Friday, 24 September 2021

Traditional Latin Mass-TLM

คุณพ่อ Stephen Saffron เจ้าวัดชูศีลมหาสนิทช่วงมิสซาลาตินตามธรรมเนียมเก่าแก่ (ก่อนสภาสังคายนาวาติกันที่ 2) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2021 ที่วัดนักบุญ Josaphat ในเขตเทศบาล Queens แห่งนครนิวยอร์คม วัดนี้อยุ่ในสังฆมณฑล Brooklyn ซึ่งถวายมิสซาเป็นภาษาลาตินจารีตดั้งเดิมในวันอาทิตย์และอีกห้าวันธรรมดาในหนึ่งสัปดาห์ จารีตพิธีในวันอาทิตย์จะมีสัตบุรุษประมาณ 150 คนจาก Queens และบริเวณใกล้เคียงจาก New jersey และ Connecticut

นครรัฐวาติกัน (CNS) – สมณลิขิตของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอธิบายเหตุผลที่พระองค์ทรงจำกัดการถวายบูชามิสซาก่อนสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 “แบบตอกตะปูปิดฝาโลงศพโดยไม่ยำเกรงสิ่งใด เพราะว่ากระบวนขับเคลื่อนการทำมิสซาลาตินแบบดั้งเดิม (TLM) ได้พยายาม “ลักไก่” หรือพยายามทำให้ความคิดริเริ่มของนักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และเบเนดิกต์ที่ 16 ต้องบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไป เพื่อเป้าหมายของตนเอง จากบทความจากอาร์ชบิชอปโจเซฟ ออกัสติน ดี นอยญ่า (J. Augustine Di Noia) ยืนยันว่าท่านขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่ท่านเป็นนักเทววิทยา ไม่ใช่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของผู้ทำงานภายในสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน

อาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า นักบวชคณะโดมินิกัน เคยเป็นเลขาธิการของสมณกระทรวงเพื่อการนมัสการพระเจ้าและระเบียบศีลศักดิ์สิทธิ์ (2009-2012) ช่วงนั้นท่านมีส่วนเกี่ยวของเป็นอย่างมากในการเสวนาระหว่างสันตะสำนัก นครรัฐวาติกันกับกลุ่มคณะนักบุญปีโอที่ 10 (กลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด ผู้ที่ไม่ยอมรับสภาสังคายนาวาติกันที่ 2) และ ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบันท่านเป็นเลขาธิการผู้ช่วยของสมณกระทรวงเพื่อพระสัจธรรม (CDF)

เมื่อนักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงมีพระทัยกว้างขยายความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้ถวายบูชาขอบพระคุณ (มิสซาภาษาลาติน)แบบที่เคยใช้ก่อนสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 พระสันตะปาปาทั้งสองพระองค์หวังเป็นอย่างมากที่จะส่งเสริมความเป็นเอกภาพในพระศาสนจักร และต่อต้านความผิดเพี้ยนที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางกับการถวายบูชาขอบพระคุณรูปแบบปัจจุบัน คือหลังสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 อาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า กล่าวเรื่องนี้ในอีเมล์ถึง “Catholic News Service” เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2021

ในขณะที่พระสันตะปาปาทั้งสองพระองค์อนุญาตให้มีเสรีภาพในการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณแบบเก่าดั้งเดิมคือภาษาลาติน ทว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้ส่งเสริมและไม่ได้เยียวยาสิ่งที่คาดหวังไว้กับสมาชิกของคณะนักบุญปีโอที่ 10 (พวกอนุรักษ์นิยมแบบขวาจัด) ซึ่งสถาปนาขึ้นโดยอดีตอาร์ชบิชอปมาร์เชล เลอแฟบร์ (Marcel Lefebvre) ชาวฝรั่งเศส ผู้ต่อต้านสภาพระสังคายนาวาติกัน ที่ 2  พระคุณเจ้า ดี นอยญ่า กล่าวว่า “สิ่งที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ คือเกิดกระบวนการขับเคลื่อนในพระศาสนจักรเอง ที่ดูเหมือนว่าได้รับการเห็นชอบจากผู้นำบางคนที่หว่านความแตกแยกโดยการโจมตีการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ด้วยสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด นั่นคือการปฏิรูปพิธีกรรมตามจารีตโรมัน”

อาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า ขอร้องให้ชาวคาทอลิก – ทั้งผู้ที่ผิดหวังจากการตัดสินใจของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และผู้ที่นิยมชื่นชอบในพระองค์ – ขอให้อ่านสมณอัตตาณัติ (Motu Proprio) ปี 2007 ชื่อ Summorum Pontificum – SP – Of Supreme Pontiff”) ของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 เสียใหม่ ซึ่งพระองค์ทรงอนุญาตอย่างกว้างๆ ในการใช้จารีตพิธีกรรมโรมันก่อนสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ได้ (คือพิธีบูชาขอบพระคุณแบบดั่งเดิมโดยหันหน้าเข้ากำแพง และชุดศาสนภันฑ์แบบเดิม ๆ)

ทว่า ณ วันนี้ พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงยกเลิกการอนุญาตเหล่านั้นเกือบทั้งหมด ในวันที่ 16 กรกฎาคม ด้วยสมณอัตตาณัติ “Traditionis Custodes – ผู้พิทักษ์ธรรมประเพณี” และแน่นอนพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ปรึกษาหารือ หรืออย่างน้อยก็มีการแจ้งล่วงหน้าด้วยสำเนาของเอกสารกับพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ผู้ที่ทรงเกษียณแล้ว

ตั้งแต่สมณสมัยก่อน ๆ นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 ทรงอนุญาตให้ใช้จารีตพิธีดั้งเดิมได้บ้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ออกสมณอัตตาณัติ “Summorum Pontificum”  (14 ปี ที่แล้ว โดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16) อาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า (Di Noia) กล่าวว่า “ดูเหมือนจะควบคุมกันไม่อยู่แล้ว ที่ประเด็นนี้ได้กลายเป็นกระบวนการขับคลื่อนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ อันเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมพิธีบูชาขอบพระคุณจารีตโรมัน ภาษาลาตินโบราณอย่างจริงจังในหมู่เยาวชนและกลุ่มอื่นๆ ราวกับว่า “รูปแบบพิเศษ” นี้เป็นจารีตพิธีกรรมที่ถูกต้องแท้จริงอย่างเดียวสำหรับพระศาสนจักรเที่ยงแท้”

ในขณะที่ “คู่มือมิสซาภาษาลาติน” – www.latinmassdir.org – ได้ระบุชื่อวัดและวัดน้อยออนไลน์ที่มีการถวายมิสซาภาษาลาตินตามจารีตกรรมก่อนสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 เป็นประจำ และได้รับอนุญาตจากบิชอปท้องถิ่นนั้น ๆ อาจจะยังไม่ครบถ้วน ในมุมมองของอาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า กล่าวว่าจากประสบการณ์ของท่าน ซึ่งค่อนข้างจะแม่นยำที่ชี้ให้เห็นว่า ได้มีการอนุญาตให้ใช้จารีตพิธีกรรมแบบเก่าในสหรัฐอเมริกามากกว่าประเทศอื่นใด ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่สมณอัตตาณัติของพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ และประกาศใช้

