Saturday, 31 July 2021

24 มิถุนายน สมโภช การบังเกิดของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง (The Nativity of St John the Baptist, solemnity)

24 มิถุนายน
สมโภช การบังเกิดของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง
(The Nativity of St John the Baptist, solemnity)

นักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง เป็นนักบุญเพียงองค์เดียวในคริสตจักรที่มีวันฉลองทั้งวันเกิด และวันตาย โดยการกำหนดวันเกิดของท่านนั้น นับวันล่วงหน้าหกเดือนก่อนวันที่พระเยซูเจ้าทรงบังเกิด – ส่วนวันระลึกถึงท่านถูกตัดศีรษะ กำหนดเป็นวันที่ 29 สิงหาคม ที่จริงสิทธิพิเศษนี้ มีไว้สำหรับพระเยซูเจ้า และพระนางพรหมจารีมารีย์เท่านั้น (- วันฉลองแม่พระบังเกิด คือ วันที่ 8 กันยายน) ที่ท่านได้รับสิทธิ์เช่นนี้ก็เป็นไปตามที่นักบุญเบดา พระสงฆ์และนักปราชญ์พระศาสนจักร (St Bede the Venerable) ได้กล่าวไว้ว่า “ในการบังเกิดมา การเทศน์สอนประชาชน และการทำพิธีล้างของนักบุญยอห์นนั้น ท่านได้เป็นพยานยืนยันถึงการเสด็จมาบังเกิด การประกาศข่าวดี และพิธีล้างของพระคริสต์ที่กำลังจะมาถึง”

พระเยซูเจ้าได้เคยตรัสไว้ว่า “ในบรรดาผู้ที่เกิดจากสตรี ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ายอห์นอีกแล้ว” (ลก 7:28) ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่พระเยซูเจ้า และพระนางมารีย์ทรงปฏิสนธิในพระหรรษทาน (= ปราศจากบาปกำเนิด) นักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้าง ซึ่งปฏิสนธิโดยมีบาปกำเนิดเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ แต่ก็ได้รับการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ตอนที่อยู่ในครรภ์ของมารดา “… เขาจะได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา” (ลก 1:15)

บิดาของยอห์น คือ เศคาริยาห์ เป็นสมณะประจำเวรในหมวดอาบียาห์ ทำหน้าที่รับใช้ในพระวิหาร และมารดาคือ นางเอลีซาเบธ จากตระกูลสมณะอาโรน ทั้งสองคนชรามากแล้ว ความยิ่งใหญ่และความพิเศษของนักบุญยอห์นในประวัติศาสตร์แห่งความรอดคือ ช่วงจังหวะเวลาในการเกิดมา และการทำภารกิจของท่าน ดำเนินไปเป็นคู่ขนานกับการเสด็จมาบังเกิด และการประกาศข่าวดีขององค์พระผู้ไถ่ ซึ่งนักบุญลูกาก็ได้บันทึกไว้เป็นคู่ขนานตามลำดับ เช่นว่า การแจ้งข่าวของอัครทูตสวรรค์กาเบรียลว่านางเอลีซาเบธ ซึ่งอยู่ในวัยชรามากแล้วจะให้กำเนิดบุตร และแด่พระนางมารีย์ ซึ่งยังเป็นพรหมจารีอยู่ว่าจะทรงครรภ์ และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และพระเจ้าสูงสุด โดยพระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือพระนางมารีย์ และพระอานุภาพสูงสุดจะแผ่เงาปกคลุมพระนาง (เทียบ ลก 1:31, 35)

ในการทำตามบทบาทหน้าที่ของท่านที่เป็นผู้เตรียมทางเพื่อต้อนรับพระเมสสิยาห์ ก็เป็นไปตามที่ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวทำนายไว้ คือ “เสียงหนึ่งร้องว่า จงเตรียมทางของพระยาเวห์ในถิ่นทุรกันดาร จงเปิดทางตรงในทุ่งเวิ้งว้างสำหรับพระเจ้าของเราเถิด” (อสย 40:3) และการประกาศถึงพระเมสสิยาห์ “นี่คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก” (ยน 1:29) แล้วตัวท่านก็ค่อยๆ ลดบทบาทลง “พระองค์จะต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง” (ยน 3:30) และท้ายสุดที่ถือเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของท่านที่จะทำทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ตรง ท่านจึงมิได้รีรอที่จะยืนหยัดต่อความจริง โดยกล่าวคำตักเตือนไปถึงผู้ปกครองแผ่นดิน คือกษัตริย์เฮโรด อันติปาส (Herod Antipas) ที่รับนางเฮโรเดียส ภรรยาของฟิลิปพระอนุชา มาเป็นมเหสี ท่านจึงถูกกษัตริย์เฮโรดองค์นี้ทรงสั่งให้จับกุม และล่ามโซ่ขังคุกไว้ ต่อมาก็ถูกตัดศีรษะในวันคล้ายวันประสูติของกษัตริย์เฮโรด ตามคำขอของบุตรหญิงของนางเฮโรเดียส ท่านได้สิ้นชีพเพื่อเป็นพยานยืนยันถึงความจริง

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe)