วันพฤหัสบดี, 1 ตุลาคม 2569
  

สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่ สสท. 104/2026

สาส์นอภิบาลสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ที่ สสท. 104/2026

คริสตชนไทย ร่วมก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน และมีส่วนร่วมในพันธกิจ สู่ปี 2033

(ทศวรรษแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 2,000 ปีแห่งการไถ่กู้ ปี 2033)

ถึง บรรดาบาทหลวง นักบวชชาย-หญิง และพี่น้องคริสตชนฆราวาสที่เคารพรักทุกท่าน

ในช่วงเวลานี้ พระศาสนจักรก้าวเข้าสู่ทศวรรษประวัติศาสตร์ (ค.ศ. 2023–2033) ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 2,000 ปีแห่งการไถ่กู้ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนคริสตชนทุกคนได้ตระหนักถึงบทบาทของตน ในการก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยการรับฟังและไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้า นำลงสู่ภาคปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อการขับเคลื่อนพันธกิจการประกาศข่าวดีในฐานะ “ศิษย์ธรรมทูต” และเป็น “ชุมชนแห่งความเชื่อ” ที่ดำเนินชีวิตด้วยความสุภาพถ่อมตน รับฟังซึ่งกันและกัน เคารพในความแตกต่าง ร่วมสร้างบรรยากาศในความเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจ ด้วยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนวัด และสถาบันการศึกษา

พระศาสนจักรคาทอลิกไม่สามารถอยู่นิ่งเฉย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมโลกและสังคมไทย จึงได้วางกรอบแนวทางเพื่อการปรับโครงสร้างและทิศทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพในการประกาศข่าวดีและตอบสนองต่อความต้องการของสังคมไทยอย่างแท้จริง ด้วยการบูรณาการการทำงานแบบองค์รวม ยกระดับการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ส่งเสริมความร่วมมือกันระหว่างสังฆมณฑล คณะนักบวช หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ โดยมีพันธกิจที่ชัดเจนคือการประกาศข่าวดี ด้วยการเป็นประกาศกที่ประกาศความรักของพระเจ้าอย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไทยอย่างเต็มสติกำลัง

และเพื่อการขับเคลื่อนวาระของคริสตชนไทยในพันธกิจสู่ปี 2033 อย่างมีประสิทธิภาพ พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย จึงขอประกาศวาระการขับเคลื่อน ดังนี้

1. ร่วมกันเสริมสร้างพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว มีส่วนร่วม และพันธกิจ (วิถีซีนอด)

พระศาสนจักรคาทอลิกมุ่งมั่นผลักดัน “วัฒนธรรมของการก้าวเดินไปด้วยกัน (วิถีซีนอด)” ที่ส่งเสริมการก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยการรับฟังเสียงของพระจิตเจ้า ด้วยการรับฟังพระวาจาของพระเจ้าและรับฟังซึ่งกันและกัน เพื่อไตร่ตรองร่วมกันและเปิดรับการมีส่วนร่วมของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฆราวาส สตรี และเยาวชน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้พระพรที่หลากหลายของตนเพื่อพันธกิจของพระศาสนจักรด้วยความเป็นเอกภาพ ทั้งในระดับชุมชนวัด สถานศึกษาคาทอลิก หน่วยงาน และองค์กรคาทอลิกต่าง ๆ ทำให้วัฒนธรรมการเดินไปด้วยกันนี้ เป็นวิถีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติพันธกิจประกาศข่าวดีตามธรรมชาติของพระศาสนจักร ในฐานะที่เป็นศิษย์ธรรมทูต ที่ประกาศข่าวดีสู่พี่น้องในสังคมไทยท่ามกลางความหลากหลาย และร่วมสร้างสังคมที่เป็นภราดรภาพและมีสันติสุข

2. การเป็นพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยการร่วมสร้างวัฒนธรรมแห่งความโปร่งใส การร่วมกันตัดสินใจ และการร่วมกันรับผิดชอบ

การก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความโปร่งใสไม่ใช่แค่ขั้นตอนหรือกระบวนการในการบริหารเท่านั้น แต่เป็นทัศนคติพื้นฐานที่มีรากฐานมาจากพระคัมภีร์ที่ว่า “เราละทิ้งการกระทำเร้นลับที่น่าอับอาย เรามิได้ใช้เล่ห์กลหลอกลวง และมิได้บิดเบือนพระวาจาของพระเจ้า ตรงกันข้าม เราประกาศความจริงอย่างเปิดเผยเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เสนอตนให้มนุษย์ทุกคนตัดสินความประพฤติของเรา” (2 คร. 4:2)

