Saturday, 31 July 2021

แนวปฏิบัติการจัดพิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับและพิธีปลงศพสำหรับคริสตชนคาทอลิกในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19

          พระศาสนจักรคาทอลิกเฉลิมฉลองพระธรรมล้ำลึกปัสกาของพระคริสตเจ้า ด้วยความเชื่อในพิธีปลงศพบรรดาบุตรของตน เพื่อว่าเขาทั้งหลายที่เมื่อรับศีลล้างบาปได้รวมเป็นกายเดียวกันกับพระคริสตเจ้าผู้ได้สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพ จะได้ผ่านจากความตายไปรับชีวิตพร้อมกับพระองค์ โดยวิญญาณต้องรับการชำระบริสุทธิ์และถูกนำไปอยู่กับบรรดานักบุญในสวรรค์ ส่วนด้านร่างกายก็มีความหวังน่ายินดีที่จะรับเสด็จพระคริสตเจ้าและรอคอยการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย เพราะฉะนั้น พระศาสนจักรจึงถวายบูชาขอบพระคุณเฉลิมฉลองปัสกาของพระคริสตเจ้าสำหรับผู้ล่วงลับ และยังอธิษฐานภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับเหล่านั้น เพื่อเขาจะได้มีความสัมพันธ์กับทุกคนที่เป็นส่วนพระวรกายของพระคริสตเจ้า นำความช่วยเหลือฝ่ายจิตมาให้บางคน หรือนำความหวังมาบรรเทาใจให้อีกบางคนด้วย (OE 1)

          เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงมากขึ้น และมีผู้เสียชีวิตด้วยเหตุติดเชื้อโควิด-19 พระศาสนจักรคาทอลิกจึงกำหนดแนวปฏิบัติการจัดพิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ และพิธีปลงศพสำหรับคริสตชนคาทอลิก

1. กรณีผู้ล่วงลับเสียชีวิตด้วยเหตุปกติ

        1.1 พิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ

ก) ขอให้คุณพ่อผู้ประกอบพิธีให้ความสำคัญ และบรรเทาใจต่อการสูญเสียของบรรดาญาติมิตร สัตบุรุษในชุมชนวัดของท่านมากที่สุด รวมทั้งให้คำแนะนำในการจัดพิธีในช่วงสถานการณ์ที่อาจจะมีข้อจำกัด เช่น ระยะเวลาการตั้งศพ การเชิญผู้มาร่วมพิธีด้วยจำนวนจำกัดตามประกาศของ ศบค. หรือหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้

ข) ลงทะเบียน และให้วัดอุณหภูมิร่างกายของทุกคนที่เข้าร่วมพิธี และไม่อนุญาตให้ผู้มีความเสี่ยงที่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการป่วย และผู้มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาฯ เข้าร่วมพิธี

ค) การเคารพศพขอให้งดใช้น้ำเสก

ง) จัดสถานที่ภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับให้ที่นั่งมีระยะห่าง 1.5-2 เมตร  และผู้ร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยตลอดพิธีกรรม รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยให้คนที่ไม่ได้นำมา และงดการถ่ายภาพหมู่

จ) งดการเลี้ยงรับรอง อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ณ บริเวณที่จัดพิธีภาวนาแก่ผู้ล่วงลับ อาจมีการจัดในรูปอาหารกล่อง และให้มีการแจกด้วยวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์

ฉ) ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ สถานที่ประกอบพิธี ห้องศาสนภัณฑ์รวมทั้งสถานที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น ห้องสุขา ฯลฯ ก่อน และภายหลังการประกอบศาสนพิธีทุกครั้ง

          1.2 พิธีปลงศพ

ก) ผู้มาร่วมพิธีเน้นเฉพาะบุคคลที่ใกล้ชิด เช่น บุคคลในครอบครัวและญาติ โดยถือตามประกาศของ สบค. หรือหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้

ข) ลงทะเบียน และให้วัดอุณหภูมิร่างกายของทุกคนที่เข้าร่วมพิธี และไม่อนุญาตให้ผู้มีความเสี่ยงที่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการป่วย และผู้มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาฯ เข้าร่วมพิธี

ค) เพื่อให้ระยะเวลาของการประกอบพิธีมิสซาปลงศพเหมาะสมกับสถานการณ์ อาจงดขับร้องเพลงบางบท จัดบริเวณประกอบพิธีให้โล่ง โปร่ง (เช่น ไม่จัดดอกไม้มากเกินไป) และงดพิธีที่เป็นธรรมเนียมเสริมอื่นๆ

ง) จัดสถานที่ให้ที่นั่งมีระยะห่าง 1.5-2 เมตร และผู้ร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยตลอดพิธีกรรม รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยให้คนที่ไม่ได้นำมา และงดการถ่ายภาพหมู่

จ) งดการเลี้ยงรับรอง อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ณ บริเวณที่จัดพิธีปลงศพ อาจมีการจัดในรูปอาหารกล่อง และให้มีการแจกด้วยวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์

ฉ) ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ สถานที่ประกอบพิธี ห้องศาสนภัณฑ์รวมทั้งสถานที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น ห้องสุขา ฯลฯ ก่อน และภายหลังการประกอบศาสนพิธีทุกครั้ง

2. กรณีผู้ล่วงลับเสียชีวิตด้วยเหตุติดเชื้อโควิด-19

        1.1 พิธีปลงศพ

ก) ขอให้คุณพ่อผู้ประกอบพิธีให้ความสำคัญ และบรรเทาใจต่อการสูญเสียของบรรดาญาติมิตรของผู้ล่วงลับที่เสียชีวิตด้วยเหตุติดเชื้อโควิด-19 และจัดพิธีปลงศพให้แก่ผู้ล่วงลับอย่างเหมาะสม และคงคุณค่าแห่งการเป็นบุตร ธิดา ของพระเจ้า สำหรับผู้มาร่วมพิธีเน้นเฉพาะบุคคลที่ใกล้ชิด เช่น บุคคลในครอบครัวและญาติ โดยถือตามประกาศของ สบค. หรือหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้

ข) เจ้าภาพต้องประสานงานกับทางโรงพยาบาลในการบรรจุศพ พร้อมกับการฆ่าเชื้อให้เรียบร้อยก่อนออกจากโรงพยาบาล

ค) ลงทะเบียน และให้วัดอุณหภูมิร่างกายของทุกคนที่เข้าร่วมพิธี และไม่อนุญาตให้ผู้มีความเสี่ยงที่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการป่วย และผู้มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาฯ เข้าร่วมพิธี

ง) จะประกอบพิธีปลงศพเฉพาะที่สุสาน โดยทำพิธีในหนังสือพิธีปลงศพสำหรับคริสตชน หน้า 108-113 “สถานที่พักศพแห่งที่สาม-ที่หลุมศพ” และงดการถ่ายภาพหมู่

จ) หลังจากนั้นให้กำหนดวันที่เหมาะสมกับญาติของผู้ล่วงลับ เพื่อจัดพิธีมิสซาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ และเพื่อให้ระยะเวลาของการประกอบพิธีมิสซาเหมาะสมกับสถานการณ์ อาจงดขับร้องเพลงบางบท และงดพิธีที่เป็นธรรมเนียมเสริมอื่นๆ

ฉ) หากญาติของผู้ล่วงลับที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวตามกำหนดของ ศคบ. สามารถกำหนดวันจัดมิสซาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับหลังจากพ้นเวลาการกักตัวของญาติของผู้ล่วงลับที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

        1.2 พิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ

ก) สามารถจัดพิธีภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงที่ลับเสียชีวิตด้วยเหตุติดเชื้อโควิด-19 หลังจากพิธีปลงศพได้ โดยตั้งรูปของผู้ตายไว้ในบริเวณพิธี

ข) ลงทะเบียน และให้วัดอุณหภูมิร่างกายของทุกคนที่เข้าร่วมพิธี และไม่อนุญาตให้ผู้มีความเสี่ยงที่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้มีอาการป่วย และผู้มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาฯ เข้าร่วมพิธี

ค) จัดสถานที่ภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับให้ที่นั่งมีระยะห่าง 1.5-2 เมตร และผู้ร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยตลอดพิธีกรรม รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยให้คนที่ไม่ได้นำมา และงดการถ่ายภาพหมู่

ง) งดการเลี้ยงรับรอง อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ณ บริเวณที่จัดพิธีภาวนาแก่ผู้ล่วงลับ อาจมีการจัดในรูปอาหารกล่อง และให้มีการแจกด้วยวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์

จ) ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ สถานที่ประกอบพิธี ห้องศาสนภัณฑ์รวมทั้งสถานที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น ห้องสุขา ฯลฯ ก่อน และภายหลังการประกอบศาสนพิธีทุกครั้ง

ฉ)  ทั้งนี้ขอให้ญาติของผู้ล่วงลับได้เตรียมเอกสารราชการเกี่ยวกับการจัดการศพ เช่น ใบมรณบัตร ฯลฯ เพื่อมอบให้กับทางวัดด้วย

                                (พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช)

                                  ประธานสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

        (บิชอปฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)

             ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองเชียงใหม่

เลขาธิการสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

Please wait while flipbook is loading. For more related info, FAQs and issues please refer to DearFlip WordPress Flipbook Plugin Help documentation.