเอล(The Holy Archangels Michael, Gabriel and Raphael, feast) วันนี้ พระศาสนจักรเฉลิมฉลองความสำคัญ และความหมายที่แฝงอยู่ของแต่ละอัครทูตสวรรค์ทั้งสามที่มีชื่ออยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล กล่าวคือ อัครทูตสวรรค์ มีคาเอล กาเบรียล และ ราฟาเอล แต่ละท่านต่างมีภารกิจแตกต่างกัน : มีคาเอล - ผู้ปกป้อง กาเบรียล - ผู้ประกาศหรือแจ้งข่าว และราฟาเอล - ผู้นำทาง อัครทูตสวรรค์ มีคาเอล ชื่อมีคาเอลในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า "ใครเล่าเหมือนพระเจ้า" ซึ่งเป็นเสียงร้องกึกก้องในสงครามของบรรดาทูตสวรรค์ที่ดีขณะขับไล่ซาตานจากสวรรค์ ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ชี้ให้เห็นว่าท่านเป็นผู้ปกป้องและปลอบประโลมใจชนชาติที่ได้รับเลือกสรรซึ่งกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับจากดินแดนเปอร์เซียถิ่นเนรเทศ และเป็นผู้ค้ำประกันถึงชัยชนะของมัคคาบี คริสตชนสมัยแรกๆ มอบความไว้วางใจให้อัครทูตสวรรค์มีคาเอลช่วยเยียวยาคนเจ็บไข้ได้ป่วย ทุกคนที่ได้อาบน้ำในบ่อน้ำพุแห่งการรักษาของท่านที่อยู่ใกล้กับโคลอสเซียม พร้อมกับร้องขานชื่อของท่านและพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์ จะได้รับการเยียวยาให้หาย และที่ใกล้ๆกรุงคอนสแตนติโนเปิล คนป่วยได้เคยใช้เวลาอยู่ในวัดของท่านตลอดทั้งคืนด้วยความหวังจะได้รับการรักษา ธรรมประเพณีของคาทอลิกมอบตำแหน่งนี้ให้ท่านเป็น "เจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่" (great prince) ในหน้าที่ 4 อย่างด้วยกัน กล่าวคือ
- [คู่มือการสอนคำสอน (ฉบับใหม่)](https://www.cbct.or.th/20210924/) - คู่มือการสอนคำสอน (ฉบับใหม่) อาร์กบิชอป ริโน ฟิซิเคลลา แห่งสมณสภาเพื่อการส่งเสริมการประกาศข่าวดีใหม่ ได้แถลงข่าวเรื่องคู่มือการสอนคำสอนฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2020 “เพราะสภาพสังคมปัจจุบัน มีการพัฒนาหลายอย่างทางวิทยาศาสตร์ ปัญหาด้านชีวจริยศาสตร์ใหม่ๆ วัฒนธรรมดิจิตัล วัฒนธรรมโลกาภิวัตน์ ฯลฯ เราจึงต้องปรับปรุงคู่มือการสอนคำสอน เพื่อให้เคารพพระประสงค์สร้างสรรค์ของพระเจ้า และศักดิ์ศรีมนุษย์” คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมประเทศไทย ได้ตกลงกันในการประชุม ว่าจะแปล เป็นภาษาไทยปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020 หนังสือแบ่งเป็น 3 ภาค (12 บท) ภาค 1 การสอนคำสอนในพันธกิจการประกาศข่าวดีของพระศาสนจักร บทที่ 1 - 4 (ข้อ 1 - 156) คุณครู ประภา วีระศิลป์ เป็นผู้แปล ภาค 2 กระบวนการของการสอนคำสอน บทที่ 5 - 6
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/20210926/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา ปี B หนทางสู่ชีวิตนิรันดร พระวรสารของวันอาทิตย์นี้ นักบุญมาระโกได้เผยให้เห็นมุมมองของพระเยซูเจ้าในสามเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องของการยอมรับ หรือการรับเขาเข้ามาเป็นพวกเดียวกับเรา เรื่องนี้สืบความมาจากยอห์นได้มาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า เราได้เห็นคนคนหนึ่งขับไล่ปีศาจ เดชะพระนามพระองค์ เราจึงพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา” มุมมองของบรรดาศิษย์ของพระองค์คือ รู้สึกได้ว่ามีผลกระทบต่อบทบาทของเขา พวกเขาคิดว่ารองจากพระองค์แล้วการขับไล่ผีก็ต้องเป็นหน้าที่ของพวกเขา ไม่ใช่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ (แถมยังไล่ผีสำเร็จอีกด้วย ในขณะที่นักบุญมาระโกเคยรายงานว่า พ่อของเด็กคนหนึ่งเคยมาฟ้องพระเยซูเจ้าว่าบรรดาศิษย์ของพระองค์ขับไล่ผีให้ลูกของเขาไม่สำเร็จ) แต่พระเยซูเจ้ามิได้ทรงอนาทรร้อนใจ ทรงมุ่งไปถึงจุดหมายปลายทางคือพระอาณาจักรของพระเจ้า ดังนั้นการมาช่วยกันทำงานเพื่อพระอาณาจักรจะได้มาถึง ย่อมดีกว่าการกีดกัน แบ่งเขาแบ่งเรา จึงตรัสชัดเจนว่า “อย่าห้ามเขาเลย ไม่มีใครทำอัศจรรย์ในนามของเรา แล้วต่อมาจะว่าร้ายเราได้ ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา” ดูเหมือนพระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราเปิดใจให้กว้างเข้าไว้ ยอมรับ ส่งเสริม สนับสนุนกันในการทำความดี ไม่ใช่ว่า ถ้าไม่เป็นพวกของเรา จะทำความดีไม่ได้ เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของการต้อนรับคนอื่นๆ อย่างดี “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสตเจ้า…เขาจะได้บำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน” สำหรับพระเยซูเจ้าแล้ว การต้อนรับคนอื่นๆ อย่างดี ช่วยสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เกิดขึ้นมากเท่าๆ กับการประกาศข่าวดี การเทศน์สอน การรักษาเยียวยา และการขับไล่ผี เรื่องที่สาม
- [บทสัมภาษณ์พระคาร์ดินัลเกรช (Card.Grech)](https://www.cbct.or.th/card-grech/) - บทสัมภาษณ์ พระคาร์ดินัลเกรช (Card.Grech)โดยสำนักข่าววาติกันนิวส์ (Vaticannews)วันศุกร์ที่ 10 กันยายน ค.ศ.2021 เครดิต : www.chandiocese.org
- [21 กันยายน ฉลองนักบุญมัทธิว อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร (St. Matthew, Apostle and Evangelist, feast)](https://www.cbct.or.th/st-matthew-apostle-and-evangelist-feast/) - 21 กันยายน ฉลองนักบุญมัทธิว อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร(St. Matthew, Apostle and Evangelist, feast) นักบุญมัทธิว องค์อุปถัมภ์ของคนเก็บภาษี และนักการธนาคาร ในขณะที่ท่านทำหน้าที่เก็บภาษีให้กับกษัตริย์เฮโรด อันทิปาส (King Herod Antipas) ที่เมืองคาเปอรนาอุมอยู่นั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกให้ติดตามพระองค์ไป อีกชื่อหนึ่งของท่านที่คนเรียกกันคือ เลวี คนเก็บภาษี ท่านมีความยินดีอย่างมากที่ได้รับการเรียกครั้งใหม่นี้ จึงจัดงานเลี้ยงใหญ่ที่บ้านของท่านสำหรับพระอาจารย์และบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ และยังเชิญแม้แต่เพื่อนๆของท่านที่เป็นคนเก็บภาษีด้วยกัน พระเยซูเจ้าได้ทรงทำให้พวกฟาริสีประหลาดใจมาก ที่ปฏิบัติองค์ตามสบายรับประทานอาหารกับพวกที่บรรดาผู้นำอิสราเอลดูถูกเหยีดหยามว่าเป็นพวกนอกคอกและพวกทรยศ และพวกเขาไม่เคยแม้แต่คิดว่าจะกินอาหารร่วมกับพวกนี้ นอกเหนือจากความจริงที่มีเพียงเล็กน้อยเท่านี้ ยากที่เราจะรู้เกี่ยวกับชีวิตและความตายของอัครสาวกองค์นี้ เลวี บุตรของอัลเฟอัส (มก 2 : 14) น่าจะได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี เพราะท่านรู้ภาษาทั้งอาราเมอิกและกรีก และคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการเขียน ชื่อ มัทธิว แปลว่า "ของประทานจากพระเจ้า" อาจจะเป็นชื่อที่พระคริสตเจ้าทรงตั้งให้ ท่านเป็นหนึ่งในอัครสาวกพวกแรกๆที่ถูกเลือกให้เขียนบันทึกถึงเหตุการณ์สำคัญๆของชีวิตและคำสอนของพระเยซูเจ้า ในฐานะที่ท่านเป็นพยานยืนยันด้วยตัวเอง และในฐานะที่เป็นคำสอนด้วยคำพูดของบรรดาอัครสาวกทั้งหมด แท้จริงแล้ว เป็นที่เชื่อกันว่า ในขณะที่ท่านเขียนพระวรสาร ท่านได้ใช้บทรวบรวมคำปราศรัยต่างๆของพระเยซูเจ้าในภาษาอาราเมอิกที่ท่านเคยทำไว้ก่อนหน้านี้มาเป็นตัวตั้ง น่าเสียดาย ที่ต้นฉบับดั้งเดิมนี้ได้หายไป พระวรสารของนักบุญมัทธิว ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอัตชีวประวัติของพระคริสต์แบบครบสมบูรณ์
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึง-อาทิตย์-3/) - ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา ปี B จงต้อนรับเด็กเล็กๆ (Welcoming the little ones) กษัตริย์ออสการ์ ที่ 2 เป็นเจ้าผู้ครองประเทศสวีเดนและนอร์เวย์ ในช่วงเปลี่ยนศตวรรษ พระองค์โปรดการไปเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ และทรงพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับเด็กนักเรียนเหล่านั้น วันหนึ่งเสด็จไปเยี่ยมโรงเรียนหนึ่งซึ่งอยู่ในหมู่บ้านชนบท กษัตริย์ได้ตรัสถามเด็กๆ ว่าใครคือกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสวีเดน คำตอบของเด็กๆออกมาไม่เหมือนกัน เช่น พระเจ้ากุสตาฟ วาซา พระเจ้ากุสตาฟ อโดลฟุส และพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 12 คุณครูที่อยู่ที่นั่นรู้สึกขายหน้าต่อคำตอบเหล่านั้น จึงไปยืนใกล้ๆ เด็กผู้ชายเล็กๆ คนหนึ่ง และกระซิบที่หูของเขา เขาจึงประกาศเสริมขึ้นมาว่า "และพระเจ้าออสการ์ด้วย" กษัตริย์ทรงได้ยินเช่นนั้นก็แปลกพระทัย "จริงหรือ....แล้วกษัตริย์ออสการ์ได้ทรงทำอะไรที่น่าจดจำได้บ้าง" "คือผม - ผม - ผมไม่รู้ครับ" เด็กนั้นตอบอย่างตะกุกตะกักและรู้สึกสับสน แต่กษัตริย์ทรงตอบเด็กนั้นว่า "เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าตอบถูกต้องแล้ว เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนหนูว่าทรงทำอะไรที่โดดเด่นบ้าง" จะเห็นได้ว่ากษัตริย์ทรงพร้อมจะยอมรับในสิ่งที่เด็กน้อยได้กล่าวออกมา และทรงเห็นด้วยกับความจริงที่พูดแบบติดอ่างออกมาของเด็กน้อยด้วย เด็กๆ มีวิธีแสดงออกมาตามความรู้ที่มีขีดจำกัดของตัวเอง ไม่ตกแต่งคำพูดด้วยความหลากหลายทางภาษาแบบที่ผู้ใหญ่ใช้เพื่อแสดงความคิดของตนออกมา พวกเด็กๆ
- [15 กันยายน ระลึกถึง แม่พระระทมทุกข์ (Our Lady of Sorrows, memorial)](https://www.cbct.or.th/our-lady-of-sorrows-memorial/) - 15 กันยายนระลึกถึง แม่พระระทมทุกข์(Our Lady of Sorrows, memorial) เช่นเดียวกับในวันศุกร์ในสัปดาห์พระทรมาน วันในกลางเดือนกันยายนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ระลึกถึงการทนทุกข์ครั้งใหญ่ๆของแม่พระ (=โดยถือวันที่ต่อจากวันฉลองเทิดทูนไม้กางเขน) ซึ่งมี 7 เรื่องหลักๆด้วยกัน กล่าวคือ 1) คำทำนายของผู้เฒ่าสิเมโอนในพระวิหาร : "ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน" (การกล่าวถึงดาบอันเป็นสัญลักษณ์ในเรื่องนี้อาจได้มาจาก อสค 14:17 หรือจาก ศคย 12:10) 2) การพาพระกุมารเดินทางประมาณ 300 ไมล์ เสด็จหนีไปประเทศอียิปต์ 3) การตามหาพระเยซูเจ้าในกรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลา 3 วัน เมื่อพระองค์มีพระชนมายุสิบสองพรรษา 4) เมื่อแม่พระได้พบกับพระเทวบุตรของพระนางระหว่างทางเดินขึ้นเนินเขากัลวาริโอ 5) ขณะที่แม่พระทรงยืนอยู่ข้างไม้กางเขนของพระเยซูเจ้า 6) ขณะที่นำพระวรกายของพระเยซูเจ้าลงจากกางเขน 7) ขณะที่นำพระศพของพระองค์ไปไว้ในพระคูหา วันฉลองนี้ในตอนแรกได้อนุมัติให้กับคณะนักบวช "Servites" (คณะภารดาผู้รับใช้ของพระนางมารีย์ = The Order of Friars Servants of Mary ซึ่งมีสมาชิกเป็นทั้งพระสงฆ์
- [14 กันยายน ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน (The Exaltation of the Holy Cross, feast)](https://www.cbct.or.th/the-exaltation-of-the-holy-cross-feast/) - 14 กันยายนฉลองเทิดทูนไม้กางเขน(The Exaltation of the Holy Cross, feast) ธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นทั้งแหล่งที่มาและคำมั่นสัญญาของชีวิตนิรันดร และเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่สูงส่งที่แฝงไว้ถึงสิริรุ่งโรจน์ของธรรมล้ำลึกทั้งหมดนี้ ก็คือไม้กางเขน ซึ่งแขวนการไถ่ให้รอดของโลกนี้ไว้ ชัยชนะของไม้กางเขนเหนือบาปและความตายถูกรวบยอดอยู่ที่นี่ และทั้งหมดของชัยชนะ ของความยินดีต่อชัยชนะนี่แหละที่พระศาสนจักรทำการเฉลิมฉลองวันนี้ วันฉลองนี้แต่ต้นเลยรู้กันในชื่อนี้ ซึ่งหมายถึงการยกย่องเชิดชูไม้กางเขน ยังมีนัยหมายถึง "วางไว้บนที่สูง เพราะมีความสำคัญสูงส่ง" "การยกขึ้น" การฉลองนี้มีความสำคัญต่อบรรดาผู้มีความเชื่อ 4 ประการด้วยกัน กล่าวคือ ประการแรก หมายถึง การยกกางเขนขึ้นบนเนินเขากัลวารีโอในวันศุกร์นั้น ซึ่งแม้ว่าจะรวมไว้ด้วยเรื่องการทนทุกข์ทรมานใหญ่หลวง และความอับอาย แต่กระนั้น ก็เป็นการถวายบูชาด้วยความรักที่ทรงมีต่อพระบิดา และด้วยความรักที่พระบิดาทรงมีต่อมวลมนุษย์ การถูกยกตั้งขึ้นสูงเปรียบประดุจว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ไม้กางเขนเป็นเหมือนธรรมาสน์ที่ทรงเทศนา โดยพระวาจาและพระฉบับแบบ เป็นคำเทศนาที่สะเทือนอารมณ์มากที่สุดตลอดช่วงพระภารกิจบนแผ่นดินนี้ - พระองค์ทรงอภัยและทรงมอบพระองค์ให้ - ทุกๆบาดแผลของพระองค์หลั่งไหลพระหรรษทานออกมา จากด้านข้างพระวรกายทรงให้กำเนิดพระศาสนจักร และก่อนลมหายใจสุดท้ายพระองค์ทรงมอบพระมารดาของพระองค์ให้เป็นของขวัญแก่มวลมนุษยชาติ คือ พระแม่มารีย์ ไม้กางเขนจึงเป็นเครื่องหมายถึงชัยชนะของพระองค์โดยแท้จริง ไม้ในแนวตั้งเชื่อมมนุษย์กับพระเจ้า ไม้ส่วนที่พาดในแนวนอนเชื่อมมนุษย์กับมนุษย์และโดยไม่แยกออกไปจากพระเจ้า ประการที่สอง หมายถึง การตั้งไม้กางเขนขึ้นในวัดพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำในปี ค.ศ. 326 โดยนักบุญเฮเลนา พระมารดาแห่งพระจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้ค้นพบไม้กางเขน
- [ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่อง พระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่ศาสนบริการขับไล่ปีศาจ](https://www.cbct.or.th/682-2021/) - ที่ ลส. 682/2021 ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่อง พระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่ศาสนบริการขับไล่ปีศาจ บรรดาคริสตชนผู้มีความเชื่อได้วอนขอพระเจ้าด้วยความศรัทธาให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งหลาย โดยเฉพาะจากเล่ห์กลของปีศาจ (คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกข้อ 1673) ที่ต่อต้านการประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรสวรรค์ โดยปกติ การขับไล่ปีศาจที่ต่อต้านพระอาณาจักรนี้ พระเยซูคริสตเจ้าทรงมอบอำนาจแก่พระสงฆ์ทุกคนผ่านทางอัครสาวก ในกรณีเฉพาะ พระสงฆ์ที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่แห่งศาสนบริการขับไล่ปีศาจ ต้องได้รับการมอบหมายเป็นพิเศษและอย่างเป็นทางการจากพระสังฆราช (ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร มาตรา 51) โดยพระสงฆ์ ผู้ได้รับมอบหมายและแต่งตั้ง จำเป็นต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ มี "ความศรัทธา ความรู้ ความรอบคอบ และความไม่ด่างพร้อยในชีวิต" (ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร มาตรา 1172 วรรค 2) และยังต้องได้รับการเตรียมตัวไว้สำหรับหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ขอให้พระสงฆ์ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ ให้ทำหน้าที่แห่งศาสนบริการขับไล่ปีศาจ ตั้งแต่ วันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2021 เป็นต้นไป : 1. คุณพ่อ ยอห์น ชุมภา คูรัตน์ 2. คุณพ่อ เปโตร เชษฐา
- [วันที่ 8 กันยายน ฉลองแม่พระบังเกิด ( The Nativity of the Blessed Virgin Mary, feast )](https://www.cbct.or.th/the-nativity-of-the-blessed-virgin-mary-feast/) - วันที่ 8 กันยายนฉลองแม่พระบังเกิด( The Nativity of the Blessed Virgin Mary, feast ) พระศาสนจักรมักจะถือวันสิ้นชีพของนักบุญว่าเป็น "วันเกิด" และก็เป็นสิ่งถูกต้องเช่นนั้น เพราะวันนั้นเป็นวันที่ผู้ได้รับเลือกสรรได้จบชีวิตของเขา หรือของเธอบนแผ่นดินนี้ และไปเกิดใหม่มีชีวิตเที่ยงแท้ในสวรรค์ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับ 3 บุคคลนี้ซึ่งพระศาสนจักรกำหนดฉลองวันเกิดตามธรรมชาติด้วย ก็คือ พระเยซูเจ้า พระนางมารีย์ และนักบุญยอห์น บัปติสต์ การบังเกิดมาของเด็กคนหนึ่งย่อมเป็นเหตุการณ์ที่น่าชื่นชมยินดีสำหรับครอบครัวนั้น เป็นจริงดังที่ รพินฐนาถ ฐากอร์ (Rabindranath Tagore - นักปราชญ์ นักปรัชญาชาวอินเดีย - ผู้แปล) ได้กล่าวไว้ว่า "เด็กทุกๆคนมาสู่โลกด้วยหลักประกันว่าพระผู้เป็นเจ้ายังไม่ทรงเบื่อหน่ายกับมวลมนุษยชาติ" วันนี้ เราเฉลิมฉลองการบังเกิดของเด็กหญิงผู้หนึ่ง ซึ่งมาด้วยหลักประกันที่มากกว่านั้น เธอได้เป็นสัญญาณดังถ้อยคำของพระศาสนจักรที่ว่าเป็น "รุ่งอรุณแห่งความหวัง และความรอดพ้นของโลกทั้งมวล" การบังเกิดมาดุจนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ "จิตวิญญาณของเธอจึงสวยงามที่สุด" กว่าสิ่งสร้างใดๆที่พระเจ้าทรงสร้างมา - นี่เป็นคำสรรเสริญของนักบุญอัลฟองโซ เดอ ลิกวอรี - ท่านยังเสริมอีกว่า
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึง-อาทิตย์-2/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ปี B "เอฟฟาธา" จงเปิดเถิด เมื่อนำพระวรสารตอนนี้มาใช้ในพิธีกรรมสำหรับนิกาย Church of England เขาจะถือวันฉลองนี้ ใช้ชื่อเรียกว่า "วันอาทิตย์ที่เปิดออก" (Ephphatha Sunday) ซึ่งอาจจะตีความหลวมๆได้ว่า ให้เราเปิดพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของชีวิตเรา รวมถึงความเจ็บไข้ได้ป่วยของร่างกายเรา เพื่อให้ได้รับพระพรจากพระบิดาเจ้า ได้รับการเยียวยารักษาจากการสัมผัสของพระเยซูเจ้า และได้รับพลังลมปราณจากพระจิตเจ้า "เอฟฟาธา" จงเปิดเถิดนี้เป็นคำสั่งของพระเยซูเจ้าเพื่อเปิดหู และเปิดปากของคนใบ้หูหนวกให้กลับได้ยิน และสามารถพูดได้ นี่เป็นหนึ่งในสองของเรื่องเล่าอัศจรรย์ที่แปลกออกไปของพระวรสารนักบุญมาระโก (อีกเรื่องหนึ่งคือพระเยซูเจ้าทรงรักษาคนตาบอดที่เมืองเบธไซดาใน มก 8 : 22-26) กล่าวคือ การรักษาเยียวยาในสองกรณีนี้ พระเยซูเจ้าไม่เพียงตรัสพระวาจาเพื่อการรักษาเท่านั้น ยังทรงใช้ท่าทางประกอบ เช่น การใช้พระหัตถ์ยอนหูของเขา หรือทรงใช้พระเขฬะแตะลิ้นของเขา ภาพการรักษาเยียวยาเช่นนี้ดูเหมือนเกือบจะเป็น "สิ่งคล้ายศีล" (sacramental) เลยทีเดียว เพราะประกอบไปด้วยการที่พระเยซูเจ้าทรงใช้การสัมผัส ใช้ท่าทาง มีองค์ประกอบของวัตถุสิ่งของ (material) และวาจา(บทสูตร)ที่เปล่งออกมา (words) บทอ่านแรกจากหนังสือประกาศกอิสยาห์มีความสำคัญมากทีเดียว เพราะพระศาสนจักรในสมัยแรกเริ่มมองดูพระภารกิจของพระเยซูเจ้าในฐานะเป็นผู้ที่ทำให้คำทำนายถึงบทบาทในการรักษาเยียวยาของพระเมสสิยาห์สำเร็จไป เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา "นัยน์ตาของคนตาบอดจะมองเห็น หูของคนหูหนวกจะได้ยิน
- [วิถีชีวิตที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม(กันยายน)](https://www.cbct.or.th/วิถีชีวิตที่ยั่งยืนด้า/)
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสปราศรัยการเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General audience) วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/general-audience-20210825/) - การเรียนคำสอนเรื่องจดหมายถึงชาวกาลาเทีย: 6. อันตรายของธรรมบัญญัติ อรุณสวัสดิ์ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก จดหมายของเปาโลอัครธรรมทูตถึงชาวกาลาเทียรายงานความจริงที่ค่อนข้างทำให้พวกพวกเราประหลาดใจ กล่าวคือท่านตำหนิเชฟาสหรือเปโตรต่อหน้าชุมชนที่เมืองอันตีโอเกียเพราะพฤติกรรมของเปโตรเป็นที่สะดุด สิ่งใดหรือที่เกิดขึ้นอย่างร้ายแรงจนทำให้เปาโลรู้สึกจำเป็นต้องพูดกับเปโตรด้วยคำพูดที่หนักหน่วงเช่นนั้น? บางทีเปาโลอาจพูดเกินจริงไปสักหน่อยก็ได้เพราะนิสัยใจร้อนและพูดตรง พวกเราจะเห็นว่านี่ไม่ใช่เป็นเช่นนั้น ประเด็นก็คือสิ่งที่เป็นหัวใจในคำปรารภของเปาโลคือความสัมพันธ์ระหว่างธรรมบัญญัติและเสรีภาพ ซึ่งพวกเราคงจะมีโอกาสไตร่ตรองถึงเรื่องนี้กันบ่อยๆ ในการเขียนจดหมายถึงชาวกาลาเทียเปาโลจงใจพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในปีก่อนหน้านั้น ณ เมืองอันตีโอเกีย ท่านต้องการเตือนสติคริสตชนในชุมชนนั้นว่าพวกเขาจะต้องไม่ฟังนักเทศน์ที่ผิดเพี้ยนเป็นอันขาดที่สอนว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดคือต้องรับพิธีเข้าสุหนัต กล่าวคือต้องอยู่ “ภายใต้ธรรมบัญญัติ” ดังที่มีกำหนดไว้เท่านั้น พวกเราคงจำได้ว่านักเทศน์แบบสุดโต่งเหล่านั้นได้ไปที่เมืองกาลาเทียและสร้างความสับสนวุ่นวายจนทำให้ชุมชนชนนั้นไม่มีสันติสุข ประเด็นในการเป็นที่สะดุดของเปโตรคือพฤติกรรมของเขาเมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะอาหารกับบุคคลต่างศาสนา สำหรับชาวยิวแล้วธรรมบัญญัติห้ามรับประทานอาหารกับบุคคลที่ไม่ใช่ชาวยิว ในอีกกรณีหนึ่งเปโตรไปยังบ้านของนายร้อยชาวโรมันชื่อคอร์เนลีอุส ที่เมืองเชซาเรีย ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขากำลังทำผิดต่อธรรมบัญญัติ เปโตรจึงยืนยันดังนี้ว่า “พระเจ้าทรงแสดงให้ข้าพเจ้ารู้ว่า ข้าพเจ้าไม่ควรจะเรียกผู้ใดเป็นผู้มีมลทินหรือไม่สะอาด” (กจ. 10: 28) เมื่อเขากลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มแล้วคริสตชนที่ได้รับพิธีเข้าสุหนัตแล้วพวกเขาถือซื่อสัตย์ต่อธรรมบัญญัติของโมเสสต่างก็พากันตำหนิเปโตรและพฤติกรรมของเขา แต่เขาป้องกันตนเองโดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าจดจำพระวาจาของพระเยซูคริสต์ที่ตรัสว่า ‘ยอห์นทำพิธีล้างด้วยน้ำ แต่พระองค์ทำพิธีล้างด้วยพระจิต’ ดังนั้นหากพระเจ้าทรงประทานของขวัญเดียวกันแก่พวกเขาดังที่พระองค์ประทานให้พวกเราเมื่อพวกเรามีความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าเป็นใครกันเล่าที่จะไปขัดกับพระเจ้า?” (กจ. 11: 16-17) พวกเราคงจำได้ว่าพระจิตทรงเสด็จมายังบ้านของนายร้อยคอร์เนลีอุสขณะที่เปโตรไปที่นั้น เรื่องในทำนองเดียวกันยังเกิดขึ้นที่เมืองอันตีโอเกีย เมื่อเปาโลไปถึงที่นั่น ประการแรกเปโตรมักจะไปร่วมรับประทานอาหารกับคริสตชนที่นับถือพระเท็จเที่ยมมาก่อนโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อมีคริสตชนบางคนที่ได้รับพิธีสุหนัตมาแล้วซึ่งเดิมเป็นชาวยิวที่มาจากกรุงเยรูซาเล็มเดินทางมาถึงเมืองกาลาเทีย เปโตรไม่ต้องการที่จะก่อให้เกิดการติฉินนินทา ณ จุดนี้
- [งานชุมนุมเคารพศีลมหาสนิทนานาชาติ ครั้งที่ 52](https://www.cbct.or.th/congresso-eucaristico-internazionale-budapest2021/) - บูดาเปส (ฮังการี) 5 -12 กันยายน 2021 ในกลางศตวรรษที่ 19 หลายประเทศในทวีปยุโรป เป็นพิเศษฝรั่งเศส ได้มีความคิดริเริ่ม และส่งเสริมการเคารพศีลมหาสนิท มีพัฒนาเป็นขั้น ๆ เป็นการพื้นฟูชีวิตจิตด้านศีลมหาสนิท เป็นกิจการตอบโต้การเปลี่ยนแปลงสังคม ซึ่งติดตามลัทธิเฮเรติก(Jansenism) ระบบการปกครองเก่า และการปฏิวัติอุตสาหกรรมในฝรั่งเศส โดยมาเน้นการนมัสการ ศีลมหาสนิท และการคืนดีกับพระเยซูคริสตเจ้า เพราะผู้ใหญ่ฝ่ายบ้านเมือง ละเลย และทระนงตน หันมาสนใจโลกียะ พัฒนาสังคม เป็นเป้าหมาย ความคิดเรื่องงานชุมนุมเคารพศีลมหาสนิท เกิดจากฆราวาสสตรี ชื่อเอมิลี่ มารีย์ ทามีซีเอร์ (ค.ศ. 1834 -1910) ได้รับการสนับสนุนจาก บิชอป กัสตอง เด เซกูร์ (ค.ศ. 1820 -1880) ชาวฝรั่งเศสผู้เป็นอัครสาวกแห่งชีวิตจิตศีลมหาสนิท วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความเคารพศีลมหาสนิท ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1881 ที่เมือง ลี(Lille) ประเทศฝรั่งเศส มีสัตบุรุษ
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/22-b/) - ข้อคิดข้อรำพึงอาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา ปี B ประการแรกเลยคือทำถ้วยของท่านให้ว่างเปล่า มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระลัทธิ Zen รูปหนึ่ง ชื่อว่า นาน-อิน เป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในช่วงราวสักร้อยปีมาแล้วที่ญี่ปุ่น วันหนึ่งมีศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมาเยี่ยมคารวะท่าน และต้องการรู้เรื่องที่เกี่ยวกับลัทธิเซน อาจารย์นาน-อิน ออกมาต้อนรับ เชิญเข้าไปในห้องรับแขก ก่อนพูดอะไร อาจารย์นาน-อิน ก็เสริฟน้ำชาให้แขกผู้มาเยือน เทจนเต็มแก้วแล้วก็ยังคงเทต่อไปให้ล้นไปเรื่อยๆ ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยจ้องมองการกระทำนั้นสักพัก ก็ท้วงว่า "มันล้นแล้ว ไม่สามารถรับเข้าไปในแก้วได้อีกแล้ว" นาน-อิน จึงกล่าวว่า "เช่นเดียวกับแก้วนี้ ท่านมีความคิดและการคาดคำนึงของท่านเองอยู่เต็มสมองแล้ว ฉันจะอธิบายเรื่องเซนให้ท่านเข้าใจได้อย่างไร เว้นแต่ท่านจะทำให้ถ้วยของท่านว่างเปล่าเสียก่อน" ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเผชิญกับกลุ่มบุคคลที่เป็นเหมือนแขกของนาน-อิน คือเป็นถ้วยที่เต็มแล้ว ที่จำเป็นจะต้องทำให้ว่าง ถ้าพวกเขาต้องการได้รับข่าวสารจากพระองค์ พระเยซูเจ้าประทับอยู่ที่กาลิลี ถึงกระนั้นพวกฟาริสีและคัมภีราจารย์บางคนยังอุตส่าห์ขึ้นมาจากกรุงเยรูซาเล็มเพื่อมาถามพระองค์ว่าทำไมพวกศิษย์จึงกินอาหารโดยไม่ได้ล้างมือ (การล้างมือที่เป็นปัญหานี้ไม่ใช่การทำเพื่อมาตรการรักษาความสะอาด แต่หมายถึงพิธีกรรมที่ชำระล้างมลทินให้สิ้นไป ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการไปสัมผัสคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เป็นมลทิน ตามกฎหมายของโมเสสกำหนดเรื่องการล้างมือเฉพาะบรรดาสงฆ์ที่จะต้องเข้าทำหน้าที่ของตนภายในพื้นที่ที่เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกฟาริสีขยายการปฏิบัตินี้ไปยังสภาพแวดล้อมอื่นๆด้วย) ผู้คนเหล่านี้กล่าวหาว่าทั้งพระเยซูเจ้าและบรรดาศิษย์เป็นคนไม่ดีที่ไม่ถือตามกฎของบรรพบุรุษ ความคิดแบบนี้ครอบคลุมหัวสมอง และพลังงานทั้งหมดของพวกเขาจนไม่เหลือไว้เพื่อจะพบกับสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่สำคัญกว่า พวกเขาเป็นเหมือนแก้วน้ำที่เต็มเสียแล้ว การจะเทน้ำใส่เข้าไปอีก ก็จะสูญไปเสียเปล่า พระเยซูเจ้าได้ทรงประกาศว่า สิ่งที่อยู่ในใจต่างหากที่เป็นที่มาของปัญหา "ไม่มีสิ่งใดเลยจากภายนอกของมนุษย์ทำให้เขามีมลทินได้
- [28 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Augustine, Bishop & Doctor, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-augustine-bishop-doctor-memorial/) - 28 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญออกัสติน พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร(St Augustine, Bishop & Doctor, memorial) Aurelius Augustine เกิดที่เมือง Tagaste (อยู่ในประเทศอัลจีเรียในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 354 เป็นบุตรชายคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 3 คน ของนักบุญโมนิกา กับบิดาชื่อ Patricius ซึ่งเป็นคนต่างศาสนา (แต่หลังจากแต่งงานกับนักบุญโมนิกาได้ 18 ปี ก็กลับใจมารับความเชื่อคาทอลิก และสิ้นชีพหลังจากนั้นไม่นาน) ท่านได้รับการศึกษาที่เมือง Carthage ช่วงวัยหนุ่มได้เจริญชีวิตอย่างเสเพล ได้อยู่กินกับหญิงคนหนึ่งอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นเวลาถึง 15 ปี นักบุญโมนิกาเป็นทุกข์ใจมาก และได้สวดภาวนาขอให้บุตรชายคนนี้ของเธอกลับใจ ที่สุดเมื่อนักบุญออกัสตินอายุ 33 ปี ท่านก็ได้กลับใจ โดยในที่สุดท่านตระหนักว่า โดยทางพระเยซูคริสตเจ้าเท่านั้นที่จะทรงทำให้ท่านพบหนทางไปสู่ความจริง และความรอดพ้นตลอดนิรันดร์ เมื่อได้กลับใจแล้วท่านพบสันติสุขกับพระเจ้า กับตัวท่านเอง และกับโลก จึงเริ่มดำเนินชีวิตแบบนักบุญ มารดาของท่านและลูกชายตามธรรมชาติของท่าน(บุตรนอกกฎหมาย) ได้สิ้นชีพไปทั้งคู่ไม่นานหลังจากที่ท่านได้รับศีลล้างบาป ท่านจึงเดินทางกลับไปบ้านเกิดที่เมือง Tagaste ที่นั่นท่านได้สร้างอารามฤาษีสำหรับท่านเองและบรรดาผู้ติดตาม และดำเนินชีวิตอย่างยากจนในการแพร่ธรรม ในคำภาวนา
- [27 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญโมนิกา (St Monica, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-monica-memorial/) - 27 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญโมนิกา(St Monica, memorial) นักบุญโมนิกา ซึ่งเป็นคริสตชนคนหนึ่ง ได้แต่งงานเมื่ออายุ 20 ปีกับปาตริซีอุส (Patricius) คนต่างศาสนา เขารับราชการที่เมือง Tagaste (ทางเหนือของอาฟริกา) เนื่องจากสามีเป็นคนโมโหร้ายและมีนิสัยเกรี้ยวกราด จึงทำให้นักบุญได้รับความทุกข์ยากลำบากเป็นอันมาก ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน การจะให้ลูกได้รับการศึกษาแบบคริสตชนก็ค่อนข้างลำบากมาก อย่างไรก็ตาม หลังแต่งงานได้ 18 ปี ปาตริซีอุสก็กลับใจมารับความเชื่อ และได้สิ้นชีพไม่นานหลังจากนั้น ลูกคนโตสุดที่ชื่อว่า ออกัสติน (Augustine) เป็นลูกที่ทำให้เธอหนักใจที่สุด เพราะในช่วงที่เขาศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองคาร์เธจ (Carthage) เขาได้ไปหลงเชื่อคำสอนของเฮเรติ๊ก Manichaean และในวัยหนุ่มก็ดำเนินชีวิตเสเพล โดยไปมีความสัมพันธ์โดยมิชอบด้วยกฎหมายกับผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเวลาถึง 15 ปี นักบุญโมนิกาพยายามชักชวนพระสังฆราชองค์หนึ่งที่มาเยี่ยมเยียน ให้ช่วยดึงลูกของเธอออกมาจากความหลงผิดของพวก Manichaean เพื่อกลับมาสู่ความเชื่อที่แท้จริง แต่ไม่เป็นผล พระสังฆราชคิดว่าเวลาที่สุกงอมยังมาไม่ถึง แต่ก็ได้พูดปลอบใจให้เธอใจชื้นขึ้นมาบ้างด้วยคำยืนยันที่ว่า "เป็นไปไม่ได้ที่บุตรชายที่ทำให้เธอเสียน้ำตาไปมากมายเช่นนี้จะพินาศไป" เมื่อออกัสตินตัดสินใจจะสอนเรื่องวาทศิลป์ที่กรุงโรม โมนิกาตั้งใจจะตามเขาไปด้วย แต่เขาใช้กลอุบายหลอกเธอและเดินทางไปกรุงโรมโดยทางเรือแต่เพียงลำพัง จากโรมเขาย้ายไปมิลาน ซึ่งเขาได้เลื่อนเป็นศาสตราจารย์ โมนิกาถึงตามเขาไปที่นั่น และเธอก็เป็นเพื่อนกับพระสังฆราชอัมโบรสผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยความช่วยเหลือของนักบุญอัมโบรส พระสังฆราชองค์นี้ซึ่งโดดเด่นในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสปราศรัยทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/angelus-20210815/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องที่รัก และสุขสันต์วันสมโภช “อัสสัมชัญ” ในพระวรสารวันนี้ ซึ่งเป็นวันสมโภชพระแม่มารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณ บทเพลงสรรเสริญของพระแม่มารีย์มักญีฟีกัต (Magnificat) ดังก้องกังวานในจารีตพิธีกรรม บทเพลงสรรเสริญนี้เปรียบประดุจ “ภาพถ่าย” ของพระมารดาของพระเจ้า มารีย์ “ชื่นชมยินดีในพระเจ้า” ทำไมหรือ? “เพราะว่าพระเจ้าทรงเอ็นดูในความสุภาพถ่อมตนของหญิงสาวพรหมจารีผู้รับใช้ของพระองค์” (เทียบ ลก. 1: 47-48) ความลับของมารีย์คือความสุภาพ เป็นความสุภาพของพระแม่ที่ดึงดูดสายพระเนตรของพระเจ้า สายตามนุษย์จะมองเพียงแค่สิ่งที่สวยงามที่มีแสงสีฉูดฉาด ตรงกันข้ามกับพระเจ้าที่จะไม่ทอดพระเนตรเพียงแค่สิ่งที่ปรากฏภายนอก พระองค์ทอดพระเนตรไปที่ดวงใจ (เทียบ ซมอ. 16: 17) และจะหลงเสน่ห์กับความความสุภาพ ความน้อมน้อมถ่อมตนของดวงใจทำให้พระเจ้าหลงเสน่ห์ วันนี้เมื่อเราพวกเราเพ่งพิศพระแม่มารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ พวกเราอาจกล่าวได้ว่าความสุภาพคือหนทางที่นำไปสู่สวรรค์ คำว่า “สุภาพ” ตามที่พวกเราทราบมาจากศัพท์ภาษาลาตินว่า “ฮูมูส” (humus) ซึ่งหมายถึง “ดิน” ฟังดูแล้วเหมือนกับจะขัดแย้งกัน เพื่อที่จะขึ้นสู่ที่สูง สู่สวรรค์ สิ่งที่จำเป็นคือต้องอยู่ในที่ต่ำดุจดิน พระเยซูคริสต์ทรงสอนดังนี้ว่า “ผู้ที่สุภาพถ่อมตนเองอย่างต่ำต้อยจะได้รับการยกอุ้มชูให้สูงขึ้น” (ลก. 14: 11) พระเจ้าไม่ได้ยกย่องพวกเราเพราะพวกเราเก่ง
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาฟรานซิสแบบทั่วไป (General audience) วันพุธที่ 11 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/general-audience-20210811/) - การเรียนคำสอนเรื่องจดหมายถึงชาวกาลาเทีย: 4 บัญญัติของโมเสส อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก “เหตุใดจึงต้องมีบัญญัติของโมเสส?” (กท. 3: 19) นี่เป็นปัญหาที่พวกเราอาจจะสามารถเรียนให้รู้อย่างลึกซึ้งในวันนี้จากนักบุญเปาโลเพื่อที่จะได้รับรู้ถึงความใหม่แห่งชีวิตคริสตชนที่ได้รับการฟื้นฟูโดยพระจิต ทว่าหากพระจิตทรงประทับอยู่ หากพระเยซูคริสต์ พระผู้ไถ่กู้พวกเราประทับอยู่แล้วทำไมจึงต้องมีบทบัญญัติอีกด้วย? นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องไตร่ตรองกันในวันนี้ อัครธรรมทูตเปาโลเขียนว่า “หากท่านได้รับการชี้นำโดยพระจิต ท่านก็ไม่ต้องอยู่ใต้กฎหมาย” (กท. 5: 18) ตรงกันข้ามพวกที่สอนต่างไปจากเปาโลถือว่าชาวกาลาเทียต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะได้รับความรอด พวกเขาย้อนนับถือสิ่งที่เป็นของเก่าแก่โบราณ พวกเขายังหลงติดอยู่กับช่วงเวลาในอดีตที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งเป็นเวลายุคก่อนพระเยซูคริสต์ ส่วนบรรดาอัครธรรมทูตใช่ว่าจะเห็นพ้องต้องกันหมดก็หาไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่อัครธรรมทูตในกรุงเยรูซาเลมไม่เห็นด้วย เปาโลจำได้ถึงคำพูดของเปโตรเป็นอย่างดี ท่านพูดว่า “ทำไมท่านทั้งหลายจึงทดลองพระเจ้านำเอาแอกทั้งที่บรรพบุรุษของพวกเราแบกมาก่อน และพวกเราแบกไม่ไหวมาวางบนคอของบรรดาศิษย์?” (กจ. 15: 10) การจัดเตรียมประชุมที่เกิดขึ้นใน “สภาสังคายนาครั้งแรก” นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเยรูซาเลม และการอภิปรายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนมาก พวกเขากล่าวว่า “พระจิตและพวกเราตกลงที่จะไม่บังคับให้พวกท่านแบกภาระอื่นอีก นอกจากสิ่งไม่จำเป็นต่อไปนี้ คืองดเว้นการกินเนื้อสัตว์ที่ถวายให้รูปเคารพแล้ว งดเว้นการกินเลือดและเนื้อสัตว์ที่ถูกรัดคอตายรวมถึงสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์” (เทียบ กจ. 15: 28-29) บางสิ่งจะเกี่ยวกับการนมัสการพระจ้าและรูปเคารพ และบางสิ่งจะเกี่ยวกับวิธีเข้าใจชีวิตในยุคสมัยนั้น เมื่อเปาโลพูดเกี่ยวกับบทบัญญัติ ปกติท่านจะอ้างถึงบัญญัติของโมเสส อันเป็นบัญญัติที่พระเจ้ามอบให้โมเสส
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสปราศรัยในการเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General audience) วันพุธที่ 18 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/general-audience-20210818/) - คำสอนเกี่ยวกับจดหมายถึงชาวกาลาเทีย: 5. คุณค่าแห่งธรรมบัญญัติ อรุณสวัสดิ์ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย นักบุญเปาโลผู้รักพระเยซูคริสต์และเข้าใจเป็นอย่างดีว่าความรอดคืออะไรสอนพวกเราว่า “บุตรแห่งพันธสัญญา” (กท. 4: 28) - ซึ่งได้แก่พวกเราทุกคนที่ได้รับความชอบธรรมจากพระเยซูคริสต์ - ไม่ถูกผูกมัดโดยธรรมบัญญัติอีกต่อไป แต่ถูกเรียกร้องให้ต้องดำเนินชีวิตในความเป็นอิสระแห่งพระวรสาร ธรรมบัญญัตินั้นยังคงมีอยู่ แต่ยังมีหนทางใหม่อีกซึ่งเป็นธรรมบัญญัติเดียวกันอันได้แก่บัญญัติสิบประการ แต่ด้วยหนทางใหม่ เพราะเฉพาะด้านกฎหมายไม่สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาแล้ว เพราะฉะนั้นในการเรียนคำสอนวันนี้ พ่อปรารถนาที่จะอธิบายเกี่ยวกับประเด็นนี้ พวกเราอาจถามว่า จากเนื้อหาจดหมายถึงชาวกาลาเทียบทบาทของธรรมบัญญัติคืออะไร? ในข้อความที่พวกเราได้ฟังมาเปาโลกล่าวว่าธรรมบัญญัติเป็นดุจการชี้นำอย่างหนึ่ง อันเป็นภาพที่สวยงาม เป็นการชี้นำที่พวกเราพูดถึงในการเรียนคำสอนเมื่อครั้งที่แล้ว เป็นภาพที่พวกเราควรที่จะต้องเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของกฎหมายหรือธรรมบัญญัติ อัครธรรมทูตเปาโลดูเหมือนจะเสนอว่าคริสตชนแบ่งประวัติศาสตร์แห่งการไถ่กู้ออกเป็นสองส่วนและกับเรื่องราวส่วนตัวของตน ซึ่งมีสองระยะเวลาด้วยกันกล่าวคือ ก่อนที่จะมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์และหลังจากที่ได้รับความเชื่อในพระองค์ ศูนย์กลางคือเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์และการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเปาโลทำการเทศนาเพื่อสร้างความเชื่อในพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งความรอด และในพระเยซูคริสต์ซึ่งทำให้พวกเราได้รับความชอบธรรม เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นจากความเชื่อในพระเยซูคริสต์จึงมีช่วงเวลา “ก่อน” และ “หลัง” เกี่ยวกับธรรมบัญญัติ เพราะว่าธรรมบัญญัตินั้นมีอยู่ บัญญัติสิบประการก็มีอยู่ แต่มีทัศนคติอย่างหนึ่งก่อนการเสด็จมาในโลกนี้ของพระเยซูคริสต์ และมีทัศนคติอีกอย่างหนึ่งหลังจากนั้น ประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้นถูกกำหนด “ภายใต้ธรรมบัญญัติ” ผู้ที่ปฏิบัติตามหนทางแห่งธรรมบัญญัติจะได้รับความรอด จะได้รับความชอบธรรม ประวัติศาสตร์หลังจากนั้นคือหลังจากการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์เป็นชีวิตที่ดำเนินไปตามการชี้นำของพระจิต (เทียบ กท. 5: 25)
- [สาส์นวีดีโอของพระสันตะปาปาฟรันซิสประทานแก่บุคลากรที่รณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19](https://www.cbct.or.th/สาส์นวีดีโอของพระสันตะ/) - ในเจตนารมณ์ของการเป็นพี่น้องกัน พ่อขอมอบสาส์นแห่งความหวังสำหรับอนาคต ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการงานของผู้คนจำนวนมาก บัดนี้พวกเรามีวัคซีนคุ้มกันโควิด 19 ซึ่งทำให้พวกเรามีความหวังที่จะยุติการแพร่โรคระบาด โดยเฉพาะวัคซีนนี้ต้องถูกจัดให้ทุกคน และต้องเป็นไปได้หากพวกเราทำงานร่วมมือกัน การฉีดวัคซีนที่ได้รับการเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นการกระทำแห่งความรัก และการมีส่วนช่วยสร้างหลักประกันว่าผู้คนส่วนใหญ่จะได้รับการฉีดวัคซีนก็เป็นการกระทำแห่งความรัก รักตนเอง รักครอบครัว รักเพื่อน รักทุกคน ความรักนี้ยังเป็นมิติแห่งสังคมและการเมือง นี่เป็นเรื่องสากล ที่เปี่ยมด้วยพฤติกรรมเล็กๆ แห่งการแสดงความรักเมตตาเป็นการส่วนตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาสังคมของของเราได้ (เทียบ Laodato si’, ข้อ 231, เทียบ Fratelli tutti, ข้อ 184) การฉีดวัคซีนเป็นเรื่องปกติ ทว่ามีความสำคัญในการส่งเสริมความดีประโยชน์สุขส่วนรวมและในการเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกันโดยเฉพาะอย่างต่อผู้ที่อ่อนแอ เปราะบาง พ่ออธิษฐานภาวนาวิงวอนพระเจ้าได้โปรดให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการมอบเมล็ดทรายเล็กๆ ของตนและท่าทีเล็กน้อยแห่งความรักของตน ซึ่งไม่สำคัญว่าจะเล็กน้อยเพียงใดเพราะความรักนั้นยิ่งใหญ่เสมอ ขอให้พวกเรามอบความรักเล็กน้อยนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ขอพระเจ้าโปรดอวยพรทุกคน และขอขอบคุณ (วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็บสาส์นวีดีโอพระสันตะปาปามาแบ่งปันและไตร่ตรอง) Cr. Bulletin of the Holy See Press Office, 18 August 2021
- [25 สิงหาคม นักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส ( St Louis IX : 1214 - 1270 )](https://www.cbct.or.th/25-สิงหาคม-นักบุญหลุยส์-กษ/) - 25 สิงหาคมนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส( St Louis IX : 1214 - 1270 ) นักบุญหลุยส์ ประสูติเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1214 เป็นพระโอรสของกษัตริย์หลุยส์ที่ 8 และ Blanche of Castille, และเพียงพระชนม์ 11 พรรษาก็ได้เป็นกษัตริย์สืบต่อพระราชบิดาที่สวรรคตในปี ค.ศ.1226 เป็นเวลาถึง 10 ปีที่พระองค์ทรงปกครองประเทศภายใต้การปกป้องคุ้มครองจากพระมารดาที่ชาญฉลาดของพระองค์ และพระนางยังทรงมีอิทธิพลต่อกิจการต่างๆของฝรั่งเศสในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อไปจนถึงแก่ความตายในปี ค.ศ.1252 เมื่ออายุ 19 ปี ทรงเสกสมรสกับพระนางมาร์การิต แห่งโปรวองซ์ มีพระโอรสพระธิดาด้วยกันถึง 10 พระองค์ นักบุญหลุยส์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นพระสวามีและพระบิดาที่อุทิศองค์เป็นอย่างดี ทั้งโดยธรรมชาติและได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างลึกซึ้งทางศาสนา นักบุญหลุยส์ไม่เคยลืมคำเตือนของพระมารดาที่ว่า "แม่จะยอมเห็นลูกสิ้นชีพแทบเท้าของแม่ ดีกว่าเห็นลูกทำบาปหนักสักหนึ่งประการ" ในแต่ละวันพระองค์จะเสด็จเข้าร่วม 2 พิธีมิสซา ทรงสวดทำวัตร และที่ข้าราชบริพารของพระองค์ไม่รู้คือ ใช้เวลาหลายชั่วโมงภาวนาและทำกิจใช้โทษบาป ธรรมเนียมที่คุกเข่าลงในระหว่างสวดบทแสดงความเชื่อเมื่อถึงตอนที่ว่า "และทรงบังเกิดเป็นมนุษย์" และในช่วงอ่านพระวรสารเรื่องพระทรมานตอนที่กล่าวถึงว่า "แล้วพระองค์ก็สิ้นพระชนม์"
- [24 สิงหาคม ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก (St Bartholomew, Apostle, feast.)](https://www.cbct.or.th/st-bartholomew-apostle-feast/) - 24 สิงหาคมฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก(St Bartholomew, Apostle, feast.) นักบุญบาร์โธโลมิว คือคนเดียวกับ "นาธานาเอล" ที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงเขาว่า "นี่คือชาวอิสราเอลแท้ เป็นคนไม่มีมารยา" ตอนที่ฟิลิปนำท่านมาแนะนำตัวต่อพระเยซูเจ้านั่นเอง (ยน 1:47) ในความเป็นจริงแล้วเราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับอัครสาวกองค์นี้เลย นอกจากเชื่อกันว่าท่านมาจากเมืองคานาในแคว้นกาลิลี และได้รับเครดิตว่าเป็นคนแรกที่ยอมรับพระเยซูเจ้าในฐานะที่ทรงเป็น เมื่อท่านประกาศว่า "รับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล" (ยน 1:49) ท่านได้ไปเทศนาที่แคว้น Arabia ตามธรรมประเพณีเล่าว่าท่านได้เป็นมรณสักขีโดยการถูกถลกหนังทั้งๆที่ยังมีชีวิตที่ Armenia ก่อนที่จะถูกตัดศีรษะ เมื่อปันเธนุส (Pantaenus) ซึ่งเป็นอาจารย์ของโอริเจน (Origen) ได้ไปเป็นมิชชันนารีที่ประเทศอินเดียในศตวรรษที่ 2 เขาได้รับทราบว่านักบุญบาร์โธโลมิวได้เคยมาที่นั่นก่อนหน้าเขา และได้นำเสนอพระวรสารของนักบุญมัทธิวเป็นภาษาฮีบรู ซึ่งพระศาสนจักรที่อินเดียได้เก็บรักษาไว้ พระธาตุของนักบุญบาร์โธโลมิว ได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดนักบุญบาร์โธโลมิว ที่อยู่บนเกาะกลางแม่น้ำไทเบอร์ (St Bartholomew-on-the-Tiber), กรุงโรม มากว่าพันปีมาแล้ว และท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของช่างปูน ช่างฟอกหนัง และคนขายเนื้อ และจะถูกวอนขอเพื่อต่อสู้กับโรคชักกระตุก (ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint
- [วันที่ 23 สิงหาคม นักบุญโรซา ชาวลิมา พรหมจารี (St Rose of Lima, Virgin)](https://www.cbct.or.th/วันที่-23-สิงหาคม-นักบุญโร/) - วันที่ 23 สิงหาคมนักบุญโรซา ชาวลิมา พรหมจารี(St Rose of Lima, Virgin) อิซาเบลลา เดอ ฟลอเรซ คือชื่อของนักบุญองค์นี้ตอนที่ท่านได้รับศีลล้างบาป ท่านได้ถือกำเนิดที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อปี ค.ศ. 1586 จากพ่อแม่ชาวเปอร์โตริโกที่ยากจน ท่านได้รับชื่อว่า Rose Maria เมื่อได้รับศีลกำลังขณะมีอายุได้ 11 ปี โดยที่ท่านมีนักบุญกาธารีนาแห่งซีเอนาเป็นแบบอย่าง ซึ่งนำให้ท่านดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัดด้วยจิตตารมณ์ของการภาวนา การจำศีลอดอาหาร และการทรมานกายของตนอย่างหนัก และได้ช่วยทำงานในครอบครัวอย่างขยันขันแข็งในงานเย็บผ้าปักผ้าลูกไม้อย่างประณีต ภายในสวนหลังบ้าน พี่ชายของท่านได้ช่วยท่านสร้างห้องเล็กๆขึ้นมาโดยก่อด้วยก้อนอิฐ ซึ่งเป็นที่ที่ท่านชอบหลบมาภาวนา และมาพักผ่อนสั้นๆ ตอนกลางคืนโดยนอนบนกล่องที่เก็บของหลังจากไปทำงานช่วยเหลือคนยากจนรอบๆนั้นมาในตอนกลางวัน นอกจากนี้ ท่านชอบใช้เวลายาวนานเป็นชั่วโมงๆในการเฝ้าศีล และได้รับอนุมัติจากคุณพ่อผู้ฟังแก้บาปของท่านให้ได้รับศีลมหาสนิททุกๆวัน แรกๆครอบครัวของท่านไม่เห็นด้วยกับการถือปฏิบัติของท่านเช่นนี้ และหัวเราะเยาะด้วย ต้องใช้เวลาเป็นสิบปีถึงได้รับการยอมรับ ท่านมีความปรารถนาอย่างยิ่งมานานแล้วที่จะได้เป็นนักบวช ในที่สุดท่านก็ได้เป็นสมใจในวัย 20 ปี โดยได้เข้าเป็นสมาชิกคณะโดมินิกันชั้นสาม ได้รับชื่อเป็นนักบวชว่า Sister Rose of St Mary เมื่อเป็นนักบวชสมใจแล้ว ท่านได้ทำกิจใช้โทษบาปเพิ่มเป็นสองเท่า รับประทานอาหารน้อยมาก
- [22 สิงหาคม ระลึกถึงพระนางมารีย์ ราชินีแห่งสากลโลก (The Queenship of the Blessed Virgin Mary, memorial)](https://www.cbct.or.th/the-queenship-of-the-blessed-virgin-mary-memorial/) - 22 สิงหาคมระลึกถึงพระนางมารีย์ ราชินีแห่งสากลโลก(The Queenship of the Blessed Virgin Mary, memorial) "การสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ถูกฉลองยาวต่อเนื่องมาถึงวันฉลองการเป็นราชินีแห่งสากลโลกของพระนางมารีย์ ซึ่งฉลองในอีก 7 วันต่อมา ในวันนี้เราพินิจรำพึงถึงพระนาง ผู้ประทับเคียงข้างองค์ราชาแห่งทุกกาลสมัย ทรงส่องแสงเจิดจ้าในฐานะพระราชินีและผู้วิงวอนเพื่อเราในฐานะของมารดา" (คำกล่าวของ นักบุญ ปอลที่ 6 พระสันตะปาปา ใน Marialis Cultus 6) นับจากสมัยศตวรรษแรกๆของพระศาสนจักร บรรดาคริสตชนได้ภาวนาด้วยความร้อนรนและขับบทเพลงสรรเสริญพระนางพรหมจารีมารีย์ อันเนื่องมาจากความโดดเด่นของพระนางจึงทรงได้รับตำแหน่งทรงเกียรติสูงสุดเท่าที่สิ่งถูกสร้างใดๆพึงได้รับ สำหรับพระนางก็คือตำแหน่งพระราชินีผู้ทรงสิริรุ่งเรืองของสากลจักรวาล บรรดาคริสตชนได้ตระหนักรับรู้เสมอมาถึงความพิเศษสุดของความเป็นพระมารดาของพระเจ้า ผู้ซึ่งพระบุตร "จะปกครองวงศ์ตระกูลของยาโคบตลอดไป" (ลก 1:33) บรรดานักประพันธ์ของพระศาสนจักรเรียกพระนางมารีย์ว่า "พระมารดาของพระมหากษัตริย์" "พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า" เช่นว่า นักบุญเกรโกรีแห่งนาซีอาน เรียกพระนางว่า "พระมารดาแห่งพระมหากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล" และ "พระมารดาพรหมจารีผู้ทรงให้กำเนิดพระมหากษัตริย์แห่งสากลโลก" จากคำยืนยันของบรรดาปิตาจารย์และนักเทววิทยาทั้งหลายได้ให้ข้อสรุปว่า พระนางพรหมจารีทรงเป็นพระราชินีของทุกสิ่งสร้าง ทรงเป็นนายหญิงผู้เปี่ยมศักดิ์ของมนุษย์ทุกคน "เหตุเพราะว่าพระนางพรหมจารีมารีย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ทรงถูกยกขึ้นไปสู่ศักดิ์ศรีของการเป็นพระมารดาของจอมราชัน พระศาสนจักรจึงเพียงแต่เทิดพระเกียรติของพระนาง และปรารถนาเฉลิมพระนามอันรุ่งเรืองยิ่งแด่พระนางด้วยตำแหน่ง พระราชินี" พระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 9
- [วันที่ 21 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา (St Pius X, Pope, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-pius-x-pope-memorial/) - วันที่ 21 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา(St Pius X, Pope, memorial) (-)”ฟื้นฟูทุกสิ่งแด่พระคริสตเจ้า เพื่อพระคริสตเจ้าจะทรงเป็นทุกสิ่งสำหรับทุกคน” นี่คือคติพจน์ (motto) ของพระสันตะปาปาปีโอที่ 10 ผู้สืบตำแหน่งต่อจากนักบุญเปโตรองค์ที่ 258 และพระองค์ได้ทรงทำให้คติพจน์นี้ประสบความสำเร็จงดงามในทุกๆมิติของพระศาสนจักร เพราะมิมีด้านใดเลยที่พระองค์จะมิทรงเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปนำทาง เข้าไปตัดสินใจ หรือเข้าไปยกระดับขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นด้าน พิธีกรรม ศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ คำสอน บทเทศน์ การศึกษา พระคัมภีร์ กฎหมายพระศาสนจักร ดนตรีและศิลปะศักดิ์สิทธิ์ งานสังคมสงเคราะห์ การอบรมพระสงฆ์ และทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับพระศาสนจักร (-)พระนามเดิมคือจูเซปเป เมลกิโอเรซาร์โต (Giuseppe Melchiore Sarto) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1835 ที่ Riese สังฆมณฑล Treviso ประเทศอิตาลี ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 1858 ได้รับการบวชเป็นพระสังฆราชแห่ง Mantua เมื่อวันที่
- [สาส์นวีดีโอของพระสันตะปาปาฟรันซิสประทานแก่บุคลากรที่รณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19](https://www.cbct.or.th/20210820/) - ในเจตนารมณ์ของการเป็นพี่น้องกัน พ่อขอมอบสาส์นแห่งความหวังสำหรับอนาคต ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการงานของผู้คนจำนวนมาก บัดนี้พวกเรามีวัคซีนคุ้มกันโควิด 19 ซึ่งทำให้พวกเรามีความหวังที่จะยุติการแพร่โรคระบาด โดยเฉพาะวัคซีนนี้ต้องถูกจัดให้ทุกคน และต้องเป็นไปได้หากพวกเราทำงานร่วมมือกัน การฉีดวัคซีนที่ได้รับการเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นการกระทำแห่งความรัก และการมีส่วนช่วยสร้างหลักประกันว่าผู้คนส่วนใหญ่จะได้รับการฉีดวัคซีนก็เป็นการกระทำแห่งความรัก รักตนเอง รักครอบครัว รักเพื่อน รักทุกคน ความรักนี้ยังเป็นมิติแห่งสังคมและการเมือง นี่เป็นเรื่องสากล ที่เปี่ยมด้วยพฤติกรรมเล็กๆ แห่งการแสดงความรักเมตตาเป็นการส่วนตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาสังคมของของเราได้ (เทียบ Laodato si’, ข้อ 231, เทียบ Fratelli tutti, ข้อ 184) การฉีดวัคซีนเป็นเรื่องปกติ ทว่ามีความสำคัญในการส่งเสริมความดีประโยชน์สุขส่วนรวมและในการเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกันโดยเฉพาะอย่างต่อผู้ที่อ่อนแอ เปราะบาง พ่ออธิษฐานภาวนาวิงวอนพระเจ้าได้โปรดให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการมอบเมล็ดทรายเล็กๆ ของตนและท่าทีเล็กน้อยแห่งความรักของตน ซึ่งไม่สำคัญว่าจะเล็กน้อยเพียงใดเพราะความรักนั้นยิ่งใหญ่เสมอ ขอให้พวกเรามอบความรักเล็กน้อยนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ขอพระเจ้าโปรดอวยพรทุกคน และขอขอบคุณ (วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็บสาส์นวีดีโอพระสันตะปาปามาแบ่งปันและไตร่ตรอง) Cr. Bulletin of the Holy See Press Office, 18 August 2021
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสปราศรัยทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/angelus_20210815/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องที่รัก และสุขสันต์วันสมโภช “อัสสัมชัญ” ในพระวรสารวันนี้ ซึ่งเป็นวันสมโภชพระแม่มารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณ บทเพลงสรรเสริญของพระแม่มารีย์มักญีฟีกัต (Magnificat) ดังก้องกังวานในจารีตพิธีกรรม บทเพลงสรรเสริญนี้เปรียบประดุจ “ภาพถ่าย” ของพระมารดาของพระเจ้า มารีย์ “ชื่นชมยินดีในพระเจ้า” ทำไมหรือ? “เพราะว่าพระเจ้าทรงเอ็นดูในความสุภาพถ่อมตนของหญิงสาวพรหมจารีผู้รับใช้ของพระองค์” (เทียบ ลก. 1: 47-48) ความลับของมารีย์คือความสุภาพ เป็นความสุภาพของพระแม่ที่ดึงดูดสายพระเนตรของพระเจ้า สายตามนุษย์จะมองเพียงแค่สิ่งที่สวยงามที่มีแสงสีฉูดฉาด ตรงกันข้ามกับพระเจ้าที่จะไม่ทอดพระเนตรเพียงแค่สิ่งที่ปรากฏภายนอก พระองค์ทอดพระเนตรไปที่ดวงใจ (เทียบ ซมอ. 16: 17) และจะหลงเสน่ห์กับความความสุภาพ ความน้อมน้อมถ่อมตนของดวงใจทำให้พระเจ้าหลงเสน่ห์ วันนี้เมื่อเราพวกเราเพ่งพิศพระแม่มารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ พวกเราอาจกล่าวได้ว่าความสุภาพคือหนทางที่นำไปสู่สวรรค์ คำว่า “สุภาพ” ตามที่พวกเราทราบมาจากศัพท์ภาษาลาตินว่า “ฮูมูส” (humus) ซึ่งหมายถึง “ดิน” ฟังดูแล้วเหมือนกับจะขัดแย้งกัน เพื่อที่จะขึ้นสู่ที่สูง สู่สวรรค์ สิ่งที่จำเป็นคือต้องอยู่ในที่ต่ำดุจดิน พระเยซูคริสต์ทรงสอนดังนี้ว่า “ผู้ที่สุภาพถ่อมตนเองอย่างต่ำต้อยจะได้รับการยกอุ้มชูให้สูงขึ้น” (ลก. 14: 11) พระเจ้าไม่ได้ยกย่องพวกเราเพราะพวกเราเก่ง
- [ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา ปี B](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึง-อาทิตย์ท/) - “ท่านทั้งหลายอยากจะไปด้วยหรือ” อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วหรืออาทิตย์ที่ห้าที่นำเอาพระวรสารของนักบุญยอห์นบทที่ 6 (ที่พูดถึงเรื่องปังจากสวรรค์ พระองค์เองทรงเป็นอาหารทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์) มาแทรกไว้ จากปกติที่เป็นพระวรสารของนักบุญมาระโก เมื่อทรงเปรียบเทียบให้เห็นว่าพระองค์เป็นปังที่ลงมาจากสวรรค์ ไม่เหมือนปังที่บรรดาบรรพบุรุษได้กิน แล้วยังตาย แต่ผู้ที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป คำเหล่านี้จุดชนวนให้กับผู้ฟังจนพวกเขากล่าวกันเองว่า “ถ้อยคำนี้ขัดหูจริง ใครจะฟังได้” พวกเขาพากันบ่นในเรื่องนี้ คำว่า บ่นว่า มีนัยน่าสนใจเหมือนกัน ถ้าย้อนกลับไปดูเรื่องการอพยพในพันธสัญญาเดิม พวกอิสราเอลมักจะพากันบ่นว่าตลอดการเดินทางจากแผ่นดินทาสในอียิปต์ไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา การบ่นว่าดำเนินไปเรื่อย และพระเจ้าทรงเลี้ยงดูประชากรด้วยมานนา ส่วนคำสอนใหม่ของพระเยซูเจ้าในเรื่องนี้เป็นเรื่อง “ยากมาก” สุดจะเข้าใจได้ว่าต้องกินเนื้อและเลือดของพระองค์อย่างไรจึงจะมีชีวิตนิรันดร ทั้งๆที่พระองค์ยังไม่ได้สิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ คำพูดของพระองค์ไม่เพียงปั่นให้หัวของพวกเขาหมุนติ้วเท่านั้น แต่ยังทำให้ใจและจิตวิญญาณหวั่นไหวอีกด้วย คนในสมัยพระเยซูเจ้าอาจจะเตรียมพร้อมที่จะติดตามประกาศกแบบโมเสส หรือใครก็ตามที่จะมาเป็นพระเมสสิยาห์ที่อยู่ในกรอบความคิดที่เขามีอยู่แล้วในหัวสมอง แต่ดูเหมือนสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสเป็นเรื่องที่ไปไกลเกินไป ดังนั้น จึงเกิดการแบ่งแยก หรือการแบ่งกลุ่ม ออกเป็นสองพวกทันที ดูเหมือนคนส่วนใหญ่เลิกติดตามพระเยซูเจ้าต่อไป ในขณะที่กลุ่มอัครสาวกทั้งสิบสองยังคงยึดมั่นติดตามพระองค์ต่อไป ถ้าย้อนไปดูเรื่องในหนังสือโยชูวาซึ่งนำมาเป็นบทอ่านแรกของอาทิตย์นี้ เล่าเรื่องตอนที่โยชูวาชรามากแล้ว ท่านจึงรวบรวมทุกเผ่าของอิสราเอลที่เมืองเชเคมเพื่อจะกล่าวคำอำลา แต่ที่สำคัญกว่านั้น ท่านต้องการให้พวกเขาตัดสินใจว่าจะเลือกนับถือพระองค์ใด ระหว่างองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา หรือพระของชนชาติอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ในดินแดนที่เขาอาศัยอยู่ น่าสังเกตว่าโยชูวาไม่ได้พูดถึงเรื่องการสงครามทั้งหลายที่ท่านได้ทำมามากมาย ดูเหมือนว่าการเรียกประชาชนมารวมตัวกันในวันนั้นของโยชูวา ไม่ใช่เพื่อรำลึกถึงการเป็นผู้นำทัพที่ยิ่งใหญ่ของท่าน แต่มาในฐานะประกาศกที่จะนำประชาชนให้มาเลือกพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสำหรับท่านแล้ว การเลือกเข้าข้างพระที่ถูกต้อง สำคัญกว่าความสำเร็จของการสู้รบในอดีต ท่านไม่สนใจการขยายอาณาเขตหรือเขตแดนทางภูมิศาสตร์อีกต่อไป แต่สนใจเขตแดนภูมิศาสตร์ทางด้านจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่า
- [หน่วยงานภายใต้สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกฯ ช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19](https://www.cbct.or.th/covid-19-cbct/) - 16 สิงหาคม 2021 เวลา 11.00 น. มงซินญอร์ วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยทีมงานเจ้าหน้าที่ในกรรมธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ภายใต้สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย โดยความร่วมมือกับสหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทย สถาบันธิดาพระราชินีมาเรีย สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย สภาการศึกษาคาทอลิก และองค์กรเครือข่าย จัดโครงการ “ปันสุข” เพื่อร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องที่ประสบภัยวิกฤต โควิด-19 โดยการแจกอาหารกล่องประมาณวันละ 600 ชุด ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ตลอดเดือนสิงหาคม ในเวลา 10:00 – 12:30 น. (หรือเมื่ออาหารกล่องหมด) สำหรับพี่น้องที่สนใจร่วมสนับสนุน สามารถบริจาควัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร ติดต่อคุณแอ๊ด โทร 083-576-3982 หรือประสงค์ร่วมสนับสนุนกิจกรรมแจกอาหารกล่อง/ถุงยังชีพ+พร้อมจัดกล่องอาหารเพิ่มเติมแจกให้ครอบครัวที่กักตัวที่บ้าน สามารถโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคาร TMBThanachart สาขาสุรวงศ์ ชื่อบัญชี : มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ เลขที่บัญชี 078-2-32924-7 **แจ้งการโอนเงิน ..ทางโทรสาร 0-2681-5369-70 หรือ ทางไลน์ Official Account:
- [กรรมธิการฝ่ายสังคม ลงพื้นที่สีแดงเข้ม มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยโควิด-19](https://www.cbct.or.th/covid-19-caritas/) - 16 สิงหาคม 2021 เวลา 13.00 น. มงซินญอร์ วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และ คุณพ่อไพรัช ศรีประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาฯ ฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) นำทีมงานเจ้าหน้าที่จากคาริตัสไทยแลนด์ และสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย สวมชุด PPE ลงพื้นที่สีแดงเข้มบริเวณชุมชนซอยนนทรี – เขตยานนาวา และชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงอาคารสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกฯ เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยโควิด-19 สำหรับพี่น้องที่สนใจร่วมสนับสนุน สามารถบริจาควัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร ติดต่อคุณแอ๊ด โทร 083-576-3982 หรือประสงค์ร่วมสนับสนุนกิจกรรมแจกอาหารกล่อง/ถุงยังชีพ+พร้อมจัดกล่องอาหารเพิ่มเติมแจกให้ครอบครัวที่กักตัวที่บ้าน สามารถโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคาร TMBThanachart สาขาสุรวงศ์ ชื่อบัญชี : มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ เลขที่บัญชี 078-2-32924-7 **แจ้งการโอนเงิน ..ทางโทรสาร 0-2681-5369-70 หรือ ทางไลน์ Official Account: Caritas Thailand ..เพิ่มเพื่อนได้เลย -> https://lin.ee/c8B4hvV เครดิต : Facebook