แต่ละสังฆมณฑล ชุมชนวัด หน่วยงาน และสถาบันการศึกษาคาทอลิก จึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนารูปแบบและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพของความรับผิดชอบร่วมกันและความโปร่งใสในด้านการปฏิบัติการด้านการเงิน และการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพของบรรดาฆราวาส เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของวิธีการจัดการทรัพย์สินทางโลกและทรัพยากรทางการเงินของพระศาสนจักร

3. พระศาสนจักรก้าวเดินไปด้วยกันในการปกป้องและคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง

พระศาสนจักรยึดมั่นในหลักการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยสำนึกว่าทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า และถูกสร้างมาตามภาพลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (เทียบ ปฐก. 1:28) เป็นพระศาสนจักรที่ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันอย่างใส่ใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้เยาว์และผู้เปราะบางที่อ่อนแอที่สุด ด้วยการให้ความสำคัญและใส่ใจกับเสียงและสิทธิของผู้ถูกล่วงละเมิด พร้อมทั้งขอบเขตการคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงผู้เยาว์และผู้เปราะบางจากการใช้อำนาจในทางที่ผิด เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมแห่งพื้นที่ปลอดภัยในทุกหน่วยงาน ชุมชนวัด และสถาบันการศึกษาของพระศาสนจักรคาทอลิก

การปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง เป็นมิติของความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือของพระศาสนจักรที่ใส่ใจในความสัมพันธ์ และเพื่อนำนโยบายลงสู่ภาคปฏิบัติในการสร้างวัฒนธรรมพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้เยาว์และผู้เปราะบาง ทุกสังฆมณฑลจึงต้องมีคณะทำงาน มีการรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงได้ง่าย มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้เปราะบาง ให้บุคลากรของทุกหน่วยงานลงนามรับทราบข้อปฏิบัติ รวมถึงบูรณาการมาตรการป้องกันเชิงรุกและการตรวจสอบอย่างมืออาชีพลงสู่ทุกระดับในสังฆมณฑล ทุกหน่วยงาน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

4. พระศาสนจักรก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นพระศาสนจักรแห่งชีวิต (Church of Life and a Church for Life)

พระศาสนจักรมีบทบาทหน้าที่ของตนในการเป็นประกาศก จำต้องพัฒนาแนวทางการทำงานของตนเอง เพื่อการแสดงตนที่ชัดเจนในการเป็นประกาศกในสังคมไทย ที่พร้อมอุทิศตนและประกาศอย่างเป็นรูปธรรมในการดูแลรักษาชีวิต ปกป้องคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมความยุติธรรมในสังคม ด้วยการโอบอุ้มมนุษย์ทุกคนในทุกช่วงวัย ทั้งที่เป็นทารกที่ยังอยู่ในครรภ์ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ต้องขัง ผู้อพยพ คนยากจน และผู้เปราะบางในสังคม

5. การเป็นพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยการเป็นหนึ่งเดียวกับสังคมไทยในการตอบสนองเสียงร้องของภัยพิบัติ คนยากจน และผู้เปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม

ในห้วงเวลาที่โลกและสังคมไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติอันเกิดจากภาวะโลกร้อน พระศาสนจักรเชิญชวนเราทุกคนให้ “รับฟัง” พระวาจาของพระเจ้า รับฟังเสียงคนยากจน คนเปราะบาง และเสียงร้องครวญครางอันเจ็บปวดของธรรมชาติ ด้วยความสำนึกว่าโลกนี้เป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน (เทียบ Laudato Si’ ข้อ 13, 49) และร่วมกันตอบสนองต่อเสียงร้องเหล่านี้ ผ่านการมีส่วนร่วมช่วยเหลือทั้งในระดับส่วนตัวและการทำงานผ่านหน่วยงาน องค์กร คณะนักบวชต่าง ๆ ของพระศาสนจักร ที่อุทิศตนทำงานเพื่อผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และผู้เปราะบาง ด้วยหัวใจแห่งความรักและความเมตตาของพระเยซูคริสตเจ้า

6. พระศาสนจักรก้าวเดินไปด้วยกัน รวมพลัง “รักษ์โลก รักเรา” เพื่อส่งต่อความหวัง และอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกที่เป็นบ้านร่วมกันของพวกเราทุกคน

