Wednesday, 25 May 2022

สมณลิขิตจากพระสันตะปาปาฟรานซิสถึงอาร์ชบิชอป ริโน ฟิสิเกลลา (Archbishop Rino Fisichella) สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารยุคใหม่ สำหรับปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025

เจริญพร มายัง ฯพณฯ ริโน ฟิสิเกลลา (Rino Fisicella)

สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารยุคใหม่

        ปีศักดิ์สิทธิ์ (Holy Year) เป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งกับชีวิตฝ่ายจิต กับพระศาสนจักร และกับสังคมในชีวิตของพระศาสนจักรเสมอ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1300 เป็นต้นมา เมื่อพระสันตะปาปาบอนีฟาซที่ 8 สถาปนาปีศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรก – เริ่มแรกได้มีการฉลองกันทุกๆ 100 ปี จากนั้นก็เป็นทุก ๆ 50 ปีตามนัยของพระคัมภีร์ แล้วสุดท้ายลงเอยที่ทุก ๆ 25 ปี – ประชากรผู้ศักดิ์สิทธิ์และซื่อสัตย์ของพระเจ้ามีประสบการณ์นี้ในฐานะที่เป็นของขวัญพิเศษแห่งพระหรรษทาน ซึ่งมีคุณสมบัติในการให้อภัยบาปและโดยเฉพาะการประทานพระคุณการุญ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาอันใหญ่หลวงของพระเจ้า บ่อยครั้งพวกเราจะเห็นผู้แสวงบุญเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อการตักตวงขุมทรัพย์ของพระศาสนจักรโดยก้าวข้ามประตูศักดิ์สิทธิ์ และเคารพพระธาตุของอัครสาวกเปโตรและเปาโล ซึ่งเก็บรักษาไว้ในมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน ตลอดหลายช่วงคริสต์ศตวรรษที่ผ่านมาผู้แสวงบุญนับล้านๆ คนเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ในการเป็นพยานถึงความเชื่อที่ปรากฎอยู่ในทุกยุคทุกสมัย

        ปีศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 2000 ได้นำพระศาสนจักรเข้าสู่สหัสวรรษที่สามแห่งประวัติศาสตร์แห่งความรอดของตน นักบุญจอห์น พอลที่ 2 ได้รอคอยเป็นเวลาช้านานสำหรับเหตุการณ์นี้ โดยหวังว่าคริสตชนทุกคนจะทิ้งประวัติศาสตร์แห่งการแตกแยกของพวกเขาแล้วทำการเฉลิมฉลองครอบ 2 พันปีแห่งการบังเกิดของพระเยซูคริสต์ พระผู้ไถ่ของมนุษยชาติ บัดนี้ 25 ปีแรกของศตวรรษใหม่กำลังจะสิ้นสุดลง พวกเราจึงถูกเรียกร้องให้เข้าสู่เทศกาลแห่งการเตรียมตัวที่สามารถทำให้ประชากรของพระเจ้ามีประสบการณ์กับปีศักดิ์สิทธิ์ในความมั่งคั่งสมบูรณ์แห่งการอภิบาลทุกประเภท ขั้นตอนที่สำคัญในการเดินทางนี้มีการปฏิบัติกันไปแล้วด้วยการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษแห่งพระเมตตาซึ่งทำให้พวกเราสามารถได้ชื่นชมกันใหม่ถึงอำนาจและความอ่อนโยนแห่งความรักอันทรงเมตตาของพระบิดา ซึ่งในส่วนของพวกเรานั้นพวกเราจักต้องเป็นประจักษ์พยานในเรื่องนี้

        ในสองปีที่ผ่านมาไม่มีประเทศใดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดอย่างกระทันหันของไวรัสโควิด ซึ่งทำให้พวกเรามีประสบการณ์ด้วยตนเองไม่เพียงแค่ภัยพิบัติแห่งการที่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเท่านั้น แต่ยังต้องพะวักพะวงกับความไม่แน่นอน และความยากลำบากแห่งการดำรงชีวิตด้วย และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของพวกเราเปลี่ยนแปลงไป พวกเราคริสตชนพร้อมกับบรรดาพี่น้องชายหญิงของพวกเราต่างก็ต้องสู้ทนกับความทุกข์ยากและข้อจำกัด วัดวาอาราม สักการะสถานของพวกเราถูกปิดลง รวมทั้งโรงเรียน โรงงาน สำนักงาน ร้านค้า และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจต่างๆ พวกเราทุกคนต่างเห็นว่าเสรีภาพบางอย่างของพวกเราถูกตัดไปในขณะที่โรคระบาดสร้างความรู้สึกที่ไม่ใช่เพียงแค่ความทุกข์โศกเศร้าเท่านั้น แต่บางครั้งยังทำให้พวกเราเกิดความสงสัย ทำให้พวกเราหวาดกลัว จนไม่รู้แหล่งที่จะทำอย่างไร ฝ่ายวิทยาศาสตร์ต่างพากันรีบเร่งพัฒนาการแก้ไขเบื้องต้นที่ค่อยๆ ทำให้พวกเราดำเนินชีวิตเป็นปกติได้  พวกเรามั่นใจว่าถ้าหากพวกเราจะเอาชนะโรคระบาดนี้ได้แล้วโลกจะกลับมาเป็นเช่นเดิมสำหรับความสัมพันธ์กันของมนุษย์และชีวิตของสังคม นี่จะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะสามารถแสดงความเอื้ออาทรต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด เพื่อที่พี่น้องเพื่อนบ้านผู้เดือดร้อนของพวกเราจะไม่ถูกทอดทิ้ง และทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และการใช้ยาที่จำเป็น

        พวกเราต้องเป่าเปลวไฟแห่งความหวังที่ถูกมอบให้กับพวกเราพร้อมกับช่วยเหลือทุกคนให้มีพลังและความมั่นใจขึ้นมาใหม่ด้วยการมองไปยังอนาคตด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง ด้วยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง และด้วยวิสัยทัศน์ที่เห็นการณ์ไกล ปีศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาถึงนี้สามารถช่วยได้เป็นอย่างดีในการฟื้นฟูบรรยากาศแห่งความหวัง และความมั่นใจดุจอารัมภบทแห่งการฟื้นฟูและการเกิดใหม่ ซึ่งพวกเราปรารถนาอย่างเร่งด่วน นี่คือเหตุผลที่ข้าพเจ้าเลือกคำขวัญแห่งปีศักดิ์สิทธิ์นี้ว่า “การจาริกแสวงบุญแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope) นี่เป็นสิ่งที่จะทำให้พวกเราสามารถค้นพบความหมายแห่งภราดรภาพสากล และปฏิเสธที่จะทำตาบอดต่อความเลวร้ายของความยากจน ที่บีบบังคับมิให้ชาย หญิง เยาวชน และเด็กดำเนินชีวิตที่คูควรกับศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ณ จุดนี้ข้าพเจ้าคิดถึงผู้อพยพยจำนวนมากที่ถูกบังคับให้ต้องละทิ้งมาตุภูมิของตน ขอให้เสียงของคนยากจน จงเป็นที่ได้ยินในช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัวสำหรับปีศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะฟื้นฟูให้ทุกคนเข้าถึงผลผลิตแห่งโลก ดังที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ “สิ่งที่แผ่นดินผลิตออกมาในปีที่มีเวลาพักผ่อนนั้นจะเป็นอาหารเลี้ยงท่าน ทาสชายหญิงของท่าน ลูกจ้างและคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่กับท่าน สิ่งที่แผ่นดินผลิตนั้นจะเป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงของท่านตลอดจนสัตว์ป่าที่อยู่ในแผ่นดินของท่านด้วย” (ลนต. 25: 6-7)

        มิติชีวิตฝ่ายจิตแห่งปีศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกร้องให้มีการกลับใจควรมีมิติพื้นฐานเหล่านี้แห่งชีวิตของพวกเราในสังคมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง ในความเข้าใจที่ว่าพวกเราทุกคนเป็นผู้จาริกแสวงบุญ การเดินทางในโลกนี้ซึ่งพระเจ้าทรงมอบหน้าที่ให้พวกเราเป็นผู้ที่ต้องทำงานและเก็บรักษา (เทียบ ปฐก. 2:15) ขอให้พวกเราจงอย่าได้ทำผิดพลาดในช่วงที่พวกเรากำลังเดินทาง ในการที่จะเพ่งพิศความงดงามของสรรพสิ่งสรรพสัตว์และในการเอาใจใส่ดูแลพิทักษ์รักษาบ้านส่วนรวมของพวกเรา นี่เป็นความหวังของข้าพเจ้าว่าพวกเราจะทำการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะมาถึงนี้ และมีประสบการณ์กับเจตนารมณ์นี้ จำนวนพี่น้องชายหญิงที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งเยาวชนและเด็กต่างพากันรับรู้อย่างดีว่าการดูแลรักษาสรรพสิ่งสรรพสัตว์เป็นการแสดงออกอย่างมีนัยสำคัญแห่งความเชื่อในพระเจ้า และความนอบน้อมของพวกเราต่อพระประสงค์ของพระองค์