- [สมณกระทรวงเพื่อส่งเสริมการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม "น้ำแห่งชีวิต" (Aqua fons vitae)](https://www.cbct.or.th/aqua-fons-vitae/) - น้ำแห่งชีวิต Aqua fons Vitae สรุปเนื้อหาสั้นๆ โดย สามสอ แผนกยุติธรรมและสันติ เดือนมีนาคม ปี 2020 สมณกระทรวงเพื่อส่งเสริมการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม ได้ออกเอกสาร Aqua fons Vitae น้ำแห่งชีวิต : แนวปฏิบัติเรื่องน้ำ เครื่องหมายแห่งเสียงร้องของคนยากจนและเสียงร้องของโลก ซึ่งเป็นเอกสารที่สะท้อนความห่วงใยของศาสนจักรคาทอลิกต่อปัญหาเรื่องน้ำ ในฐานะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน ทั้งๆ ที่ มติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ที่ 64/292 เมื่อเดือน กรกฎาคม 2010 ได้รับรองสิทธิสากลด้านน้ำและสุขาภิบาล และยอมรับว่าการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและถูกสุขอนามัยเป็นสิทธิมนุษยชน พร้อมกับกำหนดให้รัฐบาลต้องดูแลให้ประชาชนได้รับน้ำและสุขอนามัยที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้และราคาไม่แพง แต่ดูเหมือนรัฐบาลในประเทศต่างๆ ไม่สามารถผลักดัน หรือจัดการปัญหาเรื่องการเข้าถึงน้ำ การใช้น้ำ ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมดังกล่าว หรือเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนทั่วโลกยังปรากฏ จากการเข้าไม่ถึงน้ำ ไม่มีน้ำที่สะอาดปลอดภัย สำหรับดื่มและใช้ในชีวิตประจำวัน เอกสาร น้ำแห่งชีวิต ได้สนับสนุนความคิดและความมุ่งมั่นของพระสันตะปาปาฟรังซิส ในการดูแล พิทักษ์รักษาน้ำ ผู้เป็นพี่สาว ดังปรากฏในสมณสาสน์ ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า
- [15 สิงหาคม สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ](https://www.cbct.or.th/the-assumption-of-the-blessed-virgin-mary-solemnity/) - 15 สิงหาคมสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ(The Assumption of the Blessed Virgin Mary, solemnity) แม้ไม่มีการกล่าวถึงอย่างชัดเจนถึงสิทธิพิเศษของการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ของแม่พระในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ แต่ทางธรรมประเพณีและดูเหมือนเหตุผลทางเทววิทยาก็ชี้ให้เห็นถึงการไขแสดงโดยปริยายในพระคัมภีร์ถึงเรื่องนี้ ในพันธสัญญาเดิม เอกลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของพระแม่มารีย์ถูกประกาศในฐานะเป็น "สตรี" ที่โดยผ่านทางเธอ การไถ่ให้รอดที่ทรงสัญญาไว้จะเป็นไปได้จริง (ปฐก 3:15) ในพันธสัญญาใหม่ได้ประกาศความจริงเรื่องการไถ่ให้รอดนั้น (ลก 1:31-35; 1ยน 3:9) และพระนางพรหมจารีมารีย์เป็นผู้ "เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน" ซึ่งจะไม่สามารถทรงเป็นผู้ครบครันบริบูรณ์ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ เว้นแต่ว่าพระนางจะทรงดำรงอยู่โดยไม่เสื่อมสลายไป (เทียบ 1คร 15:54-57) จึงเป็นการถูกต้องแล้วที่ นักบุญเยอร์มานุส แห่งคอนสแตนติโนเปิล (ราวปี 733) ได้เขียนไว้ว่า "พระวรกายอันเป็นพรหมจรรย์ของพระนางมารีย์เป็นสิ่งที่รวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เข้าไว้ด้วยกันซึ่งดำรงอยู่เพื่อพระเจ้า และไม่มีวันจะเสื่อมสลายเป็นฝุ่นดินเลย" ธรรมประเพณีเรื่องการรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ได้ถูกประกาศมาแต่เนิ่นนานแล้วตั้งแต่ในปี ค.ศ.749 โดยนักบุญยอห์น ดามาซีน (St. John Damascene) ส่วนพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (1159-1181) ได้เขียนไว้ว่า พระนางมารีย์ได้ให้บังเกิดโดยไม่มีความด่างพร้อยทางพรหมจรรย์ ทรงให้กำเนิดพระบุตรโดยปราศจากความเจ็บปวด ดังนั้น จึงเสด็จจากไปโดยไม่เน่าเปื่อย ตามคำของทูตสวรรค์ หรือโดยพระเจ้าตรัสผ่านทางทูตสวรรค์ว่า
- [สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ](https://www.cbct.or.th/สมโภชพระนางมารีย์รับเก/)
- [14 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญมักซีมีเลียน มารีย์ กอลเบ พระสงฆ์และมรณสักขี (St Maximilian Kolbe, Priest & Martyr, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-maximilian-kolbe-priest-martyr-memorial/) - 14 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญมักซีมีเลียน มารีย์ กอลเบ พระสงฆ์และมรณสักขี(St Maximilian Kolbe, Priest & Martyr, memorial) นักบุญมักซีมีเลียน มารีย์ กอลเบ เกิดที่ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1894 เป็นบุตรของ Julius และ Maria Kolbe เมื่อรับศีลล้างบาปได้รับชื่อว่า เรย์มอนด์ (Raymond) เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มได้เข้าอารามของคณะภราดาน้อย (The Order of Friars Minor Conventuals) และต่อมาได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ค.ศ. 1918 ที่กรุงโรม ด้วยความรักที่ลุกร้อนประสาบุตรที่มีต่อพระแม่พรหมจารีพระมารดาของพระเจ้า ท่านจึงตั้งสมาคมที่เรียกชื่อว่า "กองทัพของพระแม่มารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล" (= "Army of Immaculate Mary") ต่อมาได้ออกนิตยสารทางศาสนาชื่อว่า "อัศวินของพระแม่ผู้ปฏิสนธินิรมล" (= "Knight of the Immaculate") ให้อยู่ในการปกป้องคุ้มครองของพระแม่มารีย์
- [11 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญกลารา พรหมจารี [ St Clare, Virgin, memorial, (1193-1253) ]](https://www.cbct.or.th/st-clare-virgin-memorial-1193-1253/) - 11 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญกลารา พรหมจารี[ St Clare, Virgin, memorial, (1193 - 1253) ] เมื่อนักบุญฟรังซิส อัสซีซี ได้เทศน์สอนในวัด St George ที่เมืองอัสซีซี ประเทศอิตาลี ในช่วงเทศกาลมหาพรต ปี ค.ศ. 1212 ท่านได้เป็นแรงบันดาลใจเด็กหญิงอายุ 18 ปีที่มีนามว่า กลารา (Chiara ซึ่งหมายถึง "แสงสว่าง" หรือ "รุ่งเรือง" ) ซึ่งมาจากครอบครัวขุนนางที่มีชื่อว่า "ฟาวารอนเน" (Favaronne) ให้ตัดสินใจจะติดตาม "ชายผู้ยากจน" (Il Poverello - สมญาของนักบุญฟรังซิส) ผู้ซึ่งมีชีวิตถือคุณธรรมความยากจนตามแบบพระคริสตเจ้า และด้วยคำแนะนำของนักบุญฟรังซิส เธอจึงหลบหนีออกจากปราสาทของพ่อแม่ในคืนวันอาทิตย์ใบลาน โดยมีป้าของเธอที่ชื่อว่า เบียงก้า (Bianca) และผู้ติดตามอีกคนหนึ่งร่วมเดินทางไปด้วย เธอเดินทางผ่านป่าไปยังวัดน้อย the Portiuncula ที่อยู่ในหุบเขา โดยมีนักบุญฟรังซิส และเพื่อนภราดารอเธออยู่ด้วยสัญญาณไฟฉาย และที่นี่เองที่เธอเปลี่ยนจากการสวมเสื้อผ้าราคาแพงมาเป็นเสื้อผ้าเนื้อหยาบ
- [สำหรับผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง (โป๊ปวีดีทัศน์-ก.พ. 2021) 1.24 นาที](https://www.cbct.or.th/q7tt1exgb7c/)
- [วันที่ 10 สิงหาคม ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี (St Lawrence, Deacon & Martyr, feast)](https://www.cbct.or.th/st-lawrence-deacon-martyr-feast/) - วันที่ 10 สิงหาคมฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี(St Lawrence, Deacon & Martyr, feast) นักบุญลอเรนซ์เป็นหนึ่งในบรรดานักบุญ ซึ่งในการยอมตายเป็นมรณสักขีของพวกท่าน ได้ก่อให้เกิดความประทับใจอย่างลึกซึ้งต่อพระศาสนจักรในสมัยแรกๆ ตามที่นักบุญอัมโบรสได้เล่าไว้ จากที่เล่าต่อๆกันมาด้วยปากเปล่าว่าการเป็นมรณสักขีของท่านเป็นการถูกย่างทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงแก่ความตาย โดยคำสั่งของจักรพรรดิวาเลเรียน (Emperor Valerian) ในปี ค.ศ. 258 ให้ประหารชีวิตผู้เป็นคริสตชนทุกคน และให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดด้วย ทำให้พระสันตะปาปาซิสตุส ที่ 2 (Pope Sixtus II) ถูกจับพร้อมกับสังฆานุกรของพระองค์จำนวน 4 คนจากทั้งหมด 7 คน และกำลังจะถูกนำไปฆ่าทิ้ง ลอเรนซ์เป็นทุกข์ใจที่ท่านไม่ได้ถูกจับกุมไปด้วย พระสันตะปาปาได้ทรงปลอบใจท่านว่า "ลูกเอ๋ย อย่าร้องไห้ไปเลย ในอีก 3 วันต่อจากนี้ ลูกจะได้ตามพ่อไป" และก็เกิดขึ้นจริง ด้วยว่าลอเรนซ์ซึ่งเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินและการเงินของพระศาสนจักรในขณะนั้น ได้ถูกเรียกตัวมาอยู่ต่อหน้าผู้สำเร็จราชการของกรุงโรม และเขาคิดว่าพวกคริสตชนต้องมีทรัพย์สินมากมาย จึงออกคำสั่งยึดทรัพย์เพื่อเอามาเข้าคลังของจักรพรรดิ ลอเรนซ์ตอบตกลง และขอเวลาสามวันในการรวบรวมทรัพย์สิน แต่ท่านกลับแจกจ่ายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีออกไปจนหมดเกลี้ยง สามวันต่อมาท่านรวบรวมคนฝูงใหญ่มา ประกอบไปด้วยคนตาบอด คนใบ้ คนง่อยเปลี้ยเสียขา
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไป (General Audience) วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/general-_audience_20210804/) - การเรียนคำสอน: 3 - พระวรสารเพียงเล่มเดียวเท่านั้น อรุณสวัสดิ์ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย เมื่อพวกเราพูดถึงพระวรสารและพันธกิจทีต้องประกาศ เปาโลมีความกระตือรือร้นมากด้วยความระอุที่ออกจากตัวเอง ท่านดูเหมือนว่าจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากพันธกิจที่พระเยซูคริสต์ทรงมอบให้ท่านกระทำ ทุกสิ่งในตัวท่านถูกมอบให้กับการประกาศพระวรสารและท่านก็ไม่สนใจในสิ่งใดนอกจากพระวรสารเท่านั้น นี่เป็นความรัก ความสนใจ และอาชีพของเปาโลที่จะต้องทำการประกาศข่าวดีจนกระทั่งท่านกล้าพูดว่า “พระเยซูคริสต์ไม่ได้ส่งข้าพเจ้ามาโปรดศีลล้างบาป แต่ให้มาประกาศพระวรสาร” (1 คร. 1: 17) เปาโลตีความชีวิตของตนเองว่าเป็นกระแสเรียกให้ประกาศพระวรสาร เพื่อให้ทุกคนรู้ถึงสาส์นของพระเยซูคริสต์ เพื่อให้ทุกคนรู้จักพระวรสาร ท่านกล้ากล่าวว่า “วิบัติจงมีแก่ข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าไม่ประกาศพระวรสาร” (1 คร. 9: 16) เมื่อเขียนจดหมายถึงคริสตชนชาวโรมัน ท่านแสดงตนง่ายๆ ว่า “เปาโลข้ารับใช้ของพระเยซูคริสต์ อัครธรรมทูตโดยกระแสเรียกถูกเลือกให้ประกาศพระวรสารของพระเจ้า” (รม. 1: 1) นี่คือกระแสเรียกของท่าน พูดสั้นๆ คือ ท่านรับรู้อย่างดีว่าท่านถูก “แต่งตั้ง” ให้นำพระวรสารไปสู่ทุกคนและท่านไม่สามารถจะเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากอุทิศตนเองทั้งหมดจนสิ้นสุดกำลังเพื่อพันธกิจนี้ ดังนั้นพวกเราจึงสามารถเข้าใจความเศร้าใจ ความผิดหวัง และกระทั่งความขมขื่นของอัครธรรมทูตที่มีต่อชาวกาลาเทียนที่กำลังเดินไปในหนทางที่ผิดอันจะนำพวกเขาไปสู่จุดที่กู่ไม่กลับ พวกเขาเดินไปในหนทางที่ผิด เรื่องใหญ่ใจความทั้งหมดอยู่ที่พระวรสาร เปาโลไม่ได้คิดถึงพระวรสารทั้งสี่เล่มซึ่งเป็นของธรรมดาสำหรับพวกเรา ที่จริงขณะที่ท่านเขียนจดหมายฉบับนี้ ช่วงเวลานั้นยังไม่มีการเขียนพระวรสารสี่เล่ม
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปราศรัยทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2021](https://www.cbct.or.th/angelus_20210808/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในพระวรสารของจารีตพิธีกรรมวันนี้ พระเยซูคริสต์ยังคงเทศน์สอนประชาชนต่อไปหลังจากพวกเขาเห็นอัศจรรย์การทวีขนมปัง พระองค์ทรงเชิญประชาชนให้เข้าใจสิ่งที่เหนือกว่านั้น ขณะที่เตือนใจพวกเขาเรื่อง “มานนา” ที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูบรรพบุรุษของพวกเขาในการเดินทางไกลผ่านทะเลทราย บัดนี้พระองค์ทรงใช้สัญลักษณ์ปังซึ่งเป็นพระวรกายของพระองค์เอง พระองค์ตรัสว่า “เราคือปังแห่งชีวิต” (ยน. 6: 48) ปังแห่งชีวิตหมายถึงอะไร? พวกเราต้องการปังเพื่อที่จะมีชีวิต คนที่หิวจะไม่ขออาหารเลิศหรูราคาแพง พวกเขาจะขอเพียงขนมปัง คนที่ตกงานจะไม่ขอค่าจ้างสูง แต่จะขอ “ปัง” แห่งการทำงาน พระเยซูคริสต์ทรงเปิดเผยพระองค์ว่าพระองค์คือปังแห่งชีวิต นั่นคือ สิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับการมีชีวิตประจำวัน หากปราศจากพระองค์แล้วทุกสิ่งก็จะไม่บังเกิดผล ซึ่งไม่ใช่ปังอะไรก็ได้ ทว่าต้องเป็นปังแห่งชีวิต หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ หากปราศจากพระองค์แล้วพวกเราก็จะขาดชีวิต เพราะว่ามีเพียงแค่พระองค์เท่านั้นที่จะสามารถหล่อเลี้ยงวิญญาณของพวกเรา มีเพียงแค่พระองค์เท่านั้นที่จะให้อภัยพวกเราจากมลทินบาปแม้ว่าหลาย ๆ คนจะทำให้พวกเราผิดหวัง มีเพียงแค่พระองค์เท่านั้นที่จะให้พลังแห่งความรักแก่พวกเรา ให้รู้จักอภัยผู้อื่นแม้จะด้วยความยากลำบาก มีเพียงแค่พระองค์เท่านั้นที่จะให้สันติสุขแก่ดวงใจที่แสวงหา มีเพียงแค่พระองค์เท่านั้นที่จะประทานชีวิตนิรันดรเมื่อชีวิตในโลกนี้สิ้นสุดลง พระองค์ทรงเป็นปังที่จำเป็นที่สุดแห่งชีวิต พระองค์ตรัสว่า เราคือปังแห่งชีวิต ขอให้พวกเราหยุดนิ่งหน้าภาพลักษณ์อันสวยงามของพระเยซูคริสต์สักครู่หนึ่ง พระองค์สามารถที่ให้เหตุผล การเผยแสดง พวกเราทราบว่าพระเยซูคริสต์ทรงตรัสด้วยอุปมาเปรียบเทียบและในการเทศน์สอน “เราคือปังแห่งชีวิต” พระองค์ทรงสรุปชีวิตและพันธกิจทิ้งสิ้นของพระองค์ พวกเราจะพบเรื่องนี้ได้ทั้งหมดในตอนสุดท้ายขณะที่ทรงเลี้ยงอาหารค่ำ พระเยซูคริสต์ทรงทราบดีว่าพระบิดาทรงขอพระองค์ไม่ใช่เพียงมอบอาหารให้กับประชาชน แต่ขอให้มอบตัวพระองค์เอง
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปราศรัยทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2021 ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/angelus_20210801/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ภาพจากการเริ่มต้นของจารีตพิธีกรรมในวันนี้ (ดู ยน. 6: 24-35) แสดงให้พวกเราเห็นว่ามีเรือบางลำกำลังแล่นสู่ชายฝั่งเมืองกาเปอร์นาอุม ฝูงชนกำลังตามไปพบพระเยซูคริสต์ พวกเราอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ดี ทว่าพระวรสารสอนพวกเราว่านี่ยังไม่เป็นการเพียงพอในการแสวงหาพระเจ้า พวกเราต้องถามตัวพวกเราเองด้วยเหมือนว่าเพราะเหตุใดพวกเราจึงแสวงหาพระองค์ ที่จริงพระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ท่านตามหาเราไม่ใช่เพราะว่าท่านเห็นเครื่องหมาย แต่เพราะว่าท่านได้รับประทานขนมปังจนอิ่มหนำ” (ข้อ 26) ความจริงผู้คนได้เห็นอัศจรรย์ในการทวีขนมปัง แต่พวกเขาไม่เข้าใจความหมายแท้จริงแห่งปรากฎการณ์นั้น พวกเขาหยุดอยู่แค่อัศจรรย์ภายนอก พวกเขาหยุดเพียงแค่ขนมปังที่เป็นวัตถุ พวกเขาหยุดเพียงแค่นั้นโดยไม่มองข้ามไปไกลกว่านั้นเพื่อแสวงหาความหมายที่แท้จริง ดังนั้นนี่จึงเป้นคำถามแรกที่พวกเราอาจต้องถามตัวพวกเราเอง เหตุใดพวกเราจึงแสวงหาพระเยซูคริสต์? เหตุใดฉันจึงแสวงหาพระองค์? สิ่งใดเป็นแรงบันดาลใจให้กับความเชื่อของฉันและของพวกเรา? พวกเราควรที่จะไตร่ตรองประเด็นนี้ เพราะท่ามกลางการล่อลวงต่างๆ ที่พวกเราเผชิญในชีวิตนี้มีสิ่งหนึ่งที่พวกเราอาจเรียกได้ว่าเป็น การล่อลวงให้หลงนับถือพระเท็จเทียม เป็นการล่อลวงที่ทำให้พวกเราแสวงหาพระเจ้าเพื่อประโยชน์ของตัวพวกเราเอง เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหา เพื่อขอบคุณพระองค์ที่พวกเราไม่สามารถได้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเราด้วยน้ำมือของพวกเราเอง แต่การกระทำดังกล่าว ความเชื่อจะเป็นเพียงความเชื่อเพียงผิวเผิน และพ่ออาจกล่าวได้ว่าความเชื่อคืออัศจรรย์ พวกเราหันหน้าไปหาพระเจ้าเพื่อที่พระองค์จะทรงเลี้ยงดูพวกเราแล้วพวกเราก็ลืมพระองค์หลังจากที่พวกเราอิ่มหนำสำราญแล้ว ณ ศูนย์กลางแห่งความเชื่อที่ไม่มีวุฒิภาวะนี้ไม่ใช่พระเจ้า แต่เป็นความต้องการของพวกเรา พวกเราคิดถึงเพียงแค่ผลประโยชน์ของพวกเรา คิดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง... เป็นสิ่งถูกต้องแล้วที่พวกเรามอบความต้องการของพวกเราไว้กับดวงพระทัยของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงกระทำการเกินกว่าสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเราคาดหวัง พระองค์ทรงปรารถนาที่จะดำรงชีวิตอยู่กับพวกเราในความสัมพันธ์แห่งความรัก และความรักแท้จริงจะไม่แสวงหาผลประโยชน์ จะเป็นอิสระ ไม่ได้เป็นความรักที่หวังสิ่งตอบแทน
- [ผู้ขับไล่ปีศาจประจำสังฆมณฑล](https://www.cbct.or.th/ผู้ขับไล่ปีศาจประจำสัง/) - “ปีศาจ” มีอยู่จริง มันคอยขัดขวางพระประสงค์ของพระเจ้า พยายามชักชวนมนุษย์ให้มาร่วมงานกับตน เป็นกบฏต่อพระเจ้า (อ้างหนังสือคำสอนพระศาสนจักรฯ 391, 414, 2851) ในพระคัมภีร์ ปีศาจมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ซาตาน จิตชั่วร้าย งูดึกดำบรรพ์ มังกร (เทียบ วว 12: 8-9) ศัตรูของมนุษย์ ผู้พูดเท็จ บิดาของการพูดเท็จ เจ้านายแห่งโลกนี้ อำนาจของความมืด (เทียบ ลก 22:53) พระเยซูเจ้า เสด็จมาเพื่อช่วยมนุษย์ให้พ้นจากอำนาจของความมืด ทรงพิชิตการผจญล่อลวงในถิ่นทุรกันดาร (เทียบ มธ 4: 1-11) ได้ทรงขับไล่ปีศาจและจิตชั่วร้ายอื่น ๆ (เทียบ มธ 12:27-29) ทรงรักษาทุกคนที่อยู่ใต้อำนาจของปีศาจ (มก 1:23-28; 5:1-20; ลก 8:26-39) พระองค์ยังประทานอำนาจขับไล่จิตชั่วร้ายให้แก่บรรดาอัครสาวกและศิษย์อื่น ๆ (เทียบ มธ 10: 1, 8; มก 3:14-15;
- [วันที่ 8 สิงหาคม ระลึกถึงนักบุญโดมินิก พระสงฆ์ (St. Dominic, Priest, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-dominic-priest-memorial/) - วันที่ 8 สิงหาคมระลึกถึงนักบุญโดมินิก พระสงฆ์(St. Dominic, Priest, memorial) นักบุญโดมินิก กุซมาน (St. Dominic Guzman) มีชีวิตในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1170 - 1221 ชื่อ "โดมิงโก" (Domingo = ภาษาสเปน) มีความหมายว่า "ฉันเป็นของพระเจ้า" และตลอดเวลาที่ท่านในฐานะผู้ก่อตั้ง "คณะผู้เทศน์" (Order of Preachers) หรือที่เรียกกันว่าคณะ "โดมินิกัน" ก็ได้พิสูจน์ความจริงถึงความหมายแห่งชื่อของท่านด้วยความเบิกบานที่ฉายแสงจากการที่ท่านชิดสนิทอย่างลึกซึ้งกับองค์พระเจ้า ท่านเกิดในตระกูลขุนนาง บิดาชื่อ Felix de Guzman และมารดาชื่อ Blessed Joan of Aza ที่เมือง Caleruega แห่งแคว้น Castille ในประเทศสเปน ได้รับการศึกษาที่เมือง Palencia และในปี 1196 ได้เข้าร่วมคณะภราดาของนักบุญออกัสตินที่มหาวิหารของเมือง Osma ท่านได้ดำเนินชีวิตอย่างมีวินัยในเรื่องการภาวนาและใช้โทษบาป ในปี 1203
- [การสัมภาษณ์ซิสเตอร์นาตาลี เบ็กการต์ (Sister Natalie Becquart) การก้าวเดินไปด้วยกันไร้คุณค่า หากปราศจากซึ่งชีวิตฝ่ายจิต](https://www.cbct.or.th/there-is-no-synodality-without-spirituality/) - การเตรียมซีนอดเรื่อง “การก้าวเดินไปด้วยกัน” ซึ่งจะเกิดขึ้นที่กรุงโรมในเดือนตุลาคม 2023 นั้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว การเดินทางที่ก้าวเดินไปด้วยกันจะเริ่มในช่วงเปิดพิธีอย่างสง่า ณ นครรัฐวาติกันท่ามกลางการประทับของพระสันตะปาปาในวันที่ 9-10 ตุลาคม 2021 ทว่าการไตร่ตรองบางหัวข้อที่สำคัญได้มีการดำเนินกันแล้ว ชีวิตฝ่ายจิตเป็นหัวข้อหนึ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงกล่าวถึงประเด็นนี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่พระองค์ทรงต้อนรับผู้แทนคณะกิจการคาทอลิก “เราต้องมีความชัดเจน เมื่อเราพูดถึงการก้าวเดินไปด้วยกันของประสบการณ์ในการก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่ระบอบรัฐสภา (…) การก้าวเดินไปด้วยกันไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอภิปรายถกเถียงกันเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ถึงความแตกต่างกันที่มีอยู่ในสังคม (…) ถ้าเป็นเช่นนั้นจะไม่มีการก้าวเดินไปด้วยกันได้ หากปราศจากซึ่งพระจิต และจะไม่การประทับของพระจิต หากปราศจากซึ่งการสวดภาวนา” คำถาม - ซิสเตอร์นาตาลี อะไรคือเป้าหมายของการจัดวันเพื่อศึกษาไตร่ตรองเรื่องชีวิตฝ่ายจิตแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน? พวกเรามีชีวิตฝ่ายจิตเพียงแค่ชนิดเดียว หรือพวกเราสามารถพูดถึงชีวิตฝ่ายจิตในหลากหลายรูปแบบ? นี่เป็นมิติที่พวกเราจะต้องสำรวจ ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง ความคิดคือการที่ต้องเริ่มจากประสบการณ์ของชีวิตฝ่ายจิตลักษณะต่างๆ โดยถือว่าในครอบครัวของพระศาสนจักรมีชีวิตฝ่ายจิตหลายรูปแบบ หลากหลายลักษณะ เพื่อที่จะวิเคราะห์ถึงหนทางที่แต่ละครอบครัวเกี่ยวกับชีวิตฝ่ายจิตเหล่านี้ดำเนินชีวิตจากการไตร่ตรองแยกแยะร่วมกัน การแสวงหาความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อพันธกิจ ซึ่งเป็นการก้าวเดินไปด้วยกันแล้วเริ่มต้นจากจุดนั้นด้วยการหาแนวทางร่วมกัน นี่เป็นวันแห่งการค้นหาความจริงสิ่งที่เป็นพื้นฐาน และเป็นสิ่งแน่นอนนั่นคือจะไม่มีการก้าวเดินไปด้วยกัน หากปราศจากซึ่งชีวิตฝ่ายจิต เพราะการก้าวเดินไปด้วยกันคือการนำความจริงของการเดินไปพร้อมกับพระเยซูคริสต์มาเป็นศูนย์กลาง และคอยฟังเสียงของพระจิต ดังนั้นมิติชีวิตฝ่ายจิตนี้จึงเป็นมิติที่สำคัญยิ่งแห่งก้าวเดินไปด้วยกันที่พวกเราต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป คำถาม – สำนักเลขาธิการซีนอดฯ จัดให้มีคณะกรรมการเรื่องชีวิตฝ่ายจิตหรือไม่?
- [เจตนาอธิษฐานของโป๊ปฟรังซิส เพื่อพระศาสนจักร เดือนสิงหาคม 2021 (2.09 นาที)](https://www.cbct.or.th/vdo20210805/)
- [วันที่ 5 สิงหาคม : วันถวายพระวิหารแม่พระแห่งหิมะ (Dedication of the Basilica of St. Mary Major)](https://www.cbct.or.th/dedication-of-the-basilica-of-st-mary-major/) - วันที่ 5 สิงหาคม : วันถวายพระวิหารแม่พระแห่งหิมะ(Dedication of the Basilica of St. Mary Major) ได้มีการโต้เถียงกันทางด้านเทววิทยาเรื่องธรรมชาติทั้งสองของพระคริสต์ในฐานะที่เป็นพระเจ้า และเป็นมนุษย์ จนกลายเป็นประเด็นขัดแย้งที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลในต้นสมัยศตวรรษที่ 5 เช่น Athanasius ได้เทศน์ต่อต้านตำแหน่งที่ใช้เรียกพระนางมารีย์ว่า "พระมารดาของพระเจ้า" (= Theotokos = Mother of God) โดยยืนยันว่าพระนางมารีย์เป็นเพียงแม่ของพระเยซูที่เป็นมนุษย์เท่านั้น อย่างไรก็ดี สังคายนาที่เมืองเอเฟซัส (Ephesus) ในปี ค.ศ. 431 ได้ยืนยันอีกครั้งว่าตำแหน่งของพระนางมารีย์คือ พระมารดาของพระเจ้า และเพื่อระลึกถึงเรื่องนี้ พระสันตะปาปาซิสตุสที่ 3 (432-440) ได้สร้างบาสิลิกาขึ้นมาใหม่ในกรุงโรมและอุทิศถวายแด่พระนางมารีย์ มีชื่อเรียกเป็นภาษาอิตาเลียนว่า Santa Maria Maggiore หรือภาษาอังกฤษเรียกชื่อบาสิลิกานี้ว่า St. Mary Major ได้ทำการสร้างขึ้นบนเนิน Esquiline ซึ่งเป็นเนินเขา 1 ใน 7 ของกรุงโรม
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิสทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2021](https://www.cbct.or.th/angelus_20210725/) - อรุณสวัสดิ์ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พระวรสารในจารีตพิธีกรรมของวันอาทิตย์นี้เล่าเรื่องการทวีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวซึ่งพระเยซูคริสต์นำเอาไปเลี้ยงประชาชนจำนวนประมาณ 5 พันคน (ด้วยความจริง 2 หมื่นกว่าคน แต่นับผู้ชายได้ 5 พันคน) ได้ติดตามมาฟังพระองค์ (เทียบ ยน. 6: 1-15) นี่เป็นเรื่องน่าสนใจที่เครื่องหมายอัศจรรย์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร พระเยซูคริสต์ไม่ได้สร้างขนมปังและปลาจากสิ่งใด เปล่าเลย ตรงกันข้ามพระองค์ทรงทำอัศจรรย์จากสิ่งที่ศิษย์นำมามอบให้กับพระองค์ ศิษย์คนหนึ่งกล่าวว่า “ที่นี่มีเด็กชายคนหนึ่งมีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว แต่จะไปพออย่างไรกับผู้คนจำนวนมากขนาดนี้?” (ข้อ 9) อาหารเพียงน้อยนิด ไม่มีความหมาย ทว่านี่เพียงพอสำหรับพระเยซูคริสต์ ขอให้พวกเราคิดว่าพวกเราเป็นเด็กชายคนนั้น ศิษย์ขอให้เด็กคนนั้นแบ่งปันกับทุกคนทุกสิ่งที่เขามี ดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างไร้เหตุผล หรือว่าไม่เข้าท่าเข้าทางคือไม่ถูกต้อง ทำไมจึงไปบอกเด็กชายคนนั้นให้มอบทุกสิ่งที่เขานำมาจากบ้าน และมีสิทธิ์ที่จะเก็บไว้กินเอง? เหตุใดจึงจะต้องนำของกินไปจากบุคคลที่ไม่พอจะเอาไปเลี้ยงทุกคน? หากจะพูดกันตามประสามนุษย์แล้วนี่เป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ ทว่าไม่ใช่สำหรับพระเจ้า ตรงกันข้ามต้องขอบคุณของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นที่มอบให้ด้วยใจกว้างจนทำให้พระเยซูคริสต์สามารถที่จะเลี้ยงทุกคนได้ นี่เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรา เรื่องราวบอกพวกเราว่าพระเยซูคริสต์สามารถทำให้ทุกสิ่งเกิดประโยชน์มากมายจากสิ่งเล็กน้อยที่พวกเรามอบให้กับพระองค์ คงจะเป็นการดีหากพวกเราจะถามตัวพวกเราเองทุกวันว่า “วันนี้ฉันนำสิ่งใดไปมอบให้พระเยซูคริสต์บ้าง?” พระองค์สามารถทำอะไรได้มากมายจากคำภาวนาของพวกเรา จากพฤติกรรมแห่งความรักเมตตาที่พวกเรามีต่อผู้อื่น แม้แต่ความทุกข์ที่พวกเรามอบไว้ในพระเมตตาของพระองค์ สิ่งเล็กน้อยที่พวกเรามอบให้กับพระเยซูคริสต์พระองค์สามารถนำเอาไปทำอัศจรรย์ได้ นี่คือวิธีที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะกระทำ
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิสเพื่อรำลึกถึงปู่ ย่า ตา ยาย และผู้สูงอายุสากล ครั้งที่ 1](https://www.cbct.or.th/homily-world-day-for-grandparents-and-the-elderly-25-july-2021/) - ในขณะที่ประทับนั่งเพื่อเทศนาพระเยซูคริสต์ “ทรงเงยหน้าขึ้นเห็นฝูงชนจำนวนมากต่างเดินเข้ามาหา พระองค์จึงตรัสกับฟิลิปว่า “พวกเราจะหาซื้อขนมปังเลี้ยงเขาเหล่านี้ได้ที่ไหน?” (ยน. 6: 5) พระเยซูคริสต์ไม่เพียงแต่จะสอนฝูงชน พระองค์ยังเข้าใจดีถึงความหิวของพวกเขา เพื่อเป็นคำตอบพระองค์ทรงเลี้ยงพวกเขาด้วยขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว ซึ่งขอมาจากเด็กชายคนหนึ่ง หลังจากนั้นมีขนมปังเหลือมากมายพระองค์จึงสั่งให้ศิษย์เก็บเศษอาหารที่เหลือเหล่านั้น “เพื่อไม่ให้เสียของ” (ข้อ 12) วันนี้พวกเรารำลึกถึงปู่ย่าตายายและผู้สูงอายุ ขอให้พวกเราไตร่ตรองถึงเวลาที่สำคัญ 3 ช่วง กล่าวคือพระเยซูคริสต์เห็นความหิวของฝูงชน พระเยซูคริสต์ทรงแบ่งปันอาหาร (ขนมปัง) พระเยซูคริสต์บัญชาให้เก็บอาหาร (ขนมปัง) ที่เหลือ เวลาทั้งสามช่วงอาจสรุปด้วยกิริยาสามคำ คือ มองเห็น แบ่งปัน เก็บรักษาไว้ มองเห็น: เมื่อเริ่มต้นเล่าเรื่อง ยอห์นผู้นิพนธ์พระวรสารได้ชี้ให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเห็นฝูงชนที่หิวโหยหลังจากที่พวกต้องเดินทางไกลเพื่อที่จะมาพบพระองค์ นั่นคือจุดเริ่มต้นของอัศจรรย์ ด้วยการเพ่งพิศของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงไม่เพิกเฉย หรือมีงานยุ่งจนไม่รู้สึกถึงความหิวของเพื่อนมนุษย์ที่อ่อนล้า พระเยซูคริสต์ทรงเอาใจใส่ดูแลพวกเราทุกคน พระองค์ทรงห่วงใยพวกเรา พระองค์ทรงต้องการทำให้ความหิวแห่งชีวิตของพวกเราอิ่มหนำ เปี่ยมด้วยความรักและความสุข ในสายพระเนตรของพระองค์พวกเราจะเห็นวิธีของพระเจ้าในการมองสิ่งต่างๆ การเพ่งพิศของพระองค์เป็นการมองด้วยความเอาใจใส่ พระองค์ทรงมีความรู้สึกละเอียดอ่อนในพวกเราและทรงตั้งความหวังที่จะให้พวกเราก้าวเดินต่อไป พระองค์ทรงเข้าใจความต้องการของแต่ละบุคคล เพราะในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่มีผู้ใดในท่ามกลางฝูงชนเป็นคนแปลกหน้า มีเพียงแค่ปัจเจกบุคคลที่มีแต่ความหิวความกระหาย การมองของพระเยซูคริสต์เป็นการเพ่งพิศ พระองค์เพ่งพิศมายังชีวิตของพวกเราแต่ละบุคคล
- [ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ "รายชื่อคณะกรรมการบริหาร และพระสงฆ์ร่วมงานของฝ่ายต่าง ๆ"](https://www.cbct.or.th/bkk20210802/) - ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ รายชื่อคณะกรรมการบริหาร และพระสงฆ์ร่วมงานของฝ่ายต่าง ๆ คณะกรรมการบริหารแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และพระสงฆ์ร่วมงานของฝ่ายต่างๆ มีรายชื่อดังต่อไปนี้ : ก. คณะกรรมการบริหาร 1) คุณพ่อ ปิยะชาติ มะกรครรภ์ อุปสังฆราช (ประธานฯ) 2) คุณพ่อ อดิศักดิ์ กิจบุญชู รักษาการเลขาธิการสังฆมณฑล 3) คุณพ่อ ทนุ เจษฎาพงศ์ภักดี ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน 4) คุณพ่อ อดิศักดิ์ สมแสงสรวง ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายงานอภิบาล 5) คุณพ่อ สหพล ตั้งถาวร ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายงานธรรมทูต 6) คุณพ่อ สุพจน์ ฤกษ์สุจริต ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายบุคลาภิบาล 7) คุณพ่อ เอกรัตน์ หอมประทุม ผู้ช่วยพระสังมราชฝ่ายการศึกษาฯ 8) คุณพ่อ ยอดชาย เล็กประเสริฐ ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายสังคม 9) คุณพ่อ สมเกียรติ บุญอนันตบุตร
- [วันที่ 4 สิงหาคม ระลึกถึง นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์ (St John Baptist Mary Vianney, Priest, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-john-baptist-mary-vianney-priest-memorial/) - วันที่ 4 สิงหาคมระลึกถึง นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์(St John Baptist Mary Vianney, Priest, memorial) นักบุญผู้โดดเด่นองค์นี้ ซึ่งพระศาสนจักรยกย่องให้เป็นแบบอย่างและองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์พื้นเมือง เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1786 ในระหว่างช่วงเวลาที่มีการต่อต้านบรรดาสมณะอย่างรุนแรง (ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส) และช่วงที่ไม่นับถือศาสนา (สมัยของ นโปเลียน โบนาปาร์ต) ท่านเป็นลูกคนที่ 4 ในทั้งหมด 6 คนจากพ่อแม่ที่ศรัทธา อาศัยทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ตอนเด็กไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ เพราะขาดพื้นฐานการศึกษาเช่นนี้เอง ทำให้ท่านต้องเผชิญกับความลำบากเป็นอย่างมากในการเรียนที่บ้านเณรเพื่อเป็นพระสงฆ์ และเป็นแต่เพียงลักษณะนิสัยซื่อๆและมีชีวิตจิตที่ลึกซึ้งของท่าน ผนวกกับคำขอร้องพิเศษจากเจ้าอาวาสของท่าน จึงทำให้ท่านได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ค.ศ. 1815 เมื่อบวชแล้วท่านได้รับมอบหมายให้ไปดูแลวัดเล็กๆที่ตำบลอาร์ส ใกล้เมืองลีอองส์ อุปสังฆราชบอกท่านว่า "สัตบุรุษที่นั่นไม่ค่อยรักพระ จงไปทำให้เกิดขึ้นมาให้ได้" แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวบ้านและชาวนาถูกทอดทิ้งให้อยู่ในสถานะทางด้านฝ่ายจิตและศีลธรรมอย่างนั้น นักบุญยอห์น เวียนเนย์ ได้เริ่มทำงานอย่างเงียบๆกับสัตบุรุษที่ยากจน และพวกเจ็บไข้ได้ป่วยในวัดก่อน นอกนั้นใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันอยู่ต่อหน้าศีลมหาสนิท เพื่อภาวนาขอให้ลูกแกะของท่านกลับใจ และตลอดเวลา 40 ปีของชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่
- [สาส์นวีดีโอของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในการภาวนาสากลของคณะนักบวชเยสุอิต](https://www.cbct.or.th/message-2021-vdo-pilgrims-with-ignatius/) - แด่ลูก ๆ พี่น้อง และกัลยาณมิตรที่รัก พ่อรู้สึกดีใจที่มีโอกาสร่วมใจกับลูก ๆ และ พี่น้องทุกท่านในการสวดภาวนาสำหรับปีนักบุญอิกญาซีอุส เป็นการเฉลิมฉลองการกลับใจของนักบุญอิกญาซีอุส พ่อหวังว่าทุกคนที่รับแรงบันดาลใจจากอิกญาซีอุส จากชีวิตจิตของอิกญาซีอุส จะดำเนินชีวิตในปีนี้ด้วยประสบการณ์แห่งการกลับใจ เมื่อห้าร้อยปีมาแล้วที่เมืองปัมโปลนา (Pamplona) ความฝันทางโลกทุกสิ่งทุกอย่างของอิกญาซีอุสต้องสลายไปโดยฉับพลัน กระสุนลูกปืนใหญ่ที่สร้างบาดแผลให้อิกญาซีอุสนั้นเปลี่ยนวิถีชีวิตและวิถีทางโลกของท่านอย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าสิ่งที่เล็กน้อยอาจกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด กระสุนปืนใหญ่นั้นทำให้ความคิดที่ท่านเฝ้าใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตนั้นต้องล้มเหลวลง ทว่าพระเจ้าทรงมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับอิกญาซีอุส ความฝันของพระเจ้าสำหรับอิกญาซีอุสไม่เกี่ยวกับตัวของอิกญาซีอุสเอง แต่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือวิญญาณ เป็นความฝันแห่งการไถ่กู้ เป็นความฝันที่ต้องออกไปสู่โลกโดยที่พระเยซูคริสต์ผู้สุภาพและยากจนติดตามไปด้วย การกลับใจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประจำวัน น้อยครั้งที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวสำหรับทุกคน การกลับใจของอิกญาซีอุสเกิดขึ้นที่เมืองปัมโปลนา (Pamplona) จุดเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้น ณ ตรงนั้น ท่านกลับใจทั้งชีวิตวันแล้ววันเล่า นี่หมายความว่าตลอดชีวิตท่านได้ยึดมั่นในพระเยซูคริสต์ผู้เป็นศูนย์กลางในชีวิต และท่านกระทำเช่นนี้โดยอาศัยการรำพึงไตร่ตรอง การไตร่ตรองไม่ได้นิ่งอยู่กับที่ แต่เป็นการต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับการปรับเข็มทิศเพื่อที่จะสามารถเดินไปในหนทางที่ถูกต้องซึ่งมีทางแพร่งและคดเคี้ยวมาก ชีวิตต้องยอมให้พระจิตคอยช่วยชี้นำ ซึ่งจะนำตัวท่านให้ไปพบกับพระเยซูคริสต์ ในการเดินทางในโลกนี้ พวกเราจะพบปะกับผู้อื่นดังที่อิกญาซีอุสกระทำในชีวิตของตน คนอื่นเหล่านี้คือเครื่องหมายที่จะช่วยให้พวกเราเดินอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง และเขาเหล่านั้นจะช่วยให้พวกเรากลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาเป็นพี่น้องของพวกเรา พวกเขาเป็นสถานการณ์ พระเจ้าจะทรงตรัสกับพวกเราโดยผ่านพวกเขา พวกเขาเป็นสถานการณ์ จงฟังผู้อื่น จงอ่านสถานการณ์ พวกเราเป็นเครื่องหมายบอกทางให้กับผู้อื่น พวกเราเป็นผู้แสดงหนทางของพระเจ้าให้กับผู้อื่นด้วย การกลับใจมักจะเกิดขึ้นในการเสวนา
- [ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่อง การต่ออายุสภาภิบาลวัด](https://www.cbct.or.th/ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุง/) - ที่ ลส. 584/2021 ประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่อง การต่ออายุสภาภิบาลวัด สภาภิบาลวัดมีหน้าที่ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะและร่วมมือกับเจ้าอาวาสในกิจการของวัด มีวาระการปฏิบัติหน้าที่สมัยละ 3 ปี สภาภิบาลชุดปัจจุบัน เริ่มวาระตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2018 และจะสิ้นสุดวาระในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ข้อกำหนดของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ หมวด 2 สภาภิบาลวัด ข้อ 107 กำหนดให้จัดตั้งสภาภิบาลวัดชุดใหม่ขึ้น แต่อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ ประกอบกับการประกาศโยกย้ายพระสงฆ์ถูกเลื่อนออกไปจากวาระปกติ ทำให้การจัดตั้งสภาภิบาลชุดใหม่จำเป็นต้องถูกเลื่อนออกไป ด้วยเหตุนี้อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เห็นสมควรให้สภาภิบาลชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2022 พร้อมกับขอให้สมาชิกสภาภิบาลวัดทุกท่าน ร่วมมือร่วมใจกับคุณพ่อเจ้าอาวาสในการประกาศข่าวดีและพัฒนาชุมชนวัดต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 (พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช)
- [การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทย วาระ ปี ค.ศ. 2021-2024](https://www.cbct.or.th/การเลือกตั้งคณะกรรมการ/) - เรื่อง คณะกรรมการบริหารสหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทย เนื่องด้วยสหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทยได้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทย วาระ ปี ค.ศ. 2021-2024 ในวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 รายนามคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฯ ปี ค.ศ. 2021-2024 มีดังนี้ ประธาน คุณพ่อ พิชาญ ใจเสรี คณะพระมหาไถ่ รองประธาน ซิสเตอร์ อรัญญา กิจบุญชู คณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ เลขาธิการ ซิสเตอร์ บังอร มธุรสสุวรรณ คณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ เหรัญญิก คุณพ่อ ไพรัช ศรีประเสริฐ คณะคามิลเลียน คณะกรรมการสมทบของทั้ง 2 ชมรม จำนวน 9 ท่าน ชมรมนักบวชหญิง ซิสเตอร์ มะลิวัลย์ ปรมัตถ์วิโรจน์ คณะภคินีผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ ซิสเตอร์
- [นักบุญอัลฟอนโซ เด ลิโกวรี ผู้ก่อตั้งคณะพระมหาไถ่](https://www.cbct.or.th/นักบุญอัลฟอนโซ-เด-ลิโกวร/)
- [31 กรกฎาคม ระลึกถึง นักบุญ อิกญาซีโอ แห่งโลโยลา พระสงฆ์ (St Ignatius of Loyola, Priest, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-ignatius-of-loyola-priest-memorial/) - 31 กรกฎาคมระลึกถึง นักบุญ อิกญาซีโอ แห่งโลโยลา พระสงฆ์(St Ignatius of Loyola, Priest, memorial) นักบุญอิกญาซีโอ เกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1491 เมื่อรับศีลล้างบาปได้รับชื่อว่า Inigo เป็นลูกคนสุดท้ายในจำนวน 13 คนที่เกิดจากคู่สามีภรรยาที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลขุนนาง คือ Beltran Yanezde Onaz และ Maria Saenz de Licona โดยเกิดในปราสาทของครอบครัวที่โลโยลา ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศสเปน โตเป็นหนุ่มก็ทำงานด้านการทหาร ต่อมาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการโจมตีที่เมือง Pamplona เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับมีความรุนแรงมาก ท่านได้รับการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อรักษาขาของท่านเพื่อให้สามารถพอที่จะเดินได้ จากการผ่าตัดเหล่านี้ทำให้ขาข้างขวาของท่านสั้นลงกว่าแต่ก่อน ซึ่งจะต้องเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิต อาชีพของการเป็นทหารก็สิ้นสุดลงโดยสิ้นเชิง ในช่วงเวลาที่ต้องรักษาตัว และพักเพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างยาวนานนั้น ท่านได้กลับใจอย่างลึกซึ้ง และมีแรงดึงดูดให้มีกระแสเรียกของการเป็นนักบวช ทั้งนี้ เพราะในช่วงนี้ท่านได้อ่านหนังสือบำรุงศรัทธามากมาย เกี่ยวกับชีวิตของพระคริสตเจ้า และประวัติของบรรดานักบุญทั้งหลาย ถึงกับทำให้ท่านตระหนักว่า ชีวิตของท่านช่างว่างเปล่าและไร้ค่า ท่านถามตนเองว่า "ถ้าบรรดานักบุญสามารถทำเช่นนี้ได้ แล้วทำไมฉันจะทำบ้างไม่ได้" หลังจากที่ท่านฟื้นจากการบาดเจ็บรุนแรงจนสามารถที่จะเดินได้แล้ว
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิสสำหรับวันสื่อสารสังคมสากล ครั้งที่ 55 ค.ศ. 2021](https://www.cbct.or.th/message-2021-of-the-55th-for-world-communications-day/) - เจริญพร มายังลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย การเชื้อเชิญให้ “มาดูซิ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งแห่งการพบปะกันอย่างหน้าตื่นเต้นของพระเยซูคริสต์กับศิษย์ของพระองค์นั้นยังเป็นวิธีสำหรับการสื่อสารที่แท้จริงของมนุษย์ทุกคนด้วย เพื่อที่จะบอกความจริงแห่งชีวิตที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ (เทียบ สาส์นวันสื่อสารสากลโลกครั้งที่ 54 วันที่ 24 มกราคม 2020) จำเป็นที่พวกเราต้องก้าวข้ามทัศนคติพึงพอใจที่พวกเรา “ทราบแล้ว” ถึงบางสิ่งบางอย่าง ตรงกันข้ามพวกเราต้องมองไปยังสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวพวกเราเอง ต้องใช้เวลาอยู่กับชาวบ้านบ้างรับฟังเรื่องราวของพวกเขาแล้วเผชิญหน้ากับความเป็นจริงซึ่งโดยทางใดทางหนึ่งจะทำให้พวกเราประหลาดใจ “เปิดตาของท่านต่อสิ่งที่จะทำให้ประหลาดใจเมื่อท่านพบเห็น ให้มือของท่านได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ และมีชีวิตชีวาเมื่อผู้อื่นอ่านสิ่งที่ท่านเขียนเขาสามารถที่จะสัมผัสด้วยตัวตนเองถึงอัศจรรย์อันน่าพิศวงแห่งชีวิต” นี่คือคำแนะนำที่บุญราศีมานูเอล โลเรนโซ่ การ์ริโด (Manuel Lorenzo Garrido) [1] มอบให้กับเพื่อนนักข่าวของท่าน ปีนี้พ่อประสงค์ที่จะอุทิศสาส์นนี้ด้วยการเชื้อเชิญพวกเรา “มาดูซิ” ซึ่งสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้สื่อสารสังคมพยายามที่จะโปร่งใส ซื่อสัตย์ ในสิ่งพิมพ์ ในอินเตอร์เน็ตทั้งในบทเทศน์ประจำวันของพระศาสนจักรและในการสื่อสารเรื่องการเมืองหรือสังคม “มาดูซิ” นี่เป็นวิธีเดียวกันเสมอที่ความเชื่อของคริสตชนถูกถ่ายทอดอออกมาตั้งแต่การพบปะกันครั้งแรกบนชายฝั่งแม่น้ำจอร์แดนและและทะเลสาบกาลีลี “การลงถนน” ก่อนอื่นให้พวกเราพิจารณากันถึงเรื่องใหญ่ของการรายงานข่าว มีเสียงบ่นจากปวงประชามาช้านานแล้วถึงความห่วงใยเกี่ยวกับการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ วิทยุ และทางเครื่องมือสื่อตามเว็บไซต์ต่างๆ ไปในทำนองเดียวกันของการเล่าข่าว วิธีนำเสนอดูยิ่งวันยิ่งจะไม่สามารถเข้าถึงความจริงและชีวิตที่เป็นรูปธรรมของประชาชน และที่ร้ายกว่านั้นก็คือเข้าไม่ถึงปรากฏการณ์ที่สำคัญด้านสังคมหรือกระบวนการขับเคลื่อนด้านบวกในระดับรากหญ้า วิกฤตของการสื่อที่นำมาเผยแพร่มักจะถูกสร้างขึ้นจากการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัวหรือในสำนักงาน หรือนำมาจากเครือข่ายสื่อสารโดยที่ตนเองไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับเหตุการณ์จริง ด้วยการพบกับประชาชนผู้รู้เหตุการณ์เพื่อแสวงหาความจริง หรือเพื่อหาข้อเท็จริงยืนยันด้วยตัวตนเอง นอกจากว่าพวกเราจะออกไปหาความจริงด้วยตนเองไม่เพียงแต่คอยฟังเหตุการณ์จากผู้อื่นโดยหาวิธีเทคนิคที่ทำให้พวกเราสามารถค้นหาความจริงโดยตรงในมุมกว้าง พวกเราต้องใช้เครื่องมือทุกอย่างที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าที่สามรถทำให้พวกเราออกไปพบกับความจริงด้วยตาของพวกเราเอง
- [SHB Collaborative to Fight against COVID](https://www.cbct.or.th/shb-collaborative-to-fight-against-covid/)
- [29 กรกฏาคม ระลึกถึงนักบุญมารธา (St. Martha, memorial)](https://www.cbct.or.th/st-martha-memorial/) - 29 กรกฏาคมระลึกถึงนักบุญมารธา(St. Martha, memorial) ในบรรดามิตรสหายที่ใกล้ชิดที่สุดของพระเยซูเจ้า ที่พระองค์เสด็จไปเป็นแขกที่บ้านนี้บ่อยๆ ในช่วงเวลาที่ประทับอยู่แคว้นยูเดีย ก็คือสองศรีพี่น้อง มารธา และมารีย์ และพี่ชายคือลาซารัส ดังที่นักบุญยอห์น ผู้นิพนธ์พระวรสารได้บันทึกไว้ว่า "พระเยซูเจ้าทรงรักมารธากับน้องสาว และลาซารัส" (ยน 11:5) และพระองค์ทรงใช้เวลากับพวกเขาสองสามวันก่อนจะทรงรับทนทรมาน วันนี้พระศาสนจักรจึงเทิดเกียรติแก่นักบุญมารธา คาดเดาว่ามารธาเป็นพี่สาวของมารีย์ และเป็นผู้ซึ่ง "วุ่นวายอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้" คอยสาละวนเอาใจใส่ที่จะทำให้แขกของเธอได้รับความสะดวกสบาย เธอเป็นหนึ่งในคนที่มีใจโอบอ้อมอารี ขยันขันแข็งในการทำงานหนัก ต้องการให้ทุกสิ่งเข้าที่เข้าทางอย่างถูกต้องไม่สะดุด เธอจึงเป็น "รูปแบบ" ของคริสตชนที่เน้นการกระทำหรือกิจกรรม และแสวงหาความร่วมมือร่วมแรงจากคนอื่นๆที่อยู่โดยรอบ จริงๆนี่เป็นคุณธรรมเก่าแก่มากของชาวคริสต์ ในขณะที่มารีย์น้องสาวกลับได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตรำพึงภาวนา อย่างไรก็ดี มารธาก็ยังเป็นสตรีที่มีความเชื่ออย่างลึกซึ้งที่เห็นได้เด่นชัด และมีความไว้วางใจในฤทธานุภาพแบบพระในองค์พระเยซูเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม เธอได้ทูลพระเยซูเจ้าว่า "พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย แต่บัดนี้ ดิฉันรู้ดีว่าสิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานให้" (ยน 11:21-22) และก็เป็นเพราะมารธาที่พระเยซูเจ้าทรงประกาศว่า "เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้วก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเราจะไม่มีวันตายเลย" (ยน 11:25-26) คำตรัสนี้เรานำมาใช้ในพิธีฝังศพของบรรดาคริสตชนผู้ที่ล่วงลับ และคำประกาศที่แสดงความเชื่อของเธอในเรื่องนี้ก็เป็นแบบฉบับที่คลาสสิกของผู้ที่เชื่อในพระองค์แบบหมดใจ "มารธาทูลตอบว่า
- [คำกล่าวถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว](https://www.cbct.or.th/20210728/) - ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2564 ข้าพระพุทธเจ้า พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามคริสต์ศาสนิกชนในประเทศไทย ล้วนมีความปลื้มปีติที่ได้มีโอกาสร่วมแสดงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นับตั้งแต่เริ่มต้นรัชกาลตราบจนถึงปัจจุบัน พสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดินต่างประจักษ์แจ้งในดวงจิตว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์เพื่อความผาสุกสวัสดิ์ของราชอาณาจักรและประชาชนอยู่สม่ำเสมอเป็นนิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ได้แสดงออกถึงความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทย พระราชทานพระบรมราโชบายในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ พระราชทานอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์อย่างต่อเนื่อง เมื่อได้เห็นประจักษ์แจ้งในความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระราชทานแก่ชาวไทย ชวนให้อนุสรณ์ถึงพระวาจาของพระเยซูคริสตเจ้าที่ตรัสว่า “ท่านปฏิบัติต่อคนจน คนทุกข์ยาก คนเจ็บ คนป่วยฉันใด ดุจปฏิบัติต่อเราฉันนั้น เพราะเมตตากรุณาและความรักมีอยู่ ณ ที่ใด พระเจ้าทรงสถิต ณ ที่นั้น....”พระราชกรณียกิจทั้งมวลของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเนรมิตประเทศไทยให้เต็มไปด้วยความรักของพระเจ้า ในโอกาสอันเป็นมหามงคลสมัยนี้ ข้าพระพุทธเจ้าในนามของคริสต์ศาสนิกชนในประเทศไทย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ โปรดประสิทธิ์ประสาทพระพร อภิบาลและปกปักรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาภยันตรายทั้งปวง พระชนมายุยิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณเกริกไกร พระบารมีแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองของเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบจิรัฐิติกาล ขอถวายพระพร
- [โป๊ปฟรังซิส : 7 ข้อตกลงร่วมกันเรื่องการศึกษา (พากย์ไทย 2.28 นาที)](https://www.cbct.or.th/vdo20210727-2/)
- [โป๊ปฟรังซิส : ข้อตกลงร่วมกันเรื่องการศึกษา (พากย์ไทย 1.17 นาที)](https://www.cbct.or.th/vdo20210727-1/)
- [“การตัดสินใจของพระศาสนจักรต้องรวมถึงการฟังประชาสัตบุรุษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” - ซิสเตอร์นาตาลี เบ็กการต์ (Nathalie Becquart)](https://www.cbct.or.th/nathalie-becquart/) - นาตาลี เบ็กการต์ (Nathalie Becquart) นักบวชหญิงชาวฝรั่งเศสที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการแห่งซีนอดของบรรดาบิชอปตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2021 เธอกล่าวว่าผู้นำพระศาสนจักรต้องรวบรวมความคิดเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งพยายามหลีกเลี่ยงความเห็นที่จำกัดเพียงหนึ่งกลุ่มเล็ก ๆ เพียงกลุ่มเดียวของโลก ซิสเตอร์นาตาลี เบ็กการต์ นักบวชคณะธรรมทูตซาเวเรียน (Xaviere Missionary Sisters) อายุ 52 ปี เป็นสุภาพสตรีคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระสันตะปาปาให้เป็นผู้หนึ่งในคณะผู้บริหารของสำนักเลขาธิการซีนอดของบรรดาบิชอป ณ กรุงโรม เมื่อสมัชชาของบรรดาบิชอปจะเปิดประชุมครั้งต่อไปในเดือนตุลาคม 2023 เธอจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งโดยเป็นสตรีคนแรกที่สามารถลงคะแนนเสียงในการประชุมดังกล่าว ซิสเตอร์นาตาลี เบ็กการต์ รับรู้อย่างดีว่านี่เป็นสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญเพียงใดสำหรับขาวคาทอลิกจำนวนมากทั่วโลก จากในการสัมภาษณ์ซิสเตอร์นาตาลี ซึ่งพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์เยอรมัน “Podcast Himmelklar” เธอยืนยันว่าถ้ากระบวนการตัดสินใจเป็นการก้าวเดินไปด้วยกันอย่างแท้จริง การลงคะแนนเสียงขั้นสุดท้ายจึงจะเป็น “ทางการไม่มากก็น้อย” นี่เป็นพระศาสนจักรที่ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็น ซิสเตอร์นาตาลีกล่าวว่า“การก้าวเดินไปด้วยกันหมายถึงการเดินไปด้วยกันตามเส้นทางร่วมกัน และเป็นการเดินทางของพระศาสนจักรซึ่งผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะเช่นไร ทุกคนต้องทำงานร่วมกัน” รองเลขาธิการกล่าวว่าพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันเป็นพระศาสนจักรที่ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียง ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เธอเรียกร้องให้พระศาสนจักรรวบรวมทุกคนที่เกี่ยวข้องไว้ในความสัมพันธ์อย่างเป็นเอกภาพ เธออธิบายว่าผู้ทำงานอยู่ในสำนักเลขาธิการที่กรุงโรมพยายามที่จะติดต่อกับพี่น้องชาวคาทอลิกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อที่จะรับฟังพวกเขาว่าพวกเขามีสิ่งใดบ้างที่จะแบ่งปันอย่างเป็นประโยชน์แก่สวนรวม บรรดาคาทอลิกทุกระดับจะต้องจัดให้มีการประชุมกับสภาบิชอปคาทอลิกฯและสมาพันธ์คาทอลิกต่างๆ
- [บทภาวนาสำหรับวันสากลครั้งแรก เพื่อเป็นเกียรติแก่ปู่ย่าตายาย และผู้สูงอายุ](https://www.cbct.or.th/prayer_for_the_frist_world_day_for_grandparents_and_the_elderly/) - บทภาวนาสำหรับวันสากลครั้งแรก เพื่อเป็นเกียรติแก่ปู่ย่าตายาย และผู้สูงอายุ ข้าพเจ้าขอบคุณพระองค์ พระเจ้าข้า ที่ทรงประทับอยู่คอยให้กำลังใจ ในยามรู้สึกโดดเดี่ยว พระองค์ทรงเป็นความหวัง และความมั่นใจของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นศิลา และป้อมปราการของข้าพเจ้า ตั้งแต่เยาว์วัย ข้าพเจ้าขอบคุณพระองค์ ที่ให้ข้าพเจ้ามีครอบครัว และประทานพรให้มีชีวิตยืนยาว ข้าพเจ้าขอบคุณพระองค์ สำหรับช่วงเวลาชื่นชมยินดี และความทุกข์ยากสำหรับความฝันต่างๆ ที่ได้เป็นจริงแล้วในชีวิต และสำหรับสิ่งที่ยังคงอยู่ภายหน้าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอบคุณพระองค์ สำหรับเวลาแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งพระองค์ทรงเรียกข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้า โปรดเพิ่มพูนความเชื่อ โปรดทำให้ข้าพเจ้าเป็นช่องทางแห่งสันติของพระองค์ โปรดสอนข้าพเจ้า อ้าแขนรับบรรดาผู้ทุกข์โศกมากกว่าข้าพเจ้า อย่าให้หยุดฝัน และบอกเล่าสิ่งมหัศจรรย์ของพระองค์แก่คนรุ่นใหม่ โปรดปกป้อง และนำทางสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส และพระศาสนจักร ให้แสงแห่งพระวรสารไปถึงสุดปลายแผ่นดิน ข้าแต่พระเจ้าโปรดประทานพระจิตของพระองค์ เสด็จมาฟื้นฟูโลก ที่พายุแห่งโรคระบาด ถูกทำให้สงบ ให้คนจนได้รับความบรรเทา และสงครามสิ้นสุด โปรดค้ำจุนข้าพเจ้าในเวลาอ่อนแอ และช่วยข้าพเจ้าให้ดำรงชีวิตสู่ความสมบูรณ์ ในแต่ละช่วงเวลาที่พระองค์ประทานให้ และมั่นใจว่าพระองค์อยู่กับข้าพเจ้าทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ อาแมน ฟ.วีระ อาภรณ์รัตน์ (25/7/2021)
- [วันที่ 26 กรกฎาคม ระลึกถึง นักบุญโยอาคิม และ นักบุญอันนา บิดามารดาของพระนางมารีย์พรหมจารี (SS. Joachim and Anne, Parents of the Blessed Virgin Mary, memorial)](https://www.cbct.or.th/ss-joachim-and-anne-parents-of-the-blessed-virgin-mary-memorial/) - วันที่ 26 กรกฎาคมระลึกถึง นักบุญโยอาคิม และ นักบุญอันนา บิดามารดาของพระนางมารีย์พรหมจารี(SS. Joachim and Anne, Parents of the Blessed Virgin Mary, memorial) ในพระวรสารไม่ได้มีการกล่าวถึงบิดามารดาของพระแม่ของเรา แต่ในหนังสือพระวรสารเดิมของนักบุญยากอบ (Proto-Gospel of James = ซึ่งไม่นับเนื่องเข้าในสารบบพระคัมภีร์) ซึ่งนับย้อนไปถึงกลางศตวรรษที่ 2 ได้ให้ชื่อพวกท่านว่า อันนา (Anna) หรือ Hannah ซึ่งหมายถึง "พระหรรษทาน" และโยอาคิม ที่มีความหมายว่า "พระยาเวห์ผู้ช่วยให้รอด" และประกาศว่าบุตรีของพวกท่านที่ชื่อ "มารีย์" ได้ถือกำเนิดมาเป็นการสนองตอบคำภาวนาอย่างศรัทธาร้อนรนหลังจากที่แต่งงานกันมานาน แต่ไม่มีบุตร นักบุญอันนา และ นักบุญโยอาคิม สืบทอดเชื้อสายมาจากความเชื่อของท่านอับราฮัม เป็นประชากรที่ถูกวางรูปแบบโดยท่านโมเสส ซึ่งในหนังสืออพยพบรรยายไว้ในฐานะที่กระหายหาที่จะรู้จักพระพักตร์ของพระเจ้า นักบุญอันนาเจิดจรัสในหมู่นักบุญเพราะจากในตัวท่านที่ "ผู้ปฏิสนธินิรมล" เองได้เกิดมา ซึ่งทำให้ท่านได้เป็นมารดาของพระมารดาพระเจ้า ผลก็คือได้เป็น "คุณยาย" ของพระเมสสิยาห์ St. John
- [22 กรกฎาคม ฉลองนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา (St Mary Magdalene, feast)](https://www.cbct.or.th/st-mary-magdalene-feast/) - 22 กรกฎาคมฉลองนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา(St Mary Magdalene, feast) พระวรสารทั้งหมดต่างเห็นคล้องต้องกันถึงบทบาทสำคัญของนักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา ที่ไม่มีใครเหมือนในบรรดาผู้ติดตามพระเยซูเจ้าทั้งหลาย ชื่อ "มักดาลา" อาจมีที่มาจากสถานที่เกิดของท่าน คือมีเมืองชื่อ มักดาลา ตั้งอยู่ใกล้ทิเบเรียส บนชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี ตามธรรมประเพณีโบราณของพระศาสนจักรลาตินเชื่อว่า มารีย์ ผู้เป็นคนบาป เป็นคนเดียวกับมารีย์ แห่งเบธานี ซึ่งเป็นน้องสาวของมารธาและลาซารัส และเป็นคนเดียวกับ มารีย์ ชาวมักดาลา มารีย์คนนี้ที่ถูกเรียกว่า "ชาวมักดาลา" เป็นผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขับไล่ผีเจ็ดตนออกไปจากนาง คนบาปผู้นี้ได้ชโลมพระบาทของพระองค์ด้วยความรัก และตามพระวรสารของนักบุญยอห์น ที่เล่าว่าคือ มารีย์ แห่งเบธานี (ดังนั้นก็เป็นน้องสาวของมารธา) ผู้ซึ่ง "นั่งแทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า และคอยฟังพระวาจาของพระองค์" แต่อย่างไรก็ตาม พระศาสนจักรตะวันออก ให้ความเคารพนับถือมารีย์โดยแยกแยะเป็นสามบุคคลที่ต่างกัน นักพระคัมภีร์ และนักวิชาการต่างๆในปัจจุบันส่วนใหญ่ ก็เชื่อว่าเป็นสามบุคคลแตกต่างกัน มารีย์ชาวมักดาลาซึ่งเป็นผู้ติดตามที่รักพระองค์อย่างเหลือล้นผู้นี้ ได้ยืนอยู่กับพระมารดาผู้เป็นที่รักของพระองค์แทบเชิงกางเขนของพระเยซูเจ้า ท่านยังเป็นพยานในการฝังพระองค์ในพระคูหา และเป็นคนแรกที่ได้เห็นทั้งพระคูหาที่ว่างเปล่า และได้เห็นพระอาจารย์เจ้าผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพ (the risen "Rabboni") ในเช้าตรู่ของวันปัสกา โดยแท้จริงแล้ว เป็นท่านเองที่ถูกส่งไปโดยพระผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพให้นำข่าวดีไปแจ้งให้อัครสาวกคนอื่นๆทราบ ภารกิจนี้ทำให้ท่านได้รับขนานนามว่าเป็น
- [25 กรกฏาคม ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก (นักบุญยากอบ องค์ใหญ่) (St. James, Apostle, feast)](https://www.cbct.or.th/25-july-st-james-apostle-feast/) - 25 กรกฏาคมฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก (นักบุญยากอบ องค์ใหญ่)(St. James, Apostle, feast) นักบุญยากอบ กับ นักบุญยอห์น ผู้นิพนธ์พระวรสาร เป็นบุตรของเศเบดี ซึ่งเป็นชาวประมงที่มั่งคั่งแห่งทะเลสาบกาลิลี แม่ของพวกท่านชื่อ ซาโลเม บางคนเชื่อว่าเป็นน้องสาวของพระแม่มารีย์ ถ้าเป็นเช่นนี้ สองพี่น้องผู้ได้รับสมญาว่า "บุตรแห่งฟ้าร้อง" ก็จะเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระเยซูเจ้า สองพี่น้องช่วยบิดาเขาทำงาน และเป็นหุ้นส่วนกับ ซีโมน เปโตร และน้องชายอันดรูว์ สี่คนนี้ดูเหมือนได้รับความนับถือในบรรดาอัครสาวก ซึ่งอาจเนื่องมาจากเรื่องเล่าที่นางซาโลเมมาขอร้องพระเยซูเจ้าให้ลูกทั้งสองอยู่เบื้องขวาและซ้ายในพระอาณาจักรของพระองค์ นักบุญเปโตร นักบุญยากอบ และนักบุญยอห์น (ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อ ความหวังไว้ใจ และความรัก) เป็นกลุ่มศิษย์ที่ได้รับอภิสิทธิ์ให้เป็นพยานการที่องค์พระเป็นเจ้าทรงปลุกลูกสาวของไยรัสให้คืนชีวิตขึ้นมา และเมื่อพระองค์ประจักษ์พระวรกายต่อหน้าอัครสาวก รวมทั้งสุดท้ายที่ทรงเข้าตรีทูตที่สวนเกธเสมนี นักบุญยากอบ เป็นอัครสาวกองค์แรกที่เป็นมรณสักขี กษัตริย์เฮร็อด อากริปปา ที่ 1 (หลานของเฮร็อดผู้ยิ่งใหญ่ - ผู้สั่งฆ่าทารกผู้วิมล) พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจชาวยิว และในปี ค.ศ. 43 จึงจับกุมนักบุญยากอบ และตัดศีรษะ ในฐานะเป็นกลุ่มผู้นำพระศาสนจักรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีเรื่องเล่ากันมาแต่โบราณ ย้อนไปถึงสมัยนักบุญเคลเมนต์