หลังจากที่พระสันตะปาปาฟรานซิสได้พิมพ์กฎระเบียบใหม่ออกมาแล้ว ได้มีเสียววิพากษ์วิจารณ์กันทางออนไลน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวการสำรวจข้อมูลต่าง ๆ ดังที่พระองค์มีพระบัญชาให้สมณกระทรงเพื่อพระสัจธรรม โดยการสอบถามบรรดาบิชอปเกี่ยวกับการใช้จารีตพิธีแบบเก่าในเขตศาสนปกครองของตน แม้ว่านครรัฐวาติกันไม่ได้ตีพิมพ์ประกาสผลของการสำรวจ และอาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า ก็ไม่มีผลของการสำรวจนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม พระคุณเจ้า ดี นอยญ่า กล่าวว่าพระสันตะปาปาฟรานซิสได้อธิบายในจดหมายของพระองค์ถึงบรรดาบิชอป ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองว่า “เหตุผลที่พระองค์ยกเลิกการอนุญาตในอดีตสำหรับประเด็นนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งผลของการสอบถามไปยังประมุขแห่งเขตศาสนปกครอง ทว่านั่นเป็นเพียงโอกาสที่ได้รับข้อมูลของสถานการณ์ความจริงเท่านั้น จุดสำคัญที่ทุกคนควรที่ต้องเข้าใจคือ ได้มีการบิดเบือนที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในความตั้งพระทัยของพระสันตะปาปาสองพระองค์ (ยอห์น ปอลที่ 2 และเบเนดิ๊กต์ ที่ 16) ที่ได้ทรงอนุญาตให้ทำพิธีมิสซาภาษาลาตินแบบดั่งเดิมด้วยจารีตโรมันของปี 1962 ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะดึงกลุ่มจารีตอนุรักษนิยมให้กลับเข้ามาอยู่ในความเป็นเอกภาพของพระศาสนจักรสากล สิ่งที่พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสก็คือ กระบวนการกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด (Traditional Latin Mass – TLM) กำลังทำงานเพื่อเป้าหมายที่ย้อนแย้ง และบิดเบือนกับสิ่งที่นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงมุ่งหวังไว้เพื่อทำให้เกิดเอกภาพ แต่พวกเขาเหล่านั้นมีเจตนาแบบลักไก่ที่ทำให้เกิดความแตกแยกในพระศาสนจักรยิ่งขึ้น”

อาร์ชบิชอป ดี นอยญ่า กล่าวว่าชาวคาทอลิกที่กำลังกังวลใจเกี่ยวกับจารีตพิธีกรรมควรหันกลับไปอ่านทบทวนเอกสารของสันตะสำนัก “Redemptionis Sacramentum” (เครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์แห่งการไถ่กู้) ซึ่งออกในปี 2004 จากสมณกระทรวงเพื่อการนมัสการพระเจ้า ได้เน้นถึงกฎระเบียบที่ต้องนำมาใช้ในการเฉลิมฉลอง “พิธีมิสซาตามจารีตโรมันภาษาลาติน” เพื่อสร้างหลักประกันในความสำคัญและศักดิ์ศรีของการเฉลิมฉลองพิธีดังกล่าว

พระคุณเจ้า ดี นอยญ่า กล่าวว่า “เฉกพระสันตะปาปาพระองค์ก่อนๆ พระสันตะปาปาฟรานซิสเชื่อมั่นว่า หนทางที่จะชำระปัญหาในการล่วงละเมิด ไม่ใช่ด้วยการใช้ “ลักษณะรูปแบบพิเศษ” แต่ต้องด้วยการส่งเสริมการฟื้นฟูจารีตพิธีกรรมที่แท้จริง ซึ่งในหลายสถานที่ยังไม่เกิดขึ้น”

ท่าน ดี นอยญ่า ตั้งข้อสังเกตอีกว่า “เนื่องจากว่าหลายคนอยากเห็น อยากได้ยินภาษาลาตินในจารีตพิธีกรรมจะได้รับการรับใช้ที่ดีกว่าใน “novus ordo” (บทประจำพิธีบูชาขอบพระคุณสมัยใหม่) ที่เป็นภาษาลาตินแทนที่จะไปรื้อฟื้นจารีตพิธีกรรมแบบเก่าดั่งเดิมที่มาก่อนสภาสังคายนาวาติกันที่ 2”

พรคุณเจ้า ดี นอยญ่า กล่าวเสริมว่า “ดังที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงหมายถึงการฟื้นฟูนี้ไม่ใช่เรื่องของการไม่ใส่ใจกฎเกณฑ์แห่งประเพณี (rubricks) แต่เป็นการค้นพบเจตนารมณ์ที่แท้จริงแห่งการปฏิรูปจารีตพิธีกรรมโดยคำนึงถึงความสมบูรณ์มั่งคั่งแห่งพระวาจาของพระเจ้า ซึ่งบัดนี้ปรากฏมีอยู่ทั้งในบทอ่านและหนังสือทำวัตร และการเฉลิมฉลองพิธีบูชาขอบพระคุณ ซึ่งพวกเราต้องมีความซื่อสัตย์ในข้อความและกฎเกณฑ์ประเพณี รวมถึงธรรมชาติอันเหมาะสมในฐานะที่มีส่วนร่วมในการนมัสการพระเยซูคริสต์ในสรวงสวรรค์สำหรับพระบิดาเจ้าพร้อมกับสหพันธ์นักบุญ”

สิ่งที่น่าสังเกต “กระบวนการขับเคลื่อนกลุ่มอนุรักษ์นิยม (TLM) ส่งเสริมการปฏิเสธสิ่งที่กระบวนการขับเคลื่อนจารีตพิธีกรรมแสวงหา กล่าวคือการมีส่านร่วมอย่างแท้จริงของประชาสัตบุรุษในการเฉลิมฉลองจารีตพิธีกรรมในพระธรรมล้ำลึกของพระเยซูคริสต์ สมาชิกของกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด (TLM) แทบจะไม่มีการพูดถึงการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง มิสซาจารีตลาตินโบราณเฉกเช่นในอดีตกลายเป็นโอกาสให้มีการภาวนาส่วนตัวในรูปแบบต่างๆ หากผู้เข้าร่วมพิธีไม่ใช้หนังสือคู่มือในการร่วมกับพิธีบูชามิสซาแบบโบราณ” (คล้าย ๆ กับทำพิธีให้ขลังแบบลึกลับ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจความหมาย และไม่มีโอกาสเข้ามีส่วนร่วม)

อีกนัยหนึ่ง “กระบวนการขับเคลื่อนพิธีบูชามิสซาลาตินโบราณส่งเสริมการปฏิเสธสิ่งที่กระบวนการขับเคลื่อนจารีตพิธีแสวงหา นั่นคือการมีส่วนร่วมของประชาสัตบุรุษในการเฉลิมฉลองจารีตพิธีแห่งพระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้า”

ท่าน ดี นอยญ่า กล่าวว่า นี่ไม่ใช่เป็นเหตุบังเอิญที่คณะนักบวชเบเนดิกติน และคณะโดมีนิกันเป็นผู้นำยุคแรกๆ ในกระบวนขับเคลื่อนการปฏิรูปจารีตพิธีกรรมก่อนที่พระสันตะปาปาจะเรียกการประชุมสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ประสบการณ์ของคณะนักบวชดังกล่าวในจารีตพิธีคือพื้นฐานแห่งชีวิตฝ่ายจิตของเขาเหล่านั้นและเป็น “พื้นฐานที่ถาวรมั่นคง” ในชีวิตคริสตชนของพวกเขา ทั้งในอดีตและปัจจุบันพิธีบูชาขอบพระคุณจารีตลาตินเกี่ยวกับ “ประสบการณ์ล้ำลึกส่วนตัว” คือพื้นฐานแห่งชีวีตฝ่ายจิต

ขั้นตอนและกระบวนการปฏิรูปจารีตพิธีกรรม “เป็นที่ยอมรับในสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ว่าเป็นการผลักดันและผลงานของพระจิต และได้กลายเป็นพื้นฐานหรือการฟื้นฟูอย่างใหญ่หลวงในชีวิตแห่งจารีตพิธีกรรมของพระศาสนจักร” พระคุณเจ้า ดี นอยญ่า กล่าวยืนยันว่า “พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตัดสินพระทัยถูกต้องแล้วที่มองเห็นถึงการหวนกลับไปใช้จารีตพิธีกรรมก่อนการประชุมสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ถ้าอย่างดีที่สุดในทางบวกก็จะเป็นไปได้เพียงแค่การรำลึกถึงหรือฝันถึงจารีตพิธีกรรมแบบเก่า ๆ และอย่างทางลบก็เป็นการต่อต้านเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรอันไร้ซึ่งเหตุผลในการปฏิรูปพระศาสนจักรโดยเฉพาะด้านพิธีกรรมที่ได้รับแรงดลใจจากพระจิต และได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในคำสอนแห่งสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2”

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บบทความนี้มาแบ่งปันและไตร่ตรองเพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2)

Cr. Archbishop Joseph Augustine Di NOIA, OP