วันอาทิตย์, 1 มีนาคม 2569
  

สาส์นอำนวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ คริสตศักราช 2026 และสาส์นอภิบาลประจำปีคริสตศักราช 2026


สาส์นอำนวยพรสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ คริสตศักราช 2026 และสาส์นอภิบาลประจำปีคริสตศักราช 2026

ที่ สสท. 001/2026

“สู่เส้นทางของการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักรไทย (ซีนอด) 2025-2028

พี่น้องคริสตชนที่รักในพระคริสตเจ้า

         ปีที่ผ่านมา ดังเช่นเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ได้นำความโศกเศร้าแก่คริสตชนทั่วโลก แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เราได้รำลึกถึงแบบอย่างที่พระองค์ทรงมอบไว้ ความเมตตาที่เข้าถึงจิตใจผู้คน ความซื่อสัตย์ต่อพันธกิจ และจิตตารมณ์แห่งการออกไปพบผู้ที่อยู่ชายขอบ ภาพแห่งความปลื้มปีติเมื่อครั้งพระองค์เสด็จเยือนประเทศไทยในปีคริสตศักราช 2019 ยังคงเป็นแสงเรืองรองแห่งความหวังในความทรงจำของเรา พร้อมกับการสถาปนา สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้ทรงเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังใหม่สำหรับพระศาสนจักรสากล ที่จะทรงนำเราก้าวเดินต่อไปด้วยความกล้าหาญและความชื่นชมยินดีในพระวรสาร สานต่อสิ่งที่องค์สมเด็จพระสันตะปาปาในอดีตได้มอบไว้

         ก่อนช่วงเวลาสิ้นปีที่ผ่านมา เรายังได้ร่วมใจระลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญของชาติบ้านเมือง เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต นำมา
ซึ่งความอาลัยอย่างใหญ่หลวงมายังปวงประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงคริสตชนไทยที่ร่วมถวายคำภาวนาด้วยความเคารพรักและกตัญญู ความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างพระองค์กับพระศาสนจักรไทยเป็นมรดกทางจิตวิญญาณที่เราระลึกถึงด้วยจิตวิญญาณอันลึกซึ้งเสมอมา

         ในเวลาเดียวกัน อุทกภัยรุนแรงในหลายแห่งในประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ได้สร้างความยากลำบากแก่พี่น้อง และการสูญเสียจำนวนมาก รวมถึงพี่น้องคริสตชน วัด และโรงเรียนต่าง ๆ แต่เหตุการณ์นี้ได้เผยให้เราเห็นถึง “ความเชื่อที่มีชีวิต” ความเชื่อที่ไม่หยุดอยู่เพียงถ้อยคำ แต่แปรเปลี่ยนเป็นการกระทำที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และการแบ่งปันตามคำสอนของพระเยซูเจ้า “ทุกสิ่งที่ท่านได้ทำ ต่อพี่น้องเราผู้ต้อยต่ำ ท่านได้ทำแก่เราเอง” (มธ 25:40) นี่คือเครื่องหมายว่าพระศาสนจักรไทยยังคงมีชีวิตอยู่ในความรักที่เป็นรูปธรรม และยังคงเป็นแสงแห่งความหวังท่ามกลางความทุกข์ของสังคม

         เมื่อเราหันหน้าสู่ปีคริสตศักราช 2026 พระศาสนจักรคาทอลิกกำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางของ
การดำเนินชีวิต หรือการลงมือในภาคปฏิบัติ ในกระบวนการซีนอด ซึ่งมิใช่เพียงกิจกรรมหนึ่งเท่านั้น แต่คือสิ่งที่พระศาสนจักรเรียกร้องให้เราทุกคน บรรดาพระสงฆ์ นักบวช สัตบุรุษทุกคน ร่วมกันฟังพระวาจา รับฟังซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันสร้างพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันอย่างแท้จริง เพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งความหวังและสันติในโลก

         ด้วยจิตตารมณ์นี้ จึงขอมอบสาส์นอภิบาลประจำปีคริสตศักราช 2026 นี้ภายใต้หัวข้อ “สู่เส้นทางของการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักรไทย (ซีนอด) 2025 – 2028)” เพื่อเป็นแนวทางให้เราทุกคนร่วมกันสร้างพระศาสนจักรที่รับฟัง เปิดใจ และร่วมมือกันในพันธกิจแห่งการประกาศข่าวดี

         พี่น้องที่รัก วิถีทางแห่งซีนอดมิใช่เรื่องใหม่ แต่คือวิถีชีวิตดั้งเดิมของพระศาสนจักรที่สมเด็จ
พระสันตะปาปาทรงปรารถนาฟื้นฟูให้เข้มแข็งขึ้นในยุคสมัยของเรา คือการที่คริสตชนทุกคน ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Communion) มีส่วนร่วม (Participation) และทำพันธกิจร่วมกัน (Mission) ซึ่งพันธกิจนั้นคือหัวใจสำคัญที่สุด นั่นคือ การประกาศข่าวดี ข้าพเจ้าจึงขอเชิญชวนให้เราไตร่ตรองและลงมือปฏิบัติใน 3 มิติสำคัญ ดังนี้

         ประการแรก เชิญชวนให้ทุกคนเป็นผู้รับฟังที่ดีด้วยหัวใจของพระเยซูเจ้า จุดเริ่มต้นของการ
ก้าวเดินไปด้วยกันที่แท้จริง มิใช่การพูด แต่คือ “การรับฟัง” ข้าพเจ้าขอเชิญชวนให้พี่น้องทุกคน

          ในพระศาสนจักร ฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้รับฟังที่ดี โดยเลียนแบบพระทัยของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงสุภาพและถ่อมตน การรับฟังนี้ต้องมิใช่เพียงแค่ได้ยินเสียง แต่ต้องเป็นการฟังด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง พร้อมที่จะเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงของพี่น้องที่กำลังตกอยู่ในความยากลำบาก ผู้ที่ถูกละเลยอยู่ชายขอบของสังคม ผู้เปราะบาง และผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ความทุกข์ร้อนของพวกเขาคือเสียงเรียกของพระเจ้าที่เชิญชวนให้เราก้าวออกจากความสะดวกสบายส่วนตัวไปสู่การแบ่งปันความรักและความเมตตา

         ประการที่สอง การสร้างการมีส่วนร่วมในระดับสังฆมณฑลและชุมชนวัด วิถีทางของซีนอดจะต้องไม่เป็นเพียงทฤษฎี แต่ต้องถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงในระดับรากหญ้า คือในสังฆมณฑลและชุมชนวัดของท่าน ข้าพเจ้าขอให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันเสริมสร้าง “วัฒนธรรมซีนอด” ในการรับฟังซึ่งกันและกัน การมีส่วนร่วม และเป็นหนึ่งเดียวกัน ในการวางแผนงานอภิบาลร่วมกัน ให้สภาอภิบาล องค์กรต่าง ๆ และสัตบุรุษ ได้ร่วมคิด ร่วมทำ และรับผิดชอบร่วมกัน โดยตระหนักเสมอว่า ทุกกิจกรรม ทุกโครงการ และทุกพิธีกรรมที่เรากระทำในวัดนั้น ไม่ได้ทำเพื่อกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มีเป้าหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียว คือ เพื่อพันธกิจแห่งการประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า

         ประการที่สาม เราคริสตชนก้าวเดินไปพร้อมกับสังคมไทยและร่วมกันดูแลรักษาโลกที่เป็นบ้านร่วมกันของพวกเราทุกคน พระศาสนจักรไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและสังคมโลก เราทุกคนต้องก้าวเดินไปพร้อม ๆ กับสถานการณ์ต่าง ๆ ของสังคม ร่วมมือกับพี่น้องต่างความเชื่อและองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์สันติภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ นอกจากนี้ เรายังมีหน้าที่เร่งด่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น “บ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน” (Common Home) ขอให้เราร่วมมือกับองคาพยพต่าง ๆ ในสังคมไทย เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและปกป้องสิ่งสร้างของพระเจ้าเพื่อส่งต่อโลกที่งดงามและยั่งยืนให้กับลูกหลานของเรา

         ดังนั้น มิติที่สำคัญที่สุดของการก้าวเดินไปด้วยกันที่เราต้องยึดมั่นไว้เสมอ คือ การรับฟังซึ่งกันและกัน การรับฟังเสียงร้องของคนยากจน และการรับฟังเสียงร้องของสิ่งสร้าง (แผ่นดิน) เพราะเมื่อเราเปิดใจรับฟังเสียงเหล่านี้ เรากำลังรับฟังเสียงของพระจิตเจ้าผู้นำทางเราสู่ความจริงและความรักที่สมบูรณ์

         ในวาระปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าขอภาวนา และวอนขอพระพรของพระเป็นเจ้า เพื่อพี่น้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคณะบาทหลวงผู้รับพันธกิจอภิบาลฝูงแกะ ขอพระจิตเจ้าทรงเสริมกำลังท่านให้ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้าผู้เป็นผู้เลี้ยงที่ดี และขอให้ศีลศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านได้โปรดและอำนวยพร เป็นพละกำลังแห่งความเชื่อศรัทธา ความรัก และการฟื้นฟูจิตใจของพี่น้องทุกคน

         นักบวชชาย–หญิง ผู้เป็นประจักษ์พยานแห่งชีวิต ผู้เจิมถวายตัวแด่พระเจ้า ให้พระเจ้าทรงประทานสันติ ความเพียร และความซื่อสัตย์ในการติดตามพระองค์ เพื่อให้การภาวนาและการรับใช้ของท่านเป็นแสงสว่างที่พยุงพระศาสนจักร และเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้แสวงหาความหมายของชีวิตในห้วงยุคสมัยของเรานี้

         ผู้ปฏิบัติงานในพระศาสนจักรทุกภาคส่วน หน่วยงานภายใต้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย หน่วยงานต่าง ๆ ของสังฆมณฑล องค์กรฆราวาสคาทอลิกแพร่ธรรมต่าง ๆ ขอให้พระองค์ประทานปรีชาญาณ ความเข้มแข็ง และความชื่นชมยินดีแก่ท่านในพันธกิจที่ท่านได้กระทำในแต่ละวัน เพื่อให้งานอภิบาล การศึกษา งานสังคม งานสื่อสารมวลชน งานบริหารจัดการ และพันธกิจต่าง ๆ ของท่านเกิดผลอย่างงดงามเพื่อความการก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสมบูรณ์ของพระศาสนจักรไทย

         คริสตชนฆราวาสทุกคน ผู้เป็นหัวใจสำคัญของพระศาสนจักร ให้พระเจ้าประทานสันติแก่ครอบครัวของท่าน ให้คำภาวนา การงาน และชีวิตประจำวันของท่านเป็นประจักษ์พยานแห่งความเชื่อ พร้อมทั้งให้ท่านเป็น “ผู้สร้างความหวัง” ในทุกแห่งที่พระองค์ทรงส่งท่านไป ทั้งในบ้าน โรงเรียน ชุมชน สังคม และที่ทำงาน

         ท้ายที่สุดนี้ เมื่อเรามองย้อนกลับไปยังเส้นทางซีนอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราพบว่า พระจิตเจ้าได้ทรงนำพระศาสนจักรให้กลับไปยังรากฐานของความเชื่อ กลับไปยังเช้าวันปัสกาที่พระคูหาว่างเปิดออก และศิษย์ทั้งสามได้เริ่มต้นวิ่งด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง ภาพนั้นยังคงเชิญชวนเราจนถึงวันนี้ว่าพระคริสต์ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์คือศูนย์กลางของการเดินทางทุกก้าว และเราจะพบความหมายของเส้นทางนี้ก็ต่อเมื่อเราเดินไปด้วยกัน ฟังกันและกัน และเรียนรู้ที่จะฟังเสียงพระจิตผู้ทรงตรัสผ่านประชากรพระเจ้าทุกคน

         ขอวาระปีใหม่นี้เป็นเหมือนการออกเรือครั้งใหม่ที่พระเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้ “เหวี่ยงแหไปในที่ลึกกว่าเดิม” ให้เราเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น กลับใจจากความเคยชินที่ปิดกั้นเรา และร่วมมือกันก่อร่างพระศาสนจักรที่สะท้อนความรัก ความเมตตา และความรับผิดชอบร่วมกันอย่างแท้จริง เพราะเราทุกคนคือศิษย์ธรรมทูตที่มีส่วนในภารกิจเดียวกัน

         ขอพระเจ้าผู้เป็นความหวังของประชากรของพระองค์ ประทานพลังแก่เราให้ก้าวเข้าสู่ปีใหม่นี้
ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความไว้วางใจ ความไว้วางใจว่าพระคริสต์ทรงเดินเคียงข้างบนเส้นทางซีนอด
ความไว้วางใจว่าพระจิตเจ้าทรงแนะนำเราในทุกการตัดสินใจ และความไว้วางใจว่าความรักของพระบิดาจะทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันได้ยิ่งขึ้น

         ดังที่นักบุญเปาโลยืนยันแก่เราว่า “ความหวังนี้ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะความรักของพระเจ้าได้ถูกหลั่งลงมาในใจของเราโดยพระจิตเจ้า” (รม 5:5)

         และด้วยความรักนี้เอง ขอให้เราก้าวเดินไปด้วยกันในปีใหม่นี้ด้วยใจที่พร้อมฟัง พร้อมรับใช้ และพร้อมร่วมสร้างพระศาสนจักรที่เป็นแสงสว่างแก่โลก

         ขอพระคริสตเจ้าประทานสันติสุขแก่พี่น้องทุกท่านตลอดปีใหม่และตลอดไป

ให้ไว้เมื่อ วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2026

(อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย


PDF Download