- [Traditional Latin Mass-TLM](https://www.cbct.or.th/traditional-latin-mass-tlm/) - นครรัฐวาติกัน (CNS) – สมณลิขิตของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอธิบายเหตุผลที่พระองค์ทรงจำกัดการถวายบูชามิสซาก่อนสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 “แบบตอกตะปูปิดฝาโลงศพโดยไม่ยำเกรงสิ่งใด เพราะว่ากระบวนขับเคลื่อนการทำมิสซาลาตินแบบดั้งเดิม (TLM) ได้พยายาม “ลักไก่” หรือพยายามทำให้ความคิดริเริ่มของนักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และเบเนดิกต์ที่ 16 ต้องบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไป เพื่อเป้าหมายของตนเอง จากบทความจากอาร์ชบิชอปโจเซฟ ออกัสติน ดี นอยญ่า (J. Augustine Di Noia) ยืนยันว่าท่านขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่ท่านเป็นนักเทววิทยา ไม่ใช่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของผู้ทำงานภายในสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน อาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า นักบวชคณะโดมินิกัน เคยเป็นเลขาธิการของสมณกระทรวงเพื่อการนมัสการพระเจ้าและระเบียบศีลศักดิ์สิทธิ์ (2009-2012) ช่วงนั้นท่านมีส่วนเกี่ยวของเป็นอย่างมากในการเสวนาระหว่างสันตะสำนัก นครรัฐวาติกันกับกลุ่มคณะนักบุญปีโอที่ 10 (กลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด ผู้ที่ไม่ยอมรับสภาสังคายนาวาติกันที่ 2) และ ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบันท่านเป็นเลขาธิการผู้ช่วยของสมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรม (CDF) เมื่อนักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงมีพระทัยกว้างขยายความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้ถวายบูชาขอบพระคุณ (มิสซาภาษาลาติน)แบบที่เคยใช้ก่อนสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 พระสันตะปาปาทั้งสองพระองค์หวังเป็นอย่างมากที่จะส่งเสริมความเป็นเอกภาพในพระศาสนจักร
- [FABC-OLF NEWSLETTER July 2021](https://www.cbct.or.th/fabc-olf-newsletter-july-2021/)
- [ประชุมกรรมการ แผนกคริสตศาสนธรรม (ประชุมออนไลน์)](https://www.cbct.or.th/20210722/) - แผนกคริสตศาสนาธรรม (คำสอน) ระดับชาติ ปกติมีการประชุมคณะกรรมการ ปีละ 2 ครั้ง (ในปลายเดือนมกราคม และกรกฎาคม) สำหรับปีนี้ เนื่องจากการระบาดของโควิด 19 เราสามารถประชุมได้ครั้งเดียว คือ 19-21 กรกฎาคม 2021 เย็นวันที่ 19 กรกฎาคม ประชุมกรรมการบริหารศูนย์อบรมคริสตศาสนธรรมระดับชาติ (NCC) ผู้ร่วมประชุม 10 คน โดยใช้ออนไลน์ ซิสเตอร์ เพ็ชรรัตน์ สุขสำราญ เป็นผู้ดำเนินการประชุม อย่างดี (16.30 น.-18.00 น) ที่น่าประชาสัมพันธ์แก่ท่านคือ 1. คำสอนภาคฤดูร้อน (22 มีนาคม -30 เมษายน 2021 )ที่ผ่านมา มีการอบรมเฉพาะชั้นปี 2 จำนวน 24 คน และชั้นปี 3 จำนวน 21 คน ต้องใช้การอบรมระบบซูม
- [ความผันผวนในพิธีกรรม (บูชาขอบพระคุณ) แห่งจารีตโรมัน](https://www.cbct.or.th/motu-proprio-traditiones-custodes-and-summorum-pontificum-explanation/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตัดสินพระทัยโดยการอนุญาตให้พระศาสนจักรประกอบพิธีกรรมจารีตโรมัน เป็นสองประเภทพร้อมกับฟื้นฟูจิตสามัญสำนึกในความเชื่อ ความศรัทธา เพื่อให้มีการนมัสการแบบเดียวกัน “พวกเรามีโต๊ะอาหารเพียงแค่โต๊ะเดียว” ความสำคัญของสมณอัตตาณัติ “ผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี - Traditionis custodes” (TC) ของพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเข้าใจได้ดีที่สุดด้วยการนำมาเปรียบเทียบกับสมณอัตตาณัติ “จากพระสันตะปาปา -Summorum Pontificum” (SP) ที่ประกาศใช้โดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ในปี 2007 คือเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ก) ประการแรกชื่อของสมณอัตตาณัติ (Motu Proprio) “ผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี” หรือภาษาลาติน Traditionis Custodes ประเด็นที่ต้องนำมาพูดคือ บิชอปไม่ใช่พระสันตะปาปา นี่เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจกันให้ถูกต้อง ด้วยสมณอัตตาณัติ Summorum Pontificum - SP พระสันตะปาปามีพระประสงค์ที่จะแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบิชอปได้เป็นบางส่วน ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของบิชอป ที่สำคัญคืออำนาจเหนือจารีตพิธีกรรมในเขตศาสนปกครองของตน ด้วยสมณอัตตาณัติ Traditionis Custodes - TC ชี้ให้เห็นว่าอำนาจนี้ถูกทำให้ทบทวนย้อนกลับไปยังผู้ที่มีอำนาจอันถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย นี่คือหลักโครงสร้างแห่งศาสนจักรวิทยา (Ecclesiology) และพระคัมภีร์ ที่สภาสังคายนาวาติกันที่ 2
- [Global Compact on Education - คำสัญญาของโลกเพื่อการศึกษา EP.3 สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย - CECT](https://www.cbct.or.th/global_compact_on_education_ep3/) - EP.3 เซอร์อักแนส บุญรักษา ศรีตระกูล ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์ ซิสเตอร์ ดร.กาญจนา สิงห์สา ปิดท้าย คุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม อาจารย์ชัยณรงค์ มณเทียรวิเชียรฉาย #GlobalCompactonEducation #คำสัญญาของโลกเพื่อการศึกษา #สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย - CECT หมายเหตุ: เนื้อหาประกอบ EP.3 https://bit.ly/3hjPDG8 Link เพื่อแชร์ https://bit.ly/3wcQlJr
- [Global Compact on Education - คำสัญญาของโลกเพื่อการศึกษา EP.2 สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย - CECT](https://www.cbct.or.th/global_compact_on_education_ep2/) - EP.2 อาจารย์ชัยณรงค์ มณเทียรวิเชียรฉาย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส #GlobalCompactonEducation #คำสัญญาของโลกเพื่อการศึกษา #สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย - CECT หมายเหตุ: เนื้อหาประกอบ EP.2 https://bit.ly/2TBGhwk Link เพื่อแชร์ https://bit.ly/3wcQlJr
- [Global Compact on Education - คำสัญญาของโลกเพื่อการศึกษา EP.1 สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย - CECT](https://www.cbct.or.th/global_compact_on_education_ep1/) - EP.1 อาร์คบิชอป อันตน วีระเดช ใจเสรี บาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม มเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส #GlobalCompactonEducation #คำสัญญาของโลกเพื่อการศึกษา #สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย - CECT หมายเหตุ: เนื้อหาประกอบ EP.1 https://bit.ly/3xmaTRd Link เพื่อแชร์ https://bit.ly/3wcQlJr
- [สมณลิขิตเพื่อการประกาศใช้สมณอัตตาณัติ (Motu Proprio) เรื่อง “ผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี” (TRADITIONIS CUSTODES)](https://www.cbct.or.th/สมณลิขิตเพื่อการประกาศ/) - ในฐานะผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี คณะบิชอปในความเป็นหนึ่งเดียวร่วมกับบิชอปแห่งกรุงโรม อันเป็นหลักการที่สามารถมองเห็นได้และเป็นพื้นฐานแห่งความเป็นเอกภาพของพระศาสนจักรส่วนต่างๆ [1] ภายใต้การชี้นำของพระจิตโดยอาศัยการประกาศพระวรสารและโดยอาศัยการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท ท่านเหล่านั้นปกครองพระศาสนจักรต่างๆ ที่ได้รับการมอบหมายให้ท่านเหล่านั้นดูแล [2] เพื่อที่จะส่งเสริมความสมานฉันและเอกภาพของพระศาสนจักรด้วยความเอื้ออาทรเยี่ยงบิดาไปยังผู้ที่ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใด ๆ ที่ยึดมั่นอยู่กับรูปแบบแห่งจารีตพิธีกรรมซึ่งมีอยู่ก่อนการปฏิรูปที่เกิดขึ้นในสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และเบเนดิกต์ที่ 16 ได้ทรงโปรดอนุญาตให้ใช้บทบูชาขอบพระคุณโรมัน ที่ได้ออกประกาศใช้มาแล้วโดยสมเด็จพระสันตะปาปานักบุญยอห์นที่ 23 เมื่อปี 1962 [3] ด้วยวิธีนี้พระสันตะปาปาพระองค์ก่อนทรงมีพระประสงค์ที่จะ “เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักรสำหรับชาวคาทอลิกผู้ที่รู้สึกนิยมชื่นชอบกับรูปแบบจารีตพิธีกรรมโบราณบางอย่าง” ทว่าไม่ใช่สำหรับผู้อื่น [4] เพื่อให้สอดคล้องกับความคิดริเริ่มของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ในการเชื้อเชิญบรรดาบิชอปให้ประเมินการนำสมณอัตตาณัติ “Summorum Pontificum” มาใช้หลังจากที่ได้พิมพ์ประกาศมา 3 ปี สมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรมได้ทำการปรึกษาหารือกับบรรดาบิชอปอย่างละเอียดในปี 2020 และได้มีการพิจารณาถึงผลของการปรึกษาหารือโดยละเอียดด้วยแสงสว่างแห่งประสบการณ์ที่บรรลุวุฒิภาวะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ณ เวลานี้หลังจากที่ได้พิจารณาถึงความปรารถนาที่แสดงออกโดยคณะบิชอปและหลังจากที่ได้รับทราบถึงความคิดเห็นของสมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรม ดังนั้นด้วยสมณอัตตาณัติฉบับนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะขอให้เร่งการค้นคว้าอย่างถี่ถ้วนจริงจังต่อไปเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่าสมควรที่จะออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้: มาตรา 1 คู่มือจารีตพิธีกรรมที่ส่งเสริมโดยนักบุญเปาโลที่ 6 และนักบุญยอห์น ปอลที่ 2
- [สมณลิขิตสำหรับชี้แจงเหตุผลในการประกาศใช้สมณอัตตาณัติ “ผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี” (TRADITIONIS CUSTODES)](https://www.cbct.or.th/สมณลิขิตสำหรับชี้แจงเห/) - กรุงโรม, วันที่ 16 กรกฎาคม 2021 พี่น้องในสมณภราดรภาพ ที่รักยิ่ง เฉกเช่นสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงประกาศสมณอัตตาณัติ “Summorum Pontificum” ข้าพเจ้าประสงค์ที่จะส่งสมณลิขิตฉบับนี้ควบคู่มากับสมณอัตตาณัติเรื่อง “ผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี - Traditionis custodes” เพื่ออธิบายถึงแรงจูงใจที่ทำให้ข้าพเจ้าตัดสินใจประกาศสิ่งนี้ ข้าพเจ้าขอกล่าวกับท่านด้วยความวางใจและจริงใจในนามของ “ความเอื้ออาทรต่อพระศาสนจักรทั้งมวลที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์ความดีงามของพระศาสนจักรสากล” ดังที่สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 เตือนใจพวกเรา [1] ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจแรงจูงใจที่ทำให้พระสันตะปาปานักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงอนุญาตประกาศให้ใช้บทพิธีกรรมบูชาขอบพระคุณโรมันของนักบุญปีโอที่ 5 และปรับปรุงโดยพระสันตะปาปานักบุญยอห์นที่ 23 ในปี 1962 ในบทพิธีบูชาขอบพระคุณอันเป็นเอกสิทธิ์ที่ได้รับมาจากสมณกระทรวงเพื่อการนมัสการในปี 1984 [2] และมีการยืนยันโดยพระสันตะปาปานักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ในสมณอัตตาณัติ “Ecclesia Dei” [3] สิ่งที่สำคัญก็คือได้รับแรงบันดาลใจจากความปรารถนาที่จะส่งเสริมการเยียวยาการแตกแยกที่เกิดจากบิชอปเลอแฟ็บร์ (Lefebvre) ด้วยความตั้งใจที่จะฟื้นฟูความเป็นเอกภาพของพระศาสนจักรคณะบิชอปจึงได้รับการขอร้องให้ยอมรับด้วยใจกว้างถึง “แรงปรารถนาอย่างชอบธรรม” ของประชาสัตบุรุษที่ขอให้สามารถใช้บทพิธีบูชาขอบพระคุณดังกล่าว หลายบุคคลในพระศาสนจักรถืออภิสิทธิ์ว่านี่เป็นโอกาสที่จะใช้บทพิธีบูชาขอบพระคุณโรมันได้อย่างเสรีที่เสนอโดยนักบุญปีโอที่ 5
- [กระบวนการขับเคลื่อนประชานิยม (Popular Movement) ถูกเรียกร้องให้เป็นผู้นำหลักในการเปลี่ยนแปลงสังคม](https://www.cbct.or.th/กระบวนการขับเคลื่อนประ/) - พระคาร์ดินัลปีเตอร์ เติร์กสัน (Turkson) เรียกร้องให้ต่อสู้กับวัฒนธรรมแห่งการเฉยเมยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ เวลาที่เกิดการแพร่โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจากชีวิตที่ดำเนินไปด้วยความสมานฉันกับสรรพสิ่งสรรพสัตว์ภายใต้เครื่องหมายแห่งธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ครบครัน ซึ่งให้ความเคารพต่อสิทธิขอชนพื้นเมืองในขณะที่แสวงหาความดีงามและคุณประโยชน์สุขส่วนรวม นี่คือสิ่งที่พระคาร์ดินัลปีเตอร์ เติร์กสัน (Peter Turkson) สมณมนตรีของสมณสภาเพื่อส่งเสริมการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวมกล่าวในการประชุมสากลครั้งที่สี่ของกระบวนการขับเคลื่อนประชานิยม ซึ่งประชุมแบบออนไลน์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2021 นี่เป็นการประชุมภาคที่หนึ่งของการประชุมแบบวีดีโอคอนเฟอเร็นซ์สองครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับการทำงาน และความพยายามของกระบวนการขับเคลื่อนประชานิยมในช่วงที่เกิดโรคระบาด การประชุมภาคที่สองจะทำกันในเดือนกันยายน 2021 การประชุมแบบออนไลน์วีดีโอคอนเฟอเร็นซ์ที่ผ่านมา กระบวนการขับเคลื่อนประชานิยมและผู้แทนทั่วโลกมาประชุมกันเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด 19 ที่มีต่อมวลมนุษย์ในขณะนี้ ในประเด็นต่างๆ ที่อภิปรายกันโดยใช้อักษร “T” ในภาษาสเปนหมายถึง “เตรียรา tierra, ตราบาโย trabajo, y อี เตโช techo” ดังที่พระสันตะปาปาฟรานซิสเคยตรัสสอน นั่นคือ สิทธิพื้นฐานสามประการอย่างของการ “มีที่ดิน มีงานทำ และมีบ้านอาศัย” พระสันตะปาปาทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้กระบวนการขับเคลื่อนประชานิยมพยายามกระทำให้บังเกิดผล การอภิปรายเริ่มด้วยการพิจารณาไตร่ตรองถึงผลกระทบของการแพร่โรคระบาดที่มีต่อผู้ใช้แรงงานที่น่าสงสาร ซึ่งถูกผลักไสให้ไปอยู่ที่ชายขอบสังคม กระบวนการขับเคลื่อนประชานิยมเป็นผู้แทนของประชาชนผู้มีรายได้น้อยหลากหลายอาชีพ เช่นพวกเก็บขยะ พวกทำงานรีไซเกิ้ล คนขายของข้างถนน
- [“FRATELLI TUTTI” (พวกเราต่างเป็นพี่น้องกัน) 2020 สมณสาส์นเวียนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ว่าด้วย “ภราดรภาพและมิตรภาพในสังคม”](https://www.cbct.or.th/fratelli-tutti-พวกเราต่างเป็นพี่น/) - พวกเราทุกคนต่างหน้าที่ที่ต้องช่วยกันสร้างโลกนี้แผ่นดินนี้ให้ดีกว่าเดิม ในการประทานสมณสาส์นเวียนเรื่อง “พวกเราต่างเป็นพี่น้องกัน” (Fratelli tutti sulla fraternita e l’amicizia sociale) แก่ชาวโลกในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2020 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า “ข้าพเจ้าขอมอบสมณสาส์นเวียนฉบับนี้แด่พระเจ้า ณ หลุมศพของนักบุญฟรานซิสผู้ดลใจให้ข้าพเจ้าลิขิตเฉกเช่นในสมนณสาส์น “ขอพระเจ้าโปรดได้รับการสรรเสริญ” (Laudato Si) ฉบับที่แล้ว เกี่ยวกับการรักษาบ้านส่วนรวมของพวกเรา การดูแลรักษาระบบนิเวศ การพิทักษ์สภาพแวดล้อมสำหรับส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง เครื่องหมายของกาลเวลาบ่งให้เห็นชัดเจนว่าภราดรภาพของมนุษย์และการเอาใจใส่ดูแลสรรพสิ่งสรรพสัตว์ นี่จะเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม และนำมาซึ่งสันติสุข ดังที่พระสันตะปาปานักบุญจอห์นที่ 23, พอล ที่ 6, และจอห์น พอลที่ 2 ได้กล่าวไว้เช่นเดียวกัน” สาระของสมณสาส์นเวียน “Fratelli Tutti” โดยสรุปสาระมีดังนี้ เงามืดปกคลุมเหนือโลกที่ปิด (บทที่ 1) กำลังแผ่คลุมทุกแห่งหน การละทิ้งคนที่บาดเจ็บไว้ข้างถนน ละทิ้งคนที่ไม่มีใครสนใจ เงามืดที่ทำให้มนุษย์สับสน เผชิญความโดดเดี่ยว สิ้นหวัง เมื่อพวกเราพบคนแปลกหน้าที่บาดเจ็บข้างถนน (บทที่ 2) พวกเราอาจพบหนึ่งในสองทัศนคติ
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันที่ 11 กรกฎาคม 2021 ณ โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเจแมลลี (Gemelli)](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันท-3/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสและเด็ก ๆ ที่เจ็บป่วย ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเจเมลลี่ กรุงโรม 11 ก.ค. 2021 อรุณสวัสดิ์ ลูกๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พ่อดีใจมากที่ยังสามารถสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าวดังเช่นที่ปฏิบัต์ทุกวันอาทิตย์ แม้จะถ่ายทอดจากโปลี่คลินิกเจเมลลี กรุงโรม ขอขอบคุณทุกคน พ่อรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดและการสนับสนุนจากคำภาวนของพวกลูก ในระหว่าที่พ่อรับการผ่ตัดและรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ พ่อขอขอบคุณด้วยใจจริง ข้อความพระวรสารที่พวกเราอ่านวันนี้ในพิธีบูชาขอบพระคุณ นักบุญมาร์โกได้เล่าว่าศิษย์ของพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ส่งออกไปประกาศข่าวดี “เจิมคนป่วยหลายคนแล้วพวกเขาก็หายจากโรค” (มก. 6: 13) “น้ำมัน” นี้ยังทำให้พวกเราคิดถึงเครื่องหมายการเจิมผู้ป่วยด้วย ซึ่งประทานความบรรเทาทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ “น้ำมัน” นี้ยังหมายถึงการฟัง ความใกล้ชิด การดูแลเอาใจใส่ ความอ่อนโยนของผู้ที่ดูแลคนป่วย เสมือนการเอาใจที่ทำให้พวกเรารู้สึกดี เป็นการบรรเทาความเจ็บปวดและทำให้พวกเรารู้สึกชุ่มชื่นขึ้น ชีวิตของพวกเราทุกคนไม่เร็วก็ช้าคงต้องการ “การเจิม” อันเป็นน้ำมันแห่งความใกล้ชิดและความอ่อนโยน และพวกเราเองก็สามารถที่จะให้การเจิมนี้แก่ผู้อื่นด้วยโดยการเยี่ยมเยียน โทรศัพท์ไปหา ยื่นมือเข้าช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ขอให้พวกเราจำว่าในการพิพากษาสุดท้าย - พระวรสารนักบุญมัทธิว 25 – สิ่งหนึ่งที่พวกเราจะถูกซักถามก็คือเรื่องความใกล้ชิดกับผู้ป่วย ในหลายวันที่พ่ออยู่ในโรงพยาบาลนี้ พ่อเองมีประสบการณ์อีกครั้งหนึ่งว่าการดูแลสุขภาพที่ดีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 11-07-2021 “โป๊ปนำสวดขณะทรงพักฟื้น”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-7/) - เที่ยงวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2021 ขณะทรงพักฟื้น ณ โรงพยาบาลเจเมลลี่ ในกรุงโรม สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จออกนำสัตบุรุษสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ทรงขอบพระทัยพวกเขาสำหรับความใกล้ชิดและคำภาวนาเพื่อความทนทุกข์และความต้องการการดูแลใส่ใจที่ดี
- [ทุกคนเป็นพี่น้องกัน เกี่ยวกับภราดรภาพ และมิตรภาพทางสังคม](https://www.cbct.or.th/ทุกคนเป็นพี่น้องกัน-เกี/)
- [โป๊ป: ข้อตกลงเรื่องการศึกษา ให้เกิดผลในเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง](https://www.cbct.or.th/โป๊ป-ข้อตกลงเรื่องการศึ/) - 15 ตุลาคม 2020 Vatican News สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงขอให้ทำข้อตกลงร่วมกันทั่วโลกเรื่อง การศึกษา เมื่อวันพฤหัส ที่ 15 ตุลาคม 2020 โดยวีดีโอ ที่มหาวิทยาลัย ลาเตรัน กรุงโรม พระองค์ทรงขอให้ทุกภาคส่วนของสังคมทั่วโลก ร่วมสนับสนุนข้อตกลง เรื่องการศึกษา 7 ประการ คือ ส่งเสริมการเอาใจใส่ดูแลผู้อื่น สันติภาพ ความยุติธรรม ความดี ความงาม การยอมรับ และภราดรภาพ การศึกษา เมล็ดพันธ์แห่งความหวัง สมณกระทรวงเพื่อการศึกษาคาทอลิก สนับสนุนข้อตกลงร่วมกันนี้ เพื่อการศึกษาเป็นผู้สร้างภราดรภาพ สันติภาพ และความยุติธรรม ข้อตกลงเพื่อ ทุกคนจะเข้าถึงการศึกษา ให้เกิดผลในตนเองเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง เป็นความหวังเพื่อสันติภาพ และความยุติธรรม ความหวังเพื่อความงามและความดี ความหวังเพื่อความกลมกลืนด้านสังคม สมเด็จพระสันตะปาปาได้ตรัสว่า “เราต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน...สร้างอารยะธรรมแห่งความกลมกลืน และเอกภาพ ซึ่งจะไม่มีที่ว่างสำหรับการแพร่ระบาดที่น่ากลัวของวัฒนธรรมทิ้งขว้าง ผู้ร่วมข้อตกลงนี้มีองค์การสหประชาชาติ ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์
- [6 กรกฎาคม ระลึกถึง นักบุญ มารีย์ กอเรตตี พรหมจารี และมรณสักขี (St Maria Goretti, Virgin & Martyr, memorial)](https://www.cbct.or.th/6-กรกฎาคม-ระลึกถึง-นักบุญ/) - 6 กรกฎาคมระลึกถึง นักบุญ มารีย์ กอเรตตี พรหมจารี และมรณสักขี(St Maria Goretti, Virgin & Martyr, memorial) ชื่อเต็มคือ มารีย์ เทเรซา กอเร็ตตี เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1890 เป็นลูกคนที่สามจากทั้งหมดจำนวนเจ็ดคนของครอบครัวกรรมกรที่ทำงานในฟาร์มที่เมืองคอรินาลโด (Corinaldo) อยู่ในจังหวัด Marche ประเทศอิตาลี เนื่องจากครอบครัวยากจนจึงไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียน แต่เธอได้รับการสอนให้มีพื้นฐานคุณธรรมแบบคริสตชนจากแม่ผู้ศรัทธาแม้ไม่รู้หนังสือผู้มีนามว่า Assunta โดยเธอสอนคำสอนให้ลูกจากความจำของเธอ เมื่อมารีย์อายุได้ 9 ปี ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่เน็ตตูโน (Nettuno) ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโรม เพื่อหางานทำ ในปีต่อมา พ่อของเธอที่ชื่อว่า ลุยจี(Luigi)เสียชีวิต ทำให้ครอบครัวลำบากมาก แม่และพี่ๆของเธอต้องออกไปรับจ้างทำงานในฟาร์ม ส่วนเธอเองต้องดูแลบ้าน และดูแลน้องๆด้วย เมื่ออายุ 11 ปี มารีย์ได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรก ซึ่งเป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าของเธอ โดยเธอได้ไปเข้าเงียบตระเตรียมจิตใจเป็นพิเศษก่อนจะได้รับศีลฯ ซึ่งการเข้าเงียบนี้ก่อให้เกิดความประทับใจอย่างลึกซึ้ง เธอเป็นตัวอย่างของความนอบน้อมเชื่อฟัง ความถ่อมตน และความบริสุทธิ์
- [มิตรภาพทางสังคม : เจตนาอธิษฐานของโป๊ปฟรังซิส เดือนกรกฎาคม 2021](https://www.cbct.or.th/มิตรภาพทางสังคม-เจตนาอ/)
- [3 กรกฎาคม ฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก (St. Thomas, Apostle, feast)](https://www.cbct.or.th/3-กรกฎาคม-ฉลองนักบุญโทมั/) - 3 กรกฎาคมฉลองนักบุญโทมัส อัครสาวก(St. Thomas, Apostle, feast) นักบุญโทมัส หรือชื่อในภาษากรีกเรียกท่านว่า "Didymos" หมายความว่า "ฝาแฝด" เป็นชาวประมงซื่อๆจากกาลิลี ไม่ได้เล่าเรียนอะไรมา ท่านถูกเรียกโดยพระเยซูเจ้าให้มาเป็นหนึ่งในสิบสองอัครสาวกของพระองค์ เราพอจะเห็นภาพความรักยิ่งใหญ่ของท่านต่อพระอาจารย์เจ้าเมื่อท่านพร้อมจะติดตามพระเยซูเจ้าไปยังบ้านของลาซารัสที่เพิ่งเสียชีวิต แม้ว่าขณะนั้นอัครสาวกคนอื่นๆกลัวจะถูกทุ่มหินโดยพวกชาวยิวในแคว้นยูเดีย มีบันทึกเรื่องตอนนี้ไว้ดังนี้ "โทมัสที่เรียกกันว่าฝาแฝด กล่าวกับศิษย์คนอื่นๆว่า พวกเราจงไปตายพร้อมกับพระองค์เถิด" (ยน 11:16) และเป็นเพราะคำถามของท่านขณะรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายว่า "พระเจ้าข้า พวกเราไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใด แล้วจะรู้จักหนทางได้อย่างไร" (ยน 14:5) ที่ทำให้เราได้รับคำประกาศยืนยันจากพระเยซูเจ้าว่า "เราเป็นหนทาง ความจริง และ ชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา" (ยน 14:6) นอกจากนี้ ท่านถูกเรียกว่าเป็น "โทมัสผู้สงสัย" (= Doubting Thomas) เมื่อท่านปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องการกลับฟื้นพระชนมชีพขององค์พระผู้เป็นเจ้า ตามที่อัครสาวกคนอื่นๆได้บอกท่าน แต่เมื่อพระเยซูเจ้าทรงปรากฏองค์มาในครั้งที่สองซึ่งในครั้งนี้โทมัสอยู่กับอัครสาวกอื่นๆด้วย เขาก็ได้ประกาศออกมาถึงความเชื่อที่ไร้กาลเวลาว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า" - "My Lord and my God" -
- [พิธีบูชาขอบพระคุณและการอวยพร “PALLIUM” (เครื่องสมณยศ) สำหรับอาร์ชบิชอปใหม่แห่งเขตศาสนปกครองมหานคร](https://www.cbct.or.th/พิธีบูชาขอบพระคุณและกา/) - อัครธรรมทูตผู้ยิ่งใหญ่สองท่านในพระวรสารและเสาหลักสองเสาแห่งพระศาสนจักร เปโตรและเปาโล วันที่พวกเราเฉลิมฉลองการรำลึกถึงท่านนักบุญ ขอให้พวกเราพิจารณาอย่างดีกับการเป็นประจักษ์พยานแห่งความเชื่อของทั้งสองท่านนี้ ณ ศูนย์กลางเกี่ยวกับเรื่องราวของท่านทั้งสองไม่ใช่ของขวัญหรือความสามารถของตัวตัวท่านเอง ณ ศูนย์กลางเป็นการที่ได้พบกับพระเยซูคริสต์ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของท่านทั้งสอง ท่านนักบุญได้รับประสบการณ์จากความรักที่เยียวยารักษาตัวท่านและทำให้ท่านเป็นไท แล้วท่านทั้งสองก็กลายเป็นอัครธรรมทูตและศาสนบริกรด้วยความเป็นไทให้กับผู้อื่น เปโตรและเปาโลเป็นไทเพราะท่านทั้งสองถูกทำให้เป็นไท ขอให้พวกเราพิจารณาไตร่ตรองถึงประเด็นสำคัญนี้ เปโตรเป็นชาวประมงที่กาลิลีท่านได้รับความเป็นไทเหนือสิ่งใดจากจิตสำนึกถึงการไร้ซึ่งความสามารถของตนเอง และประสบการณ์ที่ขมขื่นแห่งความล้มเหลวของตนซึ่งต้องขอบคุณความรักอันปราศจากเงื่อนไขของพระเยซูคริสต์ แม้ท่านเป็นชาวประมงที่เชี่ยวชาญ หลายครั้งในยามดึกท่านก็ผิดหวังเพราะความล้มเหลวจับปลาไม่ได้เลย (เทียบ ลก. 5: 5; ยน. 21: 5) และเมื่อเห็นอวนที่ว่างเปล่าท่านก็เริ่มจับไม้พายเพื่อที่จะพายเรือกลับขึ้นฝั่ง แม้จะเป็นคนแข็งแรงและใจร้อน บ่อยครั้งเปโตรก็เป็นคนขี้กลัว (เทียบ มธ. 14: 30) แม้ว่าท่านเป็นศิษย์ที่ร้อนรนของพระเยซูคริสต์ท่านก็ยังมีความคิดตามมาตรฐานโลก ดังนั้นท่านจึงไม่เข้าใจและไม่ยอมรับความหมายแห่งไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ (เทียบ มธ. 16: 22) แม้กระทั่งหลังจากกล่าวว่าเขาพร้อมที่จะมอบชีวิตของตนให้กับพระเยซูคริสต์ เพียงแค่สงสัยว่าตัวท่านเป็นศิษย์คนหนึ่งของพระเยซูคริสต์ก็ทำให้ท่านกลัวจนถึงกับปฏิเสธพระอาจารย์ (เทียบ มก. 14: 66-72) อย่างไรก็ดีพระเยซูคริสต์ทรงรักเปโตรและพร้อมที่ยอมเสี่ยงกับเปโตร พระองค์ให้กำลังใจเปโตรไม่ให้ยอมแพ้ ขอให้ลงอวนไปอีกครั้งหนึ่ง ให้เดินบนน้ำ ให้พบกับพลังที่จะยอมรับความอ่อนแอของตน ให้ติดตามพระองค์ไปในเส้นทางแห่งไม้กางเขน ให้อุทิศชีวิตของตนเพื่อบรรดาพี่น้อง ให้เลี้ยงดูฝูงแกะของพระองค์ ด้วยวิธีนี้พระเยซูคริสต์ทรงทำให้เปโตรเป็นไทจากความกลัว
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 29-06-2021 “สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลอัครสาวก”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-6/) - ในวันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลอัครสาวก อังคารที่ 29 มิถุนายน 2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเสกปัลลิอุมเพื่อมอบให้กับบรรดาอาร์คบิชอบใหม่แห่งโรม ทรงเล่าเรื่องราวอัครสาวกทั้งสอง และทรงกระตุ้นคริสตชนให้เป็นอิสระแต่ถ่อมตนเช่นเดียวกับพวกท่าน ที่มา : สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [คำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่ผู้แทนของคณะสมเด็จอัยกาแห่งคอนสตันติโนเปิ้ล (อีสตันบุล)](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของสมเด็จพระส-6/) - ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีที่มีโอกาสพบปะคณะของท่านและขอต้อนรับพวกท่านด้วยความรักสู่กรุงโรมเพื่อร่วมสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลผู้ศักดิ์สิทธิ์ ขอขอบคุณพระอัยกาแห่งเขตศาสนปกครองมหานคร สาธุคุณเอมมานูแอล (Metropolitan Emmanuel) สำหรับมธุรพจน์ฉันพี่น้องของท่าน การแลกเปลี่ยนผู้แทนประจำปีระหว่างพระศาสนจักรกรุงโรมและพระศาสนจักรแห่งนครคอนสตันติโนเปิ้ล ในโอกาสสมโภชนักบุญทั้งสองของพวกเราเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน – อันที่เป็นจริงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ – ซึ่งพวกเรามีร่วมกัน ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อสมเด็จพระอัยกาบาร์โธโลมิว (Bartholomew) เป็นอย่างสูงและต่อสภาซีนอดศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ทรงส่งคณะท่านมาอยู่ร่วมกับพวกเรา และข้าพเจ้าขอต้อนรับการมาเยือนของพวกท่านด้วยความยินดียิ่ง ปีนี้พวกเราจะสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโลในโลกที่กำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อที่จะหลุดพ้นจากวิกฤติที่เกิดจากการแพร่ของโรคระบาด ภัยพิบัติได้มาคุกคามทุกคนและทุกสิ่ง ทว่ามีอยู่สิ่งเดียวเท่านั้นที่หนักหนาสาหัสกว่าวิกฤตินี้ นั่นคือความเสี่ยงที่พวกเราจะพลาดโอกาสและไม่ยอมเรียนรู้บทเรียนที่โรคระบาดสอน อันเป็นบทเรียนแห่งความสุภาพ การแสดงว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเจริญชีวิตอย่างเป็นสุขในโลกที่สวยสดงดงาม หรือดำเนินชีวิตต่อไปอย่างที่พวกเราเคยเป็นโดยไม่เข้าใจว่าสิ่งใดเกิดขึ้น แม้กระทั่งบัดนี้ความปรารถนาที่จะหวนกลับไปสู่ชีวิตตามปกติแบบเดิมสามารถทำให้พวกเราไร้จิตสำนึกว่าพวกเราสามารถที่จะพึ่งได้กับความปลอดภัยแบบเทียม ๆ อุปนิสัยและโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งเพียงแค่แสวงหาความมั่งคั่งร่ำรวยและผลประโยชน์ส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็ไม่สนใจที่จะตอบสนองต่อความอยุติธรรมระดับสากล เสียงร้องของคนยากจน และสุขภาพอนามัยที่ถดถอยในโลกของเรา สิ่งเหล่านี้มีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่จะบอกกับพวกเราในฐานะที่เป็นคริสตชนบ้าง? พวกเราถูกขอร้องเช่นเดียวกันให้ต้องไตร่ตรองอย่างจริงจัง พวกเราจะย้อนกลับไปทำสิ่งที่พวกเราเคยกระทำมาก่อนราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น หรือตรงกันข้ามพวกเราจะต่อสู้กับการท้าทายแห่งวิกฤตินี้ คำว่าวิกฤติอย่างที่ความหมายดั้งเดิมแสดงจะหมายถึงการตัดสินใจเสมอ เป็นความแตกต่างระหว่างความดีกับความชั่ว ในสมัยโบราณชาวนามักจะใช้คำนี้เพื่อที่จะแยกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีออกจากฟางที่จะเอาไปทิ้ง ในทำนองที่คล้ายกันวิกฤติในปัจจุบันเรียกร้องให้พวกเราต้องแยกแยะ ต้องไตร่ตรอง และฝัดทุกสิ่งที่พวกเราทำ ระหว่างสิ่งที่จะคงอยู่ถาวรและสิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ดังที่นักบุญเปาโลสอนไว้ พวกเราต้องเชื่อว่าสิ่งที่จะคงอยู่ถาวรคือความรัก เพราะในขณะที่ทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป “ความรักไม่มีวันที่สิ้นสุด” (1 คร. 13: 8) ซึ่งห่างไกลจากความรักแบบโรแมนติก
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021 ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันอ-4/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในพระวรสารวันนี้ (มก. 5: 21-43) พระเยซูคริสต์ทรงพบกับสถานการณ์ที่น่ากลัวที่สุดสองประการ ความตายและโรคร้าย พระองค์ทรงกระทำให้ทั้งสองคนเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งสองประการ เด็กหญิงตัวน้อยที่เสียชีวิตในขณะที่คุณพ่อของเธอไปขอความช่วยเหลือของพระเยซูคริสต์ และอีกรายหนึ่งเป็นสตรีที่ตกเลือดเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว พระเยซูคริสต์ทรงปล่อยให้พระองค์ได้สัมผัสกับความทุกข์และความตายของพวกเรา แล้วพระองค์ก็ทรงกระทำเครื่องหมายสองอย่างเพื่อที่จะบอกพวกเราว่า ไม่มีความทุกข์หรือความตายใดที่จะมีอิทธิพลเหนือตัวพวกเรา พระองค์ตรัสกับพวกเราว่าความตายไม่ใช่จุดจบทุกสิ่ง พระองค์มีชัยเหนือศัตรูตัวนี้ พวกเราจะทำให้ตัวพวกเราเป็นอิสระได้โดยผ่านทางพระองค์เท่านั้น ทว่า ณ เวลานี้ การเจ็บป่วยยังเป็นข่าวหน้าหนึ่ง พวกเรามักจะมุ่งความสนใจไปยังเครื่องหมายอีกประการหนึ่ง ได้แก่การเยียวยารักษาสตรีตกเลือดที่มากไปกว่าสุขภาพของเธอคือความรักแบบประนีประนอม ทำไมหรือ? เธอตกเลือดเพราะฉะนั้นตามความเชื่อของคนสมัยนั้นเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่ไม่บริสุทธิ์ เธอเป็นหญิงที่ต้องอยู่ตามชายขอบสังคม ไม่สามารถที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้ใดเลย ไม่สามารถมีสามี ไม่สามารถมีครอบครัวและไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางสังคมทั่วไป เพราะว่าเธอเป็นคนที่ “ไม่บริสุทธิ์” และเจ็บป่วยที่ทำให้เธอเป็นคนที่ “ไม่บริสุทธิ์” เธอมีชีวิตอยู่ตามลำพังโดดเดี่ยวพร้อมกับหัวใจที่มีบาดแผลของชีวิต วัณโรคหรือ? โรคระบาดหรือ? เปล่าเลย ความเจ็บป่วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือขาดความรัก เธอไม่สามารถที่จะรัก หญิงผู้นั้นป่วย ใช่แล้ว เธอตกเลือด แต่ผลที่ตามมาคือการขาดความรัก เพราะเธอไม่อาจที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม และการเยียวยาที่ดีที่สุดก็คือความรัก พวกเราจะพบกับความรักได้ที่ไหน? พวกเราอาจนึกถึงความรักของพวกเรา ความเจ็บป่วยหรือว่าการมีสุขภาพที่ดี? พวกเราเจ็บป่วยหรือไม่? พระเยซูคริสต์สามารถเยียวยารักษาได้
- [คำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่ผู้แทนสหพันธ์ลูเธรันสากล](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของสมเด็จพระส-5/) - เจริญพรมายังพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย “ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระบิดาและพระเยซูคริสต์สถิตอยู่กับท่าน” (รม. 1: 7) ด้วยคำพูดเหล่านี้ที่อัครธรรมทูตเปาโลทักทายชุมชนคริสตชนที่กรุงโรม ข้าพเจ้าขอต้อนรับทุกท่าน ผู้แทนสหพันธ์ลูเธรันสากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานอาร์ชบิชอปมูซา (Musa) ซึ่งข้าพเจ้าขอขอบคุณในมธุรพจน์ของท่าน และเลขาธิการสาธุคุณมาร์ติน จุนก์ (Martin Junge) ข้าพเจ้ายังคงจดจำได้อย่างดีเมื่อข้าพเจ้าไปเยือนเมืองลุนด์ ประเทศสวีเดน (Lund) ซึ่งเป็นสถานที่ที่สหพันธ์ของพวกท่านมถือกำเนิด ในการประชุมที่เมืองลุนด์ เกี่ยวกับความเป็นเอกภาพของคริสตชนอันน่าจดจำนั้น พวกเราได้มีประสบการณ์กับอำนาจแห่งพระวรสารของการคืนดีกัน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานว่า “โดยอาศัยการเสวนาและการเป็นประจักษ์พยานร่วมกัน พวกเรามิใช่คนแปลกหน้ากันอีกต่อไป” (แถลงการณ์ร่วม วันที่ 31 ตุลาคม 2016) พวกเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันอีกต่อไป แต่พวกเราเป็นพี่เป็นน้องกัน พี่น้องชายหญิงที่รัก ในการเดินทางจากความขัดแย้งสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ในวันนี้เมื่อท่านรำลึกถึงเหตุการณ์การน้อมรับในความเชื่อ ณ เมืองเอาส์บรูก หรือเรียกว่า “Augsburg Confession” พวกท่านมาที่กรุงโรมเพื่อส่งเสริมความเป็นเอกภาพ ข้าพเจ้าขอบคุณพวกท่านเป็นอย่างยิ่ง และข้าพเจ้าขอแสดงความหวังว่า การไตร่ตรองร่วมกันเรื่อง “Augsburg Confession” เพื่อรำลึกถึงวันที่จะครบรอบ 500 ปีในวันที่ 25 มิถุนายน 2030 อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางแห่งความเป็นเอกภาพของพวกเรา “บนหนทางจากความขัดแย้งสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน”
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า “พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิดกับทุกคนด้วยหัวใจของบิดา”](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิสตรั/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงส่งจดหมายส่วนพระองค์ที่ลิขิตด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เองถึงคุณพ่อเจมส์ มาร์ติน เอส.เจ. (Fr. James Martin, SJ) ผู้กำลังทำงานอภิบาลอยู่กับชุมชนกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) และทรงสนับสนุนท่านให้อยู่ใกล้ชิดกับทุกคนพร้อมกับรูปแบบแห่งความเห็นอกเห็นใจในความรักของพระเจ้า พระเจ้า “เสด็จมาใกล้ชิดด้วยความรักต่อพวกเราทุกคนผู้ที่เป็นบุตรของพระองค์ ดวงพระทัยของพระองค์เปิดกว้างให้กับแต่ละบุคคล พระองค์ทรงเป็นบิดาของพวกเรา” พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงลิขิตพระดำรัสเหล่านี้เพียงสั้นๆ ด้วยฝีพระหัตถ์ (เป็นภาษาสเปนิช) แล้วส่งไปให้คุณพ่อเจมส์ มาร์ติน (James Martin) ผู้ซึ่งทำงานอภิบาลออยู่กับชุมชนกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ “LGBTQ” สมณลิขิตดังกล่าวถูกส่งไปซึ่งสอดคล้องกันกับพันธกิจชื่อว่า “Outreach LGBTQ Catholic webinar” ซึ่งจัดขึ้นวันเสาร์ คุณพ่อเจมส์ มาร์ติน นำสมณลิขิตนี้มาลงใน “Twitter” ในวันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2021 พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงลิขิตว่า “รูปแบบของพระเจ้าประกอบด้วยสามปัจจัยด้วยกัน กล่าวคือ ใกล้ชิด เห็นอกเห็นใจ และสุภาพอ่อนโยน นี่คือวิธีที่พระองค์เสด็จมาใกล้ชิดกับพวกเราแต่ละบุคคล เมื่อคำนึงถึงงานอภิบาล พ่อมองเห็นว่าท่านพยายามอยู่เสมอที่จะเลียนแบบฉบับรูปแบบนี้ในความรักของพระเจ้า ท่านเป็นศาสนบริกรของชายหญิงทุกคน เฉกเช่นที่พระเจ้าทรงเป็นบิดาสำหรับชายหญิงทุกคน พ่ออธิษฐานให้ท่านพยายามต่อไปในวิถีทางนี้ คือใกล้ชิด
- [สาส์น ปี 2021 ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสำหรับวันรำลึกถึงผู้สูงอายุสากล ครั้งแรก](https://www.cbct.or.th/สาส์น-ปี-2021-ของสมเด็จพระสั/) - “เราประทับอยู่กับท่านเสมอ” (มธ. 28:20) เจริญพรมายังบรรดาผู้สูงอายุที่รักทุกท่าน “เราประทับอยู่กับท่านเสมอ” (มธ. 28: 20) นี่เป็นคำสัญญาที่พระเยซูคริสต์ทรงมอบให้กับบรรดาศิษย์ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์ นี่เป็นคำพูดที่พระองค์ทรงกล่าวย้ำกับท่านทั้งหลายในวันนี้ ปู่ย่าตายายและผู้สูงอายุที่เคารพรัก “เราประทับอยู่กับท่านเสมอ” ยังเป็นคำพูดที่ตัวพ่อเองในฐานะเป็นบิชอปแห่งกรุงโรม เป็นผู้สูงอายุเหมือนท่านทั้งหลาย ผู้ที่กำลังพูดกับพวกท่านในวันผู้สูงอายุสากลครั้งแรกนี้ ทั่วทั้งพระศาสนจักรอยู่ใกล้ชิดท่านทั้งหลาย ใกล้ชิดกับพวกเราทุกคน ใส่ใจในพวกท่าน รักพวกท่าน และไม่ต้องการที่จะปล่อยให้พวกท่านต้องอยู่ตามลำพังและโดดเดี่ยว พ่อรับรู้อย่างดีว่า สาส์นฉบับนี้มาถึงพวกท่านในเวลาที่กำลังเผชิญความทุกข์ยากลำบาก การแพร่เชื้อโรคระบาดมีผลกระทบต่อพวกเราเหมือนพายุร้ายที่พวกเราไม่ได้คาดคิด นี่เป็นเวลาที่พวกเราทุกคนต้องทุกข์ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ หลายคนต้องล้มป่วย หลายคนต้องลาจากโลกนี้ไป สูญเสียคู่ชีวิตหรือบุคคลที่ตนรักไป ส่วนคนอีกจำนวนมากต้องมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลาเนิ่นนาน พระเยซูคริสต์ทรงรับรู้อย่างดีถึงเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดที่พวกเราต้องเผชิญในเวลานี้ พระองค์ประทับอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่รู้สึกว่าตนเองอยู่อย่างโดดเดี่ยว และรู้สึกว่าสิ่งนี้ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าโรคระบาดเสียอีก ธรรมประเพณีมีอยู่ว่านักบุญโยอากิม ปู่ของพระเยซูคริสต์รู้สึกหดหู่ไม่สบายใจกับผู้คนที่อยู่รอบข้างเพราะพวกเขาไม่มีบุตร ภรรยาของพวกเขาก็เหมือนกับอันนาที่ถือว่าไร้ประโยชน์ ดังนั้นพระเจ้าจึงส่งทูตสวรรค์มาบรรเทาใจพวกเขา ในขณะที่ท่านโยอากิมกำลังเดินเล่นด้วยความเศร้านอกประตูเมือง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าปรากฏองค์มาหาท่านพร้อมกับกล่าวว่า “โยอากิม โยอากิม พระเจ้าทรงรับฟังคำภาวนาอย่างสม่ำเสมอของท่าน” [1] ศิลปินจ็อดโต้ (Giotto) ในภาพวาดภาพผนังอันลือชื่อของเขาภาพหนึ่ง [2] ดูเหมือนจะวาดภาพให้ฉากเป็นเวลากลางคืน เป็นหนึ่งคืนที่เขานอนไม่หลับ ซึ่งหัวของเขาเต็มไปด้วยความทรงจำ ความกังวลใจ และความอยากได้โน่นได้นี่ ซึ่งพวกเราก็มักจะเคยมีประสบการณ์
- ["นักบุญมารีอา กอเร็ตตี มรณสักขี : มรดกแห่งการให้อภัย (9.54 นาที)"](https://www.cbct.or.th/นักบุญมารีอา-กอเร็ตตี-ม/)
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสประทานพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์แก่ปู่ยาตายายและผู้สูงอายุในวันผู้สูงอายุสากลครั้งที่ 1](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิสประ/) - ในวันผู้สูงอายุสากล ครั้งแรก ปี 2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงประทานพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์แก่บรรดาปูย่าตายายและผู้สูงอายุ รวมถึงสัตบุรุษทุกคนที่มีส่วนร่วม “ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจากเจตนาที่แท้จริงแห่งการเป็นทุกข์ในการใช้โทษบาปและการทำบุญให้ทาน” ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา “ศาลพระศาสนจักรเพื่อชีวิตจิตในการอภัยโทษบาป” (Apostolic Penitentiary) อธิบายว่า “เพื่อที่จะเพิ่มความศรัทธาให้กับประชาสัตบุรุษ และเพื่อความรอดของดวงวิญญาณ” ปู่ยาตายาย ผู้สูงอายุ และประชาสัตบุรุษจะสามารถรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์ได้ในวันรำลึกถึงผู้สูงอายุสากลครั้งแรก ซึ่งได้กำหนดการเฉลิมฉลอง ในวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2021 จากการแถลงการณ์กล่าวว่าพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงมอบโอกาสนี้หลังจากที่ได้ทรงรับคำขอร้องที่นำเสนอโดยพระคาร์ดินัลเควิน ฟาร์เรล (Kevin Farrell) สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อฆราวาส ครอบครัว และชีวิต ในโอกาสที่พระสันตะปาปาทรงมีพระสมณดำริสถาปนาวันรำลึกถึงผู้สูงอายุสากล ที่จะปฏิบัติกันในวันอาทิตย์ที่สี่ของเดือนกรกฎาคม ทุกปี ในระหว่างการเฉลิมฉลองวันผู้สูงอายุสากล พระสันตะปาปาจะประทานพระคุณการุณย์บริบูรณ์ภายใต้เงื่อนไขปกติ กล่าวคือผู้รับมีเจตนาในการขอรับ การรับศีลอภัยบาป รับศีลมหาสนิท และสวดภาวนาตามพระประสงค์ของพระสันตะปาปาในระหว่างพิธีกรรม ซึ่งพระสันตะปาปาจะทรงเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน หรือในพิธีกรรมต่างๆ ที่จะมีการกระทำกันทั่วโลก การเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่เผชิญความทุกข์เดือดร้อน จากคำแถลงการณ์ “ศาลพระศาสนจักรเพื่อชีวิตจิตในการอภัยโทษบาป” (Apostolic Penitentiary)
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสกับผู้สูงอายุ “พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์มาบรรเทาความเหงาของลูก”](https://www.cbct.or.th/สมเด็จพระสันตะปาปาฟราน-2/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสให้ความมั่นใจกับผู้สูงอายุว่าพระเจ้าประทับอยู่กับพวกเขาเสมอ ในสาส์นของพระองค์สำหรับวันผู้สูงอายุสากลครั้งที่หนึ่ง พระองค์ทรงเตือนใจถึงกระแสเรียกของพวกเขาที่ต้องดำรงไว้ซึ่งรากเหง้าของพวกเราและส่งมอบความเชื่อสู่ลูกหลานต่อไป วันที่ 22 มิถุนายน 2021 พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงออกสาส์นวันผู้สูงอายุสากลครั้งแรก ซึ่งจะรำลึกถึงเป็นพิเศษในวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2021หัวข้อที่พระสันตะปาปาทรงเลือกเป็นคำขวัญคือ “เราจะอยู่กับท่านเสมอ” (มธ. 28: 30) พระสันตะปาปาฟรานซิสเลือกหัวข้อนี้จากพระวรสารโดยนักบุญมัทธิวถึงบรรดาปู่ย่าตายายและผู้สูงอายุโดยเตือนใจเขาเหล่านั้นว่า นี่คือคำสัญญาของพระเยซูคริสต์ที่ให้ไว้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์ “พระศาสนจักรทั้งมวลอยู่ใกล้ชิดกับพวกลูก - กับพวกเราทุกคน - เอาใจใส่พวกลูก รักพวกลูก และไม่ปล่อยพวกลูกไว้ให้อยู่ตามลำพัง” สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสเช่นนี้โดยถือว่าพระองค์เองก็เป็นผู้สูงอายุคนหนึ่งในหมู่พวกเขา ความบรรเทาใจท่ามกลางโรคระบาด สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิสออกมาในช่วงที่มีการท้าทายจากการแพร่โรคระบาดโควิด19 ที่ส่งผลกระทบกับทุกคน พระองค์ตรัสว่าหลายคน “ล้มป่วย หลายคนสูญเสียชีวิต หรือมีประสบการณ์กับความตายของคู่ชีวิตหรือคนที่ตนรัก ส่วนคนอื่นๆ ก็พบว่าตนเองถูกทอดทิ้งเป็นเวลานาน” สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า “พระเยซูคริสต์ทรงรับรู้อย่างดีถึงทุกสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญในช่วงนี้ที่เกิดการแพร่โรคระบาด พระองค์ทรงประทับอยู่อย่างใกล้ชิดกับผู้ที่รู้สึกว่าตนเองอยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยิ่งวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่เกิดการติดเชื้อโรค” เมื่อกล่าวถึงประเด็นนี้พระองค์ทรงเตือนใจให้พวกเราคิดถึงเรื่องของนักบุญโยอากิมคุณปู่ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งตามกิตติศัพท์ที่เล่าสืบต่อกันมาท่านได้รับความบรรเทาจากทูตสวรรค์ของพระเจ้าเมื่อท่านถูกทอดทิ้งจากผู้ที่อยู่รอบตัวท่าน พระเยซูคริสต์ทรงส่งทูตสวรรค์เป็นทูตผู้บรรเทาโดยอาศัยพระวาจาของพระองค์ แม้ในยามที่มืดมนที่สุดพระเยซูคริสต์ทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์มาบรรเทาความเหงาของพวกเราและทรงเตือนใจพวกเราว่าพระองค์ประทับอยู่กับพวกเราเสมอ พระองค์ตรัสต่อไปว่าทูตสวรรค์เหล่านี้ในทุก ๆ ขณะจะมีลักษณะโฉมหน้าของลูกหลานของพวกเราและในบางครั้งเป็น “ใบหน้าของสมาชิกในครอบครัว เพื่อนคู่หู
- [จดหมายเวียนเรื่อง พระศาสนจักรคาทอลิกและคำสอนเกี่ยวกับการปลงศพผู้ล่วงลับและการอนุญาตให้เผาศพได้](https://www.cbct.or.th/จดหมายเวียนเรื่อง-พระศา/) - จดหมายเวียนจากสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 0147/2019 เรื่อง พระศาสนจักรคาทอลิกและคำสอนเกี่ยวกับการปลงศพผู้ล่วงลับและการอนุญาตให้เผาศพได้ ถึง บรรดาคุณพ่อเจ้าวัด บาดหลวง นักบวชชาย-หญิง และสัตบุรุษคริสตชนคาทอลิก สืบเนื่องมาจากสมณกระทรวงพระสัจธรรมแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาดิกัน ได้ออกเอกสารภายใต้ชื่อว่า "เพื่อนำไปสู่การกลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเจ้า" (Ad Resurgendum Cum Christo) เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2016 เกี่ยวกับการปลงศพผู้ล่วงลับ สมณมนตรีของสมณกระทรวงดังกล่าวได้แถลงต่อบรรดาผู้นำพระศาสนจักรคาทอลิกและและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องชีวิตของบรรดาสัตบุรุษ เพราะว่าในหลายประเทศขอร้องให้มีการเผาศพแทนการฝังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีความเป็นไปได้ว่าการเผาศพจะกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นการปฏิบัติแบบธรรมดาสามัญ สำหรับประเด็นนี้จึงมีคำถามตามมาของบรรดาคริสตชนคาทอลิก กล่าวคือ พวกเขาจะต้องจัดการอย่างไรให้เหมาะสมในการการเก็บรักษาเถ้าอัฐิของผู้ล่วงลับ กฎเกณฑ์การเผาศพมีระบุไว้ในกฎหมายของพระศาสนจักรว่า "พระศาสนจักรคาทอลิกขอแนะนำว่าประเพณีศรัทธาในการฝั่งศพผู้ตายควรที่จะดำรงรักษาไว้ กระนั้นก็ตามพระศาสนจักรมิได้ห้ามการเผาศพ นอกจากว่าการเลือกการเผาศพนั้นมีเหตุผลและเจตนาที่ขัดแย้งกับคำสอนของพระศาสนจักร" ในยุคนี้จำเป็นที่จะต้องชี้ให้เห็นว่าปรากฎการณ์การเผาศพนั้นแพร่หลายอย่างกว้างขวางทั่วไปไม่เว้นแม้แต่ภายในพระศาสนจักร และเกี่ยวกับการเก็บเถ้าอัฐินั้นไม่มีกฎหมายระบุไว้เป็นการเฉพาะ ด้วยเหตุนี้สภาประมุขบาดหลวงคาทอลิกหลายประเทศได้ยกเรื่องนี้เข้าสู่สมณกระทรวงแห่งพระสัจธรรม พร้อมกับตั้งประเด็นคำถามว่า จะเป็นไปได้หรือไม่เกี่ยวกับการเก็บผอบเถ้าอัฐิไว้ภายในบ้าน หรือ ณ สถานที่นอกสุสาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาเถ้าอัฐิไปโปรยบนภูเขา ท้องฟ้า ในทะเล หรือในแม่น้ำ หลังจากการปรึกษาหารือกับสมณกระทรวงเพื่อการนมัสการพระเจ้าและศีลศักดิ์สิทธิ์ ร่วมกับสมณสภาเพื่อการตีความประมวลกฎหมายของพระศาสนจักร สภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกฯและสภาชีน็อดของบรรดาพระอัยกาแห่งพระศาสนจักรตะวันออก สมณกระทรวงแห่งพระสัจธรรม ณ นครรัฐวาติกัน ได้พิจารณาแล้วว่าสมควรที่จะต้องประกาศคำแนะนำเรื่องการปลงศพของผู้ล่วงลับโดยมีจุดประสงค์
- [สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสำหรับรำลึกถึงวันแห่งผู้ยากจนสากลครั้งที่ห้า](https://www.cbct.or.th/สาส์นของสมเด็จพระสันตะ/) - 1. “ท่านจะมีคนยากจนอยู่กับท่านเสมอ” (มก. 14:7) พระองค์ตรัสวาจานี้ระหว่างการรับประทานอาหาร ณ ตำบลเบธานี คือสองสามวันก่อนสมโภชปัสกาภายในบ้านของชายคนหนึ่งชื่อซีมอน ซึ่งทราบกันดีว่าเขาเคยเป็นโรคเรื้อน ดังที่ผู้นิพนธ์พระวรสารเล่าไว้ สตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมโถน้อย ๆ ที่เต็มด้วยน้ำหอมอันมีค่าแล้วเทลงบนศีรษะของพระเยซูคริสต์ นี่สร้างความประหลาดใจและก่อให้เกิดการตีความที่แตกต่างกันสองประการ ประการแรก ได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับบางคนที่อยู่ที่นั่น รวมถึงบรรดาศิษย์ด้วยผู้ซึ่งเมื่อนึกถึงคุณค่าของน้ำหอมราคาประมาณ 300 เดนารีโอที่เท่ากับเงินเดือนของคนงานหนึ่งปี ก็พาให้คิดไปว่าน่าจะเอาน้ำหอมไปขายแล้วนำเงินไปแจกให้คนยากจน ในพระวรสารโดยนักบุญจอห์นเล่าว่า ยูดาสเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องนี้ “ทำไมไม่นำน้ำหอมนี้ไปขาย 300 เดนารีโอแล้วเอาเงินไปแจกให้คนยากจนเล่า?” นักบุญจอห์นตั้งข้อสังเกตว่า ยูดาส “พูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเขาใส่ใจห่วงใยคนยากจน แต่เพราะว่าเขาเป็นขโมย เพราะเขาเป็นคนถือถุงเงิน เขามักจะยักยอกเงินที่ใส่ลงไป” (ยน. 12: 5-6) นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่การตำหนิอย่างจริงจังออกจากปากของคนทรยศ นี่แสดงให้เห็นว่าใครที่ไม่ให้ความเคารพกับคนยากจน เขาก็เป็นคนที่ทรยศในคำสอนของพระเยซูคริสต์ และไม่สามารถที่จะเป็นศิษย์ของพระองค์ได้ ออริเจน (Origen) ใช้คำพูดที่หนักมากเกี่ยวกับประเด็นนี้ ยูดาสดูเหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยคนยากจน... ในสมัยของพวกเราหากใครเป็นคนถือถุงเงินของพระศาสนจักร และทำตัวเหมือนยูดาสพูดจาดูเหมือนเพื่อคนยากจน แต่ชอบควักเงินใส่กระเป๋าตนเองจากถุงเงินส่วนรวมก็ขอให้เขาผู้นั้นมีชะตากรรมเช่นเดียวกันกับยูดาส” (คำวิเคราะห์พระวรสารโดยนักบุญมัทธิว 11: 9) การตีความแบบที่สองเป็นการตีความของพระเยซูคริสต์ และทำให้พวกเราชื่นชมกับความหมายที่ลึกซึ้งแห่งการกระทำของสตรีผู้นั้น พระองค์ตรัสว่า “อย่าไปยุ่งกับเธอ ทำไมท่านจึงไปรบกวนเธอ? เธอได้ทำสิ่งที่สวยงามกับเรา”
- [24 มิถุนายน สมโภช การบังเกิดของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง (The Nativity of St John the Baptist, solemnity)](https://www.cbct.or.th/24-มิถุนายน-สมโภช-การบังเก/) - 24 มิถุนายนสมโภช การบังเกิดของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง(The Nativity of St John the Baptist, solemnity) นักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง เป็นนักบุญเพียงองค์เดียวในคริสตจักรที่มีวันฉลองทั้งวันเกิด และวันตาย โดยการกำหนดวันเกิดของท่านนั้น นับวันล่วงหน้าหกเดือนก่อนวันที่พระเยซูเจ้าทรงบังเกิด - ส่วนวันระลึกถึงท่านถูกตัดศีรษะ กำหนดเป็นวันที่ 29 สิงหาคม ที่จริงสิทธิพิเศษนี้ มีไว้สำหรับพระเยซูเจ้า และพระนางพรหมจารีมารีย์เท่านั้น (- วันฉลองแม่พระบังเกิด คือ วันที่ 8 กันยายน) ที่ท่านได้รับสิทธิ์เช่นนี้ก็เป็นไปตามที่นักบุญเบดา พระสงฆ์และนักปราชญ์พระศาสนจักร (St Bede the Venerable) ได้กล่าวไว้ว่า "ในการบังเกิดมา การเทศน์สอนประชาชน และการทำพิธีล้างของนักบุญยอห์นนั้น ท่านได้เป็นพยานยืนยันถึงการเสด็จมาบังเกิด การประกาศข่าวดี และพิธีล้างของพระคริสต์ที่กำลังจะมาถึง" พระเยซูเจ้าได้เคยตรัสไว้ว่า "ในบรรดาผู้ที่เกิดจากสตรี ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ายอห์นอีกแล้ว" (ลก 7:28) ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่พระเยซูเจ้า และพระนางมารีย์ทรงปฏิสนธิในพระหรรษทาน (= ปราศจากบาปกำเนิด) นักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้าง
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2021 ณ บริเวณจัตุรัสซานดามาโซ (San Damaso) นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-15/) - คำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนา: 37 - คำภาวนาปัสกาของพระเยซูคริสต์เพื่อพวกเรา อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก พวกเรามีการเรียนรู้กันหลายครั้งหลายตอนในการเรียนคำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนา ซึ่งเป็นบทบาทอย่างหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงสวดภาวนาและทรงสวดตลอดเวลา ในช่วงที่ทรงทำพันธกิจพระเยซูคริสต์ทรงดื่มด่ำในการอธิษฐานภาวนา เพราะการเสวนากับพระบิดาอันเป็นแก่นชีวิตของพระองค์ พระวรสารยืนยันว่าการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ยิ่งจะเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีกในช่วงที่พระองค์ทรงรับการทรมานและเผชิญความตาย เหตุการณ์สุดยอดแห่งชีวิตของพระองค์กลายเป็นแก่นกลางแห่งการสอนของคริสตชน ในช่วงชั่วโมงท้ายๆ ของพระเยซูคริสต์ ณ กรุงเยรูซาเล็มคือหัวใจแห่งพระวรสาร ไม่เพียงเพราะผู้นิพนธ์พระวรสารสงวนพื้นที่หลายบทไว้เป็นพิเศษในการบอกเล่า แต่เพราะเหตุการณ์แห่งการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์ดุจสายฟ้าแลบที่ส่องสว่างให้กับเวลาแห่งชีวิตที่เหลืออยู่ของพระเยซูคริสต์ พระองค์ได้เป็นและยังทรงเป็นมากกว่านั้น พระองค์ไม่ได้เป็นผู้ใจบุญที่เอาใจใส่ดูแลความทุกข์และความเจ็บป่วยของมวลมนุษย์เท่านั้น พระองค์เป็นอะไรที่มากไปกว่านั้น ในพระองค์ไม่เป็นเพียงแค่องค์คุณงามความดี มีสิ่งประเสริฐที่มากกว่านั้นอีก มีความรอด และไม่ใช่เป็นความรอดเป็นครั้งเป็นคราวประเภทที่อาจช่วยให้ตัวฉันรอดพ้นจากการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจากเวลาที่ตัวฉันสิ้นหวังในชีวิต แต่เป็นความรอดอย่างแท้จริง เป็นความรอดของพระผู้ไถ่กู้ซึ่งให้ความหวังว่าชีวิตจะมีชัยชนะเหนือความตายอย่างแน่นอน ในช่วงปัสกาของพระองค์ พวกเราจึงพบพระเยซูคริสต์ทรงดื่มด่ำอย่างที่สุดในการอธิษฐานภาวนา การอธิษฐานภาวนาของพระองค์มักจะเป็นที่สวนมะกอกดังที่พวกเราทราบ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นทุกข์เจ็บปวดรวดร้าวจนแทบสิ้นชีวิต แต่ในเวลานั้นนั่นเองที่พระเยซูคริสต์ทรงเรียกพระเจ้าว่า “อับบา” บิดา (เทียบ มก. 14:36) ในภาษาอารามิกคำนี้ที่เป็นภาษาของพระเยซูคริสต์แสดงถึงความใกล้ชิดที่แสดงถึงความไว้วางใจ เมื่อรู้สึกว่าความมืดมนมาครอบคลุมพระองค์ พระเยซูคริสต์ก็ทรงทำลายความมืดมนสิ้นหวังด้วยคำพูดนี้ อับบา บิดา พระเยซูคริสต์ยังอธิษฐานภาวนาบนไม้กางเขนด้วย ขณะที่ถูกครอบคลุมไปด้วยความเงียบของพระเจ้า นั่นอีกครั้งหนึ่งคำว่า “บิดา” ก็เปล่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง
- [คำปราศรัยประทานแก่บรรดาสังฆานุกรถาวรแห่งสังฆมณฑลกรุงโรมพร้อมกับครอบครัวของพวกเขา (19 มิถุนายน 2021)](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยประทานแก่บรรด/) - เจริญพรมายัง ลูก ๆ และขอต้อนรับพี่น้องชายหญิง! ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน พ่อขอขอบคุณในการทักทายและการเป็นประจักษ์พยานของพวกลูกขอต้อนรับพระคาร์ดินัลผู้ช่วย พวกลูกทุกคนและครอบครัวของลูก พ่อดีใจที่สังฆานุกรยุสตีโน (Giustino) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการคารีตัส เมื่อมองดูลูกชายของเธอ พ่อคิดว่าลูกจะต้องเติบโตขึ้นอีก ลูกคงจะเติบโตขึ้นสูงเป็นสองเท่าของผู้เป็นบิดา [เสียงหัวเราะและปรบมือ] พ่อยังรู้สึกดีใจเช่นเดียวกันที่สังฆมณฑลแห่งกรุงโรมหันกลับไปถือธรรมเนียมอันเก่าแก่ที่มอบพระศาสนจักรไว้ให้กับบรรดาสังฆานุกรเป็นผู้จัดการเรื่องงานกุศลเมตตากิจ เฉกเช่น สังฆานุกรอันเดรอา (Andrea) ซึ่งจะทำงานกับเพื่อนบ้านชนชั้นกรรมาชีพของกรุงโรม พ่อขอต้อนรับลูกและภรรยาของลูก เลาร่า (Laura) ด้วยความเสน่หาเป็นพิเศษ หวังว่าพวกคงจะไม่จบชีวิตลงเหมือนนักบุญลอร์เรนซ์ (Lawrence) แต่ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างผาสุก! [เสียงหัวเราะ] เนื่องจากพวกลูกถามพ่อว่า พ่อคาดหวังสิ่งใดสังฆานุกรแห่งกรุงโรม พ่อจึงปรารถานาจะบอกบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งพ่อมักจะพูดบ่อยๆ เมื่อพบกับพวกลูก และขณะหยุดสนทนากับพวกลูกบางคน ขอให้พวกเราเริ่มต้นกันโดยการรำพึงไตร่ตรองนิดหน่อยเกี่ยวกับพันธกิจของสังฆานุกรถาวร หนทางหลักที่ต้องเดินเป็นหนทางที่บ่งบอกไว้ในสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ที่เข้าใจฐานะของสังฆานุกรถาวรว่าเป็น “ตำแหน่งอันเหมาะสมและถาวรแห่งพระฐานานุกรม” สังฆธรรมนูญเกี่ยวกับพระศาสนจักร (Lumen Gentium) หลังจากอธิบายหน้าที่ของศาสนบริกรบาดหลวงแล้ว ในฐานะที่พวกลูกมีส่วนร่วมในหน้าที่แห่งสมณะในพระเยซูคริสต์ จากคำสอนก็แสดงให้เห็นถึงพันธกิจของสังฆานุกร ระบุว่า “เหนือศีรษะพวกเขา มือถูกปกไม่ใช่เพื่อให้เป็นบาดหลวง แต่เพื่อทำพันธกิจแห่งการรับใช้” (LG 29) ความแตกต่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีความสำคัญ
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus) วันที่ 20 มิถุนายน 2021](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันท-2/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในจารีตพิธีกรรมวันนี้ พระวาจาพระเจ้าเล่าถึงเรื่องราวของการที่พระเยซูคริสต์ทำให้พายุสงบ (มก. 4: 35-41) เรือที่ศิษย์ใช้ข้ามทะเลสาปถูกลมและคลื่นซัดโถมกระหน่ำ แล้วบรรดาศิษย์ก็กลัวเรือจะจม พระเยซูคริสต์ประทับอยู่บนเรือกับพวกเขาแต่พระองค์ทรงหลับสบายอยู่ที่หัวเรือ บรรดาศิษย์ที่ต่างก็ตกใจกลัวจึงร้องตะโกนไปยังพระองค์ “พระอาจารย์ไม่สนใจที่พวกเรากำลังจะตายหรือ?” (ข้อ 38) บ่อยครั้งในชีวิตของพวกเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อถูกจู่โจมด้วยปัญหาชีวิตร้ พวกเราร้องเรียกไปยังพระเยซูคริสต์ “เหตุใดพระองค์จึงเงียบเฉยไม่ทำอะไรเพื่อที่จะช่วยฉันบ้าง?” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังจะล่มจมเพราะความรักต่อโครงการต่าง ๆ ซึ่งพวกเราตั้งความหวังไว้มากมายนั้นกำลังมลายหายไป หรือเมื่อพวกเราตกอยู่ในความโหดร้ายของพายุร้ายแห่งความร้อนใจ หรือเมื่อพวกเรารู้สึกว่าพวกเรากำลังจมน้ำอยู่กับปัญหา หรือกำลังสูญเสียชีวิตไปในกลางทะเลแห่งชีวิตโดยไม่เห็นฝั่งหรือท่าเรือ หรือแม้กระทั่งกำลังที่จะเดินต่อไปไม่ไหวเพราะหมดเรี่ยวแรงเพราะว่าพวกเราตกงาน หรือการตรวจสุขภาพที่ไม่คาดหวังจากแพทย์ทำให้พวกเรากังวลใจเรื่องชีวิตที่เจ็บป่วยของตัวเราเองหรือของบุคคลที่พวกเรารัก ยังมีหลายช่วงเวลาที่พวกเรารู้สึกว่าพวกเรากำลังตกอยู่ในพายุ พวกเรากำลังรู้สึกว่าพวกเรากำลังหมดหนทางและสิ้นหวัง ในสถานการณ์เหล่านี้และในสถานการณ์อื่นอีก พวกเรารู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออกเพราะความหวาดกลัวดุจบรรดาศิษย์ พวกเราอยู่เสี่ยงที่จะมองไม่เห็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด ความจริงในเรือลำนั้นแม้พระเยซูคริสต์กำลังนอนหลับ ทว่าพระองค์ก็ประทับอยู่ที่นั้น และพระองค์ก็มีส่วนร่วมกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ในการหลับของพระองค์ในมุมมองหนึ่งก็ทำให้พวกเราประหลาดใจ และในอีกมุมมองหนึ่งก็เป็นการทดลองใจพวกเรา อันที่จริงพระองค์ทรงคอยเฝ้าดู - หากจะพูดเช่นนี้ – ว่าพวกเราจะปฏิบัติกับพระองค์ ที่จะวิงวอนพระองค์ ที่จะนำพระองค์เป็นสิ่งที่พวกเรากำลังมีประสบการณ์ที่ทำให้พระองค์เป็นศูนย์กลางชีวิต การหลับของพระองค์ทำให้พวกเราต้องตื่นขึ้นมา เตือนสติพวกเรานั่นเอง เพราะการเป็นศิษย์ของพระเยซูคริสต์
- [22 มิถุนายน นักบุญโทมัส โมร์ มรณสักขี (St Thomas More, Martyr [1477-1535])](https://www.cbct.or.th/22-มิถุนายน-นักบุญโทมัส-โม/) - 22 มิถุนายนนักบุญโทมัส โมร์ มรณสักขี(St Thomas More, Martyr [1477-1535]) ได้รับการขนานนามว่า "บุรุษแห่งทุกกาลสมัย" ("a man for all seasons") โดย Erasmus นักบุญโทมัสเป็นบุตรของผู้พิพากษาของเมืองลอนดอนคนหนึ่ง ชื่อว่า จอห์น โมร์ (John More) ท่านได้ร่ำเรียนวิชากฎหมายจากอ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford) และต่อมาไม่นานก็เป็นทนายความ เนื่องจากเป็นคนที่มีความศรัทธามาก ท่านได้เข้าฝึกปฏิบัติเรื่องทางด้านฝ่ายจิตกับพวกฤาษีคาร์ตูเซียน (Carthusian monks) เป็นเวลา 4 ปี เมื่ออายุ 27 ปี ได้แต่งงานกับ เจน โคล์ท (Jane Colt) มีลูกสาวด้วยกัน 3 คน และลูกชาย 1 คน เจนได้เรียนพูดลาตินจากท่าน จนสามารถร่วมวงสนทนากับบรรดาผู้ทรงความรู้ต่างๆ ที่มาเป็นแขกที่บ้านของท่านบ่อยๆ แต่หลังจาก 8 ปีที่แต่งงานอยู่ด้วยกัน เจนได้สิ้นชีพ ต่อมาโทมัสได้แต่งงานใหม่กับแม่ม่าย
- [21 มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญหลุยส์ คอนซากา นักบวช (St. Aloysius Gonzaga, Religious, memorial)](https://www.cbct.or.th/21-มิถุนายน-ระลึกถึง-นักบุ/) - 21 มิถุนายนระลึกถึง นักบุญหลุยส์ คอนซากา นักบวช(St. Aloysius Gonzaga, Religious, memorial) นักบุญหลุยส์เป็นบุตรชายคนโตของมาร์ควิส เฟอร์ดินานด์ แห่ง คอนซากา (Marquis Ferdinand of Gonzaga) ซึ่งเป็นดยุคของเมือง Mantua, เจ้าชายแห่งจักรวรรดิโรมัน (Prince of the Roman Empire) เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1568 นักบุญอลอยซีอุส (Aloysius) หรือ "หลุยส์" (Louis) หรือ "ลุยจี" (Luigi) คอนซากานั้นถูกคาดหวังให้เป็นรัฐบุรุษหรือนายทหารที่ยิ่งใหญ่ในภายหน้า ดังนั้น เมื่ออายุ 8 ปีได้ถูกส่งพร้อมกับน้องชายให้ไปใช้ชีวิตในสำนักของฟรานเชสโก แห่งเมดิซี ในเมืองฟลอเร้นซ์ ประเทศอิตาลี เป็นเวลา 2 ปี แต่ความคิดของท่านกลับซึมซาบในเรื่องฝ่ายจิตแล้ว โดยที่ท่านปฏิญาณจะถือความบริสุทธิ์ตลอดไป และได้ทำการสารภาพบาปโดยการเป็นทุกข์กลับใจอย่างแท้จริงจนว่าท่านหมดสติไปแทบเท้าของผู้ฟังสารภาพบาป จากเมืองฟลอเร้นซ์ท่านถูกส่งกลับไปเมือง Mantua แม้กระทั่งที่นี่ท่านยังคงบังคับตนด้วยความมีระเบียบวินัย
- [คำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ประทานแก่ผู้เข้าร่วมสมัชชาสากล เรื่อง “การบริจาค-ปลูกถ่ายอวัยวะ”](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของสมเด็จพระส-4/) - เจริญพรมายัง พี่น้องในสมณศักดิ์ สุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีผู้ทรงเกียรติ การบริจาคอวัยวะเป็นรูปแบบพิเศษของการเป็นประจักษ์พยานชีวิตในความรักเมตตา ในยุคสมัยของพวกเราที่บ่อย ๆ ครั้งสังคมเต็มไปด้วยการเห็นแก่ตัว นี่ยิ่งจะมีความเร่งด่วนยิ่งขึ้นไปอีกที่จะต้องเข้าใจว่าตรรกะแห่งการให้โดยอิสระเสรีเป็นสิ่งสำคัญในความเข้าใจเรื่องชีวิตอย่างถูกต้อง อันที่จริงความรับผิดชอบและความเมตตาที่มีอยู่ชีวิตผลักดันให้พวกเราต้องทำให้ตัวตนของพวกเรากลายเป็นของขวัญสำหรับผู้อื่น หากพวกเราปรารถนาที่จะทำให้ชีวิตของพวกเราสมบูรณ์ ดังที่พระเยซูคริสต์ทรงสอนพวกเราว่า ผู้ที่มอบชีวิตให้กับผู้อื่นเท่านั้นที่จะรอด (เทียบ ลก. 9: 24) ในการกล่าวทักทายผู้ที่เข้าร่วมประชุมโดยเฉพาะจากท่านเมาริซซีโอ ซัคโคนี่ (Maurizio Sacconi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สาธารณสุขและนโยบายสังคม ข้าพเจ้าขอขอบคุณอาร์ชบิชอปริโน ฟิสิเกลล่า (Rino Fisichella) ประธานของสถาบันแห่งสันตะสำนักเพื่อชีวิต (Pontifical Academy for Life) สำหรับมธุรสวาจาต่อข้าพเจ้าและแสดงให้เห็นถึงการสรุปความหมายที่สำคัญแห่งคุณค่าของการประชุมครั้งนี้ และสรุปผลงานแห่งสมัชชา พร้อมกันนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณประธานของสหพันธ์สากลของสมาคมแพทย์คาทอลิกและผู้อำนวยการของศูนย์กลางการปลูกถ่ายอวัยวะแห่งชาติ (Centro Nazionale Trapianti) ซึ่งข้าพเจ้าขอชื่นชมในความร่วมมือขององค์กรเหล่านี้ในภาคส่วนของการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งเป็นเป้าหมายแห่งการศึกษาและการอภิปรายของพวกท่าน ประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ได้พัฒนาเจริญขึ้นมากจนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับแต่ละบุคคลที่กำลังเผชิญความทุกข์ว่า เขาสามารถที่จะมีชีวิตอย่างคู่ควรมากกว่านี้ได้ การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อและอวัยวะหมายถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่สำหรับวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ และแน่นอนว่านี่เป็นเครื่องหมายแห่งความหวังสำหรับผู้ป่วยเป็นอันมากที่เผชิญปัญหาทับซ้อนและหลายครั้งก็ตกอยู่ในสภาพที่มีอาการหนัก หากพวกเราจะขยายมุมมองไปทั่วโลกอาจจะเป็นการง่ายที่จะพบกับหลากหลายกรณีที่ซับซ้อน ซึ่งต้องขอบคุณเทคนิคใหม่ ๆ ของการปลูกถ่ายอวัยวะ หลายบุคคลรอดชีวิตจากกรณีที่พวกเขาใกล้จะสูญเสียชีวิต และแล้วสุขภาพของพวกเขาก็กลับฟื้นฟูขึ้นมาใหม่สู่ความชื่นชมยินดีแห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง นี่คงจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้หากขาดซึ่งความใจกว้างและการเห็นใจผู้อื่นของผู้ที่บริจาคอวัยวะของตน ปัญหาการขาดอวัยวะที่สำคัญสำหรับการปลูกถ่ายไม่ใช่เรื่องของทฤษฎี
- [เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เลขานุการของพระสันตะปาปาแถลงข่าวเพื่อชี้แจง](https://www.cbct.or.th/เกี่ยวกับการบริจาคอวัย/) - นครวาติกัน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 13.32 น. แม้พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงส่งเสริมการบริจาคอวัยวะของร่างกาย และพระองค์เคยมีพระประสงค์ในการบริจาคอวัยวะของพระองค์อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1970 เมื่อยังคงเป็นคุณพ่อโจเซฟ รัชชิงเกอร์ อาจารย์ทางเทววิทยา ทว่าตั้งแต่ปี 2005 พระองค์ไม่อาจที่จะบริจาคอวัยวะเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปหลังจากได้รับการเลือกให้เป็นพระสันตะปาปาตามการประกาศของเลขานุการของพระองค์ มงซินญอร์ยอร์ก แกนสไวน์ (Georg Gänswein) เลขานุการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ขอยุติการอภิปรายในประเทศเยอรมนีว่าพระสันตะปาปายังถือบัตรรอการบริจาคอวัยวะหรือไม่? สถานีโทรทัศน์กลอรีอา (Gloria TV) แสดงให้พวกเราเห็นสำเนาจดหมายจากเลขานุการให้นายแพทย์ชาวเยอรมันท่านหนึ่งที่ระบุถึงสถานภาพแห่งการบริจาคอวัยวะของพระสันตะปาปา ซึ่งมีรายงานว่า ดร. เจโร วินเคลแมนน์ (Dr. Gero Winkelmann) พยายามที่จะสร้างความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับความคิดของการบริจาคในการสอนและในบทความของเขาโดยกล่าวว่าพระสันตะปาปาเองทรงมีบัตรอย่างเป็นทางการว่าพระองค์เป็นผู้ที่จะถวายอวัยวะของพระองค์เอง ก่อนที่จะได้รับการเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอัครสาวกเปโตร ต่อจากพระสันตะปาปาจอห์น พอลที่ 2 พระสันตะปาปาได้เลือกอย่างอิสระที่จะถวายอวัยวะของพระองค์ตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งมงซินญอร์แกนสไวน์ (Gaenswein) อธิบายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ แต่ต่อมาท่านเขียนว่าการบริจาคนั้นถือว่าเป็น “การยกเลิก”
- [คำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เรื่อง “การบริจาคอวัยวะ เนื้อเยื่อ และเซลล์ หลังความตาย”](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของสมเด็จพระส-3/) - เจริญพรมายังพี่น้องชายหญิงที่รัก ข้าพเจ้ารู้สึกยินที่ต้อนรับท่านทุกคนที่เป็นจิตอาสาของสมาคมอิตาเลียนเพื่อการบริจาคอวัยวะ (AIDO) ซึ่งมาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนนับพันซึ่งเลือกที่จะเป็นประจักษ์พยานชีวิตและที่จะประกาศถึงคุณค่าแห่งการแบ่งปัน และการอุทิศตนเองโดยไม่ขอสิ่งใดเป็นสิ่งตอบแทน ข้าพเจ้าขอต้อนรับพวกท่านด้วยความยินดีและขอขอบคุณประธานของสมาคมฯ ดร. ฟลาเวีย เปตริน (Dr. Flavia Petrin) สำหรับมธุรสวาจาที่ท่านกล่าวรายงานเริ่มการประชุม การพัฒนาในการปลูกถ่ายอวัยวะส่วนต่าง ๆ ทางการแพทย์ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้ที่จะบริจาคอวัยวะหลังความตาย และในบางกรณีแม้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม (เช่น ในกรณีของการบริจาคไต) เพื่อที่จะช่วยชีวิตผู้อื่น เพื่อที่จะดำรงไว้ในการฟื้นฟูบูรณาการ และแม้กระทั่งทำให้สุขภาพของผู้ป่วยหลายคนดีขึ้นซึ่งไม่มีทางเลือกอื่น การบริจาคอวัยวะเป็นการตอบสนองให้กับความจำเป็นทางด้านสังคม เพราะว่าแม้ว่าจะมีการพัฒนาในเรื่องของเภสัชกรรมที่ใช้ในการรักษา ความต้องการอวัยวะก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญในการบริจาคทั้งสำหรับผู้ให้ ผู้รับ และสำหรับสังคมอย่างไม่มีวันสิ้นสุดอันเป็น “ความดีงามและคุณประโยชน์” เนื่องจากสิ่งนี้เป็นประสบการณ์อันล้ำลึกของมนุษย์ที่เปี่ยมด้วยความรักและการเห็นใจต่อผู้อื่น การบริจาคหมายถึงการมองก้าวข้ามตนเองเกินกว่าความต้องการของปัจเจกบุคคลและเปิดใจกว้างสู่ความดีที่สูงกว่า ในมุมมองนี้การบริจาคอวัยวะจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่การกระทำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความเป็นภราดรสากลที่สร้างความสัมพันธ์ให้กับพี่น้องทั้งชายและหญิง สำหรับประเด็นนี้คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกสอนว่า “การบริจาคอวัยวะหลังความตายนั้นเป็นสิ่งประเสริฐ และเป็นการกระทำที่เป็นกุศลธรรมควรที่จะได้รับการสนับสนุนว่านี่เป็นการแสดงออกซึ่งความเอื้ออาทรที่มีใจกว้าง” (ข้อ 2296) ด้วยกุศลธรรมในมิติแห่งความสัมพันธ์กันภายในแห่งมนุษย์ พวกเราแต่ละคนยังทำให้ตนเองบรรลุความสำเร็จด้วยการมีส่วนในการบรรลุความสำเร็จแห่งความดีงามของผู้อื่นด้วย อันคำว่าแต่ละบุคคลหมายถึงคุณประโยชน์ไม่เพียงแค่เฉพาะสำหรับตนเองเท่านั้น ทว่าเพื่อสังคมทั่วไป อันเป็นความสำคัญของหน้าที่ ซึ่งจะต้องบรรลุถึงความดีงามของเพื่อนพี่น้องด้วย ในสมณสาส์นเวียน “พระวรสารแห่งชีวิต - Evangelium vitae” (25
- [สัมมนาผู้นำครอบครัวในพระศาสนจักร](https://www.cbct.or.th/สัมมนาผู้นำครอบครัวในพ/) - สมณสภาเรื่องฆราวาส ครอบครัว และชีวิต ของวาติกันได้จัดการประชุมออนไลน์เรื่องครอบครัว ตามสมณลิขิต Amoris Laetitia มีผู้ร่วมประชุมประมาณ 300 คน ระหว่าง 9-12 มิถุนายน ค.ศ.2021 เพื่อส่งเสริมการแต่งงาน และครอบครัวในพระศาสนจักรคาทอลิก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ออกสมณลิขิตเตือนใจ Amoris Laetitia (ความปิติยินดีแห่งความรัก) ใน ค.ศ. 2016 เกี่ยวกับความรักในครอบครัวหลังจากสมัชชาบิชอป ค.ศ.2014 และ 2015 เรื่องครอบครัว การประชุมครั้งนี้มีผู้ร่วมสัมมนา 300 คน จาก องค์กร นานาชาติ และสำนักงานครอบครัว 30 กลุ่ม ของสภาบิชอป มากกว่า 60 แห่ง ในวันแรก พระคาร์ดินัล เควิน ฟาร์เรล สมณมณตรีของสมณสภาได้กล่าวนำ ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้เสด็จเยี่ยมสำนักงานต่างๆในวาติกัน ใน ค.ศ. 2017
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 9 มิถุนายน 2021 ณ บริเวณลานซานดามาโซ นครรัฐวาติกัน (San Damaso)](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-14/) - คำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนา: 36 การยืนหยัดในความรักของพระเจ้าด้วยการภาวนาแบบง่าย ๆ อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก ในการเรียนคำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนาครั้งสุดท้ายนี้ พวกเราจะมาพูดกันเรื่องการยืนหยัดในการสวดภาวนา ซึ่งเป็นการเชื้อเชิญ ที่จริงค่อนข้างเป็นเชิงบังคับที่มาจากพระคัมภีร์การเดินทางฝ่ายจิตของนักจาริกแสวงบุญชาวรัสเซียนเริ่มขึ้นเมื่อท่านอ่านพบวลีหนี่งของนักบุญเปาโลในจดหมายฉบับแรกถึงชาวเทสซาโลเนี่ยน ที่ว่า “จงสวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอ จงขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง” (ทส. 5: 17-18) คำพูดของอัครธรรมทูตเปาโลทำให้ชายผู้นั้นประหลาดใจ เขาคิดว่นี่จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะสวดโดยไม่หยุดหย่อนเมื่อชีวิตของเรานั้นมีเวลาที่แตกต่างกันไปจนนับไม่ถ้วน ซึ่งทำให้พวกเราไม่สามารถเพ่งพิศในการสวดภาวนาได้ตลอดเวลา จากปัญหานี้เขาเริ่มคิดค้นคว้าที่จะนำเขาไปพบสิ่งที่เรียกกันว่า “การสวดภาวนาของหัวใจ” ซึ่งอยู่ที่การสวดภาวนาแบบซ้ำๆ ด้วยความเชื่อ “ข้าแต่พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า โปรดเมตตาลูกผู้เป็นคนบาปด้วยเทอญ” “ข้าแต่พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า โปรดเมตตาลูกผู้เป็นคนบาปด้วยเทอญ” นี่เป็นการสวดแบบง่ายๆ ทว่าสวยงามมาก เป็นการสวดภาวนาซึ่งทีละเล็กละน้อยจะปรับตัวให้กับจังหวะของลมหายใจเข้าออก ซึ่งจะยืดเยื้อไปจนตลอดวัน บางคนบอกว่า ผมไม่ได้ยิน โปรดพูดดังๆ หน่อยครับ “ข้าแต่พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า โปรดเมตตาลูกผู้เป็นคนบาปด้วยเทอญ” สวดแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่เป็นเรื่องสำคัญ ที่จริงการหายใจไม่มีวันหยุดแม้ในขณะที่พวกเรานอนหลับ และการสวดภาวนาเป็นลมหายใจของชีวิต พวกเราจะรักษาสภาพของการสวดภาวนาสม่ำเสมอได้อย่างไร? คำสอนของพระศาสนจักรเสนอการอ้างอิงที่สวยงามจากประวัติศาสตร์แห่งชีวิตจิต ซึ่งยืนยันถึงความจำเป็นที่ต้องสวดภาวนาอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้เป็นศูนย์กลางแห่งการมีชีวิตของคริสตชน จะขอเล่าตัวอย่าง นักพรตชาวกรีกชื่อเอวากรีอุส
- [13 มิถุนายน ระลึกถึง นักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์](https://www.cbct.or.th/13-มิถุนายน-ระลึกถึง-นักบุ/) - 13 มิถุนายนระลึกถึง นักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์ นักปราชญ์(St. Anthony of Padua, Priest & Doctor, memorial) นักบุญอันตนเกิดที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อปี ค.ศ. 1195 ขณะรับศีลล้างบาปได้รับชื่อว่า Ferdinand Bouillon บิดามารดาของท่านเป็นเชื้อสายผู้ดีชาวโปรตุกีส บิดาของท่านได้เป็นอัศวินในราชสำนักของกษัตริย์อัลฟอนโซ ที่ 2 (King Alfonso II) การศึกษาขั้นเริ่มแรกที่ท่านได้รับเกิดขึ้นที่อาสนวิหารแห่งกรุงลิสบอนนั่นเอง เมื่ออายุ 15 ปี ได้เข้าคณะของนักบุญออกัสติน (The Regular Canons of St. Augustine) และได้ถูกย้ายให้ไปอยู่ในอารามที่เมืองโคอิมบรา (Coimbra) ในอีกสองปีต่อมา สาเหตุเพราะมีเพื่อนๆของท่านมาเยี่ยมมากไปทำให้เกิดความวอกแวก ที่อารามนี้ท่านได้อุทิศตนในการภาวนาและการศึกษาจนกลายเป็นผู้รอบรู้ในพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นอย่างดี ในปี ค.ศ. 1220 ขณะที่ท่านมีอายุได้ 25 ปี คุณพ่อเปโดร แห่งโปรตุเกส (Don Pedro of
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus) วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2021](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันอ-3/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย - พระองค์ไม่ได้ทรงมอบขนมปังมากมาย วันนี้ที่ประเทศอิตาลีและประเทศอื่น ๆ พวกเราสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ พระวรสารเล่าเรื่องราวการเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย (มก. 14: 12-16) พระวาจาและการปฏิบัติของพระเยซูคริสต์โดนใจพวกเรา พระองค์ทรงหยิบขนมปังขึ้น ถวายพระพร บิออก และแจกจ่ายให้กับศิษย์กล่าวว่า “จงรับไปกินกันเถิด นี่เป็นกายของเรา” (ข้อ 22) ดังนั้นด้วยความเรียบง่ายพระเยซูคริสต์ทรงมอบศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับพวกเรา การปฏิบัติโดยการมอบให้ของพระองค์นั้นสุภาพมาก อันเป็นการปฏิบัติแห่งการให้ เป็นการปฏิบัติแห่งการแบ่งปัน ในความสุดยอดแห่งชีวิตของพระองค์นั้นพระองค์ไม่ได้มอบขนมปังมากมายเพื่อเลี้ยงประชาชนจำนวนมาก แต่พระองค์ทรงแบ่งพระองค์เองออกเป็นส่วนๆ นอกเหนือไปจากการเลี้ยงปัสกากับบรรดาศิษย์ของพระองค์ โดยอาศัยวิธีนี้พระเยซูคริสต์ทรงเผยแสดงให้พวกเราเห็นว่าเป้าหมายของชีวิตอยู่ที่การมอบตนเอง และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการบริการรับใช้ เป็นอีกครั้งหนึ่งในวันนี้พวกเราพบกับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในขนมปังชิ้นหนึ่งในแผ่นปังที่หักง่ายที่เปี่ยมล้นด้วยความรักและด้วยการแบ่งปัน การหักง่ายหรือความเปราะบางเป็นคำที่พ่อใคร่ที่จะเน้นย้ำ พระเยซูคริสต์กลายเป็นบุคคลเปราะบาง หักง่ายดุจปังที่ถูกบิออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่พระพลังของพระองค์ซ่อนอยู่ภายในความเปราะบางของพระองค์ ในศีลมหาสนิทความเปราะบางเป็นพลัง เป็นพลังแห่งความรักที่กลายเป็นสิ่งเล็กเพื่อที่ผู้คนจะให้การต้อนรับและไม่เกิดความกลัว อันเป็นพลังแห่งความรักที่ถูกบิออกและนำมาแบ่งปันกันเพื่อที่จะหล่อเลี้ยงและประทานชีวิต นี่เป็นพลังแห่งความรักที่บิออกเพื่อที่จะร่วมกับพวกเราในความเป็นหนึ่งเดียวกัน และยังมีพลังอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นในความเปราะบางแห่งศีลมหาสนิท ซึ่งเป็นพลังที่จะรักผู้ที่กระทำความผิด เป็นค่ำคืนที่พระองค์ถูกทรยศที่พระเยซูคริสต์ทรงมอบปังแห่งชีวิตให้พวกเรา พระองค์ทรงประทานของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้พวกเราในขณะที่หัวใจของพระองค์รู้สึกอยู่ในห้วงเหวแห่งความว้าเหว่ที่สุด ศิษย์ที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับพระองค์ ผู้ที่ตักอาหารจากจานเดียวกับพระองค์กำลังทรยศพระองค์ และการทรยศเป็นความทุกข์ที่ใหญ่หลวงที่สุดสำหรับผู้ที่รัก แล้วพระเยซูคริสต์ทรงกระทำเช่นใด? พระองค์ทรงตอบโต้กับความชั่วด้วยการกระทำความดีที่ยิ่งใหญ่กว่า พระองค์ตอบต่อคำว่า “ไม่” ของยูดาสด้วยคำว่า
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General audience) วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2021](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-13/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา: 36 – พระเยซูคริสต์คือแบบฉบับและจิตวิญญาณแห่งการสวดภาวนาทุกประเภท อรุณสวัสดิ์ลูกๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พระวรสารแสดงให้พวกเราเห็นว่าการสวดภาวนานั้นเป็นพื้นฐานในความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูคริสต์กับบรรดาศิษย์ของพระองค์ นี่ปรากฏให้เห็นแล้วในการเลือกสรรผู้ใดจะกลายเป็นอัครธรรมทูต นักบุญลูกาใช้วิธีการเลือกบรรดาศิษย์ของพระเยซูคริสต์ในบริบทแห่งการสวดภาวนา ซึ่งลูกากล่าวว่า “ในวันเหล่านี้พระองค์เสด็จไปยังภูเขาเพื่อสวดภาวนา ตลอดคืนพระองค์ทรงอธิษฐานภาวนาต่อพระบิดา และเมื่อถึงเวลากลางวันพระองค์ทรงเรียกบรรดาศิษย์มาและทรงเลือก 12 คนจากหมู่พวกเขา ซึ่งพระองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นอัครธรรมทูต” (ลูกา 6: 12-13) พระเยซูคริสต์ทรงเลือกอัครธรรมทูตหลังจากที่อธิษฐานภาวนาตลอดทั้งคืน ดูเหมือนว่าไม่มีมาตรการใดในการเลือกนี้นอกจากการสวดภาวนา เป็นการเสวนาระหว่างพระเยซูคริสต์กับพระบิดา เมื่อพิจารณาดูว่า บุรุษเหล่านั้นประพฤติตนอย่างไร ดูเหมือนว่าการเลือกดังกล่าวไม่ได้เป็นวิธีที่ดีที่สุดเนื่องจกาพวกเขาต่างก็หลบหนีและละทิ้งพระองค์ไว้ให้อยู่ตาลำพัง ก่อนที่พระองค์จะต้องรับการทรมาน แต่เป็นเพราะเหตุนี้นี่เองโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยูดาสผู้ทรยศ ที่พระเยซูคริสต์แสดงให้เห็นว่าชายเหล่านั้นได้ถูกจารึกลงในแผนการณ์ของพระเจ้าแล้ว การอธิษฐานภาวนาเพื่อบรรดามิตรสหายของพระองค์ปรากฏอยู่ในชีวิตของพระเยซูคริสต์เสมอ บางครั้งอัครธรรมทูตกลายเป็นต้นหตุในความห่วงใยสำหรับพระองค์ แต่พระเยซูคริสต์ทรงยอมรับพวกเขามาจากพระบิดาหลังจากการอธิษฐานภาวนา พระองค์จึงรักษาพวกเขาไว้ในดวงพระทัยของพระองค์ แม้กระทั่งความผิดพลาดของพวกเขาและแม้กระทั่งเมื่อพวกเขาล้มลง ในสิ่งเหล่านี้พวกเราพบว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นทั้งพระอาจารย์และเป็นกัลยาณมิตร ทรงเต็มพระทัยที่จะรอคอยด้วยความอดทนให้ศิษย์ของพระองค์กลับใจ จุดสูงสุดแห่งการรอด้วยความอดทนนี้อยู่ที่ “เครือข่าย” แห่งความรักที่พระองค์ถ่ายทอดให้กับเปโตร ในการเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ซีมอน ซีมอน จงฟังนะ” พระวาจาที่พระเราได้ยินตอนแรก “ซาตานตั้งใจที่จะโจมตีเปโตร ซาตานอาจร่อนท่านเหมือนกับร่อนข้าวสาลี ทว่าเราได้อธิษฐานสำหรับท่าน เพื่อที่ท่านจะไม่สูญเสียความเชื่อ และเมื่อท่านตั้งตัวได้แล้วก็จงสร้างความเข้มแข็งให้กับบรรดาพี่น้องของท่านด้วย” (ลก. 22: 31-32) นี่เป็นสิ่งที่น่าประทับใจที่ทราบว่าในเวลานั้นช่วงที่เกิดมีความอ่อนแอเปราะบาง
- [11 มิถุนายน ระลึกถึงนักบุญ บาร์นาบัส อัครสาวก (St Barnabas, Apostle, memorial)](https://www.cbct.or.th/11-มิถุนายน-ระลึกถึงนักบุ/) - นักบุญบาร์นาบัสเป็นชาวยิวในตระกูลเลวีผู้มั่งคั่ง ตอนเกิดมามีชื่อว่าโยเซฟ และเกิดที่เกาะไซปรัส ท่านได้มาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม และเชื่อกันได้ว่าได้รับการศึกษาจากโรงเรียนของอาจารย์กามาลิเอล (Gamaliel) ในช่วงเวลาเดียวกับนักบุญเปาโล ท่านได้กลับใจมาเป็นคริสตชนหลังวันพระจิตเสด็จลงมา(Pentecost)ไม่นานนัก ราวปี ค.ศ.29 หรือ 30 และได้ขายทรัพย์สมบัติของท่านเพื่อประโยชน์ของพระศาสนจักร จึงได้รับชื่อนามสกุลจากบรรดาอัครสาวกว่า บาร์นาบัส (Barnabas) แปลว่า "บุตรแห่งการปลอบประโลมใจ" หรือ "บุตรแห่งการให้กำลังใจ" เป็นท่านเองที่ได้ต้อนรับเซาโลผู้กลับใจที่กรุงเยรูซาเล็ม และรับรองค้ำประกันเขาต่อบรรดาอัครสาวก เพราะในตอนแรกบรรดาอัครสาวกไม่ยอมเชื่อว่าผู้เบียดเบียนพระศาสนจักรอย่างรุนแรงผู้นี้จะกลับกลายมาเป็นผู้ประกาศเผยแผ่ความเชื่ออย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม จากการที่ท่านคุ้นเคยกับเซาโลมาก่อน ท่านจึงรู้ดีว่าเซาโลได้แสดงความเชื่อมั่นออกมาภายนอกอย่างจริงใจ จึงทำให้พระศาสนจักรได้ให้ตำแหน่งว่า "อัครสาวก" กับทั้งสองคน ไม่นานหลังจากนั้น เราได้ยินเรื่องของบาร์นาบัสต่อไปเมื่อท่านถูกส่งตัวไปที่เมืองอันทิโอกในแคว้นซีเรีย เนื่องจากข่าวที่ว่ามีชาวกรีกที่นั่นกลับใจมากมาย อันเป็นผลจากการที่มีศิษย์บางคนที่ไปจากเมืองซีรีน และจากบ้านเกิดของท่านคือไซปรัสไปเทศน์สอน เมื่อท่านได้ไปที่นั่นด้วยใจที่พร้อมจะลบอคติของความเป็นยิวในตัวท่าน และร่วมชื่นชมยินดีกับปรากฏการณ์แรกครั้งนี้ของพระหรรษทานของพระเจ้าที่ทำงานในท่ามกลางคนต่างศาสนา และพร้อมกับนักบุญเปาโลผู้ซึ่งท่านได้นำพากลับมาจากเมืองทาร์ซัส ได้ช่วยกันประกาศพระวรสารที่อันทิโอกตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ในปี ค.ศ.45 เมื่อกรุงเยรูซาเล็มเกิดภาวะข้าวยากหมากแพงอย่างสาหัส อัครสาวกทั้งสองนี้ได้นำความช่วยเหลือจากคริสตชนที่เมืองอันทิโอกไปยังพระศาสนจักรแม่ และหลังจากกลับไปที่นั่นพวกท่านก็เริ่มเดินทางธรรมทูตอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก โดยได้นำ ยอห์น มาระโก (ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของบาร์นาบัส) ไปด้วย และก็ได้เริ่มประกาศข่าวดีแห่งพระวรสารที่บ้านเกิดของท่านก่อน คือ เมืองไซปรัส แล้วนั้นก็เดินทางไปเอเซียน้อย (Asia Minor) ที่นี่เองที่พวกท่านต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรง
- [สมัชชาบิชอปจะเริ่มในทุกสังฆมณฑล](https://www.cbct.or.th/สมัชชาบิชอปจะเริ่มในทุ/) - ในเดือนตุลาคม ค.ศ.2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจะเปิดการก้าวเดิน 3 ปี ใน 3 ระดับ คือระดับสังฆมณฑล-ประเทศ ระดับทวีป และ ระดับสากล สู่สมัชชาบิชอป เรื่อง การก้าวเดินไปด้วยกัน : ความสนิทสัมพันธ์ การมีส่วนร่วม และพันธกิจ ในเดือนตุลาคม 2023 โดยวันที่ 9-10 ตุลาคม 2021 พระองค์จะทำพิธีเปิดที่กรุงวาติกัน ในระดับสังฆมฑล : การปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชากรของพระเจ้า ทุกสังฆมณฑล ทั่วโลก พระสังฆราชของสังฆมณฑลเป็นประธานในพิธี ในวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2021 (วันแพร่ธรรมสากล) จุดประสงค์เพื่อปรึกษาประชากรของพระเจ้า ตอบแบบสอบถาม และคู่มือ (Vademecum) เอกสารที่สำนักเลขาธิการสมัชชาจะเสนอให้สังฆมณฑล เจ้าคณะนักบวช หน่วยงานฆราวาสนานาชาติ และคณะเทววิทยาในมหาวิทยาลัยคาทอลิก พระสังฆราชจะแต่งตั้งตัวแทนรับผิดชอบของสังฆมณฑล เพื่อประสานงานกับสภาพระสังฆราชระดับชาติ และสภาฯจะแต่งตั้งตัวแทนหรือทีมประสานงานกับเลขาธิการสมัชชาที่วาติกัน ผลของสมัชชาระดับสังฆมณฑลจะถูกส่งไปยังสภาสังฆราชของตน บรรดาสังฆราชจะไตร่ตรอง
- [ซีน็อดบนซีน็อด (Synods on Synods) เหตุใดพระสันตะปาปาฟรานซิสจึงให้ความสำคัญกับการก้าวเดินไปด้วยกัน](https://www.cbct.or.th/ซีน็อดบนซีน็อด-synods-on-synods-เหตุใด/) - เมื่อได้ยินการประกาศจากวาติกันเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ซีน็อดของบรรดาบิชอปจะยืดเวลาออกไป จึงรู้สึกแปลกใจ บางคนเริ่มคิดว่าสมัชชา (ซีน็อด) ทุกครั้งถือว่าเป็นสิ่งน่าเบื่อเพราะผู้เข้าประชุมต้องนั่งภายในห้องประชุมนานมากถึงเดือน ทว่าโครงการจัดซีน็อดในเรื่อง “การก้าวเดินไปด้วยกัน” (Synodality) ถ้าฟังแบบเผิน ๆ ดูเหมือนเป็นการอ้างอิงถึงแต่ตนเองอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อได้ไตร่ตรองในเชิงลึกการประกาศเริ่มซีน็อดนี้เห็นว่านี่มีความสำคัญมากอันน่าติดตามอย่างยิ่ง ซีน็อดครั้งนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานและต้องใช้พลังอย่างมากสำหรับชาวคาทอลิกทั่วโลก ทุกระดับของพระศาสนจักร ทั้งระดับท้องถิ่น ทุกเขตศาสนปกครอง ระดับชาติ ระดับภาคพื้นทวีป และระดับสากล ใช้เวลาเกือบสามปี (2021-2023) ซึ่งรวมถึงคณะนักบวชชายหญิง ฆราวาส องค์กร/หน่วยงานต่าง ๆ ของท้องถิ่น ทุกเขตศาสนปกครอง (สังฆมณฑล) ต้องรวบรวมผลของการระดมความคิด และแบ่งปันกับเขตศาสนปกครองอื่น ๆ แล้วสังเคราะห์ร่วมกัน จากนั้นต้องส่งรายงานไปยังกรุงโรมเพื่อมุ่งสู่ประเด็นเดียวกันและนำเข้าสู่วาระในกำหนดการสำหรับซีน็อดสากล เมื่อพูดถึงการลงทุนซึ่งจำเป็นเพื่อที่จะจัดซีน็อดครั้งนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากในการไตร่ตรองถึงประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอดีตถึงปัจจุบัน และเพราะเหตุใดพระสันตะปาปาฟรานซิสจึงให้ความสำคัญกับซีน็อดดังกล่าว เฉกเช่นกับการกระทำหลายอย่างที่พระสัตะปาปาทรงริเริ่มมาแล้ว จากคำปราศรัยที่พระองค์สนับสนุนซีน็อด ซึ่งท้าทายให้มีการเผชิญหน้ากับสังคมพลเรือน คือบทบาทของประชาสัตบุรุษด้วย ในโลกของชาวคาทอลิกภาคตะวันตก ซีน็อดเกิดขึ้นจากสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ตรงกันข้ามกับสภาสังคายนาของพระศาสนจักรในยุคก่อนๆ จากคำสอนของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 เน้นน้อยลงเกี่ยวกับคำสอนหรือภาคทฤษฎีของพระศาสนจักร แต่จะเน้นหนักไปทางการฟื้นฟู
- [คำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พิธีรำลึกครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันแห่งซีน็อดของบรรดาบิชอป](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของสมเด็จพระส-2/) - เจริญพรมายังสมเด็จพระอัยกา พระคุณเจ้า บาดหลวง และนักบวชชายหญิงที่เคารพทั้งหลาย ในขณะที่สมัชชาสมัยสามัญกำลังดำเนินอยู่ สำหรับพวกเราทุกคนน่าจะเป็นบ่อเกิดแห่งความชื่นชมยินดีเพื่อสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจ้า จากสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 จนถึงสมัชชาปัจจุบัน พวกเราต่างมีประสบการณ์อันเข้มข้นกับความจำเป็น และความสวยสดงดงามแห่ง “การก้าวเดินไปด้วยกัน” (Synodality) ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ข้าพเจ้าขอต้อนรับพระคาร์ดินัลโลเรนโซ บาลดีสเซรี (Lorenzo Baldisseri) เลขาธิการซีน็อด และรองเลขาธิการฯ บิชอปฟาบิโอ ฟาเบเน (Fabio Fabene) และเจ้าหน้าที่ คณะที่ปรึกษา รวมทั้งผู้ร่วมงานทุกคนในสำนักเลขาธิการเพื่อซีน็อดของบรรดาบิชอป ผู้ซึ่งทุ่มเททำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเหน็ดเหนื่อย ข้าพเจ้าขอต้อนรับและขอบคุณคณะปิตาจารย์แห่งสมัชชา และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านรวมถึงทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ด้วย ณ เวลานี้เรายังปรารถนารำลึกถึงผู้ที่รับผิดชอบในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาซึ่งได้รับใช้ซีน็อดโดยเริ่มจากบรรดาเลขาธิการตามลำดับดังนี้พระคาร์ดินัลรูบิน (Władysław Rubin) พระคาร์ดินัลทอมโก้ (Jozef Tomko) พระคาร์ดินัลสก็อตต์ (Jan Peter Schotte) และอาร์ชบิชอปนิโกลา อีเตโรวิค (Nikola Eterovic) ข้าพเจ้ายังถือโอกาสนี้แสดงความกตัญญูต่อทั้งผู้ล่วงลับและผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ช่วยสนับสนุนด้วยใจกว้าง และทำงานอย่างมืออาชีพกับงานของซีน็อด ตั้งแต่เริ่มต้นสมณสมัยของข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นบิชอปแห่งกรุงโรม
- [สันตะสำนักปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญา บรรพที่ 6 โดยปรับวิธีการลงโทษโดยเฉพาะเกี่ยวกับโทษความผิดด้วยการล่วงละเมิดผู้เยาว์และการคอรัปชั่น](https://www.cbct.or.th/สันตะสำนักปรับปรุงประม/) - นครรัฐวาติกันได้พิมพ์ประมวลกฎหมายอาญาของพระศาสนจักรคาทอลิกขึ้นมาใหม่ที่รอกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่เริ่มต้นกันมาตั้งแต่ปี 2007 ในสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ผู้มีอำนาจหน้าที่จากสมณสภาเพื่อการตีความกฎหมายพระศาสนจักรได้ออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับกฎหมายใหม่ของประมวลกฎหมายพระศาสนจักร 1983 บรรพที่ 6 ซึ่งว่าด้วย “บทลงโทษในพระศาสนจักร” พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงอนุมัติและทรงบัญชาให้มีการปฏิรูปด้วยสมณธรรมนูญ “Pascite gregem Dei” (จงเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้า - Shepherd the flock of God) เป็นสมณธรรมนูญใหม่ที่ประกาศออกมาในวันเดียวกัน (23 พฤษภาคม 2021) ในเนื้อหาสาระที่แก้ไขกฎหมายพระศาสนจักร บรรพที่ 6 ในฉบับปรับปรุงแก้ไขใหม่ได้เจาะจงเป็นพิเศษในเรื่องสิ่งที่เกี่ยวกับความผิด เช่น ในความอ่อนแอตามปะสามนุษย์ การต่อสู้กับคอรัปชั่น กระบวนการการลงโทษ และข้อจำกัดของบทลงโทษ “ความผิดต่อชีวิต ศักดิ์ศรี และเสรีภาพของมนุษย์” ประเด็นที่มีความสำคัญมากที่สุดคือการออกกฎหมายจำเพาะว่าด้วยการล่วงละเมิดทางเพศที่กระทำโดยสมณะหรือบรรพชิตต่อผู้เยาว์ หรือต่อบุคคลที่มีความอ่อนแอเปราะบางด้วยการลงโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 1389 ระบุว่าสมณะท่านใดที่กระทำความผิดด้วยการล่วงละเมิดทางเพศ “กับผู้เยาว์หรือกับบุคคลที่ไม่สามารถใช้เหตุผลได้อย่างสมบูรณ์หรือกับผู้ที่กฎหมายให้การคุ้มครองเท่าเทียมกัน” อาจได้รับโทษ หรือแม้กระทั่งถูกปลด “ออกจากสถานภาพการเป็นสมณะ
- ["ความงดงามของการแต่งงาน" คลิปของโป๊ปฟรังซิส สำหรับเดือนมิถุนายน 2021 ภาวนาให้เยาวชนที่เตรียมแต่งงาน](https://www.cbct.or.th/ความงดงามของการแต่งงาน/)
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience)วันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2021](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-12/) - การสอนคำสอนเรื่องการสวดภาวนา: 35 - ความแน่ใจว่าคำภาวนาของพวกเราจะได้รับการสดับฟังจากพระเจ้า อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พวกเราบางคนสังเกตในสิ่งที่พวกเราได้กระทำและคิดว่าการสวดภาวนานั้นถูกปฏิเสธ บางคนคิดว่าพวกเราสวดภาวนา พวกเราวิงวอนขอ แต่บางครั้งคำภาวนาของพวกเราดูเหมือนจะไม่มีใครฟังกับสิ่งที่พวกเราวอนขอ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตัวเราเองหรือสำหรับผู้อื่นนั้นไม่ได้รับการตอบสนอง พวกเราต่างมีประสบการณ์เช่นนี้บ่อยครั้ง... ทั้ง ๆ ที่เหตุผลที่พวกเราสวดนั้นเพื่อเกียรติมงคลในพระเจ้า (เช่น ขอให้คนป่วยมีสุขภาพดี หรือขอให้สงครามยุติ) ความไม่สำเร็จดังใจดูเหมือนจะเป็นที่สะดุด ตัวอย่าง เรื่องสงคราม พวกเราสวดให้สงครามยุติลงซึ่งเกิดขึ้นในหลายภาคส่วนของโลก ลองคิดถึงประเทศเยเมน ประเทศซีเรีย ประเทศต่างๆ ที่มีสงครามยืดเยื้อติดต่อกันมาหลายปี แล้วพวกเราก็สวดภาวนา ทว่าสงครามก็ไม่ยุติสักที ดังนี้การสวดภาวนาจะเป็นไปได้อย่างไร? “บางคนถึงกับหยุดสวดภาวนา เพราะไม่ได้รับการตอบสนอง” (คำสอนของพระศาสนจักร ข้อ 2734) บางคนถามถ้าหากพระเจ้าทรงเป็นบิดา เหตุใดพระองค์จึงไม่ทรงฟังพวกเรา? พวกเราทุกคนต่างก็มีประสบการณ์กับเรื่องนี้ พวกเราสวดแล้วสวดอีกสำหรับการเจ็บป่วยของเพื่อน ของบิดา ของมารดา ฯลฯ แต่พระเจ้าไม่ได้ให้คำตอบกับพวกเรา นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่พวกเราประสบด้วยกันทุกคน คำสอนขอพระศาสนจักรสรุปสิ่งเหล่านี้อย่างย่อๆ ให้กับพวกเรา ซึ่งทำให้พวกเราต้องระวังความเสี่ยงที่จะไม่เจริญชีวิตในประสบการณ์แห่งความเชื่อ แต่กับการเปลี่ยนความสัมพันธ์กับพระเจ้าไปเป็นอะไรในลักษณะเวทมนต์คาถา การสวดภาวนาไม่ใช่เป็นแบบถือคฑาวิเศษ การภาวนาเป็นการเสวนากับพระเจ้า อันที่จริงเมื่อพวกเราสวดภาวนา
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปฏิรูปกฎหมายอาญาในพระศาสนจักร บรรพที่ 6 ความรัก ความเมตตาเรียกร้องให้มีการแก้ไขอย่างจริงจัง](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิสทรง-2/) - โดยอาศัยพระสมณธรรมนูญ ชื่อ “Pascite Gregem Dei” (จงอภิบาลฝูงแกะของพระเจ้า) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปฏิรูปประมวลกฎหมายพระศาสนจักร บรรพที่ 6 ซึ่งเคยได้รับการแก้ไขปรับปรุงมาแล้วโดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ที่ใช้ลงโทษความผิดอาญาที่รุนแรง การแก้ไขกฎหมายใหม่ในการใช้เป็นเครื่องมือที่นุ่มนวลกว่า สำหรับนำมาบังคับใช้โดยพลันในการ “หลีกเลี่ยงความชั่วอันรุนแรงกว่าและเพื่อบรรเทาบาดแผลอันเกิดจากความอ่อนแอของมนุษย์” “จงดูแลอภิบาลฝูงแกะของพระเจ้าไม่ใช่ด้วยข้อจำกัด แต่ด้วยความเต็มใจเนื่องจากสิ่งนี้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า” (เทียบ 1 ปต. 5: 2) สมณธรรมนูญ “Pascite Grgem Dei” ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปฎิรูปในบรรพที่ 6 แห่งประมวลกฎหมายว่าด้วยโทษอาญาในพระศาสนจักร ซึ่งเริ่มต้นด้วยถ้อยคำปราศรัยของนักบุญเปโตร ข้อความใหม่ที่นำเสนอเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยสำนักข่าวแห่งสันตะสำนัก และสาระของการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 ธันวาคม 2021 “เพื่อที่จะตอบสนองได้อย่างเหมาะสมต่อความต้องการของพระศาสนจักรทั่วโลก” พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงอธิบายว่า “สิ่งนี้ปรากฏชัดเจนว่าพระวินัยทางอาญาที่ออกโดยนักบุญจอห์น พอลที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 1983 ในประมวลกฎหมายพระศาสนจักรจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข และต้องปรับเปลี่ยนในทำนองที่ทำให้ผู้นำพระศาสนจักรสามารถใช้ความรักเชิงอภิบาลในการทำให้กฎหมายเป็นเครื่องมือที่เอื้ออำนวยต่อความรอดของวิญญาณ และเพื่อการแก้ไขซึ่งจะต้องนำมาปฏิบัติโดยทันทีด้วยความรักเชิงอภิบาลเพื่อหลีกเลี่ยงความชั่วที่ร้ายยิ่งกว่า และเพื่อบรรเทาบาดแผลที่เกิดจากความอ่อนแอของมนุษย์”
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 31-05-2021 “โป๊ปปิดเดือนภาวนามาราธอนยุติโควิด”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-5/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงนำสวดสายประคำร่วมกับสักการะสถานแม่พระทั่วโลก โอกาสปิด “เดือนแห่งการอธิษฐานภาวนามาราธอน” เพื่อยุติการแพร่ระบาดโควิด-19 และเพื่อเริ่มงานและกิจกรรมทางสังคมอีกครั้ง
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience)วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2021](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-11/) - การสอนคำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนา: 34 ความวักแวก ความอ้างว้าง และความเฉื่อยชา อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก ในการเรียนคำสอนของพวกเราในวันนี้ เราจะพูดกันถึงประสบการณ์จริงของการสวดภาวนาโดยพยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงความยากลำบากทั่วไปบางประการที่พวกเราต้องค้นให้พบและสามารถชนะอุปสรรคต่าง ๆ ให้ได้ การสวดภาวนาไม่ใช่เรื่องง่าย ในการภาวนาต้องเผชิญความลำบากอยู่หลายประการ พวกเราจำเป็นต้องทราบว่าสิ่งใดคืออุปสรรคในการภาวนา และพวกเราจะเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างไร? ปัญหาแรกที่เกิดขึ้นกับผู้ที่สวดภาวนาคือ การวักแวก (ดู CCC. 2729) เมื่อพวกลูกเริ่มสวดภาวนา ความคิดของลูกก็มักระเหระหนไปไหนต่อไหนทั่วไปหมด จิตใจของลูกอยู่ที่นี่ก็จริง ทว่าความคิดของลูกอยู่ที่โน่น... นี่เรียกว่าการวักแวกจากการสวดภาวนา บ่อยครั้งการสวดภาวนาจะเกิดขึ้นพร้อมกับการวักแวก ความจริงแล้วจิตใจมนุษย์นั้นยากนักที่จะอยู่กับความคิดอย่างเดียวนานๆ พวกเราทุกคนต่างมีประสบการณ์กับประเด็นนี้เสมอ ซึ่งจะติดตามตัวเราไปแม้กระทั่งเวลาที่พวกเรานอนหลับ และพวกเราก็ทราบกันว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีที่จะปล่อยให้นิสัยเช่นนี้คงอยู่ต่อไป การต่อสู้เพื่อที่จะบรรลุและดำรงไว้ซึ่งความตั้งอกตั้งใจไม่ใช่เพียงแค่จะเกี่ยวกับการสวดภาวนาเท่านั้น หากพวกเราไม่สามารถควบคุมความตั้งอกตั้งใจได้อย่างเพียงพอ พวกเราก็จะไม่สามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี และเราก็ใม่อาจที่จะทำงานได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน นักกีฬาย่อมรับรู้กันดีว่าเราจะไม่ชนะการแข่งขันกันได้ด้วยเพียงการฝึกกายภาพ แต่ต้องมีวินัยทางปัญญาด้วย ที่สำคัญก็คือความสามารถที่จะตั้งสมาธิตั้งโฟกัสอยู่แต่ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ การวักแวกไม่เป็นความผิด ทว่าพวกเราต้องแก้ไข ในมรดกทางความเชื่อของพวกเรา ซึ่งมีคุณธรรมชั้นสูงอยู่ประการหนึ่งที่พวกเรามักจะลืม แต่มีกล่าวไว้ในพระวรสารที่เรียกกันว่า “การเฝ้าระวัง” พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “จงเฝ้าระวังและสวดภาวนา” คำสอนของพระศาสนจักรพูดอย่างชัดเจนในคำแนะนำเกี่ยวกันสวดภาวนา (เทียบ
- [สาส์นวีดีโอของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในการภาวนาสากลของคณะนักบวชเยสุอิต “ผู้แสวบุญกับนักบุญอิกญาซีอุส”](https://www.cbct.or.th/สาส์นวีดีโอของสมเด็จพร/) - แด่พี่น้อง และมิตรสหายที่รัก ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่มีโอกาสร่วมใจกับพวกท่านในการสวดภาวนาสำหรับปีนักบุญอิกญาซีอุส เป็นการเฉลิมฉลองการกลับใจของนักบุญอิกญาซีอุส ข้าพเจ้าหวังว่าทุกคนที่รับแรงบันดาลใจจากอิกญาซีอุส จากชีวิตจิตของอิกญาซีอุส จะดำเนินชีวิตในปีนี้ด้วยประสบการณ์แห่งการกลับใจ เมื่อห้าร้อยปีมาแล้วที่เมืองปัมโปลนา (Pamplona) ความฝันทางโลกทุกสิ่งทุกอย่างของอิกญาซีอุสต้องสลายไปโดยฉับพลัน กระสุนลูกปืนใหญ่ที่สร้างบาดแผลให้อิกญาซีอุสนั้นเปลี่ยนวิถีชีวิตและวิถีทางโลกของท่านอย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าสิ่งที่เล็กน้อยอาจกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด กระสุนปืนใหญ่นั้นทำให้ความคิดที่ท่านเฝ้าใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตนั้นต้องล้มเหลวลง ทว่าพระเจ้าทรงมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับอิกญาซีอุส ความฝันของพระเจ้าสำหรับอิกญาซีอุสไม่เกี่ยวกับตัวของอิกญาซีอุสเอง แต่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือวิญญาณ เป็นความฝันแห่งการไถ่กู้ เป็นความฝันที่ต้องออกไปสู่โลกโดยที่พระเยซูคริสต์ผู้สุภาพและยากจนติดตามไปด้วย การกลับใจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประจำวัน น้อยครั้งที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวสำหรับทุกคน การกลับใจของอิกญาซีอุสเกิดขึ้นที่เมืองปัมโปลนา (Pamplona) จุดเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้น ณ ตรงนั้น ท่านกลับใจทั้งชีวิตวันแล้ววันเล่า นี่หมายความว่าตลอดชีวิตท่านได้ยึดมั่นในพระเยซูคริสต์ผู้เป็นศูนย์กลางในชีวิต และท่านกระทำเช่นนี้โดยอาศัยการรำพึงไตร่ตรอง การไตร่ตรองไม่ได้นิ่งอยู่กับที่ แต่เป็นการต่อเนื่องจากจุดเริ่มต้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับการปรับเข็มทิศเพื่อที่จะสามารถเดินไปในหนทางที่ถูกต้องซึ่งมีทางแพร่งและคดเคี้ยวมาก ชีวิตต้องยอมให้พระจิตคอยช่วยชี้นำ ซึ่งจะนำตัวท่านให้ไปพบกับพระเยซูคริสต์ ในการเดินทางในโลกนี้ พวกเราจะพบปะกับผู้อื่นดังที่อิกญาซีอุสกระทำในชีวิตของตน คนอื่นเหล่านี้คือเครื่องหมายที่จะช่วยให้พวกเราเดินอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง และเขาเหล่านั้นจะช่วยให้พวกเรากลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาเป็นพี่น้องของพวกเรา พวกเขาเป็นสถานการณ์ พระเจ้าจะทรงตรัสกับพวกเราโดยผ่านพวกเขา พวกเขาเป็นสถานการณ์ จงฟังผู้อื่น จงอ่านสถานการณ์ พวกเราเป็นเครื่องหมายบอกทางให้กับผู้อื่น พวกเราเป็นผู้แสดงหนทางของพระเจ้าให้กับผู้อื่นด้วย การกลับใจมักจะเกิดขึ้นในการเสวนา การเสวนากับพระเจ้า การเสวนากับผู้อื่น และการเสวนากับโลก ข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ผู้ที่ได้รับการดลใจจากชีวิตฝ่ายจิตของอิกญาซีอุสจะทำการเดินทางพร้อมกับครอบครัวอิกญาซีอุส
- [ประกาศคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาสแผนกครอบครัว เรื่อง การดำเนินงานอภิบาลครอบครัวระดับสากลสู่ระดับภูมิภาค ระดับสังฆมณฑลและระดับวัด](https://www.cbct.or.th/ประกาศคณะกรรมการคาทอลิ/) - ประกาศคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาสแผนกครอบครัว สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 01/2021 เรื่อง การดำเนินงานอภิบาลครอบครัวระดับสากลสู่ระดับภูมิภาค ระดับสังฆมณฑลและระดับวัด เนื่องด้วยทางคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาสแผนกครอบครัว สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย น้อมรับคำสอนทางการของพระศาสนจักรเรื่อง “การก้าวเดินไปด้วยกันในชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร” (Synodality in the Life and Mission of the Church) ของคณะกรรมาธิการเทววิทยานานาชาติ นครรัฐวาติกัน (International Theological Commission) ซึ่งพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงมีพระประสงค์ปฏิรูปพระศาสนจักรสากลและพระศาสนจักรท้องถิ่น โดยใช้คำว่า “Synodality” การก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นกุญแจสำคัญในการปฏิรูป และพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบร่วมกันในการก้าวเดินไปด้วยกัน พระศาสนจักรถูกเรียกร้องต้องแสดงให้เห็นว่าทุกคนมีส่วนร่วมตามกระแสเรียกของแต่ละคน ในการภาวนาร่วมกัน รับฟังด้วยกัน วิเคราะห์วิจัยด้วยกัน เสวนากันและกัน ไตร่ตรองร่วมกัน และมอบคำแนะนำในการตัดสินใจเรื่องของการอภิบาล ซึ่งมีความสอดคล้องกับพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามากที่สุดเท่าที่จะมากได้ (เทียบ 67-68) การก้าวเดินไปด้วยกัน รวมหมายถึง โครงสร้างที่ถูกแสดงออกมาในระดับสถาบันที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาคและระดับสากล เพื่อบริการและรับใช้พระศาสนจักร โดยมีบิชอปเป็นประธานและเป็นหนึ่งเดียวกับบิชอบแห่งกรุงโรม (เทียบ 70)
- [บทเทศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในวันสมโภชพระจิต (Pentecost)](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์ของสมเด็จพระสัน/) - “เมื่อพระจิตเจ้าเสด็จมา ซึ่งเราจะส่งมายังท่านจากพระบิดา..” (ยน. 14: 26) ด้วยคำพูดเหล่านี้พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาจะส่งพระจิตมายังศิษย์ของพระองค์ในฐานะที่เป็น “ของขวัญอันประเสริฐสูงสุด” ในบรรดาของขวัญทั้งปวง พระองค์ทรงใช้คำที่ไม่ธรรมดาและล้ำลึกเพื่อที่จะอธิบายถึงพระจิต พระผู้บรรเทา (ปาราคลีท -Paraclete) วันนี้ขอให้พวกเรามาพิจารณกันถึงคำนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแปลเพราะว่าคำนี้มีความหมายหลายอย่าง โดยแก่นแท้แล้วหมายถึงสองสิ่งด้วยกัน 1) ผู้บรรเทา และ 2)ทนายแก้ต่าง “ปาราคลีท – Paraclete” คือผู้บรรเทา พวกเราทุกคนโดยเฉพาะในเวลาที่มีความยุ่งยากลำบาก เช่นผู้ที่กำลังประสบภัยอยู่ขณะนี้เนื่องจากโรคระบาดต่างพากันมองหาความบรรเทา บ่อยครั้งพวกเรามักจะหันไปแสวงหาความบรรเทาแบบทางโลก ซึ่งเป็นความบรรเทาแบบฉาบฉวยแล้วจะมลายไปอย่างรวดเร็ว วันนี้พระเยซูคริสต์ทรงนำเสนอความบรรเทาแห่งสวรรค์ให้พวกเรา นั้นคือพระจิตซึ่งเป็น “ผู้บรรเทาที่ดีที่สุด” (เทียบบทอ่านเสริม) ความบรรเทาเช่นนี้แตกต่างกันอย่างไร? ความบรรเทาของชาวโลกเป็นเหมือนยาบรรเทาความปวด ซึ่งช่วยระงับความเจ็บปวดเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ไม่รักษาความเจ็บปวดที่อยู่ลึกภายในจิตใจ การบรรเทาแบบชาวโลกอาจบรรเทาพวกเราได้ก็จริง ทว่าไม่ได้ช่วยรักษาพวกเราให้อาการเจ็บปวดหายขาด แบบตัวยาที่ทำงานได้จำเพาะบนพื้นผิวหนังในระดับของความรู้สึก แต่ไม่อาจเข้าไปเข้าไปถึงก้นบึ้งในหัวใจของพวกเรา มีเพียงใครบางคนที่ทำให้รู้สึกว่าพวกเราได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม และเป็นผู้ที่สามารถมอบสันติสุขให้กับหัวใจของพวกเรา นี่คือพระจิตซึ่งเป็นองค์ความรักของพระเจ้าสามารถทำสิ่งนี้ได้เป็นพิเศษ พระองค์เสด็จมาสู่จิตใจของพวกเรา ในฐานะที่เป็นพระจิตพระองค์ทรงกระตุ้นในจิตใจของพวกเรา พระองค์เสด็จมา “ประทับอยู่ในดวงใจ” ของพวกเราดุจ “แขกที่น่าต้อนรับที่สุดของดวงวิญญาณ” (Ibid.) พระองค์ทรงเป็นความรักของพระเจ้า ผู้ที่จะไม่ทรงทอดทิ้งพวกเราไป เพราะการประทับอยู่กับผู้ที่อยู่ตามลำพังในตัวเองก็เป็นบ่อเกิดแห่งความบรรเทาใจอยู่แล้ว ลูก
- [พระมารดาพรหมจารีแห่งสายประคำศักดิ์สิทธิ์ แห่งเมืองปอมเปอี](https://www.cbct.or.th/พระมารดาพรหมจารีแห่งสา/) - “แม่พระแห่งลูกประคำ” นามนี้ มีกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ไม่มีใครทราบแน่ชัด นักประวัติศาสตร์บางคนสันนิษฐานว่า อาจกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 8 ก็ได้ เวลานั้นมีการสวดบท “ข้าแต่พระบิดา” ซ้ำไปซ้ำมา โดยใช้รูปประคำนับจำนวนให้ครบ 150 บท ตามจำนวนบทสดุดีในพระคัมภีร์อยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ไม่รู้หนังสือเวลานั้น ซึ่งไม่สามารถสวดบทสดุดีได้ ก็ใช้การสวดบทข้าแต่พระบิดาแทน แล้วต่อมา จึงมีผู้นำเอาบทสดุดีแม่พระ หรือบทวันทามารีอาท่อนแรกมาใช้แทนบท “ข้าแต่พระบิดา” เป็นอันว่า การใช้ลูกประคำเป็นเครื่องมือในการสวด มีมาแต่นานแล้ว แต่นาม “แม่พระลูกประคำ” เรามักเชื่อมความเกี่ยวโยงกับการประจักษ์ของแม่พระต่อนักบุญดอมินิโกในปี 1208 ณ วัดแห่ง Prouill เวลานั้น นักบุญดอมินิโก กำลังต่อสู้กับอิทธิพลอันใหญ่หลวงของลัทธิเฮเรติก ที่เรียกว่า Albigensian ท่านรู้สึกถึงความท้อแท้ เพราะการทำงานของท่านไร้ผล แม่พระประจักษ์มาและทรงสอนท่านว่า “อย่าแปลกใจเลย ที่การทำงานของลูกไร้ผล ลูกกำลังทำงานบนผืนดินที่แห้งแล้ง โดยไม่รดน้ำด้วยพระหรรษทาน เมื่อพระเจ้าทรงประสงค์จะเนรมิตแผ่นดินขึ้นใหม่นั้น พระองค์เริ่มด้วยการส่งฝนแห่งความเจริญงอกงาม นั่นคือ การแจ้งสารของเทวทูต (ทำทักทายว่า “วันทามารีอา...” ) ฉะนั้นลูกจึงเผยแพร่การสวดคำทักทายของเทวทูตนี้ 150 ครั้ง และบทข้าแต่พระบิดา
- [วันที่ 1 มิถุนายน ระลึกถึงนักบุญยุสติน มรณสักขี](https://www.cbct.or.th/วันที่-1-มิถุนายน-ระลึกถึ/) - วันที่ 1 มิถุนายนระลึกถึงนักบุญยุสติน มรณสักขี(St. Justin, Martyr, memorial) นักบุญยุสตินเกิดที่ฟลาวีอา เนอาโปลิส (Flavia Neapolis) ปัจจุบันคือเมือง Nablus ในแคว้นสะมาเรีย ประเทศซีเรีย ประมาณปี ค.ศ.100 พ่อแม่ของท่านเป็นคนต่างศาสนา ท่านได้รับการศึกษาอย่างดี ตั้งแต่ยังหนุ่มท่านได้เสาะหาข้อคำสอนจากนักปรัชญาชาวต่างศาสนามากหน้าหลายตา แต่ไม่มีใครเลยที่ดับความกระหายอันรุนแรงของท่านเพื่อเข้าถึงความจริง ไม่มีใครบอกท่านได้ชัดเจนในเรื่องคำนิยามของพระเจ้า วันหนึ่ง ขณะที่เดินเล่นบนชายฝั่งของเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ท่านได้สนทนากับคริสตชนอาวุโสที่น่าเคารพผู้หนึ่ง ทั้งสองได้สนทนาเรื่องทางปรัชญาอย่างยาวนาน ผลจากครั้งนี้ ทำให้ท่านลงมือศึกษาเกี่ยวกับบรรดาประกาศกทั้งหลาย เพราะท่านได้รับการบอกว่า จิตวิญญาณของเราจะไม่มีวันเข้าถึงความหมายรวบยอดเกี่ยวกับพระเจ้าได้เลย ถ้าเพียงใช้วิธีการทางความรู้ประสามนุษย์อย่างเดียว นักบุญยุสตินได้เห็นเป็นพยานต่อการไต่สวนและใช้วิธีทรมานต่อพวกมรณสักขีคริสตชนในช่วงการเบียดเบียนหลายๆครั้ง ท่านแปลกใจต่อความไม่เกรงกลัวต่อความเจ็บปวดและความตาย ที่เห็นได้บนใบหน้าของพวกเขา ซึ่งอธิบายเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากว่าท่านได้ข้อสรุปที่ทำให้มั่นใจได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีวันนำเราไปสู่ชีวิตที่ชั่วร้ายเลวทราม หรือความสุขทางเนื้อหนัง และเป็นเพราะความเชื่อที่มีชีวิตของบรรดามรณสักขีเหล่านั้น ผนวกเข้ากับการที่ท่านศึกษาพระคัมภีร์อย่างดี จึงทำให้ท่านกลับใจมาเป็นคริสตชนเมื่ออายุ 30 ปี ท่านดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัดและศักดิ์สิทธิ์ ได้เดินทางไปยังเอเซียน้อย (Asia Minor) คือประเทศตุรกีปัจจุบัน โดยที่ยังสวมเสื้อคลุมของการเป็นนักปรัชญาอยู่ ต่อมาได้รับการบวชเป็นสังฆานุกร และได้เทศน์สอนความจริงเกี่ยวกับพระคริสตเจ้า ได้เดินทางไปเยือนกรุงโรมสองครั้งด้วยกัน และใช้เวลาอยู่ที่นั่นพอสมควร บ้านที่ท่านอยู่ที่โรมจัดเป็นเหมือนโรงเรียนฝึกฝนผู้ปกป้องข้อคำสอนคริสตชน ต่อมาเพื่อคัดค้านความคิดแนวใหม่ๆของเฮเรติ๊ก
- [31 พฤษภาคม ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน](https://www.cbct.or.th/31-พฤษภาคม-ฉลองพระนางมารี/) - 31 พฤษภาคมฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน(Visitation of the Blessed Virgin Mary, feast) วันฉลองนี้ ระลึกถึงการเสด็จเยี่ยมของพระนางมารีย์พรหมจารี ผู้ทรงครรภ์พระกุมารน้อยเยซู เสด็จเยี่ยมญาติของเธอ นางเอลีซาเบธ ซึ่งตั้งครรภ์ ยอห์น บัปติสต์อยู่ นักบุญลูกาอธิบายอย่างซื่อๆ แต่งดงาม (ลก 1 : 39-56) ช่วยให้เราได้สัมผัสกับเหตุการณ์อันน่าชื่นชม และเผยให้เห็นแผนการแห่งความรอดที่เริ่มขึ้น เมื่อทูตสวรรค์แจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้านั้น พระนางมารีย์ทรงได้รับการแจ้งว่า เอลีซาเบธ ผู้ชราได้ตั้งครรภ์ (ลก 1 : 36) ทำให้พระนางทรงรีบไปช่วยเหลือญาติของพระนาง เพราะฉะนั้น จึงถือเป็นก้าวแรกเริ่มในความเกี่ยวข้องของพระนางกับงานการไถ่ให้รอด สิ่งที่ตามมาน่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ เพียงได้ยินเสียงทักทายของพระนางมารีย์ เด็กในครรภ์ของเอลีซาเบธก็ได้รับความศักดิ์สิทธิ์ และได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากบาปกำเนิด (เทียบ ลก 1 : 44) ดังที่ทูตสวรรค์กาเบรียลได้กล่าวไว้กับเศคาริยาห์มาก่อนแล้ว (เทียบ ลก 1 : 15 "…เขาจะได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยมตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา") และการดิ้นในครรภ์ของยอห์น บัปติสต์ คือการเริ่มภารกิจของเขาในการเป็นพยานถึงองค์ความสว่าง แท้จริงแล้ว
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงปิดพิธีสวดสายประคำมาราธอน ณ สวนวาติกัน วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2021](https://www.cbct.or.th/สมเด็จพระสันตะปาปาฟราน/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงนำสวดสายประคำในวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2021 เพื่อปิดพิธีสวดสายประคำมาราธอนทั้งเดือนเพื่อจุดประสงค์ในการยุติโรคระบาดโควิด-19 พระสันตะปาปาจะทรงนำสัตบุรุษสวดสายประคำในวันสุดท้ายของเดือนพฤษภาคมเป็นการปิดพิธีสวดสายประคำมาราธอนตลอดเวลาหนึ่งเดือน เพื่อยุติการระบาดของโควิด 19 และเปิดกิจกรรมสังคมสงเคราะห์และเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานทั่วโลก แม่พระผู้แก้ปมปัญหา (Our Lady of the Untier Knot) สำหรับคืนสุดท้ายของการสวดภาวนา (31 พ.ค. 2021) พระสันตะปาปาทรงขอให้มีการตั้งพระรูปของแม่พระผู้แก้ไขปมปัญหา ณ สวนวาติกัน ซึ่งจะเป็นสักการสถาน ณ ที่โล่งแจ้งสำหรับโอกาสนี้ พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพระรูปองค์นี้เสมอมา ซึ่งพระรูปนี้ถูกนำมาจากเมืองเอาก์สบวร์ก (Augsburg) ประเทศเยอรมนี ภาพวาดในคริสต์ศตวรรษที่ 18 แสดงเห็นพระแม่มารีย์กำลังแก้ปมริบบิ้นสีขาว ซึ่งทูตสวรรค์สององค์ถืออยู่และล้อมรอบด้วยข้อความในพระคัมภีร์ที่แสดงถึงความหวัง ความเมตตา และชัยชนะเหนือความชั่วร้ายต่าง ๆ บิชอปองค์ปัจจุบันแห่งเอาก์สบวร์ก พระคุณเจ้าแบร์ธัม โมฮานเนส ไมเออร์ (Bertam Mohannes Meier) กำลังนำพระรูปดังกล่าวไปยังกรุงโรมสำหรับเหตุการณ์ในวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2021 ซึ่งจะนำไปมอบให้กับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระคุณเจ้าไมเออร์ จะเป็นผู้นำขบวนแห่พระรูปเพื่อเปิดพิธี และจะนำพระรูปไอคอนไปประดิษฐานไว้
- [ครูคำสอนคือกระดูกสันหลังของพระศาสนจักร](https://www.cbct.or.th/ครูคำสอนคือกระดูกสันหล/) - จาก Aleteia, 26 พฤษภาคม 2021 โดย มารีอา โลซาโน ACN Aid to the Church in Need (ACN) เป็นหน่วยงานในพระศาสนจักรคาทอลิก ที่ช่วยเหลือพระศาสนจักรในประเทศที่ต้องการความข่วยเหลือ ตั้งในปี ค.ศ.1947 (หลังสงคามโลกครั้งที่ 2) เรยีนา ลินซ์ ผู้อำนวยการโครงการต่างๆ ที่ช่วยงานอภิบาลและสงเคราะห์ของพระศาสนจักรคาทอลิกนานาชาติ ได้กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ออกสมณลิขิตอัตตาณัติ “ศาสนบริกรดั้งเดิม” เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2021 เกี่ยวกับครูคำสอนศาสนบริการฆราวาส ให้มีพิธีแต่งตั้งเป็นทางการ โครงการของเราสนับสนุนงานมากว่า 140 ประเทศในโลก ที่มีครูคำสอนเป็นกระดูกสันหลังของพระศาสนจักร เป็นพิเศษในเขตที่อยู่ห่างไกล ซึ่งบาทหลวงไปเยี่ยมวัดได้นานๆครั้ง หรือในประเทศที่มีสงคราม และการเบียดเบียน ทำให้งานในเขตวัดมีความยากลำบาก บรรดาครูคำสอนจึงเป็นผู้ที่เราติดต่อได้ เป็นผู้ช่วยเหลือ และเป็นผู้ทำงานอภิบาล ครูคำสอนรับผิดชอบงานอภิบาลในเขตที่ไม่มีบาทหลวง บางครั้งพวกเขาไม่มีรายได้ สำหรับความกล้าหาญ และความศรัทธา
- [พระศาสนจักรท้องถิ่นแต่ละประเทศจะเริ่มต้นกระบวนการของการประชุมซีน็อดของบรรดาบิชอป](https://www.cbct.or.th/พระศาสนจักรท้องถิ่นแต่/) - ในเดือนตุลาคมนี้ พระสันตะปาปาฟรานซิสจะเปิดการประชุมซีน็อดแบบสามปีต่อเนื่องกันในสามระดับ กล่าวคือ สังฆมณฑล ทวีป และสากล เพื่อการปรึกษาหารือและการไตร่ตรองซึ่งจะกระทำด้วยการประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคม 2023 ณ กรุงโรม “ทุกคนต่างฟังกันและกัน และทุกคนฟังเสียงพระจิตเจ้า” เพื่อที่จะทำให้การก้าวเดินไปด้วยกันดังที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปรารถนาตั้งแต่เริ่มสมณสมัยให้เป็นรูปธรรมและมองเห็นได้ การประชุมซีน็อดของบรรดาบิชอปครั้งต่อไปซึ่งมีกำหนดการในเดือนตุลาคม 2023 ซึ่งจะไม่กระทำเพียงแค่ที่นครรัฐวาติกันเท่านั้น แต่ขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องกระทำทุกสังฆมณฑลของทั้งห้าทวีปโดยใช้เวลาสามปี ซึ่งแบ่งออกเป็นสามระดับ กล่าวคือ ระดับสังฆมณฑล ระดับทวีป และระดับสากลรวมทั้งพระศาสนจักรคาทอลิกจารีตตะสันออกด้วย อันประกอบด้วยสภาซีน็อดต่าง ๆ พระศาสนจักรที่รวมกันภายใต้การปกครองด้วยกฎหมายของตนเอง “sui iuris” และยังครอบคลุมไปถึงสภาบิชอปของแต่ละประเทศ ทุกภูมิภาค ทั่วทุกทวีป การประชุมซีน็อดในรูปแบบการกระจายอำนาจ (A decentralized Synod) สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ทรงมองว่าการประชุมซีน็อดของบรรดาบิชอปเป็นหนทางที่จะสานต่อประสบการณ์ร่วมกันแห่งสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ในช่วงพิธีเฉลิมฉลองครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาการตั้งสถาบันเพื่อการประชุมซีน็อดของบรรดาบิชอป พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงแสดงความปรารถนาของพระองค์เช่นนี้เพื่อเป็นหนทางร่วมกันสำหรับ “ฆราวาส ผู้อภิบาลหรือผูเลี้ยงแกะ และบิชอปแห่งกรุงโรม” บัดนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเรากำลังจะทำการเฉลิมฉลองสมัชชาซีน็อด “แบบการกระจายอำนาจ” สมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงทำพิธีเปิดอย่างสง่า ณ
- [ประเทศฮังการีเตรียมรับเสด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โอกาสเคารพศีลมหาสนิทสากล เดือนกันยายน 2021](https://www.cbct.or.th/ประเทศฮังการีเตรียมรับ/) - ประเทศฮังการีกำลังเตรียมการเคารพศีลมหาสนิทสากลซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จไปเป็นประธานพิธีบูชาขอบพระคุณวันปิดงานชุมนุมศีลมหาสนิทฯ ในเดือนกันยายน 2021 พระคาร์ดินัลชาวฮังกาเรียน ปีเตอร์ เอร์โด(Peter Erdo) ได้ติดต่อกับสันตะสำนัก วาติกัน เกี่ยวกับการชุมนุมซึ่งท่านมองว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังสำหรับประเทศฮังการีท่ามกลางความน่าสงสารของมวลมนุษย์ ประมุขพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศฮังการีกล่าวถึงการชุมนุมเคารพศีลมหาสนิทสากลปีนี้ ณ กรุงบูดาเปสต์ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเข้าร่วมงานชุมนุมด้วยในเดือนกันยายนว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตหลังการเกิดโรคระบาดโคโรนาไวรัส พระคาร์ดินัลเอร์โด ได้แสดงความคิดเห็นว่าเมื่อประเทศของท่านไว้ทุกข์ให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากโรคระบาดโควิด19 กว่า 29,000 คนซึ่งมีประชากรไม่ถึง 10 ล้านคน ประเทศฮังการีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคระบาดโคโรนาสูงที่สุดในโลกหากนับจากอัตราจำนวนประชากร พระคาร์ดินัลเอร์โด กล่าวในแถลงการณ์ถึงการมีส่วนร่วมของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในการชุมนุมเคารพศีลมหาสนิทสากล และท่านกล่าวกับเลขาธิการรัฐแห่งสันตะสำนัก คือพระคาร์ดินัลปีเอโตร ปาโรลิน (Pietro Parolin) พระคาร์ดินัลเน้นว่าการสนทนาของท่านมุ่งเป้าไปยังเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับการชุมนุมที่จะจัดขึ้น ซึ่งถูกเลื่อนมาจากปีที่แล้ว 2020 เนื่องจากโรคระบาด ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่าผู้แทนจากวาติกันได้เดินทางมาสำรวจสถานที่ ณ กรุงบูดาเปสต์ซึ่งจะจัดให้เป็นสถานที่ชุมนุมเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากการเลื่อนการชุมนุมเพราะโรคระบาด ซึ่งขณะนี้กำหนดไว้วันที่ 12 กันยายน 2021 ซึ่งจะมีพิธีบูชาขอบพระคุณที่บริเวณลานมาเจสติก ฮีโรส์ (Majestic Heroes) ภายในกรุงบูดาเปสต์ ขณะนี้คาดการณ์ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จไปเป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณ ณ กลางเมืองหลวงแห่งประเทศฮังการี
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 16-05-2021 “มิสซาเพื่อสันติสุขของชาวเมียนมาร์”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-4/)
- [สัปดาห์เลาดาโตซี 2021 วันที่ 16 - 24 พฤษภาคม](https://www.cbct.or.th/สัปดาห์เลาดาโตซี-2021-วันที/)
- [สมณลิขิตในรูปแบบสมณดำริของพระสันตะปาปาฟรานซิสว่าด้วยความโปร่งใสในการบริหารจัดการงบประมาณสาธารณะ](https://www.cbct.or.th/สมณลิขิตในรูปแบบสมณดำร/) - ความซื่อสัตย์ในเรื่องเงินทองเล็กน้อยตามพระคัมภีร์เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ในเรื่องที่เป็นความสำคัญเช่นเดียวกันกับความไม่ซื่อสัตย์ในเรื่องที่มีความสำคัญเล็กน้อยนั้นจะเกี่ยวกับการไม่ซื่อสัตย์ในสิ่งที่มีความสำคัญ (เทียบ ลก. 16: 10) สันตะสำนัก นครรัฐวาติกันในการปฏิบัติตามอนุสัญญาขององค์การสหประชาชาติต่อต้านการคอรัปชั่น (Merida Convention) ตัดสินใจที่จะดำเนินการให้ดีที่สุดในการป้องกันและต่อสู้กับการคอรัปชั่นในรูปแบบต่างๆ โดยอาศัยสมณลิขิตรูปแบบพระสมณดำริ ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2020 ภายใต้ชื่อ “แนวทางว่าด้วยความโปร่งใส การควบคุม และการแข่งขันในสัญญาว่าจ้างของสันตะสำนักและรัฐวาติกัน” ได้มีการวางการป้องกันพื้นฐานเพื่อต่อสู้กับการคอรัปชั่นในบริบทของสัญญาสาธารณะ ทว่าการคอรัปชั่นก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในหนทางและรูปแบบต่างๆ ในแผนกอื่น ๆ นอกเหนือจากแผนกการจัดซื้อจัดจ้าง และนี่เป็นเหตุผลที่กฏเกณฑ์ระเบียบสากล และการปฏิบัติที่ดีออกกฎบังคับพิเศษเรื่องความโปร่งใสสำหรับบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญในด้านสาธารณะ เพื่อป้องกันและต่อสู้กับกับความขัดแย้งการขัดผลประโยชน์ และการเห็นแก่พรรคพวกโดยทั่วไปในทุกแผนก เมื่อเห็นว่าทุกคนที่ทำงานอยู่ในแผนกต่างๆของโรมันคูเรีย ในสถาบันที่เชื่อมโยงกับสันตะสำนัก หรือสถาบันที่มีความเกี่ยวข้อง และในการบริหารจัดการของรัฐวาติกันพวกเขามีความรับผิดชอบที่จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตตามที่มีกล่าวไว้ในพระวรสาร ด้วยการปฏิบัติตามหลักการ เพื่อความโปร่งใสปราศจากซึ่งการขัดกับผลประโยชน์ เรา (พระสันตะปาปา) จึงประกาศกฎเกณฑ์ดังต่อไปนี้ §1 ในกฎเกณฑ์ทั่วไปของโรมันคูเรีย หลังมาตรา 13 ขอให้เติมมาตรา 13bis เข้าไป §1 บุคคลที่ได้รับการจ้างหรือที่จะถูกจ้างในระดับผู้ปฏิบัติงานระดับ C. C1, C2 และ C3 รวมถึงพระคาร์ดินัลหัวหน้าแผนก
- [สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา](https://www.cbct.or.th/สมณสภาเพื่อการเสวนาระห/) - พี่น้องทั้งพุทธศาสนิกชนและคริสตศาสนิกชน ต่างช่วยกันส่งเสริมวัฒนธรรม การเอาใจใส่ดูแลและความเอื้ออาทรต่อกันและกัน สาส์นวันวิสาขบูชา พ.ศ. 2564 /ค.ศ. 2021 นครรัฐวาติกัน แด่ กัลยาณมิตรพุทธศาสนิกชน ที่เคารพรัก 1.ในนามของสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา ข้าพเจ้าขอมอบสาส์นถึงท่านในโอกาสนวันวิสาขบูชาเพื่อร่วมขอแสดงความยินดีและขอมอบความสุขแก่ท่าน ข้าพเจ้าอธิษฐานภาวนาด้วยความปรารถนาดีในโอกาสเฉลิมฉลองประจำปีวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโคตะมะ ซึ่งมีการเฉลิมฉลองกันทั่วโลก 2. สถานการณ์ปัจจุบันในทั่วโลกที่เผชิญกับภัยโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งกำลังท้าทายบรรดาศาสนิกชนทุกศาสนาให้ต้องร่วมมือกันของชุมชนมนุษยชาติในการบริการรับใช้ด้วยวิธีการใหม่ ในสมณสาส์นเวียน “เราต่างเป็นพี่น้องกัน” (Fratelli Tutti) ซึ่งพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ทรงลงพระนาม ณ เมืองอัสซีซี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2020 พระองค์ทรงอธิบายถึงความเร่งด่วนของความเอื้ออาทรต่อกันในระดับสากล ซึ่งสามารถเอาชนะกับวิกฤตต่างๆ ด้วยการร่วมมือกัน เพราะว่า “ไม่มีผู้ใดจะเอาตัวรอดได้เพียงผู้เดียวโดยลำพัง” (พระสันตะปาปาฟรานซิส, Fratelli tutti, ข้อ 32) 3. สาส์นแสดงความยินดีเช่นนี้ ซึ่งเรามอบให้แก่กันและกระทำแบบต่อเนื่องเนิ่นนานครบ 25 ปีแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นคุณค่าอันสำคัญหลายประการ พวกเราต่างก็มีความเชื่อความศรัทธาร่วมกันและปรีชาญาณก็ช่วยสนับสนุนในความร่วมมือกันที่พวกเราต่างช่วยส่งเสริมกันและกัน โดยเฉพาะในเวลาที่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อนเช่น วิกฤตในปัจจุบันอันเป็นความทุกข์เดือดร้อนอันเกิดจากโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งทำให้พวกเราต่างก็รับรู้ถึงอันตรายร่วมกัน
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2021 ณ บริเวณลานนักบุญดามาโซ (San Damaso) นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-10/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พ่อรู้สึกยินดีที่ได้มาพบปะกันแบบหน้าต่อหน้าอีกครั้งหนึ่ง เพราะพ่ออยากจะบอกบางสิ่งบางอย่างกับพวกลูก เป็นการที่ไม่ดีเลยที่พ่อจะพูดกับหน้ากล้องที่ไม่มีใครฟัง แบบมองเห็นใบหน้ากัน พ่อรู้สึกแปลก ๆ ยังไง ๆ ชอบกล แต่บัดนี้หลังจากผ่านไปหลายเดือนพวกเรากลับมาเห็นหน้ากันอีก ซึ่งต้องขอบใจมงซินญอร์ซาปีเอนซา (Sapienza) ที่บอกว่า พวกเราจึงได้มารวมตัวกันที่นี่อีกครั้งหนึ่ง การที่ได้พบกับผู้คนแบบหน้าต่อหน้า กับพวกลูก ๆ ที่นี่ แต่ละคนต่างก็มีเรื่องราวของตนเอง ผู้คนที่มาจากทั่วโลก จากประเทศอิตาลี จากสหรัฐอเมริกา จากโคลัมเบีย... พ่อคิดว่ามีพี่น้องชาวสวิสสี่คนที่เป็นนักฟุตบอลทีมเดียวกันอยู่ที่นี่ด้วย แต่พ่อมองไม่เห็นซิสเตอร์ที่มาเป็นประจำ คิดก็ว่าเธอมาด้วยเช่นกัน... และการที่ได้เห็นใบหน้าของลูกทุกคน ทำให้พ่อรู้สึกดีใจมาก เพราะพวกเราทุกคนเป็นพี่น้องกันในพระเยซูคริสต์ และเมื่อพวกเราต่างมองกันและกัน จะช่วยให้พวกเราสวดภาวนาให้กันและกัน แล้วก็ยังมีประชาชนที่อยู่ไกลออกไป แต่ทำตัวใกล้ชิดกับพวกเราเสมอ ซิสเตอร์เจเนอเวียฟ (Sister Genevieve) มาเป็นประจำซึ่งมาจาก ลูนาปาร์ค (Lunapark) กับผู้คนที่ทำงานหนัก...อีกจำนวนมาก พวกเขาทุกคนอยู่ที่นี่ ขอบคุณที่คนที่มาเยี่ยมพ่อ ขอให้นำสาส์นของพระสันตะปาปาไปยังทุกคน สาส์นจากพระสันตะปาปาคือจากพ่อเองที่อธิษฐานภาวนาสำหรับทุกคน และพ่อก็ขอให้พวกลูกภาวนาสำหรับพ่อด้วย พวกเราจะเป็นหนึ่งเดียวกันในการอธิษฐานภาวนา และเมื่อพูดถึงการสวดภาวนาของคริสตชน ก็เช่นเดียวกันกับชีวิตของคริสตชนทุกคน ซึ่งไม่ใช่
- [สมณลิขิตในรูปแบบพระสมณอัตตาณัติ (Motu Proprio) ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส “ANTIQUUM MINISTERIUM”](https://www.cbct.or.th/สมณลิขิตในรูปแบบพระสมณ-2/) - พันธกิจการสอนคำสอนในพระศาสนจักรเป็นเรื่องโบราณ นักเทววิทยาทั่วไปถือว่าแบบฉบับแรกๆ ที่ปรากฏให้เห็นแล้วในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ การรับใช้ในการสอนคำสอนอาจเท้าความย้อนหลังไปถึง “อาจารย์” เหล่านั้นที่มีการเอ่ยถึงโดยอัครสาวกในจดหมายที่เขียนถึงชาวโครินธ์ “พระเจ้าทรงกำหนดให้บางคนในพระศาสนจักรเป็นอัครสาวก เป็นประกาศก เป็นอาจารย์ เป็นผู้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ อันมีพระพรแห่งการเยียวยา ให้ความช่วยเหลือ เป็นผู้บริหาร และพูดได้หลายภาษา ทุกคนเป็นอัครธรรมทูตหรือเปล่า? ทุกคนเป็นประกาศกหรือเปล่า? ทุกคนเป็นอาจารย์หรือเปล่า? ทุกคนทำงานที่ยิ่งใหญ่หรือเปล่า? ทุกคนมีพระพรในการเยียวยาหรือเปล่า? ทุกคนพูดได้หลายภาษาหรือเปล่า? ทุกคนเป็นคนตีความพระคัมภีร์หรือเปล่า? ทุกอย่างล้วนเป็นพระพรฝ่ายจิตที่ยิ่งใหญ่ แต่ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่ายังมีหนทางที่วิเศษกว่านั้นอีก (1 คร. 12: 28-31) นักบุญลูกาเริ่มต้นพระวรสารว่า “หลังจากที่ได้ตรวจสอบทุกสิ่งอย่างแม่นยำแล้ว ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเช่นเดียวกันที่จะบรรทึกทุกสิ่งตามลำดับเพื่อท่านเทโอฟีลุสผู้เลอเลิศ เพื่อที่ท่านจะได้ตระหนักรู้ถึงความเป็นศูนย์กลางแห่งคำสอนที่ท่านได้รับ” (ลก. 1: 3-4) ผู้นิพนธ์พระวรสารดูเหมือนจะรับรู้อย่างดีว่าการเขียนของตนในการเสนอรูปแบบพิเศษของการอบรมที่สามารถให้หลักประกันที่แน่นอนสำหรับผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปแล้ว ในส่วนของอัครธรรมทูตเปาโล ท่านบอกชาวกาลาเทียว่า “ผู้ที่ได้รับการสอนในพระวาจาควรที่จะแบ่งปันทุกสิ่งกับผู้สอนของตน” (กท. 6: 6) ดังที่ปรากฏข้อความนี้ยังให้รายละเอียดอีกประการหนึ่ง ซึ่งพูดถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันแห่งชีวิตว่าเป็นดุจเครื่องหมายของการบังเกิดผลแห่งการสอนคำสอนที่ถูกต้องถ่องแท้ ตั้งแต่แรกเริ่มชุมชนคริสตชนมีคุณสมบัติในหลากหลายรูปแบบแห่งการประกอบพันธกิจที่ปฏิบัติโดยบรรดาชายหญิง ผู้ที่อ่อนน้อมกับการทำงานของพระจิต พวกเขาอุทิศชีวิตของตนเองให้กับการสร้างพระศาสนจักร บางครั้งพระพรที่พระจิตหลั่งไหลให้กับผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปในรูปแบบที่เห็นได้ ที่สัมผัสได้ในการรับใช้ชุมชนคริสตชน พวกเราต่างก็รับรู้ว่านี่เป็น “diakonia” หรือ การบริการรับใช้ ที่จำเป็นอันขาดมิได้สำหรับชุมชน อัครธรรมทูตเปาโลกยืนยันด้วยอำนาจเมื่อท่านประกาศว่า “มีพระพรฝ่ายจิตหลายประการแต่มีพระจิตพระองค์เดียว
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 5 พฤษภาคม 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-9/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา: 32 การสวดภาวนาแบบชีวิตสมาธิพิศเพ่ง อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย วันนี้พวกเราจะเรียนคำสอนเรื่องการสวดภาวนากันต่อไป และในครั้งนี้พ่อปรารถนาที่จะไตร่ตรองการสวดภาวนาแบบพิศเพ่ง (contemplative prayer) มิติการพิศเพ่งของมนุษย์ที่ยังไม่ใช่การภาวนาแบบพิศเพ่งค่อนข้างจะเหมือนเป็น “เกลือ” แห่งชีวิต ซึ่งให้รสชาติ ปรุงแต่งชีวิตประจำวันของพวกเรา พวกเราอาจพิศเพ่งดวงอาทิตย์โดยการจ้องมองไปยังทิศตะวันออกที่แสงทองโผล่ขึ้นมาตอนเช้า หรือมองไปยังต้นไม้ที่เขียวชอุ่มในฤดูใบไม้ผลิ พวกเราสามารถพิศเพ่งด้วยการฟังเสียงดนตรีหรือเสียงนกร้อง ด้วยการอ่านหนังสือ ด้วยการชมงานศิลป์ชั้นยอดเยี่ยมที่เป็นโฉมหน้ามนุษย์... เมื่อ ท่านคาร์โล มารีอา มาร์ตินี (Carlo Maria Martini) ได้รับพันธกิจให้ไปเป็นอาร์บิชอปแห่งมหานครมิลาน ท่านได้เขียนและตั้งชื่อจดหมายเวียนฉบับแรกของท่านว่า มิติการพิศเพ่งแห่งชีวิตเป็นความจริงซึ่งคนที่มีชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ณ ที่ซึ่งพวกเราอาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งเป็นของเทียม ทุกสิ่งที่ดำเนินไปอยู่นั้นล้วนเสี่ยงที่จะสูญเสียความสารมารถที่จะพิศเพ่ง เบื้องแรกการพิศเพ่งไม่ใช่เป็นวิธีของการปฏิบัติ แต่เป็นหนทางแห่งการเป็นอยู่ การเป็นผู้พิศเพ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงตา แต่จะขึ้นอยู่กับหัวใจ ณ จุดนี้การสวดภาวนาจะเข้ามามีบทบาทในฐานะที่เป็นการปฏิบัติในความเชื่อและความรัก เฉกเช่น “การหายใจ” ในความสัมพันธ์ของพวกเรากับพระเจ้า การสวดภาวนาชำระใจของพวกเราให้สะอาดบริสุทธิ์และทำให้การพิศเพ่งของพวกเราเห็นภาพอันชัดเจน ทำให้พวกเราสามารถเห็นความจริงจากอีกมุมมองหนึ่งของวิสัยทัศน์ คำสอนอธิบายการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจที่การสวดภาวนาทำให้บังเกิดผลนี้โดยอ้างถึงประจักษ์พยานอันมีชื่อเสียงของเจ้าวัดผู้ศักดิ์สิทธิ์ (ยอห์น มารีย์ เวียนเนย์) ที่ได้กล่าวว่า “การพิศเพ่งเป็นการมองในความเชื่อที่พิศเพ่งไปยังพระเยซูคริสต์ ‘ข้าพเจ้าพิศเพ่งไปที่พระองค์ และพระองค์ทรงพิศเพ่งมาที่ข้าพเจ้า’ นี่คือสิ่งที่ชาวนาคนหนึ่งมักจะเอ่ยถึงเจ้าวัดผู้ศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่สวดภาวนาต่อหน้าตู้ศีลมหาสนิท
- [แนวปฏิบัติการจัดพิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับและพิธีปลงศพสำหรับคริสตชนคาทอลิกในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19](https://www.cbct.or.th/แนวปฏิบัติการจัดพิธีภา/) - พระศาสนจักรคาทอลิกเฉลิมฉลองพระธรรมล้ำลึกปัสกาของพระคริสตเจ้า ด้วยความเชื่อในพิธีปลงศพบรรดาบุตรของตน เพื่อว่าเขาทั้งหลายที่เมื่อรับศีลล้างบาปได้รวมเป็นกายเดียวกันกับพระคริสตเจ้าผู้ได้สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพ จะได้ผ่านจากความตายไปรับชีวิตพร้อมกับพระองค์ โดยวิญญาณต้องรับการชำระบริสุทธิ์และถูกนำไปอยู่กับบรรดานักบุญในสวรรค์ ส่วนด้านร่างกายก็มีความหวังน่ายินดีที่จะรับเสด็จพระคริสตเจ้าและรอคอยการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย เพราะฉะนั้น พระศาสนจักรจึงถวายบูชาขอบพระคุณเฉลิมฉลองปัสกาของพระคริสตเจ้าสำหรับผู้ล่วงลับ และยังอธิษฐานภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับเหล่านั้น เพื่อเขาจะได้มีความสัมพันธ์กับทุกคนที่เป็นส่วนพระวรกายของพระคริสตเจ้า นำความช่วยเหลือฝ่ายจิตมาให้บางคน หรือนำความหวังมาบรรเทาใจให้อีกบางคนด้วย (OE 1) เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงมากขึ้น และมีผู้เสียชีวิตด้วยเหตุติดเชื้อโควิด-19 พระศาสนจักรคาทอลิกจึงกำหนดแนวปฏิบัติการจัดพิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ และพิธีปลงศพสำหรับคริสตชนคาทอลิก 1. กรณีผู้ล่วงลับเสียชีวิตด้วยเหตุปกติ 1.1 พิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ ก) ขอให้คุณพ่อผู้ประกอบพิธีให้ความสำคัญ และบรรเทาใจต่อการสูญเสียของบรรดาญาติมิตร สัตบุรุษในชุมชนวัดของท่านมากที่สุด รวมทั้งให้คำแนะนำในการจัดพิธีในช่วงสถานการณ์ที่อาจจะมีข้อจำกัด เช่น ระยะเวลาการตั้งศพ การเชิญผู้มาร่วมพิธีด้วยจำนวนจำกัดตามประกาศของ ศบค. หรือหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ ข) ลงทะเบียน และให้วัดอุณหภูมิร่างกายของทุกคนที่เข้าร่วมพิธี และไม่อนุญาตให้ผู้มีความเสี่ยงที่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการป่วย และผู้มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาฯ เข้าร่วมพิธี ค) การเคารพศพขอให้งดใช้น้ำเสก ง) จัดสถานที่ภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับให้ที่นั่งมีระยะห่าง 1.5-2 เมตร และผู้ร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยตลอดพิธีกรรม รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยให้คนที่ไม่ได้นำมา และงดการถ่ายภาพหมู่
- [โป๊ปฟรังซิสกำลังตั้งกระทรวงครูคำสอนคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/โป๊ปฟรังซิสกำลังตั้งกร/) - 5 พฤษภาคม 2021 วาติกัน โป๊ปฟรังซิสกำลังตั้งกระทรวง ( Ministry)ทางการใหม่ ในพระศาสนจักรคาทอลิก สำหรับบรรดาผู้สอนหลักความเชื่อแก่เด็กๆ และผู้อื่น วันที่ 11 พฤษภาคมจะมีประกาศพระสมณดำริ( motu propio ) การเปลี่ยนแปลงนี้ ชื่อ Antiguum ministerium(ศาสนบริกรดั้งเดิม) และจะตั้งกระทรวงครูคำสอน ในพระศาสนจักรคาทอลิก ครูคำสอนคือผู้ที่สอนหลักความเชื่อ ในศตวรรษแรกบรรดาครูคำสอนก็คือบรรดาบาทหลวง หรือสมาชิกนักบวช แต่ปัจจุบัน ครูคำสอนบ่อยๆเป็นฆราวาสอาสาสมัคร หรือครูสอนในโรงเรียนคาทอลิก หรือที่วัด สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสตระหนักดีถึงบรรดาครูคำสอนแบบเป็นทางการมากขึ้น ว่ามีบทบาทในเขตวัด ซึ่งอาจเป็นการตอบรับสมัชชาบิชอป ค.ศ. 2019 จากเขตอะมาซอน ซึ่งได้รับเรียก และได้รับการยอมรับ บทบาทฆราวาสมากขึ้น ในโครงสร้างของเขตวัด อาร์คบิชอป รีโน ฟิสิเกลล่า ประธานสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศข่าวดีใหม่ จะแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2021 นี้
- [ราชินีแห่งสวรรค์ (Regina Caeli) วันที่ 2 พฤษภาคม 2021 ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/ราชินีแห่งสวรรค์-regina-caeli-วันท/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในพระวรสารอาทิตย์ที่ห้าหลังปัสกา (ยน. 15: 1-8) พระเยซูคริสต์เผยพระองค์ว่าเป็นดุจลำต้นองุ่นและตรัสว่าอีกว่าพวกเราทุกคนเป็นกิ่งก้านที่ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้หากไม่ติดอยู่กับพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “เราเป็นต้นองุ่นท่านเป็นกิ่งก้าน” (ข้อ 5) ไม่มีต้นองุ่นใดที่ปราศจากกิ่งก้าน และตรงกันข้ามกิ่งก้านลำพังตัวเองจะอยู่ไม่ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับลำต้นซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งการมีชีวิต พระเยซูคริสต์ทรงเน้นคำว่า “ดำรงอยู่” พระองค์กล่าวย้ำถึง 7 ครั้งในบทอ่านพระวรสารวันนี้ ก่อนจากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดาพระเยซูคริสต์ทรงมีพระประสงค์ที่จะสร้างหลักประกันให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์ โดยทรงยืนยันว่าพวกเขายังสามารถเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “จงดำรงอยู่ในเรา และเราจะดำรงอยู่ในท่าน” (ข้อ 4) การดำรงอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องของการอยู่เฉยๆ หรืออยู่แบบ “นอนหลับ” ในพระเยซูคริสต์โดยทำตามใจตนเองแบบสบาย ๆ ไม่ใช่เลย ไม่ใช่เช่นนั้น การดำรงอยู่ในพระองค์เป็นการดำรงอยู่ในพระเยซูคริสต์ที่เสนอให้พวกเราต้องดำรงอยู่อย่างจริงจังอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการอยู่ในกันและกัน เพราะเหตุใดหรือ? เพราะกิ่งก้านที่ปราศจากลำต้นจะไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย ชีวิตต้องการน้ำเลี้ยงที่จะเจริญเติบโตและบังเกิดผล ต้นองุ่นก็เช่นเดียวกัน เพราะว่าผลไม้ไม่อาจที่จะเกิดได้จากลำต้น อันเป็นความต้องการซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องของการอยู่ในกันและกันเพื่อที่จะบังเกิดผล พวกเราดำรงอยู่ในพระเยซูคริสต์ และพระเยซูคริสต์ทรงดำรงอยู่ในพวกเรา ประการแรก พวกเราต้องการพระองค์ พระเยซูคริสต์ต้องการที่จะบอกกับพวกเราว่าก่อนที่พวกเราจะปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ ก่อนที่จะปฏิบัติตามแนวทางมหาบุญลาภ ก่อนที่จะทำเมตตากิจ
- [สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงนำสวดสายประคำเพื่อยุติโควิด-19](https://www.cbct.or.th/สมเด็จพระสันตะปาปาฟรัง/) - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงนำสวดสายประคำเพื่อยุติโควิด-19 ณ วัดน้อยเกรโกเรียน โดยตลอดเดือนพฤษภาคม 2021 นี้ สักการะสถานแม่พระทั้ง 31 แห่งทั่วโลกจะเข้าร่วมในการอธิษฐานภาวนาครั้งนี้ด้วย ขอบคุณ สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 28 เมษายน 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-8/) - พระสันตะปาปาสอนคำสอนเรื่องการสวดภาวนา: 31 - การรำพึง อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทุกคน วันนี้พวกเราจะพูดกันถึงรูปแบบของการสวดภาวนาที่เรียกกันว่า “การรำพึง”(meditation) สำหรับคริสตชน “การรำพึง” คือการค้นหาความหมายเชิงลึก นั่นหมายถึงการวางตัวพวกเราไว้ต่อหน้าความยิ่งใหญ่แห่งการเผยแสดงของพระเจ้า เพื่อพยายามที่จะทำให้เป็นตัวของพวกเราเองด้วยการยอมรับมิติชีวิตอย่างสิ้นเชิง ผู้ที่ได้ชื่อว่าคริสตชนหลังจากที่ยอมรับพระวาจาของพระเจ้าแล้วจะไม่ปิดกั้นพระวจนะของพระองค์ไว้กับตนเอง เพราะว่าพระวาจานั้นต้องเชื่อมสัมพันธ์กันกับ “หนังสืออีกเล่มหนึ่ง” ซึ่งคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกเรียกว่า “หนังสือแห่งชีวิต” (เทียบ คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 2706) นี่คือสิ่งที่พวกเราพยายามที่จะกระทำทุกครั้งที่พวกเรารำพึงพระวาจา เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีการให้ความสนใจกันมากกับการรำพึง ไม่ใช่เฉพาะคริสตชนที่พูดกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ การรำพึงมีอยู่ในแทบทุกศาสนาของโลก และยังแพร่หลายอย่างกว้างขวางแม้ในหมู่ประชาชนที่ดำเนินชีวิตโดยไม่มีศาสนา พวกเราทุกคนจำเป็นต้องรำพึง ไตร่ตรอง เพื่อที่จะค้นพบตัวเราเอง นี่เป็นพลวัตของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกซีกตะวันตกที่ละโมภหลงไหลเพียงแต่เงินทอง ประชาชนพากันรำพึงเพราะวิธีนี้ช่วยบรรเทาอุปสรรคและความว่างเปล่าในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีอยู่ทั่วไป ดังนั้นนี่คือภาพพจน์ของทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ที่นั่งรำพึงในความเงียบโดยการหลับตาครึ่งหนึ่ง... แต่พวกเราอาจถามว่าแล้วพวกนี้เขาทำอะไรกัน? พวกเขารำพึง อันเป็นปรากฏการณ์ที่พวกเราควรมองด้วยความชื่นชม ความจริงแล้วพวกเราถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่ต้องให้วิ่งเต้นตลอดเวลา พวกเรามีชีวิตภายในที่พวกเราจะละเลยเสียมิได้ เพราะฉะนั้นการรำพึงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน อาจกล่าวได้ว่าการรำพึงก็เหมือนกับการหยุดนิ่งและหายใจในชีวิตเพื่อที่จะรู้จักหยุดและนิ่งเงียบ พวกเรารับรู้อย่างดีว่า เมื่อพวกเราน้อมรับพระวาจาในบริบทของคริสตชน นั่นจะมีอัตลักษณ์พิเศษที่พวกเราจะต้องไม่ปล่อยให้สูญหายไป การรำพึงเป็นมิติที่สำคัญของมนุษย์ แต่การรำพึงในบริบทของคริสตชนไปไกลกว่านี้ อันเป็นมิติที่พวกเราจะต้องไม่ปล่อยให้หายไป ขอให้พวกเราเตือนใจตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ประตูใหญ่ที่การอธิษฐานภาวนาของผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปผ่านไปคือพระเยซูคริสต์
- [สักการะสถานทั่วโลกเชิญชวนสัตบุรุษร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันสวดสายประคำเพื่อขอให้โรคระบาดสิ้นสุดลงและขอให้ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ](https://www.cbct.or.th/สักการะสถานทั่วโลกเชิญ/) - “พระศาสนจักรอธิษฐานภาวนาอย่างร้อนรนต่อพระเจ้า” (กจ. 12: 5) สักการะสถานทั่วโลกเชิญชวนประชาสัตบุรุษในช่วงเดือนพฤษภาคมร่วมใจกันสวดสายประคำ วิงวอนพระแม่เมตตาหยุดยั้งโรคระบาด เพื่อที่พวกลูกจะสามารถดำเนินชีวิตตามปกติ แถลงการณ์จากนครรัฐวาติกัน เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาอันร้อนรนของพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ทรงปรารถนาจัดให้เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนแห่งการอธิษฐานภาวนาแบบ “มาราธอน” เพื่อวิงวอนพระเจ้าผ่านทางพระแม่มารีย์ ขอให้โรคระบาดสิ้นสุดลง ซึ่งโควิด19 ได้ก่อผลกระทบอย่างรุนแรงให้กับมนุษยชาติเกินกว่าปีแล้ว พร้อมกับขอให้พวกเราสามารถดำเนินชีวิตได้ตามวิถีปกติ พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงปรารถนาที่จะประสานกับสักการะสถานทุกแห่งทั่วโลก โดยมีส่วนร่วมในความคิดริเริ่มนี้เพื่อที่จะสามารถเป็นเครื่องมือแห่งการอธิษฐานภาวนาของพระศาสนจักรทั้งมวล ความคิดริเริ่มนี้ได้มาจากข้อความในพระคัมภีร์ที่ว่า “พระศาสนจักรอธิษฐานภาวนาด้วยใจร้อนรนต่อพระเจ้า” (กจ. 12: 5) สมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารในยุคใหม่ ที่ได้รับมอบหมายจากพระสันตะปาปาฟรานซิสให้ทำหน้าที่ประสานและดำเนินการในเรื่องนี้ โดยเชื้อเชิญไปยังทุกการะสถานทั่วโลกเพื่อส่งเสริมเผยแพร่ความคิดริเริ่มนี้ในภูมิภาคของตนเอง เพื่อเข้าถึงบรรดาศาสนบริกรบาดหลวง นักบวชชายหญิง ผู้ฝึกหัด ครอบครัวและประชาสัตบุรุษเพื่อชักชวนบรรดาลูก ๆ เยาวชนให้ร่วมใจกันสวดภาวนาวิงวอน และมอบความหวัง ความไว้วางใจไว้กับพระแม่มารีย์พรหมจารี การสวดสายประคำประจำทุกวันตลอดเดือนพฤษภาคม มีจุดประสงค์แต่ละวันแตกต่างกัน เช่นสำหรับสัตบุรุษที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกล่าวอำลากับคนที่ตนรัก สำหรับผู้ที่รักษาพยาบาลผู้ป่วย สำหรับคนยากจน คนที่ไม่มีบ้าน คนที่ประสบกับความยุ่งยากในเรื่องของเศรษฐกิจ และคนที่ตายไปแล้ว นี่คือความตั้งใจบางประการที่จะเป็นเป้าหมายการภาวนาของพวกเราต่อพระแม่มารีย์ สักการะสถานแต่ละแห่งทั่วโลกได้รับการเชิญให้สวดภาวนาในภาษาและวัฒนธรรมที่ปฏิบัติกันในท้องถิ่นโดยวิงวอนให้ชีวิตสังคม การทำงาน และกิจกรรมอื่นๆที่ถูกระงับไปในช่วงที่เกิดโรคระบาดจะได้กลับเข้าสู่สภาพเดิม การอุทธรณ์นี้ต้องการสร้างบรรยากาศการวิงวอนที่ไม่ขาดสาย ซึ่งกระจายไปทั่วทุกมุมโลกที่เกิดจากพระศาสนจักรทั้งมวลกับพระบิดา โดยอาศัยการวิงวอนของพระแม่มารีย์พรหมจารี ด้วยเหตุนี้สักการะสถานต่างๆ จึงถูกขอร้องให้ช่วยกันส่งเสริมและรณรงค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยให้ประชาสัตบุรุษมีส่วนร่วมเพื่อทุกคนจะได้อุทิศเวลาให้กับการสวดภาวนาประจำวันไม่ว่าจะเป็นในรถหรือบนท้องถนน
- [บทเทศน์ วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2021 วันอาทิตย์ผู้เลี้ยงแกะที่ดีและพิธีบวชศาสนบริกรบาดหลวง 9 องค์](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์-วันอาทิตย์ที่-25-เ/) - ลูก ๆ และพี่น้องที่รัก วันนี้ในพิธีบูชาขอบพระคุณบุตรชายของพวกเราเหล่านี้ผู้ได้รับกระแสเรียกให้เป็นบาดหลวง ขอให้พวกเราไตร่ตรองดูซิว่า พวกเขาถูกยกฐานะให้ทำพันธกิจเช่นไรในพระศาสนจักร ดังที่พวกลูกรับรู้รับทราบพระเยซูคริสต์ทรงเป็นสมณสูงสุดเพียงผู้เดียวดังที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ทว่าในพระองค์นั้นประชากรศักดิ์สิทธิ์ทุกคนของพระเจ้า ซึ่งต่างก็เป็นประชากรในสมณะ แต่ถึงกระนั้นก็ตามพระเยซูคริสต์ทรงปรารถนามที่จะเลือกบางคนเป็นพิเศษท่ามกลางบรรดาศิษย์ของพระองค์ เพื่อว่าพวกเขาจะได้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ณ ที่สาธารณะในพระศาสนจักร เพื่อมนุษย์ทุกคนในพระนามของพระองค์ และทำหน้าที่ด้วยการกระทำพันธกิจในฐานะผู้สอน สมณะ และผู้เลี้ยงแกะ หลังจากไตร่ตรองเป็นอย่างดีแล้วบัดนี้ เรากำลังจะยกฐานะพวกเขาขึ้นสู่ตำแหน่งศาสนบริกรบาดหลวงเพื่อที่พวกเขาจะได้ร่วมมือในการรับใช้พระเยซูคริสต์ เป็นผู้สอน เป็นสมณะ และเป็นผู้เลี้ยงแกะ ในการสร้างพระวรกายของพระเยซูคริสต์ ซึ่งได้แก่พระศาสนจักร ประชากรของพระเจ้า และพระวิหารของพระจิต และสำหรับพวกลูก ผู้สมัครใจที่รัก ผู้ที่กำลังจะได้รับการยกฐานะขึ้นสู่การเป็นศาสนบริกรบาดหลวง ขอให้ยึดถือว่าโดยอาศัยการรักษาและประกาศความเชื่อ พวกลูกจะกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นพระอาจารย์แต่เพียงผู้เดียว เฉกเช่นพระองค์พวกลูกจะเป็นผู้เลี้ยงแกะ นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการจากพวกลูก ซึ่งพวกลูกจะต้องเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีสำหรับประชาสัตบุรุษ ผู้เป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า พวกลูกต้องเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีที่เดินไปพร้อมกับประชากรของพระเจ้า บางครั้งก็อยู่ข้างหน้าพวกเขา บางครั้งก็อยู่ท่ามกลางพวกเขา หรืออยู่ข้างหลังพวกเขา ทว่าพวกลูกจำเป็นจะต้องอยู่ที่นั่นเสมอกับประชากรของพระเจ้า ยังมีอยู่ยุคหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของกาลเวลาเมื่อมีเสียงล่ำลือกันถึง “อาชีพบาดหลวง” ซึ่งมีความหมายไม่เหมือนกันกับสมัยนี้ บาดหลวงไม่ใช่ “อาชีพ” แต่เป็นการรับใช้เช่นเดียวกันกับที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อประชากรของพระองค์ และการรับใช้ของพระเจ้าต่อประชากรนี้มี “โฉมหน้า” มีรูปแบบ เป็นรูปแบบเฉพาะที่ต้องติดตาม
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 21 เมษายน 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-7/) - คำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนา – 30: การอธิษฐานภาวนาที่เปล่งออกจากปาก อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย การอธิษฐานภาวนาเป็นการเสวนากับพระเจ้าและทุก ๆ สรรพสัตว์ในความหมายหนึ่งก็เป็น “การเสวนา” กับพระเจ้า สำหรับมนุษย์การอธิษฐานภาวนากลายเป็นคำพูด เป็นการวิงวอน เป็นบทเพลงสรรเสริญ เป็นบทกวี... พระวจนาตถ์เสด็จมารับสภาพมนุษย์ และในร่างกายของมนุษย์แต่ละคนพระวจนาตถ์กลับไปสู่พระเจ้าในการอธิษฐานภาวนา พวกเราสรรค์สร้างคำพูดขึ้นมา คำพูดเปรียบประดุจมารดาของพวกเราด้วย และด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งช่วยหล่อหลอมพวกเรา คำพูดในการอธิษฐานภาวนาช่วยให้พวกเราเดินทางโดยปลอดภัยผ่านหุบเหวแดนมืดมิด นำทางพวกเราไปสู่ทุงหญ้าอันเขียวขจี ซึ่งมากมายไปด้วยธารน้ำ และทำให้พวกเราสามารถเฉลิมฉลองอยู่ภายใต้สายตาของศัตรูดังที่บทเพลงสดุดีสอนใจพวกเรา (เทียบ สดด. 23) คำพูดเกิดจากความรู้สึก ทว่าก็ยังมีหนทางกลับกันซึ่งคำพูดหล่อหลอมสร้างความรู้สึก พระคัมภีร์สอนประชากรให้สร้างหลักประกันว่าทุกสิ่งจะกระจ่างฃิ้นโดยอาศัยคำพูด และไม่ยกเว้นสิ่งใดที่เกี่ยวกับมนุษย์ที่ถูกกลั่นกรอง ที่สำคัญที่สุดก็คือความเจ็บปวดเป็นสิ่งอันตราย หากเก็บซ่อนไว้และปิดบังไว้ภายในตัวเรา... ความเจ็บปวดที่เก็บซ่อนไว้ในตัวพวกเราที่ไม่สามารถแก้ไขได้นั้นสามารถเป็นยาพิษให้กับวิญญาณได้ พิษร้ายอาจแทรกซึมทำให้พวกเราถึงแก่ความตายได้ นี่คือเหตุผลที่พระคัมภีร์สอนให้พวกเราต้องสวดภาวนา บางครั้งถึงกับต้องใช้คำพูดที่กล้าหาญ ผู้เขียนที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการหลอกลวงพวกเราเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ของบุคคล พวกเขาทราบว่าหัวใจของพวกเรายังสามารถที่จะเก็บความรู้สึกต่าง ๆ ที่ไม่ดีไว้แม้กระทั่งความเกลียดชัง ไม่มีผู้ใดในพวกเราที่เกิดมาเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อความรู้สึกด้านลบเหล่านี้มาเคาะที่ประตูหัวใจของพวกเรา พวกเราต้องสามารถที่จะเอาชนะความรู้สึกด้านลบด้วยการสวดภาวนาและพระวาจาของพระเจ้า พวกเรายังพบคำพูดที่รุนแรงมากมายเกี่ยวกับศัตรูในบทเพลงสดุดี – เป็นคำพูดที่ผู้นำฝ่ายวิญญาณเหล่านั้นสอนพวกเราให้ใช้กับเหล่าปิศาจซาตานและบาปของพวกเรา –
- [สรุปสาระสาส์นผ่านทางวีดีโอ วันพิทักษ์คุ้มครองโลก ค.ศ. 2021 (Message for Earth Day) “ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราต้องลงมือปฏิบัติกันจริงจัง”](https://www.cbct.or.th/สรุปสาระสาส์นผ่านทางวี/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเรียกร้องให้มีการเร่งรีบในการใช้ความพยายามร่วมกันในหนทางสู่การปกป้องพิทักษ์คุ้มครองโลกในสาส์นวีดีโอสองครั้ง สำหรับปีปกป้องโลกสากล ค.ศ. 2021 การรำลึกถึงวันปกป้องโลกสากล (Earth Day) ในวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน เป็นครั้งที่ 51 พระสันตะปาปาฟรานซิสได้ประทานผ่านทางวีดีโอสาส์นสองฉบับเตือนใจทุกคนให้คำนึงถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในการปกป้องโลกของพวกเรา สาส์นนี้ถึงผู้นำในการประชุมสูงสุดเกี่ยวกับสภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง พระสันตะปาปาฟรานซิสกล่าวว่า ความคิดริเริ่มนี้ได้นำผู้นำระดับโลกเข้าสู่หนทางของการประชุม “COP26” ซึ่งจะเกิดขึ้นที่กรุงกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ในเดือนพฤศจิกายน 2021 พระองค์ขอร้องผู้นำการประชุมสูงสุดให้ช่วยกันสนับสนุนประเทศต่างๆ “ขอให้เอาใจใส่ดูแลธรรมชาติ ซึ่งเป็นของขวัญที่พวกเราได้รับมา และพวกเราจะต้องช่วยกันรักษา ปกป้อง และทำนุบำรุงให้ระบบนิเวศดำรงอยู่ต่อไป” “ความห่วงใยของเราก็เพื่อต้องการที่จะเห็นธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สะอาดกว่า บริสุทธิ์กว่า และทนุถนอมไว้” พระสันตะปาปายังตรัสย้ำว่า “ขอให้พวกเราดูแลรักษาธรรมชาติ เพื่อว่าธรรมชาติจะได้ดูแลพวกเรา” วันพิทักษ์คุ้มครองโลกสากล ค.ศ. 2021 ในสาส์นวีดีโอที่สองที่พูดถึงวันโลกสากล ค.ศ. 2021 พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตรัสต่อไปในทำนองเดียวกัน “นี่เป็นการดีเสมอที่จะระลึกถึงสิ่งที่เรากล่าวไว้ต่อกันและกัน เพื่อที่คำพูดเหล่านั้นจะไม่กลายเป็นลมๆ แล้งๆ และมลายหายไป” พระสันตะปาปากล่าว “เป็นเวลานานพอสมควรมาแล้วที่พวกเราเคยรับรู้กันว่าธรรมชาติ ควรที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองและปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อพระเจ้าในเรื่องของชีวภาพหลากหลายก็ต้องได้รับการเอาใจใส่ และให้ความเคารพสูงสุดเช่นเดียวกัน วันปกป้องโลกสากลมีการฉลองประจำปีกันในวันที่ 22 เมษายน
- [Regina Caeli (ราชินีสวรรค์) วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2021 วันผู้เลี้ยงแกะที่ดี ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/regina-caeli-ราชินีสวรรค์-วันอาทิต/) - อรุณสวัสดิ์ ลูกๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในวันอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกาเป็นวันที่พวกเราเรียกกันว่าเป็นวันอาทิตย์แห่งผู้เลี้ยงแกะที่ดี พระวรสาร (ยน. 10: 11-18) บันทึกไว้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริง ผู้ทรง ปกป้อง รู้จัก และรัก บรรดาแกะของพระองค์ “ผู้รับจ้าง” ตรงกันข้ามกับผู้เลี้ยงแกะที่ดี เขาจะไม่สนใจแกะ เพราะแกะไม่ใช่เป็นของเขา เขาทำงานไปก็เพราะหวังเพียงแค่เงินเดือน เขาไม่สนใจที่จะปกป้องแกะ เมื่อมีสุนัขป่ามาเขาจะวิ่งหนีและทิ้งแกะไป (เทียบ ข้อ 12-13) ส่วนพระเยซูคริสต์ผู้เป็นผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริงนั้นจะตรงกันข้าม พระองค์จะทรงปกป้องพวกเราเสมอ และจะทรงช่วยพวกเราให้พ้นจากสถานการณ์ที่ลำบากยุ่งยากสับสนมากมาย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าอันตรายโดยอาศัยแสงสว่างแห่งพระวาจาของพระองค์และพลังแห่งการประทับอยู่ของพระองค์ ซึ่งพวกเราจะมีประสบการณ์เสมอ หากพวกเราตั้งใจฟังพระองค์ทุกวัน มิติที่สองได้แก่การที่พระเยซูคริสต์ ผู้เป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีทรงรู้จัก - มิติแรกคือปกป้อง มิติที่สองคือรู้จัก พระองค์รู้จักแกะของพระองค์ และแกะก็รู้จักพระองค์ (ข้อ 14) ช่างสวยงามและน่าชื่นใจจริงๆ ที่พระเยซูคริสต์ทรงรู้จักพวกเราทุกคน ใช่ว่าพวกเราเป็นผู้ที่พระองค์ไม่รู้จัก พวกเราไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ฝูงชน” สำหรับพระองค์พวกเราเป็นปัจเจกบุคคลที่มีคุณสมบัติจำเพาะเจาะจง แต่ละคนมีเรื่องราวของตนเอง พระองค์ทรงทราบเรื่องราวของเราทุกอย่างว่าแต่ละคนมีคุณค่าเช่นไร ทั้งนี้เป็นเพระว่าทุกคนถูกสร้างและได้รับการไถ่กู้จากพระเยซูคริสต์ พวกเราแต่ละคนอาจพูดได้ว่า
- [สาส์นผ่านทางวีดีโอของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานมายังผู้เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติ](https://www.cbct.or.th/สาส์นผ่านทางวีดีโอของพ-2/) - เจริญพรมายังพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้สึกยินที่มีโอกาสปราศรัยทักทายท่านในช่วงเริ่มต้นของการประชุมที่จัดโดยศูนย์กลางเทววิทยาแห่งชุมชน ณ กรุงลอนดอน เกี่ยวกับหัวข้อในหนังสือ “ขอให้พวกเราฝัน”(Let Us Dream) และที่สำคัญคือนี่เกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนของประชาชน และองค์กรที่ให้การสนับสนุน ข้าพเจ้าขอกล่าวต้อนรับเป็นพิเศษมายังกระบวนการรณรงค์ของชาวคาทอลิกเพื่อการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม ซึ่งทำการฉลองครบ 50 ปีในการช่วยเหลือชุมชนที่ยากจนในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อที่พวกเขาจะได้มีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีด้วยการส่งเสริมพวกเขาให้มีส่วนในการตัดสินใจ ซึ่งมีผลไปยังพวกเขา นี่ยังเป็นสนามแห่งการทำงานของอีกหลายองค์กรในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศในเครือสหราชอาณาจักร ประเทศเยอรมนี และที่อื่น ซึ่งมีพันธกิจในการเดินเคียงคู่กับประชาชน กล่าวคือ ผืนแผ่นดิน บ้านสถานพำนักอาศัย และการทำงาน ซึ่งอธิบายจาก “อักษร T สามตัว ในภาษาสเปนิช tierra, techo y trabajo” ที่มีความสำคัญในความเป็นเอกภาพสามัคคีหรือ “solidarity” [1] และอยู่เคียงข้างกับพวกเขาเมื่อพวกเขาพบกับทัศนคติที่ถูกเบียดเบียน ถูกรัดเอาเปรียบ และดูถูกดูแคลนเพราะความยากจน และการที่พวกเขาไม่สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานอันเป็นผลพวงตามมา เพราะโรคระบาดทำให้พวกท่าน ณ ที่ประชุม ต้องทำงานอย่างหนักยิ่งขึ้นและเป็นประจักษ์พยานชีวิตอย่างเร่งด่วนในสภาวะการณ์อันจำเป็นเช่นนี้ เป้าหมายของการประชุมอย่างหนึ่งของพวกท่านก็เพื่อที่จะแสดงว่าการตอบสนองที่แท้จริงกับการตื่นตัวของมวลชนนั้นไม่ใช่เป็นการเห็นแก่ตัวเพิ่มขึ้น แต่เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม ซึ่งต้องเป็นการเมืองแห่งภราดรภาพโดยมีรากเหง้าอยู่ในชีวิตของปวงประชา ในหนังสือที่เขียนขึ้นไม่นานมานี้ของคุณพ่ออันกุส ริทชีย์ (Angus Ritchie)
- [สาส์นจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โอกาสครบรอบ 58 ปี ของวันภาวนาสากลเพื่อกระแสเรียก](https://www.cbct.or.th/สาส์นจากสมเด็จพระสันตะ/) - สาส์นจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส โอกาสครบรอบ 58 ปี ของวันภาวนาสากลเพื่อกระแสเรียก (วันที่ 25 เมษายน 2021) นักบุญยอแซฟ: ความฝันแห่งกระแสเรียก วันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันครบรอบ 150 ปี ของการประกาศให้นักบุญยอแซฟเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากลถือเป็นจุดเริ่มต้นของปีพิเศษที่อุทิศให้กับท่าน (เทียบ กฤษฎีกาศาลคดีมโนธรรม (Apostolic Penitentiary) วันที่ 8 ธันวาคม 2020) ในส่วนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้เขียนสมณลิขิต “ด้วยหัวใจของบิดา” (Patris Corde) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายคือ “เพื่อเพิ่มพูนความรักของเราที่มีต่อท่านนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้” นักบุญยอแซฟเป็นภาพของบุคคลผู้สูงส่งแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่อยู่ “ใกล้ชิดกับประสบการณ์ความเป็นมนุษย์ของเราอย่างยิ่งในเวลาเดียวกัน” ท่านไม่ได้ทำสิ่งที่น่าประหลาดใจ ท่านไม่ได้มีพระพรพิเศษอย่างหนึ่งอย่างใด และท่านก็ไม่ได้ดูพิเศษในสายตาของคนที่พบท่าน ท่านไม่ได้มีชื่อเสียงหรือแม้แต่เป็นที่สังเกต พระวรสารไม่ได้กล่าวถึงคำพูดของท่านแม้แต่คำเดียว ถึงกระนั้นด้วยชีวิตธรรมดาของท่าน ท่านได้ทำสิ่งที่พิเศษในสายพระเนตรของพระเจ้าให้สำเร็จไป พระเจ้าทรงทอดพระเนตรที่หัวใจ (เทียบ 1 ซมอ 16: 7) และในตัวของนักบุญยอแซฟ พระองค์ทรงแลเห็นหัวใจของบิดาผู้ซึ่งสามารถเป็นผู้ให้ และทำให้ชีวิตเกิดขึ้นในท่ามกลางการงานประจำวัน กระแสเรียกต่างๆ มีเป้าหมายเดียวกันนี้ คือการให้กำเนิดและเริ่มชีวิตใหม่ในทุกวัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปรารถนาที่จะหล่อหลอมจิตใจของบิดาและมารดาอันได้แก่ หัวใจที่เปิดกว้าง
- [การเป็นประจักษ์พยานถึงความสวยสดงดงามของพระเจ้าโอกาสครบรอบ 25 ปี ของการประกาศสมณสาส์นเตือนใจ “ชีวิตผู้ถวายตัว” (Vita Consacrata – VC)](https://www.cbct.or.th/การเป็นประจักษ์พยานถึง/) - เจริญพรมายังบรรดานักบวช พี่น้องชายหญิงผู้ถวายตัว เราขอขอบคุณพวกท่านเสมอ “สำหรับพระหรรษทานที่พระเจ้าทรงมอบให้ท่านในพระเยซูคริสต์ เพราะในพระองค์ท่านได้รับความมั่งคั่งสมบูรณ์ในทุกกรณี” และ “ท่านถูกเรียกให้ติดตามพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์พระเจ้าของเรา” (คร. 1: 4) ในช่วงเวลาที่เรียกว่าภาวะวิกฤตนี้เรายืนหยัดในความเอื้ออาทรกับทุกคน “ในความทุกข์ยากและความยืนหยัดมั่นคง” (เทียบ วว. 1: 9) นี่ไม่ใช่เพียงแค่เพราะโรคระบาด แต่ที่สำคัญเพราะสิ่งที่ตามมาซึ่งมีผลกระทบต่อพวกเราอย่างรุนแรงในกิจกรรมประจำวันทางด้านสังคมและชุมชนพระศาสนจักร ผู้ถวายตัวชายหญิงถูกเรียกร้องให้ต้องปลุกทุกคนให้มีจิตสำนึกถึงความหวัง เราไม่ต้องการให้โอกาสครบรอบปีที่ 25 (25 มีนาคม 1996) ของสมณสาส์นเตือนใจพระสันตะปาปานักบุญจอห์น พอลที่ 2 เรื่อง “ชีวิตผู้ถวายตัว” (Vita Consacrata) อันเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากการไตร่ตรองในการประชุมใหญ่ซีน็อดของบรรดาบิชอป ที่ได้มีการประชุมกันในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1994 ต้องผ่านไปโดยไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ ในเอกสารดังกล่าวบรรดาบิชอปย้ำกันบ่อยๆว่า “ชีวิตผู้ถวายตัวเป็นหัวใจของพระศาสนจักรดุจปัจจัยสำคัญสำหรับสหพันธ์ของตน [,,,] เป็นของขวัญอันล้ำค่าและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตแห่งประชากรของพระเจ้า” (Vita Consacrata, ข้อ 3) ในโอกาสนี้เราทำให้เป็นคำภาวนาของพวกเราและเป็นการขอบคุณที่แสดงออกโดยพระดำรัสของพระสันตะปาปาฟรานซิส “ข้าแต่พระเจ้า ความรอดของข้าพเจ้ามาจากพระองค์ มือของข้าพเจ้ามิได้ว่างเปล่า ซึ่งเปี่ยมด้วยพระหรรษทานของพระองค์ การรู้จักที่จะเห็นพระหรรษทานของพระองค์เป็นก้าวแรก (บทเทศน์
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไป 14 เมษายน 2021](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าพระสันตะปาป-2/) - คำสอนเกี่ยวกับการสวดภาวนา – 29: พระศาสนจักรเป็นโรงเรียนและอาจารย์แห่งการสวดภาวนา อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พระศาสนจักรคือโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่แห่งการสวดภาวนา พวกเราหลายคนเรียนรู้ที่จะเอ่ยคำภาวนาครั้งแรกของพวกเราบนตักของพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย บางทีพวกเราก็อยากคิดถึงคุณแม่หรือคุณพ่อที่สอนให้พวกเราสวดภาวนาก่อนเข้านอน เวลาแห่งความทรงจำเหล่านั้นบ่อยครั้งเป็นความทรงจำที่พ่อแม่ได้ฟังหรือได้ยินความลับบางสิ่งบางอย่างจึงสามารถให้คำแนะนำที่ได้รับแรงดลใจจากพระวรสาร และเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นจะพบกับผู้อื่น กับประจักษ์พยาน และกับอาจารย์แห่งการสวดภาวนา (ดูคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 2686-2687) นี่เป็นสิ่งดีที่ควรจดจำ ชีวิตของวัดและชุมชนคริสตชนทุกแห่งจะมีความโดดเด่นในเวลาของจารีตพิธีและเวลาที่ชุมชนมีการสวดภาวนาพร้อมกัน พวกเรารู้สึกและรับรู้ว่าของขวัญที่พวกเราได้รับมาในวัยเยาว์แบบง่ายๆ นั้นเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่ เป็นมรดกตกทอดที่สมบูรณ์มั่งคั่งและประสบการณ์แห่งการสวดภาวนาอันมีคุณค่าที่จะต้องทำให้สิ่งเหล่านั้นยิ่งล้ำลึกยิ่งขึ้นเรื่อยๆ (ดู Ibid., ข้อ 2688) อาภรณ์แห่งความเชื่อไม่ได้เหี่ยวแห้งหายไป แต่พัฒนาขึ้นพร้อมกันการเจริญเติบโตของพวกเรา ชีวิตในความเชื่อไม่ได้กลายเป็นไม้แคระ แต่เป็นเจริญเติบโต แม้ในยามที่เผชิญวิกฤตและการกลับคืนชีพขึ้นมาใหม่ อันที่จริงชีวิตจะไม่มีการเจริญเติบโตหากปราศจากซึ่งเวลาของวิกฤต เพราะว่าวิกฤตทำให้พวกลูกเติบโตขึ้น การมีประสบการณ์เผชิญกับวิกฤตเป็นหนทางจำเป็นที่จะทำให้ชีวิตของพวกเราเติบโต และลมหายใจแห่งความเชื่อคือการสวดภาวนา พวกเราเติบโตในความเชื่อมากเท่ากับการที่พวกเราเรียนรู้ในการสวดภาวนา บางช่วงระยะเวลาแห่งชีวิตพวกเราเองรับรู้ว่าหากปราศจากความเชื่อพวกเราก็ไม่อาจที่จะสวดภาวนา และพวกเราก็ทราบว่าพลังของพวกเราคือการสวดภาวนา ไม่เพียงแต่ภาวนาส่วนตัวเท่านั้น แต่เป็นการสวดภาวนาของบรรดาพี่น้องชายหญิงของพวกเราด้วย รวมทั้งของชุมชนแห่งความเชื่อที่ติดตามและให้การสนับสนุนพวกเรา ของผู้คนที่รู้จักพวกเรา ของคนที่พวกเราขอให้สวดภาวนาสำหรับพวกเรา เพราะเหตุนี้เช่นเดียวกันชุมชนความเชื่อและกลุ่มซึ่งอุทิศตนให้กับการสวดภาวนาจึงเจริญขึ้นในพระศาสนจักร คริสตชนบางคนกระทั่งรู้สึกถูกเรียกร้องให้สวดภาวนาเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำประจำวัน ทั้งในอาราม คอนแวนต์ อารามนักพรตในพระศาสนจักร ซึ่งผู้คนที่ถวายตนต่อพระเจ้าพำนักอาศัยอยู่ บ่อยครั้งสถานที่เหล่านี้กลายเป็นศูนย์แห่งความสว่างฝ่ายจิตวิญญาณ
- [พระสันตะปาปาฟรานซิส REGINA CAELI วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2021](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิส-regina-caeli-ว/) - ก่อนจบพิธีฉลองพระเมตตา พ่อขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยเตรียมการฉลองและการถ่ายทอดสด และพ่อขอต้อนรับทุกคนที่ร่วมติดตามการถ่ายทอดนี้ ขอต้อนรับเป็นพิเศษทุกคนที่มาร่วมฉลองกันวันนี้ในวัดพระจิตแห่งซาสเซีย ซึ่งเป็นสักการะสถานพระเมตตาของพระเจ้า ซึ่งมีทั้งสัตบุรุษทั่วไป คณะพยาบาล คนป่วย คนพิการ ผู้ลี้ภัย และผู้อพยพ ซิสเตอร์แห่งโรงพยาบาลแห่งพระเมตตาและอาสาสมัครพลเรือน พวกลูก ๆ และพี่น้องคือผู้แทนของสถานการณ์บางแห่งที่ทำให้พระเมตตาของพระเจ้าเป็นที่สัมผัสได้ อันเป็นความใกล้ชิด การบริการรับใช้ การเอาใจใส่ดูแลผู้ที่มีความยากลำบาก พ่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูก ๆ จะมีความรู้สึกเสมอว่าลูกเองก็ได้รับพระเมตตาเพื่อว่าลูกจะได้มีเมตตาต่อผู้อื่นเช่นเดียวกัน ขอพระแม่มารีย์พรหมจารีมารดาทรงเมตตาประทานพระหรรษทานให้กับพวกเราทุกคน (วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็บคำปราศรัยของพระสันตะปาปามาแบ่งปันและไตร่ตรอง)
- [พิธีบูชาขอบพระคุณวันสมโภชพระเมตตาของพระเจ้า (Divine Mercy)](https://www.cbct.or.th/พิธีบูชาขอบพระคุณวันสม/) - พระเยซูคริสต์ผู้เสด็จกลับคืนพระชนม์ทรงแสดงองค์แก่บรรดาศิษย์ในหลายโอกาส พระองค์ทรงเพียรทนบรรเทาใจพวกเขา พระองค์ทรงกลับคืนชีพแล้ว บัดนี้พระองค์ทรงนำมาซึ่ง “การกลับคืนชีพของบรรดาศิษย์ด้วย” พระองค์ทรงยกจิตใจของพวกเขาและชีวิตของพวกเขาก็มีการเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านั้นพระวาจาและแบบฉบับของพระองค์ยังไม่บรรลุผลในการทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควรจะเป็น บัดนี้ในวันปัสกามีสิ่งใหม่เกิดขึ้นและเกิดขึ้นในมิติแห่งความเมตตา พระเยซูคริสต์ทรงอุ้มชูพวกเขาขึ้นมาด้วยพระเมตตา หลังจากที่ได้รับพระเมตตานั้นแล้วพวกเขาก็มีความเมตตาเป็นการตอบแทน เป็นการยากที่จะมีความเมตตาหากปราศจากซึ่งประสบการณ์ที่ตนเองได้รับความเมตตามาก่อน ประการแรก พวกเขาได้รับพระเมตตาโดยอาศัยของขวัญ 3 ประการ ประการที่หนึ่งพระเยซูคริสต์ทรงมอบสันติสุขให้กับพวกเขา ถัดมาก็เป็นของขวัญองค์พระจิต และสุดท้ายคือบาดแผลของพระองค์ บรรดาศิษย์ต่างพากันผิดหวัง พวกเขาอยูในห้องลั่นดานประตูเพราะความกลัว พวกเขากลัวที่จะถูกจับแล้วลงท้ายจะเป็นเหมือนพระอาจารย์ของตน แต่พวกเขาไม่เพียงแต่จะอัดกันอยู่เพีงแค่ภายในห้องอันคับแคบเท่านั้น พวกเขายังจิตตกและอยู่ในกับดักแห่งความโศกเศร้าเสียใจด้วย พวกเขาได้ทอดทิ้งและปฏิเสธพระเยซูคริสต์ พวกเขารู้สึกสูญสิ้นความหวัง หมดความน่าเชื่อถือ ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนว่าไร้สาระ ทุกสิ่งดูเหมือนไม่ได้เรื่องได้ราวสักอย่าง พระเยซูคริสต์เสด็จมาตรัสกับพวกเขาถึงสองครั้ง “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่าน” พระองค์ไม่ได้นำสันติสุขมามอบให้เพื่อขจัดปัญหาทั้งปวงออกไป ทว่าเป็นสันติสุขที่ประกอบด้วยความไว้ใจภายใน ซึ่งไม่ใช่สันติสุขภายนอก แต่ว่าเป็นสันติสุขแห่งหัวใจ พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่าน! พระบิดาส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งพวกท่านไปเช่นเดียวกัน” (ยน. 20: 21) ซึ่งเหมือนกับพูดว่า “เราส่งท่านไปเพราะว่าเราเชื่อใจในตัวท่าน” บรรดาศิษย์ที่หมดกำลังใจเหล่านั้นจึงมีสันติสุขกับตนเอง สันติสุขในพระเยซูคริสต์อันมีพลังเปลี่ยนแปลงพวกเขาจากความเศร้าเสียใจสู่พันธกิจ สันติสุขในพระเยซูคริสต์ก่อให้เกิดพันธกิจ ซึ่งไม่ได้หมายถึงความง่ายและความสะดวกสบาย แต่เป็นการท้าทายที่พวกเราต้องเอาชนะตนเอง สันติสุขในพระเยซูคริสต์ทำให้พวกเราเป็นไทจากการที่คิดถึงแต่ตนเอง ซึ่งทำให้พวกเรากลายเป็นง่อย นี่เป็นการท้าทายความสัมพันธ์ที่ทำให้หัวใจของพวกเราเหมือนคนติดคุก บรรดาศิษย์รับรู้อย่างดีว่าพวกเขาได้รับพระเมตตา พวกเขารับรู้อย่างดีว่าพระเจ้ามิได้ทรงสาปแช่งและดูหมิ่นดูแคลนพวกเขา แต่ตรงกันข้ามกลับเชื่อใจพวกเขา
- [คำอธิษฐานจากโป๊ปฟรังซิส](https://www.cbct.or.th/คำอธิษฐานจากโป๊ปฟรังซิ/) - ทั้งโลกควรอธิษฐานตอนนี้เลย... พ่อหยุดสิ่งที่พ่อกำลังทำ น้อมศีรษะและภาวนาบทนี้พร้อมน้ำตา ขอให้เราก้มศีรษะภาวนา ข้าแต่พระบิดานิรันดร พระองค์ทรงสร้างโลก โปรดทำให้มันหยุดหมุนสักครู่ พระองค์ได้หยุดเสียงที่เราทุกคนสร้าง พระองค์ได้ทำให้เราคุกเข่าอีกครั้ง และวอนขออัศจรรย์อย่างหนึ่ง พระองค์ได้ปิดวัดต่างๆ ของพระองค์ เพื่อเราจะตระหนักว่าโลกของเรามืดเพียงไร ถ้าปราศจากพระองค์ พระองค์ทำให้ผู้หยิ่งทะนง และผู้ทรงพลังอำนาจ ต้องสยบลง เศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจต่างๆ กำลังปิดตัวลง เราได้ทะนงตนมาก เราได้คิดว่า ทุกสิ่งที่เรามี ทุกสิ่งที่เราครอบครอง เป็นผลของการทำงานหนัก เราลืมไปว่า มันเป็นพระหรรษทานและเมตตาธรรมของพระองค์ที่ทำให้เราเป็น เรากำลังวิ่งวนมองหายารักษาโรคระบาดนี้ ที่จริงเราต้องสุภาพ และวอนขอพระองค์ทรงนำและปรีชาญาณ + เราอาศัยอยู่ในโลก เหมือนเราจะอยู่ที่นี่ตลอดกาล ราวกับว่าไม่มีสวรรค์ การทดลองเหล่านี้อาจเป็นพระเมตตาของพระองค์ปลอมมา ไวรัสนี้อาจเป็นวิธีของพระองค์เพื่อชำระเรา ทำให้วิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อนำเรากลับมาหาพระองค์ วันนี้ ขอให้ทุกคนที่เห็นบทภาวนานี้ ร่วมใจกันภาวนา วอนขอการอภัย การรักษา และการคุ้มครองให้พ้นจากไวรัสนี้ ขอทรงขจัดมันจากโลก พระองค์ทรงรอคอยลูกด้วยความอดทน ลูกเสียใจที่ไม่ฟัง ที่เห็นแก่ตัว
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 11-04-2021 “ฉลองพระเมตตาของพระเจ้า”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-3/) - วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จถวายมิสซาฉลองพระเมตตาของพระเจ้า ณ วัดพระจิตเจ้าในกรุงโรมซึ่งเป็นวัดที่นักบุญ ยอห์น ปอลที่ 2 พระสันตะปาปาทรงกำหนดให้เป็นวัดแห่งพระเมตตาอย่างเป็นทางการในกรุงโรมเมื่อปี 1994 วันนี้ในบทเทศน์ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงกระตุ้นคริสตชนให้เปิดจิตใจรับพระเมตตาของพระคริสต์ซึ่งประทานผ่านมาทางสันติสุข การให้อภัย และรอยแผลของพระองค์ โดยทรงขอสัตบุรุษให้แบ่งปันความเมตตานี้กับผู้อื่นเป็นการตอบแทนด้วย เครดิต : สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [จดหมายจากพระสันตะปาปาฟรานซิสถึงผู้เข้าประชุมกลุ่มธนาคารและกองทุนโลกปี ค.ศ. 2021](https://www.cbct.or.th/จดหมายจากพระสันตะปาปาฟ/) - เจริญพรมายังผู้เข้าร่วมประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณที่ได้รับเชิญให้มาปราศรัยต่อผู้เข้าร่วมประชุมของสมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประจำปี 2021 ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งข้าพเจ้าได้มอบให้พระคาร์ดินัลปีเตอร์ เตอร์กสัน (Peter Turkson) สมณมนตรีแห่งสมณกระทรวงเพื่อการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวมมาแทนข้าพเจ้า ในปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 โลกของพวกเราถูกผลักดันให้ต้องเผชิญกับวิกฤตสังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และการเมือง ที่ภัยนานัปการเข้ามาเป็นระรอก ข้าพเจ้าหวังว่าการอภิปรายกันของพวกท่านจะสร้างรูปแบบแห่ง “การฟื้นตัว” ที่สามารถก่อให้เกิดการแก้ปัญหาใหม่ที่ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ การช่วยเหลือปัจเจกบุคคลและชุมชนเพื่อให้บรรลุถึงแรงปรารถนาและความดีคุณประโยชน์สากลทั่วไป การฟื้นฟูไม่อาจหยุดอยู่ที่ความพึงพอใจอยู่กับการกลับไปสู่ระบบเศรษฐกิจในสังคมที่ไม่เท่าเทียมกันและไม่ยั่งยืน ซึ่งผู้คนเพียงกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของความมั่งมีของครึ่งโลก เนื่องจากพวกเราทุกคนเชื่อมั่นว่ามนุษย์ชายหญิงทุกคนถูกสร้างขึ้นมาเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรี พี่น้องชายหญิงของพวกเราล้วนสังกัดในครอบครัวมนุษยชาติเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ตามชายขอบสังคมที่ถูกตัดขาดออกจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ขณะที่โรคระบาดเตือนใจพวกเราอีกครั้งหนึ่งว่าไม่มีผู้ใดจะเอาตัวรอดได้ตามลำพัง พวกเราสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ด้วยการที่โลกของพวกเรา ถ้าหากพวกเรามีความเป็นมนุษย์และความเอื้ออาทรมากกว่าเดิม รูปแบบที่สร้างสรรค์ใหม่ของการมีส่วนร่วมในสังคม การเมือง และเศรษฐกิจต้องมีการรื้อฟื้นกันขึ้นมาใหม่ ต้องมีความรู้สึกละเอียดอ่อนต่อเสียงของคนยากจน และมีการปวารณาที่จะรวมพวกเขาเข้ามาในการสร้างอนาคตร่วมกันกับพวกเรา (เทียบ Fratelli tutti, ข้อ 169) ในฐานะที่พวกท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐกิจ พวกท่านทราบดีว่าความไว้วางใจกันที่เกิดจากความสัมพันธ์กันระหว่างประชากร อันเป็นเสาหลักของความสัมพันธ์กันทุกประเภทรวมทั้งความสัมพันธ์ทางการเงินด้วย ความสัมพันธ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยการพัฒนา “วัฒนธรรมแห่งการพบปะกัน” ซึ่งทุกเสียงร้องจะต้องได้รับการฟังและทุกฝ่ายพยายามที่จะแสวงหาความสัมพันธ์กันในการสร้างสะพาน และมองการณ์ไกลถึงโครงการที่ครอบคลุมทุกคนในระยะยาว (เทียบ Ibid., ข้อ 216)
- [การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไป (General Audience) วันพุธที่ 7 เมษายน 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าพระสันตะปาป/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา – 28 การภาวนาพร้อมกับสหพันธ์นักบุญ อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รัก วันนี้พ่อปรารถนาที่จะไตร่ตรองถึงการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างการสวดภาวนากับสหพันธ์นักบุญ ความจริงเมื่อพวกเราสวดภาวนาพวกเราไม่เคยสวดตามลำพัง แม้พวกเราจะไม่คิดถึงเรื่องนี้มากนัก แต่พวกเราก็จุ่มตัวของเราเองลงไปในแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่แห่งการอธิษฐานที่เกิดขึ้นก่อนที่พวกเราจะสวดและดำเนินไปพร้อมกันกับพวกเรา ซึ่งเป็นดุจแม่น้ำสายใหญ่ สิ่งที่อยู่ในการสวดภาวนานั้น พวกเราพบได้ในพระคัมภีร์ที่บ่อย ๆ ครั้งสะท้อนให้เห็นในจารีตพิธีนั้น ล้วนเป็นเรื่องราวโบราณของการช่วยให้ประชากรเป็นไท ของการอพยพ และของการเนรเทศที่น่าเศร้าใจ ของความชื่นชมยินดีที่ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน ของการสรรเสริญที่ก้องกังวานต่อความอัศจรรย์แห่งการสร้างสรรพสิ่งสรรพสัตว์... ดังนั้นเสียงแห่งคำภาวนาเหล่านั้นจึงถูกส่งต่อจากชนรุ่นหนึ่งสู่ชนอีกรุ่นหนึ่งในความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องระหว่างประสบการณ์ส่วนตัวและประสบการณ์ของประชากรรวมถึงมนุษยขาติ ซึ่งพวกเราก็เป็นสมาชิกด้วยคนหนึ่ง ไม่มีผู้ใดสามารถแยกตนเองออกจากประวัติศาสตร์ของตนได้เพราะนั่นเป็นประวัติศาสตร์แห่งประชากรของพวกเขา ทัศนคตินี้จะฝังรากอยูในมรดกตกทอดของพวกเราเสมอ แม้กระทั่งในวิธีที่พวกเราสวดภาวนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำภาวนาที่หลั่งไหลออกมาจากหัวใจของผู้ที่ต่ำต้อยและสุภาพถ่อมตน เป็นเสียงสะท้อนบางส่วนของบทเพลงมักญีฟิกัต (Magnificat) ที่พระแม่มารีย์ยกจิตใจขึ้นสู่พระเจ้าต่อหน้าเอลีซาเบ็ธ ผู้เป็นญาติ หรือการอุทานของผู้อาวุโสซีเมโอนซึ่งหลังจากนำพระกุมารมาอุ้มแล้วก็กล่าวว่า “บัดนี้พระองค์ทรงส่งผู้รับใช้ของพระองค์ไปในสันติสุขตามพระวาจาของพระองค์” (ลก. 2: 29) คำภาวนาที่ดีเหล่านั้นเป็น “สิ่งที่แพร่ขยายได้” ดุจทุกสิ่งที่ดีงาม เผยแพร่ตนเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องมีการประกาศในเครือข่ายสื่อสารมวลชน จากห้องผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล จากช่วงที่มีการชุมนุมเฉลิมฉลองในโอกาสต่าง ๆ กับผู้ที่พวกเรารับฟังทุกข์อย่างเงียบๆ... ความเจ็บปวดของคน ๆ หนึ่งเป็นความเจ็บปวดของทุกคน และความสุขของคน ๆ หนึ่งจะถูกถ่ายทอดไปสู่ดวงวิญญาณของอีกใครบางคน
- [Indonesia Catholic Bishops' Conference](https://www.cbct.or.th/indonesia-catholic-bishops-conference/)
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิสในพิธีบูชาขอบพระคุณค่ำคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์สมโภชปัสกา](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์ของพระสันตะปาปา-5/) - บรรดาสตรีคิดว่าพวกเขาจะพบพระศพเพื่อที่จะนำน้ำหอมไปชโลม แต่ตรงกันข้ามพวกเขาพบคูหาว่างเปล่า พวกเขาไปเพื่อแสดงความทุกข์เสียใจต่อผู้ล่วงลับไป ตรงกันข้ามพวกเขาได้ยินการประกาศถึงการมีชีวิตใหม่ เพราะเหตุนี้พระวรสารจึงบอกพวกเราว่า “บรรดาสตรีต่างพากันตกใจกลัวและประหลาดใจ” (มก. 16: 8) พวกเขากลัวจนตัวสั่นและประหลาดใจ ความกลัวนั้นปนกับความชื่นชมยินดีที่ทำให้หัวใจของพวกเขาบีบรัดเมื่อพวกเขาเห็นก้อนหินใหญ่ที่ปิดปากคูหาถูกกลิ้งออกไป ส่วนภายในคูหานั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาว ทุกคนตกตะลึกที่ได้ยินเสียงร้องว่า “อย่าได้กลัวเลย! ท่านหาพระเยซูคริสต์แห่งนาซาเร็ธที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ทรงกลับฟื้นคืนชีพแล้ว” (ข้อ 6) และยังมีสาส์นตามมาว่า “พระองค์เสด็จล่วงหน้าพวกท่านไปยังแคว้นกาลิลี ที่นั่นพวกท่านจะพบพระองค์” (ข้อ 7) ขอให้พวกเรารับสาส์นนี้ไว้ นี่คือสาส์นแห่งปัสกา ขอให้พวกเราไปยังแคว้นกาลิลี ซึ่งพระเยซูคริสต์ผู้เสด็จกลับฟื้นคืนพระชนม์ เสด็จไปที่นั้นล่วงหน้าพวกเรา ทว่านี่หมายความว่าอะไร “ให้ไปยังแคว้นกาลิลี”? การไปยังแคว้นกาลิลีประการแรกหมายถึง การเริ่มต้นใหม่สำหรับบรรดาศิษย์ของพระเยซูคริสต์หมายถึงกลับไปยังที่ที่เก่า ซึ่งพระเยซูคริสต์พบพวกเขาแล้วเรียกให้พวกเขาติดตามพระองค์ไป ณ ที่นั่นเป็นสถานที่ซึ่งพวกเขาพบพระองค์เป็นครั้งแรก และเป็นสถานซึ่งพวกเขาได้รับความรักเป็นครั้งแรก จากบัดนั้นเป็นต้นไปหลังจากที่ได้ทิ้งแหทิ้งอวนไว้เบื้องหลังแล้วพวกเขาก็ติดตามพระเยซูคริสต์ไป พวกเขาได้ฟังการเทศนาของพระองค์และเห็นอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ แม้พวกเขาจะอยู่กับพระองค์เสมอพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจพระองค์อย่างสมบูรณ์ บ่อย ๆ ครั้งพวกเขาเข้าใจผิดในพระวาจาของพระองค์ท่ามกลางการที่เผชิญหน้ากับไม้กางเขน พวกเขาละทิ้งและหนีจากพระองค์ไป ถึงกระนั้นก็ตามพระผู้เสด็จกลับฟื้นคืนชีพก็ยังปรากฎพระองค์ดุจชายคนหนึ่งที่เดินทางล่วงหน้าไปยังแคว้นกาลิลี พระองค์เสด็จไปก่อนหน้าพวกเขา พระองค์ทรงยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาพร้อมกับเรียกร้องพวกเขาเสมอให้ติดตามพระองค์ไป พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ขอให้พวกเราเริ่มต้นจากจุดที่พวกเราเริ่ม ให้พวกเราเริ่มต้นกันใหม่ เราต้องการให้พวกท่านเริ่มต้นกับเราใหม่ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น” ณ แคว้นกาลิลีพวกเราเรียนรู้ถึงความรักอันไร้ขอบเขตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเปิดหนทางใหม่ให้กับหนทางแห่งความพ่ายแพ้ของพวกเรา นี่แหละคือพระองค์
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสนำการเดินรูป 14 ภาค ปี 2021](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิสนำก/) - วันศุกร์ที่ 2 เมษายน 2021 พระสันตะปาปาฟรานซิสในการเดินรูป 14 ภาค ณ บริเวณลานมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งแทบจะไม่มีผู้คนเข้าร่วมพิธี อันเป็นเครื่องหมายแห่งความสันโดษและการอยู่กันตามลำพังอันมีสาเหตุจากโรคระบาดโควิด-19 ที่แฝงไปด้วยความหวังจากการไตร่ตรองที่เตรียมโดยเด็ก ๆ ความสันโดษและการอยู่ตามลำพังของผู้คนทั่วโลกโดยตัดขาดจากครอบครัวเพื่อนฝูง ต้องตกงานและขาดการทำมาหากิน ต้องดำเนินชีวิตในความกลัวและอนาคตที่ไม่แน่นอนทั้งสำหรับตนเองและบรรดาลูกหลาน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่วนเวียนอยู่ในความคิดของช่วงที่มีการเดินรูป 14 ภาคระหว่างวันที่สองของตรีวารปัสกาปี 2021 นี่เป็นปีที่สองติดต่อกันที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงนำการเดินรูป 14 ภาคในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ณ ลานมหาวิหารนักบุญเปโตรที่แทบจะไม่มีสัตบุรุษเข้าร่วมพิธี เนื่องจากรัฐบาลของประเทศอิตาลีได้ออกกฎระเบียบป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 พระสันตะปาปาทรงอาภรณ์สีขาวประทับอยู่บนปะรำพิธีที่ตั้งขึ้นตรงใจกลางของลานหน้าพระวิหาร พระสันตะปาปาทอดพระเนตรไปยังบริเวณลานมหาวิหารที่กำลังมืดลงโดยมีเด็ก ๆ ครูคำสอน และเจ้าหน้าที่แผนกต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง พร้อมผู้ปกครองของเด็ก ๆ ต่างก็ผลัดกันแบกไม้กางเขนไปรอบ ๆ บริเวณเสาหินโอเบลิสก์อันสูงตระหง่าน เด็ก ๆ ผลัดกันอ่านบทรำพึงของพวกเขาในขณะที่เพื่อน ๆ ช่วยแบกไม้กางเขนไปตามเส้นทางวงกลมที่ส่องความสว่างด้วยโคมไฟ ณ ใจกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ความจริงปีนี้พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเลือกที่จะให้เด็ก ๆ และเยาวชน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและอนาคตเป็นผู้เตรียมบทรำพึงสำหรับการเดินรูป 14
- [เรจินา เชลี - Regina Coeli - ราชินีแห่งสวรรค์ ถ่ายทอดสดจากห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/เรจินา-เชลี-regina-coeli-ราชินีแห่ง/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย วันจันทร์หลังสมโภชปัสกายังเรียกกันว่า “วันจันทร์แห่งทูตสวรรค์” เพราะพวกเรารำลึกถึงการพบปะระหว่างทูตสวรรค์กับสตรีที่ไปยังคูหาฝังศพของพระเยซูคริสต์ (ดู มธ. 28: 1-15) ทูตสวรรค์กล่าวกับพวกเขาว่า “ข้าพเจ้าทราบ ว่าท่านมาหาพระเยซูคริสต์ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะพระองค์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพแล้ว (ข้อ 5-6) การกล่าวว่า “พระองค์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์แล้ว” นั่นเกินเลยความสามารถของมนุษย์ที่จะเข้าใจได้ แม้สตรีเหล่านั้นได้ไปที่คูหาฝังศพ แล้วได้พบก้อนหินปิดทางเข้า (น้ำหนักกว่า 2000 กิโลกรัม) และพระคูหาว่างเปล่า พวกเขาก็ไม่สามารถยืนยันว่า “พระองค์กลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพแล้ว” พวกเขาได้แต่พูดว่า “คูหาฝังศพว่างเปล่า” คำว่า “พระองค์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพแล้ว” เป็นสาส์นสำคัญ... ซึ่งมีเพียงทูตสวรรค์เท่านั้นที่สามารถกล่าวว่า “พระเยซูคริสต์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพแล้ว” จึงมีเพียงทูตสวรรค์เป็นผู้มีอำนาจในการนำสาส์นของพระเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถกล่าวว่าพระเยซูคริสต์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพแล้ว เช่นเดียวกันกับทูตสวรรค์เท่านั้นที่สามารถกล่าวกับมารีย์ว่า “ท่านจะให้บังเกิดบุตร […] และบุตรนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด (ลก. 1:31-32) เพาะเหตุนี้พวกเราจึงเรียกวันนี้ว่าเป็นวันจันทร์แห่งทูตสวรรค์ เพราะมีเพียงทูตสวรรค์เท่านั้น ซึ่งมีอำนาจของพระเจ้าจึงจะสามารถกล่าวว่า “พระเยซูคริสต์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพแล้ว” นักบุญมัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสารเล่าว่าเช้าวันปัสกา “เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เพราะทูตสวรรค์ของพระเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ แล้วกลิ้งก้อนหินใหญ่ที่ปิดคูหาฝังศพออกไป จากนั้นนั่งบนก้อนหินนั้น
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 05-04-2021 “พระสันตะปาปาในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2021”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-0/)
- [การอวยพรในโอกาสสมโภชปัสกา 2021 แก่ชาวเมืองและชาวโลก (URBI ET ORBI) ของพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/การอวยพรในโอกาสสมโภชปั/) - ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ขอให้โอกาสสมโภชปัสกานำทุกคนสู่ความสุข และประสบสันติสุข! วันนี้ทั่วโลกพวกเราได้ยินการประกาศของพระศาสนจักรดังก้องกังวาน “พระเยซูคริสต์ ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขนทรงเสด็จกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพ ตามที่ทรงตรัสไว้ อัลเลลูยา!” สาส์นวันสมโภชปัสกาไม่ใช่การเสนอภาพลวงตา หรือเผยให้เห็นสูตรแบบการเล่นมายากล นี่ไม่ได้ชี้ประตูที่จะหนีภัยจากสถานการณ์ยุ่งยากสับสนที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ โรคระบาดก็ยังคงระบาดต่อไปโดยเฉพาะอย่างต่อคนยากจน ถึงกระนั้นก็ดี – ทว่าสิ่งที่เป็นการสะดุดยิ่งกว่านั่นคือ ความขัดแย้งที่ใช้อาวุธห้ำหั่นกันยังไม่สิ้นสุดและสนามรบก็กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นี่แหละคือการเป็นที่สะดุดอันน่าเกลียด ท่ามกลางความจริงที่สลับทับซ้อนนี้ สาส์นวันสมโภชปัสกาพูดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเรามีความหวังที่จะไม่ทำให้พวกเราต้องผิดหวังอีก “พระเยซูคริสต์ผู้ถูกตรึงตายบนไม้กางเขน พระองค์ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพ” นี่ไม่ได้บอกพวกเราเกี่ยวกับเรื่องราวทูตสวรรค์หรือภูตผีทว่าเกี่ยวกับบุคคล บุคคลที่มีเนื้อหนังและกระดูกและมีใบหน้าและบุรุษผู้นั้นชื่อว่า “เยซูคริสต์” พระวรสารยืนยันว่าพระเยซูคริสต์ถูกตรึงบนไม้กางเขนและทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ชีพ พระเยซูคริสต์ผู้นี้ซึ่งถูกตรึงกางเขนภายใต้สมัยของผู้ว่าการชื่อปอนซีโอ ปิลาโต เพราะพระองค์อ้างว่าตนเองเป็นพระคริสตเจ้า พระผู้ไถ่ พระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพในวันที่สามตามความในพระคัมภีร์ เฉกเช่นที่พระองค์ทรงตรัสกับศิษย์ก่อนหน้านั้น พระเยซูคริสต์ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขนไม่ใช่ผู้อื่นใดทรงฟื้นคืนชีพจากความตาย พระบิดาเจ้าทรงทำให้พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์กลับฟื้นคืนชีพ เพราะว่าพระองค์ได้ทรงปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดา ซึ่งช่วยให้พวกเรารอดแล้วอย่างสมบูรณ์ พระเยซูคริสต์ทรงน้อมรับความชั่วร้าย ความอ่อนแอทั้งหลาย แม้กระทั่งความตายของพวกเราไว้กับพระองค์ พระองค์รงทนรับการทรมานและต้องแบกความหนักของบาปทั้งมวลของพวกเรา ด้วยเหตุนี้พระบิดาจึงทรงเชิดชูพระองค์ขึ้น และบัดนี้พระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์ท่ามกลางพวกเราตลอดกาล พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ที่เป็นประจักษ์พยานเล่าเรื่องที่สำคัญนี้อย่างละเอียด พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ชีพจากความตายนั้นยังคงปรากฏรอยแผลที่ฝ่าพระหัตถ์ ที่พระบาท
- [บทเทศน์วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ พระคาร์ดินัล รานิเอโร กันตาลาแมสซา (Cantalamessa)](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์วันศุกร์ศักดิ์ส/) - ในบทเทศน์วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday) ผู้เทศน์ประจำแห่งตำหนักพระสันตะปาปาตั้งข้อสังเกตว่าภราดรภาพในหมู่คาทอลิกมีบาดแผล ผู้อภิบาลควรเป็นบุคคลแรกที่ต้องพิจารณามโนธรรมกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับการสร้าง “ความเป็นพี่น้องและความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระศาสนจักร” “พวกเราต้องสร้างความเป็นพี่น้องกันในทำนองเดียวกันกับที่พวกเราสร้างสันติสุข นั่นคือเริ่มต้นด้วยการมีความใกล้ชิดกับตัวเราเองก่อน สำหรับพวกเรานั่นหมายความว่า ภราดรภาพสากลเริ่มต้นที่พระศาสนจักรคาทอลิก” พระคาร์ดินัล รานิเอโร กันตาลาแมสซา (Raniero Cantalamessa) กล่าว ท่านชี้ให้พวกเราเห็นในบทเทศน์ของท่านในวันฉลองมหาทรมานของพระเยซูคริสต์ เมื่อเย็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ในมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเป็นประธานพิธี เพื่อปฏิบัติตามนโยบายการระวังโรคระบาดโควิด-19 ประชาสัตบุรุษที่เข้าร่วมพิธีจึงมีจำนวนจำกัด ความหมายของคำว่าพี่น้อง วันที่คริสตชนรำลึกถึงมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ พระคาร์ดินัลอธิบายความหมายของคำว่า พี่น้องและความเป็นเอกภาพจากหลายมุมมองด้วยกันโดยเริ่มต้นจากสมณสาส์นเวียนฉบับล่าสุดของพระสันตะปาปาคือ “พวกเราเป็นพราน้องกัน” (Fratelli tutti) ท่านกล่าวว่าสมณสาส์นเวียนฉบับนี้เขียนขึ้นสำหรับผู้คนในวงกว้างทั้งในและนอกพระศาสนจักร อันที่จริงแล้วน่าจะเป็นสำหรับคนทั้งโลก เนื้อหาสาระชี้ให้เห็นถึงหนทางบางอย่างที่จะไปถึงภราดรภาพมนุษย์ที่แท้จริงและชอบธรรมในหลากหลายบริบทแห่งชีวิตทั้งส่วนบุคคลและส่วนรวมทั้งจากวงการศาสนาสังคมและการเมือง “พระธรรมล้ำลึกแห่งไม้กางเขนที่พวกเรากำลังเฉลิมฉลอง” พระคาร์ดินัลชาวอิตาเลียน กล่าว “เรียกร้องให้พวกเราต้องโฟกัสที่เทววิทยาคริสตศาสนจักรวิทยาเรื่องภราดรภาพซึ่งเริ่ม ณ เนินเขากัลวารีโอ” คำว่าพี่น้องในความหมายทั่วไปที่สุดคือญาติโยม ขั้นถัดไปหมายถึงประชาชนชาติเดียวกัน ความหมายยังขยายกว้างขึ้นจนรวมถึงมนุษย์ทุกคนในความหมายที่คำว่าพี่น้องกลายเป็นเพื่อน คำว่าพี่น้องดังที่ปรากฏในพระคัมภีร์ เมื่อพระเยซูคริสต์กล่าวว่า “ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใดต่อพี่น้องที่ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านทำต่อเราเอง” พระองค์ทรงปรารถนาที่จะรวมทุกคนที่เดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ภราดรภาพหลังปัสกา ทว่าพระคาร์ดินัลกาปูชินอายุ 86 ปีกล่าวว่าพร้อมกับปัสกาภราดรภาพมีความหมายพิเศษ ในพระธรรมล้ำลึกปัสกา
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส มิสซาเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (Chrism Mass)](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์ของพระสันตะปาปา-4/) - พระวรสารของวันนี้แสดงให้พวกเราเห็นถึงการเปลี่ยนใจของประชากร ซึ่งฟังพระวาจาของพระเยซูคริสต์ การเปลี่ยนใจนั้นน่าคิด น่าไตร่ตรองมาก และแสดงให้เห็นถึงขอบเขตที่การเบียดเบียนและไม้กางเขนนั้นต่างก็มีการเชื่อมสัมพันธ์กันกับการประกาศพระวรสาร ความพิศวงที่ถูกกระตุ้นด้วยพระวาจาที่เปี่ยมด้วยพระหรรษทานที่กล่าวโดยพระเยซูคริสต์มิได้คงอยู่นานในจิตใจของประชากรแห่งนาซาเร็ธ ยังมีการวิจารณ์ของบางคนที่บ่นไปทั่วว่า “ชายคนนี้ไม่ใช่บุตรของโยเซฟดอกหรือ?” (ลก. 4: 22) นี่เป็นหนึ่งในการแสดงออกที่คลุมเครือที่หลุดออกจากปากโดยปราศจากการยั้งคิด พวกเราอาจกล่าวในเชิงบวกก็ได้ว่า “ช่างน่าพิศวงเสียนี่กระไรที่ชายผู้สุภาพนั้นตรัสอย่างผู้มีอำนาจ” บางคนอาจใช้คำพูดเพื่อเหยียดหยาม “แล้วชายคนนี้มาจากไหนกัน? พวกเขากำลังคิดว่าบุรุษผู้นี้เป็นใคร?” หากพวกเราคิดถึงเรื่องนี้พวกเราอาจได้ยินคำพูดเดียวกันที่มีคนพูดกันมากมายในวันที่พระจิตเสด็จลงมา เมื่อบรรดาอัครสาวกที่เปี่ยมด้วยพระจิตเริ่มเทศนาพระวรสาร มีบางคนพูดว่า “คนพวกที่กำลังพูดนี้ ไม่ใช่ชาวกาลิเลียนดอกหรือ?” (กจ. 2: 7) คนอื่น ๆ ได้แต่เพียงคิดว่าบรรดาอัครสาวกกำลังมึนเมา หากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมา คำพูดเหล่านั้นที่หมู่บ้านนาซาเร็ธอาจเป็นไปได้ทั้งสองทาง ถ้าพวกเราดูเรื่องราวทั้งหมดที่ตามมาภายหลัง ซึ่งมีความชัดเจนว่ามีความเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรงที่มีเป้าหมายพุ่งตรงไปที่พระเยซูคริสต์ นี่เป็น “คำพูดแห่งการสร้างความยุติธรรม” [1] อย่างเช่นเมื่อมีคนพูดว่า “นั่นจะมากเกินไปแล้ว” แล้วก็กล่าวโจมตีผู้อื่น หรือเดินหนีไป ครั้งนี้พระเยซูคริสต์ ซึ่งบางครั้งก็ไม่พูดอะไรเลย หรือเพียงแค่เดินจากไป บางครั้งพระองค์ไม่ได้ปล่อยให้การวิพากวิจารณ์ผ่านไป พระองค์ทรงเปิดหน้ากากที่แฝงไว้ซึ่งความชั่วร้ายในการซุบซิบนินทาแบบชาวบ้านทั่วไปออกมา “ท่านจะอ้างภาษิตที่กำลังบอกเราว่า “ท่านนายแพทย์ ท่านจงรักษาตนเองเสียก่อน” สิ่งที่เราได้ยินได้ฟังถึงสิ่งที่ท่านกระทำที่เมืองกาฟาร์นาอูมก็จงทำที่นี่ ณ บ้านเกิดของท่านด้วย (เทียบ ลก.
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 31 มีนาคม 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-6/) - การสอนคำสอนเรื่อง - ตรีวารปัสกา TRIDUUM อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ขณะนี้พวกเรากำลังอยู่ภายใต้บรรยากาศฝ่ายจิตแห่งสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเรากำลังอยู่ในตรีวารปัสกา จากพรุ่งนี้ (14 เมษายน) เป็นต้นไปจนถึงวันปัสกา (วันอาทิตย์4 เมษายน) พวกเรากำลังดำเนินชีวิตท่ามกลางปฏิทินแห่งจารีตพิธีกรรม เพื่อเฉลิมฉลองพระธรรมล้ำลึกแห่งมหาทรมานการสิ้นพระชนม์ และการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ พวกเราดำเนินชีวิตในพระธรรมล้ำลึกนี้ทุกครั้งที่พวกเราทำการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท เมื่อพวกเราไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) พวกเราไม่ได้ไปร่วมมิสซาเพียงแค่สวดภาวนา ทว่าพวกเราไปทำการ “รื้อฟื้น” พวกเราไปทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งพระธรรมล้ำลึกนี้ซึ่งเป็นพระธรรมล้ำลึกปัสกา เป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราจะต้องไม่ลืม ราวเหมือนกับว่าพวกเรากำลังไต่ขึ้นเนินเขากัลวาริโอ เพื่อที่จะทำการรื้อฟื้น เพื่อที่จะทำให้พระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาเกิดขึ้นมาใหม่ ในค่ำวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่พวกเราเริ่มตรีวาร พวกเราจะรื้อฟื้นการร่วมพิธีมิสซาที่เรียกกันว่า “อิน เชนา ดอมินี - in Coena Domini” นั่นคือ พิธีมิสซาที่พวกเรารำลึกถึงการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย นี่เป็นเวลาหัวค่ำเมื่อพระเยซูคริสต์ทรงมอบประจักษ์พยานแห่งความรักในศีลมหาสนิทให้กับศิษย์ของพระองค์ นี่ไม่ใช่ให้เป็นเพียงแค่ความทรงจำในอดีต แต่นี่เป็นอนุสรณ์แห่งการประทับอยู่ตลอดไปของพระองค์ ทุกครั้งที่พวกเราเฉลิมฉลองศีลมหาสนิทดังที่พ่อกล่าวไว้ข้างต้น พวกเรารื้อฟื้นพระธรรมล้ำลึกแห่งการไถ่บาป ในศีลศักดิ์สิทธิ์นี้พระเยซูคริสต์ทรงเปลี่ยนเครื่องบูชาจากลูกแกะปัสกาเป็นตัวพระองค์เอง พระกายและพระโลหิตของพระองค์นำความรอดมาสู่พวกเราจากการเป็นทาสของบาปและความตาย การรอดพ้นจากการเป็นทาสทุกรูปแบบอยู่ที่นั้น เป็นเวลาหัวค่ำที่พระองค์ทรงขอร้องให้พวกเรารักกัน ด้วยการเป็นผู้บริการรับใช้ซึ่งกัน
- [บทรำพึงที่เนินเขากัลวารีโอ](https://www.cbct.or.th/บทรำพึงที่เนินเขากัลวา/) - "แม้ว่าพระองค์ทรงมีธรรมชาติพระเจ้า พระองค์ก็มิได้ทรงถือว่าศักดิ์ศรีเสมอพระเจ้านั้น เป็นสมบัติที่จะต้องหวงแหน แต่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส" (ฟป 2:6-7) อาทิตย์มหาทรมาน เริ่มด้วยอาทิตย์ใบลาน ฉันอยากทำให้มหาทรมานของพระองค์เป็นความทรมานของฉัน อย่าให้ฉันเพียงแต่ยินดีที่ได้โบกกิ่งใบปาล์มและโห่ร้องต้อนรับพระองค์เท่านั้น ขอให้ใบปาล์มของฉันถูกกดทับเหมือนถูกตะปูที่ตอกตรึงฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์ จนกระทั่งพระโลหิตของพระองค์หลั่งมาชำระล้างบาปของฉัน เพื่อให้ร่องรอยแห่งมหาทรมานของพระองค์สลักลึกในใจฉัน โอ้ว่าสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โอ้ว่าความรักของพระเจ้า ที่ทรงทุ่มเทให้อย่างไม่มีอั้น ไม่มีข้อจำกัด ได้เผยธรรมล้ำลึกนี้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ตาของฉัน มหาทรมานของพระองค์เกิดจากความรักเมตตาของพระองค์ ตลอดพระชนมชีพของพระองค์คือประจักษ์พยานมหัศจรรย์ของความรักที่พระเจ้าทรงสละองค์จนหมดสิ้น มิได้ทรงถือว่ามีศักดิ์ศรีเสมอพระเจ้า แต่ทรงยอมรับสภาพดุจทาส ทาสที่ยอมรับใช้ผู้อื่น มิใช่ให้ผู้อื่นมารับใช้พระองค์ ขณะที่ฉันจ้องดูผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ของพระเจ้านี้ ในความเงียบสงัดแห่งดวงใจฉัน ฉันได้ยินพระองค์ทรงกระซิบว่า "และข้าพเจ้าก็ไม่ต่อต้าน ไม่หันหลังหนีไป ข้าพเจ้าหันหลังให้แก่ผู้โบยตีข้าพเจ้า และหันแก้มให้กับผู้ที่ดึงเคราข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ซ่อนหน้าแก่ผู้สบประมาท และถ่มน้ำลายรด" ผู้รับใช้นี้ช่างเปี่ยมไปด้วยความหวัง ทรงกล่าวเพิ่มว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้า" ฉันสงสัยว่า พระเจ้าจะเสด็จมาช่วยจริงหรือ ฉันยืนอยู่ที่นั่น ตัวสั่นด้วยความกลัว ในขณะที่ฝูงชนส่งเสียงร้อง "โฮซานนา โฮซานนา" รวมทั้งเสียงที่ว่า "เอาเขาไปตรึงกางเขน เอาเขาไปตรึงกางเขน" ความกลัวของฉัน และความต้องการที่จะมีเพื่อนทำให้ฉันต้องล้างมือ แต่พระโลหิตของพระองค์จะไม่มีวันล้างออก พระองค์ทรงผินพระพักตร์มาหาฉัน ฟกช้ำ เลือดท่วม และแตกยับเยิน "เจ้าเป็นเพื่อนกับเขาใช่ไหม"
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 17 มีนาคม 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-5/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา: 26 การสวดภาวนาและพระตรีเอกภาพ (2) อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย วันนี้พวกเราจะจบคำสอนเรื่องการสวดภาวนาในฐานะที่มีความสัมพันธ์กันกับพระตรีเอกภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพระจิต “ของขวัญ” ประการแรกของการมีชีวิตอยู่ของคริสตชนทุกคนคือพระจิต นี่ไม่ใช่เป็นหนึ่งในบรรดาของขวัญหลายชนิด แต่นี่คือ “ของขวัญ” ที่เป็นรากฐาน พระจิตเป็นของขวัญที่พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาจะประทานให้พวกเรา เพราะว่าพระจิตทรงเปิดใจของพวกเราสู่การประทับอยู่ของพระเจ้า หากปราศจากซึ่งพระจิตพวกเราจะไม่มีความสัมพันธ์กับเยซูพระคริสต์และพระบิดา เพราะว่าพระจิตจะเปิดหัวใจของพวกเราเข้าสู่การประทับอยูของพระเจ้า สู่ “กระแสวนเวียน” แห่งความรัก ซึ่งเป็นหัวใจของพระเจ้า พวกเราไม่ได้เป็นเพียงแขกหรือผู้เดินทางในโลกนี้เท่านั้น พวกเรายังเป็นแขกและผู้เดินทางในพระตรีเอกภาพด้วย พวกเราเป็นดุจอับราฮัม ซึ่งวันหนึ่งท่านได้ต้อนรับผู้เดินทางสามคนในพลับพลาของตนแล้วได้พบกับพระเจ้าโดยเรียกพระองค์ว่า “อับบา - พ่อ” ทั้งนี้เป็นเพราะว่าพระจิตทรงประทับอยู่ในพวกเรา พระองค์ทรงเป็นผู้เปลี่ยนแปลงส่วนที่อยู่ลึกภายในตัวพวกเรา และทำให้พวกเรามีประสบการณ์กับความชื่นชมยินดีที่พวกเราได้รับความรักจากพระเจ้า ดุจพวกเราเป็นบุตรของพระองค์ การกระทำภายในชีวิตจิตวิญญาณทุกอย่างของพวกเราเพื่อพระเจ้าเป็นการกระทำโดยพระจิต พระองค์ทรงกระทำการภายในตัวของพวกเราเพื่อที่จะนำชีวิตคริสตชนของพวกเราไปสู่พระบิดาพร้อมกับพระเยซูคริสต์ คำสอนเกี่ยวกับประเด็นนี้กล่าวว่า “ทุกครั้งที่พวกเราเริ่มสวดภาวนาต่อพระเยซูคริสต์ พระจิตเจ้าจะประทับอยู่กับการภาวนาของพวกเราด้วยพระหรรษทานของพระองค์ เนื่องจากพระองค์สอนให้พวกเราสวดภาวนาต่อพระเยซูคริสต์ ทำไมพวกเราจึงไม่ภาวนาต่อพระจิตด้วยเล่า? นี่คือเหตุผลที่พระศาสนจักรทรงขอร้องให้เราสวดภาวนาต่อพระจิตทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนและหลังกระทำการใดที่มีความสำคัญ” (CCC ข้อ 2670) นี่คือการกระทำของพระจิตในตัวพวกเรา พระองค์ทรง “เตือนใจพวกเรา” ถึงพระเยซูคริสต์และทำให้พระองค์ประทับอยู่ในพวกเรา นี่อาจกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงเป็นความทรงจำแห่งพระตรีเอกภาพในพวกเรา พระองค์ทรงเป็นความทรงจำถึงพระเจ้าในตัวพวกเรา
- [การเข้าเฝ้าทั่วไป (General Audience) วันที่ 3 มีนาคม 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าทั่วไป-general-audience-วัน/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา – 25: การสวดภาวนาและพระตรีเอกภาพ (1) อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในการเรียนคำสอนของพวกเราเกี่ยวกับการสวดภาวนาในวันนี้ และตลอดสัปดาห์หน้า พวกเราต้องขอบคุณพระเยซูคริสต์ที่ทำให้พวกเราเห็นว่า การสวดภาวนานั้นจะเปิดโอกาสให้พวกเราเข้าถึงพระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ซึ่งจะทำให้พวกเราเห็นถึงความรักยิ่งใหญ่ปานมหาสมุทรของพระเจ้า เป็นพระเยซูคริสต์เองที่ทรงเปิดประตูสวรรค์ให้กับพวกเรา และทรงมีโครงการที่จะให้พวกเรามีความสัมพันธ์กันกับพระเจ้า เป็นพระองค์เองที่ทรงกระทำสิ่งนี้ พระองค์ทรงเปิดความสัมพันธ์ของพวกเรากับพระตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต นี่เป็นสิ่งที่อัครสาวกจอห์นยืนยันในตอนท้ายของพระวรสาร “ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าเลย พระบุตรเพียงพระองค์เดียวผู้สถิตอยู่ในพระอุระของพระบิดานั้นได้ทรงเปิดเผยให้พวกเรารู้” (ยน. 1: 18) พระเยซูคริสต์ทรงเปิดเผยอัตลักษณ์ของพระเจ้า พระบิดา พระบุตร และพระจิตให้พวกเราทราบ อันที่จริงแล้วพวกเราไม่ทราบว่าจะต้องสวดภาวนาอย่างไร จะต้องใช้คำพูดอย่างไร ต้องรู้สึกอย่างไร และภาษาอะไรซึ่งเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า ในการขอร้องของบรรดาศิษย์ต่อพระอาจารย์ ซึ่งพวกเราได้ยินกันบ่อยๆ จะมีความเข้าใจผิดของมนุษย์กันอยู่เสมอ แม้จะพยายามสักเท่าใดก็ตาม แต่ก็ไม่ค่อยจะสำเร็จบ่อยนักเพื่อที่จะภาวนาต่อพระผู้สร้าง “ข้าแต่พระอาจารย์ โปรดสอนให้เรารู้จักสวดภาวนา” (ลก. 11: 1) การอธิษฐานภาวนาทุกชนิดจะไม่เท่าเทียมกัน และการภาวนาใช่ว่าจะต้องได้รับผลตามต้องการเสมอไปก็หาไม่ พระคัมภีร์เองก็ยืนยันว่าผลแห่งการอธิษฐานภาวนาหลายชนิดถูกปฏิเสธ บางทีบางครั้งพระเจ้าก็ทรงไม่พอพระทัยในการภาวนาของพวกเราและพวกเราก็ไม่รับรู้ในประเด็นนี้ พระเจ้าทอดพระเนตรไปยังมือของผู้ที่สวดภาวนาเพื่อที่จะทำให้เขาบริสุทธิ์
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 28-03-2021 “วันอาทิตย์ใบลาน : ตื่นตะลึงในพระเจ้า”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-2/)
- [ข้อคิดข้อรำพึงวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday of The Passion of The Lord)](https://www.cbct.or.th/ข้อคิดข้อรำพึงวันศุกร์/) - เวลาของพระองค์มาถึงแล้ว เราได้มาถึงจุดสูงสุดในพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าแล้ว เวลาของพระองค์มาถึงแล้ว "เวลาที่บุตรแห่งมนุษย์จะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์มาถึงแล้ว" (ยน 12:23) "พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าถึงเวลาแล้วที่จะทรงจากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดา" (ยน 13:1) "เวลา" ของพระองค์ไม่เพียงแต่หมายถึง "เวลาแห่งการรับทรมาน" เท่านั้น แต่หมายถึง "เวลาแห่งการรับทรมานและการกลับคืนพระชนมชีพ" ด้วย คือเป็นเวลาที่จะ "ผ่าน" จากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดา จะเป็นการผ่านที่แท้จริงของพระองค์ เป็นปัสกาแท้ (คำว่า ปัสกา แปลว่า ผ่าน) พระทรมานจึงเป็นเวลาที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของพระเยซูเจ้าโดยแท้ ดังที่พระองค์ได้ทรงประกาศไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "เมื่อใดที่ท่านยกบุตรแห่งมนุษย์ขึ้น เมื่อนั้นท่านจะรู้ว่า เราเป็น" (ยน 8:28) พระทรมานของพระเยซูเจ้าในมุมมองของนักบุญยอห์น เราไม่อาจเข้าใจพระเยซูเจ้าได้ ถ้าไม่รำพึงเรื่องพระทรมานของพระองค์ ผู้นิพนธ์พระวรสารทั้งสี่องค์ก็เขียนเล่าเรื่องนี้ค่อนข้างยาว นักบุญยอห์นนำเสนอเรื่องราวพระทรมานแตกต่างจากผู้นิพนธ์พระวรสารคนอื่นๆทั้งสามคน และพระทรมานที่เล่าโดยนักบุญยอห์นนี้ พระศาสนจักรกำหนดให้อ่านในคืนวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ของทุกๆปี หัวข้อหลักของเรื่องพระทรมานของพระเยซูเจ้ากลับไม่ได้เน้นไปที่พระทรมานที่ทรงได้รับ แต่เป็นเรื่องชัยชนะของพระองค์ต่างหาก เหมือนกับที่พระองค์ได้ตรัสไว้ก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อยว่า "และเมื่อเราจะถูกยกขึ้นจากแผ่นดิน เราจะดึงดูดทุกคนเข้ามาหาเรา" (ยน 12:32) กล่าวคือนักบุญยอห์นไม่ได้เล่าทุกฉากของพระทรมาน เช่นว่า ไม่เล่าตอนที่ทรงเข้าตรีทูต ไม่เล่าตอนที่ยูดาสทรยศพระองค์ด้วยการจูบ ไม่เล่าเรื่องการถูกตัดสินประหารชีวิต การถูกเยาะเย้ย ถูกถ่มน้ำลายรด และความรุนแรงอื่นๆที่เกิดขึ้นกับพระองค์ แต่นักบุญยอห์นเล่าเรื่องการถูกสวมมงกุฎหนาม
- [บทรำพึงสั้นๆ วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ ระลึกถึงพระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท](https://www.cbct.or.th/บทรำพึงสั้นๆ-วันพฤหัสบด/) - น่าสนใจที่พระวรสารของวันนี้นำมาจากพระวรสารของนักบุญยอห์น ซึ่งไม่ได้เล่าเรื่องการตั้งศีลมหาสนิทโดยตรง เหมือนพระวรสารของอีกสามผู้นิพนธ์พระวรสาร แต่กลับเล่าเรื่องการที่พระเยซูเจ้าทรงล้างเท้าบรรดาศิษย์ เป็นนักบุญยอห์นองค์เดียวที่เล่าเรื่องนี้ เราลองมาพิจารณาบางตอนจากพระวรสารของนักบุญยอห์นนะครับ ตอนเริ่มของพระวรสารวันนี้ นักบุญยอห์นเริ่มต้นว่า “ก่อนวันฉลองปัสกา พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าถึงเวลาแล้วที่จะทรงจากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดา พระองค์ทรงรักผู้ที่เป็นของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้ พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุด” นี่เป็นรายละเอียดที่นักบุญยอห์นนำมาไว้ตรงเริ่มต้นก่อนที่จะเล่าถึงฉากที่พระเยซูเจ้าทรงล้างเท้า ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งที่จะทำให้เข้าใจเรื่องทั้งหมดต่อไปว่าหมายความถึงอะไร นักบุญยอห์นเปรียบเหมือนจิตรกรที่เชี่ยวชาญ เพียงตวัดฝีแปรงสองสามครั้ง ก็ทำให้เห็นภาพที่สวยงามได้เลย เราลองมาดูคำขึ้นต้นบางคำของนักบุญยอห์นนะครับ คำแรก ท่านพูดถึง “วันฉลองปัสกา” เรารู้จากนักบุญยอห์นดีว่า เมื่อท่านพูดถึง “เทศกาลของชาวยิว” ท่านต้องการให้เราเข้าใจว่า พระเยซูเจ้าทรงประยุกต์ความหมายนั้นมาสู่พระองค์เอง การฉลองปัสกาถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ต้นๆของพระวรสารของท่านแล้วว่าเป็นการฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พระเยซูเจ้าเองทรงเป็นลูกแกะปัสกา (ยน 1 : 29, 36) และในวันฉลองปัสกาอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ได้ตรัสถึงพระวิหารที่ถูกทำลาย แล้วพระองค์จะสร้างขึ้นใหม่ในสามวัน(ยน 2 :19-21) และเมื่อพระองค์ทรงทวีขนมปังเลี้ยงประชาชน และได้ตรัสว่าจะทรงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ก็อยู่ในช่วงปัสกาเช่นกัน (ยน 6) และขณะนี้ พระองค์กำลังจะเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งจะเป็นปัสกาครั้งสุดท้าย แต่นักบุญยอห์นไม่เล่ารายละเอียดเรื่องการกินเลี้ยงและการตั้งศีลมหาสนิท แต่กลับเล่าเรื่องการล้างเท้าบรรดาศิษย์ สำหรับชาวยิวแล้ว การล้างเท้าเป็นการรับใช้ที่สงวนไว้เฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นทาส มีแต่ทาสเท่านั้นที่ล้างเท้าให้เจ้านาย ดังนั้นในการล้างเท้าบรรดาศิษย์ พระเยซูเจ้าทรงถ่อมองค์ลงเป็นทาส พระองค์กลายเป็นเหมือนสิ่งของหรือวัตถุที่คนซื้อขายกัน สิ่งนี้เป็นการประกาศว่าพระองค์จะทรงถูกขายในราคาสามสิบเหรียญ
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 24 มีนาคม 2021 ณ ห้องสมุดแห่งสันตะสำนัก](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-4/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา – 27 : การสวดภาวนาโดยเป็นหนึ่งเดียวกับแม่พระ อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย วันนี้การเรียนคำสอนของพวกเรา พ่อจะอธิบายเกี่ยวกับการสวดภาวนาโดยเป็นหนึ่งเดียวกับแม่พระ เพราะวันนี้ (24 มีนาคม) เป็นวันก่อนวันสมโภชพระแม่มารีย์น้อมรับการแจ้งสารจากทูตสวรรค์ (Annunciation) พวกเราทราบว่าหนทางหลักแห่งการสวดภาวนาของศาสนิกคริสตชนคือในความเป็นมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ ความจริงแล้วความเชื่อมั่นที่เป็นอัตลักษณ์ของการสวดภาวนาของคริสตชนจะไร้ซึ่งความหมาย ถ้าหากพระวจนาตถ์มิได้เสด็จมารับสภาพมนุษย์ และมอบพระจิตผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์เยี่ยงบุตรกับพระบิดา พวกเราได้ฟังพระคัมภีร์เรื่องการมาชุมนุมกันของบรรดาศิษย์ ซึ่งสตรีใจศรัทธาและพระแม่มารีย์สวดภาวนาด้วยกัน หลังการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ ชุมชนคริสตชนรุ่นแรก ๆ ต่างเฝ้ารอคอย “ของขวัญ” ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นคำสัญญาของพระองค์ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นสื่อกลาง พระเยซูคริสต์ทรงเป็นสะพานให้พวกเราข้ามไปหาพระเจ้าพระบิดา (ดูคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 2674) พระองค์ทรงเป็นพระผู้ไถ่แต่พระองค์เดียว ไม่มีผู้ร่วมไถ่อื่นกับพระเยซูคริสต์ มีพระองค์แต่เพียงผู้เดียว พระองค์ทรงเป็นสื่อกลางที่ยอดเยี่ยมที่สุด คำภาวนาทุกครั้งที่พวกเรายกขึ้นหาพระเจ้าต้องผ่านพระเยซูคริสต์ พร้อมกับพระเยซูคริสต์ และในพระเยซูคริสต์ และคำภาวนาจะสำเร็จลุล่วงไปซึ่งต้องขอบคุณสำหรับการวอนขอของพระองค์ พระจิตทรงได้ยินได้ฟังการรำพึงของพระเยซูคริสต์ทุกครั้งและทุกสถานที่ จะไม่มีชื่ออื่นใดที่สามารถทำให้พวกเรารอดได้ มีเพียงพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์เท่านั้น (ดู กจ. 4: 12) ทั้งนี้เป็นเพราะการรำพึงภาวนาของพระเยซูคริสต์ การภาวนาและความเชื่อความศรัทธาของคริสตชนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ จึงมีความหมาย
- [บทเทศน์วันอาทิตย์ใบลานแห่งพระมหาทรมานของพระเยซูคริสต์ วันที่ 28 มีนาคม 2021 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์วันอาทิตย์ใบลาน/) - ทุกปีพิธีกรรมทำให้พวกเราต้องตื่นเต้นอย่างประหลาดใจ พวกเราผ่านจากความชื่นชมยินดีในการต้อนรับพระเยซูคริสต์ในขณะที่พระองค์เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มสู่ความเศร้าที่เห็นพระองค์ถูกคำสั่งลงโทษประหารชีวิตด้วยความตายบนไม้กางเขน ความรู้สึกประหลาดภายในนั้นจะอยู่กับพวกเราไปตลอดสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้พวกเราไตร่ตรองกันอย่างลึกซึ้งกับเรื่องนี้ พระเยซูคริสต์ทำให้พวกเรารู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจตั้งแต่แรก ประชากรได้ถวายการต้อนรับพระองค์อย่างยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ก็เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มบนหลังลา ประชากรหวังที่จะเห็นผู้ช่วยให้พวกเขารอดจากอำนาจที่ถูกกดขี่ในโอกาสปัสกา แต่พระองค์ทรงทำให้ปัสกาสำเร็จลุล่วงไปด้วยการอุทิศพระองค์เอง ประชากรของพระองค์หวังที่จะมีชัยเหนือพวกโรมันด้วยคมดาบ แต่พระเยซูคริสต์เสด็จมาเพื่อที่จะฉลองชัยชนะของพระเจ้าโดยอาศัยไม้กางเขน สิ่งที่เกิดขึ้นกับประชากรที่เมื่อไม่กี่วันมานี้เพิ่งโห่ร้องจาก “โฮซันนา” กลับตะโกนว่า “เอามันไปตรึงบนไม้กางเขน”? อะไรเกิดขึ้น? พวกเขาเชื่อตามความคิดของตนเองเกี่ยวกับพระผู้ไถ่ แทนที่จะเชื่อในพระผู้ไถ่พระแมสซีอาห์ พวกเขาพิศวงในพระเยซูคริสต์ แต่พวกเขาไม่รู้สึกการทำให้ตนได้รับความประหลาดใจ ความปราะหลาดใจไม่เหมือนกับการนิยมสรรเสริญหรือชื่นชม การนิยมสรรเสริญค่อนข้างไปในทางโลกีย์วิสัย เพราะนั่นจะเป็นไปในทำนองตามค่านิยมและการคาดหวังของตัวเราเอง ส่วนการประหลาดใจแบบฉงนจะเปิดใจกว้างสู่ผู้อื่น และสู่สิ่งใหม่ๆ ที่นำมาให้ แม้กระทั่งในทุกวันนี้มีผู้คนเป็นอันมากที่นิยมสรรเสริญพระเยซูคริสต์ พระองค์ตรัสสิ่งสวยงามมากมาย พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความรักและการให้อภัย แบบฉบับของพระองค์เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์...ฯลฯ พวกเขาชื่นชมพระองค์ ทว่าชีวิตของพวกเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง การชื่นชมพระเยซูคริสต์ยังไม่เพียงพอ พวกเราต้องเจริญชีวิตตามรอยพระบาทของพระองค์ ต้องยอมให้ตัวเราเองได้รับการท้าทายจากพระองค์ ต้องผ่านเพียงจากการนิยมชมชอบเป็นความประหลาดใจแบบฉงนสนเท่ห์ สิ่งใดคือสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ และสิ่งใดคือปัสกาของพระองค์? เป็นความจริงที่ว่าพระองค์ทรงได้รับพระสิริมงคลด้วยความสุภาพถ่อมตนของพระองค์ พระองค์มีชัยชนะด้วยการยอมรับความทุกข์ทรมานและความตาย อันเป็นสิ่งซึ่งพวกเรามักจะหลีกเลี่ยง แต่กลับไปแสวงหาความนิยมชื่นชมและความสำเร็จแบบชาวโลกทั่วไป เฉกเช่นที่นักบุญเปาโลกล่าวกับพวกเราว่า “จงทำตนเป็นคนว่างเปล่า... พระองค์ทรงถ่อมตนลง” (ฟป. 2: 7-8) นี่คือสิ่งที่น่าประหลาดใจ คือการที่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงลดตนเองลงจนไม่เหลืออะไรเลย การที่พวกเราเห็นพระวจนาตถ์ ผู้ทรงสรรพานุภาพ
- [บุคคลที่เกี่ยวข้องกับหนทางแห่งไม้กางเขนในเหตุการณ์พระมหาทรมานของพระเยซูคริสต์ (Passion Sunday)](https://www.cbct.or.th/บุคคลที่เกี่ยวข้องกับห/) - 1. ยูดาส อิสคาริอ็อท (Judas Iscariot) พวกเรารู้ดีว่า ยูดาส อิสคาริอ็อท เป็นผู้ถือถุงเงินในกลุ่มอัครสาวก และทรยศพระเยซู ด้วยการติดสินบนเพียงแค่ 30 เหรียญเงิน เพื่อชี้เบาะแสนำจับพระองค์โดยการจูบ ซึ่งถูกเรียกว่า “จูบของยูดาส” ทำให้พวกทหารของมหาสมณะไคยาฟาส เข้าจับกุมและนำตัวส่งต่อให้ทหารของปอนซีโอ ปีลาโต ใช่แล้ว บรรดาคริสตชนจำนวนมาก ยังคงถือว่า “ยูดาส” คือผู้ทรยศ ความจริง คำาว่า “ยูดาส” นั้น มีปรากฏอยู่ในหลายภาษา ซึ่งมีความหมายตรงกันว่า คนทรยศ หรือ คนหักหลัง 2. มหาสมณะ, ฟาริสี, นักกฎหมาย – คู่ปรปักษ์ (Chief Priest, Pharisee, Lawyer - Adversary) ถ้าหากมหาสมณะทำบาป เขานำความผิดมาสู่ปวงชนทั้งหมด (เทียบ เลวีนิติ 4:3) “ด้วยอำนาจอะไร ที่ท่านกระทำสิ่งเหล่านี้”
- [สมณลิขิตในรูปแบบพระสมณะดำริ (Motu Proprio) ของพระสันตะปาปาฟรานซิสเกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่แห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน ฯลฯ](https://www.cbct.or.th/สมณลิขิตในรูปแบบพระสมณ/) - อนาคตทางเศรษฐกิจแบบถาวรยั่งยืนของทุกวันนี้ ส่งผลกระทบท่ามกลางสิ่งต่างๆ จึงจำเป็นต้องออกมาตรการเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ระดับต่าง ๆ เนื่องจากการขาดดุลที่เป็นลักษณะของการบริหารจัดการเศรษฐกิจของสันตะสำนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากสถานการณ์ตกต่ำลงเพราะปัญหาสุขภาพอันสืบเนื่องมาจากโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ทุกประเภทสำหรับสันตะสำนักและนครรัฐวาติกัน เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่เป็นรายการที่สำคัญแห่งค่าใช้จ่ายในงบประมาณแห่งสันตะสำนักและนครรัฐวาติกัน เมื่อพิจารณาเห็นว่าแม้ว่าสันตะสำนักและนครรัฐวาติกันจะมีงบประมาณที่เพียงพอ ทว่าจำเป็นที่ต้องสร้างหลักประกันถึงความยั่งยืนและงบดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายในการบริหารจัดการเศรษฐกิจและการคลังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงถือว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องดำเนินการในเรื่องนี้ตามมาตรฐานแห่งความสมดุลและความเจริญก้าวหน้า โดยมีเป้าหมายที่จะดำรงไว้ซึ่งตำแหน่งงานในปัจจุบัน โดยรับความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญแห่งสำนักเลขาธิการเพื่อเศรษฐกิจ และหลังจากที่มีการตรวจสอบถึงทุกปัญหาอย่างละเอียดเกี่ยวกับประเด็นนี้แล้วข้าพเจ้าจึงออกกฤษฎีกาดังต่อไปนี้ มาตรา 1 ค่าตอบแทนสำหรับบรรดาพระคาร์ดินัล §1 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 ที่จ่ายโดยสันตะสำนักสำหรับพระคาร์ดินัลไม่ว่าเดิมจะกำหนดไว้เท่าใดก็ตามจะลดลง 10% เมื่อเทียบกับเงินเดือนที่จ่ายครั้งสุดท้าย มาตรา 2 ค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้อาวุโส §1 นับจากวันที่ 1 เมษายน 2021 เป็นต้นไปค่าตอบแทนไม่ว่าเดิมจะกำหนดเท่าใด ค่าตอบแทนสุทธิโดยไม่รวมค่าตอบแทนเพิ่มตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาที่จ่ายโดยสันตะสำนักและนครรัฐวาติกันต่อบุคคลที่เงินเดือนจัดอยู่ในขั้น C และ C1 จะถูกตัด 8% เมื่อเทียบกับเงินเดือนที่จ่ายครั้งสุดท้าย มาตรา 3 ค่าตอบแทนสำหรับบาดหลวงและนักบวช §1 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2021 ค่าตอบแทนที่จ่ายโดยสันตะสำนักและนครรัฐวาติกันต่อนักบวชและสมาชิกของสถาบันผู้ถวายตัวและสถาบันแห่งชีวิตผู้ประกาศพระวรสาร ซึ่งมีเงินเดือนอยู่ในระดับ C2 และ C3
- [คำแนะนำแกี่ยวกับพิธีโปรดศีลกำลัง (คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม)](https://www.cbct.or.th/คำแนะนำแกี่ยวกับพิธีโป/) - พิธีกรรมศีลกำลัง นักบุญเปาโลที่ 6 พระสันตะปาปา ได้กล่าวถึงสาระสำคัญของพิธีศีลกำลังในสมณธรรมนูญว่าด้วยพิธีศีลกำลัง ดังนี้“ศีลกำลังประกอบด้วยการเจิมน้ำมันคริสมาบนหน้าผาก พร้อมกับการปกมือขณะที่กล่าวว่า “จงรับตราประทับพระพรของพระจิตเจ้า”(AccipeSignaculumDoni Spiritus Sancti) (เทียบ OC 9 เทียบ CIC 880 #1) หนังสือพิธีศีลกำลังข้อ 27 ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงลักษณะของการเจิมน้ำมันคริสมาที่หน้าผากของผู้รับศีลกำลังว่า “พระสังฆราชใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือขวาจุ่มน้ำมันคริสมา แล้วเจิมที่หน้าผากของผู้รับศีลด้วยเครื่องหมายกางเขน...” ดังนั้น เราสามารถสรุปอิริยาบถของการเจิมด้วยน้ำมันคริสมาซึ่งเป็นสาระสำคัญของพิธีศีลกำลังได้ดังนี้ “ผู้ประกอบพิธีศีลกำลังใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือขวาจุ่มน้ำมันคริสมา แล้วเจิมที่หน้าผากของผู้รับศีลด้วยเครื่องหมายกางเขนพร้อมกับการปกมือขณะที่กล่าวว่า “จงรับตราประทับพระพรของพระจิตเจ้า” บทสูตร “จงรับตราประทับพระพรของพระจิตเจ้า”นี้เชื่อมข้อความในพระธรรมใหม่สองตอน คือ อฟ1:13 “ในองค์พระคริสตเจ้านี้ ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ได้ฟังพระวาจาแห่งความจริง คือข่าวดีอันนำความรอดพ้นมาให้ ท่านได้เชื่อแล้วจึงได้รับพระจิตเจ้า ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาให้นั้นเป็นตราประทับ” และ กจ 2:38 ในบทเทศน์ของนักบุญเปโตรวันเปนเตกอสเตที่กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงกลับใจเถิด แต่ละคนจงรับศีลล้างบาปเดชะพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อจะได้รับการอภัยบาป แล้วท่านจะได้รับพระพรของพระจิตเจ้า” ส่วนการปกมือเหนือผู้รับศีลกำลัง พร้อมกับบทภาวนาว่า “ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ...” ก่อนการเจิมด้วยน้ำมันคริสมานั้น แม้ไม่ใช่สาระสำคัญที่จำเป็นในการประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ก็จริง แต่ก็ต้องได้รับความสำคัญเพื่อความสมบูรณ์ของพิธี
- [สาส์นผ่านทางวีดีโอของพระสันตะปาปาฟรานซิส โอกาสยกฐานะสักการะสถานพระแม่มารีย์แห่งเมืองน็อค (Our Lady of Knock) ประเทศไอร์แลนด์ขึ้นเป็นสักการะสถานสากลเพื่อความศรัทธาต่อศีลมหาสนิทและแม่พระ](https://www.cbct.or.th/สาส์นผ่านทางวีดีโอของพ/) - สวัสดี ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รัก พ่อขอถือโอกาสนี้ที่จะอยู่กับพวกท่านโดยทางสื่อในโอกาสที่มีความสำคัญยิ่งในชีวิตของสักการะสถานนี้ ตั้งแต่การประจักษ์มาของพระแม่มารีย์ในวันที่ 21 สิงหาคม 1879 เมื่อแม่พระทรงประจักษ์มาหาชาวบ้านบางคนที่ตำบลน็อค (Knock) พร้อมกับนักบุญโยเซฟและอัครสาวกจอห์น ชาวไอริชมักแสดงความศรัทธา ความเชื่อของตนเองไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใด พวกเขาเป็นประชากรพระเจ้าที่เป็นศิษย์ธรรมทูต นี่เป็นความรู้สึกที่ดีที่เห็นว่าบาดหลวง นักบวชชายหญิงจำนวนมากจากแผ่นดินนี้เป็นผู้ประกาศพระวรสาร และพวกเราก็ไม่อาจที่จะลืมว่าฆราวาสจำนวนมากได้อพยพไปยังหลายประเทศในโลก และยังคงไว้ซึ่งความศรัทธาของพวกเขาต่อพระแม่แห่งเมืองน็อค (Knock) ได้มีครอบครัวจำนวนมากตลอดเวลาประมาณ 150 ปีที่ถ่ายทอดความเชื่อให้กับลูกหลาน และรวมกันสวดสายประคำประจำวันต่อหน้ารูปของแม่พระแห่งน็อค พระหัตถ์ของพระแม่ที่อยู่ในท่าทางกำลังสวดภาวนายังคงแสดงให้เห็นถึงการสวดภาวนาว่าเป็นพื้นฐานแห่งชีวิต ซึ่งเป็นสาส์นแห่งความหวังจากสักการะสถานแห่งนี้ พวกท่านทราบดีว่าการประจักษ์ที่ตำบลน็อค แม่พระไม่ได้ตรัสเลยสักคำ แต่ความเงียบของพระแม่ก็เป็นสาส์น นี่เป็นภาษาที่แสดงออกได้ดีที่สุดสำหรับพวกเรา สาส์นจากน็อค มีคุณค่ายิ่งใหญ่แห่งความเงียบสำหรับความเชื่อ นี่เป็นความเงียบต่อพระธรรมล้ำลึกที่ไม่หมายถึงการปฏิเสธความเข้าใจ แต่เป็นความเข้าใจที่ได้รับการทำนุบำรุง และความช่วยเหลือโดยพระธรรมล้ำลึกแห่งความรักของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงมอบพระองค์เพื่อเราทุกคนดุจลูกแกะที่ถูกนำไปบูชาเพื่อความรอดของมวลมนุษย์ นี่เป็นความเงียบต่อพระธรรมล้ำลึกที่ยิ่งใหญ่แห่งความรักที่ไม่อาจจะพบการตอบสนองใดได้นอกจากการมอบตนเองด้วยความไว้วางใจต่อพระประสงค์อันทรงเมตตาของพระบิดา ณ สวรรค์ สุดท้ายนี่เป็นความเงียบที่พระเยซูคริสต์ทรงขอร้องเมื่อพระองค์สอนพวกเรา “เมื่อท่านอธิษฐานภาวนาจงเข้าไปในห้องปิดประตูแล้วอธิษฐานต่อพระบิดาผู้ประทับอยู่ในที่ลับ แล้วพระบิดาของท่านซึ่งเห็นท่านจากที่ลับจะได้ตอบแทนท่าน และในการอธิษฐานภาวนาจงอย่าใช้คำพูดที่ว่างเปล่าดุจคนต่างศาสนา เพราะพวกเขาคิดว่าพระเจ้าจะฟังคำภาวนาของเขา ถ้าเขาใช้คำพูดพล่ามมากมาย จงอย่าเป็นเหมือนพวกเขา เพราะพระบิดาของท่านทราบสิ่งที่ท่านต้องการก่อนที่ท่านจะวอนขอพระองค์เสียอีก” (มธ. 6: 6-8)
- [คำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่นักศึกษาวิทยาลัยเบลเยี่ยมในสังกัดสันตะสำนัก](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของสมเด็จพระส/) - ลูก ๆ และ พี่น้องที่รัก พ่อมีความยินที่ได้ต้อนรับพวกท่านในโอกาสครบรอบ 175 ปีของวิทยาลัยเบลเยี่ยมในสังกัดสันตะสำนัก (Pontifical Belgian College) ซึ่งนักบุญจอห์น พอล 2 เคยเป็นศิษย์เก่า ณ สถาบันนี้ ขอขอบคุณอธิการอาร์ชบิชอปสเม็ท (Smet) สำหรับการกล่าวต้อนรับและรายงาน ช่วงเย็นของวันที่ 18 มีนาคม ก่อนวันสมโภชนักบุญยอแซฟ ซึ่งพวกเรายกถวายปีนี้ให้กับท่านนักบุญ และพ่อทราบว่านักบุญโยเซฟ ผู้ปกป้องพิทักษ์พระผู้ไถ่เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์วิทยาลัยเบลเยี่ยมแห่งนี้ ในฐานะที่พวกเราเป็นศาสนบริกรของพระเยซูคริสต์ พวกเราอาจพึ่งพาท่านนักบุญให้ช่วยนำความคิดดีๆ บางประการมายังพวกเราเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของผู้อภิบาลที่ดี และการทำหน้าที่เป็นบิดาต่อบรรดาสัตบุรุษ ผู้ที่ถูกมอบให้อยู่ภายใต้การอภิบาลของพวกเรา อย่างที่พวกท่านทราบกันดีการเป็นบิดาเป็นหัวข้อสำคัญในสมณลิชิต “ด้วยหัวใจของบิดา” (Patris corde) ซึ่งพ่อได้อักษรขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 150 ปีที่พวกเราประกาศว่า นักบุญโยเซฟเป็นองค์อุปถัมภ์พระศาสนจักรสากล ประการแรก นักบุญโยเซฟเป็นบิดาที่ให้การต้อนรับ อันที่จริงหลังจากที่ต้องเอาชนะในการไม่อยากยินยอม และจัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ท่านนักบุญก็รักและต้อนรับมารีย์เป็นภรรยา และรับพระเยซูคริสต์เป็นบุตร ซึ่งแตกต่างจากภาพแห่งชีวิตครอบครัวที่ตนเองปรารถนา ด้วยเหตุนี้ท่านนักบุญจึงพึงพอใจและรักครอบครัวยิ่งมากขึ้น พูดอีกอย่างหนึ่งคือ โยเซฟไม่ได้หาคำอธิบายสำหรับความจริงที่แปลกประหลาดและเร้นลับที่ตนเองเผชิญ แต่กลับต้อนรับด้วยความเชื่อและแสดงความรักอย่างที่เป็นอยู่
- [ปีนักบุญโยเซฟ ตอน 'บิดาผู้อยู่เบื้องหลัง' (หน้า 43-48 พากย์ไทย 8 นาที)](https://www.cbct.or.th/ปีนักบุญโยเซฟ-ตอน-บิดาผ/)
- ["ด้วยหัวใจของบิดา" น.โยเซฟ ท่านเป็นบิดาที่ทำงาน ( ตอน 6 หน้า 41-42 ยาว 4.13 นาที)](https://www.cbct.or.th/ด้วยหัวใจของบิดา-น-โยเซ/)
- [การรับพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์โอกาส ปีนักบุญโยเซฟ (8 ธันวาคม 2020 - 8 ธันวาคม 2021)](https://www.cbct.or.th/การรับพระคุณการุณย์ครบ/) - . 1. พระคุณการุณย์คืออะไร (Indulgence) พระคุณการุณย์คือ “การยกโทษบาปชั่วคราว” ที่เรากระทำต่อพระเจ้า ซึ่งได้รับการอภัยแล้ว คริสตชนซึ่งมีความพร้อมภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้สามารถรับพระคุณนี้ “สำหรับตนเอง” หรือ “ผู้ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว” โดยผ่านทางศาสนบริการของพระศาสนจักรในฐานะผู้แจกจ่ายพระหรรษทาน แห่งการไถ่กู้ แจกจ่ายคลังสมบัติแห่งพระบารมีของพระคริสตเจ้าและนักบุญทั้งหลาย พระคุณการุณย์ 2. ประวัติที่มาของการรับพระคุณการุณย์โอกาสปีนักบุญโยเซฟ ว่าด้วยเรื่องการประทานพระคุณการุณย์พิเศษ โอกาสปีนักบุญโยเซฟ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงประกาศเพื่อฉลองครบรอบ 150 ปี การประกาศให้นักบุญโยเซฟเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล วันนี้ (8 ธันวาคม 2020) เป็นวันครบรอบ 150 ปี ของกฤษฎีกา “Quemadmodum Deus” ที่ท่านบุญราศีสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 ได้ทรงประกาศให้นักบุญโยเซฟเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรคาทอลิก เนื่องจากสมเด็จพระสันตะปาปาทรงหวั่นพระทัยที่พระศาสนจักรได้ถูกคุกคามจากบรรดาศัตรู จนตกอยู่ในสภาพการณ์ที่ หนักหน่วงและเศร้าหมองในขณะนั้น เพื่อให้การมอบความวางใจของพระศาสนจักรทั้งมวลที่มีต่อการอุปถัมภ์ของผู้พิทักษ์ปกป้องพระเยซูจะยังดำรงคงอยู่ตลอดไป สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจึงทรงกำหนดให้ตั้งแต่วันนี้ (8 ธันวาคม 2020) ซึ่งเป็นวันครบรอบ การประกาศกฤษฎีกา อันเป็นวันศักดิ์สิทธิ์สำหรับการฉลองพระนางมารีย์พรหมจารีผู้ปฏิสนธินิรมลและเจ้าสาวของ โยเซฟผู้บริสุทธิ์ยิ่ง จนถึงวันที่ 8 ธันวาคม
- [บทเพลง ท่านนักบุญโยเซฟ](https://www.cbct.or.th/บทเพลง-ท่านนักบุญโยเซฟ/) - “โอกาสปีนักบุญโยเซฟ (8 ธันวาคม 2020 - 8 ธันวาคม 2021) และวันสมโภชนักบุญโยเซฟ (19 มีนาคม) แผนกดนตรี ฯ ได้ประพันธ์เพลง "ท่านนักบุญโยเซฟ" เพื่อสรรเสริญโมทนาคุณพระเจ้า และเทิดเกียรติท่านนักบุญโยเซฟ" เนื้อเพลง ท่านนักบุญโยเซฟ ผู้เป็นบิดา คุ้มครองชาวเรา ภาวนาเพื่อเรา ให้มั่นคงรักและศรัทธา ดำเนินในทางเที่ยงตรง อยู่ในพระองค์ ผู้ทรงรักเรา ดำเนินในทางเที่ยงตรง อยู่ในพระองค์ ผู้ทรงรักเรา (*) โยเซฟ ท่านผู้ชอบธรรม ได้โปรดป้องกัน ดูแลรักษา โยเซฟ ท่านผู้เมตตา โปรดภาวนาเพื่อเราเทอญ 2. ท่านนักบุญโยเซฟ จิตใจมั่นคง ในพระสัจจา วอนท่านอารักขา เฝ้ารักษาพิทักษ์ดูแล ดำเนินในทางพระธรรม ความรอดประกัน กายและวิญญาณ ดำเนินในทางพระธรรม ความรอดประกัน กายและวิญญาณ ซ้ำ (*)
- [ปีนักบุญโยเซฟ](https://www.cbct.or.th/ปีนักบุญโยเซฟ/) - เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2020 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงประกาศให้ ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2020 - วันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2021 เป็น “ปีนักบุญโยเซฟ” เพื่อระลึกถึงวาระครบ 150 ปี ที่บุญราศีสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9 ทรงประกาศให้นักบุญโยเซฟ เป็น “องค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล” เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1870 ในโอกาสนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงมีสมณลิขิต “ด้วยหัวใจของบิดา” (Patris Corde) ในสมณลิขิตฉบับนี้ทรงปรารถนาที่จะแบ่งปันการไตร่ตรองส่วนพระองค์เกี่ยวกับชีวิตของท่านนักบุญโยเซฟแก่คริสตชนทุกคน *ขอขอบคุณช่างภาพ* Daniel Khuan Thinwan , Nipat Siriphanyos , Anthony Teelek , สื่อมวลชนคาทอลิก , สังฆมณฑลเชียงใหม่
- [25 มีนาคม สมโภชการแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์ ( The Annunciation of the Lord, solemnity )](https://www.cbct.or.th/25-มีนาคม-สมโภชการแจ้งสาร/) - ในวันสมโภชนี้ พระศาสนจักรเฉลิมฉลองเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ นั่นคือ การรับสภาพมนุษย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระเยซูคริสตเจ้าพระผู้ไถ่นั่นเอง เราหวนระลึกถึงความสำคัญของเหตุการณ์ที่งดงามนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในธรรมล้ำลึกแห่งความเชื่อของเราที่สำคัญมากที่สุด และเป็นที่จดจำมากที่สุดด้วย ทุกๆครั้งที่เราสวดบททูตสวรรค์แจ้งข่าว ตอนที่กล่าวว่า "พระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์ และเสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางข้าพเจ้าทั้งหลาย" (ยน 1:14) แสดงถึง พระเจ้าเที่ยงแท้ได้ทรงมาเป็นมนุษย์จริงๆ อันเป็นกิจการแห่งการช่วยให้รอดของพระที่บรรลุจุดหมายที่สูงสุด โดยทรงมอบพระองค์เองให้แก่สิ่งสร้างทั้งมวล - โดยเฉพาะกับมนุษย์โดยตรง วันสมโภชนี้กระทำในวันที่ 25 มีนาคม เพื่อให้เห็นว่าเป็นช่วงเวลาก่อนถึงวันสมโภชพระคริสตสมภพ ซึ่งเป็นวันประสูติของพระวจนาตถ์ที่ทรงรับเอากาย ที่จะนับต่อไปอีก 9 เดือนพอดี ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันในฐานะเป็นวันสมโภชการแจ้งสารแด่พระนางมารีย์ (The Annunciation of the Blessed Virgin Mary) จนกระทั่งปัจจุบันนี้เราย้อนกลับไปที่ต้นกำเนิด จึงนำชื่อเรียกตั้งแต่โบราณกลับมาใช้ใหม่ว่า "การแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์" (Annunciation of the Lord) และแท้ที่จริงแล้วก็เป็นการเชื่อมโยงสมโภชขององค์พระผู้เป็นเจ้าและของพระแม่มารีย์ไว้ด้วยกัน ดังที่นักบุญ ปอลที่ 6 พระสันตะปาปา ทรงกล่าวไว้ว่า "เป็นวันสมโภชพระวจนาตถ์ผู้ซึ่งเสด็จมาเป็นบุตรของพระนางมารีย์ และเป็นวันสมโภชของพระนางพรหมจารีย์ผู้ซึ่งได้ทรงเป็นพระมารดาของพระเจ้า" การแจ้งสารของทูตสวรรค์นี้นำพาเราเข้าไปสู่จุดศูนย์กลางของกระแสเรียกสองภาคส่วนด้วยกัน กล่าวคือ เมื่อพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์ทรงมีจุดประสงค์พิเศษที่จะเสด็จมาเป็นมนุษย์ ถือเป็นกระแสเรียกในแบบจะทรงทำให้มวลมนุษย์เป็นอิสระตลอดนิรันดรจากการทำลายล้างให้เสียหายของบาปและความตาย
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus) วันที่ 21 มีนาคม 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันท/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในวันอาทิตย์ที่ห้าแห่งเทศกาลมหาพรตนี้ ในจารีตพิธีได้ประกาศพระวรสารซึ่งนักบุญยอห์นเล่าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตของพระเยซูคริสต์ก่อนที่พระองค์จะทรงรับทรมาน (เทียบ ยน. 12: 20-33) ในขณะที่พระเยซูคริสต์ยังอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มเพื่อเลี้ยงฉลองปัสกา ได้มีชาวกรีกหลายคนที่อยากรู้อยากเห็นกับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำจึงแสดงความปรารถนาที่จะพบพระองค์ พวกเขาไปพบอัครสาวกฟีลิปขอร้องว่า “พวกเราอยากพบพระเยซู” (ข้อ 5) ขอให้พวกท่านจำประโยคนี้ไว้ “เราอยากพบพระเยซู” ฟีลิปไปบอกอันดรูว์แล้วทั้งสองก็ไปกราบทูลพระอาจารย์ ในการขอร้องของชาวกรีกเหล่านั้น พวกเราอาจสัมผัสได้กับการขอร้องที่มนุษย์ชายหญิงหลายคนจากทุกแห่งหนและสถานที่ถามพระศาสนจักรและถามเราแต่ละคน “เราอยากพบพระเยซู” แล้วพระเยซูคริสต์ตอบการขอร้องนั้นอย่างไร? ในรูปแบบหนึ่งทำให้พวกเราต้องคิด เพราะพระองค์กล่าวว่า “เวลามาถึงแล้วที่บุตรมนุษย์จะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์... นอกจากว่าเมล็ดข้าวสาลีจะตกลงบนดินแล้วตายไป แม้จะเป็นเพียงข้าวสาลีเพียงเมล็ดเดียว แต่ถ้ามันตายไปมันจะบังเกิดผลมากมาย” (ข้อ 23-24) คำตอบเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่เป็นคำตอบต่อการขอร้องของชาวกรีก ความจริงถ้าคิดอย่างลึกซึ้งนี่ก็ไม่ไกลกว่าคำตอบ พระเยซูคริสต์ทรงเผยให้เห็นว่าสำหรับชายหญิงทุกคนที่ต้องการพบพระองค์ พระองค์ทรงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ซ่อนเร้นพร้อมที่จะตายเพื่อที่จะบังเกิดผล เหมือนกับพูดว่า หากท่านต้องการที่จะรู้จักตัวเรา ที่จะเข้าใจในตัวเรา จงมองไปที่เมล็ดพันธุ์ซึ่งตายไปในดิน นั่นคือ จงมองไปที่ไม้กางเขนนั่นเอง เครื่องหมายแห่งไม้กางเขนจึงผุดขึ้นมาในความคิด ซึ่งตลอดเวลาหลายศตวรรษกลายเป็นสัญลักษณ์ยอดเยี่ยมที่สุดของบรรดาคริสตชน แม้กระทั่งทุกวันนี้ผู้ที่อยาก “พบพระเยซู” บางทีอาจมาจากประเทศและวัฒนธรรมซึ่งศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่รู้จักกัน พวกเขาจะเห็นอะไรเป็นสิ่งแรก? อะไรเป็นเครื่องหมายธรรมดาที่สุดที่พวกเขาจะพบเห็นได้? ไม้กางเขนในวัด ในบ้านของคริสตชน แม้กระทั่งที่แขวนสร้อยคอของบางคน
- [สาส์นของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานแก่ผู้เข้าร่วมประชุมออนไลน์](https://www.cbct.or.th/สาส์นของพระสันตะปาปาฟร/) - ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รัก ขอต้อนรับทุกคนที่เข้ามามีส่วนในการสัมมนาเพื่อศึกษาเรื่อง “ความรักประจำวันของพวกเรา” (Our Daily Love) และขอแสดงคารวะเป็นพิเศษต่อพระคาร์ดินัลเควิน โยเซฟ ฟาร์เรล (Kevin Joseph Farrel) สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อฆราวาส ครอบครัว และชีวิต พระคาร์ดินัลอันเจโล เด โดนาตีส (Angelo De Donatis) แห่งเขตศาสนปกครองกรุงโรม และอาร์ชบิชอปวินเชนโซ ปาหลิอา (Vincenzo Paglia) ประธานแห่งสถาบันเทววิทยาจอห์น พอล ที่ 2 สาขาวิชาการสมรสและและชีวิตครอบครัว เมื่อ 5 ปีที่แล้วสมณสาส์นเตือนใจเตือนใจหลังสมัชชาซีน็อด “ความชื่นชมยินดีในความรัก” (Amoris Laetitia) เป็นการส่งเสริมความงดงามและความชื่นชมยินดีแห่งการสมรสและความรักในครอบครัว ในโอกาสครบ 5 ปีของการออกสมณสาส์นดังกล่าวพ่อขอเชิญชวนให้ท่านได้อ่านเอกสารนั้นใหม่ตลอดปีนี้ พร้อมกับไตร่ตรองเนื้อหาสาระจนกระทั่งพวกเราจะเฉลิมฉลองวันครอบครัวสากลครั้งที่สิบ ซึ่งหากเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นที่กรุงโรมในวันที่ 26 มิถุนายน 2022 พ่อรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพวกท่านสำหรับความคิดริเริ่มของท่าน เพื่อเป้าหมายนี้และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการงานแต่ละหน้าที่ที่พวกท่านปฏิบัติ
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส ประทานแก่ผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรที่จัดโดยศาลพระศาสนจักรเพื่อชีวิตฝ่ายจิต (Apostolic Penitentiary) เกี่ยวกับเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ในการสารภาพบาป](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของพระสันตะปา-3/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องที่รักทั้งหลาย พ่อต้องขอขอบคุณพระคาร์ดินัลเมาโร ปีเอเชนซ่า ที่เน้นเกี่ยวกับนักบุญโยเซฟ นับเป็นเวลาหลายเดือนที่ท่านปรารภกับพ่อว่า “ขอให้สันตะบิดรลิขิตอะไรบางอย่างเกี่ยวกับนักบุญโยเซฟ” ดังนั้นสมณลิขิต “ด้วยหัวใจของบิดา” (Patris Corde) เกี่ยวกับนักบุญโยเซฟจึงเป็นผลงานของท่านเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นพ่อจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่าน วันนี้พ่อขอโทษที่ต้องนั่งกล่าวคำปราศรัย ทุกคนที่นี่ก็นั่งเช่นกัน ดังนั้นพ่อก็จะขอนั่งด้วย... หลังการเดินทางครั้งนี้ (เยือนประเทศอัรัก) เท้าของพ่อยังปวดอยู่ จึงต้องขออภัยด้วย พ่อขอต้อนรับทุกคนในโอกาสที่มีการอบรมหลักสูตรแบบเวทีภายใน ซึ่งจัดขึ้นโดยศาลพระศาสนจักรเพื่อชีวิตฝ่ายจิต (Apostolic Penitentiary) นี่เป็นการอบรมครั้งที่ 31 หลักสูตรนี้ซึ่งจัดกันเป็นประจำปกติเพื่อการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหน้าที่บางตำแหน่งโดยพระญาณสอดส่องของพระเจ้าและจัดขึ้นในเทศกาลมหาพรตนั้น เป็นเวลาที่พวกเราอยู่ในทะเลทราย เป็นเวลาแห่งการกลับใจ เป็นเวลาแห่งการใช้โทษบาป และเป็นเวลาที่พวกเราจะรับพระเมตตาสำหรับพวกเราด้วยเช่นเดียวกัน พ่อขอชื่นชมพระคาร์ดินัล เมาโร ปีอาเชนซ่า (Mauro Piacenza) สมณมนตรีศาลพระศาสนจักรฯ พร้อมกับผู้ช่วย บรรดาบิชอป เจ้าหน้าที่ พนักงานทุกคนรวมทั้งคณะลูกขุนสามัญและวิสามัญแห่งมหาวิหารของพระสันตะปาปาในกรุงโรม อีกทั้งผู้เข้ารับการอบรม เพราะการแพร่โรคระบาดทำให้พวกเราจึงต้องจัดการอบรมแบบออนไลน์ ทว่าในหมู่พวกเราก็ยังมีนักบวชเข้าร่วมถึง 870 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย พ่อปรารถนาที่จะไตร่ตรองกับพวกท่านในสามมิติด้วยกัน ซึ่งอธิบายถึงความหมายของศีลอภัยบาป
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงยืนยันว่า เลบานอนคือประเทศต่อไปที่พระองค์จะเสด็จไปเยือนในการประทานสัมภาษณ์บนเครื่องบินเที่ยวกลับจากตะวันออกกลาง (8 มีนาคม 2021)](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิสทรง/) - ผู้อำนวยการสำนักข่าว มัตเตโอ บรูนี่ (MATTEO BRUNI) นี่คือการเสด็จเยือนครั้งพิเศษจริง ๆ ที่ประทับใจของผู้คนในประเทศนี้ พระสันตะปาปาฟรานซิส (POPE FRANCIS) พ่อขอบคุณสำหรับการทำงานของพวกท่าน สำนักข่าวเครือข่ายต่าง ๆ ของพวกท่าน และความเหน็ดเหนื่อยของพวกท่าน วันนี้ (8 มีนาคม) เป็นวันสตรีสากล... พ่อขอแสดงความยินดีกับบรรดาสุภาพสตรี... เป็นวันฉลองของสตรี ไม่ใช่ของบุรุษ ภรรยาของประธานาธิบดีประเทศอีรักได้สนทนากับพ่อได้ดีมากเกี่ยวกับเรื่องราวของสตรี... อันเป็นพลังที่สตรีทำให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า เช่นครอบครัว ผู้อาวุโส เยาวชน... หลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน ประการที่สาม วันนี้เป็นวันเกิดของนักข่าวจากสำนัก COPE ... บัดนี้พ่อขอมอบเวทีการสัมภาษณ์ให้กับพวกคุณ SKY NEWS ARABIA ประเทศเลบานอน การพบปะกันที่กรุงอาบูดาบี้ ประเทศสหรัฐอาหรับอีมิเร็ตกับมหาอิหม่ามแห่ง อัล-ลาซาห์ (Al-Ahzar) มุสลิมนิกายสุหนี่ และการลงนามในแถลงการณ์ร่วมเรื่องภราดรภาพมนุษย์นั้นเกิดขึ้นสองปีมาแล้ว (ค.ศ. 2019) เมื่อสามวันที่แล้วพระองค์ได้พบปะกับอยาโตลลาห์ อัล-ซิสตานี (Al
- [สาสน์อภิบาล เลขที่ สสท. 030/2021 เรื่อง คำแนะนำการจัดพิธีกรรมสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2021](https://www.cbct.or.th/สาสน์อภิบาล-เลขที่-สสท-030-2021/) - . สาสน์อภิบาล เลขที่ สสท. 030/2021 จากสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง คำแนะนำการจัดพิธีกรรมสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2021 เรียน พระคุณเจ้า บาดหลวง นักบวชชายหญิง และประชาสัตบุรุษ ตามที่สมณกระทรวงคารวกิจแด่พระเจ้าและศีลศักดิ์สิทธิ์ได้ส่งเอกสาร "ข้อสังเกตถึงบรรดาพระสังฆราชและสภาพระสังฆราชคาทอลิก เรื่องการฉลองสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2021" (เอกสารลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 Prot. N. 96/21) โดยให้แนวทางพื้นฐานบางประการเพื่อช่วยบรรดาพระสังฆราชในการตัดสินสถานการณ์ปัจจุบันในสังฆมณฑลของท่านอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อจัดเตรียมสิ่งดี ๆ ฝ่ายจิตสำหรับผู้อภิบาลและสัตบุรุษในการฉลองพิธีกรรมสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ประจำปีนี้อย่างเกิดผล โดยคำนึงถึงหลักการของพิธีกรรมและแนวทางความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยที่ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกำหนดเพื่อความดีของส่วนรวม เนื่องจากเรายังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากที่ส่งผลกระทบต่อการฉลองพิธีกรรมในรูปแบบปกติของเรา โดยอาศัยแนวทางจากเอกสารของสมณกระทรวงฯ ฉบับนี้ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยจึงออกสาส์นอภิบาลเกี่ยวกับแนวทางการฉลองสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2021 ของพระศาสนจักรคาทอลิกไทย ดังนี้ กฤษฎีกาของสมณกระทรวงคารวกิจแด่พระเจ้าและศีลศักดิ์สิทธิ์ ลงวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2020 ที่ให้แนวทางการฉลองสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ยังคงมีผลบังคับใช้ในปีนี้ และเป็นแนวทางที่แต่ละสังฆมณฑลจะใช้ในการตัดสินใจ เพื่อกำหนดรูปแบบการฉลองสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของแต่ละสถานที่
- [อิรัก ความสำคัญในพระคัมภีร์](https://www.cbct.or.th/อิรัก-ความสำคัญในพระคัม/) - ความสำคัญของอิรักในพระคัมภีร์ น่าสนใจมาก คุณรู้ไหมว่า สวนเอเดนอยู่ในอิรัก เมโสโปเตเมีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอิรัก ได้เคยเป็นอู่ของอารยธรรม โนอาห์สร้างเรือ ในอิรัก หอบาเบล อยู่ในอิรัก อับราฮัม อยู่ที่เมืองเออร์ (Ur) ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของอิรัก เรเบคาห์ ภรรยาของอิสอัค มาจากเมืองนาโฮร์ อยู่ในอิรัก ยาโคบ พบนางราเคลในอิรัก โยนาห์ ได้เทศน์สอนที่เมืองนินะเวห์ ก็อยู่ในอิรัก อัสซีเรีย ซึ่งอยู่ในอิรัก ได้ปราบ 10 เผ่าของอิสราเอล ประกาศกอาโมส ได้เทศน์ประกาศในอิรัก บาบิโลน ซึ่งอยู่ในอิรัก ได้ทำลายกรุงเยรูซาเล็ม ดาเนียล ได้อยู่ในถ้ำสิงโต ในอิรัก หนุ่มฮีบรู 3 คน ถูกใส่ในเตาไฟ ในอิรัก เบลชัสซาร์ กษัตริย์บาบิโลน ได้กวาดต้อนชาวยิวเข้าไปในอิรัก เนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์บาบิโลน ได้กวาดต้อนชาวยิวไปอิรัก ประกาศกเอเสเคียลได้เทศน์ในอิรัก โหราจารย์ ที่มานมัสการพระกุมาร มาจากอิรัก เปโตร ได้เทศน์ในอิรัก อาณาจักรของมนุษย์
- [วันที่ 17 มีนาคม ระลึกถึงนักบุญปาตริก พระสังฆราช (St. Patrick, Bishop, memorial)](https://www.cbct.or.th/วันที่-17-มีนาคม-ระลึกถึงน/) - นักบุญปาตริกเป็นนักบุญยิ่งใหญ่และเป็นองค์อุปถัมภ์ของประเทศไอร์แลนด์ ท่านเป็นบุตรชายของ Calpurnius ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยทหารม้าของโรมันประจำ Brittany (Britain) ส่วนแม่ของท่านเป็นญาติใกล้ชิดกับนักบุญมาร์ติน แห่งเมืองตูร์ เมื่ออายุได้ 16 ปีท่านถูกกลุ่มคนร้ายชาวไอริชจับไปขังตัวไว้ ซึ่งทำให้อีก 6 ปีต่อมาจากนั้นท่านได้เป็นเหมือนนายชุมพาในการบริการรับใช้หัวหน้าเผ่า Milch ใน Dalaradia (Antrim) ก่อนที่จะสามารถหลบหนีออกมาและกลับไปที่ Brittany และไปที่อารามของเมืองตูร์ ณ ที่นั้นความเข้าใจในด้านฝ่ายจิตและชีวิตภาวนาได้พัฒนาขึ้นอย่างมากมาย ท่านมีความปรารถนาจะสอนพวกต่างศาสนาชาวไอริชให้มานับถือความเชื่อ แต่ก็ต้องรั้งรอเวลาให้ผ่านไปเกือบ 20 ปีกว่าที่ท่านจะได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการให้กลับไปแพร่ธรรมกับพวกนั้นในฐานะเป็นมิชชันนารีคนหนึ่ง แต่แรกนั้นพระสันตะปาปาเซเลสตินที่ 1 ได้ทรงส่งพระสังฆราชของบริเตนที่ชื่อ Palladius ให้ไปที่ไอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 430 เพื่อแพร่ธรรมให้แก่ "พวกชาวสก็อตที่มีความเชื่อในพระคริสต์" แต่ท่านเผชิญกับการต่อต้านจากศัตรูที่เป็นคนต่างศาสนา และถูกขับไล่กลับไปอังกฤษ และไม่นานจากนั้นก็สิ้นชีพ ในขณะนั้น นักบุญปาตริกซึ่งมีอายุประมาณ 40 ปี ได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราช และได้รับคำสั่งให้ไปเผยแผ่พระวรสารในดินแดนที่ครั้งหนึ่งท่านเคยถูกจับเป็นเชลย ทีแรกท่านตั้งใจลงเรือกลับไปขึ้นที่ท่าของพวก Druids ( = พวกพระของชาว Celt พระพวกนี้อาศัยอยู่ในเกาะอังกฤษสมัยโบราณ ทำหน้าที่เป็นหมอผี แพทย์ ผู้พิพากษา
- [ประชุมเรื่องการอยู่ในวัฒนธรรม (Inculturation)](https://www.cbct.or.th/ประชุมเรื่องการอยู่ในว/) - ในคู่มือการสอนคำสอน เล่มใหม่ (23 มีนาคม ค.ศ. 2020) ซึ่งเป็นคู่มือเล่ม 3 ได้กล่าวถึงการสอนคำสอนต้องสนใจเรื่อง “การอยู่ในวัฒนธรรม” และ “วัฒนธรรมดิจิทัล” เราจึงจัดการประชุมผู้รับผิดชอบการสอนคำสอน และเชิญ ดร.สิขเรศ ศิรากานต์ เป็นวิทยากร เมื่อวันที่ 27-28 ตุลาคม 2020 ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน เรื่อง เยาวชนปัจจุบันสนใจศาสนาอย่างไร มีผู้เข้าร่วม 24 คน แมร์มีเรียม กิจเจริญ เห็นว่าเรื่องการสอนคำสอน (คริสตศาสธรรม) เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เพราะเยาวชนรุ่นปัจจุบันในวัฒนธรรมดิจิทัลสนใจศาสนาอย่างไร เราต้องปรับปรุงการสอนให้เหมาะสม เราจึงเชิญบิชอป ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เป็นผู้กระตุ้นเราในเรื่อง “การอยู่ในวัฒนธรรม” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2020 มีผู้เข้าร่วมประชุม 15 คน ที่สำนักงานสภาประมุขบาทหลวง พระคุณเจ้าชูศักดิ์ เสนอว่าควรจัดอีกแก่ฆราวาส กลุ่มไม่ต้องใหญ่
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันพุธที่ 10 มีนาคม 2021 ณ ห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-3/) - การสอนคำสอน พระสันตะปาปาแบ่งปันการจาริกแสวงบุญเพื่อสันติภาพ ขณะเยือนประเทสอีรัก (5-8 มีนาคม 2021) อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้พ่อได้มีโอกาสจาริกแสวงบุญเดินทางไปเยือนประเทศอิรักเพื่อปฏิบัติพันธกิจตามโครงการที่เคยตั้งพระทัยไว้ของนักบุญจอห์น พอลที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไม่เคยปรากฏมาก่อนที่พระสันตะปาปาได้เสด็จไปเยือนดินแดนแห่งอับราฮัม พระญาณสอดส่องของพระเจ้าโปรดทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ดุจเป็นเครื่องหมายแห่งความหวัง หลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมสงครามและการก่อการร้ายเป็นเวลาหลายปีรวมถึงในช่วงที่เกิดโรคระบาดโควิด-19 หลังการเยือนครั้งนี้ดวงวิญญาณของพ่อเปี่ยมล้นด้วยความกตัญญูต่อพระเจ้าและต่อผู้ที่เตรียมการต่าง ๆ โดยความยากลำบากให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ ขอขอบคุณประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิรัก พระอัยกาและบิชอปของประเทศ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานและประชาสัตบุรุษนิกายต่างๆ คำขอบคุณของพ่อไปยังผู้ประสานงานและคณะนักบวชที่ได้ช่วย โดยเฉพาะท่านมหาอยาโตลล่าห์อัล-ซิสตานี (Grand Ayatollah Al-Sistani) ซึ่งพ่อได้มีโอกาสพบปะหารือกับท่านที่เมืองนาจาฟ (Najaf) ณ สำนักของท่าน ในการเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ พ่อรู้สึกในจิตสำนึกแห่งความทุกข์ระทมอย่างมากของประชาชน พ่อรู้สึกหนักในห้วงลึกของหัวใจด้วยความสงสารที่เข้าไปใกล้ชิดผู้คนเหล่านั้น และพระศาสนจักรที่เป็นมรณะสักขีนั้น โดยที่ต้องแบกไม้กางเขนในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกซึ่งเป็นไม้กางเขนที่พวกเขาต้องแบกอย่างหนักอึ้งเป็นเวลาหลายปี เป็นไม้กางเขนที่ใหญ่มากดุจดังไม้กางเขนที่พวกเขาตั้งไว้ที่ประตูเมืองการากอซ (Qaraqosh) โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อรู้สึกว่าได้มองเห็นบาดแผลที่ยังเปิดกว้างอยู่อันเป็นผลมาจากการทำลาย และซ้ำร้ายไปกว่านั้นอีกเมื่อได้พบปะประชาชนและได้ฟังประจักษ์พยานของผู้ที่รอดชีวิตจากการใช้ความรุนแรงการเบียดเบียนโดยการถูกเนรเทศ... ในขณะเดียวกันพ่อยังเห็นความชื่นชมยินดีแห่งการต้อนรับผู้ถือสาส์นของพระเยซูคริสต์ พ่อมองเห็นความหวังที่กำลังแย้มออกจากขอบฟ้าแห่งสันติสุข และภราดรภาพซึ่งสรุปในพระวาจาของพระเยซูคริสต์ที่เป็นคติพจน์แห่งการจาริกของพ่อครั้งนี้ นั่นคือ “ท่านทั้งหลายเป็นพี่น้องกัน”(มธ. 23: 8) พ่อมีความหวังนี้ในคำปราศรัยของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอีรัก พ่อได้พบบรรยากาศความเป็นพี่น้องในการต้อนรับอย่างอบอุ่นหลายครั้งในหลากหลายรูปแบบ และประจักษ์พยานในบทเพลงขับร้องและท่าทีของประชาชน
- [การอธิษฐานภาวนาเพื่อผู้ที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้าย ณ บริเวณลานวัด (Hosh al-Bieaa) ในเมืองโมซุล ประเทศอีรัก วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2021](https://www.cbct.or.th/การอธิษฐานภาวนาเพื่อผู/) - พี่น้องชายหญิงและกัลยาณมิตรที่รักทั้งหลาย ขอขอบคุณอาร์ชบิชอปนาจีบ มิคาอีล (Najeeb Michaeel) สำหรับการกล่าวต้อนรับด้วยมธุรสวาจา และข้าพเจ้ารู้สึกกตัญญูต่อคุณพ่อราอิด กาลโล (Raid Kallo) และคุณกุตาย์บา อากา (Mr. Gutayba Aagha) เป็นพิเศษสำหรับการเป็นประจักษ์พยานชีวิตอันน่าประทับใจ ขอบคุณมากที่คุณพ่อราอิด (Raid) ได้เล่าให้พวกเราฟังถึงครอบครัวคริสตชนจำนวนมากที่ถูกบังคับให้ต้องละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน จำนวนศิษย์ของพระเยซูคริสต์ที่นี่ที่ลดลงอย่างมากตลอดจนทั่วภาคตะวันออกกลางเป็นอันตรายที่มิอาจคำนวณได้ ไม่เพียงแต่สำหรับปัจเจกบุคคลและชุมชนเท่านั้น แต่ยังต่อสังคมที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลังด้วย สังคมที่เคยมั่งคั่งด้วยความศรัทธาทางศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ ดุจผืนพรมที่จำต้องเสื่อมลงด้วยการเสียเส้นด้ายไปเส้นหนึ่งฉันใด ก็เหมือนกับสังคมที่สูญเสียสมาชิกไปคนหนึ่งฉันนั้น คุณพ่อบอกพวกเราถึงความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับชาวมุสลิมหลังจากกลับไปยังเมืองโมซูล คุณพ่อได้รับการต้อนรับด้วยความเคารพและความร่วมมือ ขอบคุณที่คุณพ่อแบ่งปันเครื่องหมายเหล่านี้ที่พระจิตทรงทำให้เจริญงอกงามในทะเลทราย และแสดงให้พวกเราเห็นว่านี่เป็นไปได้ที่จะหวังการคืนดีกันและการมีชีวิตใหม่ คุณอากา (Aagha) ได้เตือนสติพวกเราว่าอัตลักษณ์ที่แท้จริงของเมืองนี้คือการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันระหว่างประชากรที่มีภูมิหลังและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าขอตอบรับคำเชิญของคุณอากาที่จะไปเยือนชุมชนคริสตชนที่เมืองโมซุลเพื่อเริ่มทบทบาทในกระบวนการเยียวยาและการฟื้นฟู วันนี้พวกเราทุกคนร่วมใจกันส่งเสียงภาวนาไปยังพระเจ้าของผู้ที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายทุกคนจากภัยสงครามและความขัดแย้ง ณ เมืองโมซุล ผลกระทบจากสงครามและความเป็นอริกันนั้นชัดเจนมาก ช่างเหี้ยมโหดเพียงใดที่ประเทศนี้ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งความศิวิไลซ์จะต้องพบกับเหตุการณ์ที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ โบราณสถานที่นมัสการถูกทำลายและผู้คนนับพันทั้งมุสลิม คริสตชน และชาวยาซีดิสล้วนถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดจากผู้ก่อการร้ายขณะที่คนอื่นก็ถูกบังคับให้ต้องหนีตาย ในวันนี้พวกเรายืนยันความเชื่อมั่นของพวกเราว่าภราดรภาพจะยืนยาวกว่าการพิฆาตสังหารพี่น้องเพื่อนมนุษย์ ความหวังต้องมีอำนาจมากกว่าความเกลียดชัง สันติสุขต้องมีพลังมากกว่าสงคราม ความเชื่อนี้พูดเสียงดังกว่าเสียงแห่งความเกลียดชัง และการใช้ความรุนแรงในอดีต และจะไม่อาจถูกปิดปากให้เงียบได้ด้วยเลือดที่หลั่งโดยผู้ที่ใช้พระนามพระเจ้าในทางที่ผิด เพื่อเดินไปตามทิศทางแห่งการทำลายล้าง พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงนำเสนอบทภาวนา
- [การพบกับบิชอป บาดหลวง นักบวช ผู้ถวายตัว เณร และครูคำสอน คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ อาสนวิหารแม่พระแห่งความรอด ณ กรุงแบกแดด วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2021](https://www.cbct.or.th/การพบกับบิชอป-บาดหลวง-นั/) - เจริญพรมายัง พระอัยกา บิชอป บาดหลวง ศาสนบริกร นักบวชชายหญิงที่รักทั้งหลาย ขอต้อนรับทุกคนด้วยความรักเยี่ยงบิดา ขอขอบคุณพระเจ้าด้วยพระญาณสอดส่องของพระองค์ที่ทำให้พ่อสามารถมาพบพวกท่านได้ในวันนี้ ขอขอบคุณพระอัยกา อิกญาช ยูซิป ยูนาน (Ignace Youssif Younan) และ พระคาร์ดินัลหลุยส์ ซาโก (Card. Louis Sako) สำหรับการกล่าวต้อนรับด้วยมธุรสวาจา พวกเราพากันเข้ามาในอาสนวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยเลือดของบรรดาพี่น้องชายหญิงซึ่งต้องจ่ายราคาแพงสำหรับความเชื่อต่อพระเยซูคริสต์และพระศาสนจักร ขอให้ความทรงจำการเสียสละของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราฟื้นฟูความไว้ใจของพวกเราในอำนาจแห่งไม้กางเขนและสาส์นที่บ่งชี้พวกเราให้อภัยกัน คืนดีกัน และเกิดใหม่ เพราะว่าคริสตชนชนถูกเรียกร้องให้ต้องเป็นประจักษ์พยานชีวิตในความรักของพระเยซูคริสต์ทุกเวลาและทุกสถานที่ นี่คือพระวรสารที่พวกเราต้องประกาศและฝังรากลึกในประเทศอันเป็นที่รักนี้เช่นเดียวกัน ในฐานะที่พวกท่านเป็นบิชอป ผู้นำพระศาสนจักร บาดหลวง ศาสนบริกร นักบวชชายหญิง ผู้เตรียมตัวเป็นสมณะ ครูคำสอน และผู้นำฆราวาส ท่านทุกคนมีส่วนร่วมในความชื่นชมยินดีและร่วมในความทุกข์ ในความหวังและความร้อนใจของประชาสัตบุรุษแห่งองค์พระเจ้า ความต้องการแห่งประชากรของพระเจ้าและการท้าทายในการอภิบาลที่ดูค่อนข้างจะยากลำบากที่พวกท่านต้องเผชิญทุกวัน และกลายเป็นเรื่องหนักหน่วงขึ้นไปอีกในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดนี้ แต่สิ่งที่จะต้องไม่มองข้ามหรือลดความสำคัญลงคือความร้อนรนในการประกาศข่าวดีของพวกเรา ซึ่งพวกท่านเห็นได้จากแบบอย่างของบรรพบุรุษผู้เป็นรากเหง้าตั้งแต่โบราณกาลในประเทศของพวกท่าน ซึ่งการปรากฎตนเองของพระศาสนจักรไม่เคยขาดสายในแผ่นดินนี้ตั้งแต่ยุคแรกๆ (cf. BENEDICT XVI, Post-Synodal Apostolic Exhortation Ecclesia in Medio oriente, 5) พวกเราทราบกันดีว่าเป็นสิ่งง่ายมากที่พวกเราจะติดเชื้อไวรัสแห่งการสิ้นหวัง
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ สนามกีฬาฟรานโซ ฮารีรี (Franso Hariri) แห่งเมืองอัรบีล (Erbil) ในพิธีบูชาขอบพระคุณ วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2021](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์ของพระสันตะปาปา-3/) - นักบุญเปาโลสอนพวกเราว่า “พระเยซูคริสต์เป็นพลังและปรีชาญาณของพระเจ้า” (1 คร 1: 22-25) พระเยซูคริสต์ทรงเผยให้พวกเราเห็นว่าพลังอำนาจและปรีชาญาณเหนือสิ่งใด คือการให้อภัยและแสดงความเมตตา พระองค์ทรงเลือกที่จะกระทำเช่นนี้ โดยไม่แสดงพลังอำนาจหรือโดยที่ไม่ตรัสกับพวกเราจากเบื้องบนด้วยถ้อยคำที่ยืดยาวและเป็นวิชาการ พระองค์ทรงกระทำด้วยการมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงเผยให้พวกเราเห็นถึงปรีชาญาณและอำนาจของพระองค์จนถึงที่สุดด้วยความซื่อสัตย์ต่อความรักของพระบิดา ด้วยความซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาของพระเจ้า ผู้ทรงนำประชากรของพระองค์ให้หลุดพ้นจากการเป็นทาสและนำพวกเขาไปสู่อิสรภาพ (เทียบ อพย. 20: 1-2) ช่างน่าอายเพียงใดถ้าหากพวกเราหลงผิดไปติดกับดักในความคิดที่ว่า พวกเราต้องแสดงให้คนอื่นเห็นว่าพวกเรามีอำนาจและเฉลียวฉลาด ในการจินตนการภาพลักษณ์ของพระเจ้าว่าพระองค์สามารถทำให้พวกเราปลอดภัย (เทียบ อพย. 20: 4-5) แต่ความจริงมีอยู่ว่าพวกเราทุกคนต้องการอำนาจและปรีชาญาณของพระเจ้าที่เผยแสดงให้พวกเราเห็นโดยพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขน ณ บนเนินกัลวารีโอพระองค์ทรงมอบบาดแผลของพระองค์ให้กับพระบิดาซึ่งพวกเราจะได้รับการเยียวยารักษาก็โดยบาดแผลนี้เท่านั้น (เทียบ 1 ปต. 2: 24) สำหรับที่นี่ในประเทศอิรักยังมีพี่น้องชายหญิง กัลยาณมิตร และเพื่อนร่วมชาติอีกกี่คนที่ได้รับบาดแผลจากสงคราม และการใช้ความรุนแรง ทั้งเป็นบาดแผลที่ทั้งมองเห็นได้และมองเห็นไม่ได้ การล่อลวงคือการมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อบาดแผลเหล่านี้ และประสบการณ์อื่นๆ ด้วยอำนาจและความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ ตรงกันข้ามพระเยซูคริสต์ทรงแสดงให้พวกเราเห็นถึงหนทางของพระเจ้า เป็นหนทางที่พระองค์ทรงดำเนิน เป็นหนทางที่พระองค์ทรงเรียกร้องให้พวกเราเดินตามพระองค์ ในบทอ่านพระวรสารที่พวกเราเพิ่งได้ฟังมา (จาก ยน. 2: 13-25) พวกเราเห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงขับไล่คนแลกเงินพ่อค้าแม่ขายออกจากวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มอย่างไร เหตุใดพระเยซูคริสต์จึงทำสิ่งที่รุนแรงที่สร้างความไม่พอใจให้ผู้คนเช่นนี้? พระองค์ทรงกระทำดังกล่าวเพราะพระบิดาทรงส่งพระองค์มาชำระล้างวิหารให้สะอาด ไม่ใช่วิหารที่ทำด้วยอิฐด้วยปูน
- [การเสด็จเยือนประเทศอิรักของพระสันตะปาปาฟรานซิส [5-8 มีนาคม 2021]](https://www.cbct.or.th/การเสด็จเยือนประเทศอิร/) - บทเทศน์ของพระสันตะปาปา ณ อาสนวิหารจารีตคัลเดียน นักบุญโยเซฟในกรุงแบกแดด วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2021 วันนี้พระวาจาพระเจ้าตรัสกับเราเรื่อง ปรีชาญาณ การเป็นประจักษ์พยาน และ พันธสัญญา ปรีชาญาณในดินแดนภูมิภาคนี้ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่โบราณกาล อันที่จริงการแสวงหาปรีชาญาณดึงดูดความสนใจของมนุษย์เสมอทั้งชายและหญิง ทว่าบ่อยครั้งผู้ที่มีฐานะดีกว่าสามารถหาความรู้ได้มากกว่าและมีโอกาสดีมากกว่า ในขณะที่ผู้ที่ฐานะด้อยก็จะไม่มีโอกาสดังกล่าว ความไม่เท่าเทียมกันดังกล่าวที่โหมแรงมากขึ้นในยุคของพวกเราเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ หนังสือปรีชาญาณทำให้พวกเราต้องประหลาดใจด้วยการกลับความคิดนี้ ซึ่งบอกพวกเราว่า “ผู้ที่ต่ำต้อยที่สุดจะได้รับการอภัยด้วยพระเมตตา แต่ผู้ที่มีอำนาจวาสนาจะถูกทดสอบอย่างรุนแรง” (ปชญ. 6: 6) ในสายตาชาวโลกผู้ที่มีฐานะด้อยจะถูกมองข้ามในขณะที่คนมีฐานะดีจะเป็นอภิสิทธิ์ชน ทว่าไม่เป็นเช่นนี้สำหรับพระเจ้า ผู้ที่มีอำนาจมากกว่าจะถูกตรวจสอบอย่างเคร่งครัดกว่า ในขณะที่ผู้ที่ต่ำต้อยจะกลายเป็นอภิสิทธิ์ชน พระเยซูคริสต์ผู้เป็นองค์แห่งปรีชาญาณได้ทรงกระทำให้สิ่งที่ตรงกันข้ามนี้ในพระวรสาร และพระองค์ทรงกระทำดังกล่าวด้วยปฐมเทศนาของพระองค์ คือ มหาบุญลาภแปดประการ (หรือความสุขแท้) ข้อความที่อยู่ตรงกันข้ามนี้ครบกระบวนการ คนยากจน คนที่เป็นทุกข์ คนที่ถูกรังแกเบียดเบียน ล้วนถูกเรียกว่าเป็นผู้มีบุญลาภ มีความสุขแท้ นี่เป็นไปได้อย่างไร? สำหรับชาวโลกต้องเป็นคนร่ำรวย คนที่มีอำนาจ และคนที่มีชื่อเสียง เขาจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญ ต้องเป็นคนร่ำรวยและมีทรัพย์สมบัติมากมายจึงจะถือว่าเป็นผู้มีบุญมีสุข ทว่านี่ไม่ใช่ตรรกะสำหรับพระเจ้า ไม่ใช่คนร่ำรวยอีกต่อไปที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่จะเป็นคนที่ยากจนในจิตใจ ไม่ใช่คนที่มีอำนาจบังคับผู้อื่น แต่จะเป็นผู้ที่สุภาพอ่อนโยนกับทุกคน ไม่ใช่ผู้ที่ประชาชนนิยมชมชอบ แต่จะเป็นผู้ที่แสดงความเมตตาต่อพี่น้องชายหญิง
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปา “ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus)” ณ วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล เมืองการากอซ (Qaraqosh) ประเทศอีรัก วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2021](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของพระสันตะปา-2/) - ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รัก พ่อขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้โอกาสพ่อเข้ามาอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายในเช้าวันนี้ พ่อได้หาโอกาสเช่นนี้มานานแล้ว ขอขอบคุณพระอัยกาอิกญาช ยูซิป ยูนาน (Ignace Youssif Younan) สำหรับมธุรสวาจาของท่าน และขอบคุณการเล่าประสบการณ์จากคุณโดฮา ซาบาห์ อับดาลลาห์ (Mrs. Doha Sabah Abdallah) และคุณพ่ออัมมาร์ ยาโก (Ammar Yako) สำหรับการเป็นประจักษ์พยานในชีวิตของพวกท่าน เมื่อพ่อกวาดสายตาไปยังพวกท่านพ่อเห็นความหลากหลายของวัฒนธรรมและศาสนาในหมู่ประชากรของเมืองการากอซ (Qaraqosh) นี่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของภูมิภาคนี้ การพากันมารวมตัวกันอยู่ ณ ทีนี้ของพวกท่านเป็นการเตือนใจว่าความสวยงามไม่ใช่เป็นเพียงเอกรงค์ ทว่าความงามฉายออกมาหลากหลายและแตกต่างกัน ในขณะเดียวกันพวกเรารู้สึกเศร้าใจเมื่อทอดสายตามองไปรอบๆ แล้วเห็นเครื่องหมายแห่งการทำลายที่เกิดจากการใช้ความรุนแรง ความเกลียดชัง และสงคราม การทำลายทำให้เกิดความเสียหายมากมายสักเท่าใด และยังต้องการทรัพยากรและเวลาอีกเท่าไร เพื่อที่จะสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ การที่พวกเราพากันมารวมตัวกันในวันนี้แสดงให้เห็นว่าการก่อการร้ายและความตายไม่ใช่เป็นจุดอวสาน ทว่าพระบัญชาสุดท้ายนั้นขึ้นกับพระเจ้าและพระบุตรของพระองค์ ผู้ทรงพิชิตบาปและความตาย ท่านทุกคนได้รับแบบฉบับจากปู่ย่าตายายในความเชื่อของพวกท่าน ก่อนหน้าพวกท่านบรรดาบรรพบุรุษซึ่งเป็นผู้ที่นมัสการ และสรรเสริญพระเจ้า ณ สถานที่แห่งนี้ บรรดาบรรพบุรุษยึดมั่นในความเชื่อด้วยความหวังอันมั่นคงในการเดินทางในโลกนี้ของพวกเขาโดยไว้วางใจในพระเจ้าผู้ที่ไม่เคยทำให้ผู้ใดผิดหวัง และทำนุบำรุงพวกเขาอย่างสม่ำเสมอด้วยพระหรรษทานของพระองค์ มรดกทางฝ่ายจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาได้ถ่ายทอดไว้นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปในพวกท่าน ขอให้พวกท่านยึดมั่นในมรดกนี้ไว้! นี่เป็นพลังของพวกท่าน! บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันสร้างและเริ่มต้นกันใหม่โดยวางใจในพระหรรษทานของพระเจ้าผู้ที่จะชี้นำเป้าหมายให้กับประชากรทุกคน พวกท่านไม่ได้อยู่ตามลำพัง!
- [โป๊ปฟรานซิสเสด็จ “อิรัก” ครั้งประวัติศาสตร์ ประณาม “กลุ่มสุดโต่ง” เข้าโมซุลวันอาทิตย์](https://www.cbct.or.th/โป๊ปฟรานซิสเสด็จ-อิรัก/) - รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – โป๊ปฟรานซิสผู้นำคริสตจักรโรมันคาทอลิกเปิดศักราชหน้าใหม่เสด็จอิรักเมื่อวานนี้(6 มี.ค)พบผู้นำจิตวิญญาณชีอะห์ของอิรัก แกรนด์ อยาตุลเลาะห์ อาลี ซิสตานี วัย 90 ปี พร้อมประณามกลุ่มสุดโต่งในนามแห่งศาสนา วันอาทิตย์(7 มี.ค) เสด็จทางฮ.จากเออร์บิลเข้าโมซุล อดีตฐานที่มั่นก่อการร้าย IS รอยเตอร์รายงานวันนี้(7 มี.ค)ว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกล่าสุดวันอาทิตย์(7)เสด็จมาถึงเมืองโมซุล อดีตฐานที่มั่นกลุ่มก่อการร้าย IS ทางเหนือของอิรักหลังพระองค์เสด็จด้วยเฮลิคอปเตอร์มาจากเมืองเออร์บิลในการเสด็จเยือนอิรักครั้งประวัติศาสตร์ท่ามกลางความวิตกต่อความปลอดภัยและปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งการเสด็จเยือนโมซุลเป็นวันที่ 3 ของการเดินทางในอิรัก เมืองโมซุลเวลานี้มีชาวคริสเตียนอาศัยอยู่ไม่กี่สิบครอบครัว โดยพระองค์จะสวดภาวนาให้กับผู้เสียชีวิตและพบปะกับพี่น้องชาวคริสต์ในอิรัก ประชาชนเมืองโมซุลต่างต้อนรับพระประมุขแห่งโฮลีซีด้วยเสื้อผ้าชุดพื้นเมืองสีตระการตา บอลลูน และธง ขณะที่ถนนทั้งเข้า Qaraqosh และรอบๆเมืองเต็มไปด้วยด่านตรวจความปลอดภัย เกิดขึ้นหลังจากวันเสาร์(6)สมเด็จพระสันตะปาปาวัย 84 พรรษาทรงได้พบกับผู้นำจิตวิญญาณชีอะห์ของอิรัก แกรนด์ อยาตุลเลาะห์ อาลี ซิสตานี (Grand Ayatollah Ali al-Sistani) วัย 90 ปีที่เมืองนาจาฟ(najaf) เป็นครั้งแรกที่โป๊ปฟรานซิสได้มีโอกาสได้พบกับผู้นำระดับสูงของฝ่ายชีอะห์ โดยสถานีโทรทัศน์ อัคบาริยา (Ekhbariya)ของอิรักรายงานภาพรถขบวนคอนวอยขนาดใหญ่ของโป๊ปฟรานเคลื่อนตัวผ่านเมืองนาจาฟ บีบีซี สื่ออังกฤษชี้ว่า แกรนด์
- [การเสด็จเยือนประเทศอีรัก - วันที่ 5-8 มีนาคม 2021 พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จถึงประเทศอีรัก 5 มี.ค. 2021](https://www.cbct.or.th/การเสด็จเยือนประเทศอีร/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จถึงท่าอากาศยานนานาชาติประเทศอีรักโดยการเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งที่ 33 ในการเดินทางไปยังต่างประเทศ และเป็นการเยือนประเทศอีรักเป็นครั้งแรกของพระองค์ ผู้ที่มาคอยต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ท่าอากาศยาน มีกลุ่มศาสนาและเจ้าหน้าที่การเมือง ที่เป็นตัวแทนกลุ่มชนต่างๆแห่งประเทศอีรักรวมทั้งประชาชนและเด็กสองคนที่มามอบช่อดอกไม้ให้กับพระสันตะปาปา ผู้ที่มาคอยให้การต้อนรับมีสมณทูตประจำอีรัก อาร์ชบิชอปมิตจา เลสโกวาร์ (Mitja Leskovar) รวมทั้งผู้แทนแห่งเขตศาสนปกครองแห่งจารีตคาลเดียน (Chaldeean) แห่งกรุงแบกแดด อาร์ชบิชอปจารีตซีเรียนแห่งแบกแดด ผู้แทนอาร์ชบิชอปจารีตอาร์เมเนียนแห่งแบกแดด รวมทั้งนายกรัฐมนตรีมุสตาฟา อับเดลลาตีฟ มชาตัท (Mustafa Abdellatif Mshatat) และภรรยา การเดินทางจารกแสวงบุญเพื่อสันติภาพ พระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงใช้เวลา 4 วันในตะวันออกกลาง ซึ่งพระองค์จะทรงเดินทางเหนือจรดใต้ในฐานะ “ผู้จาริกแสวงบุญเพื่อแสวงหาสันติภาพ ภราดรภาพ และการคืนดีกัน” ดังที่พระองค์เคยกล่าวไว้ กำหนดการค่อนข้างแน่นชี้ให้เห็นถึงเวลาแห่งการอธิษฐานภาวนา และการพบปะกับบรรดาชุมชนคริสตชนรวมทั้งผู้แทนของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศอีรักและการประชุมเพื่อส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา ตามข้อเสนอการพบปะกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระสันตะปาปาจะเกิดขึ้นที่วังของประธานาธิบดี ในช่วงที่มีการเยี่ยมตามธรรมเนียมปฏิบัติ พระองค์จะมีการพบปะเป็นการส่วนพระองค์กับประธานาธิบดีบาร์ฮัม อห์เหม็ด ซาลีห์ กาสซิม (Barham Ahmed Salih Qassim) การเยือนประเทศอีรักอย่างเป็นทางการ สำนักราชวังได้ถูกสร้างขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์ไฟซาล (Faisal) ที่สอง ซึ่งเป็นผู้นำประเทศในช่วงปี ค.ศ.
- [พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศอิรัก จาริกเพื่อสันติภาพจากกรุงโรม วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2021](https://www.cbct.or.th/พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด/) - พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงออกเดินทางจากท่าอากาศยานฟูมิชิโน (Fiumicino) กรุงโรมโดยเครื่องบินพระที่นั่งมุ่งสู่กรุงแบกแดด ตามกำหนดการเยือนแห่งอัครสาวก (Apostolic Visit) ณ ประเทศอิรักเป็นเวลา 4 วัน พระสันตะปาปาและคณะฯ เสด็จโดยสายการบิน “Alitalia” A330 ที่ท่าอากาศยานฟูมิชิโน (Fiumicino) เช้าวันศุกร์เพื่อเดินทางเยือนประเทศอิรักที่อยู่ในตะวันออกกลาง เครื่องบินพระที่นั่งออกเวลา 7.45 น. และคาดว่าจะถึงสนามบินนานาชาติกรุงแบกแดดเวลาบ่ายสองโมงเวลาท้องถิ่น นี่เป็นการเสด็จเยือนครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกของพระสันตะปาปาไปยังประเทศอิรัก การพบปะก่อนออกเดินทาง ก่อนออกจากสถานพำนักซางตา มาร์ธา (Casa Santa Marta) เช้าวันศุกร์ พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงพบปะด้วยเวลาสั้นๆ กับผู้อพยพชาวอิรักราวสิบสองคน ผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศอิตาลี ผู้ลี้ภัยเหล่านั้นได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนซาน เอจิดีโอ (Saint Egidio) และความร่วมมือของ “Auxilium Cooperative” พระคาร์ดินัลคอนราด ครายิวสกี้ (Konrad Krajewski) ผู้อำนวยการสำนักงานแจกจ่ายทานแห่งสันตะสำนักได้นำพวกเขาเข้าเฝ้าตามรายงานของมัตเตโอ บรูนี่ (Matteo Bruni) ผู้อำนายการสำนักข่าวแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน ผู้บังคับบัญชาทหารอิรักสั่งเป็นวันพักการหยุดยิง ในขณะที่พระสันตะปาปาเริ่มออกเดินทางกลุ่มนักรบชีอะห์ที่ทำการต่อสู้ในประเทศอิรักประกาศหยุดยิงชั่วคราวฝ่ายเดียวในช่วงที่พระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศอิรัก หน่วยทหาร
- [เหตุผลที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จอิรัก](https://www.cbct.or.th/เหตุผลที่สมเด็จพระสันต/) - โดย คุณพ่อ Rif’at Bader ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและสื่อ จาก World Mission กุมภาพันธ์ 2021 อิรักเป็นประเทศศักดิ์สิทธิ์ประเทศหนึ่ง อับบราฮัม ได้เดินทางจากเมืองอูร์ แห่งคัลเดียน มุ่งสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ประกาศกโยนาห์ได้อาศัยในเมืองนินะเวห์ เทศน์ให้กลับใจและหันกลับมาหาพระเจ้า ยังเป็นประเทศที่ประชากรอพยพในพันธสัญญาเดิม ในระหว่าง “การอพยพ” สู่บาบิโลน (Barham Salih) ประธานธิบดีของอิรัก ได้เชิญโป๊ปฟรังซิสมาจาริกแสวงบุญสู่ดินแดนเมโสโปเตเมีย ประการที่สอง พระศาสนจักรคาทอลิกในอิรักได้เชิญโป๊ปด้วย พระศาสนจักร คาทอลิกในอิรักหมายถึง พระศาสนจักรคัลเดียน ที่มีพระคาร์ดินัล หลุยส์ ราฟาแอล ซาโก พระศาสนจักรซีเรีย ซึ่งมีมรณสักขีจากการระเบิดที่วัดแม่พระ (Our Lady of Salvation) เมื่อ 10 ปีก่อน พระศาสนจักรละติน มารอไนท์ กรีก คอปติก และอาร์เมเนียน การที่โป๊ปฟรังซิสเสด็จอิรัก เพราะไม่นานมานี้ถูกพวก ไอซิส เบียดเบียน จนต้องหนีออกจากที่ราบนินะเวห์และเมืองโมซุล ออกไปประเทศอื่นๆ (ค.ศ.
- [ท่าน อีเวส รามูส อดีตสมณประมุขของพนมเปญ ประเทศกัมพูชา (ค.ศ.1962-1976; 1992 - 2001)](https://www.cbct.or.th/ท่าน-อีเวส-รามูส-อดีตสมณ/) - คติพจน์ “เพื่อพวกเขามีชีวิต” อีเวส รามูส เกิดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1928 ที่เซมบาเดล ประเทศฝรั่งเศส เข้าบ้านเณรเล็ก ค.ศ.1942 และบ้านเณรใหญ่ ค.ศ.1947 รับศีลบวช 4 เมษายน ค.ศ.1953 คณะมิสซังต่างประเทศแห่งปารีส (MEP) ได้ศึกษาต่อที่กรุงโรม และเขียนวิทยานิพนธ์หัวข้อ “คำสอนยิ่งใหญ่ ของนักบุญเกรโกรี่ แห่งนีซ” (ค.ศ.1957) และเดินทางไปกัมพูชา วันที่ 18 มีนาคม ค.ศ.1957 ท่านได้ศึกษาภาษาเขมร และเวียดนาม ที่พนมเปญ ค.ศ. 1960 เป็นอาจารย์สอนที่บ้านเณรใหญ่ไซ่ง่อน และย้ายไปบ้านเณรเล็ก ที่พนมเปญ + 12 พฤศจิกายน 1962 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมณประมุขของ พนมเปญ อายุเพียง 35 ปี ได้ร่วมการประชุมสภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ท่านเป็น 1
- [10 ประเทศในอาเซียน ที่มีคาทอลิกมากที่สุด (พากษ์ไทย)](https://www.cbct.or.th/10-ประเทศในอาเซียน-ที่มีค/)
- [10 ประเทศในโลก ที่มีคาทอลิกมากที่สุด (พากษ์ไทย)](https://www.cbct.or.th/10-ประเทศในโลก-ที่มีคาทอล/)
- [คณะทูตานุทูตประจำปี ค.ศ. 2021 พระกระแสดำรัสของพระสันตะปาปาฟรานซิสประทานกับคณะทูตานุทูตซึ่งสังกัดอยู่ในสันตะสำนัก (Holy See) ณ ห้องโถงเบเนดิกตุม (Benedictum) นครรัฐวาติกัน วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2021](https://www.cbct.or.th/คณะทูตานุทูตประจำปี-ค-ศ-2021/) - สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษผู้ทรงเกียรติ ขอขอบคุณนายจอร์ช โปลูลิเดส (Mr. George Polulides) เอกอัครราชทูตแห่งประเทศไซปรัสสำหรับความปรารถนาดีและมธุรสวาจาที่กล่าวในนามของพวกท่าน และข้าพเจ้าขออภัยในความไม่สะดวกที่ต้องเลื่อนการประชุมที่ไดเตรียมการณ์ไว้เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเป็นหนี้บุญคุณต่อความอดทน และความเข้าใจของพวกท่านที่ตอบรับการเชิญให้มาร่วมประชุมในเช้าวันนี้ เพื่อพบปะกันตามธรรมเนียมปฏิบัติแม้ว่าจะสร้างความลำบากให้กับท่าน การพบปะกันของพวกเราเช้านี้เกิดขึ้นภายในห้องโถงใหญ่แห่งพระพร (Hall of Benedictum) เพื่อรักษาระยะห่างเนื่องจากโรคระบาด แต่การรักษาระยะห่างนี้เป็นเพียงด้านกายภาพ การประชุมในวันนี้บ่งบอกถึงอะไรบางสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อันเป็นเครื่องหมายแห่งความใกล้ชิด และการสนับสนุนซึ่งกันและกันซึ่งครอบครัวมนุษย์ควรที่จะต้องพยายามต่อกันและกัน ในช่วงเวลาของโรคระบาดนี้ความจำเป็นแห่งความใกล้ชิดดังกล่าวมีความสำคัญยิ่งขึ้น เพราะวิกฤติชัดเจนว่าเชื้อไวรัสมันไร้ขอบเขตและพวกเราไม่อาจที่จะอยู่ตามลำพังได้ ดังนั้นการเอาชนะวิกฤตจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราแต่ละบุคคลรวมถึงประเทศต่างๆ ของพวกเราด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งในความพยายามประจำวันของท่านที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือองค์กรสากลต่างๆ ซึ่งท่านเป็นผู้แทนประจำสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน พวกเราสามารถเปลี่ยนเครื่องหมายหลายอย่างในความใกล้ชิดของพวกเราในช่วงของหลายเดือนที่ผ่านมา พวกเราต้องขอบคุณสำหรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทำให้พวกเราสามารถฟันฝ่าข้อจำกัดที่โรคระบาดรุกเข้ามาสู่พวกเรา แน่นอนว่าพวกเราทุกคนต่างมองไปข้างหน้าที่จะรักษาความสัมพันธ์กันอย่างสภาวะปกติให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ และการชุมนุมที่นี่ในวันนี้ขอให้พวกเรามีเป้าหมายที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังในบริบทนี้ ข้าพเจ้าเองก็ปรารถนาที่จะเดินทางไปเยี่ยมประชาชนอีกครั้ง โดยกำหนดที่จะไปเยือนประเทศอิรัคในเดือนมีนาคมนี้ การเยือนประเทศเหล่านี้เป็นเครื่องหมายสำคัญแห่งความเอื้ออาทรของผู้แทนอัครสาวกเปโตรต่อประชากรของพระเจ้าที่กระจายกันอยู่ทั่วโลก และพวกเราจะมีการเสวนาระหว่างสันตะสำนักกับภาครัฐ บ่อยครั้งนี่เป็นโอกาสที่จะส่งเสริมด้วยเจตนารมณ์แห่งการแบ่งปันและการเสวนาให้มีความสัมพันธ์อย่างดีฉันกัลยาณมิตรระหว่างศาสนาต่างๆ ในยุคสมัยของพวกเราการเสวนาระหว่างศาสนาเป็นปัจจัยสำคัญแห่งการพบปะกันระหว่างประชาชนและวัฒนธรรมต่าง ๆ เมื่อมองในมุมของการออมชอมอัตลักษณ์ของตัวเรา แต่ในเจตนารมณ์แห่งการเข้าใจและสร้างความมั่งคั่งสมบูรณ์ให้แก่กันและกัน การเสวนาสามารถเป็นโอกาสให้ผู้นำศาสนาและบรรดาศาสนิก ผู้ติดตามในศาสนาต่างๆรวมถึงความพยายามที่รับผิดชอบของนักการเมืองในการส่งเสริมความดี คุณประโยชน์ส่วนรวม สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กันคือคือข้อตกลงสากล ซึ่งส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจ และทำให้พระศาสนจักรสามารถร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในมิติทางด้านจิตวิญญาณ และสังคมของประเทศต่างๆ ในมิตินี้ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะกล่าวถึงการแลกเปลี่ยนเครื่องมือแห่งสัตยาบันแห่งข้อตกลงร่วมกันระหว่างสันตะสำนักและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
- [ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก 14-02-2021 “เอาชนะอคติและเข้ามีส่วนร่วมในชีวิตผู้อื่น”](https://www.cbct.or.th/ข่าวพระศาสนจักรคาทอลิก-1/) - เครดิต : สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- [พิธีบูชาขอบพระคุณในโอกาสฉลองครบ 325 ปี การก่อตั้งคณะเซอร์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร แขวงประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/พิธีบูชาขอบพระคุณในโอก/)
- [The Catholic church in Thailand: Life Witness at the New Horizon of Hope](https://www.cbct.or.th/the-catholic-church-in-thailand-life-witness-at-the-new-horizon-of-hope/) - ผลิตโดย สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย เพลงในวิดีโอนี้เพลง Frontier-14016ศิลปิน Daryl Neil Alexander Griffith PRSอัลบั้ม WOMG 010 Fantasy MoviesYouTube ได้รับอนุญาตจาก AdRev for Rights Holder, AdRev for a 3rd Party (ในนามของ West One Music Group (West One US) (West One Music Group)); AdRev Publishing และสมาคมจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง 6 แห่ง เพลง Obvious (b)-14016ศิลปิน Ian Gordon Curnow PRS|Jackie James PRSอัลบั้ม WOM 056 Pop WorldYouTube ได้รับอนุญาตจาก AdRev
- [เรื่อง การบริหารการเงินของสังฆมณฑล](https://www.cbct.or.th/เรื่อง-การบริหารการเงิ/) - พระคาร์ดินัลแฟร์นันโด ฟิโลนี สมณมนตรีของสมณกระทรวงว่าด้วยการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน ได้ส่งจดหมาย (ลงวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2018) ถึงพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่อง การบริหารการเงินของขอบเขตพระศาสนจักรที่อยู่ภายใต้สมณกระทรวงนี้ จุดประสงค์เพื่อหลักประกันการจัดการการเงินให้รอบคอบและโปร่งใสยิ่งขึ้น สภาพระคาร์ดินัลได้แนะนำสมเด็จพระสันตะปาปาให้ทุกสภาพระสังฆราช เสนอความคิดและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการนำระบบการตรวจสอบบัญชีการเงินในทุกหน่วยงานของพระศาสนจักร ในสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น การตรวจสอบเช่นนี้ควรเป็นอิสระ และดังนั้นให้องค์การอาชีพนอกพระศาสนจักรหรือให้บุคคลภายในพระศาสนจักร ที่มิได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับสังฆมณฑลนั้น กรอบเวลาทำเรื่องนี้ ควรให้เกิดขึ้นพร้อมกับการมีพระสังฆราชใหม่ หรือการไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา (ad limina visit วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2018) ถ้าไม่ได้ ก็ขอให้มีเวลามากขึ้นและโอกาสอื่นใกล้ๆ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอให้พระคุณเจ้าบอกและปรึกษาเรื่องนี้กับสมาชิกอื่นๆ ของสภาพระสังฆราช และส่งคำตอบของบรรดาพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องไปยังสมณกระทรวงนี้ โดยผ่านทางท่านสมณทูต ภายใน 6 เดือน จากวันที่ของจดหมายฉบับนี้ (คือ ภายในวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2018) พระสังฆราช วีระ อาภรณ์รัตน์ แปล
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus) วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2021 จากห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันอ-2/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พระวรสารวันนี้ (เทียบ มก. 1: 21-28) เล่าเรื่องพิเศษเกี่ยวกับพันธกิจของพระเยซูคริสต์ในวันซาบาโต ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนพักผ่อนและอธิษฐานภาวนา ผู้คนจะไปยังศาลาธรรม และในวิหารแห่งเมืองกาฟาร์นาอุม พระเยซูคริสต์ทรงอ่านพระคัมภีร์พร้อมกับอธิบายให้กับประชาชนฟัง ผู้คนในศาลาธรรมต่างก็พากันชื่นชอบในวิธีการเทศน์สอนของพระองค์ พวกเขาต่างพากันประหลาดใจมากเพราะว่าพระองค์เทศน์สอนอย่างผู้ทรงอำนาจซึ่งแตกต่างจากบรรดาคัมภีราจารย์ (ข้อ 22) ยิ่งไปกว่านั้นพระเยซูคริสต์ทรงเผยพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมด้วย พระองค์ทรงรู้จักเจ้าซาตานหรือจิตชั่วร้าย และทรงขับไล่มันออกไปจากชายที่มันสิงตนอยู่ (ข้อ 23-26) พวกเราสามารถพบองค์ประกอบสองอย่างที่สำคัญในพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ณ จุดนี้ คือ การเทศนาและการรักษา ปัจจัยทั้งสองประการนี้เป็นจุดเด่นในพระวรสารโดยผู้นิพนธ์มาร์โก ทว่าการเทศนามีการกล่าวเน้นมากที่สุด การขับไล่ซาตานเป็นเพียงการยืนยันถึง “อำนาจ” อันทรงพลังแห่งการเทศน์สอนของพระองค์ พระองค์ทรงเทศนาด้วยอำนาจของพระองค์เองประดุจผู้ซึ่งมีธรรมะที่มาจากตนเอง และไม่เหมือนบรรดานักคัมภีราจารย์ที่เทศน์แต่ประเพณีเท่านั้น พวกเขาได้แต่ตอกย้ำธรรมเนียมประเพณีและกฎหมายรูปแบบเก่า มีแต่เพียงย้ำแล้วย้ำอีกตามตัวบทลายลักษณ์อักษรเหมือนกับที่นักร้องมีน่า (Mina) ที่พึมพำซ้ำไปซ้ำมา [“Parole, parole, parole”] นี่คือสิ่งที่พวกเขากระทำ มีแต่คำพูด ตรงกันข้ามกับพระเยซูคริสต์ การสอนของพระองค์เปี่ยมด้วยอำนาจเช่นเดียวกันกับของพระเจ้าที่ตรัสเอง พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้มีอำนาจ คำสอนของพระองค์ทะลุเข้าถึงดวงใจ เพราะด้วยคำสั่งเพียงคำเดียวเท่านั้น พระองค์ก็ทำให้คนที่ถูกปิศาจสิงเป็นอิสระ และทรงเยียวยารักษาเขา เพราะเหตุใดหรือ? เพราะพระวาจาของพระองค์จะเป็นไปตามที่พระองค์ตรัส
- [วันสากลเพื่อภราดรภาพของมนุษย์ 4 กุมภาพันธ์ 2021](https://www.cbct.or.th/วันสากลเพื่อภราดรภาพขอ/) - สหประชาชาติได้ประกาศในการประชุมสามัญเดือนธันวาคม 2020 ว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นวันสากลเพื่อภราดรภาพ ท่านสามารถดูข้อมูลได้ที่เวบไซต์ https://www.pcinterreligious.org/human-fraternity-day พระคาร์ดินัล มีเกล อังเกล อายูโซ่ กวีโซ ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา ได้เขียนจดหมาย (1 กุมภาพันธ์ 2021) เสนอเราให้ศึกษาสมณสาส์น ทุกคนเป็นพี่น้องกัน เพื่อสร้างเอกภาพในพระศาสนจักร ใช้ภาวนา ไตร่ตรอง เทศน์สอน หรือให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ ประวัติที่มา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2019 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จประเทศสาธารณรัฐเอมิเรส ทรงพบปะอิหม่ามแห่งอัลอัซซาร์ ที่ไคโร และได้เซ็นเอกสารเพื่อภราดรภาพ สันติภาพ และการอยู่ร่วมกัน 3 ตุลาคม 2020 โป๊ปฟรังซิส ได้อนุมัติสมณสาส์นทุกคนเป็นพี่น้องกัน (Fratelli Tutti) เกี่ยวกับภราดรภาพและมิตรภาพในสังคม 21 ธันวาคม 2020
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปาฟรานซิสวันที่ 25 มกราคม 2021 การทำวัตรเย็นครั้งที่สอง](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์ของพระสันตะปาปา-2/) - สัปดาห์การอธิษฐานเพื่อความเป็นเอกภาพของคริสตชนปีที่ 54 ณ มหาวิหารนักบุญเปาโล นอกกำแพงกรุงโรม “จงดำรงอยู่ในความรักของเรา” (ยน. 15: 9) พระเยซูคริสต์ทรงเชื่อมสัมพันธ์ในการขอร้องนี้กับภาพของต้นองุ่นและกิ่งก้าน ซึ่งพระองค์ทรงเสนอให้พวกเราในพระวรสาร พระเยซูคริสต์เองทรงเป็นต้นองุ่นที่ “แท้จริง” (ข้อ 1) ผู้ซึ่งจะไม่ทรยศต่อความหวังของพวกเรา ทว่าทรงซื่อสัตย์ในความรักต่อพวกเราเสมอ แม้ว่าพวกเราจะมีบาปและแตกแยกกัน พวกเราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปล้วนเป็นกิ่งก้านที่ติดกับลำต้นองุ่นนี้ นี่หมายความว่าพวกเราสามารถเจริญเติบโตเกิดดอกออกผลได้ก็ต่อเมื่อพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูคริสต์ เย็นวันนี้ (25 มกราคม) ขอให้พวกเราไตร่ตรองความเป็นเอกภาพอันเป็นเงื่อนไขจำเป็นนี้สักหน่อย ซึ่งมีหลายระดับด้วยกัน เมื่อพูดถึงต้นองุ่นพวกเราอาจจินตนาการในความเป็นเอกภาพลักษณะสามห่วงที่คล้องติดกันเฉกเช่นลำต้นองุ่น ห่วงแรกที่อยู่ตรงกลางคือการดำรงอยู่ในพระเยซูคริสต์ นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งการก้าวเดินของแต่ละคนสู่ความเป็นเอกภาพ ในโลกของพวกเราทุกวันนี้ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นการง่ายที่พวกเราจะหลงทางเพราะว่าพวกเราจะถูกดึงดูดจากทุกทิศทุกทาง หลายคนรู้สึกภายในว่าตนเองล้มเหลวไม่สามารถหาจุดยืนอย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของชีวิต พระเยซูคริสต์ตรัสกับพวกเราว่าความลับของจุดยืนที่มั่นคงคือการดำรงอยู่ในพระองค์ ในบทอ่านของค่ำคืนนี้พระองค์ตรัสเรื่องนี้ถึง 7 ครั้ง (เทียบ ข้อ 4-7; 9-10) เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่า “หากปราศจากพระองค์ พวกเราไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดได้เลย” (เทียบ ข้อ 5) พระเยซูคริสต์ยังตรัสกับพวกเราด้วยว่าจะดำรงอยู่ในพระองค์ได้อย่างไร พระองค์ทรงให้แบบฉบับแก่พวกเรา ในแต่ละวันพระองค์ทรงปลีกตัวไปอธิษฐานภาวนาในที่เงียบสงบ พวกเราจำเป็นต้องสวดภาวนาเฉกเช่นที่พวกเราต้องการน้ำดื่มเพื่อที่จะรักษาชีวิตไว้ การภาวนาส่วนตัวโดยใช้เวลาอยู่กับพระเยซูคริสต์เพื่อนมัสการพระองค์ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นหากพวกเราปรารถนาที่จะดำรงอยู่ในพระองค์ โดยอาศัยการกระทำเช่นนี้พวกเราสามารถมอบความกังวล ความหวัง ความหวาดกลัว ความชื่นชมยินดี
- [คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อ-2/)
- [สัมมนา “พรบ. มาตรา 301 และ 305 กับ จุดยืนคาทอลิก” ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/สัมมนา-พรบ-มาตรา-301-และ-305-กั/)
- [บทเทศน์ของพระสันตะปาปา ในวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2021 วันอาทิตย์เฉลิมฉลอง “พระวาจาของพระเจ้า” พิธีบูชาขอบพระคุณ ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน](https://www.cbct.or.th/บทเทศน์ของพระสันตะปาปา/) - วันอาทิตย์แห่งการเฉลิมฉลองพระวาจานี้ ขอให้พวกเราฟังพระเยซูคริสต์ในขณะที่พระองค์ทรงประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า ขอให้พวกเราพิจารณาว่าพระองค์ตรัสอะไรและตรัสกับผู้ใด พระองค์ตรัสอะไร? พระเยซูคริสต์ทรงเริ่มการเทศนาด้วยคำพูดเหล่านี้ “เวลาที่กำหนดไว้มาถึงแล้ว พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด” (มก. 1: 15) พระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว นี่เป็นสาส์นแรก พระอาณาจักรของพระองค์ได้มาสู่ชาวโลกแล้ว ไม่ใช่อย่างที่พวกเราชอบคิดกันบ่อยๆ พระเจ้าประทับอยู่ห่างไกล อยู่ในสรวงสวรรค์ ไม่ทรงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ ไม่ใช่เช่นนั้นเลย พระองค์ทรงประทับอยู่ท่ามกลางพวกเรา การอยู่ห่างไกลนั้นสิ้นสุดลงในองค์พระเยซูคริสต์เอง พระองค์ทรงเสด็จมารับสภาพมนุษย์ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาพระเจ้าก็ทรงประทับอยู่อย่างใกล้ชิดกับพวกเรา พระองค์จะไม่มีวันที่จะจากไปหรือเบื่อหน่ายกับสภาพมนุษย์ของพวกเรา ความไกล้ชิดนี้เป็นสาส์นแรกแห่งพระวรสาร บทอ่านของวันนี้บอกพวกเราว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็น “ผู้ตรัส” (ข้อ 15) คำพูดเหล่านั้น พระองค์ทรงตรัสย้ำบ่อยๆ “พระเจ้าทรงประทับอยู่ใกล้” อันเป็นแรงจูงใจแห่งการเทศนา และนี่เป็นหัวใจแห่งข่าวดีของพระองค์ หากนี่เป็นการเปิดหัวเรื่องและการเทศนาซ้ำๆ ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งจะต้องเป็นจุดยืนและเป็นสาส์นสำหรับชีวิตของบรรดาคริสตชน ก่อนสิ่งใด ๆ พวกเราต้องเชื่อและประกาศว่าพระเจ้าทรงเสด็จมาประทับอยู่ใกล้พวกเรา พวกเราได้รับการอภัยพระเมตตาจากพระองค์ ก่อนที่จะเอ่ยคำใดเกี่ยวกับพระเจ้า พระวาจาของพระองค์สำหรับพวกเรา พระวจนาตถ์ยังทรงบอกพวกเราว่า “จงอย่าได้กลัว เราอยู่กับท่าน เราอยู่เคียงข้างท่าน และเราจะอยู่ที่นั่นเสมอ” พระวาจาของพระเจ้าทำให้พวกเราสามารถสัมผัสได้กับความใกล้ชิด เพราะดังที่หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติบอกพวกเรา – พระวาจาอยู่ไม่ไกลจากเรา พระวาจาอยู่ใกล้หัวใจพวกเรา (เทียบ ฉธบ.
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (Angelus) วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2021 จากห้องสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-วันอ/) - อรุณสวัสดิ์ ลูกๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พระวรสารของวันอาทิตย์นี้ (เทียบ มก. 1: 14-20) หากจะพูดไปแล้วก็เหมือนการส่งมอบ “คธา” จากยอห์นบัปติสต์ไปยังพระเยซูคริสต์ ยอห์นเป็นผู้เดินทางล่วงหน้าเตรียมหนทางให้กับพระเยซูคริสต์ โดยเริ่มทำพันธกิจด้วยการประกาศถึงความรอดซึ่งบัดนี้ได้มาถึงแล้ว พระองค์ทรงเป็นองค์แห่งความรอด การเทศนาของพระองค์สรุปได้ด้วยคำพูดดังนี้ “เวลาได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว พระอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงแล้ว จงเป็นทุกข์เสียใจในบาป และจงเชื่อต่อพระวรสาร” (ข้อ 15) พระเยซูคริสต์ไม่ได้เล่นกับคำพูด ทว่าเป็นคำพูดที่เชิญให้พวกเราไตร่ตรองในเนื้อหาที่มีความสำคัญยิ่งสองประการด้วยกันคือ เวลา และ การกลับใจ ในข้อความของมาร์โกผู้นิพนธ์พระวรสาร คำว่า “เวลา” ต้องเข้าใจว่าเป็นระยะเวลาของประวัติศาสตร์แห่งความรอดที่พระเจ้าทรงปฏิบัติพันธกิจ ดังนั้นเวลาที่ “ลุล่วงไป” คือการกระทำที่ช่วยให้พวกเรามรอดนั้นได้บรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว เป็นการกระทำที่ครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว นี่เป็นเวลาแห่งประวัติศาสตร์ซี่งพระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรของพระองค์มายังโลก และพระอาณาจักรของพระองค์ก็ “ใกล้เข้ามา” ยิ่งกว่าเดิมอีก เวลาแห่งความรอดสำเร็จลงแล้วเพราะพระเยซูคริสต์เสด็จมาแล้ว ทว่าความรอดไม่ใช่แบบอัตโนมัติ ความรอดเป็นพระหรรษทานแห่งความรัก และเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงถูกมอบให้กับเสรีภาพของมนุษย์ เมื่อพวกเราพูดถึงความรักพวกเราจะพูดถึงเสรีภาพเสมอ หากความรักปราศจากซึ่งเสรีภาพ จะไม่ใช่ความรัก ทว่าอาจจะเป็นผลประโยชน์ อาจเป็นความกลัว อาจเป็นหลายสิ่งหลายอย่าง สำหรับความรักจะต้องเป็นเสรีภาพเสมอ และเมื่อเป็นเสรีภาพ จึงเรียกร้องการตอบสนองด้วยเสรีภาพเช่นเดียวกัน ความรักเรียกร้องให้พวกเราต้องกลับใจ ดังนั้นความรักหมายถึงการเปลี่ยนชีวิตจิตใจ
- [คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกเกี่ยวกับกฎหมายการทำแท้ง](https://www.cbct.or.th/คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิ/) - โดย คณะกรรมการที่ปรึกษาเทววิทยา ในสภาประมุขบาทหลวงฯ การทำแท้งเป็นปัญหาที่มีการโต้เถียงกันมากที่สุดปัญหาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโต้เถียงเกี่ยวกับการให้มีกฎหมายที่อนุญาตให้มีการทำแท้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสีย หรือผลดีและผลเสียที่จะตามมา เช่น ผู้ที่สนับสนุนให้มีกฎหมายการทำแท้งได้มักอ้างว่าเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปแอบทำแท้งกับหมอเถื่อนตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ให้บริการการทำแท้งซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อหญิงเอง เพราะไม่ถูกหลักวิชาการและไม่ถูกหลักสุขอนามัย โดยในแต่ละปีมีผู้หญิงที่ต้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่วนกลุ่มผู้คัดค้านกฎหมายการทำแท้งก็อ้างว่า ทั้ง ๆ ที่การทำแท้งซึ่งเป็นการฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ มีกฎหมายห้ามและมีบทลงโทษ แต่ก็ยังมีผู้ที่ลักลอบทำแท้งกันมากมาย ดังนั้น ถ้ากฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คงจะมีทารกผู้บริสุทธิ์อีกเป็นจำนวนมากถูกฆาตกรรม โดยจะกลายเป็นการฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย รายงานฉบับนี้ จะพิจารณาถึงปัญหาศีลธรรมเกี่ยวกับเรื่องการทำแท้ง ในหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1) เหตุผลที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแก้ไขกฎหมายห้ามทำแท้ง 2) คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกเกี่ยวกับเรื่องการทำแท้ง 3) ศักดิ์ศรีและสถานภาพความเป็นบุคคลของทารกในครรภ์ 4) ความขัดแย้งของมโนธรรมต่อกฎหมายการทำแท้งที่ผิดศีลธรรม 5) มโนธรรมของคริสตชนในการเผชิญหน้ากับกฎหมายที่ผิดศีลธรรม และ 6) แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานในเรื่องสุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล และเวชบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้บริสุทธิ์ 1. เหตุผลที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแก้ไขกฎหมายห้ามทำแท้ง ตามกฎหมายไทย การทำแท้งเป็นความผิดอาญาฐานทำให้แท้งลูก ประมวลกฎหมายอาญาได้บัญญัติความผิดเกี่ยวกับการทำแท้งไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301-305 ซึ่งสรุปได้ว่า 1)
- [ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา "พรบ. มาตรา 301 และ 305 กับ จุดยืนคาทอลิก" ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/สัมมนา-พรบ-มาตรา-301-และ-305-กับ/) - สัมมนา "พรบ. มาตรา 301 และ 305 กับ จุดยืนคาทอลิก"วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 ณ ห้องประชุม ชั้น 10อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เวลา 09.00 - 12.00 น. และสัมมนาทางไกลผ่านระบบ ZOOM สภาพระลังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย กรรมาธิการฝ่ายลังคม ลื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาลังคม แผนกลตรี (คคส.) สหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประทศไทย แผนกสตรี อัครสังมมณฑลกรุงเทพ เปิดการประชุม โดย พระสังฆราชฟิลิป บรรจง ไชยราประธานกรรมาธิการฝ่ายสังคม คุณพ่อไพรัช ศรีประเสริฐผู้ช่วยเลขาธิการสภาพระสังฆราช ฝ่ายสังคมผู้ร่วมดำเนินการอภิปราย คุณพ่ออนุชา ไชยเดชผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยผู้ร่วมดำเนินการอภิปราย คุณพ่อสุเทพ วนพงศ์ทิพากรเลขาธิการ คณะกรรมการที่ปรึกษาเศรษฐกิจและกฎหมายบ้านเมืองสภาพระสังฆราชฯ"ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305" คุณพ่อเชิดชัย เลิศจิตรเลขาอธิการและผู้อำนวยการโรงพยาบาลคามิลเลียน"จุดยืนพระศาสนจักร เรื่องการปฏิสนธิคุมกำเนิด และทำแท้ง" ซิสเตอร์อนุรักษ์ ไชยเผือกคณะศรีชุมพาบาล /
- [เอกสารสังคายานาวาติกันครั้งที่ 2 (ฉบับใช้ชั่วคราว)](https://www.cbct.or.th/เอกสารสังคายานาวาติกัน/) - รายชื่อเอกสารสังคายนา 1 file(s) 0.00 KB Download 1. Lumen Gentium 1 file(s) 0.00 KB Download 2. Dei Verbum 1 file(s) 0.00 KB Download 3. Sacrosanctum Concilium 1 file(s) 0.00 KB Download 4. Gaudium et Spes 1 file(s) 0.00 KB Download 5. Inter Mirificaพระสมณกฤษฎีกา 1 file(s) 0.00 KB Download 6. UNITATIS REDINTEGRATIO 1 file(s) 0.00 KB Download
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) วันที่ 13 มกราคม 2021 ณ หอสมุดแห่งสันตะสำนัก](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience-2/) - คำสอนเรื่องการสวดภาวนา – 21 การภาวนาสรรเสริญ อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ขอให้พวกเราเรียนคำสอนกันต่อไปเรื่องการสวดภาวนา วันนี้พวกเราจะพูดกันถึงมิติแห่งการสรรเสริญ พวกเราจะเริ่มต้นกันด้วยช่วงชีวิตอันน่าตื่นเต้นของพระเยซูคริสต์ หลังจากการทำอัศจรรย์แรกๆ และการมีส่วนร่วมของบรรดาศิษย์ในการประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า พันธกิจของพระผู้ไถ่ต้องประสบกับวิกฤต ยอห์นบัปติสต์เกิดสงสัยและทำให้พระเยซูคริสต์ทราบถึงสารของท่านในขณะที่ท่านอยู่ในคุก “ท่านเป็นผู้ที่จะเสด็จมาหรือว่าเราต้องรอคอยอีกผู้หนึ่ง?” (มธ. 11: 3) เพราะยอห์น แบปตีสต์รู้สึกทนไม่ไหวที่ไม่ทราบว่าตนผิดหรือเปล่าที่ได้ทำการประกาศไปเช่นนั้น เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาที่มืดมัว เป็นเวลาที่ฝันร้ายฝ่ายจิตของประชาชน และยอห์น แบปตีสต์ก็กำลังอยู่ในเวลาแห่งการฝันร้ายเช่นกัน มีความขัดแย้งกันในหมู่บ้านตามชายทะเลสาบที่พระเยซูคริสต์ทรงทำเครื่องหมายที่สำคัญหลายอย่าง (ดู มธ. 11: 20-24) เพราะเวลาที่ทุกคนต้องผิดหวังนี้มัทธิวจึงเล่าความจริง พระเยซูคริสต์ไม่ได้ยกพระเนตรขึ้นบ่นต่อพระบิดา แต่ทรงถวายบทเพลงแห่งการสรรเสริญ “ข้าแต่พระบิดา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน” พระเยซูคริสต์ทรงอธิษฐาน “ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ที่ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้จากผู้มีปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย” (มธ. 11: 25) ดังนั้นท่ามกลางวิกฤตท่ามกลางความมืดมนแห่งดวงวิญญาณของผู้คนจำนวนมากเช่นยอห์นบัปติสต์ พระเยซูคริสต์ทรงถวายการสรรเสริญต่อพระบิดา เพราะเหตุใด? ประการแรก พระเยซูคริสต์สรรเสริญพระบิดาเพราะพระองค์ทรงเป็น “พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน” พระเยซูคริสต์ทรงชื่นชมยินดีในพระบิดาเพราะทราบดี และรู้สึกว่าพระบิดาของพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก และเป็นพระเจ้าของทุกสิ่งที่มีอยู่ พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของพระเยซูคริสต์ การสรรเสริญเกิดจากประสบการณ์ที่รู้สึกว่าพระองค์ทรงเป็น “พระบุตรของพระผู้ที่มีอำนาจสูงสุด” พระเยซูคริสต์ทรงรับรู้อย่างดีดีว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด พระเยซูคริสต์ทรงสรรเสริญพระบิดาเพราะทรงอยู่ข้างคนต่ำต้อย
- [ทูตสวรรค์แจ้งข่าว (ANGELUS) ของวันที่ 17 มกราคม 2021 ณ หอสมุดแห่งสันตะสำนัก](https://www.cbct.or.th/ทูตสวรรค์แจ้งข่าว-angelus-ของว/) - อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย พระวรสารวันอาทิตย์ที่สองในเทศกาลธรรมดา (ดู ยน. 1: 35-42) เล่าเรื่องการพบปะระหว่างพระเยซูคริสต์กับศิษย์คนแรกของพระองค์ บริบทนี้เกิดขึ้น ณ ริมแม่น้ำจอร์แดน หลังการรับพิธีล้างของพระเยซูคริสต์ตามจารีตของจอห์น บัปตีสต์ และเป็นจอห์นบัปติสต์เองที่ชี้ไปยังพระผู้ไถ่ให้กับชายสองคนโดยกล่าวว่า “นี่ไง ลูกแกะของพระเจ้า” (ข้อ 36) และชายสองคนนั้นเชื่อในคำพูดของจอห์นจึงติดตามพระเยซูคริสต์ไป พระองค์เห็นเช่นนี้จึงถามว่า “ท่านแสวงหาอะไร?” พวกเขาจึงถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ท่านพักอยู่ที่ไหน?” (ข้อ 38) พระเยซูคริสต์ไม่ได้ตอบว่า “เราอยู่ที่เมืองกาฟาร์นาอุมหรือที่เมืองนาซาเเร็ธ” แต่กล่าวว่า “ตามมาสิและท่านจะเห็นเอง” (ข้อ 39) นี่ไม่ใช่นามบัตร ทว่าเป็นการเชิญให้ไปพบ ทั้งสองคนติดตามพระองค์ไปและอยู่กับพระองค์ตลอดบ่ายวันนั้น ไม่ยากนักที่จะจินตนาการว่าเขาสองคนคงนั่งลงถามพระองค์ร้อยแปดพันเรื่อง และที่สำคัญคือตั้งใจฟังพระองค์ รู้สึกหัวใจของตนร้อนเป็นเปลวไฟยิ่งที่ยิ่งมากขึ้น ในขณะที่ฟังพระอาจารย์พูด พวกเขาสัมผัสได้กับความงดงามแห่งพระวาจาที่ตอบสนองต่อความหวังอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา แล้วทันทีทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าถึงแม้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ในดวงใจของเขาเปี่ยมด้วยความสว่างไสว ซึ่งมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะประทานให้ได้ก็ปะทุขึ้นในภายในตัวเขา สิ่งหนึ่งที่สร้างความสนใจให้พวกเราคือ อีก 60 ปีต่อมา หรืออาจมากกว่านั้นหนึ่งในสองคนนั้นจะเป็นผู้นิพนธ์พระวรสาร “ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณสี่โมงเย็น” เขาบันทึกเวลาไว้
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป (General Audience) การสอนคำสอนวันพุธที่ 20 มกราคม 2021 จากหอสมุดวาติกัน](https://www.cbct.or.th/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป-general-audience/) - การสอนคำสอน – การอธิษฐานภาวนาเพื่อความเป็นเอกภาพของคริสตชน อรุณสวัสดิ์ ลูก ๆ และพี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ในการเรียนคำสอนวันนี้ พวกเราจะไตร่ตรองกันถึงเรื่องการอธิษฐานภาวนาเพื่อความเป็นเอกภาพของบรรดาคริสตชน ความจริงช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 18-25 มกราคม เป็นวันพิเศษที่พระศาสนจักรมอบให้เพื่อการนี้ สำหรับวอนขอ “ของขวัญ-พระพรสำหรับความเป็นเอกภาพที่สามารถชนะต่อการเป็นที่สะดุดอันเกิดจากการแตกแยกระหว่างผู้ที่มีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ หลังอาหารค่ำมื้อสุดท้าย พระองค์ทรงอธิษฐานภาวนาเพื่อศิษย์ของพระองค์ “เพื่อให้พวกเขาทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยน. 17: 21) นี่เป็นการอธิษฐานของพระองค์ก่อนที่พระองค์จะได้รับมหาทรมาน พวกเราอาจกล่าวได้ว่านี่เป็นพินัยกรรมฝ่ายจิตของพระองค์ ขอให้พวกเราสังเกตว่าพระเยซูคริสต์ มิได้สั่งเพียงให้ศิษย์ของพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน ทว่าพระองค์อธิษฐานต่อพระบิดาสำหรับพวกเรา เพื่อว่าพวกเราทุกคนจะได้เป็นหนึ่งเดียวกัน นี่หมายความว่าพวกเราจะไม่สามารถที่จะบรรลุความเป็นหนึ่งเดียวกันได้โดยลำพังด้วยพลังของตัวพวกเราเอง ที่สำคัญนั้นคือเอกภาพเป็นของขวัญ เป็นพระหรรษทาน เป็นพระพรที่พวกเราต้องวอนขอด้วยการอธิษฐานภาวนา พวกเราแต่ละคนต้องการความเป็นเอกภาพ ความจริงพวกเราทราบดีว่าพวกเราไม่สามารถจะดำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพแม้กระทั่งกับตัวเราเอง แม้อัครสาวกเปาโลยังรู้สึกความขัดแย้งอย่างแรงในตัวท่านเอง กล่าวคือ แม้ว่าท่านต้องการที่จะทำดี แต่ก็มีความโน้มเอียงไปทางความชั่วร้าย (เทียบ รม. 7: 19) ท่านจึงเข้าใจรากเหง้าแห่งการแตกแยกมากมายที่อยู่รอบตัวพวกเรา ระหว่างประชาชน ในครอบครัว ในสังคม ระหว่างชาติ แม้กระทั่งระหว่างผู้ที่มีความเชื่อและในตัวเราเอง สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ยืนยันว่า “ความไม่สมดุลซึ่งโลกดำเนินอยู่นั้นมีการเชื่อมโยงกันกับความไม่สมดุลพื้นฐานหลากหลายที่มีรากเหง้าอยู่ในใจมนุษย์ เพราะในตัวมนุษย์เองมีหลายปัจจัยที่ขัดแย้งกัน […]
- [ครม.เห็นชอบหลักการตั้งวัดโรมันคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/ครม-เห็นชอบหลักการตั้งว/) - ครม.เห็นชอบหลักการตั้งวัดโรมันคาทอลิก อยู่ห่างจากวัดเดิม20กม.-คริสตศาสนิกชนอาศัยโดยรอบไม่ต่ำกว่า 200 คน เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการเรื่องระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแนวทางพิจารณาจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก สาระสำคัญในร่างฉบับนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน มีอธิบดีกรมการศาสนาเป็นกรรมการและเลขานุการ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคำขอจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกนี้ จะต้องเป็นสถานที่สมควรเป็นที่พำนักของบาทหลว งเพื่อประกอบศาสนากิจเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะต้องอยู่ห่างจากวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกเดิมไม่น้อยกว่า 20 กิโลเมตร ต้องมีบาทหลวงพำนักอยู่เป็นประจำอย่างน้อย 2 คน และเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่น โดยต้องตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีคริสตศาสนิกชนอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 200 คนและต้องมีเหตุผลที่จะสนับสนุนการจัดตั้ง เช่น เมื่อตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกว่า แล้วจะได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริมอุปถัมภ์จากประชาชนในพื้นที่ โดยต้องดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยโดยรอบบริเวณวัดก่อนจึงจะมีการจัดตั้งได้ เครดิต: https://www.matichon.co.th/education/religious-cultural/news_2477421
- [ที่ คพก. 25/2020 เรื่อง คำวอนขอที่เพิ่มขึ้นมาในบทร่ำวิงวอนแม่พระแห่งโลเรโต](https://www.cbct.or.th/ที่-คพก-25-2020-เรื่อง-คำวอนขอท/) - ประกาศคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม ที่ คพก. 25/2020 เรียน พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช และคริสตชนทุกท่าน เรื่อง คำวอนขอที่เพิ่มขึ้นมาในบทร่ำวิงวอนแม่พระแห่งโลเรโต สิ่งที่ส่งมาด้วย บทร่ำวิงวอนแม่พระซึ่งเพิ่มเติมคำวอนขอใหม่แล้ว เนื่องด้วยมีการส่งจดหมายเวียนจากสมณกระทรวงพิธีกรรมและศีลศักดิ์สิทธิ์ มาถึงประธานสภาพระสังฆราช แห่งประเทศไทย เรื่องการเพิ่มเติมคำวอนขอในบทร่ำวิงวอนแม่พระที่เรียกว่า “บทร่ำวิงวอนแม่พระแห่งโลเรโต” (Litaniae Lauretanae) คำวอนขอเพิ่มเติมเหล่านี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงตระหนักถึงความศรัทธาเป็นพิเศษของบรรดา ประชากรพระเจ้าต่อพระนางมารีย์พรหมจารี จึงทรงพระกรุณารับคำร้องขอโดยทรงจัดการให้มีการเพิ่มเติม คำวอนขอ 3 ข้อในบทร่ำวิงวอนต่อพระนางมารีย์พรหมจารี ดังนี้ Mater Misericordiae คณะกรรมการฯ พิธีกรรมให้คำแปลว่า “มารดาแห่งความเมตตากรุณา” Mater Spei คณะกรรมการฯ พิธีกรรมให้คำแปลว่า “มารดาแห่งความหวัง” SolaciumMigrantium คณะกรรมการฯ พิธีกรรมให้คำแปลว่า “องค์บรรเทาผู้อพยพ” ลำดับของการใส่คำวอนขอใหม่ทั้งสามข้อตามจดหมายเวียนจากสมณกระทรวงฯ มีดังนี้ • คำวอนขอใหม่ข้อหนึ่ง “มารดาแห่งความเมตตากรุณา” จะใส่ไว้หลังคำวอนขอ “มารดา พระศาสนจักร” โดยคำวอนขอ
- [คำปราศรัยของพระสันตะปาปาฟรานซิส คริสต์มาส 2020: URBI ET ORBI](https://www.cbct.or.th/คำปราศรัยของพระสันตะปา/) - . “พระกุมารบังเกิดจากพระแม่มารีย์พรหมจารี ณ เบธเลเฮ็มเพื่อทุกคน พระองค์เป็นพระบุตรที่พระเจ้าทรงมอบให้กับครอบครัวทั้งโลก” วันที่ 25 ธันวาคม 2020 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิสทรงมอบสาส์นตามธรรมเนียม “Urbi et Orbi” (แด่ชาวกรุงโรมและชาวโลก) ในวันคริสต์มาส ท่ามกลางโรคระบาดโคโรนาปีนี้ พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสในห้องประชุม “Benediction” ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตรชั้นบนหลังระเบียงกลาง ซึ่งโดยปกติพระองค์จะปราศรัยกับผู้เข้าเฝ้าซึ่งมีจำนวนจำกัดเนื่องจากโรคระบาด ต่อไปนี้เป็นคำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส เจริญพร ขอส่งความสุขคริสต์มาสแด่ลูก ๆ และ พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะนำสาส์นที่พระศาสนจักรประกาศวันนี้ เกี่ยวกับคำพูดของประกาศกอิสยาห์แก่พี่น้องทุกคน “พระกุมารทรงบังเกิดมาเพื่อเรา กุมารองค์หนึ่งได้ถูกมอบมาให้กับพวกเรา” (อสย. 9: 6) พระกุมารทรงบังเกิดมา อันเป็นบ่อเกิดแห่งความหวัง เป็นชีวิตที่งอกงามเจริญเติบโต เป็นคำสัญญาถึงอนาคต ยิ่งกว่านั้นกุมารนี้ ซึ่งได้แก่พระเยซูคริสต์ทรงบังเกิด “เพื่อเรา” โดยไม่มีขอบเขตดินแดนอภิสิทธิ์ หรือข้อยกเว้นใด พระกุมารทรงบังเกิดจากพระแม่มารีย์พรหมจารี ณ เบธเลเฮ็มเพื่อทุกคน พระองค์เป็น “พระบุตร” ที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่ครอบครัวมนุษย์ พวกเราต้องขอบคุณพระกุมาร เพราะว่าพวกเราทุกคนสามารถสนทนากับพระเจ้าและสามารถเรียกพระองค์ว่า “บิดา”
- [ที่ สสท. 06/2021 เรื่อง ขอเชิญร่วมลงนามคัดค้านกฎหมายการทําแท้ง (มาตรา 301 และมาตรา 305)](https://www.cbct.or.th/ที่-สสท-06-2021-เรื่อง-ขอเชิญร่/) - ที่ สสท. 06/2021วันที่ 14 มกราคม 2021 เรื่อง ขอเชิญร่วมลงนามคัดค้านกฎหมายการทําแท้ง (มาตรา 301 และมาตรา 305)เรียน พระคุณเจ้าประมุขศาสนปกครองและประธานสหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทยเอกสารแนบ แบบฟอร์มลงนามคัดค้านกฎหมายการทําแท้ง ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีความเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการทําแท้ง ในขั้นต้นสภาพระสังฆราชฯ ได้ยื่นจุดยืนและคําสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก เกี่ยวกับกฎหมายการทําแท้ง ถึงประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมรายชื่อคริสตชนเพื่อคัดค้านกฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอความร่วมมือจากท่านได้เชิญชวนคริสตชนหรือสมาชิกใน สังกัดได้ร่วมลงนามตามแบบฟอร์มที่ส่งมา ณ ที่นี้ และส่งกลับมายังสํานักเลขาธิการ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยฯ เลขที่ 122/11 ซอยนนทรี 14 (ซอยนาคสุวรรณ) ถนนนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 ในรูปแบบเอกสาร (Hard copy) ภายในวันที่ 25 มกราคม
- [ที่ สสท. 85/2020 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบโศกนาฏกรรมประเทศเลบานอน](https://www.cbct.or.th/ที่-สสท-85-2020-เรื่อง-ขอความอน/) - สาส์นเวียนจากสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 85/2020 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบโศกนาฏกรรมประเทศเลบานอน พระคุณจ้า คุณพ่อ อธิการคณะนักบวชชาย-หญิง และพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ตามที่ได้เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ณ ท่าเรือในกรุงเบรุตเมืองหลวงของประเทศเลบานอน แรงระเบิดครั้งประวัติศาสตร์มีความรุนแรงเทียบเท่ากับแผ่นตินไหวที่มีขนาด 4.5 ริกเตอร์สร้างความเสียหายไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ยังผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อาคารบ้านเรือนและสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง มีชาวเลบานอนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยทันทีกว่าสามแสนคน ในจำนวนนี้มีเด็กราวแปดหมื่นคน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนที่อยู่อาศัยชั่วคราว อาหารและน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วย องค์กรคาริตัสเลบานอน (หน่วยงานเมตตาสงเคราะห์ของคาทอลิก) กำลังดำเนินงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในนามของพระศาสนจักรท้องถิ่น ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการกุศลต่าง ๆ ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว แต่ด้วยความรุนแรงของความเสียหายจากเหตุระเบิดครั้งนี้ ความช่วยเหลือจากพี่น้องเพื่อมนุษย์ยังคงมีความจำเป็นอย่างมาก สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยรับทราบถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่พี่น้องคริสตชนคาทอลิกกำลังประสบอยู่เช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่ก็พิจารณาเห็นว่าสภาพความเป็นไปที่พี่น้องเพื่อนมนุษย์ชาวเลบานอนที่กำลังประสบเคราะห์กรรมอันหนักหน่วงดังที่กล่าวข้างต้น จึงวอนขอความร่วมมือจากทุกสังฆมณทล คณะนักบวชชาย-หญิง หน่วยงาน กลุ่มองค์กรคาทอลิก และพี่น้องคริสตขนผู้มีน้ำใจดีทั้งหลาย ได้แสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อพี่น้องร่วมโลกของเราที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบาก "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเรา ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา...." (ร. 25:40) ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องได้ร่วมกันภาวนาขอพระเจ้าโปรดบรรเทาใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ และดลบันดาลให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนบริจาคปัจจัยให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องเพื่อนมนุษย์ของพวกเราตามกำลังความสามารถ
- [ที่ สสท.41bis/2020 แนวทางการปฎิบัติเพื่อการเข้าร่วมพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/ที่-สสท-41bis-2020-แนวทางการปฎิบั/)
- [ที่ สสท. 047/2020 เรื่อง "ปีที่ 351 มิสซังสยาม เสริมสร้างชุมชน ศิษย์ธรรมทูต"](https://www.cbct.or.th/ที่-สสท-047-2020-เรื่อง-ปีที่-351-มิส/)
## Pages
- [พระสังฆราชและเขตปกครองในประเทศไทย](https://www.cbct.or.th/พระสังฆราชและเขตปกครอง/)
- [สมาชิกสภาพระสังฆราชฯ](https://www.cbct.or.th/สมาชิกสภาพระสังฆราชฯ/)
- [สังฆมณฑลเชียงใหม่](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลเชียงใหม่/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังมมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ด.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 48,013 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง (เว้น อ.งาว)จำนวนประชากร 3,142,985 คนจำนวนคาทอลิก 55,752 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑล 41 องค์พระสงฆ์คณะเบราราม 16 องค์พระสงฆ์คณะเยสุอิต 6 องค์พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ 6 องค์ภราดา 2 คนพระสงฆ์คณะซาเลเซียน 3 องค์ภราดา 2 คนพระสงฆ์ FIDEI DOMUN (Triveneto-อิตาลี) 4 องค์พระสงฆ์จากอัครสังมมณฑลกรุงเทพฯ 2 องค์พระสงฆ์จากคณะอิเดนเตส 3 องค์พระสงฆ์ภารดาน้อย กาปูชิน 3 องค์ภราดา 1 คนพระสงฆ์จากเมียนมา 1 องค์พระสงฆ์จากอเมริกา
- ["ระยะการนำลงสู่ภาคปฏิบัติของซีนอด" - ดาวน์โหลดเอกสารและแนวทางปฏิบัติ](https://www.cbct.or.th/towards-the-assemblies-2027-2028/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนพี่น้องร่วมก้าวเข้าสู่ "ระยะการนำลงสู่ภาคปฏิบัติของซีนอด" เพื่อร่วมกันฟื้นฟูและขับเคลื่อน "พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันและเป็นธรรมทูต" ให้เกิดผลจริงจากภายในชุมชนความเชื่อของเรา โดยในทุกระดับจะขับเคลื่อนด้วยคำถามแกนหลักร่วมกันคือ: 💬 “รูปแบบที่เป็นรูปธรรมของพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันและเป็นธรรมทูต และหนทางใหม่ ๆ ที่กำลังปรากฏขึ้นในชุมชนของท่านคืออะไร?” 📂 ดาวน์โหลดเอกสารและแนวทางปฏิบัติด้านล่างนี้:
- [ปฏิทินปฏิบัติงาน สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ](https://www.cbct.or.th/work-schedule-calendar/) - เพิ่มรายการลงใน Google Calendar
- [คำแนะนำสำหรับการจัดพิธีกรรมอุทิศแด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง](https://www.cbct.or.th/pdf176/)
- [a](https://www.cbct.or.th/a/)
- [CBCT Calendar 2026](https://www.cbct.or.th/calendar2026/)
- [สังฆมณฑลราชบุรี](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลราชบุรี/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 31,362 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี สมุทรสงครามจำนวนประชากร 2,432,493 คนจำนวนคาทอลิก 15,750 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสังฆราชกิตติคุณ 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑล 60 องค์สังฆานุกร 2 องค์พระสงฆ์นักบวช 25 องค์ภราดา 5 คนภคินี 107 คน ที่มา : ปฏิทินคาทอลิก 2024 สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย พระสังฆราช ประมุขสังฆมณฑล พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรีประมุขสังฆมณฑลราชบุรี 1959 เกิด10 ธันวาคม 1959 (2502)เป็นบุตรชายของยอห์น บัปติส เกษตร จรัสศรี และลูซีอา เดือนฉาย
- [แผนภูมิโครงสร้างสภาฯ](https://www.cbct.or.th/แผนภูมิโครงสร้างสภาฯ/)
- [ลงนาม](https://www.cbct.or.th/ลงนาม/) - วันที่ 6-7 สิงหาคม ค.ศ. 2026 ณ ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” สามพรานพร้อมกันนี้ ในที่ประชุมได้ร่วมกันแสดงความยินดีกับพระสังฆราชเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต เนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระสังฆราชประมุขแห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่.วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2026- การนำเสนอรายงานสรุปความก้าวหน้าตามแนวทางของสภาพระสังฆราชฯ ในการดำเนินงานซีนอดของแต่ละสังฆมณฑล- ทิศทาง กรอบแนวทาง และกรอบเวลาการดำเนินงานซีนอด (สำนักนโยบาย)-ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง (คุณพ่ออานุภาพ วงษ์แก้ว)- ความคืบหน้าการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฆราวาส หลักสูตรพัฒนาฆราวาส “เชื้อแป้งแห่งพระอาณาจักร” (ผศ.ดร.ประทีป ฉัตรสุภางค์)- ความคืบหน้าการดำเนินงานงานทะเบียนศีลศักดิ์สิทธิ์ (คุณพ่อธนันต์ธง สุขสุทิพย์).วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2026- การจัดงาน “มหกรรมรวมพลัง รักษ์โลก รักเรา” 2026- รายงานกรรมาธิการฝ่ายสังคม (คุณพ่อไพรัช ศรีประเสริฐ)- รายงานกรรมาธิการฝ่ายสื่อสารสังคม (คุณพ่ออนุชา ไชยเดช)- รายงานกรรมาธิการฝ่ายอภิบาลคริสตชน (คุณพ่อพิชาญ ใจเสรี)- รายงานกรรมาธิการฝ่ายฝ่ายธรรมทูตและการศึกษาคาทอลิก (คุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม).ขอขอบพระคุณพระสังฆราช
- [คณะกรรมการดำเนินงานสภาพระสังฆราช](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมการดำเนินงานสภา/) - สมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรมในประเทศไทย (PMS) คุณพ่อเปโตร ปิยะชาติ มะกรครรภ์ (ผู้อำนวยการ)อาคารเลขที่ 122/11 ชั้น 1 ซ.นนทรี 14 (ซ.นาคสุวรรณ) ถ.นนทรี ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2681-3900 ต่อ 1104 โทรสาร 0-2681-5369 ถึง 70 คณะที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ 1. คณะกรรมการที่ปรึกษาเทววิทยาพระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย (ประธานฯ)คุณพ่อเคลาดิโอ เบตุซอ OMI (เลขาธิการ)บ้านซาเลเซียน 91 ม.6 ซ.วัดเทียนดัด ถ.เพชรเกษม ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73110โทร. 0-2429-0220, 0-2812-5834 ถึง 5 โทรสาร 0-2429-0021 2. คณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายพระศาสนจักร พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี
- [คณะกรรมการสำนักงาน สภาพระสังฆราช ฯ](https://www.cbct.or.th/คณะกรรมการสำนักงาน-สภาพ/)
- [อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ](https://www.cbct.or.th/อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 18,831 ตารางกิโลเมตรเขตปกครอง 11 จังหวัดกทม., ฉะเชิงเทรา(บางส่วน), นครนายก (เฉพาะ อ.บ้านนา), นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สุพรรณบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทองจำนวนประชากร 13,774,709คนจำนวนคาทอลิก 123,673คนพระสังฆราช 1 องค์พระสังฆราชกิตติคุณ 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑล 152 องค์พระสงฆ์นักบวช 94 องค์ภราดา 76 คนภคินี 455 คน ที่มา : ปฏิทินคาทอลิก 2024 สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย พระอัครสังฆราช ประมุขอัครสังฆมณฑล พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 1955 เกิด 3 ตุลาคม 1955เป็นสัตบุรุษวัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน กรุงเทพฯ1975
- [ตราและสัญลักษณ์](https://www.cbct.or.th/ตราและสัญลักษณ์/)
- [ประวัติความเป็นมา](https://www.cbct.or.th/ประวัติความเป็นมา/) - สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย(หรือที่บรรดาคริสตชนรู้จักและเรียกกันในชื่อ “สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย” หรือ สสท.) ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ได้เข้ามาเผยแพร่และปฏิบัติงานต่าง ๆ ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 450 ปี กิจการพระศาสนาได้เจริญพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ และมีประชาชนที่เลื่อมใสและนับถือศาสนานี้อยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ เพื่อความสะดวกและเพื่อความก้าวหน้าในกิจการต่างๆ ของพระศาสนา จะสามารถดำเนินไปด้วยดีและเรียบร้อย จึงเริ่มมีการรวมกลุ่มกันตามดำริของที่ประชุมสังคายนาวาติกันที่ 2 ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1964 ที่เชิญชวนบรรดาพระสังฆราช ซึ่งเป็นประมุขของแต่ละสังฆมณฑลในประเทศใดประเทศหนึ่ง ให้รวมกลุ่มกันในรูปแบบของสภา นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงเริ่มมีการรวมกลุ่มกันของบรรดาประมุขของสังฆมณฑลในประเทศไทยขึ้น โดยเรียกว่า “สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย” (สสท.) ใช้ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Catholic Bishops’ Conference of Thailand ชื่อย่อ CBCT สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงเป็นสภาอันมั่นคงที่ตั้งขึ้นโดยได้รับอนุมัติจากสันตะสำนัก (นครรัฐวาติกัน) ในปี 1965 ซึ่งบรรดาพระสังฆราชมารวมกลุ่มปรึกษาหารือ และร่วมมือกันในการดูแลอภิบาลคริสตชน เผยแผ่ศาสนา และปฏิบัติงานตามกิจการทางศาสนา ได้แก่ ด้านศาสนา การศึกษาอบรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม การสังคม
- [สังฆมณฑลจันทบุรี](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลจันทบุรี/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังมมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 34,000 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 8 จังหวัดคือ ตราด จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา (บางส่วน) นครนายก (ยกเว้นอำเภอบ้านนา)จำนวนประชากร 5,165,783 คนจำนวนคาทอลิก 55,851 คนผู้รักษาการสังฆมณฑล 1 องค์พระสังฆราชกิตติคุณ 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑล 86 องค์พระสงฆ์นักบวช 20 องค์ภราดา 18 คนภคินี 138 คน ที่มา : ปฏิทินคาทอลิก 2024 สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย พระสังฆราช ประมุขสังฆมณฑล พระสังฆราชฟิลิป อดิศักดิ์ พรงามพระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลจันทบุรี อาสนวิหาร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลจันทบุรี อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลจันทบุรี110 ม.5 ต.จันทนิมิต อ.เมือง
- [พระสังฆราชกิตติคุณ](https://www.cbct.or.th/พระสังฆราชกิตติคุณ/)
- [สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512)พื้นที่ 75,562 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 15 จังหวัด แบ่งการปกครองเป็น 4 เขตเขตแม่พระฟ้าติมา ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรเขตแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชเขตแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี นราธิวาส ยะลาเขตแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ได้แก่ ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง พัทลุงจำนวนประชากร 9,778,718 คนจำนวนคาทอลิก 7,889 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์สังมมณฑลสุราษฎร์ธานี 18 องค์พระสงฆ์คณะชาเลเซียน 18 องค์พระสงฆ์คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ 14 องค์พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ 1 องค์พระสงฆ์คณะ Marist Father 3 องค์ภราดาคณะซาเลเซียน 2 คนภราดาคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์
- [สังฆมณฑลอุบลราชธานี](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลอุบลราชธานี/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 53,917 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ อุบลราชธานี มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญจำนวนประชากร 7,825,099 คนจำนวนคาทอลิก 24,668 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑล 33 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑลอื่น 3 องค์ภราดาคณะภราดาเซนต์คาเบรียล 3 คนภคินี- คณะรักกางเขนแห่งอุบลราชธานี 113 คน- คณะนักบุญยอแซฟแห่งการประจักษ์ 7 คน- คณะฟรังซิสกันฯ 6 คน- คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร 4 คน- คณะพระราชินีมาเรีย 2 คน ที่มา : ปฏิทินคาทอลิก 2024 สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย พระสังฆราช
- [สังฆมณฑลนครสวรรค์](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลนครสวรรค์/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510)พื้นที่ 93,547 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 13 จังหวัดเขต 1 นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี เพชรบูรณ์ (ตอนล่าง)เขต 2 พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ (ตอนบน) ตาก (อ.เมือง)เขต 3 ตาก (อ.แม่สอด อ.พบพระ อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด อ.อุ้มผาง)จำนวนประชากร 8,755,756 คนจำนวนคาทอลิก 22,465 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์ 49 องค์สังฆานุกร 2 องค์แบ่งเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑลนครสวรรค์ (นว) 30 องค์พระสงฆ์คณะมิสชังแห่งต่างประเทศกรุงปารีส (MEP) 4 องค์
- [สังฆมณฑลอุดรธานี](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลอุดรธานี/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังมมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 45,232 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 6 จังหวัดคือ อุดรธานี ขอนแก่น เลย หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬจำนวนประชากร 5,430,834 คนจำนวนคาทอลิก 20,266 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์สังมมณฑล 31 องค์พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ 8 องค์พระสงฆ์คณะซาเลเซียน 3 องค์พระสงฆ์คณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล 5 องค์พระสงฆ์คณะธรรมทูตของนักบุญวินเซนเดอปอล 2 องค์พระสงฆ์คณะพระวจนาตถ์ของพระเจ้า 8 องค์พระสงฆ์คณะธรรมทูตแห่งสเปน 3 องค์ภราดา 3 คนภคินี 92 คน ที่มา : ปฏิทินคาทอลิก 2024 สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย พระสังฆราช ประมุขสังฆมณฑล พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัยประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี 1961 เกิด
- [สังฆมณฑลนครราชสีมา](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลนครราชสีมา/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังมมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 44,326 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 3 จังหวัดคือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์จำนวนประชากร 5,339,315 คนจำนวนคาทอลิก 7,009 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑลนครราชลีมา 22 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑลจันทบุรี 4 องค์พระสงฆ์คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์พระสงฆ์ฝรั่งเศส (MEP) 1 องค์พระสงฆ์ฟิลิปปนสั่ (MSP) 1 องค์พระสงฆ์คามิลเลียน 2 องค์ภราดาเซนต์คาเบรียล 3 คนซิสเตอร์คณะรักกางเขนแห่งอุบลฯ 6 คนซิสเตอร์คณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี 4 คนเซอร์คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร 10 คนซิสเตอร์คณะพระกุมารเยซู 3 คนคณะฆราวาสโอเบลตมิลชันนารีแห่งมารีย์นิรมล 2 คนสถาบันธิดาพระราชินีมาเรีย 2 คนคณะนักพรตหญิงมหาไถ่แห่งประเทศไทย 6 คน ที่มา
- [สังฆมณฑลเชียงราย](https://www.cbct.or.th/สังฆมณฑลเชียงราย/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561)พื้นที่ 37,839.25 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และ อ.งาว (จ.ลำปาง)จำนวนประชากร 2,710,345 คนจำนวนคาทอลิก 21,983 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสงฆ์สังมมณฑล 6 องค์พระสงฆ์อัครสังมมณฑลกรุงเทพฯ 2 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑลเชียงใหม่ 1 องค์พระสงฆ์คณะเบธาราม 6 องค์สังฆานุกรคณะเบธาราม 1 องค์พระสงฆ์คุณะปีเม 4 องค์พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ 3 องค์พระสงฆ์คณะธรรมทูตไทย 7 องค์พระสงฆ์คณะคามิลเลียน 3 องค์พระสงฆ์คณะยารูมาล 4 องค์พระสงฆ์คณะสติกมาดิน 3 องค์พระสงฆ์คณะเยสุอิต 7 องค์พระสงฆ์คณะออกุสติเนียน 2 องค์ภคินี 58 คน ที่มา
- [อัครสังฆมณฑลท่าแร่- หนองแสง](https://www.cbct.or.th/อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนอง/) - สถานภาพ สถาปนาเป็นสังฆมณฑล วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508)พื้นที่ 25,447.80 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์จำนวนประชากร 3,240,379 คนจำนวนคาทอลิก 57,885 คนพระสังฆราช 1 องค์พระสังฆราชกิตติคุณ 1 องค์พระสงฆ์สังฆมณฑล 72 องค์พระสงฆ์นักบวช (ภราดาน้อยกาปูชิน) 3 องค์ภราดาคณะเซนต์คาเบรียล 3 คนพระสงฆ์คณะดอมินิกันชาย (เวียดนาม) 3 องค์พระสงฆ์คณะซิลแตร์เซียน (เวียดนาม) 5 องค์ภคินี- คณะรักกางเขนแห่งท่าแร่ 90 คน- คณะกลาริสกาปูชิน 12 คน- คณะออกุสติเนี่ยนแม่พระแห่งความบรรเทา 2 คน- คณะธิดาเมตตาธรรม 4 คน- คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร 9 คน
- [นโยบายความเป็นส่วนตัว](https://www.cbct.or.th/privacy-policy-2/) - ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร? ข้อมูลส่วนบุคคล* หมายถึง “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ” ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ [ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตน อาทิ ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร email] [ข้อมูล xxx] [ข้อมูล yyy] [...] แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจาก 2 ช่องทาง ดังนี้ 1. เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง โดยเราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากขั้นตอนการให้บริการ ดังนี้ ขั้นตอนการสมัครใช้บริการกับเรา หรือขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ์ต่างๆ กับเรา จากความสมัครใจของท่าน ในการทำแบบสอบถาม (survey) หรือ การโต้ตอบทาง email หรือ ช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างเราและท่าน เก็บจากข้อมูลการใช้ website ของเราผ่าน browser’s cookies ของท่าน […] เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม ดังต่อไปนี้ [บุคคลที่สามที่เปิดเผยข้อมูล] […] โดยได้รับข้อมูลด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
- [ค าอธิบายสรุปสาระส าคัญของกฎหมาย](https://www.cbct.or.th/128a02/)
- [บทสรุปเพื่อการมองเห็นภาพรวม เรื่องพระราชบัญญัติ ร.ศ. ๑๒๘ (ค.ศ. ๑๙๐๙) คืออะไร?](https://www.cbct.or.th/128a01/)
- [บทภาวนาขอต่อพระเยชูนาซาเรท](https://www.cbct.or.th/a1/) - บทภาวนาขอต่อพระเยชูนาซาเรททุกๆ วัน "ข้าแต่พระเจ้าพระเยชูคริสตเจ้าสมควรให้นมัสการพระผู้ไถ่ ซึ่งได้ถวายชีวิตบนไม้กางเขนช่วยลูกทั้งหลายให้รอดพ้นจากความตาย" 1. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดรักษาความคิดของลูกด้วยเถิด 2. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดป้องกันความชั่วร้ายต่างๆแก่ลูกด้วยเถิด 3. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดป้องกันลูกให้พ้นทุกข์อุกฉกรรจ์ต่างๆ ด้วยเถิด 4. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดช่วยบำรุงรักษาลูก (ตามที่ลูกประสงค์) 5. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดช่วยพิทักษ์รักษาลูกให้พ้นศัตรูของลูกด้วยเถิด 6. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดป้องกันอันตรายต่างๆ ให้พ้นจากตัวลูกและประทานชีวิตให้แก่ลูกด้วยเถิด 7. โอ้พระเยซูนาซาเรท ที่ต้องตรึงบนไม้กางเขน โปรดทรงพระกรุณาแก่ลูก ณ กาลบัดนี้ และเสมอไปด้วยเถิด "ข้าแต่พระจิตผู้ประทานให้ลูกมองเห็นและแสดงให้ลูกได้พบหนทางที่จะบรรลุถึงความปรารถนาของลูก ผู้ประทานพระหรรษทานสำหรับการยกโทษและลืมความผิดบกพร่องต่าง ๆ และผู้เป็นแบบอย่างสำหรับชีวิตของลูก ในบทภาวนาสั้นๆ นี้ ลูกขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง และลูกขอกล่าวย้ำอีกว่า ลูกไม่ต้องการที่จะแยกจากพระองค์ ไม่มีอะไรสำคัญกว่าความปรารถนานี้ ลูกต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์และความรักของลูกเพื่อพระองค์เท่านั้น" อาแมน ป ร ะ วั ติ
- [เอกสารกฤษฎีกา](https://www.cbct.or.th/เอกสารกฤษฎีกา/) - กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย คริสตศักราช 2015 1 file(s) 1.26 MB Download DECREE OF THE PLENARY COUNCIL OF THE CATHOLIC CHURCH IN THAILAND A.D. 2015 1 file(s) 1.28 MB Download
- [ธรรมล้ำลึกพระสิริรุ่งโรจน์ (วันพุธและวันอาทิตย์)](https://www.cbct.or.th/ธรรมล้ำลึกพระสิริรุ่งโ/) - ข้อรำพึงที่ 1 พระเยนูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ 1. ในวันอาทิตย์ปาสกา ยามรุ่งอรุณแห่งความเบิกบานยินดี พระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาอย่างรุ่งเรือง 2. บรรดาสตรีใจศรัทธา รีบเร่งไปยังพระคูหา เพื่อชโลมพระศพพระเยซูเจ้า 3. พวกเขาตกตลึงและตกใจเมื่อเห็นหินที่ปิดพระคูหาเปิดอยู่ 4. ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีว่า พระองค์มิได้ทรงประทับอยู่ที่นี่ พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว 5. ต่อมาพระเยซูเจ้าทรงปรากฎแก่นางมารีย์มักดาเลนา และบรรเทาใจนาง 6. มารีย์ ชาวมักดาลาจึงไปแจ้งข่าวกับบรรดาศิษย์ว่า "ดิฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว" 7. พระเยซูเจ้าทรงคืนชีพ ทรงประจักษ์มาหาเปโตรผู้เป็นทุกข์ถึงบาป 8. พระเยซูเจ้าทรงดำเนินไปพร้อมกับศิษย์สองคนที่เอมมาอุส และทรงเผยแสดงพระองค์เมื่อทรงหักขนมปัง 9. พระเยซูเจ้าทรงปรากฏ พระองค์แก่เหล่าสาวกในห้องที่ปิดอยู่ตรัสว่า "สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด" 10. ทรงเป่าลมเหนือพวกเขา ทรงประทานอำนาจยกบาปมนุษย์ผู้ซึ่งพระองค์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเขา ข้อรำพึงที่ 2 พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ 1. พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงพระองค์แก่สานุศิษย์ตลอด 40 วัน ตั้งแต่ทรงกลับคืนพระชนมชีพ 2. พระเยซูเจ้า ทรงกล่าวถึงพระอาณาจักรของพระเจ้า และทรงสัญญาว่า "พระจิตเจ้าจะเสด็จมาประทับกับพวกเรา" 3. พระองค์ทรงสั่งสาวก ไปประกาศข่าวดีให้นานาชาติกลับใจ เพื่อรับอภัยบาป 4.
- [ธรรมล้ำลึกพระทรมาน (วันอังคาร และวันศุกร์)](https://www.cbct.or.th/ธรรมล้ำลึกพระทรมาน-วันอ/) - ข้อรำพึงที่ 1 พระเยซูเจ้าทรงทนทุกข์จนพระเสโทกลายเป็นโลหิตในสวนเกทเสมนี 1. พระเยซูเจ้าพร้อมกับบรรดาศิษย์ ออกจากห้องที่เลี้ยงอาหารค่ำ ข้ามห้วยขิดโรนทรงดำเนินไปที่สวนเกทเสมนี 2. พระองค์ทรงพาเปโตร ยาโกเบ และยวงเข้าไปในสวนพร้อมกับพระองค์ 3. พระองค์ทรงเป็นทุกข์ เพราะบาปของมวลมนุษย์ ทรงกล่าวแก่เขาว่า "ใจของเราเป็นทุกข์แทบสิ้นชีวิต จงอยู่ที่นี่และตื่นเฝ้ากับเราเถิด" 4. แล้วพระองค์ทรงดำเนินไปข้างหน้าอีกเล็กน้อย ทรงซบพระพักตร์ลงกับพื้นดิน 5. พระองค์อธิษฐานภาวนาว่า "พระบิดาเจ้าข้า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ถ้วยนี้พ้นข้าพเจ้าไปเถิด ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็ขออย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า" 6. พระองค์ทรงอยู่ในความทุกข์กังวลอย่างสาหัส จึงทรงอธิษฐานภาวนาอย่างมุ่งมั่นยิ่งขึ้น พระเสโทตกลงบนพื้นดินประดุจหยดโลหิต 7. พระองค์เสด็จกลับมาพบบรรดาศิษย์กำลังหลับอยู่ จึงตรัสกับเปโตรว่า "ท่านไม่ตื่นเฝ้าอยู่กับเราสักหนึ่งชั่วโมงไม่ได้หรือ จงตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนา... " 8. ครั้งที่สอง พระองค์ทรงดำเนินกลับไป ทรงอธิษฐานภาวนาว่า "พระบิดาเจ้าข้า ถ้าข้าพเจ้าต้องดื่มจากถ้วยนี้ โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด" 9. อีกครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จกลับมา พบเขาหลับอยู่อีก จึงเสด็จจากเขาไปอธิษฐานภาวนาอย่างเดียวกันเป็นครั้งที่สาม 10.สุดท้ายเสด็จกลับมาปลุกสาวกตรัสว่า "จงลุกขึ้นไปกันเถิด ผู้ทรยศต่อเราอยู่ที่นี่แล้ว" ข้อรำพึงที่ 2 พระเยซูเจ้าทรงถูกเฆี่ยน
- [ธรรมล้ำลึกแห่งความสว่าง (วันพฤหัสบดี)](https://www.cbct.or.th/ธรรมล้ำลึกแห่งความสว่า/) - ข้อรำพึงที่ 1 พระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง ณ แม่น้ำจอร์แดน 1. ท่านยอห์นทำพิธีล้างในถิ่นทรุกันดาร และประกาศว่า "มีอีกผู้หนึ่งกำลังมาภายหลังข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สมควร แม้แต่จะก้มลงแก้สายรัดรองเท้าของเขา" 2. เวลานั้นพระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแควันกาลิลี ถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น 3. ท่านยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ ให้เปลี่ยนพระทัย พูดว่า "ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า" 4. พระเยซูเจ้าตรัสว่า "เวลานี้ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ ของพระเจ้า" 5. ขณะที่พระคริสตเจ้าเสด็จลงไปในน้ำ พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่มารับสภาพบาป เพราะเห็นแก่เรา 6. เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก 7. พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์ดุจนกพิราบ 8. มีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า "ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา" 9. พระจิตเจ้าเสด็จลงเหนือพระองค์ เพื่อส่งพระองค์ไปปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบ 10. พระเจ้าทรงเจิมพระเยซูเจ้า ด้วยพระอานุภาพของพระจิตเจ้า พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านไปที่ใดทรงกระทำความดี และทรงรักษาทุกคนที่อยู่ใต้อำนาจของปีศาจ ข้อรำพึงที่ 2 พระเยซูเจ้าทรงเผยพระองค์เองในงานมงคลสมรส ณ หมู่บ้านคานา 1.
- [ธรรมล้ำลึกน่ายินดี (วันจันทร์ และวันเสาร์)](https://www.cbct.or.th/ธรรมล้ำลึกน่ายินดี-วันจ/) - ข้อรำพึงที่ 1 ทูตสวรรค์แจ้งข่าวแก่พระนางมารีย์ 1. พระนางมารีอากำลังคุกเข่าภาวนาอย่างลึกซึ้งในห้องที่บ้านนาซาเร็ท 2. ทันใด ณ ห้องนั้นก็เจิดจ้าไปด้วยรังสีแห่งสวรรค์ 3. พระนางมารีอา มิได้หวั่นใจอะไรเงยหน้าขึ้นก็แลเห็นทูตสวรรค์คาเบรียลยืนอยู่ข้างพระนาง 4. ทูตสวรรค์มองดูพระนาง ด้วยความอ่อนหวานแล้วกล่าวว่า "จงยินดีเถิด ท่านผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน พระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน" 5. ทูตสวรรค์ขอให้พระนางเป็นมารดาของพระเจ้าตามที่ได้รับพระบัญชามา ท่านยืนรอรับคำตอบของพระนางด้วยความกระวนกระวาย 6. พระมารดาถามทูตสวรรค์ เพียงคำเดียวว่า "จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะข้าพเจ้าตั้งใจจะเป็นพรหมจารี" 7. ทูตสวรรค์อธิบายว่า จะเป็นทั้งพรหมจารีและพระมารดา 8. พระมารดามิได้สงสัยอะไรอีก น้อมรับด้วยความยินดีกล่าวว่า "ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า 9. ขอเป็นไปแก่ข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด" 10. แล้วทูตสวรรค์ก็จากไปและพระวจนาตถ์ทรงรับเอากายเป็นมนุษย์ ประทับอยู่ในครรภ์ของพระมารดา ข้อรำพึงที่ 2 พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลิซาเบธ 1. พระมารดารับทราบจากทูตสวรรค์คาเบรียลว่านางเอลิซาเบธซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระนางได้ตั้งครรภ์มาหกเดือนแล้ว 2. พระนางมารีอาจึงออกเดินทาง จากแคว้นกาลิลีไปสู่แคว้นยูเดีย ไปยังเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่บ้านของนางเอลิซาเบธ ด้วยความปรารถนาที่จะช่วยเหลือรับใช้ ทั้งๆ ที่ทางไกลและแสนลำบาก 3. เมื่อมาถึงประตูบ้าน พระมารดาก็กล่าวทักทาย 4. องค์พระวจนาตถ์ในครรภ์ของพระนาง
- [ติดต่อสภา](https://www.cbct.or.th/ติดต่อสภา/) - สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย อาคารเลขที่ 122/11 ซ.นนทรี 14 (ซ.นาคสุวรรณ)ถ.นนทรี ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120โทร. 0-2681-3900โทรสาร 0-2681-5369 ถึง 70E-mail: cbct_th@hotmail.com, thaicbct@cbct.net แบบฟอร์มส่งอีเมล์ถึงเรา ชื่อผู้ติดต่อ อีเมล์ของคุณ หัวข้อ ข้อความ (optional) Δ The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page. แผนที่
- [หน่วยงานภายใต้สภาพระสังฆราช](https://www.cbct.or.th/หน่วยงานภายใต้สภาพระสั/) - PMS Thailand อุดมสาร สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการธรรมทูต คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม และกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม คณะกรรมาธิการฝ่ายสังคม Caritasthailand คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนสัมพันธ์ สมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย สภาการศึกษาคาทอลิก สมาคมลูกเสือรัตนโกสินทร์ แผนกสุขภาพอนามัย โคเออร์
- [เอกสารทำวีซ่า](https://www.cbct.or.th/เอกสารทำวีซ่า/) - ขั้นตอนการทำวีซ่า 1 file(s) 0.00 KB Download แบบ อก ๑ 1 file(s) 0.00 KB Download
- [พระเจ้าทรงเลือกสรรชาวอิสราแอล](https://www.cbct.or.th/พระเจ้าทรงเลือกสรรชาวอ/) - 1.เพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์พระศาสนจักร ต้องดูประวัติศาสตร์ของประชาชนในท่ามกลางพระศาสนจักรเริ่มต้น นั่นคือ ประชากรอิสราเอล กว่าหลายพันปีก่อนที่พระศาสนจักรเริ่มต้น พระเป็นเจ้าทรงเลือกสรรประชากรอิสราเอลด้วยพระองค์เอง ทรงนำพวกเขาออกจากประเทศอียิปต์ ทรงทำพันธสัญญา และทรงนำเข้าไปสู่ดินแดนแห่งพระสัญญาท่ามกลางประชากรของโลก พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์ต่อประชากรอิสราเอลในวิถีทางพิเศษ ชาวอิสราเอลแรกเริ่มนั้นถูกเรียกว่า "ชาวฮีบรู" ซึ่งหมายความว่าคนพเนจรหรือพวกเร่ร่อน ประมาณ 1500 ปีก่อนคริสต์ศักราชชาวฮีบรูบางเผ่ากลายเป็นทาสในประเทศอียิปต์ ดังนั้นประมาณปี 1200 ก่อนคริสต์ศักราช พระเจ้าทรงแต่งตั้งบุคคลสำคัญคนหนึ่งคือ โมเสส ทรงบอกโมเสสว่าพระองค์ทรงพระนามว่า "พระยาห์เวห์" (Yahweh) ซึ่งหมายความว่า "เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น" (I am who am) และทรงส่งเขาไปปลดปล่อยทาสชาวฮีบรู โมเสสชักชวนชาวอิสราเอลให้ออกจากประเทศอียิปต์ พวกเขาเดินทางเร่ร่อนในทะเลทรายกว่าสี่สิบปี ก่อนมาถึงดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ นั่นคือ ดินแดนคานาอันที่ภูเขาซีนายในทะเลทราย พระยาห์เวห์ทรงทำพันธสัญญากับชาวฮีบรูว่าจะซื่อสัตย์ต่อกันและกัน พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะรัก ประทับอยู่และช่วยเหลือพวกเขาเสมอๆ ทรงขอร้องให้ประชากรยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าแต่องค์เดียวเท่านั้น ข้อตกลงหรือพันธสัญญาแสดงอย่างชัดเจนว่าประชากรต้องเชื่อฟังพระยาห์เวห์อย่างไร พันธสัญญานี้เป็นกฎหมายที่เรียกว่า บัญญัติสิบประการ พระยาห์เวห์ทรงรักษาพันธสัญญาของพระองค์ต่อชาวฮีบรู พวกเขากินนก มานนา และดื่มน้ำในทะเลทราย พระยาห์เวห์ทรงอยู่กับพวกเขา ขณะที่พวกเขาได้รับชัยชนะและเข้าไปในดินแดนแห่งพระสัญญา และกลายเป็นชนชาติภายใต้การปกครองของกษัตริย์ดาวิดผู้ยิ่งใหญ่แต่เดิมประชาชนที่อาศัยในดินแดนนี้นับถือบูชาเทพเจ้ามากมาย พวกเขาสร้างรูปเคารพและสร้างรูปเทพเจ้าด้วยทอง เงิน ทองสัมฤทธิ์ และหิน แต่พระเจ้าของชาวอิสราเอลเป็นพระเจ้าผู้ทรงชีวิต
- [งานเสวนา ศิษย์พระคริสต์ 4.0](https://www.cbct.or.th/งานเสวนา-ศิษย์พระคริสต์/) - การเสวนาในหัวข้อ “ศิษย์พระคริสต์ 4.0” ในวันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ ศกนี้ ณ ห้องประชุมชั้น 9 โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก โดยมีคุณประจวบ ตรีนิกร เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร, อ.ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย, อ.วีระพงศ์ ทวีศักดิ์, คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล, คุณวนิดา อังศุพันธุ์, คุณวศิน มานะสุรางกุล เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย
- [กฤษฎีกา คพ. สุกีโย ปีโตโย เอส. เจ.](https://www.cbct.or.th/กฤษฎีกา-คพ-สุกีโย-ปีโตโย/) - กฤษฎีกา คพ. สุกีโย ปีโตโย เอส. เจ. 1 file(s) 0.00 KB Download
- [วิสัยทัศน์และพันธกิจ](https://www.cbct.or.th/วิสัยทัศน์และพันธกิจ/) - วิสัยทัศน์ ประชากรของพระเจ้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวในความรักแสวงหา ติดตามและประกาศพระเยซูคริสตเจ้า พันธกิจ พระศาสนจักรในประเทศไทยมุ่งอุทิศตนฟื้นฟูชีวิตให้สนิทกับพระคริสตเจ้าโดยอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งเดียว ร่วมมือและแบ่งปั้นซึ่งกันและกันแสวงหาคุณคำพระอาณาจักรในบริบทสังคมเสวนาฉันมิตรกับผู้มีความเชื่ออื่นประกาศพระเยซูคริสตเจ้าและเป็นประจักษ์พยานด้วยการดำเนินชีวิตเรียบง่ายรักและรับใช้ปวงชน โดยเน้นผู้ยากไร้
- [แบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมและการใช้งานโปรแกรม ZOOM](https://www.cbct.or.th/zoom/) - วิธีดาวน์โหลดและลงโปรแกรม ZOOM 1 file(s) 0.00 KB Download วิธีเข้าร่วมประชุมโดยใช้โปรแกรม ZOOM 1 file(s) 0.00 KB Download
- [บทเพลงศิษย์พระคริสต์](https://www.cbct.or.th/บทเพลงศิษย์พระคริสต์/)
- [บทภาวนาเพื่อกฤษฎีกา](https://www.cbct.or.th/บทภาวนาเพื่อกฤษฎีกา/) - บทภาวนาเพื่อกฤษฎีกา
- [Sample Page](https://www.cbct.or.th/sample-page/) - This is an example page. It's different from a blog post because it will stay in one place and will show up in your site navigation (in most themes). Most people start with an About page that introduces them to potential site visitors. It might say something like this: Hi there! I'm a bike messenger
- [Smartvariety Manager](https://www.cbct.or.th/smartvariety-manager/)
## Downloads
- [โปรแกรม](https://www.cbct.or.th/download/pro/) - CBC_GL2025 1.เป็นโปรแกรมที่เตรียมพร้อมรองรับการยกยอดไปปี 2568 2.ยังใช้ username และ password เดิม 3.ข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกลงไปแล้ว ยังเหมือนเดิม ปล. ไฟล์นี้ จะใช้เพื่อรับการยกยอดบัญชีจากสิ้นปี2567 โดยให้ใช้ทำการยกยอด หลังจากคุณพ่อชีวินแต่เช็คบัญชีสิ้นปีของหน่วยงานนั้นๆ ในระหว่างวันที่ 27-29 ม.ค.นี้แล้ว update : 27/01/2025
- [DECREE OF THE PLENARY COUNCIL OF THE CATHOLIC CHURCH IN THAILAND A.D. 2015](https://www.cbct.or.th/download/decree-of-the-plenary-council-of-the-catholic-church-in-thailand-a-d-2015/)
- [กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย คริสตศักราช 2015](https://www.cbct.or.th/download/กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพร/)
- [วิธีเข้าร่วมประชุมโดยใช้โปรแกรม ZOOM](https://www.cbct.or.th/download/วิธีเข้าร่วมประชุมโดยใ/)
- [วิธีดาวน์โหลดและลงโปรแกรม ZOOM](https://www.cbct.or.th/download/วิธีดาวน์โหลดและลงโปรแ/)
- [แบบฟอร์มลงทะเบียนประชุมกรรมาธิการฝ่ายฯครั้งที่ 1/2021 ผ่าน VDO Conference (โปรแกรม ZOOM)](https://www.cbct.or.th/download/แบบฟอร์มลงทะเบียนประชุ/)
- [แบบ อก ๑](https://www.cbct.or.th/download/แบบ-อก-๑/)
- [ขั้นตอนการทำวีซ่า](https://www.cbct.or.th/download/ขั้นตอนการทำวีซ่า/)
- [กฤษฎีกา คพ. สุกีโย ปีโตโย เอส. เจ.](https://www.cbct.or.th/download/กฤษฎีกา-คพ-สุกีโย-ปีโตโย/)
- [1. Lumen Gentium](https://www.cbct.or.th/download/1-lumen-gentium/)
- [2. Dei Verbum](https://www.cbct.or.th/download/2-dei-verbum/)
- [3. Sacrosanctum Concilium](https://www.cbct.or.th/download/3-sacrosanctum-concilium/)
- [4. Gaudium et Spes](https://www.cbct.or.th/download/4-gaudium-et-spes/)
- [5. Inter Mirificaพระสมณกฤษฎีกา](https://www.cbct.or.th/download/5-inter-mirificaพระสมณกฤษฎีกา/)
- [6. UNITATIS REDINTEGRATIO](https://www.cbct.or.th/download/6-unitatis-redintegratio/)
- [7. ORIENTALIUM ECCLESIARUM](https://www.cbct.or.th/download/7-orientalium-ecclesiarum/)
- [8. Christus Dominus](https://www.cbct.or.th/download/8-christus-dominus/)
- [9. Optatam Totius](https://www.cbct.or.th/download/9-optatam-totius/)
- [10. Apostolicam Actuositatem](https://www.cbct.or.th/download/10-apostolicam-actuositatem/)
- [11. Nostra Aetate](https://www.cbct.or.th/download/11-nostra-aetate/)
- [12. Ad Gentes](https://www.cbct.or.th/download/12-ad-gentes/)
- [13. Gravissimum Educationis](https://www.cbct.or.th/download/13-gravissimum-educationis/)
- [14. Presbyterorum Ordinis](https://www.cbct.or.th/download/14-presbyterorum-ordinis/)
- [15. Dignitatis Humanae](https://www.cbct.or.th/download/15-dignitatis-humanae/)
- [16. Perfectae Caritatis](https://www.cbct.or.th/download/16-perfectae-caritatis/)
- [รายชื่อเอกสารสังคายนา](https://www.cbct.or.th/download/รายชื่อเอกสารสังคายนา-2/)
## Categories
- [เรื่องมาใหม่/ข่าวประชาสัมพันธ์](https://www.cbct.or.th/category/news/)
- [ข่าวพระศาสนจักรสากล](https://www.cbct.or.th/category/wrold_news/)
- [ข่าวพระศาสนจักรไทย](https://www.cbct.or.th/category/thai_news/)
- [ข่าว/กิจกรรม/ประกาศสภาฯ](https://www.cbct.or.th/category/notify/)
- [ข่าว/ประกาศหน่วยงานสภาฯ](https://www.cbct.or.th/category/notify2/)
- [VDO](https://www.cbct.or.th/category/vdo/)
- [คำสอนพระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/category/คำสอนพระสันตะปาปาฟรานซ/)
- [หน่วยงานภายใต้สภาฯ](https://www.cbct.or.th/category/หน่วยงานภายใต้สภาฯ/)
- [ปีนักบุญยอแซฟ 2021](https://www.cbct.or.th/category/joseph2021/)
- [Link](https://www.cbct.or.th/category/link/)
- [ข้อคิด-ข้อรำพึง](https://www.cbct.or.th/category/ข้อคิด-ข้อรำพึง/)
- [FABC NEWSLETTER](https://www.cbct.or.th/category/fabc-newsletter/)
- [CBCT NEWSLETTER](https://www.cbct.or.th/category/cbct-newsletter/)
- [ซีนอด](https://www.cbct.or.th/category/synod/)
- [Laudato Si: A Call for Responsible Stewardship](https://www.cbct.or.th/category/laudato-si-a-call-for-responsible-stewardship/)
- [ลิ้งที่เกี่ยวข้อง](https://www.cbct.or.th/category/ลิ้งที่เกี่ยวข้อง/)
- [Laudate Deum](https://www.cbct.or.th/category/laudatedeum/)
- [ตราสัญลักษณ์ของพระสังฆราช](https://www.cbct.or.th/category/emblem/)
- [ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025](https://www.cbct.or.th/category/jubilee2025/)
## Tags
- [URBI ET ORBI](https://www.cbct.or.th/tag/urbi-et-orbi/)
- [พระสันตะปาปาฟรานซิส](https://www.cbct.or.th/tag/พระสันตะปาปาฟรานซิส/)
- [คริสต์มาส 2020](https://www.cbct.or.th/tag/คริสต์มาส-2020/)
- [กฎหมายการทำแท้ง](https://www.cbct.or.th/tag/กฎหมายการทำแท้ง/)
- [คำสอน](https://www.cbct.or.th/tag/คำสอน/)
- [คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก](https://www.cbct.or.th/tag/คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิ/)
- [General Audience](https://www.cbct.or.th/tag/general-audience/)
- [การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป](https://www.cbct.or.th/tag/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป/)
## Tags
- [ไทย](https://www.cbct.or.th/)