
สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ที่ สสท. 015/2026
เรื่อง แนวทางของคริสตชนกับการใช้สิทธิหน้าที่เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
พี่น้องคริสตชนที่รักในพระคริสตเจ้า
ในวาระสำคัญของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 พระศาสนจักรคาทอลิกร่วมก้าวเดินไปด้วยกัน และเป็นหนึ่งเดียวกับสังคมไทย ยืนยันในจุดยืนที่เป็นอิสระจากพรรคการเมืองใด ๆ อย่างเสมอมา อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจเพิกเฉยต่อบทบาทสำคัญในการเป็น “พลังทางศีลธรรม” และ “มโนธรรมทางสังคม” เพื่อส่งเสริมให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปบนวิถีแห่งความจริงและความยุติธรรม
พระศาสนจักรขอเชิญชวนพี่น้องคริสตชนทุกคนให้ตระหนักว่า การเลือกตั้งเป็นพันธกิจทางศีลธรรมเพื่อความดีส่วนรวม การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ใช่เพียงหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เป็นข้อกำหนดด้านศีลธรรมที่พลเมืองต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อส่วนรวม ตามคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก (CCC 2240) พลเมืองมีหน้าที่ทำดีเพื่อสังคมผ่านการเสียภาษี การป้องกันประเทศ และการใช้สิทธิเลือกตั้ง การละเลยไม่ไปใช้สิทธิคือความล้มเหลวในการร่วมรับผิดชอบต่อ “ประโยชน์สุขรวม” (Common Good) ของสังคม โดยการมีส่วนร่วมนี้ไม่ได้หยุดลงที่คูหาเลือกตั้ง แต่รวมถึงการติดตาม ตรวจสอบ และรักษาไว้ซึ่งความจริงทางศีลธรรมในทุกขั้นตอน ซึ่งการงดออกเสียง สามารถกระทำได้ในบางกรณีที่ไม่มีผู้สมัครที่เรายอมรับได้ในด้านศีลธรรม
ประชาธิปไตยที่แท้จริงมิได้เป็นเพียงผลลัพธ์ของกฎเกณฑ์ แต่เกิดจากการยอมรับคุณค่าพื้นฐาน คือ ศักดิ์ศรีมนุษย์ สิทธิมนุษยชน และความดีส่วนรวม หากปราศจากคุณธรรมเหล่านี้ ประชาธิปไตยอาจกลายเป็น “เผด็จการแอบแฝง” ที่กดขี่ประชาชนได้ง่าย (ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ข้อ 408)
พระศาสนจักรจึงขอย้ำเตือนให้ประชาชนได้เลือกผู้สมัครที่เป็นผู้เคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ให้ความสำคัญกับการให้คุณค่าของพลเมืองระดับท้องถิ่น ให้ชุมชนมีส่วนร่วม และมีจิตตารมณ์อุทิศตนเพื่อความอยู่ดีกินดีของผู้อื่น โดยเฉพาะคนยากจนและผู้เปราะบาง
ในพระคัมภีร์ได้วางรากฐานของคุณสมบัติผู้นำไว้อย่างชัดเจน เมื่อโมเสสได้รับคำแนะนำจากพระเจ้าให้เลือกผู้ปกครองว่า “จงเลือกจากประชาชนคนที่มีความสามารถ ยำเกรงพระเจ้า ซื่อสัตย์ ไม่กินสินบน ตั้งเขาให้เป็นหัวหน้า” (อพยพ 18:21) นี่คือมาตรฐานที่พระเจ้าทรงต้องการ เป็นผู้นำที่ไม่ได้มองอำนาจเป็นกรรมสิทธิ์ แต่เป็นอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ใช้อำนาจตามหลักคุณธรรม และเป็น “อำนาจเพื่อการรับใช้” (เทียบ ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ข้อ 410)
พระศาสนจักรขอย้ำเตือนต่อนักการเมือง และหน่วยงานภาครัฐ ให้ตระหนักถึงความซื่อสัตย์สุจริต ดังที่พระคริสตเจ้าทรงสอนว่า “ผู้ที่ซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย ย่อมซื่อสัตย์ในสิ่งใหญ่ด้วย” (ลูกา 16:10-11) การซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือการคดโกงแม้เพียงเล็กน้อย คือจุดเริ่มต้นของการคอร์รัปชันที่ทำลายชาติ การทุจริตทางการเมือง คือ การทรยศต่อประชาชน และเป็นการละเมิดความยุติธรรมทางสังคมอย่างร้ายแรง (เทียบ ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ข้อ 411)
ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรักที่เรามีต่อเพื่อนมนุษย์และพระเจ้า เราขอวอนขอพระพรจากพระเจ้า โปรดประทานแสงสว่างแห่งปัญญาแก่พลเมืองทุกคน ให้สามารถเลือกสรรผู้นำที่มีคุณธรรมจริยธรรมและนโยบายสาธารณะที่สร้างสรรค์ เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้เราทุกคนร่วมใจกันอธิษฐานภาวนาเพื่อผู้ที่มีอำนาจปกครองที่ได้รับเลือก จะได้นำพาประเทศชาติของเราไปสู่สันติสุขและภราดรภาพอย่างแท้จริง
ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2026
(อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย


