วันเสาร์, 20 เมษายน 2567
  

ความท้าทายสำหรับบรรดาบิชอปในประเทศไทย (แปลจากการแบ่งปันของสมณทูต)

            พระศาสนจักรคาทอลิกมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างทางศีลธรรมและทางฝ่ายจิตของสังคมทั่วโลก อย่างเสมอมา ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าข้าพเจ้าได้เห็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากไปกว่าการที่ข้าพเจ้าได้รับรู้สัมผัส เห็นตลอดช่วงหลายเดือนในประเทศนี้ ถึงแม้ว่าพระศาลนจักรจะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ แต่ผลกระทบต่อสังคมแห่งนี้ ช่างไม่ธรรมดา อย่างที่เราพูดกันในการชกมวยว่า “พระศาสนจักรที่นี่ขึ้นชกเกินนี้าหนักตัวเอง” บรรดา’พี่’น้อง’บิชร’ป พวกท่านในฐานะผู้นำฝ่ายจิตตามแต่ละสังฆมณฑลของท่าน มีหน้าที่รับผิดชอบในการนำฝูงแกะของท่านด้วยความ เชื่อ ส่งเสริมคำสั่งสอนของพระศาสนจักร และพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในโลกสมัยใหม่ ในภูมิภาคนี้ บรรดาบิชอปต้องเผชิญกับความท้าทายพิเศษที่ต้องอาศัยความสนใจและแนวทางการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสม

            ณ จุดนี้ข้าพเจ้ากล่าวถึง “แนวทางการวางกลยุทธ์” ในโลกที่ถูกนำโดยธุรกิจและแผนการวางกลยุทธ์ ข้าพเจ้าลังเล ที่จะใช้คำนี้ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าคำว่า “แนวทางการวางกลยุทธ์” สามารถนำไปใช้ได้อย่างมากในบริบทของเราใน ปัจจุบัน ในฐานะพระศาสนจักร เราไม่สามารถชะล่าใจหรือนิ่งเฉยและคอยโต้ตอบได้อีกต่อไป เราไม่สามารถเป็น “พระศาสนจักรแค่เพียงเฝืาดูแล” ได้อีกต่อไป แต่เราต้องเป็นผู้ประกาศความจริงแห่งพระวรสาร สิ่งนี้กระตุ้นให้เรา ต้องกระตือรือรัน มีพลังกระฉับกระเฉง มีการปฏิบัติที่มาจากการพัฒนา “กลยุทธ์” ตามบริบทในความสำคัญแห่ง พระวรสาร “สบาย สบาย” และ “ไม่เป็นไร” ใช้ไม่ได้กับบริบทในพระศาสนจักร

            ดังที่พวกท่านทราบดีว่าความท้าทายสำคัญประการหนึ่งที่เราเผชิญในภูมิภาคนี้ศีอพหุนิยมทางศาสนาและความ จำเป็นเร่งด1วนสำหรับเสวนาทางศาสนา ภูมิภาคของเรานั้นขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความมั่งคั่งและความ หลากหลายทางศาสนา โดยมีผู้นับถือศาสนาต่างๆ อาศัยอยู่ร่วมเคียงข้างกันและกัน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราใน ฐานะตัวแทนของพระศาลนจักรคาทอลิก ที่จะต้องส่งเสริมความสัมพันธ์อันกลมกลืนกับผู้มีความเชื่อในศาสนาอื่น เพื่อสร้างสะพานแห่งความเข้าใจ และสร้างสังคมอันสงบสุขและเปิดกว้างมากขึ้น

            ขอยกตัวอย่างประเทศไทยที่ชาวคาทอลิกเป็นตัวแทนของชนกลุ่มน้อยในประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ ในบริบทดังกล่าว ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีกสำหรับพระศาลนจักรที่จะต้องมีส่วนร่วมในการเสวนาทางศาสนา และส่งเสริมความเคารพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน เราไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือมองเห็นความแตกต่าง กันมาเป็นอุปสรรคได้ แต่เราต้องตระหนักถึงคุณค่าของการเสวนาที่เปิดกว้างซึ่งช่วยให้เราเรียนรู้จากกันและกัน ชื่น ชมประเพณีทางศาสนาที่แตกต่างกัน และแสวงหาจุดร่วมสำหรับการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มาถึงประเทศ ไทย ข้าพเจ้ามีโอกาสมากมายที่ได้พบกับผู้นำชาวพุทธมากมาย อันที่จริงมีพระภิกษุหนุ่มกลุ่มหนึ่งมาเยี่ยมที่สถาน เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกัน ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจกับความมีนี้าใจ ความเคารพ และความชื่นชมของ บรรดาพระภิกษุที่มีต่อชาวคาทอลิกและพระศาลนจักรในประเทศไทย สำหรับข้าพเจ้าแล้ว สิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นได้ มากมายที่เกี่ยวกับการเป็นบิชอป การเป็นประจักษ์พยานและความมุ่งมั่นของพวกท่านในการเสวนาทางศาสนา

            การเสวนาทางศาสนาเปิดโอกาสให้เราปลูกฝืงความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความเคารพและการเห็นอกเห็นใจกัน เราสามารถเข้าใจถึงความแตกต่างของความเชื่อ แนวทางปฏิบัติ และคุณค่าของศาสนาต่างๆ ให้สึกขึ้งยิ่งขึ้นผ่าน การเสวนาเหล่านี้โดยการการรับฟ้งซึ่งกันและกันทำให้เราสามารถปรับทัศนคติแบบเหมารวมและความเข้าใจผิดที่ มักนำไปสู่ความหวาดกลัวและความหวาดระแวงกัน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญมาตั้งแต่แมีในอดีตที่ผ่านมา ในการเสวนา นั้น เราสามารถเสริมสร้างความสามัคคีและสร้างสะพานแห่งความเข้าใจกันระหว่างชุมชนได้

            ยิ่งไปกว่านั้น การเสวนาทางศาสนาไม1ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเห็นความแตกต่างของเราอีกต่อไป แต่เป็นการมุ่ง แสวงหาเป้าหมายและความปรารถนาดีที่มีร่วมกันในความเป็นจริงหลายปีที่ผ่านมานี้การเน้นยํ้าถึงความแตกต่าง ถือเป็นจุดเน้นหลักในเสวนาส่วนใหญ่ของเรา ข้าพเจ้าคิดว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังขิสด้องได้รับการยกย่องใน การเปลี่ยนแปลงท่าทีนี้ในขั้นที่สูงขึ้น (เทียบ Fratelli tutti) ในฐานะประชากรผู้มีความเชื่อ เราทุกคนมีความ ปรารถนาเหมือนกันในเรื่องความยุติธรรม ความเห็นอกเห็นใจ และสันติภาพ ด้วยการร่วมมือกันและทำงานร่วมกัน เราสามารถแก็ใขปัญหาต่าง ๆ ในสังคม เช่น ความยากจน ความเหลื่อมลํ้า และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ด้วยการร่วมมือกันในความพยายามของเรา เราสามารถขยายผลที่เรากระทำขึ้นและสร้างโลกที่มีความยุติธรรมและ ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทุกคน

            ผ่านการเสวนาทางศาสนา บรรดาบิชอปคาทอลิกมีอำนาจในการสร้างแรงบันดาลใจและการเป็นผู้นำ ด้วยการมี ส่วนร่วมอย่างแข็งขันกับสาธุชนในศาสนาอื่น เราสามารถแสดงให้,เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะเข้าใจและเคารพ ซึ่งกันและกัน เราสามารถส่งเสริมให้ชุมชนของเรายอมรับความหลากหลายในฐานะจุดแข็งมากกว่าที่จะเป็นด้นตอ ของความแตกแยก ด้วยการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีในหมู1ชุมชนศาสนาที่หลากหลาย เราสามารถ เป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่นและมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่มีความสมัครสมานสามัคคีมากขึ้นได้

            ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งในฐานะคริสตชนจะต้องเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุดสำหรับเราคือความ เหลื่อมลํ้ากันทางสังคมและเศรษฐกิจ และบทบาทสำคัญที่เราในฐานะที่เป็นบิชอปของประเทศไทยในการสนับสนุน สิทธิมนุษยชน เรายืนอยู่ในช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งการกระทำของเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ ลึกซึ้งในชีวิตของประชาสัตบุรุษของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที,ทุกข์ทรมานจากความยากจน การแสวงหา ผลประโยชน์ การค้ามนุษย์ และความอยุติธรรม บางครั้งก็ง่ายสำหรับเราที่จะตกหลุมพรางโดยเชื่อว่าการกระทำ ของเรามีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อโลก ซึ่งไม่เป็นความจริงแล้ว บ่อยครั้งในประวัติศาสตร์มีเพียงคนเดียวและการ กระทำเล็กๆ น้อยๆ ด้วยความรักที่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีแห่งประวัติศาสตร์ของตนเอง

            ตังที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังขิสทรงยํ้าเตือนเราว่า เราถูกเรียกให้ยืนหยัดเคียงข้างคนยากจนและผู้ถูกเอารัด เอาเปรียบ ในประเทศไทย ความอยุติธรรมและความเหลื่อมลํ้าทางสังคมนั้นหยั่งรากลึก และเป็นหัวใจสำคัญของ ความท้าทายหลายประการของประเทศนี้ แม้ว่าบางภูมิภาค เช่น กรุงเทพฯ และภาคกลาง จะมีการเติบโตทาง เศรษฐกิจในเชิงบวก แต่พื้นที่อื่นๆ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ยังถูกทอดทิ้งให้ล้าหลังอยู่ ช่องว่างทางการ เติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้บางครั้งไม1สามารถเข้าถึงการบริการพื้นฐาน รวมถึงการศึกษา การ สาธารณสุข และความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ในฐานะผู้นำของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย เรามีภาระหน้าที่ทางศีลธรรมที่จะกล่าวต1อต้าน ความอยุติธรรมเหล่านี้ และทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อสังคมที่มีความยุติธรรมและเสมอภาคมากขึ้น สิ่งนี้ จำเป็นต้องสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การ สาธารณสุข และการทำงานที่มีคุณค่า ยิ่งไปกว่านั้น เรายังต้องจัดการกับต้นตอของความยากจนและความ เหลื่อม ลํ้ากัน เช่น การทุจริตและการเลือกปฏิบัติ(เลือกที่รักมักที่ชัง)

            บรรดาบิชอปที่รัก ข้าพเจ้าวอนขอพวกท่านให้ใช้เลียงและตำแหน่งหน้าที่ของท่านเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชิงบวกในชีวิตประชาสัตบุรุษของเรา สิ่งนี้อาจนำมาซึ่งการท้าทายอำนาจผลประโยชน์หรือการตั้งคำถามถึง สถานภาพการเป็นอยู่ของเรา อย่างไรก็ตาม ตามที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังขิสทรงเดือนเราว่า พระวรสารไม่ใช่ พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ แต่เป็นบ่อเกิดอันทรงชีวิตแห่งพระหรรษทานและชีวิต เราต้องเต็มใจกล้าที่จะเสี่ยงและ ยืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าจะดูเหมือนยากลำบากหรือไม่เป็นที่ชื่นชอบก็ตาม

            ในเรื่องดังกล่าวนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณสุดซึ้งต่อการเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ต่อความยุติธรรม ทางสังคม เมื่อร่วมมือกับชุมชนคาทอลิกของเราแล้วนั้น เราสามารถสร้างผลที่เกิดขึ้นอย่างถึกซึ้งต่อชีวิตของผู้คน ที่เปราะบางที่สุดในสังคมของเรา ให้เราร่วมมือกันและทำงานอย่างไม1รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อโลกที่ยุติธรรมและ เสมอภาคมากขึ้น ที่ซึ่งทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดศรี ด้วยความเคารพ และมีความเห็นอกเห็นใจ และขอให้ การกระทำของเราได้รับการชี้นำโดยคำสั่งสอนของพระคริสตเจ้าและปรีชาญาณขององค์พระจิตเจ้า

            ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เรากำลังเผชิญคือความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ในฐานะผู้ปกครองดูแลสิ่งสร้าง ถือเป็นหน้าที่อันคักดสิทธของเราในการส่งเสริมการดูแล สิ่งแวดล้อมและแนวปฏิบัติอย่างยั่งยืนภายในชุมชนของเราอย่างแข็งขัน

            ประเทศไทยในฐานะภูมิภาคหนึ่งมีความเลียงสูงต่อผลกระทบด้านลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับนี้าทะเลที่สูงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรง และการตัดไม้ทำลายป่าก่อให้เกิดภัยคุกคามที่สำคัญต่อ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนของเรา ในภูมิภาคนี้ แม้แต่ความมั่นคงทางอาหาร ของเราก็ยังตกอยู่ในความเสี่ยงเนื่องจากภัยคุกคามต่อการผลิตข้าว เราไม่สามารถเมินเฉยต่อความท้าทายเหล่านี้ได้ แต่ต้องเตรียมพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องบ้านที่อาศัยอยู่ร่วมกันของเรา

            ตังที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังขิสตรัสอย่างตรงไปตรงมาว่า “โลกซึ่งเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน กลายเป็นกอง ปฏิกูลขนาดมหาศาลมากขึ้นทุกวัน” เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อความจำเป็นทางศีลธรรมในการดำเนินการและ ปกป้องบ้านที่อยู่อาศัยร่วมกันของเรา พระศาสนจักรคาทอลิกทั่วโลกตระหนักถึงความเร่งด่วนนี้โดยบรรดาบิชอป ทั่วโลกยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาทางศีลธรรมสำหรับผู้ที่มีความเชื่อและบรรดาสาธุชน ทุกคน คำสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นมากกว่าแค่เรื่องที่ดีและมีจริยธรรมสำหรับเรา เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องของ หลักคำสอน และด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเทศน์และสั่งสอน ในสหรัฐอเมริกา บรรดาบิชอปคาทอลิกได้ออกแถลงการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศโลก: คำวอนขอสำหรับ การเสวนา ความรอบคอบ และความดีส่วนรวม” โดยเน้นยํ้าว่าการดูแล สิ่งแวดล้อมของเราเป็นหน้าที่ทางจริยธรรมที่แผ่ขยายไปถึงทุกคนในทำนองเดียวกัน บรรดาบิชอปชาวเยอรมัน ต่างยืนยันว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อทุกคน โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคม แต่ผู้’ที่เปราะบาง’ที่สุด มักได้รับผลกระทบหนักที่สุด

            เราต้องยอมรับบทบาทของเราในฐานะผู้ปกครองดูแลสิ่งสร้างของพระเจ้า และใช้ความยับยั้งชั่งใจและความ พอประมาณในการใช้สิ่งของต่าง ๆ ความปรารถนาที่จะบริโภคใช้สอยของเราต้องไม่บั่นทอนความห่วงใยของเราต่อ คนยากจน เยาวชน และความซื่อตรงต่อสิ่งสร้างเอง ทรัพยากรธรรมชาติของเรามีจำกัดและไม่ใช่ใช้ได้อย่าง สิ้นเปลือง ดังนั้นเราจึงมีความรับผิดชอบในการป้องกันและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้น

            ในการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ ขอให้เราทำงานอย่างแข็งขันเพื่อสร้างความตระหนักในชุมชนของเราเกี่ยวกับ ความจำเป็นเร่งด่วนของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เราต้องให้ความรู้แก่ประชาสัตบุรุษของเราเกี่ยวกับผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาปรับใช้วิถีชีวิตอย่างมีความเคารพและ ปกป้องสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การ อนุรักษ์พลังงาน การลดปริมาณขยะ และส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้อง ได้ เมื่อไม่นานมานี้ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานประกาศรางวัลนักบุญฟรังขิสแห่งอัสขีขี (Laudato si) ซึ่ง เป็นความคิดริเริ่มคาทอลิกของไทยอันแสนดีงาม และเป็นสิ่งที่พระคาสนจักรทั่วโลกควรให้การส่งเสริมด้วย

            ขอให้เราทำงานร่วมกับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันการศึกษา และชุมชนท้องถิ่นต่อไป เพื่อดำเนินโครงการที่ ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาและทรัพยากรของเราเอง เราสามารถริเริ่ม โครงการที่จะปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การฟินฟูระบบ’นิเวศ และลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ เรามีโอกาสพิเศษที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากเรามีสถาบันการศึกษาระดับแนวหน้ามากมาย จัดให้มี หลักสูตรบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองป้องกันและการสนับสบุนการรักษาสิ่งแวดล้อมที่สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ระดับมหาวิทยาลัย โดยมี Laudato si เป็นพื้นฐานโดยที่เป็นจุดเริ่มด้นอันสุดพิเศษ ในฐานะผู้นำของพระคาสนจักรในประเทศไทย เรามีโอกาสพิเศษในการเป็นผู้นำโดยเป็นแบบอย่างและสร้าง แรงบันดาลใจให้ชุมชนของเราเป็นผู้ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ขอให้เราเอาใจใส่ต่อพระดำรัสเรียกร้องของสมเด็จ พระสันตะปาปาฟรังซิสให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาสิ่งสร้างสรรพ ผู้พิทักษ์รักษาแผนการของพระเจ้าซึ่งจารึกไวิใน ธรรมชาติ และผู้พิทักษ์ปกป้องซึ่งกันและกัน ด้วยการโอบรับบทบาทของเราในฐานะผู้ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เรา สามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับบรรดาลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

            ในท้ายที่สุด ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้ปราศรัยกับบรรดาบิชอปแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าประทับใจมากกับการอุทิศตนและความพยายามอย่างไม1รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในการดูแลฝูงแกะของพวกท่านและส่งเสริมคำสั่งสอนของพระคาสนจักรคาทอลิก ในขณะที่เราจัดการกับ ความท้าทายของพหุนิยมทางศาสนา ความเหลื่อมลํ้ากันทางสังคมและเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความวุ่นวายทางศาสนา และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ให้เราจำไว้ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว พระจิตเจ้าทรง สถิตอยู่กับเรา ทรงนำทางและประทานพละกำลังให้เราสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของชุมชนของเรา

            บรรดาพี่’น้อง’บิขอ’ปที่รัก’ทุก’ท่าน ขอให้ท่านยังคงยึดมั่นในการอุทิศตนเองต่อพระวรสารต่อไป และขอให้ความเป็น ผู้นำของท่านเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเดินตามรอยเท้าของท่าน ด้วยความเชื่ออันแน่วแน่ ความเห็นอกเห็นใจ และ แนวทางการวางกลยุทธ์ของท่าน ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพวกท่านจะเอาชนะความท้าทายเหล่านี้และนำฝูงแกะของ พวกท่านไปสู่อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น ขอให้ความรักและโดยการนำขององค์พระเยซูคริสตเจ้าอยู่กับท่าน ในขณะที่ท่านเริ่มต้นการดำเนินการอันสูงส่งนี้ ขอให้เราเผชิญความท้าทายเหล่านี้ร่วมกัน ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวและความเชื่ออันแน่วแน่ ขอให้เราระลึก ถึงถ้อยคำของท่านนักบุญเปาโลที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ในพระคริสตเจ้าผู้ประทานพละกำลังแก่ข้าพเจ้า” (พีเลิปปี 4:13) โดยมีพระคริสตเจ้าทรงเป็นรากฐานของเรา เราสามารถเอาชนะในทุกอุปสรรค และนำมาซึ่งการ เปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา

คุณพ่อภฤศ ทิพย์ทอง, C.Ss.R. แปล


ข่าวที่เกี่ยวข้อง : พระสมณทูต พบ บรรดาพระสังฆราชคาทอลิกไทย พร้อมให้การแบ่งปันในหัวข้อ “ความท้าทายสำหรับบรรดาบิชอปประเทศไทย”