Monday, 29 November 2021

ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา ปี B

ข้อคิดข้อรำพึง
อาทิตย์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา ปี B

“ส่วนเรื่องวันและเวลานั้น ไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาทูตสวรรค์ และแม้แต่พระบุตร นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว”

พระวรสารของวันนี้ พูดถึงวันสุดท้ายที่จะมาถึง เนื่องจากเราอยู่ในอาทิตย์ก่อนสุดท้ายของปีพิธีกรรม พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ในวันเหล่านั้นเมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่”

วันนั้นช่างเป็นวันที่น่ากลัว และจะมาถึงในเร็ววันไหม

ผู้คนมากมายหลายกลุ่มเชื่อว่าจะมาถึงในเร็ววัน ถึงกับบอกผู้ติดตามว่าจะมาถึงวันนั้นวันนี้ เช่น กลุ่มลัทธิสาขาดาวิเดียน พวกนี้เชื่อว่าพระคริสต์จะเสด็จมาในเร็ววัน แต่จะยังไม่มาถึงจนกว่าจะมีคริสตจักรที่บริสุทธิ์ผุดผ่องที่จะรับเสด็จพระองค์ คนที่ตั้งลัทธิสาขานี้ชื่อ Victor Houteff ตั้งขึ้นในปี 1930 มีผู้คนจำนวนมากเข้ามานับถือลัทธินี้ แต่หลังจากที่เขาสิ้นชีพในปี ค.ศ.1955 องค์กรนี้ก็แตกย่อยออกไป ต่อมาภรรยาของเขาชื่อ Florence ได้มีอำนาจในคริสตจักรนี้ และในปี ค.ศ.1959 เธอประกาศว่าในวันฉลองปัสกาของปีนั้นพระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึง ผู้คนหลายร้อยคนเดินทางมาจากทุกทิศของอเมริกาเพื่อร่วมชุมนุมกับเธอที่ Woco พวกเขาขายทุกสิ่งละทิ้งงานอาชีพเพื่อมารอพบกับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ในวันนั้นไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คนทั้งหมดพากันผิดหวัง หลายคนละทิ้งลัทธินี้ไป นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ประกาศอย่างมั่นใจว่าวันโน้นวันนี้จะเป็นวันสิ้นโลก แต่พวกที่รู้และประกาศอย่างนี้เป็นพระเมสสิยาห์ปลอม

เราไม่ต้องไปเชื่อการอวดอ้างทึกทักเช่นนี้ อันที่จริงพระเยซูเจ้าพูดว่าก่อนถึงวันสุดท้าย จะมีสัญลักษณ์ต่างๆ 4 ประการ ดังนี้

1) จะมีพระเมสสิยาห์ปลอม และไม่ใช่มีผู้อวดอ้างแค่ 2-3 คน แต่จะมีคนอวดอ้างเป็นจำนวนมาก อย่าหลงไปกับคนพวกนี้ คนพวกนี้จะใช้ชื่อของพระองค์พูดว่า “ฉันคือพระองค์” (I am He) แต่ถ้าเป็นพระเจ้าจริงๆ แล้ว เมื่อโมเสสถามชื่อพระองค์ พระองค์ตอบว่า “ฉันคือผู้(ที่ฉัน)เป็น” (I Am Who I Am) ดังนั้นพวกนี้ก็เป็นแค่พวกมาอ้างว่าตัวเองเป็นพระ หรืออ้างว่ามีแก่น(essence) ของความเป็นพระ

2) จะมีความแตกแยกกันระหว่างชาติต่างๆ ชาติต่างๆ จะทำสงครามและการปฏิวัติ จะมีความสับสนวุ่นวาย การจลาจล การก่อการร้าย การกบฏ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดก่อนวันสุดท้ายที่จะมาถึง ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าไม่ต้องกลัว

3) จะเกิดหายนะทางธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหว ความอดอยาก โรคระบาดร้ายแรง และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์(ที่ไม่ใช่ไว้ดูหมอ) เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ลูกๆ ของพระเจ้าไม่ต้องหวาดกลัว พระองค์จะทรงปกป้องทุกคนไว้

4) จะมีการเบียดเบียนบรรดาคริสตชน คุณจะถูกเกลียดชังเพราะเป็นคริสตชน เมื่อมีการประหัตประหารและทำทารุณกรรมต่อเรา เราจะชนะในที่สุด อย่าลืมว่าพระศาสนจักรเราเติบโตมาเพราะถูกเบียดเบียน เลือดของบรรดามรณสักขี คือ เมล็ดพันธุ์ที่ดีของความเป็นคริสตชน

สรุปว่า อย่ากลัวหรือวิตกกังวลว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร ให้เรายึดมั่นในความเชื่อต่อพระเจ้า และไว้วางใจในพระองค์โดยสิ้นเชิง

ใครที่ประกาศพระนามพระเจ้า จะได้รับการปกป้องด้วยพระอานุภาพของพระเจ้า แต่ใครที่อ้างพระนามของพระเจ้าแบบผิดๆ จะพินาศย่อยยับไปในช่วงเวลาของพระองค์

(คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ เขียนลงสารวัดพระกุมารเยซู เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2009)