วันเสาร์, 20 เมษายน 2567
  

ข้อคิดข้อรำพึง อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิดข้อรำพึง
อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา ปี C

“ทุกท่านที่ไม่ยอมสละทุกสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็เป็นศิษย์ของเราไม่ได้”

เกล เซเยอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้เล่นในทีม ชิคาโก แบร์ ในราวปี ค.ศ.1960 เป็นต้นไป ติดอันดับในบรรดาตัววิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการอเมริกันฟุตบอลอาชีพ เขามักสวมสร้อยที่แขวนเหรียญทองขนาดครึ่งของเหรียญดอลล่าร์ บนเหรียญมีตัวอักษรจารึกไว้ว่า “ฉัน คือ ลำดับที่สาม”
คำจารึกนี้กลายมาเป็นชื่อหนังสืออัตชีวประวัติที่ขายดีที่สุดของเขา ในหนังสือได้อธิบายความหมายของคำจารึกนี้ว่ามีความหมายต่อ เกล เซเยอร์ อย่างไร จริงๆ แล้วคำนี้มีที่มาจากผู้ฝึกสอนวิ่งของเขาที่ชื่อว่า บิล อีสตัน ย้อนหลังไปตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแคนซัส เขาไปเห็นคำนี้เขียนอยู่บนโต๊ะทำงานของบิล อีสตัน จึงถามความหมาย ซึ่งได้รับคำตอบว่า “พระผู้เป็นเจ้าคือผู้เป็นอันดับแรก เหล่ามิตรสหายเป็นลำดับที่สอง และตัวฉันเองเป็นลำดับที่สาม” ตั้งแต่นั้นมา เกล เซเยอร์ ก็รับคำเหล่านี้มาเป็นหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิตของตัวเอง

ในปีที่สองที่อยู่กับทีมแบร์ เกล เซเยอร์ ตัดสินใจว่าเขาต้องการสวมอะไรบางอย่างที่มีความหมายรอบคอของเขา เขาจึงซื้อเหรียญทองมาและจารึกคำว่า “ฉัน คือ ลำดับที่สาม” ห้อยไว้กับสายสร้อยแล้วสวมไว้รอบคอเสมอ

ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา เกล เซเยอร์ กล่าวว่า “ฉันพยายามเจริญชีวิตตามคำจารึกนี้ ฉันไม่ได้พบกับความสำเร็จเสมอไป แต่การที่มีคำเหล่านี้อยู่รอบๆ คอ ก็ช่วยไม่ให้ฉันเตลิดไปไกลจากมัน”

เรื่องของ เกล เซเยอร์ สะท้อนถึงคำตรัสของพระเยซูเจ้าในพระวรสารของวันอาทิตย์นี้ “ถ้าผู้ใดติดตามเราโดยไม่รักเรามากกว่า บิดามารดา ภรรยา บุตร พี่น้องชายหญิง และแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง ผู้นั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้”

หรืออีกนัยหนึ่ง เราต้องจัดให้ลำดับที่สำคัญที่สุดของชีวิตเราอยู่ที่พระเยซูเจ้า และอยู่ที่พระบิดาเจ้าสวรรค์นั่นเอง

“ท่านที่ต้องการสร้างหอคอย จะไม่คำนวณค่าใช้จ่ายก่อนหรือว่ามีเงินพอสร้างเสร็จหรือไม่” คำตรัสนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกว่าการที่เราจะตัดสินใจให้พระเจ้ามาเป็นอันดับหนึ่งในชีวิตของเรานั้น เราจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบว่าเราจะสามารถทำให้บังเกิดผลสำเร็จได้หรือเปล่า นี่ไม่ใช่เรื่องเด็กเล่นขายของ พอเบื่อก็เลิก แต่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้วว่า จะเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าอย่างเต็มตัวและตลอดไป จึงต้องมีการทุ่มเท อุทิศตน ซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ จริงอยู่ อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จให้ชื่นใจในทุกกิจการ แต่การยึดมั่นในการเป็นศิษย์ของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นอันดับหนึ่งเสมอจะช่วยประคองให้เราอยู่ในลู่ทาง และนำไปสู่ความสำเร็จในสักวันหนึ่ง

พระเยซูเจ้ามิทรงปรารถนาจะมีลูกศิษย์ประเภทชั่วคราว เป็นๆ หายๆ ครึ่งๆ กลางๆ เริ่มต้นแล้วก็ละทิ้งไป แต่ทรงต้องการผู้ติดตามที่เป็นมืออาชีพ ผู้ที่คอยทำตามคำตรัสสอนของพระองค์เสมอ และปวารณาตัวทำตามพระประสงค์ของพระบิดาทุกประการ จนลืมตัวตนและความปรารถนาส่วนตนไปเสียหมด หากจะยังระลึกถึงตนเองได้ ก็เป็นในลำดับท้ายที่สุด

(คุณพ่อ วิชา หิรัญญการ เขียนลงสารวัดพระกุมารเยซู เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2010 Based on : Sunday Homilies – Year C by : Mark Link, SJ)