พระศาสนจักรคาทอลิกมุ่งมั่นร่วมกันสานต่อด้วย “หัวใจที่รักษ์โลกและรักเรา” เพื่อขับเคลื่อนสังคมที่ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมตามจิตตารมณ์สมณสาส์น ขอสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า (Laudato Si’) เพื่อให้คริสตชนทุกคนและทุกคนในทุกองค์กร และหน่วยงานคาทอลิก ร่วมก้าวเดินไปด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวกันในพันธกิจการดูแลรักษาโลกที่เป็นบ้านร่วมกันของทุกคนอย่างมีส่วนร่วม ด้วยการกลับใจเชิงนิเวศ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และร่วมกันลงมือปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับครอบครัว วัด สถานศึกษา และชุมชน รวมไปถึงการร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ ศาสนา ภาครัฐ และภาคประชาสังคม พร้อมทั้งโอบกอดเพื่อนพี่น้องผู้เปราะบางและยากไร้ด้วยความเมตตา เพื่อร่วมกันดูแลเอาใจใส่โลกที่เป็นบ้านร่วมกันของเราอย่างจริงจัง และมีส่วนร่วมในการแก้ไขวิกฤติทางธรรมชาติและสังคม เพื่อส่งต่อโลกใบนี้ให้เป็นบ้านที่เหมาะสมต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสิ่งสร้างทั้งปวงแก่ชนรุ่นหลังต่อไป

7. การก้าวเดินไปด้วยกัน ในการทำให้การศึกษาคาทอลิกเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการประกาศข่าวดี

พระศาสนจักรคาทอลิกตระหนักอย่างแท้จริงในการทำให้โรงเรียนของเราเป็นคาทอลิกอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงการให้บริการด้านการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการประกาศพระวรสารของพระศาสนจักร เพื่อให้คุณค่าพระวรสารกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การศึกษาทั้งหมดในโรงเรียนคาทอลิก และเพื่อให้การศึกษาไม่ได้เป็นเพียงแค่การเตรียมตัวเพื่อประกอบอาชีพ แต่ช่วยให้เยาวชนสามารถค้นพบความหมายของชีวิตของตน เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับเด็กและเยาวชนในการมีชีวิตที่มีความหมาย ชีวิตแห่งความรับผิดชอบ การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนพี่น้องและสิ่งสร้าง พร้อมทั้งการอุทิศตนรับใช้ในสังคม

พี่น้องคริสตชนที่รัก พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทยมีสิ่งมากมายให้รู้สึกสำนึกและโมทนาพระคุณพระเจ้า ผ่านทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของการประกาศพระวรสาร ที่บรรดามิชชันนารี บิชอป บาทหลวง และนักบวชหญิง-ชาย ได้ทุ่มเทเสียสละ บรรดาฆราวาสผู้มีความมุ่งมั่นในพันธกิจการประกาศข่าวดี สถาบันการศึกษาที่เข้มแข็งในสังคมไทย เราคริสตชนทุกคนได้รับการเรียกเพื่อการสืบทอดพันธกิจการประกาศข่าวดีเหล่านี้ ด้วยการร่วมกันก้าวเดินไปด้วยกันในพันธกิจ ด้วยความนอบน้อมถ่อมตน ความกล้าหาญ ความโปร่งใส และความหวัง เพื่อเป็นพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันที่ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในการเป็นเป็นประจักษ์พยานถึงพระวรสารด้วยความชื่นชมยินดี ในฐานะที่เป็นพระศาสนจักรผู้ให้ชีวิต พระศาสนจักรที่เป็นผู้รับใช้ พระศาสนจักรผู้ปกป้องคุ้มครอง พระศาสนจักรผู้ให้การศึกษา

พี่น้องที่รักทั้งหลาย การก้าวเดินไปด้วยกันในวิถีซีนอดเพื่อมุ่งสู่ปี 2033 ล้วนอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจ และความเสียสละจากพี่น้องทุกคน ขอพระจิตเจ้าทรงนำทางและประทานพระพรแก่ครอบครัวคาทอลิกทุกท่าน ให้เราได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์สังคมไทยและโลกใบนี้ให้เปี่ยมด้วยความรัก สันติสุข และความรอดพ้นในพระคริสตเจ้าสืบไป


ให้ไว้ ณ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2026
โอกาสฉลองนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู

(อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย