วันจันทร์, 13 เมษายน 2569
  

สาส์นอภิบาล เรื่อง สันติภาพคือหนทางเดียวของมนุษยชาติ

สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ที่ สสท. 030/2026

เรื่อง สันติภาพคือหนทางเดียวของมนุษยชาติ

ถึงพี่น้องคริสตชนและผู้มีน้ำใจดีทุกท่าน

            ท่ามกลางเมฆหมอกของความขัดแย้งและสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก ประชาคมโลกต่างตกอยู่ในความวิตกกังวลถึงผลกระทบที่กัดกินทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ซ้ำเติมผู้ยากไร้ ความแตกแยกในสังคม และบรรยากาศการอยู่ร่วมกันที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

            พระศาสนจักรคาทอลิก ขอยืนยันและประณาม “ความร้ายแรงของสงคราม” อย่างถึงที่สุด เพราะสงครามคือ “แส้ที่โบยตีมนุษยชาติ” ทั้งไม่เคยเป็นและไม่มีวันเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศได้เลย สงครามมีแต่จะสร้างความขัดแย้งใหม่ ๆ ที่ซับซ้อนกว่าเดิม และเป็นภัยความรุนแรงที่คุกคามทั้งปัจจุบันและอนาคตของเราทุกคน (ดู ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ข้อ 497-519)

            สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในสาร State of the World เมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา ทรงเรียกร้องและทรงเตือนสติพวกเราว่า “ความเข้าใจว่าการแสวงหาสันติภาพด้วย ‘อำนาจและอาวุธ’ เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด เพราะสันติภาพที่แท้จริงคือของประทานจากพระเจ้าและระเบียบแห่งความยุติธรรม” ดังนั้น สันติภาพที่ปราศจากอาวุธ (Unarmed Peace) ต้องเริ่มจากการ “วางอาวุธในคำพูด” และ “วางอาวุธในหัวใจ” เพื่อดับไฟแห่งความรุนแรง และพระองค์ทรงย้ำเสมอว่า “สงครามคือความพ่ายแพ้เสมอ” ของมนุษยชาติ

            สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ร่วมก้าวเดินไปด้วยกันและตระหนักดีถึงผลกระทบของสงครามที่ส่งผลต่อพี่น้องชาวไทย ทั้งทางด้านค่าครองชีพและความมั่นคงทางจิตใจ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์พลังงานที่กำลังเกิดขึ้น

            1) ขอให้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกันในการภาวนาด้วยความเชื่อและความหวัง ในพิธีบูชาขอบพระคุณ ในการสวดสายประคำ ในครอบครัวและในวัด เพื่อวิงวอนขอให้เกิดสันติภาพ 

            2) สันติภาพเริ่มต้นด้วยการให้อภัยและการคืนดีตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรจึงเน้นย้ำ เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงย้ำเสมอ คือ สันติภาพที่แท้จริง เริ่มต้นด้วยการวางอาวุธในคำพูด และในหัวใจ ด้วยการส่งเสริมความสมานฉันท์ ความรักเมตตาต่อกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ตกอยู่ในภาวะลำบาก

            3) การดำเนินชีวิตอย่างมัธยัสถ์และรับผิดชอบต่อส่วนรวม ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ ขอให้เรายึดหลักความพอเพียง แบ่งปันทรัพยากรที่มีแก่ผู้ที่เดือดร้อนกว่า โดยเฉพาะการร่วมใจกัน “ประหยัดพลังงาน” เพื่อลดผลกระทบต่อส่วนรวมและประเทศชาติ ตามแนวทางของภาครัฐ อาทิ การส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ตามความเหมาะสม การลดใช้เครื่องปรับอากาศ การลดความสิ้นเปลืองจากการเดินทาง เป็นต้น  

            สันติภาพไม่เคยสร้างความสูญเสีย แต่สงครามอาจทำให้สูญเสียทุกอย่าง ทั้งทรัพย์สินและศีลธรรม ขอให้เราคริสตชนไทยเป็นเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งสันติภาพในโลกที่กำลังบาดเจ็บนี้ เพื่อให้ความรักของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูชีวิตใหม่ให้แก่พี่น้องชายหญิงทุกคน

ขอสันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตกับท่านทั้งหลายเสมอ

ให้ไว้ ณ วันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2026

(อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)

ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย


PDF Download