วันเสาร์, 14 มีนาคม 2569
  

สาระสำคัญ – ตอนที่ 3 เหวี่ยงแห “การกลับใจแห่งกระบวนการ”

#จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาสิ”

ตอนที่ 3 เหวี่ยงแห “การกลับใจแห่งกระบวนการ”

“จงเหวี่ยงแหไปทางกราบเรือด้านขวาสิ แล้วจะได้ปลา” บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป แต่ดึงขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาเป็นจำนวนมาก (ยน.21.5-6)

เมื่อการจับปลาไม่ได้ผล ระหว่างการเดินทางก้าวไปด้วยกันนี้ เราจึงต้องพยายามเปิดใจรับฟังเสียงของพระเจ้าให้มากขึ้น อาศัยกระบวนการของการตัดสินใจการไตร่ตรองแยกแยะภายใต้การรับฟังที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความไว้วางใจและรับผิดชอบร่วมกัน

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#กระบวนการตัดสินใจมุ่งสู่พันธกิจ

“กระบวนการตัดสินใจ” ต้องการการไตร่ตรองแยกแยะของพระศาสนจักร ซึ่งต้องอาศัยการรับฟังในบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ มีความโปร่งใสและต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน

ดังนั้น ในระหว่างผู้ที่ทำหน้าที่อภิบาลในพระศาสนจักรและชุมชนคริสตชนฆราวาส นอกจากจะต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จำเป็นต้องมีการอบรมศึกษาเทววิทยา พระคัมภีร์ และชีวิตฝ่ายจิต เพื่อมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ โดยมีพื้นฐานมาจากการไตร่ตรองแยกแยะของพระศาสนจักร ในการเป็นพยานถึงพันธกิจความศักดิ์สิทธิ์และการรับใช้  (เทียบ FD 80)

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#การไตร่ตรองแยะแยะของพระศาสนจักร

การไตร่ตรองแยกแยะนี้เป็นของประทานที่พระเจ้ามอบให้แก่ผู้รับศีลล้างบาปทุกคน ผ่านจิตสำนึกทางความเชื่อ โดยอาศัยปรีชาญาณแห่งพระวรสาร และการทรงนำของพระจิตเจ้า เพื่อกำหนดทิศทางของพันธกิจและเสริมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน เกิดแนวคิดและปรับทิศทางขึ้นใหม่ให้พันธกิจของพระศาสนจักรคือการเป็นธรรมทูตที่ก้าวเดินไปด้วยกัน

การไตร่ตรองแยกแยะนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือขององค์กร แต่เป็นการปฏิบัติฝ่ายจิตโดยมีรากฐานจากความเชื่อที่มีชีวิต อาศัยการภาวนา ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความไว้วางใจ และการเปิดใจต่อพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การรวมความคิดเห็นส่วนตัวของบางกลุ่ม แต่คือการพยายามรับรู้และตระหนักว่า #พระจิตเจ้ากำลังตรัสอะไรกับพระศาสนจักร การรับฟังเป็นหัวใจสำคัญ ยิ่งพระศาสนจักรเปิดใจฟังทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ชายขอบสังคม การไตร่ตรองแยกแยะก็จะยิ่งสมบูรณ์และใกล้เคียงกับพระประสงค์ของพระเจ้ามากขึ้น

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#พระวาจาของพระเจ้าจุดเริ่มต้นของการไตร่ตรอง

“พระวาจาของพระเจ้า” เป็นจุดเริ่มต้น และเกณฑ์สำหรับการไตร่ตรองแยกแยะของพระศาสนจักรทั้งหมด พระเจ้าทรงตรัสกับเราก่อนในพิธีกรรม ผ่านทางการรับฟังพระวาจาของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการไตร่ตรองส่วนตัวหรือการแบ่งปันพระวาจาร่วมกัน พระเจ้ายังคงสื่อสารกับเราผ่านทางเสียงร้องของคนยากจน สิ่งสร้างต่างๆ รอบตัว รวมไปถึงมโนธรรมส่วนตัวของเราแต่ละคน การไตร่ตรองแยกแยะนี้จึงยังต้องการการดูแลและอบรมมโนธรรมอย่างต่อเนื่อง

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#ขั้นตอนและกระบวนการไตรตรองแยกแยะของพระศาสนจักร

1.    กำหนดวัตถุประสงค์ของการไตร่ตรองแยกแยะอย่างชัดเจน และเผยแพร่ข้อมูลและวิธีการให้เพียงพอต่อการทำความเข้าใจ

2.    ให้เวลาสำหรับที่เหมาะสมในการเตรียมตัวด้วยการสวดภาวนา รับฟังพระวาจา และการไตร่ตรองคำถาม

3.    สร้างทัศนคติที่เป็นอิสระเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตนและกลุ่ม และมุ่งมั่นที่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนรวม

4.    เคารพให้ตัวตนและรับฟังเสียงของแต่ละคนอย่างตั้งใจ

5.    แสวงหาฉันทามติที่กว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งเป็น ความเห็นพ้องต้องกันโดยรวม แม้จะไม่ตรงใจทุกคน 100% แต่ทุกฝ่าย “ยอมรับ” ให้เดินหน้าได้โดยไม่ปิดบังความขัดแย้ง

6.   ผู้นำกระบวนการกำหนดฉัทามติที่ประชุมในลักษณะที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถพูดได้ว่า ยอมรับหรือไม่

      อย่างไรกระบวนการนี้ควรนำไปสู่การยอมรับอย่างเป็นผู้ใหญ่ของทุกคน และควรให้เวลาต่อการทบทวนและประเมินผลเพิ่มเติม (เทียบ FD 84)

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#เราทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการไตร่ตรองแยกแยะ

เพื่อให้การไตร่ตรองแยกแยะเป็นของพระศาสนจักรอย่างแท้จริง ต้องอาศัยวิธีการที่เหมาะสม มีการตีความพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้ง ตามธรรมประเพณีและคำสอนของพระศาสนจักร รวมถึงการเปิดรับความรู้จากนักเทววิทยาและศาสตร์อื่น ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการบริหารด้วย เพื่อจะได้เข้าใจบริบทของการไตร่ตรองแยกแยะนี้ให้ครอบคลุมรอบด้าน

ท้ายที่สุด การไตร่ตรองแยกแยะนี้ คือกระบวนการที่ทุก ๆ เสียงมีส่วนร่วม ทุกๆ ความสามารถมีคุณค่า พระศาสนจักรต้องยอมรับพระพรต่าง ๆ ที่หลากหลายนี้ และนำเข้ามาสู่การเสวนา โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง และไม่ยึดติดกับวิธีการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นไปที่พันธกิจของพระศาสนจักร โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ชุมชนเล็ก ๆ ไปจนถึงเขตวัด เพื่อจะได้เติบโตอย่างมีชีวิตชีวาและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#โครงสร้างของกระบวนการตัดสินใจ

ชุมชนคริสตชนคือ พระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและพระพร ประชากรของพระเจ้าได้รับเรียกให้มาร่วมกันภาวนา รับฟัง วิเคราะห์ เสวนา ไตร่ตรองแยกแยะ ให้คำแนะนำในการตัดสินใจฝ่ายจิต

เพื่อพันธกิจการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) จะเกิดขึ้นจริงได้ ก็ต่อเมื่อประชากรของพระเจ้าทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ไม่ใช่เป็นของผู้นำฝ่ายเดียว แต่ทุกคนมีความรับผิดชอบร่วมกันตามพระพรและความสามารถที่ได้รับ

                หัวใจสำคัญ คือการให้คุณค่าและเคารพบทบาทของสมาชิกแต่ละคน เพื่อให้การตัดสินใจของพระศาสนจักรเป็นผลจากการร่วมมือและการฟังซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อการตัดสินใจร่วมกัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#ฝึกฝนการไตร่ตรองแยะแยะ

  • ในกระบวนการของการตัดสินใจ ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาของการอธิบายและการเตรียมการ ที่ต้องการการฝึกฝนการไตร่ตรองแยกแยะ ปรึกษาหารือ และร่วมมือกัน เพื่อให้กระบวนการตัดสินใจเป็นผลมาจากการนอบน้อมของทุกคน ต่อสิ่งที่พระเจ้าต้องการสำหรับพระศาสนจักร ในระหว่างการประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และเปิดใจรับการทำงานของพระจิตเจ้า เพื่อสร้างบรรยากาศของความไว้วางใจ มุ่งหาฉันทามติ ความเห็นพ้องต้องกันโดยรวม และทุกฝ่าย “ยอมรับ” ร่วมกัน และเมื่อมีการตัดสินใจแล้ว ก็ควรมีกระบวนการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้มีอำนาจในการอภิบาล ต้องรับฟังผู้ที่เข้าร่วมในการปรึกษาหารือ และจะไม่เบี่ยงเบนผลของการปรึกษาหารือนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันควร จะไม่ใช้อำนาจโดยพลการ แต่ใช้อำนาจในการรับใช้ ต้อนรับพระคริสตเจ้า และเปิดใจต่อความจริงที่พระจิตเจ้าทรงเผยแสดงในแต่ละช่วงเวลาและบริบทต่าง ๆ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#การตัดสินใจและการมีส่วนร่วมในพระศาสนจักร

ในพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน อำนาจของพระสังฆราชและพระสันตะปาปาเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเมิดได้ แต่ก็ไม่ใช่อำนาจที่ไร้ขีดจำกัด เพราะต้องเคารพกระบวนการปรึกษาหารือและการแยกแยะร่วมกัน

กระบวนการตัดสินใจนี้จะเกิดผล ต้องดำเนินการอย่างเป็นระเบียบ ดังนี้:

  1. ชัดเจนในเป้าหมาย – กำหนดวัตถุประสงค์ของการปรึกษาหารือ ระบุผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใครเป็นผุ้รับผิดชอบสุงสุดในการตัดสินใจ และให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ทุกฝ่ายอย่างโปร่งใส
  2. ซื่อสัตย์และรอบคอบ – ผู้ให้คำปรึกษาควรนำเสนอความคิดเห็นด้วยความจริงใจ รอบรู้ และเคารพรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อช่วยให้ผู้อภิบาลสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
  3. เคารพการตัดสินใจ – เมื่อมีการตัดสินใจโดยชอบธรรมแล้ว ผู้มีศีลล้างบาปทุกคนควรเคารพและปฏิบัติตาม แม้อาจไม่ตรงกับความคิดเห็นส่วนตัว แต่ยังคงมีสิทธิ์ร่วมประเมินผล หรืออุทธรณ์ตามกฎหมายพระศาสนจักรได้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#ความรับผิดชอบและความโปร่งใสในพระศาสนจักร

“การตัดสินใจ” ไม่ได้เป็นการสิ้นสุดกระบวนการไตร่ตรองแยกแยะ พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ต้องการการรับผิดชอบร่วมกัน ทุกการตัดสินใจไม่เพียงต้องชัดเจน แต่ต้องมีการปฏิบัติ และการประเมินผลที่โปร่งใสตามจิตตารมณ์พระวรสาร ยืนยันตามความจริง ซื่อสัตย์ ชัดเจน จริงใจ ซื่อตรง สม่ำเสมอ กระบวนการนี้ต้องเคารพสิทธิ ความเป็นส่วนตัว และศักดิ์ศรีของทุกบุคคล

“ความโปร่งใส” ไม่ใช่เพียงเรื่องของการจัดการ แต่เป็นทัศนคติ ฝ่ายจิตวิญญาณที่ปกป้องความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือของพระศาสนจักร เมื่อพระศาสนจักรเปิดเผย ซื่อสัตย์ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก็จะไม่กลายเป็นโครงสร้างที่เน้นแต่อำนาจ (สมณนิยม) แต่จะเป็นพระศาสนจักรที่สัตย์ซื่อต่อพันธกิจในการประกาศข่าวดีและการอภิบาล การปฏิบัติตามความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการประเมินผล ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งเกี่ยวกับการปกป้องผู้เยาว์และผู้ใหญ่ที่ปราะบาง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#ความรับผิดชอบและการประเมินผลในพระศาสนจักร

พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน จำเป็นต้องมีโครงสร้างและวิธีการประเมินผลการปฏิบัติศาสนบริการอย่างสม่ำเสมอ การประเมินนี้ไม่ใช่การตัดสินบุคคล แต่เป็นการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติศาสนบริการ ชี้ให้เห็นจุดแข็งและสิ่งที่ควรปรับปรุง เพื่อพัฒนาพันธกิจและฟังเสียงพระจิตเจ้าอย่างต่อเนื่อง

พระศาสนจักรท้องถิ่นและกลุ่มต่าง ๆ จึงมีหน้าที่พัฒนากระบวนการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเหมาะสมกับบริบท โดยอาศัยทักษะของผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะฆราวาส ทั้งยังควรเรียนรู้จากข้อกำหนดของกฏหมายบ้านเมือง แนวปฏิบัติที่ดีของสังคมและปรับให้เข้ากับบริบทของพระศาสนจักร

สุดท้าย ผลของการประเมินและความรับผิดชอบ ในระดับท้องถิ่น ควรถูกรวมไว้ในรายงาน adlimina (การที่บรรดาพระสังฆราชของแต่ละสังฆมณฑลเดินทางไปกรุงโรม ในทุก ๆ 5 ปี) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังและการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักรสากล

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#แนวทางของพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน

พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ต้องมีโครงสร้างและแนวทางที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ โดยปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น ดังนี้

  1. การจัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ – สำนักงบประมาณต้องทำงานโปร่งใสและรอบคอบ
  2. การมีส่วนร่วมของประชากรพระเจ้า – ฆราวาสควรมีส่วนร่วมจริงจังทั้งในการวางแผนงานอภิบาลและการจัดการด้านการเงิน
  3. รายงานการเงินประจำปี – จัดทำและเผยแพร่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โปร่งใส และควรมีการตรวจสอบจากภายนอกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  4. รายงานพันธกิจประจำปี – แสดงถึงการดำเนินงานอภิบาล การคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง และการส่งเสริมบทบาทฆราวาส ทั้งชายและหญิง ในตำแหน่งที่มีอำนาจ
  5. การประเมินผลสม่ำเสมอ – ตรวจสอบและทบทวนบทบาทและศาสนบริการในพระศาสนจักรอย่างต่อเนื่อง

การจัดการแบบนี้ไม่ใช่งานราชการ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม – แนวทางเหล่านี้เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่โปร่งใส และเผยให้เห็นคุณค่าของงานรับใช้และพันธกิจมากมายที่อาจถูกมองข้าม

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด #เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#กลุมการทำงานที่มีสวนรวมและกาวไปดวยกัน

พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันต้องอาศัย โครงสร้างการทำงานร่วมกัน ที่มีอยู่แล้ว เช่น ซีนอดสังฆมณฑล สภาสงฆ์ สภาอภิบาลสังฆมณฑลและวัด รวมถึงสำนักงบประมาณ ทั้งหมดนี้ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมายพระศาสนจักรและธรรมประเพณีที่ถูกต้อง เพื่อช่วยการไตร่ตรอง แยกแยะ และนำพระวรสารเข้าสู่วัฒนธรรมและสังคมได้อย่างแท้จริง

การฟื้นฟูโครงสร้างเหล่านี้ต้องทำด้วยจิตตารมณ์ของการก้าวเดินไปด้วยกัน คือการปรึกษาหารือและสนทนาในพระจิตเจ้า ให้สะท้อนความเป็นจริงของชุมชนท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงการประชุมเชิงโครงสร้าง สมาชิกสภาต่าง ๆ ควรมีสิทธิ์เสนอวาระได้อย่างแท้จริง เพื่อให้การมีส่วนร่วมไม่เป็นเพียงในนาม แต่มีผลจริงต่อทิศทางของพระศาสนจักร

นอกจากนี้ พระศาสนจักรควรให้ความสำคัญและสนใจอย่างเท่าเทียมกับการมีส่วนร่วมของทุกคน โดยเฉพาะสตรี เยาวชน ผู้ยากจน และผู้ที่อยู่ชายขอบของสังคม ยิ่งไปกว่านั้นควรมีมุมมองที่เปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้น โดนร่วมส่วนกับผู้แทนและกลุ่มของคริสตจักรอื่น ๆ  (เทียบ FD 103-106)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส


#การสร้างเครือข่าย และบทบาทของซีนอดสังฆมณฑล

พระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน เรียกร้องให้มี “เครือข่ายของสภาอภิบาล” ตั้งแต่ระดับชุมชน เขตวัด พื้นที่งานอภิบาล จนถึงสังฆมณฑล เพื่อเสริมสร้างการร่วมมือกันในการประกาศข่าวดี ไม่ใช่เพียงเพื่อจัดการภายใน แต่เพื่อให้ทุกคนที่มีความเชื่อมีส่วนในพันธกิจแพร่ธรรมอย่างแท้จริง

การไตร่ตรองและแยกแยะของพระศาสนจักรจะมีคุณค่า เมื่อมีการเปิดกว้างต่อความจริงและมุมมองที่หลากหลาย รวมถึงการรับฟังผู้แทนจากคริสตจักรอื่น ๆ และกลุ่มคริสตชนที่แตกต่างกัน เพื่อร่วมกันแสวงหาสิ่งที่พระจิตเจ้ากำลังตรัสกับพระศาสนจักรในยุคปัจจุบัน

ซีนอดสังฆมณฑล จึงควรได้รับการยกย่องมากขึ้น ในฐานะเวทีการปรึกษาหารือเป็นประจำ สม่ำเสมอ ระหว่างพระสังฆราชกับสัตบุรุษ เป็นพื้นที่แห่งการภาวนา การฟัง และการไตร่ตรองร่วมกัน โดยมีความรับผิดชอบและการประเมินผลเป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้แผนงานอภิบาล การใช้ทรัพย์สิน และการบริการต่าง ๆ ดำเนินไปตามจิตตารมณ์ของพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน  (เทียบ FD 107-108)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cbct.or.th/category/synod/

#FinalDocument #เอกสารสรุปซีนอด

#เหวี่ยงแห #คริสตชนฆราวาส