        พี่น้องที่รักในสมณภาพ ข้าพเจ้าขอมอบความรับผิดชอบให้กับท่านในการค้นหาวิธีการที่เหมาะสมในการวางแผนสำหรับปีศักดิ์สิทธิ์ และทำการเฉลิมฉลองด้วยความเชื่อที่ลึกซึ้งพร้อมกับมีความหวังและด้วยความรักอย่างเป็นรูปธรรม สมณสภาที่รับผิดชอบการส่งเสริมการประกาศพระวรสารยุคใหม่สามารถช่วยส่งเสริมวาระแห่งเทศกาลนี้ด้วยการกระตุ้นการอภิบาลอย่างทั่วถึงในพระศาสนจักรต่างๆ ทั้งจารีตลาตินและจารีตตะวันออกที่ถูกเรียกร้องให้ในปีเหล่านี้เพิ่มความพยายามที่จะทำงานแบบก้าวเดินไปด้วยกัน ในบริบทนี้การเดินทางของพวกเราสู่ปีศักดิ์สิทธิ์จะเป็นการแสดงออก และเป็นการยืนยันถึงการเดินทางร่วมกันที่พระศาสนจักรถูกเรียกร้องให้ต้องปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อที่จะได้เป็นเครื่องหมายที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นเครื่องมือแห่งความเป็นหนึ่งเดียวในความหลากหลายที่สมานฉันกัน นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องส่งเสริมการรับรู้ที่ต้องฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ถึงการเรียกร้องแห่งกระแสเรียกสากลต่อความผิดชอบร่วมกันด้วยการส่งเสริมพระพรพิเศษ และพันธกิจที่พระจิตไม่เคยหยุดที่จะประทานพระคุณให้ในการสร้างพระศาสนจักรหนึ่งเดียว ธรรมนูญทั้งสี่ฉบับแห่งสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 พร้อมกับอำนาจการสั่งสอนต่างๆ ในหลายทศวรรษที่ผ่านมาจะให้ทิศทางและคำแนะนำกับประชากรของพระเจ้า เพื่อที่จะได้สามารถทำพันธกิจต่อไปในการประกาศพระวรสารที่น่าชื่นชมยินดีให้กับทุกคน

        ดังที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการออกสมณโองการเพื่อการเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ (Bull of Indiction) ในเวลาอันควรซึ่งจะมีคำแนะนำที่จำเป็นในการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 2025 ในเวลาที่กำลังเตรียมตัวนี้ข้าพเจ้าใคร่ที่จะอุทิศให้ปี ค.ศ. 2024 ซึ่งเป็นปีก่อนที่จะถึงปีศักดิ์สิทธิ์ให้กับ “ซิมโฟนี่” แห่งการสวดภาวนา เป็นคำภาวนาที่จะรื้อฟื้นความปรารถนาที่จะอยู่กับการประทับอยู่ของพระเจ้า ที่จะฟังพระองค์ และที่จะนมัสการพระองค์ ยิ่งกว่านั้นอีกนี่จะเป็นการภาวนาที่ขอบคุณพระองค์สำหรับของขวัญหลายประการแห่งความรักของพระองค์ที่มีต่อพวกเรา และเพื่อที่จะสรรเสริญผลงานของพระองค์ในการสร้างสรรพสิ่งสรรพสัตว์ ซึ่งเรียกร้องให้ทุกคนต้องให้ความเคารพและดำเนินขั้นตอนที่เป็นรูปธรรม และรับผิดชอบที่จะปกป้องพิทักษ์คุ้มครองธรรมชาติระบบนิเวศ การสวดภาวนาเป็นการแสดงออกถึง “หัวใจและวิญญาณ” เป็นหนึ่งเดียวกัน (เทียบ กจ. 4: 32)  ซึ่งจากนั้นก็จะแปลเปลี่ยนเป็นความเอื้ออาทรและการแบ่งปันปังประจำวันของพวกเรา การสวดภาวนาที่ทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับชายหญิงทุกคนในโลกที่จะหันกลับไปหาพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว และเพื่อที่จะเผยให้พระองค์ทราบว่ามีสิ่งใดบ้างที่แอบซ่อนอยู่ในส่วนลึกแห่งหัวใจของพวกเขา การสวดภาวนาเป็นดุจถนนหลวงสู่ความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้พวกเราสามารถทำสมาธิเพ่งพิศได้แม้อยู่ท่ามกลางการทำกิจกรรม พูดง่ายๆ ก็คือ ขอให้นี่เป็นปีที่พวกเราสวดภาวนาอย่างจริงจังที่เปิดใจรับการหลั่งไหลแห่งพระหรรษทานของพระเจ้า และเพื่อที่จะทำให้บทสวด “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” ซึ่งเป็นบทสวดที่พระเยซูคริสต์ทรงสอนพวกเราให้เป็นโปรแกรมในชีวิตของศิษย์ทุกคนของพระองค์

        ข้าพเจ้าวิงวอนพระแม่มารีย์พรหมจารีให้ติดตามพระศาสนจักรในการเดินทางแห่งการเตรียมตัวสำหรับเหตุการณ์ที่จะเปี่ยมด้วยพระหรรษทานแห่งปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับท่านและเพื่อนร่วมงานของท่าน ข้าพเจ้าขออวยพรทุกคน

        ให้ไว้ที่กรุงโรม ณ มหาวิหารนักบุญจอห์น ลาเตรัน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022 วันรำลึกถึงพระแม่มารีย์แห่งเมืองลูร์ด

ฟรานซิส(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บสาระในสมณลิขิตของพระสันตะปาปามาแบ่งปันและไตร่ตรองในการเตรียมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025)